หมวดหมู่: มะเร็งวิทยา · รังสีรักษา · มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
ฉายแสงมะเร็งต่อมน้ำเหลืองครั้งที่ 20 แล้วหน้าบวม ตาบวมจนปิด: เกิดจากอะไร ต้องแจ้งทีมรังสีเมื่อไร อาการไหนต้องไปห้องฉุกเฉิน และดูแลตัวเองอย่างไร
AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)
หน้าและตาบวมช่วงฉายแสงครั้งที่ 20 มักเกิดจากรังสีทำให้เนื้อเยื่ออักเสบและน้ำเหลืองบริเวณศีรษะลำคอไหลช้าลง ส่วนใหญ่ค่อยๆ ยุบภายในหลายสัปดาห์หลังฉายครบ ควรแจ้งทีมรังสีรักษาในวันนั้น แต่ถ้าหายใจลำบาก กลืนไม่ได้ มีไข้ หรือหน้าคอบวมพร้อมเส้นเลือดที่คอโป่ง ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที
ผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่กำลังฉายแสงบริเวณคอ ใบหน้า หรือช่องอก แล้วหน้าหรือตาบวม ·
ถ้ากังวลเรื่องผิวไหม้ลอกหลังฉายแสง อ่าน การดูแลผิวหลังฉายแสง ·
ถ้ามีไข้ระหว่างได้เคมีบำบัด อ่าน ไข้หลังเคมีบำบัด ·
สัญญาณอันตราย ·
ตารางแยกสาเหตุหน้าบวม ·
ตารางวิธีดูแล ·
คำถามที่พบบ่อย
จากกลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง: ฉายแสงครั้งที่ 20 แล้วบวมจนตาปิด
คำตอบสั้น: หน้าและตาบวมพบได้จริงเมื่อฉายแสงบริเวณต่อมน้ำเหลืองที่คอหรือใบหน้า และมักดีขึ้นหลังฉายครบ แต่ บวมจนตาปิดเป็นระดับที่ควรให้ทีมรังสีรักษาตรวจ ไม่ควรรอดูเอง เพราะต้องแยกสาเหตุอื่นที่อันตรายกว่าออกไปก่อน
สมาชิกในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งท่านหนึ่งอัปเดตอาการหลังฉายแสงครั้งที่ 20 ว่าหน้าและตาบวมมากจนตาปิด บทความนี้สรุปว่าอาการบวมนี้เกิดจากอะไร แบบไหนที่เป็นสัญญาณอันตราย และดูแลตัวเองอย่างไรระหว่างฉายต่อ ข้อมูลนี้ไม่ทราบตำแหน่งที่ฉาย ปริมาณรังสี และชนิดของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองของผู้ป่วยแต่ละราย จึงใช้แทนการตรวจของแพทย์ไม่ได้
สัญญาณอันตราย: ไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 ทันที
คำตอบสั้น: ถ้าบวมร่วมกับอาการต่อไปนี้ ไม่ควรรอถึงนัดฉายแสงครั้งถัดไป
อาการที่ห้ามรอ
- หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด เสียงแหบลงเร็ว หรือนอนราบไม่ได้
- กลืนน้ำลายหรือน้ำไม่ลง น้ำลายไหลเพราะกลืนไม่ได้
- หน้า คอ และแขนบวม พร้อมเส้นเลือดที่คอหรือหน้าอกโป่ง บวมมากขึ้นเวลานอนราบหรือก้มตัว ปวดศีรษะ ซึ่งอาจเป็นภาวะหลอดเลือดดำใหญ่อุดกั้น (SVC syndrome) จากก้อนในช่องอก
- ไข้ 38 องศาขึ้นไปหรือหนาวสั่น โดยเฉพาะถ้าได้เคมีบำบัดร่วม เพราะภูมิคุ้มกันอาจต่ำ
- ผิวแดง ร้อน ปวด และลามเร็ว หรือมีหนอง ซึ่งอาจเป็นการติดเชื้อของผิวหนัง
- ตาปวดมาก ตาโปน มองเห็นภาพซ้อนหรือมัวลง
- ปาก ลิ้น หรือคอบวมเร็วพร้อมผื่นลมพิษ หลังได้ยาหรือยาฉีดชนิดใหม่
1. ทำไมหน้าและตาบวมเมื่อฉายแสงถึงครั้งที่ 20
คำตอบสั้น: รังสีทำให้ เนื้อเยื่ออักเสบและมีน้ำซึมออกจากหลอดเลือดฝอย ขณะเดียวกัน ท่อน้ำเหลืองในบริเวณที่ฉายระบายน้ำได้ช้าลง น้ำจึงค้างอยู่ที่ใบหน้า โดยเฉพาะผิวรอบตาที่หลวมและบวมง่าย
ครั้งที่ 20 ไม่ใช่จุดที่รังสีสะสมมากที่สุดเสมอไป
ตามแนวทางของ ILROG สำหรับมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด non-Hodgkin (2014)
การฉายแสงหลังเคมีบำบัดมักใช้ราว 30–36 Gy และในมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด Hodgkin มักใช้ราว 20–30 Gy โดยฉายครั้งละ 1.8–2 Gy
ดังนั้นครั้งที่ 20 จึงมักอยู่ใกล้ท้ายคอร์สหรือครบคอร์สแล้ว ยกเว้นบางชนิดที่อยู่นอกต่อมน้ำเหลือง เช่น บริเวณโพรงจมูก ที่
แนวทาง ILROG สำหรับมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอกต่อม (2015)
อาจใช้ปริมาณสูงกว่านั้น ผลข้างเคียงเฉียบพลันมักเริ่มเห็นในสัปดาห์ที่ 2–3 และมักชัดที่สุดช่วงท้ายคอร์สถึง 1–2 สัปดาห์หลังฉายครบ จึงอาจบวมต่อเนื่องอีกระยะหนึ่งหลังฉายครั้งสุดท้าย
ทำไมตาบวมมากที่สุดตอนตื่นนอน
ตอนนอนราบ น้ำในเนื้อเยื่อไม่ได้ไหลลงตามแรงโน้มถ่วง และผิวหนังรอบตาเป็นเนื้อเยื่อหลวมที่เก็บน้ำได้ง่าย จึงมักบวมมากที่สุดหลังตื่นนอน แล้วค่อยๆ ลดลงในตอนบ่ายหลังลุกนั่งหรือเดิน
บทความทบทวนเรื่องบวมน้ำเหลืองและพังผืดหลังรักษามะเร็งศีรษะลำคอ (2019)
อธิบายว่าบวมน้ำเหลืองเกิดเมื่อระบบน้ำเหลืองขนน้ำกลับสู่ระบบไหลเวียนไม่ทัน และถ้าเป็นนานอาจกลายเป็นพังผืดที่ทำให้ผิวแข็งตึง
หน้าบวมไม่ได้มาจากรังสีเสมอไป
ในผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หน้าบวมมีหลายสาเหตุที่ต้องแยกออกจากกัน โดยเฉพาะ
ภาวะหลอดเลือดดำใหญ่อุดกั้น (SVC syndrome)
ซึ่งมะเร็งปอดและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นสาเหตุจากมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด
สาเหตุที่ทำให้หน้าบวมระหว่างรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง เบาะแส และสิ่งที่ควรทำ (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)
| สาเหตุ | เบาะแสที่พบ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| การอักเสบและบวมน้ำเหลืองจากรังสี | บวมนิ่ม กดบุ๋ม อยู่ในบริเวณที่ฉาย บวมมากตอนเช้า มักมีผิวแดงคล้ำร่วม | แจ้งทีมรังสีในวันนั้น นอนศีรษะสูง ดูแลผิวตามคำแนะนำ |
| หลอดเลือดดำใหญ่อุดกั้น (SVC) | หน้า คอ และแขนบวม เส้นเลือดที่คอหรือหน้าอกโป่ง หอบ บวมมากขึ้นเวลานอนราบหรือก้ม | ไปห้องฉุกเฉินทันที |
| การติดเชื้อของผิวหนังหรือรอบตา | แดง ร้อน ปวด ลามเร็ว มีไข้ ตาปวดหรือมองเห็นผิดปกติ | ไปโรงพยาบาลวันนั้น อาจต้องได้ยาฆ่าเชื้อ |
| แพ้ยาหรือแองจิโออีดีมา | ปากและเปลือกตาบวมเร็วภายในชั่วโมง มีลมพิษ คัน หลังได้ยาใหม่ | ไปห้องฉุกเฉินถ้ามีปากลิ้นบวมหรือหายใจลำบาก |
| ผลจากยาสเตียรอยด์ในสูตรเคมีบำบัด | หน้ากลม แก้มป่อง ทั้งสองข้างเท่ากัน ไม่แดง ไม่ปวด | แจ้งแพทย์ ห้ามหยุดยาเอง |
| ตัวก้อนมะเร็งเองหรือโปรตีนในเลือดต่ำ | ก้อนที่คอโตขึ้น หรือบวมทั้งตัว ขาบวม กินได้น้อยมาก | แจ้งแพทย์ อาจต้องตรวจเลือดหรือภาพถ่ายเพิ่ม |
2. บวมน้ำเหลืองบริเวณศีรษะลำคอ: หายเองได้ไหม
คำตอบสั้น: บวมจากการอักเสบเฉียบพลัน มักค่อยๆ ยุบภายในหลายสัปดาห์หลังฉายครบ แต่บางคนเกิด บวมน้ำเหลืองระยะยาว ซึ่งรักษาได้ด้วยการบำบัดเฉพาะทาง ไม่ใช่ต้องทนรอให้หายเองเสมอไป
ข้อมูลจากงานวิจัย
งานวิจัยผู้ป่วยมะเร็งศีรษะลำคอ 81 คน (2012)
พบบวมน้ำเหลืองหลังรักษาครบ 3 เดือนขึ้นไปถึง 75.3% ทั้งภายนอก (ใบหน้า คาง คอ) และภายใน (ในลำคอ)
การติดตามผู้ป่วย 100 คนนาน 18 เดือน (2016)
พบบวมน้ำเหลืองภายนอกในระยะหลัง 81.9–90.1% มากกว่า 90% มีบวมน้ำเหลืองรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และราว 47% มีพังผืดระดับปานกลางถึงรุนแรง
ข้อควรรู้: ข้อมูลเหล่านี้มาจากผู้ป่วยมะเร็งศีรษะลำคอชนิดอื่นที่มักได้ทั้งผ่าตัด เคมีบำบัด และรังสีปริมาณสูงกว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองมาก มะเร็งต่อมน้ำเหลืองใช้ปริมาณรังสีต่ำกว่าและบริเวณฉายเล็กกว่า จึงคาดว่าบวมระยะยาวน่าจะพบน้อยกว่า แต่ยังไม่มีตัวเลขเฉพาะที่ชัดเจน
รักษาบวมน้ำเหลืองได้อย่างไร
ข้อมูลผู้ป่วย 1,202 คนจาก MD Anderson (2015)
พบว่า 62% เป็นบวมนิ่มกดบุ๋มที่ยังกลับคืนได้ และในผู้ที่ได้รับการบำบัดบวมน้ำเหลืองแบบครบวงจร (complete decongestive therapy) 733 คน มี 60% ดีขึ้น โดยการทำต่อเนื่องตามโปรแกรมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด
การบำบัดนี้ประกอบด้วยการนวดระบายน้ำเหลืองโดยนักกายภาพที่ผ่านการฝึก ผ้ายืดหรืออุปกรณ์กดรัดเฉพาะบริเวณใบหน้าและคอ การออกกำลังคอและขากรรไกร และการดูแลผิว ซึ่งมักเริ่มหลังผิวที่ฉายแสงหายดีแล้ว
ถ้ายังบวมเกิน 4–6 สัปดาห์หลังฉายครบ หรือผิวเริ่มแข็งตึง ควรขอให้แพทย์ส่งต่อนักกายภาพด้านบวมน้ำเหลือง
อาการระหว่างฉายแสงของคุณ รุนแรงแค่ไหน และเมื่อไรต้องไม่รอ?
วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา — แบบประเมินช่วยให้เห็นว่าอาการบวม ไข้ กลืนลำบาก หายใจลำบาก หรืออาการอื่นระหว่างรักษามะเร็ง ใกล้กับสัญญาณเตือนแค่ไหน อยู่ระดับความเร่งด่วนใด และเมื่อไรควรติดต่อทีมรักษาโดยเร็ว ใช้ควบคู่กับสัญญาณอันตรายด้านบน ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค
3. ดูแลตัวเองอย่างไรระหว่างยังฉายแสงอยู่
คำตอบสั้น: แจ้งทีมรังสีทุกครั้งที่บวมมากขึ้น นอนศีรษะสูง ดูแลผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ประคบหรือนวดเองบนผิวที่ฉาย และ กินดื่มให้พอ
แจ้งทีมรังสีรักษาในวันนั้น
บวมจนตาปิดเป็นอาการที่ควรบอกแพทย์หรือพยาบาลรังสีรักษาก่อนฉายครั้งถัดไป ถ้าไม่มีนัดในวันนั้นให้โทรแจ้งหน่วยรังสี แพทย์จะตรวจว่าเป็นบวมจากรังสีหรือมีสาเหตุอื่น และพิจารณาว่าต้องใช้ยาหรือไม่
บางรายแพทย์อาจให้สเตียรอยด์ชนิดกินระยะสั้น (corticosteroid) เช่น dexamethasone เมื่อบวมมากหรือบวมใกล้ทางเดินหายใจ แต่ไม่ได้ให้กับทุกคน เพราะมีผลต่อน้ำตาลในเลือด การนอน และการติดเชื้อ
นอนหนุนศีรษะสูงราว 30–45 องศา
ใช้หมอนหลายใบหรือหมอนลิ่มหนุนทั้งศีรษะและหลังส่วนบน ไม่ใช่หนุนเฉพาะคอจนก้มคาง วิธีนี้เสี่ยงต่ำและอาจช่วยให้น้ำระบายลงตามแรงโน้มถ่วง แม้ยังไม่มีงานวิจัยเปรียบเทียบโดยตรงในผู้ป่วยฉายแสง
ดูแลผิวบริเวณที่ฉายตามแนวทาง MASCC
แนวทาง MASCC เรื่องผิวอักเสบจากรังสี (2023)
ได้จากความเห็นร่วมของผู้เชี่ยวชาญ 42 คน แนะนำครีมสเตียรอยด์ชนิดทา เช่น mometasone หรือ betamethasone เพื่อป้องกันผิวอักเสบ ซึ่งควรใช้เมื่อทีมรังสีสั่งเท่านั้น
ในชีวิตประจำวัน ล้างหน้าเบาๆ ด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนได้ ซับให้แห้ง ไม่ถู ไม่ใช้น้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือครีมสมุนไพร ใช้ที่โกนหนวดไฟฟ้าแทนใบมีด และเลี่ยงแดด
ถ้าตาบวมจนเปิดลำบาก
เช็ดขี้ตาเบาๆ ด้วยผ้าก๊อซสะอาดชุบน้ำเกลือ จากหัวตาไปหางตา ไม่ขยี้ตา งดคอนแทกต์เลนส์ และถามทีมเรื่องน้ำตาเทียมถ้าตาแห้งหรือเคือง ระวังการเดินหรือขึ้นลงบันไดเพราะมองเห็นได้น้อยลง
อาหารและน้ำ
เลี่ยงอาหารเค็มจัดได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าการงดเค็มทำให้บวมจากรังสียุบเร็วขึ้น และไม่ควรลดน้ำดื่มเอง เพราะการฉายแสงบริเวณศีรษะลำคอมักทำให้เจ็บปากเจ็บคอ กินได้น้อย และขาดน้ำได้ง่าย ควรจิบน้ำบ่อยๆ กินโปรตีนให้พอ และแจ้งทีมถ้ากลืนเจ็บจนกินไม่ได้
ไม่ควรประคบร้อน ประคบเย็นจัด หรือนวดเองบนผิวบริเวณที่ฉายระหว่างยังฉายแสง เพราะผิวบางและรับรู้อุณหภูมิได้ไม่ดี ถ้าต้องการประคบให้ถามทีมรังสีก่อน
เปรียบเทียบวิธีดูแลอาการหน้าบวมจากการฉายแสง ใช้ชื่อสามัญหรือกลุ่มยาเท่านั้น (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)
| วิธีดูแล | เหมาะกับใคร | หลักฐาน | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| แจ้งทีมรังสีรักษาเพื่อตรวจ | ทุกคนที่บวมมากขึ้นหรือบวมจนตาปิด | จำเป็นเพื่อแยกสาเหตุอื่น เช่น SVC หรือการติดเชื้อ | ถ้ามีสัญญาณอันตรายให้ไปห้องฉุกเฉิน ไม่ต้องรอนัด |
| นอนศีรษะสูง 30–45 องศา | บวมมากตอนตื่นนอน | หลักการทางสรีรวิทยา หลักฐานโดยตรงจำกัด | หนุนทั้งหลังส่วนบน ไม่หนุนเฉพาะคอ |
| สเตียรอยด์ชนิดกินระยะสั้น (dexamethasone) | บวมมาก หรือบวมใกล้ทางเดินหายใจ ตามที่แพทย์ประเมิน | ใช้ในเวชปฏิบัติเป็นรายกรณี | น้ำตาลในเลือดสูง นอนไม่หลับ ติดเชื้อง่าย ห้ามซื้อกินเอง |
| ครีมสเตียรอยด์ชนิดทา (mometasone, betamethasone) | ป้องกันหรือรักษาผิวอักเสบจากรังสี | แนะนำในแนวทาง MASCC 2023 | ใช้ตามที่ทีมรังสีสั่ง ไม่ทาบนแผลเปิดหรือรอบตาเอง |
| บำบัดบวมน้ำเหลืองแบบครบวงจรโดยนักกายภาพ | ยังบวมหลังฉายครบหลายสัปดาห์ หรือผิวเริ่มแข็ง | 60% ดีขึ้นในผู้ป่วย 733 คน | เริ่มหลังผิวหายดี ต้องทำต่อเนื่อง |
| ยาขับปัสสาวะ | เฉพาะเมื่อแพทย์พบภาวะน้ำเกินจากหัวใจ ไต หรือสาเหตุอื่น | ไม่ใช่ยารักษาบวมน้ำเหลือง | ขาดน้ำและเกลือแร่ผิดปกติ ห้ามกินเอง |
| ประคบ นวด หรือทาสมุนไพรเองบนผิวที่ฉาย | ไม่แนะนำระหว่างฉายแสง | ไม่มีหลักฐานว่าช่วย | ผิวถลอก อักเสบ หรือติดเชื้อ |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คำถามที่ผู้ป่วยและผู้ดูแลมักถามเรื่องหน้าบวมตาบวมระหว่างฉายแสง
ทำไมฉายแสงมะเร็งต่อมน้ำเหลืองถึงครั้งที่ 20 แล้วหน้ากับตาบวมมาก?
เมื่อฉายแสงบริเวณต่อมน้ำเหลืองที่คอหรือใบหน้า รังสีทำให้เนื้อเยื่อและหลอดเลือดฝอยอักเสบจนมีน้ำซึมออกมา และทำให้ท่อน้ำเหลืองระบายน้ำจากใบหน้าได้ช้าลง ผิวรอบตาหลวมจึงบวมง่ายที่สุด โดยเฉพาะตอนตื่นนอน ผลข้างเคียงเฉียบพลันมักเริ่มเห็นในสัปดาห์ที่ 2 ถึง 3 และมักชัดที่สุดช่วงท้ายคอร์สถึง 1 ถึง 2 สัปดาห์หลังฉายครบ ซึ่งในมะเร็งต่อมน้ำเหลืองหลายชนิด ครั้งที่ 20 มักอยู่ใกล้ท้ายคอร์สแล้ว
หน้าบวมตาบวมจากการฉายแสง จะหายไหม ใช้เวลานานเท่าไร?
บวมจากการอักเสบเฉียบพลันมักค่อยๆ ยุบภายในหลายสัปดาห์หลังฉายครบ แต่บางคนเกิดบวมน้ำเหลืองระยะยาวได้ งานวิจัยผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอ 81 คนพบบวมน้ำเหลืองหลังรักษาครบ 3 เดือนขึ้นไปถึง 75.3% แม้ข้อมูลนี้มาจากผู้ที่ได้รังสีปริมาณสูงกว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลือง ถ้ายังบวมเกิน 4 ถึง 6 สัปดาห์หลังฉายครบหรือเริ่มแข็ง ควรขอส่งต่อนักกายภาพด้านบวมน้ำเหลือง เพราะการรักษาช่วยให้ดีขึ้นได้ราว 60%
หน้าบวมแบบไหนที่ไม่ใช่แค่ผลข้างเคียงจากรังสี และต้องไปโรงพยาบาลทันที?
หายใจลำบาก หายใจมีเสียง กลืนน้ำลายไม่ได้ หน้าและคอบวมพร้อมเส้นเลือดที่คอหรือหน้าอกโป่ง บวมมากขึ้นเวลานอนราบหรือก้มตัว ซึ่งอาจเป็นภาวะหลอดเลือดดำใหญ่อุดกั้นจากก้อนในช่องอก มีไข้ 38 องศาขึ้นไปโดยเฉพาะถ้าได้เคมีบำบัดร่วม ผิวแดงร้อนปวดลามเร็ว ตาปวด มองเห็นผิดปกติ หรือปากลิ้นบวมพร้อมผื่นหลังได้ยา อาการเหล่านี้ต้องไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 ไม่ควรรอถึงนัดฉายแสงครั้งถัดไป
ควรนอนท่าไหน และดูแลผิวหน้าอย่างไรระหว่างบวม?
นอนหนุนศีรษะและลำตัวส่วนบนให้สูงราว 30 ถึง 45 องศาด้วยหมอนหลายใบหรือหมอนลิ่ม ซึ่งเสี่ยงต่ำและอาจช่วยให้น้ำระบายลงได้ แม้หลักฐานโดยตรงยังจำกัด ล้างหน้าเบาๆ ด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนได้ ซับให้แห้ง ไม่ถู ไม่ใช้น้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ เลี่ยงแดด และใช้ครีมสเตียรอยด์ทาเฉพาะเมื่อทีมรังสีสั่ง ถ้าตาเปิดลำบาก เช็ดขี้ตาด้วยผ้าก๊อซชุบน้ำเกลือ งดคอนแทกต์เลนส์ และถามทีมเรื่องน้ำตาเทียม
ประคบเย็น ประคบร้อน หรือนวดหน้าเองได้ไหม?
ระหว่างยังฉายแสงไม่ควรทำเองบนผิวบริเวณที่ฉาย เพราะผิวบางและรับรู้อุณหภูมิได้ไม่ดี ความร้อนหรือความเย็นจัดและการถูอาจทำให้ผิวถลอกหรืออักเสบมากขึ้น ถ้าต้องการประคบให้ถามทีมรังสีก่อน หลังผิวหายดีแล้ว การนวดระบายน้ำเหลืองโดยนักกายภาพที่ผ่านการฝึกเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาบวมน้ำเหลืองที่มีหลักฐานรองรับ ซึ่งต่างจากการนวดเองทั่วไป
หมอจะให้ยาสเตียรอยด์หรือยาขับปัสสาวะเพื่อลดบวมไหม?
ขึ้นกับการประเมินของแพทย์เจ้าของไข้ บางรายแพทย์อาจพิจารณาสเตียรอยด์ชนิดกินระยะสั้น เช่น dexamethasone เมื่อบวมมากหรือบวมใกล้ทางเดินหายใจ แต่ไม่ได้ให้กับทุกคน เพราะมีผลต่อน้ำตาลในเลือด การนอน และการติดเชื้อ ส่วนยาขับปัสสาวะไม่ใช่ยารักษาบวมน้ำเหลือง ใช้เมื่อแพทย์พบภาวะน้ำเกินจากสาเหตุอื่น ห้ามซื้อยาทั้งสองกลุ่มมากินเอง และถ้ากำลังกินสเตียรอยด์จากสูตรเคมีบำบัดอยู่ หน้ากลมบวมก็อาจมาจากยาได้
ควรงดเค็มหรือลดน้ำดื่มเพื่อให้ยุบเร็วขึ้นไหม?
เลี่ยงอาหารเค็มจัดได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าการงดเค็มทำให้บวมจากรังสียุบเร็วขึ้น และไม่ควรลดน้ำดื่มเอง เพราะระหว่างฉายแสงบริเวณศีรษะลำคอมักเจ็บปากเจ็บคอ กินได้น้อย และขาดน้ำได้ง่าย ควรจิบน้ำบ่อยๆ กินโปรตีนให้พอ และแจ้งทีมถ้ากลืนเจ็บจนกินไม่ได้ เว้นแต่แพทย์จำกัดน้ำเพราะโรคหัวใจหรือโรคไต
ถ้าบวมมาก ต้องหยุดฉายแสงไหม?
การตัดสินใจพักหรือปรับแผนฉายแสงเป็นของแพทย์รังสีรักษา ไม่ควรหยุดไปเองหรือขาดนัด เพราะการฉายไม่ต่อเนื่องอาจลดผลการรักษา ส่วนใหญ่แพทย์จะดูแลอาการควบคู่ไปกับการฉายต่อจนครบ แต่ถ้ามีสัญญาณอันตราย เช่น หายใจลำบากหรือกลืนไม่ได้ แพทย์อาจพักการฉายเพื่อรักษาอาการก่อน จึงควรบอกอาการทั้งหมดอย่างละเอียดทุกครั้งที่ไปฉาย
กลไกทางวิทยาศาสตร์โดยสรุป
สรุปโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์:
รังสีทำลาย DNA ของเซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว ทั้งเซลล์มะเร็งและเซลล์ผิวหนัง เยื่อบุ และผนังหลอดเลือดฝอย เซลล์ที่บาดเจ็บหลั่งสารก่อการอักเสบ เช่น IL-1, IL-6 และ TNF-alpha ทำให้หลอดเลือดฝอยขยายและรั่ว น้ำและโปรตีนจึงซึมออกสู่เนื้อเยื่อ
ในขณะเดียวกัน ต่อมน้ำเหลืองและท่อน้ำเหลืองเล็กๆ ในบริเวณที่ฉายทำงานลดลง น้ำที่ซึมออกมาจึงถูกขนกลับได้ช้า เกิดเป็นบวมน้ำเหลือง ใบหน้าเป็นบริเวณที่น้ำเหลืองต้องไหลผ่านต่อมน้ำเหลืองที่คอก่อนกลับเข้าสู่หลอดเลือดดำ เมื่อคอถูกฉาย ใบหน้าจึงบวมได้แม้ไม่ได้อยู่ในบริเวณฉายโดยตรง
ผลข้างเคียงเฉียบพลันมักชัดที่สุดช่วงท้ายคอร์สเพราะเซลล์ที่ถูกทำลายต้องใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์กว่าจะหลุดลอกและสร้างใหม่ ถ้าการอักเสบคงอยู่นาน TGF-beta จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้เนื้อเยื่อเปลี่ยนเป็นพังผืดที่แข็งตึง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ควรเริ่มบำบัดบวมน้ำเหลืองตั้งแต่เนิ่นๆ หากยังบวมหลังฉายครบ
E-E-A-T และการอ้างอิงทางวิชาการ
- Illidge T, et al. Modern radiation therapy for nodal non-Hodgkin lymphoma: target definition and dose guidelines from the International Lymphoma Radiation Oncology Group. Int J Radiat Oncol Biol Phys 2014.
- Yahalom J, et al. Modern radiation therapy for extranodal lymphomas: field and dose guidelines from the International Lymphoma Radiation Oncology Group. Int J Radiat Oncol Biol Phys 2015.
- Deng J, et al. Prevalence of secondary lymphedema in patients with head and neck cancer. J Pain Symptom Manage 2012.
- Ridner SH, et al. A prospective study of the lymphedema and fibrosis continuum in patients with head and neck cancer. Lymphat Res Biol 2016.
- Deng J, et al. Late soft tissue complications of head and neck cancer therapy: lymphedema and fibrosis. J Natl Cancer Inst Monogr 2019.
- Smith BG, et al. Lymphedema outcomes in patients with head and neck cancer. Otolaryngol Head Neck Surg 2015.
- Wilson LD, et al. Superior vena cava syndrome with malignant causes. N Engl J Med 2007.
- Behroozian T, et al. MASCC clinical practice guidelines for the prevention and management of acute radiation dermatitis: international Delphi consensus-based recommendations. Lancet Oncol 2023.
เรียบเรียงและตรวจทานโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์ · ใช้ชื่อสามัญและกลุ่มยาเท่านั้น ไม่ระบุชื่อการค้าของยาหรือผลิตภัณฑ์
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาจากงานวิจัยและแนวทางสากล ไม่ใช่การวินิจฉัย ไม่ใช่คำสั่งการรักษา และไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำของแพทย์รังสีรักษา แพทย์โลหิตวิทยา หรือพยาบาลที่ดูแลคุณ ปริมาณรังสี ตำแหน่งที่ฉาย และผลข้างเคียงแตกต่างกันในแต่ละคน ห้ามเริ่มหรือหยุดยาสเตียรอยด์ ยาขับปัสสาวะ หรือหยุดฉายแสงเอง หากหายใจลำบาก กลืนไม่ได้ มีไข้ หน้าและคอบวมพร้อมเส้นเลือดโป่ง หรือตาปวดมองเห็นผิดปกติ ให้ไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 ทันที