หมวดหมู่: เวชศาสตร์มะเร็งวิทยา — มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) รังสีรักษา และการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care)
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะ 3 หลังคีโม 5 รอบและฉายแสง 33 ครั้ง: หมอเคมีบอกก้อนหาย หมอรังสีบอกไม่ยุบ แม่ขอหยุดฉายแสง — ดูแลแบบประคับประคองอย่างไร และอาการที่ต้องเฝ้าระวัง
AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)
ก้อนหายกับก้อนไม่ยุบมักพูดถึงคนละการตรวจ: CT วัดขนาด ส่วน PET-CT วัดว่าเนื้อที่เหลือยังมีเซลล์มะเร็งทำงานไหม (Deauville 1–3 = ตอบสนองสมบูรณ์)
ก้อนที่เหลือมักเป็นพังผืดแต่ไม่เสมอไป ต้องยืนยันด้วย PET ที่ 8–12 สัปดาห์หลังฉายแสง — หยุดฉายแสงไม่ใช่ระยะสุดท้าย ดูแลประคับประคองควบคู่ได้
(Cheson 2014)
หน้านี้เน้นเรื่องอะไร และอ่านคู่กับหน้าไหน
- หน้านี้เน้นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 3 หลังคีโมและฉายแสง: ทำไมผลตรวจสองหมอขัดกัน สิทธิหยุดฉายแสงและคำถามที่ต้องถามก่อน ไทม์ไลน์ผลข้างเคียงหลังฉายครั้งสุดท้าย และการดูแลแบบประคับประคองที่บ้าน
- ผิวคล้ำ ไหม้ และการฟื้นฟูผิวหลังฉายแสงแบบละเอียด → ดูแลรอยดำไหม้และฟื้นฟูผิวหลังฉายแสง
- การวางแผนการรักษาล่วงหน้า หนังสือแสดงเจตนามาตรา 12 และความรู้สึกผิดของผู้ดูแล → เลือกไม่ยื้อไม่ได้แปลว่าไม่รัก: Palliative Care และ Living Will
- ไข้หลังคีโมและภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ → ไข้หลังคีโม (Febrile Neutropenia): คู่มือผู้ดูแล
สถานการณ์ที่พบบ่อย: “หมอเคมีบอกก้อนหาย หมอรังสีบอกไม่ยุบ แม่บอกพอแล้ว”
คำตอบตรง: คำพูดของสองหมออาจไม่ได้ขัดกันจริง — มักอ้างอิงการตรวจคนละชนิดหรือคนละช่วงเวลา และการที่แม่ขอหยุดฉายแสงไม่ได้แปลว่าเข้าสู่ระยะสุดท้าย
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 3 ที่ตอบสนองดีต่อคีโมยังมีโอกาสโรคสงบระยะยาวได้ สิ่งที่ครอบครัวทำได้ตอนนี้คือ (1) ขอให้ทีมสรุปผล PET-CT ให้ชัด (2) ถามว่าฉายแสงไปแล้วกี่ครั้งจากที่วางแผนไว้ (3) ดูแลอาการทุกข์ทรมานจากรังสีให้ดีที่สุด และ (4) รู้ว่าอาการแบบไหนต้องรีบกลับโรงพยาบาล
สัญญาณอันตราย (Red flags) — ไปโรงพยาบาลหรือโทรหาทีมรักษาทันที
คำตอบตรง: หลังคีโมและฉายแสง อาการส่วนใหญ่ค่อย ๆ ดีขึ้นเอง แต่ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งด้านล่าง ห้ามรอถึงนัดหน้า เพราะอาจเป็นการติดเชื้อ ขาดน้ำ ปอดอักเสบ หรือผลข้างเคียงจากยาที่ต้องแก้ไขเร็ว
- ไข้ ≥38.0°C หรือหนาวสั่น — โดยเฉพาะภายในไม่กี่สัปดาห์หลังคีโม หรือเมื่อทีมเคยบอกว่าเม็ดเลือดขาวต่ำ
- ดื่มน้ำหรือกลืนของเหลวไม่ได้ ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้มมาก ปากแห้ง เวียนหัวเวลาลุกยืน — สัญญาณขาดน้ำ
- หายใจเหนื่อย หอบ หรือเจ็บหน้าอก ไอมากขึ้นร่วมกับไข้ — โดยเฉพาะหลังฉายแสงบริเวณทรวงอก
- เลือดออก จากปาก เหงือก อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำหรือมีเลือด หรือมีจ้ำเลือดตามตัว
- ปวดรุนแรงที่ยาเดิมคุมไม่อยู่ จนกิน นอน หรือขยับตัวไม่ได้
- สับสน ซึม ปลุกยาก หรือหายใจช้าผิดปกติ หลังได้ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์
- ก้อนหรือต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นใหม่ เหงื่อออกมากตอนกลางคืน น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ — อาจเป็นสัญญาณโรคกลับมา ควรนัดพบแพทย์เร็วขึ้น
- แผลที่ผิวติดเชื้อ: มีหนอง กลิ่นเหม็น แดงร้อนลามออกนอกบริเวณที่ฉายแสง
1. ทำไม “หมอเคมีบอกก้อนหาย” แต่ “หมอรังสีบอกก้อนไม่ยุบ”
คำตอบตรง: CT วัดขนาด ส่วน PET-CT วัดการทำงานของเซลล์ — ตามเกณฑ์ Lugano การตอบสนองของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองส่วนใหญ่ประเมินด้วย PET-CT และถ้าได้คะแนน Deauville 1–3 ถือว่าตอบสนองสมบูรณ์ทางเมตาบอลิกแม้ยังเห็นก้อนเหลือใน CT
ก้อนที่เหลือจึงมักเป็นพังผืดหรือเนื้อตาย แต่ไม่เสมอไป ต้องให้ PET-CT ในเวลาที่เหมาะสมเป็นตัวตัดสิน
(Cheson BD, J Clin Oncol 2014 — Lugano;
Barrington SF, J Clin Oncol 2014)
ก้อนที่เหลือหลังรักษา (residual mass) พบบ่อย
- ก้อนมะเร็งต่อมน้ำเหลืองประกอบด้วยเซลล์มะเร็งปนกับเนื้อเยื่อพยุงและพังผืด เมื่อคีโมฆ่าเซลล์มะเร็งแล้ว โครงพังผืดยังคงอยู่ และยุบช้า — พบบ่อยเป็นพิเศษในก้อนใหญ่ตั้งแต่แรก (bulky disease)
- งานทบทวนในมะเร็งฮอดจ์กิน: PET หลังคีโมที่ผลลบมีค่าทำนายผลลบราว 86–94% แต่ PET ที่ผลบวกมีค่าทำนายผลบวกเพียงราว 25–40% — คือ PET บวกไม่ได้แปลว่ามะเร็งยังอยู่เสมอ
(Gallamini A, Cancers 2021) - ในผู้ป่วย non-Hodgkin 93 ราย: PET ปกติหลังคีโม 67 ราย กลับเป็นซ้ำเพียง 11 ราย ขณะที่ PET ยังผิดปกติ 26 ราย กลับเป็นซ้ำทั้งหมด
(Spaepen K, J Clin Oncol 2001) — PET จึงสำคัญกว่าขนาดก้อน
คะแนน Deauville 5 ระดับ: อ่านผล PET-CT อย่างไร
คะแนน 1–3 = ตอบสนองสมบูรณ์ทางเมตาบอลิก (complete metabolic response) แม้ยังมีก้อนเหลือ · คะแนน 4–5 = อาจยังมีโรค ต้องแปลผลร่วมกับขนาดก้อน เวลาที่ตรวจ และบางครั้งต้องตัดชิ้นเนื้อยืนยัน
ตรวจ PET-CT เร็วเกินไป = เสี่ยงผลบวกลวง
- หลังคีโม: เว้นอย่างน้อยราว 3 สัปดาห์ และดีที่สุด 6–8 สัปดาห์
- หลังฉายแสง: ราว 8–12 สัปดาห์หลังครั้งสุดท้าย เพราะการอักเสบจากรังสีทำให้เนื้อเยื่อดูดสาร FDG ได้เหมือนมะเร็ง
(Juweid ME, J Clin Oncol 2007) - ถ้าหมอรังสีประเมินจาก CT ระหว่างฉายหรือเพิ่งจบ อาจยังเห็นก้อนขนาดเดิม — ไม่ได้แปลว่าการรักษาล้มเหลว
ชนิดย่อยของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองสำคัญมาก
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองมีหลายชนิด เช่น ฮอดจ์กิน (Hodgkin), DLBCL หรือ NK/T-cell ชนิดโพรงจมูก บทบาทและขนาดของรังสีต่างกันมาก
การฉายแสงเสริมหลังคีโมในหลายชนิดมักใช้ขนาดรวมราว 30–36 Gy ในไม่กี่สัปดาห์
(Illidge T, ILROG 2014)
ส่วนการฉาย 33 ครั้งเป็นคอร์สที่ยาวกว่า ซึ่งบางชนิด เช่น NK/T-cell ใช้ขนาดรวมราว 50 Gy ขึ้นไป
(Qi SN, ILROG 2021)
— ข้อนี้ไม่ใช่การเดาชนิดโรค แต่เป็นเหตุผลให้ถามทีมว่าแม่เป็นชนิดใด และเป้าหมายของรังสีในแผนนี้คืออะไร
คำถามที่ควรถามทีมทั้งสอง (ขอให้คุยกันเองหรือนัดพร้อมกัน)
- แม่เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดใด และระยะที่ 3 หมายถึงกระจายบริเวณใดบ้าง?
- คำว่า “ก้อนหาย” กับ “ไม่ยุบ” อ้างอิงผลตรวจชนิดใด (CT, PET-CT, ตรวจร่างกาย) และตรวจวันที่เท่าไร?
- PET-CT ล่าสุดได้คะแนน Deauville เท่าไร และถือว่าตอบสนองสมบูรณ์หรือยัง?
- ควรตรวจ PET-CT ครั้งต่อไปเมื่อไร ถ้าหยุดฉายแสงวันนี้?
- ถ้าก้อนยังดูดสาร จำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อยืนยันก่อนเปลี่ยนการรักษาไหม?
2. แม่ขอ “พอแล้ว” — หยุดฉายแสงได้ไหม และควรถามอะไรก่อน
คำตอบตรง: ได้ — ผู้ป่วยที่ตัดสินใจได้เองมีสิทธิปฏิเสธหรือหยุดการรักษา และครอบครัวควรเคารพ แต่ก่อนหยุดถาวร ควรถามทีมรังสีรักษาว่าวางแผนไว้กี่ครั้ง เหลืออีกกี่ครั้ง
ถ้าฉายไปใกล้ครบแล้ว ขนาดรังสีส่วนใหญ่ได้รับไปแล้ว และการหยุดฉายแสงไม่ได้แปลว่าระยะสุดท้าย
เคารพการตัดสินใจ โดยให้ข้อมูลครบ
- ถามแม่ว่า “ทรมานตรงไหนมากที่สุด” — ปวด กลืนไม่ได้ แผลในปาก เพลีย หรือการเดินทาง หลายอย่างแก้ได้ด้วยยาและการดูแล จนแม่อาจเปลี่ยนใจหรือไม่ก็ได้
- หลีกเลี่ยงการกดดันด้วยความรู้สึกผิด การตัดสินใจที่ดีคือการตัดสินใจที่แม่เข้าใจข้อมูลครบและสอดคล้องกับคุณค่าของแม่
- การตัดสินใจเปลี่ยนได้เสมอ — ถ้าอาการดีขึ้นแล้วอยากกลับมารักษา ให้แจ้งทีม
คำถามสำคัญก่อนหยุดฉายแสงถาวร
- วางแผนไว้ทั้งหมดกี่ครั้ง และเหลืออีกกี่ครั้ง? ขนาดรวมที่ได้ไปแล้วเท่าไร?
- ถ้าพักสั้น ๆ ให้แผลในปากหรือผิวดีขึ้น แล้วกลับมาฉายส่วนที่เหลือได้ไหม? การพักนานเกินไปมีผลต่อการควบคุมโรคอย่างไร?
- ถ้าหยุดเลย ความเสี่ยงที่โรคจะกลับมาบริเวณนั้นเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด เมื่อเทียบกับผลตอบสนองต่อคีโมที่ได้แล้ว?
- ระหว่างนี้ ทีมช่วยคุมปวด แผลในปาก และการกลืนให้ดีขึ้นได้อย่างไร? ส่งปรึกษาทีมดูแลแบบประคับประคองได้ไหม?
- แผนติดตามหลังหยุดคืออะไร: นัดตรวจ PET-CT นัดเลือด และอาการที่ต้องกลับมาก่อนนัด?
หยุดฉายแสง ≠ ระยะสุดท้าย
ถ้าคีโมทำให้ PET-CT ตอบสนองสมบูรณ์แล้ว บทบาทของรังสีในบางแผนเป็นการ “เสริม” เพื่อลดโอกาสกลับเป็นซ้ำ ไม่ใช่การรักษาหลักเพียงอย่างเดียว
— ความหมายสำหรับแม่ต้องให้ทีมประเมินตามชนิดโรคและผล PET จริง
อาการของแม่หลังฉายแสงตอนนี้ ต้องรีบแจ้งทีมแค่ไหน?
วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา
ถ้ามีไข้ ≥38.0°C ดื่มน้ำไม่ได้ หายใจเหนื่อย เลือดออก หรือซึมสับสน ให้ไปโรงพยาบาลก่อน — ไม่ต้องทำแบบประเมินก่อน
คลิกทำแบบประเมินสัญญาณระหว่างการรักษามะเร็ง (ฟรี)
3. ทางเลือกหลังหยุดฉายแสง: เปรียบเทียบเป้าหมาย ความเหมาะสม และข้อแลกเปลี่ยน
คำตอบตรง: หลังหยุดฉายแสงมีทางเลือกมากกว่าสองทาง (ฉายต่อ หรือ “ปล่อย”) — ส่วนใหญ่คือติดตามด้วย PET-CT พร้อมดูแลอาการแบบประคับประคองควบคู่ และตัดสินใจขั้นต่อไปตามผล PET
(Cheson 2014)
ตารางเปรียบเทียบทางเลือกหลังหยุดฉายแสง: ฉายต่อหลังพัก ติดตาม PET-CT ดูแลประคับประคอง รักษาแนวที่สอง และ hospice
| ทางเลือก | เป้าหมาย | เหมาะกับใคร | สิ่งที่ต้องทำ | ข้อแลกเปลี่ยน |
|---|---|---|---|---|
| พักสั้น ๆ แล้วฉายส่วนที่เหลือจนครบ (ถ้าทีมเห็นด้วย) | ได้รับขนาดรังสีครบตามแผน เพื่อลดโอกาสโรคกลับมาบริเวณที่ฉาย | ยังเหลือหลายครั้ง ทีมเห็นว่าส่วนที่เหลือสำคัญ และผู้ป่วยยินดีหลังอาการดีขึ้น | คุมปวด แผลในปาก การกลืน และโภชนาการให้ดีก่อนกลับไปฉาย | การพักนานอาจลดผลของรังสี ผลข้างเคียงอาจกลับมาอีก ต้องให้ทีมกำหนดระยะพัก |
| หยุดฉายแสง + ติดตามด้วย PET-CT ตอนจบการรักษา | รู้สถานะโรคจริง โดยไม่เพิ่มผลข้างเคียง | ฉายไปมากแล้ว หรือทีมเห็นว่าขนาดที่ได้พอสมควร และผู้ป่วยไม่ต้องการฉายต่อ | PET-CT ราว 8–12 สัปดาห์หลังฉายครั้งสุดท้าย นัดตรวจเลือดและตรวจร่างกายตามแผน | ไม่มีผลข้างเคียงเพิ่ม แต่ถ้ายังมีโรคอาจต้องตัดสินใจเรื่องการรักษาใหม่ |
| ดูแลแบบประคับประคองควบคู่การติดตาม | คุมอาการ ลดความทุกข์ทรมาน และเพิ่มคุณภาพชีวิต | ทุกคนที่ยังมีอาการทุกข์ทรมาน ไม่ว่าอยู่ระยะใดของโรค | ขอส่งปรึกษาทีม palliative care คุมปวด ดูแลปากและผิว โภชนาการ ใจ และช่วยผู้ดูแล | ไม่ขัดกับการรักษาอื่น อาจต้องมีนัดเพิ่มหรือทีมเยี่ยมบ้าน |
| การรักษาแนวที่สอง (ถ้า PET พบโรคยังทำงาน) | ควบคุมโรคหรือทำให้โรคสงบอีกครั้ง | PET Deauville 4–5 ที่ยืนยันด้วยชิ้นเนื้อ ผู้ป่วยแข็งแรงพอและต้องการรักษา | ตัดชิ้นเนื้อยืนยัน เคมีบำบัดสูตรอื่น ± ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด หรือยาภูมิคุ้มกันบำบัด/ยามุ่งเป้าตามชนิดโรค | บางรายโรคสงบได้อีก แต่การรักษาหนักขึ้น ต้องชั่งน้ำหนักกับสภาพร่างกายและความต้องการของผู้ป่วย |
| Hospice / มุ่งความสบาย (ถ้าโรคลุกลามและผู้ป่วยไม่ต้องการรักษาต่อ) | สบายที่สุด อยู่ในที่ที่ผู้ป่วยต้องการ ตามคุณค่าของผู้ป่วย | โรคลุกลามแม้รักษาแล้ว และผู้ป่วยเลือกไม่รับการรักษาเพื่อควบคุมโรคอีก | วางแผนการรักษาล่วงหน้า หนังสือแสดงเจตนามาตรา 12 ดูแลที่บ้านหรือหน่วยประคับประคอง | ลดการรักษาที่เป็นภาระ แต่ไม่ได้มุ่งควบคุมโรค — เปลี่ยนใจได้เสมอ |
ตารางนี้สรุปหลักการทั่วไปจาก Lugano 2014 และ Temel 2010 — ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ทางเลือกที่เหมาะกับแม่ขึ้นกับชนิดโรค ผล PET และความต้องการของแม่
4. ไทม์ไลน์ผลข้างเคียงหลังฉายครั้งสุดท้าย: อะไรจะดีขึ้นเมื่อไร
คำตอบตรง: ผลข้างเคียงเฉียบพลัน เช่น แผลในปาก เจ็บคอ และผิวอักเสบ มักหนักที่สุดราว 1–2 สัปดาห์หลังฉายครั้งสุดท้าย แล้วค่อย ๆ หายใน 2–4 สัปดาห์ ความอ่อนเพลียอาจอยู่หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
อาการยังแย่ต่อหลังหยุดเพราะเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายยังอักเสบและซ่อมตัวต่อ — ไม่ได้มีรังสีค้างอยู่ในร่างกาย
(Elad S, MASCC/ISOO 2020;
Behroozian T, MASCC 2023)
ตารางผลข้างเคียงจากรังสี: เริ่ม หนักสุด ทุเลาเมื่อไร สิ่งที่ช่วยได้ และเมื่อไรต้องโทรหาทีม
| ผลข้างเคียง | เริ่ม / หนักสุด / ทุเลา | สิ่งที่ช่วยได้ | เมื่อไรต้องโทรหาทีม |
|---|---|---|---|
| ผิวหนังอักเสบจากรังสี (radiation dermatitis) | เริ่มราวสัปดาห์ที่ 2–3 ของการฉาย · หนักสุดราว 1–2 สัปดาห์หลังครั้งสุดท้าย · ทุเลาใน 2–4 สัปดาห์ (สีคล้ำอาจอยู่นานหลายเดือน) | ล้างด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อน ซับแห้ง ทามอยส์เจอไรเซอร์ไม่มีน้ำหอม ห้ามแกะ แผลเปียกใช้แผ่นปิดแผลตามทีม เลี่ยงแดด | มีหนอง กลิ่นเหม็น แดงร้อนลาม ไข้ แผลลึกหรือเลือดออก |
| เยื่อบุช่องปาก/คออักเสบ (mucositis) และกลืนเจ็บ | เริ่มสัปดาห์ที่ 2–3 (ถ้าฉายศีรษะและลำคอ) · หนักสุด 1–2 สัปดาห์หลังจบ · ทุเลาใน 2–4 สัปดาห์ | บ้วนน้ำเกลือผสมเบกกิ้งโซดาบ่อย ๆ น้ำยาบ้วนปาก benzydamine ยาชา lidocaine ชนิดหนืดก่อนมื้อตามทีม อาหารนุ่มเย็น อาหารสูตรครบถ้วนเสริม | ดื่มน้ำไม่ได้ ปัสสาวะน้อย น้ำหนักลดเร็ว ฝ้าขาวทั่วปาก ไข้ |
| หลอดอาหารอักเสบ (esophagitis) ถ้าฉายช่องอก | เริ่มสัปดาห์ที่ 2–3 · หนักสุดช่วงท้ายถึง 1–2 สัปดาห์หลังจบ · ทุเลาใน 2–4 สัปดาห์ | กินคำเล็ก อาหารนุ่มอุณหภูมิห้อง เลี่ยงเผ็ด เปรี้ยว แอลกอฮอล์ ยาชาเฉพาะที่หรือยาลดกรดตามทีม | กลืนไม่ลงเลย สำลักบ่อย เจ็บหน้าอกรุนแรง อาเจียนเป็นเลือด |
| อ่อนเพลีย (fatigue) | สะสมระหว่างฉาย · หนักสุดช่วงท้าย · ทุเลาในหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน | เดินเบา ๆ วันละ 10–15 นาที งีบสั้น จัดลำดับกิจกรรม ให้ทีมตรวจภาวะโลหิตจาง ไทรอยด์ และอารมณ์ซึมเศร้า | เพลียจนลุกไม่ไหว หน้ามืด ใจสั่น หอบเหนื่อย |
| คลื่นไส้ (ถ้าฉายช่องท้องส่วนบน) | เกิดระหว่างฉาย · มักดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์หลังจบ | ยาต้านอาเจียน เช่น กลุ่ม 5-HT3 antagonist (ondansetron) หรือ metoclopramide ตามทีม มื้อเล็กบ่อย อาหารไม่มัน | อาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้นานกว่า 24 ชั่วโมง |
| เม็ดเลือดต่ำ | พบได้ถ้าเพิ่งจบคีโมหรือฉายบริเวณไขกระดูกกว้าง · อาจต่ำอยู่หลายสัปดาห์ | ตรวจเลือด CBC ตามนัด ล้างมือบ่อย เลี่ยงคนป่วยและที่แออัด อาหารสุกสะอาด | ไข้ ≥38.0°C หนาวสั่น เลือดออก จ้ำเลือด |
| ปอดอักเสบจากรังสี (radiation pneumonitis) ถ้าฉายทรวงอก | ราว 1–6 เดือนหลังจบฉาย | แจ้งทีมเมื่อเริ่มไอแห้ง ทีมอาจตรวจเอกซเรย์หรือ CT และพิจารณาให้ยาสเตียรอยด์ | ไอแห้งต่อเนื่อง หายใจเหนื่อยเวลาออกแรง ไข้ต่ำ ๆ |
| ไทรอยด์ทำงานต่ำ (hypothyroidism) ถ้าฉายลำคอ | หลายเดือนถึงหลายปีหลังฉาย | ตรวจเลือด TSH อย่างน้อยปีละครั้งตามทีม ถ้าต่ำให้ยาไทรอยด์ฮอร์โมนทดแทน (levothyroxine) | เพลียมาก หนาวง่าย น้ำหนักขึ้น ท้องผูก หน้าบวม |
ปอดอักเสบจากรังสี: พบบ่อยแค่ไหน
ในผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง 150 รายที่ฉายแสงบริเวณช่องอกกลางด้วย IMRT พบปอดอักเสบจากรังสีโดยรวม 14% — ราว 10% เมื่อฉายเสริมหลังการรักษาครั้งแรก และ 25% เมื่อฉายในโรคที่กลับเป็นซ้ำหรือดื้อยา
(Pinnix CC, Int J Radiat Oncol Biol Phys 2015)
อาการหลักคือไอแห้ง หายใจเหนื่อย และไข้ต่ำ ๆ ส่วนใหญ่รักษาได้ด้วยยาสเตียรอยด์เมื่อพบเร็ว
(Hanania AN, Chest 2019)
ไทรอยด์หลังฉายแสงลำคอ
ถ้าบริเวณที่ฉายครอบคลุมลำคอ ต่อมไทรอยด์อาจค่อย ๆ ทำงานลดลงในหลายเดือนถึงหลายปี จึงควรตรวจ TSH เป็นระยะ
(Pinnix CC, Int J Radiat Oncol Biol Phys 2018)
อาการไทรอยด์ต่ำคล้ายความอ่อนเพลียจากรังสี จึงมักถูกมองข้าม
5. เสาหลักการดูแลแบบประคับประคองที่บ้าน
คำตอบตรง: การดูแลแบบประคับประคองที่บ้านมี 7 เรื่องหลัก — ปวด ปากและคอ ผิว อ่อนเพลีย โภชนาการ จิตใจ และผู้ดูแล — ทุกเรื่องทำได้ตั้งแต่วันนี้ ควบคู่กับการติดตามโรค
(Fallon M, ESMO Ann Oncol 2018)
1) คุมปวดให้ได้ ไม่ต้องทน
- ใช้หลักขั้นบันไดขององค์การอนามัยโลก: ปวดน้อยเริ่มด้วย paracetamol ปวดปานกลางถึงมากใช้ยากลุ่มโอปิออยด์ เช่น morphine ที่ทีมปรับขนาดทีละขั้น
- โอปิออยด์ที่ปรับขนาดโดยทีมปลอดภัยและเป็นยาหลักของการคุมปวดจากมะเร็ง — การติดยาในผู้ป่วยที่ใช้ตามสั่งพบได้น้อย
- แผ่นแปะ fentanyl ชนิดแปะผิวหนัง เหมาะกับผู้ที่ปวดคงที่และเคยได้โอปิออยด์มาก่อน — ไม่ใช่ยาเริ่มต้น
- ปวดแสบร้อนหรือเสียวแปลบแบบเส้นประสาท ทีมอาจเพิ่มยากลุ่ม gabapentinoid (gabapentin, pregabalin)
- ใช้ยาระบายควบคู่โอปิออยด์ตั้งแต่วันแรก ดื่มน้ำพอ — ท้องผูกเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุด
- จดคะแนนปวด 0–10 วันละ 2–3 ครั้ง พร้อมเวลาที่กินยา นำไปให้ทีมดูเพื่อปรับยา
2) ปากและคอ: แผลในปาก กลืนเจ็บ
- บ้วนปากทุก 2–3 ชั่วโมงขณะตื่นด้วยน้ำเกลือผสมเบกกิ้งโซดาอ่อน ๆ (เบกกิ้งโซดาหนึ่งในสี่ช้อนชา + เกลือหนึ่งในแปดช้อนชา ในน้ำอุ่น 1 แก้ว)
- เลี่ยงน้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์ อาหารเผ็ด เปรี้ยว ร้อนจัด และกรอบแข็ง
- ทีมอาจให้น้ำยาบ้วนปาก benzydamine และยาชา lidocaine ชนิดหนืดก่อนมื้ออาหาร — ใช้ตามคำแนะนำ เพราะยาชาทำให้สำลักได้ถ้ากลืนทันที
(MASCC/ISOO 2020) - อาหารนุ่ม เย็นหรืออุณหภูมิห้อง เช่น โจ๊ก ไข่ตุ๋น เต้าหู้ไข่ สมูทตี้ และอาหารสูตรครบถ้วน (oral nutrition supplement) จิบระหว่างวัน
- กลืนลำบากหรือสำลัก → ขอพบนักกำหนดอาหารและนักแก้ไขการกลืน ถ้าดื่มน้ำไม่ได้หรือน้ำหนักลดเร็ว ทีมอาจให้สารน้ำหรือสายให้อาหารชั่วคราว
3) ผิวบริเวณที่ฉาย
- อาบน้ำอุ่น สบู่อ่อนไม่มีน้ำหอม ซับเบา ๆ ไม่ขัดถู
- ทามอยส์เจอไรเซอร์ไม่มีน้ำหอม วันละ 2–3 ครั้ง ห้ามแกะสะเก็ดหรือตุ่มน้ำ
(MASCC radiation dermatitis 2023) - ผิวลอกเปียก (moist desquamation) ใช้แผ่นปิดแผลชนิดที่ทีมแนะนำ ไม่ใช้พลาสเตอร์ติดบนผิวที่ฉาย
- เลี่ยงแดด สวมเสื้อผ้าฝ้ายหลวม — การฟื้นฟูผิวแบบละเอียดอ่านใน คู่มือดูแลผิวหลังฉายแสง
4) อ่อนเพลีย: ขยับเบา ๆ ดีกว่านอนทั้งวัน
- เดินในบ้านหรือรอบบ้านวันละ 10–15 นาที 1–2 ครั้ง ตามแรงที่มี การนอนทั้งวันทำให้กล้ามเนื้อลีบและเพลียมากขึ้น
- ทำกิจกรรมสำคัญช่วงที่มีแรงที่สุดของวัน งีบสั้นไม่เกิน 30–45 นาที
- ถ้าเพลียมากผิดปกติ ขอให้ทีมตรวจโลหิตจาง ไทรอยด์ เกลือแร่ และภาวะซึมเศร้า
5) โภชนาการ
- เน้นโปรตีนทุกมื้อ เช่น ไข่ ปลา เต้าหู้ นม แบ่งเป็น 5–6 มื้อเล็ก
- ชั่งน้ำหนักสัปดาห์ละครั้ง — น้ำหนักลดเร็วต้องแจ้งทีม
- คลื่นไส้ เบื่ออาหาร และภาวะผอมหนังหุ้มกระดูก → คู่มือคลื่นไส้ อาเจียน และโภชนาการในมะเร็งระยะลุกลาม
6) จิตใจและจิตวิญญาณ
- คำว่า “พอแล้ว” อาจหมายถึงความเหนื่อยล้า กลัว หรือไม่อยากเป็นภาระ — ฟังโดยไม่รีบแก้ ถามว่าแม่ต้องการอะไรมากที่สุดตอนนี้
- กิจกรรมที่มีความหมาย เช่น ทำบุญ สวดมนต์ พบลูกหลาน หรือทำสิ่งที่ชอบ ช่วยลดความทุกข์ใจได้จริง
- ถ้าแม่ซึมเศร้า นอนไม่หลับ หรือกังวลมาก ขอให้ทีมส่งปรึกษานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์
7) ผู้ดูแลก็ต้องได้รับการดูแล
- ผู้ดูแลที่พักผ่อนพอดูแลได้นานกว่า — ความรู้สึกผิดเมื่อพักเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความผิด
- คู่มือผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลาม → คู่มือผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะแพร่กระจาย
6. Palliative care ไม่ใช่การยอมแพ้ — ทำควบคู่การรักษาและการติดตามได้
คำตอบตรง: การดูแลแบบประคับประคอง (palliative care) คือการดูแลที่เน้นอาการและคุณภาพชีวิตในทุกระยะของโรค ไม่ใช่เฉพาะช่วงท้ายชีวิต
ในงานวิจัยแบบสุ่ม 151 ราย ของผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะแพร่กระจาย การเริ่ม palliative care ตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำให้คุณภาพชีวิตดีกว่า (คะแนน 98.0 เทียบกับ 91.5) อาการซึมเศร้าน้อยกว่า (16% เทียบกับ 38%)
และมัธยฐานการรอดชีวิต 11.6 เทียบกับ 8.9 เดือน
(Temel JS, N Engl J Med 2010)
ตารางเปรียบเทียบการรักษาเพื่อควบคุมโรค การดูแลแบบประคับประคอง และการทำทั้งสองอย่างร่วมกัน
| มิติ | การรักษาเพื่อควบคุมโรค | การดูแลแบบประคับประคอง | ทำทั้งสองอย่างร่วมกัน |
|---|---|---|---|
| เป้าหมาย | ทำให้โรคสงบหรือควบคุมโรค | บรรเทาอาการ ความทุกข์ใจ และช่วยครอบครัว | ควบคุมโรคไปพร้อมกับอยู่ได้สบายขึ้น |
| เริ่มเมื่อไร | ตั้งแต่วินิจฉัยตามแผนการรักษา | ทุกระยะ เมื่อมีอาการหรือความทุกข์ | ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดี ไม่ต้องรอให้หยุดรักษาก่อน |
| ใครดูแล | อายุรแพทย์โลหิตวิทยา/มะเร็ง ทีมรังสีรักษา | ทีม palliative care แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักสังคมสงเคราะห์ | ทีมมะเร็งและทีมประคับประคองสื่อสารกันเป็นทีมเดียว |
| ตัวอย่างการดูแล | คีโม รังสี ยามุ่งเป้า ยาภูมิคุ้มกัน ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด | คุมปวด ดูแลแผลในปาก โภชนาการ นอนหลับ อารมณ์ วางแผนล่วงหน้า | ติดตาม PET-CT พร้อมคุมอาการจากรังสีที่บ้าน |
| ผลต่อคุณภาพชีวิต | อาจมีผลข้างเคียงระหว่างรักษา | คุณภาพชีวิตและอารมณ์ดีขึ้นในงานวิจัย | ทนการรักษาได้ดีขึ้นเมื่ออาการถูกคุม |
| การตัดสินใจ | ผู้ป่วยเลือกรับ ปฏิเสธ หรือหยุดได้ | ช่วยให้ผู้ป่วยบอกคุณค่าและความต้องการของตัวเอง | ปรับแผนได้ทุกเมื่อตามผลตรวจและความต้องการ |
Palliative care กับ hospice ต่างกันอย่างไร
Hospice คือส่วนหนึ่งของ palliative care สำหรับช่วงที่โรคลุกลามและผู้ป่วยเลือกไม่รับการรักษาเพื่อควบคุมโรคอีก — สถานการณ์ของแม่ตอนนี้ยังไม่ใช่จุดนั้นโดยอัตโนมัติ
ถ้าวันหนึ่งต้องคุยเรื่องนี้ การวางแผนการรักษาล่วงหน้าและหนังสือแสดงเจตนาตามมาตรา 12 อ่านได้ใน
คู่มือ Palliative Care และ Living Will
7. บริบทประเทศไทย: ขอส่งปรึกษาทีมประคับประคองอย่างไร
คำตอบตรง: บอกแพทย์เจ้าของไข้ตรง ๆ ว่า “ขอส่งปรึกษาทีมดูแลแบบประคับประคอง” — โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจังหวัดหลายแห่งมีหน่วยหรือคลินิก palliative care และทีมเยี่ยมบ้าน
สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม และสิทธิข้าราชการครอบคลุมการดูแลแบบประคับประคองในหลายรูปแบบ แต่รายละเอียดแตกต่างตามโรงพยาบาล ควรตรวจสอบกับโรงพยาบาล
- ถามที่ห้องตรวจเคมีบำบัด ห้องรังสีรักษา หรือศูนย์มะเร็งว่าหน่วย palliative care เปิดวันใด และขอนัดได้ทันทีโดยไม่ต้องหยุดการติดตามกับหมอเดิม
- ถ้าเดินทางลำบาก ขอให้ส่งต่อทีมเยี่ยมบ้านหรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน/หน่วยบริการปฐมภูมิ พร้อมสรุปการรักษาและรายการยา
- ถ้าต้องใช้มอร์ฟีนที่บ้าน ถามวิธีรับยาต่อเนื่องและเบอร์ติดต่อนอกเวลา
- ฉุกเฉิน โทร 1669
กลไกทางวิทยาศาสตร์ (สังเคราะห์โดยผู้เขียน)
สังเคราะห์โดย
ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์:
ก้อนมะเร็งต่อมน้ำเหลืองไม่ได้มีแต่เซลล์มะเร็ง แต่มีเนื้อเยื่อพยุง หลอดเลือด และเซลล์อักเสบปนอยู่ เมื่อคีโมฆ่าเซลล์มะเร็ง เซลล์ที่ตายจะถูกกำจัดช้า ๆ และถูกแทนที่ด้วยพังผืด
ขนาดก้อนใน CT จึงยุบช้ากว่าการตายของเซลล์มาก ส่วน PET-CT ใช้น้ำตาลติดสารกัมมันตรังสี (FDG) ซึ่งเซลล์มะเร็งที่ยังมีชีวิตดูดเข้าไปมากผ่านตัวขนส่งกลูโคสและเอนไซม์ hexokinase พังผืดที่ไม่มีเซลล์มะเร็งจึงแทบไม่ดูดสาร
แต่หลังฉายแสง เซลล์อักเสบอย่างแมคโครฟาจก็ดูด FDG ได้ จึงต้องรอราว 8–12 สัปดาห์เพื่อลดผลบวกลวง
ด้านผลข้างเคียง รังสีทำให้ดีเอ็นเอของเซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว เช่น เซลล์ชั้นฐานของเยื่อบุช่องปากและผิวหนัง แตกหัก เซลล์เหล่านี้ไม่ได้ตายทันที แต่ตายเมื่อพยายามแบ่งตัวครั้งถัดไป
ขณะที่เซลล์ผิวชั้นบนหลุดลอกไปตามปกติโดยไม่มีเซลล์ใหม่มาแทน แผลจึงหนักที่สุดหลังจบฉายราว 1–2 สัปดาห์ แล้วเซลล์ต้นกำเนิดที่รอดจะค่อย ๆ สร้างเยื่อบุใหม่ใน 2–4 สัปดาห์
— อาการที่ต่อเนื่องจึงมาจากการอักเสบและการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อ ไม่ได้มาจากรังสีที่สะสมหรือค้างอยู่ในร่างกาย
ส่วนปอดอักเสบจากรังสีเกิดช้ากว่าเพราะต้องอาศัยสารสื่ออักเสบอย่าง TGF-beta และการบาดเจ็บของเซลล์ถุงลมที่สะสมเป็นสัปดาห์ถึงเดือน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทำไมหมอเคมีบอกว่าก้อนหาย แต่หมอรังสีบอกว่าก้อนไม่ยุบ ใครพูดถูก?
อาจถูกทั้งคู่ เพราะมักพูดถึงผลตรวจคนละแบบ CT หรือ MRI วัดขนาดก้อน ส่วน PET-CT วัดว่าเนื้อเยื่อที่เหลือยังมีเซลล์มะเร็งที่ใช้น้ำตาลอยู่หรือไม่ ตามเกณฑ์ Lugano ถ้า PET ได้คะแนน Deauville 1–3 ถือว่าตอบสนองสมบูรณ์ทางเมตาบอลิก แม้ยังเห็นก้อนเหลือใน CT ก็ตาม ก้อนที่เหลือจึงอาจเป็นพังผืดหรือเนื้อตาย แต่ไม่เสมอไป ควรขอให้ทีมทั้งสองอธิบายร่วมกันว่าอ้างอิงผลตรวจชนิดใด ตรวจวันที่เท่าไร และได้คะแนน Deauville เท่าไร
ก้อนที่เหลือหลังรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นมะเร็งเสมอไหม?
ไม่เสมอไป ก้อนที่เหลือหลังรักษาพบได้บ่อย โดยเฉพาะเมื่อก้อนใหญ่ตั้งแต่แรก และหลายครั้งเป็นพังผืดหรือเนื้อตายที่ไม่มีเซลล์มะเร็งทำงาน งานทบทวนในมะเร็งฮอดจ์กินพบว่า PET หลังคีโมที่ผลลบมีค่าทำนายผลลบราว 86–94% แต่ PET ที่ผลบวกมีค่าทำนายผลบวกเพียงราว 25–40% จึงอาจต้องตัดชิ้นเนื้อยืนยันก่อนเปลี่ยนการรักษา การตัดสินต้องใช้ PET-CT ในเวลาที่เหมาะสมร่วมกับความเห็นของทีม ไม่ใช่ดูขนาดก้อนอย่างเดียว
ควรตรวจ PET-CT เมื่อไรหลังจบฉายแสง?
แนวทางด้านภาพวินิจฉัยแนะนำให้เว้นอย่างน้อยราว 3 สัปดาห์ และดีที่สุด 6–8 สัปดาห์หลังคีโม และราว 8–12 สัปดาห์หลังฉายแสงครั้งสุดท้าย เพราะการอักเสบจากรังสีทำให้เนื้อเยื่อดูดน้ำตาลกัมมันตรังสีได้เหมือนมะเร็ง จนเกิดผลบวกลวง การตรวจเร็วเกินไปจึงอาจทำให้กังวลโดยไม่จำเป็น ควรถามทีมว่านัดตรวจ PET-CT ครั้งต่อไปคือเมื่อไร
แม่ขอหยุดฉายแสงกลางคันได้ไหม และมีผลอย่างไร?
ได้ ผู้ป่วยที่ตัดสินใจได้เองมีสิทธิปฏิเสธหรือหยุดการรักษา แต่ก่อนตัดสินใจควรถามทีมรังสีรักษาว่าวางแผนไว้กี่ครั้ง เหลืออีกกี่ครั้ง ถ้าพักสั้น ๆ ให้แผลในปากหรือผิวดีขึ้นแล้วฉายต่อได้ไหม และถ้าหยุดเลยจะเพิ่มความเสี่ยงให้โรคกลับมามากน้อยเพียงใด ถ้าฉายไปเกือบครบแล้ว ขนาดรังสีส่วนใหญ่ได้รับไปแล้ว การหยุดฉายแสงไม่ได้แปลว่าเป็นระยะสุดท้าย และยังติดตามผลด้วย PET-CT ได้ตามปกติ
หลังหยุดฉายแสง ผลข้างเคียงจะอยู่นานแค่ไหน?
ผลข้างเคียงเฉียบพลัน เช่น แผลในปาก เจ็บคอ กลืนเจ็บ และผิวอักเสบ มักหนักที่สุดราว 1–2 สัปดาห์หลังฉายครั้งสุดท้าย แล้วค่อย ๆ หายใน 2–4 สัปดาห์ ความอ่อนเพลียอาจอยู่หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน อาการไม่หายทันทีเพราะเนื้อเยื่อที่ถูกรังสีทำลายยังซ่อมตัวต่อ ไม่ได้มีรังสีค้างอยู่ในร่างกาย ส่วนผลระยะหลัง เช่น ปอดอักเสบจากรังสีในช่วง 1–6 เดือนหลังฉายบริเวณทรวงอก และไทรอยด์ทำงานต่ำหลังฉายบริเวณลำคอ ต้องเฝ้าระวังต่อ
แผลในปากและกลืนเจ็บหลังฉายแสง ดูแลอย่างไร?
บ้วนปากบ่อย ๆ ด้วยน้ำเกลือผสมเบกกิ้งโซดาอ่อน ๆ เช่น เบกกิ้งโซดาหนึ่งในสี่ช้อนชาและเกลือหนึ่งในแปดช้อนชาในน้ำอุ่น 1 แก้ว เลี่ยงน้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์ และแปรงฟันด้วยแปรงขนนุ่ม ทีมอาจให้น้ำยาบ้วนปาก benzydamine ยาชาเฉพาะที่ lidocaine ชนิดหนืดก่อนมื้ออาหาร และยาแก้ปวดตามระดับความปวด กินอาหารนุ่ม เย็น ไม่เผ็ด ไม่เปรี้ยว และใช้อาหารสูตรครบถ้วนเสริม ถ้ากลืนลำบากควรพบนักกำหนดอาหาร และถ้าดื่มน้ำไม่ได้หรือน้ำหนักลดเร็ว ต้องแจ้งทีมเพื่อพิจารณาให้สารน้ำหรือสายให้อาหารชั่วคราว
การดูแลแบบประคับประคองคือการยอมแพ้หรือไม่?
ไม่ใช่ การดูแลแบบประคับประคอง (palliative care) คือการดูแลที่เน้นบรรเทาอาการ ความปวด และความทุกข์ใจ พร้อมช่วยครอบครัว ทำได้ทุกระยะของโรค และทำควบคู่กับการรักษามะเร็งหรือการติดตามผลได้ ในงานวิจัยแบบสุ่ม 151 รายของผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะแพร่กระจาย กลุ่มที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองตั้งแต่เนิ่น ๆ มีคุณภาพชีวิตดีกว่า และมีอาการซึมเศร้าน้อยกว่า คือ 16% เทียบกับ 38% ส่วน hospice เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ palliative care สำหรับช่วงที่โรคลุกลามและผู้ป่วยเลือกเน้นความสบาย
มอร์ฟีนหรือยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ทำให้ติดยาหรือเสียชีวิตเร็วขึ้นไหม?
เมื่อแพทย์ปรับขนาดอย่างเหมาะสมเพื่อคุมปวดจากมะเร็ง ยากลุ่มโอปิออยด์ เช่น morphine ถือว่าปลอดภัยและเป็นยาหลักตามแนวทาง ESMO และองค์การอนามัยโลก การติดยาในผู้ป่วยมะเร็งที่ใช้ยาตามสั่งพบได้น้อย และไม่มีหลักฐานว่ายาที่ปรับขนาดถูกต้องทำให้เสียชีวิตเร็วขึ้น ผลข้างเคียงที่ต้องป้องกันคือท้องผูก จึงมักใช้ยาระบายควบคู่ ส่วนอาการง่วงมาก สับสน หรือหายใจช้าผิดปกติ ต้องแจ้งทีมทันที แผ่นแปะ fentanyl เหมาะกับผู้ที่ปวดคงที่และเคยได้รับยากลุ่มโอปิออยด์มาก่อนแล้ว
อาการแบบไหนที่อาจหมายถึงโรคกลับมา และต้องรีบพบแพทย์?
ควรพบแพทย์เร็วกว่านัดถ้ามีก้อนหรือต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นใหม่ที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ ไข้ไม่ทราบสาเหตุ เหงื่อออกมากตอนกลางคืนจนเปียกชุด น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจมากกว่า 10% ใน 6 เดือน คันทั้งตัว หรือไอ แน่นหน้าอก ปวดท้องที่เป็นมากขึ้น อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าโรคกลับมาเสมอไป แต่ต้องตรวจยืนยันด้วยการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และภาพถ่ายรังสีตามที่แพทย์เห็นสมควร ถ้ามีไข้ 38.0 องศาเซลเซียสขึ้นไปในช่วงที่เม็ดเลือดขาวอาจต่ำ ให้ไปโรงพยาบาลทันที
E-E-A-T และการอ้างอิงวิชาการ
เรียบเรียงโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์ (Asst. Prof. Dr. Norawit Raatpiboon) — สังเคราะห์จากเกณฑ์ Lugano แนวทาง ILROG แนวทาง MASCC/ISOO และ ESMO และงานวิจัยบน PubMed
- Cheson BD, et al. Recommendations for initial evaluation, staging, and response assessment of Hodgkin and non-Hodgkin lymphoma: the Lugano classification. J Clin Oncol 2014 (PMID 25113753)
- Barrington SF, et al. Role of imaging in the staging and response assessment of lymphoma: consensus of the International Conference on Malignant Lymphomas Imaging Working Group. J Clin Oncol 2014 (PMID 25113771)
- Juweid ME, et al. Use of positron emission tomography for response assessment of lymphoma: consensus of the Imaging Subcommittee of International Harmonization Project in Lymphoma. J Clin Oncol 2007 (PMID 17242397)
- Spaepen K, et al. Prognostic value of positron emission tomography (PET) with FDG after first-line chemotherapy in non-Hodgkin lymphoma. J Clin Oncol 2001 (PMID 11208833)
- Gallamini A, et al. FDG-PET/CT for the Management of Post-Chemotherapy Residual Mass in Hodgkin lymphoma. Cancers (Basel) 2021 (PMID 34439108)
- Illidge T, et al. Modern radiation therapy for nodal non-Hodgkin lymphoma: target definition and dose guidelines from the International Lymphoma Radiation Oncology Group. Int J Radiat Oncol Biol Phys 2014 (PMID 24725689)
- Qi SN, et al. Modern Radiation Therapy for Extranodal Nasal-Type NK/T-cell Lymphoma: guidelines from the International Lymphoma Radiation Oncology Group. Int J Radiat Oncol Biol Phys 2021 (PMID 33581262)
- Temel JS, et al. Early palliative care for patients with metastatic non-small-cell lung cancer. N Engl J Med 2010 (PMID 20818875)
- Elad S, et al. MASCC/ISOO clinical practice guidelines for the management of mucositis secondary to cancer therapy. Cancer 2020 (PMID 32786044)
- Behroozian T, et al. MASCC clinical practice guidelines for the prevention and management of acute radiation dermatitis: part 1) systematic review. EClinicalMedicine 2023 (PMID 37181415)
- Fallon M, et al. Management of cancer pain in adult patients: ESMO Clinical Practice Guidelines. Ann Oncol 2018 (PMID 30052758)
- Pinnix CC, et al. Predictors of radiation pneumonitis in patients receiving intensity modulated radiation therapy for Hodgkin and non-Hodgkin lymphoma. Int J Radiat Oncol Biol Phys 2015 (PMID 25863764)
- Hanania AN, et al. Radiation-Induced Lung Injury: Assessment and Management. Chest 2019 (PMID 30998908)
- Pinnix CC, et al. Predictors of Hypothyroidism in Hodgkin Lymphoma Survivors After Intensity Modulated Versus 3-Dimensional Radiation Therapy. Int J Radiat Oncol Biol Phys 2018 (PMID 29681481)
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)
เนื้อหานี้ให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการแปลผลการตอบสนองของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง การหยุดฉายแสง ผลข้างเคียงจากรังสี และการดูแลแบบประคับประคอง —
ไม่ใช่คำวินิจฉัย การพยากรณ์โรค หรือคำสั่งการรักษาเฉพาะบุคคล ตัวเลขจากงานวิจัยเป็นค่าของกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะ และไม่ได้ทำนายผลของผู้ป่วยรายใด
ชื่อยาในหน้านี้เป็นชื่อสามัญหรือกลุ่มยา ไม่ใช่ชื่อการค้า การใช้ยาแก้ปวด ยาชา หรือยาอื่นใดต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์เจ้าของไข้
สิทธิการรักษาแตกต่างตามหน่วยบริการ ควรตรวจสอบกับโรงพยาบาล หากมีไข้ ≥38.0°C หายใจลำบาก เลือดออก ซึมสับสน หรือมีอาการฉุกเฉิน ให้ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที