หมวดหมู่: รังสีรักษา · มะเร็งศีรษะและลำคอ · การดูแลผิวระหว่างฉายแสง

ฉายแสงบริเวณคอแล้วผิวไหม้ ลอก แผลเปียก: ระดับความรุนแรง วิธีทำความสะอาดและเลือกแผ่นปิดแผล ครีมหรือสมุนไพรทาได้ไหม โปรตีนเท่าไร และสัญญาณติดเชื้อที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล

AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)

ผิวไหม้ลอกเปียก (moist desquamation) เกิดเมื่อรังสีทำลายเซลล์ชั้นฐานของผิวเร็วกว่าที่ผิวสร้างใหม่ทัน ดูแลด้วยการล้างเบาๆ ด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ ซับแห้ง ปิดด้วยแผ่นปิดแผลชนิดไม่ติดแผลตามที่ทีมรังสีรักษาให้ ไม่ทาครีมหรือสมุนไพรหนาๆ เอง กินโปรตีน 1.0–1.5 กรัม/กก./วัน และไปโรงพยาบาลทันทีถ้ามีไข้ หนอง หรือแดงลามเร็ว

บทความนี้ครอบคลุม:
แนวทาง MASCC เรื่องผิวอักเสบจากรังสี,
หลักฐานการล้างผิวระหว่างฉายแสง,
ครีมกับปริมาณรังสีที่ผิว
และเกณฑ์แบ่งระดับCTCAEของสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐ
สัญญาณอันตราย ·
ระดับความรุนแรง ·
ทำไมผิวลอก ·
การทำแผล ·
ครีมและสมุนไพร ·
โปรตีน ·
การหยุดฉายแสง ·
ตารางเปรียบเทียบ ·
คำถามที่พบบ่อย

จากกลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง: ฉายแสงบริเวณลำคอแล้วผิวลอกเปียกเป็นแผล ควรดูแลอย่างไร

สมาชิกท่านหนึ่งในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งแชร์ภาพผิวบริเวณลำคอที่ลอกจนเห็นเนื้อแดงและมีน้ำเหลืองซึมระหว่างคอร์สฉายแสง
หลายคนในกลุ่มเจอสภาพคล้ายกัน และไม่แน่ใจว่าควรล้าง ทา หรือปิดแผลแบบไหน

คำตอบสั้นๆ: ผิวลอกเปียกเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ในการฉายแสงบริเวณศีรษะและลำคอ และส่วนใหญ่ค่อยๆ หายเมื่อดูแลถูกวิธี
สิ่งสำคัญคือแจ้งทีมรังสีรักษาเพื่อประเมินระดับความรุนแรง ทำความสะอาดอย่างนุ่มนวล ปิดแผลด้วยวัสดุที่ไม่ติดแผล และเฝ้าดูสัญญาณติดเชื้อ
ส่วนการดูแลผิวหลังจบคอร์สแล้ว อ่านต่อได้ที่
ผิวหลังฉายแสง รอยดำจางเมื่อไร และดูแลอย่างไรให้กลับมาแข็งแรง

1. ผิวอักเสบจากรังสีมีกี่ระดับ และลอกเปียกอยู่ระดับไหน

คำตอบตรง: เกณฑ์ CTCAE แบ่งผิวอักเสบจากรังสีเป็น 4 ระดับ ลอกเปียกเป็นหย่อมตามรอยพับผิวคือระดับ 2 ลอกเปียกกว้างนอกรอยพับและเลือดออกง่ายเมื่อเสียดสีคือระดับ 3
ส่วนระดับ 4 คือแผลลึกถึงหนังแท้ทั้งชั้นหรือเนื้อตาย การบอกระดับจึงต้องให้ทีมรังสีรักษาดูแผลจริง ผู้ป่วยที่ฉายแสงราว 95% มีผิวอักเสบในระดับใดระดับหนึ่ง
(Rosenthal 2019,
Ryan 2012)

ทำไมผิวคอลอกง่าย

ผิวคอบาง มีรอยพับ ขยับตลอดเวลา และเสียดสีกับปกเสื้อและหน้ากากฉายแสง ต่อมน้ำเหลืองที่คอมักอยู่ในบริเวณที่ต้องฉาย
ผิวคอจึงได้รับรังสีสูง ในงานวิจัยหนึ่งผิวคอส่วนที่ศึกษาได้รับเกิน 35 Gy การได้ยาเคมีบำบัด cisplatin หรือยา cetuximab ร่วม ทำให้ผิวอักเสบมากขึ้น
(Wooding 2018,
Russi 2015)

ตาราง: ระดับผิวอักเสบจากรังสีและการดูแล

แปลและสรุปจากเกณฑ์ CTCAE ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐ การดูแลจริงขึ้นกับทีมรังสีรักษา

ลักษณะผิว การดูแลทั่วไป และข้อควรระวังของแต่ละระดับ
ระดับลักษณะผิวการดูแลทั่วไปข้อควรระวัง
ระดับ 1แดงจางๆ หรือผิวแห้งลอกเป็นขุยล้างด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อน ทาครีมให้ความชุ่มชื้นบางๆไม่ขัดถู ไม่ตากแดด
ระดับ 2แดงชัด ลอกเปียกเป็นหย่อมส่วนใหญ่ตามรอยพับผิว บวมปานกลางล้างเบาๆ ซับแห้ง ปิดด้วยแผ่นปิดแผลชนิดไม่ติดแผลไม่ใช้เทปกาวบนผิวที่ฉาย
ระดับ 3ลอกเปียกกว้างนอกรอยพับ เลือดออกเมื่อเสียดสีเล็กน้อยทีมรังสีรักษาประเมินแผลบ่อยขึ้น ตรวจหาการติดเชื้อแพทย์อาจพิจารณาปรับแผนการฉาย
ระดับ 4แผลลึกถึงหนังแท้ทั้งชั้น เนื้อตาย หรือเลือดออกเองรักษาในโรงพยาบาล อาจต้องปลูกผิวเป็นภาวะรุนแรง ต้องพบแพทย์ทันที

ผิวเปลี่ยนแปลงช่วงไหนของคอร์ส

สัปดาห์ที่ 2–3ผิวเริ่มแดง อุ่น คัน
สัปดาห์ที่ 3–5ผิวแห้ง คล้ำ ลอกเป็นขุย
ช่วงท้ายคอร์สอาจลอกเปียกตามรอยพับและบริเวณที่เสียดสี
1–2 สัปดาห์หลังจบผิวยังอักเสบต่อได้ แล้วค่อยๆ หายในหลายสัปดาห์

ช่วงเวลาเป็นแนวโน้มทั่วไป ขึ้นกับปริมาณรังสีต่อครั้ง ยาที่ได้ร่วม และผิวของแต่ละคน

ข้อแก้ไขจากข้อมูลที่แชร์กันในโซเชียล: ลอกเปียกไม่ได้เท่ากับระดับ 3 เสมอไป ถ้าเป็นหย่อมตามรอยพับคือระดับ 2
และการที่ผิวชั้นบนหลุดจนเห็นชั้นหนังแท้ ไม่ได้แปลว่าผิวเสียถาวร เซลล์ต้นกำเนิดรอบรูขุมขนและขอบแผลยังสร้างผิวใหม่ได้

2. ทำไมรังสีทำให้ผิวลอก: เซลล์ชั้นฐานสร้างใหม่ไม่ทัน

คำตอบตรง: หนังกำพร้าสร้างใหม่จากเซลล์ชั้นฐาน (basal keratinocytes) ที่แบ่งตัวอยู่ตลอด รังสีทำลาย DNA ของเซลล์ที่แบ่งตัว เมื่อสร้างเซลล์ใหม่ไม่ทันแทนเซลล์ที่หลุดไป ผิวจึงบางจนเปิดเป็นแผลเปียก
ขณะเดียวกันหลอดเลือดฝอยในผิวอักเสบและหลั่งสารอักเสบในบริเวณนั้น ผิวจึงแดง บวม และปวดแสบ
(Ryan 2012)

ทำไมแผลมักโผล่ช่วงกลางถึงท้ายคอร์ส

รังสีให้ทีละน้อยทุกวัน แต่ละครั้งทำให้เซลล์ชั้นฐานส่วนหนึ่งแบ่งตัวต่อไม่ได้ เซลล์ผิวชั้นบนที่สร้างไว้แล้วยังอยู่ได้อีกระยะ
ความเสียหายจึงสะสมจนเห็นได้หลังผ่านไปหลายสัปดาห์ และยังเห็นต่อได้หลังฉายครั้งสุดท้าย

อะไรทำให้ผิวอักเสบมากขึ้น

ในงานวิจัยแบบสุ่ม 99 คน ปัจจัยที่สัมพันธ์กับผิวอักเสบมากขึ้นคือน้ำหนักตัว การได้ยาเคมีบำบัดร่วม และจุดที่รังสีสูงกว่าบริเวณรอบข้างในแผนการฉาย
ในมะเร็งศีรษะและลำคอ ยาต้านตัวรับ EGFR อย่าง cetuximab ยังทำให้เกิดผื่นคล้ายสิวร่วมด้วย
(Roy 2001,
Russi 2015)

ข้อแก้ไข: สารอักเสบอย่าง IL-1, IL-6, TNF-α และ TGF-β ในผิวที่ฉายแสงเป็นการอักเสบเฉพาะที่ ไม่ใช่ “พายุไซโตไคน์” ทั่วร่างกาย
และการฉายรังสีจากเครื่องภายนอกไม่ได้ทำให้ร่างกายมีรังสีตกค้าง ญาติจึงดูแลและสัมผัสผู้ป่วยได้ตามปกติ

3. ทำความสะอาดและเลือกแผ่นปิดแผลอย่างไร

คำตอบตรง: การล้างผิวด้วยน้ำ จะใช้สบู่อ่อนหรือไม่ก็ได้ ช่วยลดโอกาสผิวอักเสบรุนแรงและลอกเปียก แผลที่ลอกเปียกแล้วให้ล้างเบาๆ ซับแห้ง และปิดด้วยแผ่นปิดแผลชนิดไม่ติดแผล
แนวทาง MASCC 2023 แนะนำแผ่นโฟมซิลิโคนชนิดบางสำหรับดูแลผิวอักเสบจากรังสี
(Chan 2023,
Behroozian 2023)

ล้างได้ไหม: หลักฐานบอกว่าควรล้าง

การวิเคราะห์รวมงานวิจัยแบบสุ่มพบว่าการล้างผิวลดผิวอักเสบรุนแรง (odds ratio 0.32) และลดการลอกเปียก (odds ratio 0.25)
ในงานวิจัยหนึ่ง กลุ่มที่ห้ามล้างเกิดลอกเปียก 33% ส่วนกลุ่มที่ล้างด้วยน้ำและสบู่เกิด 14%
(Chan 2023,
Roy 2001)

ขั้นตอนทำแผลที่บ้าน (ตามที่ทีมรังสีรักษาสอน)

ล้างมือด้วยสบู่ก่อนแตะแผลทุกครั้ง
ล้างเบาๆน้ำอุ่นสะอาดหรือน้ำเกลือ 0.9% ปราศจากเชื้อ ไม่ขัดถู
ซับแห้งด้วยผ้าก๊อซสะอาด กดเบาๆ ไม่เช็ดลาก
ปิดแผลแผ่นชนิดไม่ติดแผล ยึดด้วยผ้าพันหรือเสื้อ ไม่ติดเทปบนผิวที่ฉาย

  • สวมเสื้อคอกว้าง ผ้าฝ้ายเนื้อนุ่ม เลี่ยงปกเสื้อแข็งและสร้อยคอ
  • ถ้าต้องโกนหนวดบริเวณคอ ใช้ที่โกนไฟฟ้าแทนมีดโกน
  • ไม่แกะสะเก็ดหรือผิวที่ลอก ไม่ประคบร้อนหรือน้ำแข็งโดยตรง
  • เลี่ยงแดดบริเวณคอ ใช้ผ้าคลุมหลวมๆ แทน

แผ่นปิดแผลแบบไหนมีหลักฐาน

สำหรับป้องกัน ฟิล์มซิลิโคนบางใสลดผิวอักเสบตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป (risk ratio 0.21) และฟิล์มโพลียูรีเทนใส (risk ratio 0.32) ในการวิเคราะห์รวม
ในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอ ฟิล์มซิลิโคนลดการลอกเปียกได้ 37% ในกลุ่มผู้ป่วยชาวจีน และ 28% ในกลุ่มนิวซีแลนด์ แต่ติดผิวยากในผู้ชายที่มีหนวดเครา และทำให้คันได้
(Robijns 2023,
Wooding 2018)

สำหรับแผลลอกเปียกแล้ว งานวิจัยแบบสุ่ม 357 คนพบว่า 28% เกิดลอกเปียก และแผลที่ใช้ไฮโดรเจลหายช้ากว่าผ้าปิดแผลแห้ง (hazard ratio 0.64)
ส่วนอีกงานพบว่าไฮโดรเจลหายดีกว่าสีม่วง gentian violet โดยหายภายในค่ามัธยฐาน 12 วัน ขณะที่กลุ่ม gentian violet ยังไม่ถึงค่ามัธยฐานใน 30 วัน
(Macmillan 2007,
Gollins 2008)

ข้อแก้ไข: ยังไม่มีงานวิจัยที่แสดงว่าน้ำเกลือดีกว่าน้ำสะอาด และไฮโดรเจลไม่ได้ทำให้แผลหายเร็วขึ้นทุกกรณี
แผ่นปิดแผลที่เหมาะขึ้นกับปริมาณน้ำเหลือง ตำแหน่ง และหน้ากากฉายแสง ให้ทีมรังสีรักษาเป็นผู้เลือก

ผิวลอก ปวด กลืนเจ็บ หรือมีไข้ระหว่างฉายแสง อาการอยู่ระดับไหน?

วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา แบบประเมินนี้ช่วยจัดระดับอาการระหว่างการรักษามะเร็งว่าดูแลต่อที่บ้านได้ ควรแจ้งทีมรักษา หรือควรรีบไปโรงพยาบาล
ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ถ้ามีอาการในหัวข้อสัญญาณอันตรายด้านบน ให้ไปโรงพยาบาลโดยไม่ต้องรอคะแนน

คลิกทำแบบประเมินสัญญาณระหว่างการรักษามะเร็ง (ฟรี)

4. ครีม น้ำมัน และสมุนไพร: อะไรใช้ได้ อะไรไม่ควรทาเอง

คำตอบตรง: ครีมที่ทาบางๆ แทบไม่เปลี่ยนปริมาณรังสีที่ผิว แต่ชั้นที่หนาระดับมิลลิเมตรเพิ่มรังสีที่ผิวได้
ปัญหาหลักของสมุนไพรหรือน้ำมันทำเองบนแผลเปิดคือไม่สะอาดและอาจระคายเคือง ส่วนยาทาที่มีหลักฐานคือยาทาสเตียรอยด์บนผิวที่ยังไม่เปิด ตามแพทย์สั่ง
(Baumann 2018,
Tam 2023)

ครีมเพิ่มรังสีที่ผิวจริงไหม

เครื่องฉายพลังงานสูงปล่อยรังสีที่สะสมสูงสุดใต้ผิวลงไป ผิวชั้นบนจึงได้รับรังสีน้อยกว่าเนื้อเยื่อด้านล่าง ถ้ามีวัสดุหนาวางบนผิว
จุดที่รังสีสะสมจะเลื่อนขึ้นมาใกล้ผิว งานวัดในหุ่นจำลองพบว่าครีมหนา 1–2 มิลลิเมตรไม่เปลี่ยนปริมาณรังสีจากเครื่อง 6 และ 15 MV ที่ยิงตั้งฉาก
แต่ชั้นหนาตั้งแต่ 3 มิลลิเมตรเพิ่มรังสีที่ผิว อีกงานพบว่าชั้นบางระดับฟิล์มน้ำมันเพิ่มเพียงราว 1.03 เท่า ขณะที่ชั้น 1 และ 5 มิลลิเมตรเพิ่มเป็นราว 2.16 และ 3.58 เท่า
และครีมที่มีโลหะไม่ต่างจากครีมทั่วไปที่หนาเท่ากัน
(Baumann 2018,
Iyama 2018)

ไม่ทา (ค่าเทียบ)

1.00 เท่า
ชั้นบางระดับฟิล์มน้ำมัน

1.03 เท่า
ชั้นหนา 1 มม.

2.16 เท่า
ชั้นหนา 5 มม.

3.58 เท่า

ข้อมูลจาก Iyama 2018 วัดในหุ่นจำลอง ไม่ใช่ผิวคนจริง ความยาวแถบปรับสเกลเพื่อเปรียบเทียบ ถามทีมรังสีรักษาเสมอว่าควรเช็ดครีมออกก่อนฉายหรือไม่

สมุนไพรและว่านหางจระเข้

การทบทวนงานวิจัยแบบสุ่ม 5 งานไม่พบว่าเจลว่านหางจระเข้ป้องกันหรือลดผิวอักเสบจากรังสี งานทบทวนปี 2026 พบว่าอาจช่วยบรรเทาอาการได้บ้าง แต่ผลยังไม่สม่ำเสมอ
สมุนไพรสดหรือน้ำมันที่ทำเองไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ ขณะที่งานในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอ 71 คนพบเชื้อบนหน้ากากฉายแสง 55.1% และบนชั้นวางหน้ากาก 68.9%
แผลเปิดจึงควรสัมผัสเฉพาะสิ่งที่สะอาด
(Richardson 2005,
Raja 2026,
Koca 2024)

ยาทาที่มีหลักฐาน

การวิเคราะห์รวม 10 งานวิจัย ผู้ป่วย 1,041 คน พบว่ายาทาสเตียรอยด์ลดการลอกเปียก (odds ratio 0.34) โดย betamethasone (0.29) และ mometasone (0.39)
ใช้บนผิวที่ยังไม่เปิดเพื่อป้องกัน ไม่ใช่ทาบนแผลเปิด แนวทาง MASCC 2023 ยังจัดน้ำมันมะกอกไว้ในกลุ่มที่แนะนำเพื่อป้องกันบนผิวที่ยังไม่เปิด
(Tam 2023,
Behroozian 2023)

ข้อแก้ไข: ครีมไม่ได้ “สะท้อนรังสี” ชั้นครีมหนาทำหน้าที่คล้ายวัสดุเสริมผิว (bolus) ทำให้รังสีสะสมที่ผิวมากขึ้น
ครีมที่มีโลหะ เช่น zinc oxide หรือ silver sulfadiazine ไม่ต่างจากครีมทั่วไปที่หนาเท่ากัน และการฉายแสงนับเป็น “ครั้ง” ไม่ใช่ “เข็ม”

5. โปรตีนและการกินระหว่างฉายแสงบริเวณคอ

คำตอบตรง: แนวทาง ESPEN แนะนำโปรตีนมากกว่า 1.0 และถ้าทำได้ถึง 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน กับพลังงานราว 25–30 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัมต่อวัน
คนน้ำหนัก 50 กิโลกรัมจึงควรได้โปรตีนราว 50–75 กรัมต่อวัน
(Arends 2017)

เมื่อกลืนเจ็บจากการฉายแสง

การฉายแสงบริเวณศีรษะและลำคอมักทำให้เยื่อบุช่องปากและคออักเสบ กลืนเจ็บ ESPEN แนะนำให้ได้รับคำปรึกษาด้านโภชนาการและอาหารทางการแพทย์เสริมตั้งแต่เนิ่นๆ
และให้อาหารทางสายเมื่อกลืนไม่ได้หรือเยื่อบุอักเสบรุนแรง เพื่อไม่ให้น้ำหนักลดจนต้องหยุดการรักษา
(Arends 2017)

ตาราง: อาหารโปรตีนเนื้อนุ่มกลืนง่าย

ปริมาณโปรตีนเป็นค่าประมาณจากอาหารสุก ผู้ที่มีโรคไตควรถามแพทย์ก่อนเพิ่มโปรตีน

อาหาร โปรตีนโดยประมาณ และช่วงที่เหมาะ
อาหารโปรตีนโดยประมาณเหมาะเมื่อ
ไข่ตุ๋น 2 ฟองราว 12 กรัมกลืนเจ็บ ต้องการอาหารนุ่มอุ่น
โจ๊กหรือข้าวต้มปลา (ปลา 60 กรัม)ราว 13 กรัมปากแห้ง ต้องการน้ำร่วมด้วย
อกไก่ฉีกหรือบดละเอียด 60 กรัมราว 18 กรัมผสมในซุปหรือโจ๊กให้นุ่ม
นมหรือนมถั่วเหลือง 1 แก้ว (240 มล.)ราว 7–8 กรัมดื่มระหว่างมื้อ
อาหารทางการแพทย์สูตรครบถ้วนดูตามฉลากกินได้น้อยกว่าครึ่ง หรือน้ำหนักลด
ข้อแก้ไข: ESPEN แนะนำ 1.0–1.5 กรัม/กก./วัน ไม่ใช่ 1.5–2.0 และไม่จำเป็นต้องกินเฉพาะไข่ขาว ไข่ทั้งฟองให้พลังงานและสารอาหารเพิ่ม
ถ้ากลืนเจ็บจนกินได้น้อย ปัญหาหลักมักเป็นพลังงานไม่พอมากกว่าเลือกโปรตีนผิดชนิด

6. ต้องหยุดฉายแสงไหม และทำไมทีมรักษาพยายามไม่ให้หยุด

คำตอบตรง: การพักฉายเป็นการตัดสินใจของแพทย์รังสีรักษา ในมะเร็งศีรษะและลำคอ การหยุดฉายโดยไม่ได้วางแผนเพียง 1 วัน สัมพันธ์กับการควบคุมโรคเฉพาะที่ลดลงราว 1.4%
เพราะเซลล์มะเร็งที่เหลือแบ่งตัวเร่งขึ้นระหว่างพัก การดูแลผิวตั้งแต่ต้นจึงช่วยให้ฉายได้ครบตามแผน
(Bese 2007)

อย่าหยุดไปฉายเองเพราะกลัวแผลแย่ลง ให้ไปตามนัดแล้วแจ้งทีมเพื่อตรวจแผลก่อนฉาย ถ้าต้องพัก ทีมจะวางแผนชดเชยให้

ข้อแก้ไข: ตัวเลขนี้มาจากงานทบทวนในวารสาร International Journal of Radiation Oncology • Biology • Physics ไม่ใช่ The Lancet Oncology
และงานนี้ไม่ได้ประเมินค่าใช้จ่าย

7. เปรียบเทียบทางเลือกดูแลผิวระหว่างฉายแสง

คำตอบตรง: สิ่งที่มีหลักฐานชัดคือการล้างผิว ฟิล์มกันเสียดสีเพื่อป้องกัน ยาทาสเตียรอยด์บนผิวที่ยังไม่เปิด และแผ่นโฟมซิลิโคนเมื่อลอกเปียก
หลายวิธีที่ใช้กันทั่วไปยังมีหลักฐานไม่พอ MASCC 2023 จึงไม่แนะนำให้ใช้เป็นประจำ
(Behroozian 2023)

ตาราง: เปรียบเทียบยา แผ่นปิดแผล และการดูแลตัวเอง

ชื่อยาเป็นชื่อสามัญ ใช้ตามแผนของทีมรังสีรักษาเท่านั้น

ทางเลือก ใช้เมื่อ หลักฐาน และข้อควรระวัง
ทางเลือกใช้เมื่อหลักฐานข้อควรระวัง
ล้างด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อนทุกระดับ ตั้งแต่เริ่มฉายChan 2023, Roy 2001ไม่ขัดถู ซับแห้งเบาๆ
น้ำเกลือ 0.9% ปราศจากเชื้อแผลลอกเปียกใช้ในการทำแผลทั่วไป ยังไม่มีงานเทียบกับน้ำสะอาดใช้ขวดใหม่ ปิดฝาหลังใช้
ฟิล์มซิลิโคนหรือฟิล์มโพลียูรีเทนใสป้องกันตั้งแต่เริ่มฉายRobijns 2023, Wooding 2018ติดยากบริเวณหนวดเครา อาจคัน
แผ่นโฟมซิลิโคนชนิดบางผิวอักเสบหรือลอกเปียกMASCC 2023 แนะนำเปลี่ยนเมื่อน้ำเหลืองซึมเต็ม
ไฮโดรเจลลอกเปียก ปวดแสบMacmillan 2007, Gollins 2008 ผลไม่ตรงกันใช้ตามที่ทีมเลือก
ยาทาสเตียรอยด์ (mometasone, betamethasone)ผิวแดงที่ยังไม่เปิดTam 2023ไม่ทาบนแผลเปิด ใช้ตามแพทย์สั่ง
ว่านหางจระเข้ สมุนไพร น้ำมันทำเองไม่แนะนำบนแผลเปิดRichardson 2005, Raja 2026ไม่สะอาด ระคายเคือง เสี่ยงติดเชื้อ
โปรตีนและพลังงานพอตลอดคอร์สArends 2017 (ESPEN)ปรึกษานักโภชนาการถ้ากลืนเจ็บ

ความเชื่อที่ควรแก้

ทาครีมแล้วครีมจะสะท้อนรังสีเข้าผิว

รังสีไม่ได้สะท้อน ชั้นครีมหนาทำให้จุดที่รังสีสะสมเลื่อนขึ้นมาใกล้ผิว ส่วนชั้นบางแทบไม่เปลี่ยนปริมาณรังสี

ครีมผสมโลหะอันตรายกว่าครีมทั่วไป

งานวัดในหุ่นจำลองพบว่าครีม zinc oxide และ silver sulfadiazine เพิ่มรังสีที่ผิวใกล้เคียงครีมทั่วไปที่หนาเท่ากัน

ห้ามให้ผิวที่ฉายแสงโดนน้ำ

การวิเคราะห์รวมงานวิจัยพบว่าการล้างผิวลดการลอกเปียก (odds ratio 0.25) จึงควรล้างอย่างนุ่มนวล

ต้องกินแต่ไข่ขาวเพื่อให้แผลหาย

ไข่ทั้งฟองให้ทั้งโปรตีนและพลังงาน ยกเว้นแพทย์จำกัดไขมันหรือคอเลสเตอรอลด้วยเหตุผลเฉพาะ

ต้องกินโปรตีน 1.5–2.0 กรัม/กก. แผลถึงจะหาย

ESPEN แนะนำ 1.0–1.5 กรัม/กก./วัน และยังไม่มีหลักฐานว่าโปรตีนเกินระดับนี้ทำให้แผลจากรังสีหายเร็วขึ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทำไมฉายแสงบริเวณคอแล้วผิวไหม้ แดง และลอกเปียก?

รังสีทำลาย DNA ของเซลล์ชั้นฐานของผิวที่แบ่งตัวอยู่ตลอด เมื่อสร้างเซลล์ใหม่ไม่ทันแทนเซลล์ที่หลุดไป ผิวจึงบางจนเปิดเป็นแผลเปียก ผิวคอบาง มีรอยพับ และเสียดสีกับปกเสื้อและหน้ากากฉายแสง จึงลอกง่ายกว่าบริเวณอื่น การได้ยาเคมีบำบัดหรือ cetuximab ร่วมทำให้ผิวอักเสบมากขึ้น

ผิวคอลอกเปียกจากการฉายแสง ทำความสะอาดอย่างไร?

ล้างมือก่อน ล้างแผลเบาๆ ด้วยน้ำอุ่นสะอาดหรือน้ำเกลือ 0.9% ปราศจากเชื้อตามที่ทีมรังสีรักษาแนะนำ ไม่ขัดถู ซับแห้งด้วยผ้าก๊อซสะอาด แล้วปิดด้วยแผ่นปิดแผลชนิดไม่ติดแผล การวิเคราะห์รวมงานวิจัยพบว่าการล้างผิวลดการลอกเปียกได้ (odds ratio 0.25)

ควรใช้แผ่นปิดแผลแบบไหน?

แนวทาง MASCC 2023 แนะนำแผ่นโฟมซิลิโคนชนิดบางสำหรับผิวอักเสบจากรังสี ส่วนฟิล์มซิลิโคนหรือฟิล์มโพลียูรีเทนใสใช้ป้องกันตั้งแต่เริ่มฉาย ไฮโดรเจลมีผลไม่ตรงกัน งานวิจัย 357 คนพบว่าแผลที่ใช้ไฮโดรเจลหายช้ากว่าผ้าปิดแผลแห้ง ให้ทีมรังสีรักษาเลือกตามลักษณะแผลและหน้ากากฉายแสง

ทาครีม น้ำมัน หรือสมุนไพรเองได้ไหม?

บนแผลเปิดไม่ควรทาสิ่งที่ทีมรักษาไม่ได้แนะนำ เพราะสมุนไพรและน้ำมันทำเองไม่ผ่านการฆ่าเชื้อและอาจระคายเคือง การทบทวน 5 งานวิจัยไม่พบว่าเจลว่านหางจระเข้ป้องกันผิวอักเสบจากรังสี ยาที่มีหลักฐานคือยาทาสเตียรอยด์ เช่น mometasone หรือ betamethasone บนผิวที่ยังไม่เปิด ตามแพทย์สั่ง

ทาครีมก่อนไปฉายแสงทำให้รังสีที่ผิวเพิ่มขึ้นจริงไหม?

ชั้นบางระดับฟิล์มน้ำมันเพิ่มรังสีที่ผิวเพียงราว 1.03 เท่า แต่ชั้นหนา 1 และ 5 มิลลิเมตรเพิ่มเป็นราว 2.16 และ 3.58 เท่าในหุ่นจำลอง ครีมที่มีโลหะไม่ต่างจากครีมทั่วไปที่หนาเท่ากัน จึงควรทาบางๆ ตามที่ทีมแนะนำ และถามทีมว่าควรเช็ดออกก่อนฉายหรือไม่

ช่วงฉายแสงควรกินโปรตีนเท่าไร ถ้ากลืนเจ็บ?

ESPEN แนะนำโปรตีน 1.0–1.5 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน และพลังงานราว 25–30 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัม คนน้ำหนัก 50 กิโลกรัมควรได้โปรตีนราว 50–75 กรัมต่อวัน เลือกอาหารนุ่ม เช่น ไข่ตุ๋น โจ๊กปลา อกไก่บด และใช้อาหารทางการแพทย์เสริมถ้ากินได้น้อยกว่าครึ่ง ผู้ที่มีโรคไตควรถามแพทย์ก่อน

แผลแบบไหนเป็นสัญญาณติดเชื้อที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล?

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 เมื่อมีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสหรือหนาวสั่น แผลแดงร้อนบวมลามเร็ว มีหนองหรือกลิ่นเหม็น เลือดออกไม่หยุดหลังกด 10 นาที แผลสีดำคล้ายเนื้อตาย หรือคอบวมจนหายใจหรือกลืนลำบาก ผู้ที่ได้ยาเคมีบำบัดร่วมต้องรีบเป็นพิเศษเพราะเม็ดเลือดขาวอาจต่ำ

แผลจะหายเมื่อไร และต้องหยุดฉายแสงไหม?

ผิวมักอักเสบต่ออีก 1–2 สัปดาห์หลังฉายครั้งสุดท้าย แล้วค่อยๆ หายในหลายสัปดาห์ การพักฉายเป็นการตัดสินใจของแพทย์รังสีรักษา เพราะในมะเร็งศีรษะและลำคอ การหยุดโดยไม่ได้วางแผนเพียง 1 วันสัมพันธ์กับการควบคุมโรคเฉพาะที่ลดลงราว 1.4% ให้ไปตามนัดแล้วแจ้งทีมตรวจแผลก่อนฉาย

กลไกทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Mechanism)

เคมีของรังสีในเซลล์: รังสีเอกซ์พลังงานสูงทำให้โมเลกุลน้ำในเซลล์แตกตัว เกิดอนุมูลไฮดรอกซิลซึ่งไวต่อปฏิกิริยามาก
อนุมูลนี้ทำให้สาย DNA ขาดทั้งสองสาย เซลล์ชั้นฐานที่แบ่งตัวบ่อยจึงตายเมื่อพยายามแบ่งตัวครั้งถัดไป ส่วนเซลล์ผิวชั้นบนที่ไม่แบ่งตัวแล้วยังอยู่ได้อีกระยะ
ผิวจึงลอกช้ากว่าวันที่ได้รับรังสีหลายสัปดาห์
(Ryan 2012)

ฟิสิกส์ของผิว: อิเล็กตรอนที่เกิดจากรังสีพลังงานสูงต้องวิ่งผ่านเนื้อเยื่อระยะหนึ่งก่อนปริมาณรังสีจะสะสมสูงสุด
ผิวชั้นบนจึงได้รังสีน้อยกว่าเนื้อเยื่อใต้ผิว วัสดุหนาบนผิวทำให้การสะสมเริ่มเร็วขึ้น นี่คือเหตุผลที่ชั้นครีมหนาเพิ่มรังสีที่ผิว แต่ชั้นบางแทบไม่เปลี่ยน
(Baumann 2018)

การอักเสบและการซ่อม: เซลล์ที่เสียหายและหลอดเลือดฝอยหลั่ง IL-1, IL-6, TNF-α และ TGF-β ในบริเวณนั้น ทำให้หลอดเลือดขยาย ผิวแดง บวม และปวดแสบ
การหายเกิดจากเซลล์ต้นกำเนิดรอบรูขุมขนและขอบแผลแบ่งตัวคลานเข้าปิดแผล ความชื้นที่พอดี ความสะอาด และการลดเสียดสีจึงช่วยให้เซลล์คลานได้ดี
ขณะที่การขัดถูหรือแกะผิวทำลายเซลล์ที่กำลังซ่อม
(Rosenthal 2019)

เรียบเรียงและทบทวนโดย

เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ (E-E-A-T)

อ่านประวัติผู้เขียน

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาเรื่องผิวอักเสบจากรังสีบริเวณศีรษะและลำคอ ไม่ใช่การวินิจฉัย การสั่งยา หรือแผนการทำแผลเฉพาะบุคคล
ชื่อยาเป็นชื่อสามัญเพื่อการศึกษาเท่านั้น การเลือกแผ่นปิดแผล ยาทา และการพักฉายแสงเป็นหน้าที่ของทีมรังสีรักษาที่ดูแลผู้ป่วย
ห้ามหยุดหรือเลื่อนการฉายแสงเอง ในภาวะฉุกเฉินโทร 1669