หมวดหมู่: มะเร็งวิทยา · การดูแลระหว่างเคมีบำบัด · โภชนาการ
มะเร็งกระเพาะอาหารระยะ 4 คีโมแล้วงอมกี่วันถึงฟื้น: คลื่นไส้ระยะแรกและระยะหลัง ยาป้องกันอาเจียน อาหารช่วงฟื้นตัว และสัญญาณที่ต้องรีบกลับโรงพยาบาล
AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)
อาการงอมหลังคีโมมักหนักสุดใน 1–3 วันแรก เพราะยากระตุ้นสารเซโรโทนินและสาร P ที่สั่งสมองให้คลื่นไส้ คลื่นไส้ระยะหลังอาจยาวถึงวันที่ 5 และส่วนใหญ่เริ่มดีขึ้นวันที่ 4–5 ถ้าอาเจียนจนดื่มน้ำไม่อยู่ควรโทรหาทีมรักษาทันที ช่วงฟื้นตัวให้แบ่งกิน 5–6 มื้อ เน้นโปรตีน และกินยาป้องกันตามเวลา
ช่วงเวลาของคลื่นไส้หลังคีโม,
ยาป้องกันอาเจียนตามแนวทาง,
อาหารช่วงฟื้นตัว สัญญาณอันตราย และการดูแลใจ ข้อมูลพื้นฐานเรื่องมะเร็งกระเพาะอาหารจาก MedlinePlus
และคลื่นไส้จากการรักษามะเร็งจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ
สัญญาณอันตราย ·
ทำไมงอม ·
ช่วงฟื้นตัว ·
ยาป้องกันอาเจียน ·
อาหาร ·
ตารางเปรียบเทียบ ·
คำถามที่พบบ่อย
จากกลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง: “คีโมเข็ม 9 ทำอะไรไม่ได้ ฟื้นแล้วพร้อมกิน” และ “งอมกี่วันถึงฟื้น”
สมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเล่าว่าผ่านคีโมเข็มที่ 9 ของมะเร็งกระเพาะอาหารระยะ 4 มาได้ ฟื้นแล้วและพร้อมกินอาหาร
อีกคนถามกลับด้วยความห่วงว่า “งอมไปกี่วันถึงฟื้น ญาติวันนี้วันที่ 2 อ้วกตลอด ยังไม่ฟื้นเลย”
คำตอบสั้นๆ: คลื่นไส้หลังคีโมมีสองช่วงหลัก ช่วงแรกคือ 24 ชั่วโมงแรก และช่วงหลังคือวันที่ 2–5 ส่วนใหญ่ดีขึ้นราววันที่ 4–5
แต่การอาเจียนตลอดในวันที่ 2 ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนรอ ทีมรักษาปรับยาได้ทั้งในรอบนี้และรอบถัดไป (ดูคำถามข้อ 2)
สัญญาณอันตราย — ต้องรีบไปโรงพยาบาลหรือโทรหาทีมรักษาทันที
คำตอบตรง: อาการเหล่านี้ไม่ใช่ผลข้างเคียงที่ควรรอดู
(Taplitz 2018,
Patel 2026)
อาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล
- ไข้ 38.0°C ขึ้นไป หรือหนาวสั่น โดยเฉพาะวันที่ 7–14 หลังให้ยา — อาจเป็นไข้ร่วมกับเม็ดเลือดขาวต่ำ ต้องได้ยาปฏิชีวนะภายใน 1 ชั่วโมง
- อาเจียนจนดื่มน้ำไม่อยู่เกือบทั้งวัน แม้กินยาแก้คลื่นไส้แล้ว
- ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้มมาก ปากแห้ง หน้ามืดเวลาลุกยืน หรือสับสน — ขาดน้ำ
- อาเจียนเป็นเลือดหรือสีคล้ายกากกาแฟ หรือถ่ายดำเหนียว — เลือดออกจากก้อนในกระเพาะ
- อาเจียนอาหารที่กินไปหลายชั่วโมง ท้องบนป่องแน่น กินได้ไม่กี่คำ — อาจเป็นกระเพาะอุดตัน ไม่ใช่แค่ผลข้างเคียงคีโม
- ถ่ายเหลวเป็นน้ำหลายครั้งต่อวัน หรือปวดท้องรุนแรง — โดยเฉพาะผู้ที่ได้ยาภูมิคุ้มกันบำบัดหรือยากลุ่มฟลูออโรไพริมิดีน
- เจ็บแน่นหน้าอก หายใจลำบาก ขาบวมข้างเดียว หรือเป็นลม
1. ทำไมหลังคีโม 1–3 วันแรกถึงงอม คลื่นไส้ และเบื่ออาหาร
คำตอบตรง: คลื่นไส้หลังคีโมแบ่งเป็นระยะเฉียบพลันคือ 24 ชั่วโมงแรก ระยะหลังคือ 24–120 ชั่วโมง (วันที่ 2–5) และระยะหลังมากคือหลังวันที่ 5
แต่ละระยะใช้สารสื่อประสาทต่างกัน จึงต้องใช้ยาต่างกลุ่ม
(Rapoport 2017,
Chow 2023)
ยังคลื่นไส้วันที่ 2–5 แม้ได้ยาป้องกัน (คีโมความเสี่ยงปานกลาง)
ยังคลื่นไส้หลังวันที่ 5 ความรุนแรงใกล้เคียงระยะหลัง
น้ำหนักลดในรอบแรกที่สัมพันธ์กับผลการรักษาแย่ลง (1,464 คน)
ควรได้ยาปฏิชีวนะภายในเวลานี้ เมื่อมีไข้ร่วมกับเม็ดเลือดขาวต่ำ
ระยะเฉียบพลัน (24 ชั่วโมงแรก): เซโรโทนิน
ยาเคมีบำบัดทำให้เซลล์เอนเทอโรโครมัฟฟินในเยื่อบุลำไส้หลั่งเซโรโทนิน ซึ่งจับตัวรับ 5-HT3 บนเส้นประสาทเวกัส ส่งสัญญาณไปยังศูนย์ควบคุมการอาเจียนและบริเวณ CTZ ในก้านสมอง
ยากลุ่มต้านตัวรับ 5-HT3 จึงได้ผลดีที่สุดในวันแรก
(Hesketh 2020)
ระยะหลัง (วันที่ 2–5): สาร P และตัวรับ NK1
หลังวันแรก สาร P ที่จับกับตัวรับ NK1 ในสมองเป็นตัวหลัก คลื่นไส้ระยะนี้มักถูกประเมินต่ำ และผู้ที่ไม่คลื่นไส้วันแรกก็ยังเป็นระยะหลังได้
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดของคลื่นไส้ระยะหลังในรอบถัดไปคือการคุมอาการไม่ได้ในรอบแรก
(Rapoport 2017)
ระยะหลังมาก (หลังวันที่ 5): พบได้บ่อยกว่าที่คิด
การวิเคราะห์ข้อมูลรายบุคคลของผู้ป่วย 2,048 คนพบว่า ในกลุ่มคีโมความเสี่ยงปานกลาง ร้อยละ 7 คลื่นไส้ในวันแรก ร้อยละ 38 ในวันที่ 2–5 และร้อยละ 24 หลังวันที่ 5
ส่วนอาเจียนพบร้อยละ 2, 14 และ 6 ตามลำดับ ผู้ที่ยังคลื่นไส้ในวันที่ 4–5 มีโอกาสคลื่นไส้ต่อหลังวันที่ 5 สูง
(Chow 2023)
ปัจจัยเฉพาะของมะเร็งกระเพาะอาหาร
นอกจากตัวยาแล้ว ก้อนในกระเพาะเองทำให้อิ่มเร็ว กระเพาะบีบตัวช้า หรืออุดตันทางออก ผู้ที่ผ่าตัดกระเพาะมาแล้วจะจุได้น้อยลง
สูตรที่ใช้บ่อยในระยะลุกลามมักมี oxaliplatin ร่วมกับ fluorouracil หรือ capecitabine และอาจเสริมยาภูมิคุ้มกันบำบัดหรือยามุ่งเป้าตามผลตรวจชิ้นเนื้อ
ในงานวิจัย CheckMate 649 ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดของทั้งสองกลุ่มคือคลื่นไส้ ท้องเสีย และปลายประสาทอักเสบ
(Janjigian 2021)
ส่วนยา zolbetuximab สำหรับมะเร็งที่มีโปรตีน CLDN18.2 ทำให้คลื่นไส้อาเจียนรุนแรงได้บ่อยโดยเฉพาะช่วงให้ยา
(Shitara 2023)
ตาราง: ไทม์ไลน์ผลข้างเคียงหลังคีโมเทียบกับการฟื้นตัวของร่างกาย
ช่วงเวลาโดยประมาณสำหรับสูตรที่ให้ทุก 2–3 สัปดาห์ แต่ละคนต่างกันตามสูตรยาและสภาพร่างกาย
| ระยะเวลาหลังให้ยา | อาการที่พบ | กลไกในร่างกาย | แนวทางรับมือและอาหาร |
|---|---|---|---|
| วันที่ 1 (24 ชั่วโมงแรก) | คลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว | เซโรโทนินจากลำไส้กระตุ้นตัวรับ 5-HT3 | ยาป้องกันตามเวลา จิบน้ำบ่อย อาหารแห้งรสอ่อน |
| วันที่ 2–5 | งอม อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ระยะหลัง | สาร P กับตัวรับ NK1 ร่วมกับฤทธิ์ยาต่อร่างกายโดยรวม | กินยาต่อตามแผน มื้อเล็กบ่อยๆ โทรหาทีมถ้าดื่มน้ำไม่อยู่ |
| หลังวันที่ 5 | คลื่นไส้ยังเหลือในบางคน ความอยากอาหารเริ่มกลับ | ระดับยาลดลง ร่างกายปรับตัว | เพิ่มโปรตีนและพลังงาน ชั่งน้ำหนักทุกสัปดาห์ |
| สัปดาห์ที่ 1–2 | แผลในปาก เจ็บกลืน ท้องเสีย | เยื่อบุทางเดินอาหารอักเสบตามกลไก 5 ระยะ | อาหารนุ่ม บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ แจ้งทีมถ้าถ่ายเหลวหลายครั้ง |
| วันที่ 7–14 | มักไม่มีอาการ แต่ติดเชื้อง่าย | เม็ดเลือดขาวต่ำสุด (nadir) | วัดไข้ อาหารสุกสะอาด ไข้ 38.0°C ไปโรงพยาบาล |
| ก่อนรอบถัดไป | แรงกลับมามากขึ้น | ไขกระดูกและเยื่อบุฟื้นตัว | เก็บพลังงาน บอกทีมว่ารอบนี้คลื่นไส้มากแค่ไหน |
2. กลไกการฟื้นตัวหลังผ่านช่วงงอม
คำตอบตรง: ความอยากอาหารกลับมาเมื่อสัญญาณคลื่นไส้ลดลงและระดับยาในร่างกายต่ำลง ส่วนเยื่อบุทางเดินอาหารและไขกระดูกฟื้นช้ากว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ 1–3
(Sonis 2004)
เยื่อบุทางเดินอาหาร: บาดเจ็บ ส่งสัญญาณ อักเสบ เป็นแผล แล้วซ่อมแซม
แบบจำลองของ Sonis อธิบายว่าเยื่อบุอักเสบจากคีโมเกิดเป็น 5 ระยะ คือการบาดเจ็บของเซลล์ การส่งสัญญาณอักเสบ การขยายสัญญาณ การเกิดแผล และการซ่อมแซม
อาการแผลในปาก เจ็บกลืน หรือท้องเสียจึงมักตามมาหลังช่วงงอม และหายเมื่อเซลล์ใหม่ขึ้นมาแทน
(Sonis 2004)
ไขกระดูก: ต่ำสุดวันที่ 7–14 แล้วฟื้นก่อนรอบถัดไป
เม็ดเลือดขาวมักต่ำสุดช่วงวันที่ 7–14 แม้ผู้ป่วยจะรู้สึกดีขึ้นแล้วก็ตาม ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ต้องระวังไข้มากที่สุด ไม่ใช่ช่วงงอม
(Taplitz 2018)
อ่านขั้นตอนสำหรับผู้ดูแลเมื่อมีไข้ได้ที่ ไข้หลังคีโม: คู่มือผู้ดูแล
ความอ่อนเพลียสะสมได้เมื่อรับคีโมหลายรอบ
ผู้ป่วยหลายคนรู้สึกว่ารอบหลังๆ ฟื้นช้ากว่ารอบแรก จากผลสะสมของยา โลหิตจาง และน้ำหนักที่ลดลง การบอกทีมรักษาว่ารอบนี้ฟื้นกี่วันช่วยให้ปรับขนาดยาหรือระยะห่างได้
ผู้ที่ฟื้นเร็วและกลับมากินได้ มักเป็นผู้ที่คุมคลื่นไส้ได้ดีและรักษาน้ำหนักไว้ได้
(Mansoor 2021)
3. ยาป้องกันคลื่นไส้อาเจียน: กลไกและวิธีกินให้ได้ผล
คำตอบตรง: ยาป้องกันอาเจียนได้ผลดีที่สุดเมื่อกินตามเวลาก่อนมีอาการ และแต่ละกลุ่มปิดคนละทาง
สูตรที่มี oxaliplatin จัดเป็นความเสี่ยงปานกลาง แนวทาง MASCC/ESMO 2023 แนะนำยากลุ่มต้านตัวรับ 5-HT3 ร่วมกับ dexamethasone ในวันแรก
และเพิ่มยากลุ่มต้านตัวรับ NK1 ในผู้หญิงอายุน้อยกว่า 50 ปีที่ได้ oxaliplatin
(Scotté 2023)
ยาแต่ละกลุ่มทำงานอย่างไร
- ยากลุ่มต้านตัวรับ 5-HT3 (ondansetron, granisetron, palonosetron) — ปิดทางเซโรโทนิน เด่นในวันแรก palonosetron ออกฤทธิ์นานกว่า
- ยากลุ่มต้านตัวรับ NK1 (aprepitant, fosaprepitant, netupitant) — ปิดทางสาร P ช่วยคลื่นไส้อาเจียนระยะหลัง
- dexamethasone — เสริมฤทธิ์ยาอื่น แนวทาง ASCO ยืนยันว่ายังใช้ได้แม้ได้ยาภูมิคุ้มกันบำบัดร่วมกับคีโม
(Hesketh 2020) - olanzapine — ออกฤทธิ์หลายตัวรับ ใช้ป้องกันหรือแก้คลื่นไส้ที่ยังเหลืออยู่ อาจทำให้ง่วง
- metoclopramide — ยาต้านโดพามีน ช่วยกระเพาะบีบตัว ใช้เป็นยาเสริมตามแพทย์สั่ง (ห้ามใช้เองเมื่อสงสัยกระเพาะหรือลำไส้อุดตัน)
หลักฐานของ olanzapine
งานวิจัยแบบสุ่มในผู้ป่วย 380 คนที่ได้คีโมความเสี่ยงสูง พบว่าการเพิ่ม olanzapine ทำให้สัดส่วนผู้ที่ไม่คลื่นไส้เลยเพิ่มจากร้อยละ 45 เป็น 74 ในวันแรก
และจากร้อยละ 25 เป็น 42 ในวันที่ 2–5 ผลข้างเคียงคือง่วงมากในวันที่ 2 ราวร้อยละ 5
(Navari 2016)
แนวทาง ASCO มีตัวเลือกขนาด 5 มก. เพื่อลดอาการง่วง
วิธีกินยาให้ได้ผล
- กินยาป้องกันตามเวลาที่ทีมรักษากำหนด แม้ยังไม่รู้สึกคลื่นไส้ ไม่รอให้อาเจียนก่อน
- ขอยาแก้คลื่นไส้เสริมติดบ้านไว้ และถามให้ชัดว่ากินซ้ำได้เมื่อไร
- จดบันทึกว่าคลื่นไส้วันไหน อาเจียนกี่ครั้ง กินได้เท่าไร เพื่อแจ้งทีมก่อนรอบถัดไป
- ถ้าอาเจียนจนยาเม็ดออกมา ให้โทรหาทีมรักษา อาจต้องใช้ยาแบบอมใต้ลิ้น เหน็บ หรือฉีด
ขิงและวิธีที่ไม่ใช่ยา
งานวิจัยในผู้ป่วย 576 คนพบว่าขิง 0.5–1.0 กรัมต่อวันร่วมกับยากลุ่มต้านตัวรับ 5-HT3 ลดความรุนแรงของคลื่นไส้ในวันแรก และพบว่าคลื่นไส้ล่วงหน้าจากความกังวลมีผลต่ออาการมาก
(Ryan 2012)
ขิงเป็นตัวเสริม ไม่ใช่ตัวแทนยา
คลื่นไส้ อาเจียน หรืออ่อนเพลียหลังคีโมมากแค่ไหน ถึงต้องโทรหาทีมรักษา?
วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา แบบประเมินช่วยดูว่าอาการระหว่างการรักษามะเร็งของคุณ
อยู่ระดับไหนและเร่งด่วนเพียงใด ใช้ร่วมกับรายการสัญญาณอันตรายด้านบน ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค
4. อาหารช่วงฟื้นตัวสำหรับผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารระยะ 4
คำตอบตรง: เป้าหมายคือรักษาน้ำหนักและกล้ามเนื้อ แนวทาง ESPEN แนะนำโปรตีนมากกว่า 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน และถ้าทำได้ถึง 1.5 กรัม
พลังงานราว 25–30 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัมต่อวัน
(Muscaritoli 2021)
1. มื้อเล็ก 5–6 มื้อต่อวัน
ก้อนในกระเพาะหรือกระเพาะที่ถูกผ่าตัดไปบางส่วนจุอาหารได้น้อย กินครั้งละน้อยแต่บ่อย ทุก 2–3 ชั่วโมง เคี้ยวช้าๆ และดื่มน้ำระหว่างมื้อแทนการดื่มพร้อมอาหาร
ตัวอย่างเช่น ข้าวต้มปลา ไข่ตุ๋น โจ๊กไก่ ต้มจืดเต้าหู้ ขนมปังนุ่ม
2. โปรตีนทุกมื้อ และเสริมอาหารทางการแพทย์เมื่อกินไม่พอ
ผู้ป่วยหนัก 50 กิโลกรัมควรได้โปรตีนราว 50–75 กรัมต่อวัน จากไข่ ปลา ไก่ เต้าหู้ นม ถ้ากินได้น้อยกว่าครึ่งของปกตินานเกิน 1 สัปดาห์ ควรขอพบนักกำหนดอาหาร
เรื่องอาหารทางการแพทย์แบบดื่ม การวิเคราะห์ผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารระยะลุกลาม 1,464 คนพบว่าน้ำหนักลดตั้งแต่ร้อยละ 3 ในรอบแรกสัมพันธ์กับการรอดชีวิตที่สั้นลง
(Mansoor 2021)
อ่านเรื่องการเลือกนมและอาหารทางการแพทย์ได้ที่ คีโมแล้วเบื่ออาหาร ดื่มนมอะไรได้บ้าง
3. อุณหภูมิอาหาร: ถ้ามี oxaliplatin เลือกอุณหภูมิห้อง ไม่ใช่อาหารเย็น
อาหารร้อนจัดมีกลิ่นแรงซึ่งกระตุ้นคลื่นไส้ได้ แต่ถ้าสูตรยามี oxaliplatin ให้เลือกอาหารอุณหภูมิห้อง ไม่ใช่อาหารเย็น
เพราะ oxaliplatin ทำให้ปลายประสาทไวต่อความเย็นเฉียบพลันระหว่างหรือหลังให้ยาไม่นาน อาจชาปลายมือ ชารอบปาก หรือรู้สึกกลืนลำบากหายใจไม่อิ่มเมื่อดื่มน้ำเย็น
(Gamelin 2002)
งดน้ำแข็ง ไอศกรีม และสมูทตี้เย็นในช่วงไม่กี่วันหลังให้ยา และสวมถุงมือเมื่อหยิบของจากตู้เย็น
ถ้าอาการชาเรื้อรังหลังจบคีโม อ่านต่อที่ จบคีโมแล้วยังชามือชาเท้า
4. อาหารสุก สะอาด โดยเฉพาะวันที่ 7–14
ช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำ เลี่ยงอาหารดิบหรือสุกๆ ดิบๆ ไข่ลวกไม่สุก ปลาดิบ อาหารค้างคืนนอกตู้เย็น ล้างผักผลไม้ให้สะอาดก่อนกิน
ลดอาหารเผ็ดจัด มันจัด ทอด เพราะกระตุ้นจุกแน่นและคลื่นไส้
ถ้าเคยผ่าตัดกระเพาะ
ผู้ที่ตัดกระเพาะบางส่วนหรือทั้งหมดอาจมีอาการใจสั่น เหงื่อออก ท้องเสียหลังกินของหวานหรือน้ำปริมาณมาก ให้เลี่ยงเครื่องดื่มหวานจัด แยกน้ำออกจากมื้อ
และนอนพักสั้นๆ หลังกิน การขาดวิตามินบี 12 และธาตุเหล็กพบได้ ควรให้ทีมรักษาตรวจเลือดเป็นระยะ
ตาราง: แนวทางอาหารและยาป้องกันอาเจียนสำหรับมะเร็งกระเพาะอาหารระยะ 4
หลักทั่วไป ควรปรับร่วมกับแพทย์ เภสัชกร และนักกำหนดอาหารของผู้ป่วย
| หมวดการดูแล | อาหารหรือยาที่แนะนำ | วิธีปฏิบัติ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| ยาป้องกันอาเจียน | ยากลุ่มต้านตัวรับ 5-HT3 ร่วมกับ dexamethasone ± ยากลุ่มต้านตัวรับ NK1 | กินตามเวลาแม้ยังไม่คลื่นไส้ | ท้องผูกจากยากลุ่ม 5-HT3; น้ำตาลในเลือดสูงจาก dexamethasone |
| ยาแก้คลื่นไส้เสริม | olanzapine หรือ metoclopramide ตามแพทย์สั่ง | ใช้เมื่อยังคลื่นไส้แม้กินยาป้องกันแล้ว | ง่วง; ห้ามใช้ metoclopramide เองเมื่อสงสัยอุดตัน |
| มื้ออาหาร | ข้าวต้ม โจ๊ก ไข่ตุ๋น ปลานึ่ง เต้าหู้ | 5–6 มื้อเล็ก ทุก 2–3 ชั่วโมง | มื้อใหญ่ ของทอด มันจัด เผ็ดจัด |
| โปรตีนและพลังงาน | โปรตีนมากกว่า 1 ถึง 1.5 ก./กก./วัน; 25–30 กิโลแคลอรี/กก./วัน | โปรตีนทุกมื้อ; อาหารทางการแพทย์เมื่อกินไม่พอ | ผู้ที่มีโรคไตหรือเบาหวานควรปรับกับนักกำหนดอาหาร |
| อุณหภูมิอาหาร | อุณหภูมิห้องหรืออุ่น | ลดกลิ่นแรงจากอาหารร้อนจัด | งดน้ำแข็งและของเย็นช่วงหลังให้ oxaliplatin |
| น้ำและเกลือแร่ | น้ำเปล่า น้ำซุปใส สารละลายเกลือแร่ | จิบทีละน้อยบ่อยๆ ดูสีปัสสาวะ | ดื่มไม่อยู่เกือบทั้งวันต้องไปโรงพยาบาล |
| ความปลอดภัยของอาหาร | อาหารปรุงสุกใหม่ ผลไม้ล้างสะอาด | เข้มงวดช่วงวันที่ 7–14 | อาหารดิบ ไข่ไม่สุก อาหารค้างนอกตู้เย็น |
| ติดตามน้ำหนัก | ชั่งน้ำหนักทุกสัปดาห์ | แจ้งทีมเมื่อลดตั้งแต่ร้อยละ 3 ในหนึ่งรอบ | อย่ารอจนน้ำหนักลดมาก |
5. เป้าหมายของคีโมในมะเร็งกระเพาะอาหารระยะ 4
คำตอบตรง: คีโมในระยะ 4 มุ่งควบคุมโรค ยืดชีวิต และคุมอาการให้ใช้ชีวิตได้ การดูแลผลข้างเคียงให้ดีจึงสำคัญพอๆ กับตัวยา
บทความทบทวนใน JAMA สรุปว่าการเสริมยาภูมิคุ้มกันบำบัดในผู้ที่มีโปรตีน PD-L1 และการเสริมยามุ่งเป้า trastuzumab หรือ zolbetuximab ตามผลตรวจ ช่วยให้มีชีวิตยืนยาวขึ้นหลายเดือน
และการดูแลแบบประคับประคองตั้งแต่ต้น ทั้งด้านอาการ อาหาร และจิตใจ สัมพันธ์กับการมีชีวิตยืนยาวขึ้นราว 3 เดือน
(Patel 2026)
สูตรยาที่พบบ่อยและผลข้างเคียงเด่น
- oxaliplatin ร่วมกับ fluorouracil และ leucovorin ทุก 2 สัปดาห์ หรือร่วมกับ capecitabine ทุก 3 สัปดาห์ — คลื่นไส้ ชาเมื่อโดนความเย็น ท้องเสีย มือเท้าแดงลอก
- เสริม nivolumab — งานวิจัย CheckMate 649 ในผู้ป่วย 1,581 คน ลดความเสี่ยงเสียชีวิตลงในกลุ่มที่มี PD-L1 สูง (hazard ratio 0.71) ต้องเฝ้าระวังท้องเสีย ผื่น และต่อมไทรอยด์
(Janjigian 2021) - เสริม zolbetuximab เมื่อมีโปรตีน CLDN18.2 — งานวิจัย SPOTLIGHT ในผู้ป่วย 565 คน ผลข้างเคียงรุนแรงที่พบบ่อยที่สุดคือคลื่นไส้ อาเจียน และเบื่ออาหาร
(Shitara 2023)
คีโมเข็มที่ 9 ของสูตรทุก 2 สัปดาห์เท่ากับรักษามาราว 4 เดือน ทีมรักษามักประเมินผลด้วยภาพถ่ายทางรังสีเป็นระยะและปรับสูตรตามผลข้างเคียงสะสม
6. การดูแลใจของผู้ป่วยและผู้ดูแล
คำตอบตรง: การดูแลแบบประคับประคองไม่ใช่การหยุดรักษา แต่เป็นทีมที่ช่วยคุมอาการและดูแลใจคู่ไปกับคีโม
งานวิจัยแบบสุ่มในผู้ป่วยมะเร็งปอดและมะเร็งทางเดินอาหาร 350 คนพบว่า การพบทีมประคับประคองตั้งแต่ต้นทำให้คุณภาพชีวิตในสัปดาห์ที่ 24 ดีขึ้น (1.59 เทียบกับ −3.40 คะแนน)
ภาวะซึมเศร้าลดลง และผู้ป่วยได้คุยเรื่องความต้องการของตัวเองกับแพทย์มากขึ้น (ร้อยละ 30.2 เทียบกับ 14.5)
(Temel 2017)
ความหวังที่ตั้งอยู่บนข้อมูล
กำลังใจที่สดใสช่วยให้ผ่านแต่ละรอบได้ แต่ไม่จำเป็นต้องฝืนยิ้มทุกวัน วันที่งอมคือวันที่ร่างกายต้องการพัก การบอกความรู้สึกจริงกับคนใกล้ชิดและทีมรักษาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแล
ถ้าเศร้า หมดหวัง หรือนอนไม่หลับนานเกิน 2 สัปดาห์ ให้แจ้งทีมรักษา หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323
บทบาทของผู้ดูแล
- จดตารางยาป้องกันอาเจียนและเตือนให้กินตามเวลา
- เตรียมมื้อเล็กไว้ใกล้ตัวผู้ป่วย และไม่บังคับให้กินเมื่อกำลังคลื่นไส้หนัก
- วัดไข้วันละ 1–2 ครั้งช่วงวันที่ 7–14 และรู้เบอร์โทรของหอผู้ป่วยหรือทีมรักษา
- ดูแลตัวเองด้วย ผลัดเวรกับญาติคนอื่น ผู้ดูแลที่หมดแรงช่วยใครได้ยาก
7. ความเชื่อที่พบบ่อย ตรงกับหลักฐานแค่ไหน
คำตอบตรง: หลายข้อมีส่วนจริง แต่ถ้าเข้าใจคลาดเคลื่อนอาจทำให้เลือกอาหารผิดหรือรอนานเกินไป
“คลื่นไส้เฉียบพลันกินเวลา 3 วันแรก แล้วหายเอง” — ไม่ตรงนัก
ระยะเฉียบพลันคือ 24 ชั่วโมงแรก วันที่ 2–5 เป็นระยะหลังที่ใช้ยาต่างกลุ่ม และร้อยละ 24 ยังคลื่นไส้หลังวันที่ 5
(Chow 2023)
“งอมวันที่ 1–3 เพราะเยื่อบุกระเพาะอักเสบ” — เป็นส่วนน้อย
อาการช่วงแรกมาจากสัญญาณเซโรโทนินและสาร P เป็นหลัก ส่วนเยื่อบุอักเสบมักตามมาภายหลังและฟื้นตามการสร้างเซลล์ใหม่
(Sonis 2004)
“อาหารเย็นช่วยลดคลื่นไส้ เหมาะกับทุกคน” — ต้องดูสูตรยา
ถ้าสูตรยามี oxaliplatin ของเย็นทำให้ชาและรู้สึกกลืนลำบากได้ จึงควรเลือกอุณหภูมิห้อง
(Gamelin 2002)
“กินโปรตีนเยอะแล้วเม็ดเลือดขาวจะขึ้นเร็ว” — ไม่ตรงนัก
โปรตีนไม่ได้เร่งเม็ดเลือดขาวโดยตรง แต่ช่วยรักษากล้ามเนื้อและน้ำหนัก ซึ่งช่วยให้ทนการรักษาได้
(Muscaritoli 2021)
“อาเจียนตลอดวันที่ 2 ต้องทนไปก่อน” — ไม่ควรรอ
การคุมอาการไม่ได้ในรอบแรกเพิ่มความเสี่ยงคลื่นไส้ระยะหลังในรอบถัดไป ควรโทรหาทีมรักษาเพื่อปรับยา
(Rapoport 2017)
ตาราง: เปรียบเทียบวิธีจัดการคลื่นไส้และภาวะโภชนาการหลังคีโม
ยาแต่ละกลุ่ม อาหาร และวิธีที่ไม่ใช่ยา เทียบความเหมาะสม หลักฐาน และข้อควรระวัง — ใช้ชื่อสามัญเท่านั้น
| วิธี | เหมาะกับ | หลักฐาน | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| ยากลุ่มต้านตัวรับ 5-HT3 (ondansetron, palonosetron) | คีโมความเสี่ยงปานกลางถึงสูงทุกราย | แนวทาง ASCO 2020 และ MASCC/ESMO 2023 | ท้องผูก ปวดหัว |
| ยากลุ่มต้านตัวรับ NK1 (aprepitant, fosaprepitant) | คีโมความเสี่ยงสูง ผู้หญิงอายุน้อยกว่า 50 ปีที่ได้ oxaliplatin หรือคุมระยะหลังไม่ได้ | ช่วยคลื่นไส้อาเจียนระยะหลัง (Rapoport 2017) | ปฏิกิริยากับยาอื่นผ่านเอนไซม์ตับ ต้องลด dexamethasone |
| dexamethasone | ใช้ร่วมกับยากลุ่มอื่นในวันแรก | ยังใช้ได้แม้ได้ยาภูมิคุ้มกันบำบัดร่วม (ASCO 2020) | น้ำตาลในเลือดสูง นอนไม่หลับ |
| olanzapine | ป้องกันในคีโมความเสี่ยงสูง หรือแก้คลื่นไส้ที่เหลืออยู่ | ไม่คลื่นไส้วันแรก 74% เทียบกับ 45% (Navari 2016) | ง่วง ระวังในผู้สูงอายุ |
| ขิง 0.5–1.0 กรัมต่อวัน | ตัวเสริมร่วมกับยา | ลดคลื่นไส้วันแรก 576 คน (Ryan 2012) | ไม่ใช่ยาทดแทน ระวังเมื่อเกล็ดเลือดต่ำ |
| มื้อเล็กโปรตีนสูง | ผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารทุกราย | แนวทาง ESPEN 2021 | ปรับตามโรคไต เบาหวาน และการผ่าตัดกระเพาะ |
| อาหารทางการแพทย์แบบดื่ม | กินได้ไม่ถึงครึ่ง หรือน้ำหนักลดตั้งแต่ร้อยละ 3 | น้ำหนักลดในรอบแรกสัมพันธ์กับผลแย่ลง (Mansoor 2021) | จิบช้าๆ เลือกสูตรที่นักกำหนดอาหารแนะนำ |
| การดูแลแบบประคับประคองตั้งแต่ต้น | ผู้ป่วยระยะลุกลามระหว่างให้คีโม | คุณภาพชีวิตดีขึ้น ซึมเศร้าลดลง (Temel 2017) | ไม่ใช่การหยุดรักษา |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทำไมหลังคีโมมะเร็งกระเพาะอาหาร 1–3 วันแรกถึงงอม อ่อนเพลีย และคลื่นไส้หนัก?
ยาเคมีบำบัดทำให้เซลล์ในเยื่อบุลำไส้หลั่งสารเซโรโทนินซึ่งส่งสัญญาณผ่านเส้นประสาทเวกัสไปยังศูนย์ควบคุมการอาเจียนในก้านสมอง ทำให้คลื่นไส้ในระยะเฉียบพลันคือ 24 ชั่วโมงแรก จากนั้นสาร P ที่จับกับตัวรับ NK1 เป็นตัวหลักของคลื่นไส้ระยะหลังในวันที่ 2 ถึง 5 ร่วมกับความอ่อนเพลียจากตัวยา การกินได้น้อย และการขาดน้ำ ส่วนเยื่อบุทางเดินอาหารอักเสบมักเกิดตามมาภายหลังและไม่ใช่สาเหตุหลักของอาการใน 1–3 วันแรก
งอมหลังคีโมกี่วันถึงจะฟื้น และถ้าวันที่ 2 ยังอาเจียนตลอดควรทำอย่างไร?
ผู้ป่วยส่วนใหญ่เริ่มดีขึ้นราววันที่ 4 ถึง 5 แต่การวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วย 2,048 คนพบว่าในคีโมความเสี่ยงปานกลาง ร้อยละ 38 ยังคลื่นไส้ในวันที่ 2 ถึง 5 และร้อยละ 24 ยังคลื่นไส้หลังวันที่ 5 ถ้าวันที่ 2 อาเจียนตลอดแม้กินยาตามเวลาแล้ว ไม่ควรรอให้หายเอง ให้โทรหาทีมรักษาวันนั้นเพื่อปรับยาแก้คลื่นไส้เสริม และแจ้งเพื่อวางแผนยาป้องกันที่แรงขึ้นในรอบถัดไป ถ้าดื่มน้ำไม่อยู่ ปัสสาวะน้อย หรือหน้ามืด ให้ไปโรงพยาบาล
ยาป้องกันคลื่นไส้อาเจียนหลังคีโมมีกลไกอย่างไร และควรกินอย่างไร?
ยากลุ่มต้านตัวรับ 5-HT3 เช่น ondansetron และ palonosetron ปิดทางเซโรโทนินซึ่งเด่นในวันแรก ยากลุ่มต้านตัวรับ NK1 เช่น aprepitant ปิดทางสาร P ซึ่งเด่นในวันที่ 2 ถึง 5 dexamethasone เสริมฤทธิ์ทั้งสองระยะ และ olanzapine ใช้ป้องกันหรือแก้คลื่นไส้ที่ยังเหลืออยู่ ควรกินยาป้องกันตามเวลาที่ทีมรักษากำหนดแม้ยังไม่คลื่นไส้ เพราะการคุมอาการไม่ได้ในรอบแรกเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดของคลื่นไส้ระยะหลังในรอบถัดไป
ช่วงฟื้นตัวหลังคีโม ผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารระยะ 4 ควรกินอย่างไร?
แบ่งกินมื้อเล็ก 5 ถึง 6 มื้อต่อวัน เลือกอาหารนุ่มย่อยง่ายและมีโปรตีนทุกมื้อ เช่น ไข่ ปลา เต้าหู้ ไก่ตุ๋น แนวทาง ESPEN แนะนำโปรตีนมากกว่า 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน และถ้าทำได้ถึง 1.5 กรัม พลังงานราว 25 ถึง 30 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัมต่อวัน ถ้ากินได้ไม่พอให้ขอพบนักกำหนดอาหารเรื่องอาหารทางการแพทย์ และชั่งน้ำหนักทุกสัปดาห์ เพราะน้ำหนักลดตั้งแต่ร้อยละ 3 ในรอบแรกสัมพันธ์กับผลการรักษาที่แย่ลง
ถ้าสูตรคีโมมียาออกซาลิแพลติน ควรกินอาหารเย็นหรือน้ำแข็งไหม?
ควรเลี่ยงในช่วงไม่กี่วันหลังให้ยา ออกซาลิแพลตินซึ่งพบบ่อยในสูตรรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร ทำให้เส้นประสาทไวต่อความเย็นชั่วคราว การดื่มน้ำเย็นหรือกินน้ำแข็งอาจทำให้ชาปาก เจ็บคอ หรือรู้สึกกลืนลำบากหายใจไม่อิ่ม จึงควรเลือกอาหารและเครื่องดื่มอุณหภูมิห้องหรืออุ่น ไม่ใช่อาหารเย็น และสวมถุงมือเมื่อหยิบของจากตู้เย็น
กินโปรตีนเยอะช่วยให้เม็ดเลือดขาวขึ้นเร็วจริงไหม?
ไม่ตรงนัก โปรตีนไม่ได้เร่งเม็ดเลือดขาวโดยตรง เม็ดเลือดขาวมักต่ำสุดราววันที่ 7 ถึง 14 หลังให้ยาและฟื้นตามการทำงานของไขกระดูก โปรตีนและพลังงานที่พอช่วยรักษากล้ามเนื้อ น้ำหนัก และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยทนการรักษาได้ดีขึ้น ถ้าเม็ดเลือดขาวต่ำจนเลื่อนคีโมบ่อย แพทย์อาจพิจารณายากระตุ้นเม็ดเลือดขาว
ขิงช่วยลดคลื่นไส้หลังคีโมได้ไหม?
อาจช่วยได้เล็กน้อยเมื่อใช้ร่วมกับยา งานวิจัยแบบสุ่มในผู้ป่วย 576 คนพบว่าขิงขนาด 0.5 ถึง 1.0 กรัมต่อวัน ร่วมกับยากลุ่มต้านตัวรับ 5-HT3 ลดความรุนแรงของคลื่นไส้ในวันแรกได้ แต่ขิงไม่ใช่ยาทดแทนยาป้องกันอาเจียน และควรแจ้งทีมรักษาก่อนใช้ในรูปแคปซูล โดยเฉพาะเมื่อเกล็ดเลือดต่ำหรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
สัญญาณอันตรายหลังคีโมในผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลมีอะไรบ้าง?
ไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อมีไข้ 38.0 องศาเซลเซียสขึ้นไปหรือหนาวสั่น อาเจียนจนดื่มน้ำไม่อยู่เกือบทั้งวัน ปัสสาวะน้อยหรือหน้ามืด อาเจียนเป็นเลือดหรือสีคล้ายกากกาแฟ ถ่ายดำเหนียว อาเจียนอาหารที่กินไปหลายชั่วโมงร่วมกับท้องบนป่องซึ่งอาจเป็นกระเพาะอุดตัน ถ่ายเหลวเป็นน้ำหลายครั้งต่อวัน ปวดท้องรุนแรง หรือเจ็บหน้าอกและหายใจลำบาก
กลไกทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Mechanism)
วงจรคลื่นไส้: ยาเคมีบำบัดทำให้เซลล์เอนเทอโรโครมัฟฟินในลำไส้ปล่อยเซโรโทนิน ซึ่งกระตุ้นตัวรับ 5-HT3 บนเส้นประสาทเวกัส ส่งสัญญาณไปยังนิวเคลียส tractus solitarius และบริเวณ CTZ ในก้านสมอง
ในระยะหลัง สาร P ที่จับตัวรับ NK1 ในสมองเป็นตัวหลัก ร่วมกับโดพามีนและสารสื่อประสาทอื่น ยาแต่ละกลุ่มจึงปิดคนละจุดของวงจร
(Rapoport 2017,
Hesketh 2020)
เยื่อบุอักเสบ: ยาทำลาย DNA ของเซลล์ที่แบ่งตัวเร็วและสร้างอนุมูลอิสระ กระตุ้นสัญญาณอักเสบผ่าน NF-κB และไซโตไคน์ ทำให้เยื่อบุบางลงจนเป็นแผล แล้วซ่อมแซมเมื่อเซลล์ต้นกำเนิดสร้างเซลล์ใหม่
(Sonis 2004)
ความไวต่อความเย็นจาก oxaliplatin: oxaliplatin เปลี่ยนการทำงานของช่องโซเดียมบนเส้นประสาทรับความรู้สึก ทำให้เซลล์ประสาทตื่นตัวง่ายเมื่อโดนความเย็น จึงเกิดอาการชาหรือกล้ามเนื้อเกร็งชั่วคราว
(Gamelin 2002)
น้ำหนักและกล้ามเนื้อ: มะเร็งและการอักเสบเร่งการสลายกล้ามเนื้อ ขณะที่คลื่นไส้และก้อนในกระเพาะทำให้กินได้น้อย โปรตีนและพลังงานที่พอช่วยชะลอการสูญเสียกล้ามเนื้อ
ซึ่งสัมพันธ์กับความทนต่อการรักษา
(Muscaritoli 2021,
Mansoor 2021)
เรียบเรียงและทบทวนโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์
เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ (E-E-A-T)
- Hesketh PJ et al. Antiemetics: ASCO Guideline Update. J Clin Oncol 2020 (PMID 32658626)
- Scotté F et al. 2023 updated MASCC/ESMO Consensus recommendations: Prevention of nausea and vomiting following moderately emetic risk antineoplastic agents. Support Care Cancer 2023 (PMID 38114821)
- Rapoport BL. Delayed Chemotherapy-Induced Nausea and Vomiting: Pathogenesis, Incidence, and Current Management. Front Pharmacol 2017 (PMID 28194109)
- Chow R et al. Prevalence and predictors of long-delayed (>120 h) chemotherapy-induced nausea and vomiting (CINV). Support Care Cancer 2023 (PMID 37535218)
- Navari RM et al. Olanzapine for the Prevention of Chemotherapy-Induced Nausea and Vomiting. N Engl J Med 2016 (PMID 27410922)
- Ryan JL et al. Ginger (Zingiber officinale) reduces acute chemotherapy-induced nausea: a URCC CCOP study of 576 patients. Support Care Cancer 2012 (PMID 21818642)
- Muscaritoli M et al. ESPEN practical guideline: Clinical Nutrition in cancer. Clin Nutr 2021 (PMID 33946039)
- Mansoor W et al. Early Weight Loss as a Prognostic Factor in Patients with Advanced Gastric Cancer. Oncologist 2021 (PMID 34037286)
- Janjigian YY et al. First-line nivolumab plus chemotherapy versus chemotherapy alone for advanced gastric, gastro-oesophageal junction, and oesophageal adenocarcinoma (CheckMate 649). Lancet 2021 (PMID 34102137)
- Shitara K et al. Zolbetuximab plus mFOLFOX6 in CLDN18.2-positive, HER2-negative gastric or gastro-oesophageal junction adenocarcinoma (SPOTLIGHT). Lancet 2023 (PMID 37068504)
- Gamelin E et al. Clinical aspects and molecular basis of oxaliplatin neurotoxicity. Semin Oncol 2002 (PMID 12422305)
- Taplitz RA et al. Outpatient Management of Fever and Neutropenia in Adults Treated for Malignancy: ASCO and IDSA Guideline Update. J Clin Oncol 2018 (PMID 29461916)
- Temel JS et al. Effects of Early Integrated Palliative Care in Patients With Lung and GI Cancer: A Randomized Clinical Trial. J Clin Oncol 2017 (PMID 28029308)
- Sonis ST. The pathobiology of mucositis. Nat Rev Cancer 2004 (PMID 15057287)
- Patel AK, Sethi NS, Park H. Gastric Cancer: A Review. JAMA 2026 (PMID 41499132)
- National Cancer Institute — Nausea and Vomiting · MedlinePlus — Stomach Cancer
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาเรื่องผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด ยาป้องกันอาเจียน และโภชนาการของผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร ไม่ใช่การวินิจฉัย การสั่งยา หรือแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
ชื่อยาเป็นชื่อสามัญเพื่อการศึกษาเท่านั้น ห้ามปรับหรือหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ ขนาดยาและสูตรยาขึ้นกับการประเมินของทีมรักษาแต่ละราย
ในภาวะฉุกเฉินโทร 1669 หากมีความคิดทำร้ายตัวเองโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323