หมวดหมู่: มะเร็งวิทยา · มะเร็งกระเพาะอาหาร · โภชนาการระหว่างคีโม

มะเร็งกระเพาะอาหารระยะ 4 ที่เคยคิดว่าเป็นกรดไหลย้อน: สัญญาณเตือนที่ต้องส่องกล้อง การผ่าตัดบายพาสกระเพาะ และการกินระหว่างคีโม

AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)

มะเร็งกระเพาะอาหารระยะแรกมีอาการคล้ายกรดไหลย้อน และยาลดกรดอาจทำให้อาการดีขึ้นจนตรวจพบช้า ถ้ามีน้ำหนักลด กลืนลำบาก อิ่มเร็ว อาเจียนซ้ำ ถ่ายดำ หรือเริ่มมีอาการเมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป ควรส่องกล้อง หลังผ่าตัดบายพาสระหว่างคีโม ให้กินมื้อเล็ก 5–6 มื้อ เน้นโปรตีนและอาหารสุกสะอาด ไข้ 38.0°C ต้องไปโรงพยาบาลทันที

บทความนี้ครอบคลุม:
สัญญาณเตือนที่ควรส่องกล้องตามแนวทาง,
ผ่าตัดบายพาสเทียบกับใส่ขดลวด,
อาหารหลังบายพาสระหว่างคีโม และสัญญาณอันตราย ข้อมูลพื้นฐานเรื่องมะเร็งกระเพาะอาหารจาก MedlinePlus
และโรคกรดไหลย้อนจาก NIDDK
สัญญาณอันตราย ·
กรดไหลย้อนหรือมะเร็ง ·
ชนิดของมะเร็ง ·
ผ่าตัดบายพาส ·
อาหารระหว่างคีโม ·
ตารางเปรียบเทียบ ·
คำถามที่พบบ่อย

จากกลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง: เข้าใจว่าเป็นกรดไหลย้อน จนพบมะเร็งกระเพาะอาหารระยะ 4

สมาชิกท่านหนึ่งในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเล่าว่า มีอาการแสบท้องและจุกแน่นมาระยะหนึ่ง เข้าใจว่าเป็นกรดไหลย้อน
ต่อมาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารชนิดที่ลุกลามเร็วระยะที่ 4 ได้ผ่าตัดบายพาสกระเพาะ และกำลังรับเคมีบำบัด
หลายคนในกลุ่มถามต่อว่า ตอนนั้นมีสัญญาณอะไรที่ควรสังเกต และตอนนี้ควรกินอย่างไรให้ผ่านคีโมไปได้

คำตอบสั้นๆ: อาการช่วงแรกของมะเร็งกระเพาะอาหารซ้อนกับกรดไหลย้อนได้ แต่มีสัญญาณเตือนที่ควรส่องกล้อง
และหลังผ่าตัดบายพาส การกินมื้อเล็ก โปรตีนพอ และอาหารสุกสะอาด ช่วยให้ทนคีโมได้ดีขึ้น
ส่วนอาการคลื่นไส้และการฟื้นตัวหลังคีโมแต่ละรอบ อ่านต่อได้ที่ มะเร็งกระเพาะอาหารระยะ 4 คีโมแล้วงอมกี่วันถึงฟื้น

1. ทำไมมะเร็งกระเพาะอาหารถูกเข้าใจผิดว่าเป็นกรดไหลย้อน

คำตอบตรง: อาการช่วงแรกของมะเร็งกระเพาะอาหาร เช่น แสบลิ้นปี่ จุกแน่น อิ่มเร็ว ซ้อนกับกรดไหลย้อนและกระเพาะอาหารอักเสบได้ แต่ไม่ได้เหมือนกันทุกอย่าง
และในคนที่มีอาการอาหารไม่ย่อยทั้งหมด มะเร็งพบเป็นส่วนน้อย การรู้จักสัญญาณเตือนจึงช่วยแยกคนที่ควรส่องกล้องเร็ว
(Vakil 2006,
Sundar 2025)

0.8%
พบมะเร็งในผู้มีอาการอาหารไม่ย่อยที่ส่องกล้อง (458 จาก 57,363 คน)
1 ใน 3
ได้รับการวินิจฉัยช้าเมื่อกินยาลดกรดก่อนส่องกล้อง
60 ปี
อายุที่แนวทาง ACG/CAG แนะนำให้ส่องกล้องเมื่อมีอาการอาหารไม่ย่อย
RR 0.54
ความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารหลังกำจัดเชื้อ H. pylori (8,323 คน)

อาการที่ซ้อนกัน

ทั้งกรดไหลย้อน กระเพาะอาหารอักเสบ และมะเร็งกระเพาะอาหารระยะแรก อาจทำให้แสบลิ้นปี่ จุกแน่นหลังกิน เรอบ่อย และคลื่นไส้
ความต่างคือ อาการของมะเร็งมักค่อยๆ หนักขึ้น ไม่สัมพันธ์กับมื้ออาหารหรือท่านอนเท่ากรดไหลย้อน และมักตามมาด้วยการกินได้น้อยลงและน้ำหนักลด
ข้อมูลพื้นฐานของกรดไหลย้อนจาก NIDDK
ระบุว่ากรดไหลย้อนทั่วไปมักแสบร้อนกลางอกและเปรี้ยวขึ้นคอหลังกินหรือเวลานอนราบ

สัญญาณเตือนที่ควรส่องกล้อง

  • น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • กลืนลำบาก กลืนเจ็บ หรืออาหารติดคอ
  • อาเจียนซ้ำ หรืออิ่มเร็วผิดปกติแม้กินเพียงไม่กี่คำ
  • ถ่ายดำ อาเจียนเป็นเลือด ซีด หรือตรวจพบโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
  • คลำก้อนได้ที่ท้องบน
  • เริ่มมีอาการครั้งแรกเมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป

แนวทาง ACG/CAG แนะนำให้ส่องกล้องในผู้มีอาการอาหารไม่ย่อยที่อายุ 60 ปีขึ้นไป และให้พิจารณาส่องกล้องเร็วขึ้นในผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร
หรือเติบโตในประเทศที่มีมะเร็งกระเพาะอาหารสูง ผู้ที่อายุน้อยกว่านั้นให้ตรวจเชื้อ H. pylori และรักษาถ้าพบ แล้วจึงลองยาลดกรด
(Moayyedi 2017)

สัญญาณเตือนช่วยได้ แต่ไม่มีสัญญาณก็ไม่ได้ตัดมะเร็งออก

การวิเคราะห์รวม 15 งานวิจัยในผู้ป่วย 57,363 คนพบมะเร็ง 458 คน (ร้อยละ 0.8) ความไวของสัญญาณเตือนแตกต่างตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึง 83
แปลว่ามะเร็งบางรายไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจนในช่วงแรก ถ้ารักษาตามขั้นตอนแล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือกลับมาเร็ว จึงควรตรวจเพิ่ม
(Vakil 2006)

ยาลดกรดช่วยให้อาการดีขึ้นได้ แม้เป็นมะเร็ง

งานศึกษาจากเวชระเบียนผู้เสียชีวิตจากมะเร็งทางเดินอาหารส่วนบน 133 คนในอังกฤษพบว่า ผู้ที่ไม่ได้ยาลดกรดก่อนส่องกล้องถูกวินิจฉัยผิดว่าเป็นโรคไม่ร้าย 1 จาก 54 คน
ขณะที่ผู้ที่ได้ยาลดกรดถูกวินิจฉัยผิด 22 จาก 62 คน และในกลุ่มยายับยั้งการหลั่งกรด (PPI) วินิจฉัยช้า 20 จาก 45 คน แผลที่เห็นบ่อยตอนส่องกล้องครั้งแรกคือแผลในกระเพาะ
และบางแผลดูหายดีระหว่างกินยา ก่อนพบภายหลังว่าเป็นมะเร็ง
(Bramble 2000)

ลำดับการตรวจเมื่อมีอาการแสบลิ้นปี่เรื้อรัง

อาการแสบลิ้นปี่ จุกแน่น อิ่มเร็ว
คัดกรองมีสัญญาณเตือน หรืออายุ 60 ปีขึ้นไป ไปส่องกล้อง
ไม่มีสัญญาณเตือนตรวจเชื้อ H. pylori และรักษาถ้าพบ
ลองยายาลดกรดตามแพทย์สั่ง
ไม่ดีขึ้นหรือกลับมาเร็ว ส่องกล้องและตัดชิ้นเนื้อ

ตาราง: กรดไหลย้อนทั่วไปเทียบกับสัญญาณที่ต้องตรวจเพิ่ม

ใช้เป็นแนวสังเกต ไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัย การตัดสินใจส่องกล้องขึ้นกับการประเมินของแพทย์

ลักษณะอาการ กรดไหลย้อนทั่วไป สัญญาณที่ต้องตรวจเพิ่ม และสิ่งที่ควรทำ
ลักษณะอาการกรดไหลย้อนทั่วไปสัญญาณที่ต้องตรวจเพิ่มสิ่งที่ควรทำ
ตำแหน่งและจังหวะแสบกลางอก เปรี้ยวขึ้นคอ หลังกินหรือนอนราบจุกแน่นลิ้นปี่ต่อเนื่อง ค่อยๆ หนักขึ้น ไม่ขึ้นกับมื้ออาหารจดอาการและระยะเวลา แจ้งแพทย์
การกินกินได้ปกติอิ่มเร็ว กลืนลำบาก อาเจียนซ้ำส่องกล้อง
น้ำหนักคงที่ลดโดยไม่ได้ตั้งใจส่องกล้อง
เลือดออกไม่มีถ่ายดำ อาเจียนเป็นเลือด ซีดไปโรงพยาบาลวันนั้น
การตอบสนองต่อยาดีขึ้นต่อเนื่อง หยุดยาแล้วคุมได้ด้วยการปรับพฤติกรรมไม่ดีขึ้น หรือดีขึ้นชั่วคราวแล้วกลับมาเร็วอย่ากินยาต่อเองนานๆ ให้แพทย์ประเมิน
อายุและประวัติอายุน้อย ไม่มีประวัติครอบครัวอายุ 60 ปีขึ้นไป ญาติสายตรงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารส่องกล้องเร็วขึ้น

อ่านเพิ่ม: กรดไหลย้อนกับน้ำหนักลดเร็ว และ กินยาลดกรดนานแล้วยังไม่หาย

2. มะเร็งกระเพาะอาหาร “สายพันธุ์ดุ” หมายถึงอะไร

คำตอบตรง: สายพันธุ์ดุไม่ใช่ศัพท์ทางการแพทย์ ผลชิ้นเนื้อจะระบุชนิดของเซลล์ และผลตรวจโปรตีนหรือยีนที่ใช้เลือกยา
ซึ่งสำคัญต่อแผนรักษามากกว่าคำเรียกทั่วไป

ชนิดแพร่ในผนัง (diffuse type) เห็นยากในระยะแรก

การแบ่งชนิดของ Lauren แยกมะเร็งกระเพาะอาหารเป็นชนิดลำไส้ (intestinal type) ซึ่งมักเป็นก้อนหรือแผล และชนิดแพร่ในผนัง (diffuse type)
ซึ่งเซลล์กระจายตัวเดี่ยวๆ แทรกในผนังกระเพาะ ทำให้ผนังหนาแข็งแต่ผิวด้านในอาจดูไม่ผิดปกติมาก
(Lauren 1965)
ชนิดนี้จึงอาจต้องตัดชิ้นเนื้อหลายจุดหรือลึกกว่าปกติ และบทความทบทวนใน Lancet ระบุว่ามะเร็งกระเพาะอาหารในคนอายุน้อยกว่า 50 ปีเพิ่มขึ้นเร็ว
(Sundar 2025)

เซลล์รูปแหวนตรา (signet ring cell)

การวิเคราะห์รวม 21 งานวิจัยพบเซลล์แหวนตราร้อยละ 8.7 ถึง 50 ของมะเร็งกระเพาะอาหาร ในระยะต้นกลับมีการรอดชีวิตดีกว่า (HR 0.60)
แต่ในระยะลุกลามสัมพันธ์กับการพยากรณ์โรคที่แย่กว่า (HR 1.18) และกระจายไปเยื่อบุช่องท้องมากกว่า (OR 1.36)
(Zhao 2020)
ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ไม่ได้บอกผลของผู้ป่วยแต่ละคน

ผลตรวจชิ้นเนื้อที่ควรถามทีมรักษา

  • HER2 — ถ้าเป็นบวก การเพิ่ม trastuzumab ร่วมกับคีโมในงานวิจัย ToGA (584 คน) ลดความเสี่ยงเสียชีวิต (HR 0.74)
    (Bang 2010)
  • PD-L1 (ค่า CPS) — การเพิ่ม nivolumab ในงานวิจัย CheckMate 649 (1,581 คน) ลดความเสี่ยงเสียชีวิตในกลุ่ม CPS 5 ขึ้นไป (HR 0.71)
    (Janjigian 2021)
  • CLDN18.2 — การเพิ่ม zolbetuximab ในงานวิจัย SPOTLIGHT (565 คน) ลดความเสี่ยงเสียชีวิต (HR 0.75) แต่คลื่นไส้อาเจียนบ่อย
    (Shitara 2023)
  • MSI หรือ dMMR — ใช้ประกอบการเลือกยาภูมิคุ้มกันบำบัด
คำถามที่ใช้ได้ในวันพบแพทย์: “ชิ้นเนื้อของเราตรวจ HER2, PD-L1, CLDN18.2 และ MSI แล้วหรือยัง ผลเป็นอย่างไร และมีผลต่อสูตรยาอย่างไร”

3. ผ่าตัดบายพาสกระเพาะในมะเร็งระยะ 4 คืออะไร

คำตอบตรง: บายพาสในมะเร็งระยะ 4 ไม่ได้ตัดก้อนมะเร็งออก แต่ต่อกระเพาะเข้ากับลำไส้เล็กเพื่อให้อาหารเลี่ยงส่วนที่ก้อนอุดอยู่
เป้าหมายคือให้กินได้ อาเจียนน้อยลง และแข็งแรงพอสำหรับคีโม

ต่อกระเพาะกับลำไส้เล็ก (gastrojejunostomy) ไม่ใช่ผ่าตัดลดน้ำหนัก

เมื่อก้อนมะเร็งอยู่ใกล้ทางออกของกระเพาะ อาหารจะผ่านลงลำไส้ไม่ได้ ทำให้อาเจียนอาหารเก่า ท้องบนป่อง และกินไม่ได้ ภาวะนี้เรียกว่ากระเพาะอาหารส่วนปลายอุดตันจากมะเร็ง
ศัลยแพทย์จะต่อลำไส้เล็กส่วนเจจูนัมเข้ากับกระเพาะ เป็นทางเดินอาหารใหม่ที่ข้ามจุดอุดตัน กระเพาะยังอยู่ และก้อนมะเร็งยังอยู่
ต่างจากการผ่าตัดบายพาสลดน้ำหนักซึ่งตั้งใจทำกระเพาะให้เล็กลงในคนที่ไม่มีมะเร็ง

ผ่าตัดบายพาสเทียบกับใส่ขดลวดผ่านกล้อง

งานวิจัยแบบสุ่ม SUSTENT ในผู้ป่วย 39 คนที่มีกระเพาะส่วนปลายอุดตันจากมะเร็ง พบว่ากลุ่มใส่ขดลวดกลับมากินได้เร็วกว่า (ค่ากลาง 5 วัน เทียบกับ 8 วัน)
แต่กลุ่มผ่าตัดบายพาสคุมอาการได้นานกว่า (กินได้ดี 72 วัน เทียบกับ 50 วัน) กลับมาอุดตันซ้ำน้อยกว่า (1 ครั้ง เทียบกับ 8 ครั้ง) และต้องทำหัตถการซ้ำน้อยกว่า (2 ครั้ง เทียบกับ 10 ครั้ง)
ผู้วิจัยจึงแนะนำการผ่าตัดในผู้ที่แข็งแรงพอและวางแผนรักษาต่ออีกหลายเดือน
(Jeurnink 2010)

การกินในช่วงแรกหลังผ่าตัด

  • เริ่มตามแผนของทีมศัลยกรรม มักเริ่มจากน้ำใส แล้วค่อยเป็นอาหารเหลวข้น อาหารอ่อน และอาหารปกติที่นุ่ม
  • กระเพาะอาจบีบตัวช้าในช่วงแรก อิ่มเร็วหรือคลื่นไส้ได้ แบ่งกินครั้งละน้อย ทุก 2–3 ชั่วโมง
  • เคี้ยวให้ละเอียด นั่งตัวตรงระหว่างกินและหลังกินราว 30 นาที
  • ดื่มน้ำระหว่างมื้อ เว้นจากมื้ออาหารราว 30 นาที แทนการดื่มพร้อมอาหารปริมาณมาก
  • เลี่ยงผักเส้นใยเหนียว เปลือกผลไม้แข็ง และเนื้อสัตว์เหนียวที่เคี้ยวไม่ละเอียด

ภาวะดัมปิ้ง: อาการหลังอาหารผ่านลงลำไส้เร็ว

ฉันทามติระหว่างประเทศระบุว่าภาวะดัมปิ้งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยแต่ถูกมองข้ามหลังผ่าตัดกระเพาะอาหาร
แบบเร็วเกิดภายในราว 30 นาทีหลังกิน (ใจสั่น เหงื่อออก หน้ามืด ปวดท้อง ท้องเสีย) แบบช้าเกิดราว 1–3 ชั่วโมงหลังกิน จากน้ำตาลในเลือดตก (มือสั่น เหงื่อแตก หิวจัด)
การปรับอาหารเป็นขั้นแรกของการรักษา ได้แก่ มื้อเล็ก ลดน้ำตาลและแป้งขัดขาว แยกน้ำออกจากมื้อ และเพิ่มโปรตีน
(Scarpellini 2020)

อาการระหว่างคีโมหลังผ่าตัดบายพาส รอดูได้ หรือควรโทรหาทีมรักษาวันนี้?

วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา แบบประเมินช่วยดูว่าอาการระหว่างการรักษามะเร็งของคุณ
อยู่ระดับไหนและเร่งด่วนเพียงใด ใช้ร่วมกับรายการสัญญาณอันตรายด้านบน ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค

คลิกทำแบบประเมินสัญญาณระหว่างการรักษามะเร็ง (ฟรี)

4. กินอย่างไรระหว่างคีโมหลังผ่าตัดบายพาส

คำตอบตรง: เป้าหมายคือรักษาน้ำหนักและกล้ามเนื้อ แนวทาง ESPEN แนะนำโปรตีนมากกว่า 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน และถ้าทำได้ถึง 1.5 กรัม
พลังงานราว 25–30 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัมต่อวัน และเสริมอาหารทางการแพทย์แบบดื่มเมื่อกินไม่พอ
(Muscaritoli 2021)

โปรตีนทุกมื้อ และชั่งน้ำหนักทุกสัปดาห์

ผู้ป่วยหนัก 50 กิโลกรัมควรได้โปรตีนราว 50–75 กรัมต่อวัน จากไข่ ปลา ไก่ เต้าหู้ นม แบ่งใส่ทุกมื้อเล็ก
การวิเคราะห์ผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารระยะลุกลาม 1,464 คนพบว่าน้ำหนักลดตั้งแต่ร้อยละ 3 ในรอบแรกของคีโมสัมพันธ์กับการรอดชีวิตที่สั้นลง
(Mansoor 2021)
จึงควรแจ้งทีมรักษาเมื่อน้ำหนักเริ่มลด ไม่ต้องรอจนลดมาก

โปรตีนไม่ได้เร่งเม็ดเลือดขาวโดยตรง

เม็ดเลือดขาวมักต่ำสุดราววันที่ 7–14 หลังให้ยาและฟื้นตามการทำงานของไขกระดูก โปรตีนช่วยรักษากล้ามเนื้อและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ซึ่งทำให้ทนการรักษาได้
แต่ไม่ได้ทำให้เม็ดเลือดขาวขึ้นเร็วในไม่กี่วัน ถ้าเม็ดเลือดขาวต่ำจนเลื่อนคีโมบ่อย แพทย์อาจพิจารณายากระตุ้นเม็ดเลือดขาว
(Taplitz 2018)

น้ำ: จิบระหว่างมื้อ

ดื่มน้ำพอช่วยกันขาดน้ำ แต่ไม่ได้เร่งขับยาคีโมออก ยาแต่ละชนิดถูกกำจัดผ่านตับหรือไตตามกลไกของตัวยา
หลังผ่าตัดบายพาส ให้จิบน้ำทีละน้อยระหว่างมื้อ ดูสีปัสสาวะให้เหลืองอ่อน และใช้สารละลายเกลือแร่เมื่อท้องเสียหรืออาเจียน

ความปลอดภัยของอาหาร แทนการงดผักผลไม้ทั้งหมด

การวิเคราะห์รวม 6 งานวิจัยในผู้ป่วย 1,116 คนไม่พบว่าอาหารแบบจำกัดเข้มงวดสำหรับผู้ที่เม็ดเลือดขาวต่ำลดการติดเชื้อรุนแรง (RR 1.16) หรือการเสียชีวิต
ผู้วิจัยแนะนำให้ใช้หลักความปลอดภัยของอาหารแทน
(Sonbol 2019)
จึงไม่ต้องงดผักผลไม้ทุกชนิด แต่ต้องเลือกและล้างให้สะอาด

  • งดเนื้อสัตว์ดิบหรือสุกๆ ดิบๆ ไข่ไม่สุก อาหารทะเลดิบ นมไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ
  • งดอาหารหมักดิบที่ไม่ผ่านความร้อน เช่น ปลาร้าดิบ แหนมดิบ ส้มตำปูดิบ โยเกิร์ตพาสเจอไรซ์กินได้ถ้าย่อยได้
  • ผลไม้ล้างสะอาดปอกเปลือกได้ เช่น กล้วย มะละกอสุก
  • อาหารปรุงสุกใหม่ เก็บในตู้เย็นภายใน 2 ชั่วโมง อุ่นให้ร้อนทั่วก่อนกิน

อ่านเพิ่ม: ผู้ป่วยมะเร็งกินไข่อย่างไรให้ปลอดภัย

ตาราง: แผนอาหารหลังผ่าตัดบายพาสระหว่างคีโม

หลักทั่วไป ควรปรับร่วมกับศัลยแพทย์ แพทย์มะเร็ง และนักกำหนดอาหารของผู้ป่วย

สถานการณ์ อาหารที่แนะนำ วิธีปฏิบัติ และข้อควรระวัง
สถานการณ์อาหารที่แนะนำวิธีปฏิบัติข้อควรระวัง
ช่วงแรกหลังผ่าตัดน้ำใส น้ำซุป แล้วเป็นโจ๊ก ไข่ตุ๋นเพิ่มทีละขั้นตามทีมศัลยกรรมอาเจียนซ้ำหรือท้องป่องให้แจ้งทีมทันที
มื้อประจำวันข้าวต้มปลา ไข่ตุ๋น เต้าหู้ ไก่ตุ๋น5–6 มื้อเล็ก ทุก 2–3 ชั่วโมง เคี้ยวละเอียดมื้อใหญ่ ของทอด มันจัด
ช่วงงอม 1–5 วันหลังคีโมอาหารแห้งรสอ่อน ขนมปังนุ่ม แครกเกอร์กินยาป้องกันคลื่นไส้ตามเวลา จิบน้ำบ่อยดื่มน้ำไม่อยู่เกือบทั้งวันต้องไปโรงพยาบาล
วันที่ 7–14 เม็ดเลือดขาวต่ำอาหารปรุงสุกใหม่ ผลไม้ล้างสะอาดปอกเปลือกวัดไข้วันละ 1–2 ครั้งของดิบ ไข่ไม่สุก อาหารหมักดิบ อาหารค้างนอกตู้เย็น
อิ่มเร็ว น้ำหนักลดอาหารทางการแพทย์แบบดื่ม ไข่ นม เต้าหู้เพิ่มพลังงานในปริมาณน้อย ชั่งน้ำหนักทุกสัปดาห์น้ำหนักลดตั้งแต่ร้อยละ 3 ในหนึ่งรอบให้แจ้งทีม
อาการดัมปิ้งโปรตีนและแป้งไม่ขัดขาวแยกน้ำออกจากมื้อราว 30 นาทีของหวานจัด น้ำหวาน ผลไม้ปั่นใส่น้ำตาล
สูตรยามี oxaliplatinอาหารและเครื่องดื่มอุณหภูมิห้องหรืออุ่นงดน้ำแข็งไม่กี่วันหลังให้ยาของเย็นทำให้ชาปากหรือรู้สึกกลืนลำบาก

5. คีโมในระยะ 4: เป้าหมายและความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง

คำตอบตรง: คีโมในระยะ 4 มุ่งควบคุมโรค ยืดชีวิต และคุมอาการ สูตรหลักคือยากลุ่มฟลูออโรไพริมิดีนร่วมกับยากลุ่มแพลทินัม และเสริมยามุ่งเป้าหรือยาภูมิคุ้มกันบำบัดตามผลชิ้นเนื้อ
เช่น oxaliplatin ร่วมกับ fluorouracil หรือ capecitabine
(Janjigian 2021)
รายละเอียดเรื่องคลื่นไส้ ยาป้องกันอาเจียน และช่วงฟื้นตัวหลังแต่ละรอบ อ่านได้ที่ คู่มือฟื้นตัวหลังคีโมมะเร็งกระเพาะอาหารระยะ 4

ลิ่มเลือด: มะเร็งกระเพาะอาหารเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง

แบบจำลองความเสี่ยงลิ่มเลือดระหว่างคีโมในผู้ป่วย 2,701 คน ให้คะแนนมะเร็งกระเพาะอาหารอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงมาก ผู้ที่ได้คะแนนสูงเกิดลิ่มเลือดร้อยละ 7.1 ในราว 2.5 เดือน
(Khorana 2008)
ขาบวมข้างเดียว เจ็บน่อง หรือหายใจลำบากทันที ต้องไปโรงพยาบาล

ไข้ระหว่างคีโม

ไข้ 38.0°C ขึ้นไปในช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำต้องได้ยาปฏิชีวนะภายใน 1 ชั่วโมงหลังถึงโรงพยาบาล
(Taplitz 2018)
ขั้นตอนสำหรับผู้ดูแลอ่านได้ที่ ไข้หลังคีโม: คู่มือผู้ดูแล

การดูแลแบบประคับประคองไปพร้อมคีโม

งานวิจัยแบบสุ่มในผู้ป่วยมะเร็งปอดและมะเร็งทางเดินอาหาร 350 คนพบว่า การพบทีมประคับประคองตั้งแต่ต้นช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นและภาวะซึมเศร้าลดลง
(Temel 2017)
การดูแลแบบนี้ไม่ใช่การหยุดรักษา แต่ช่วยคุมปวด คลื่นไส้ การกิน และดูแลใจของผู้ป่วยและครอบครัว
ถ้ากินไม่ได้จากการอุดตันซ้ำ อ่านต่อที่ มะเร็งระยะลุกลาม ทานไม่ได้ อ้วกหมด

6. สำหรับคนในครอบครัว: เชื้อ H. pylori และการส่องกล้อง

คำตอบตรง: การตรวจและกำจัดเชื้อ H. pylori ลดความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารได้ โดยเฉพาะในญาติสายตรงของผู้ป่วย

หลักฐานจากงานวิจัย

  • การทบทวนของ Cochrane รวม 7 งานวิจัย 8,323 คน ส่วนใหญ่ในเอเชีย พบว่าการกำจัดเชื้อลดการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร (RR 0.54) และการเสียชีวิตจากมะเร็งกระเพาะอาหาร (RR 0.61)
    (Ford 2020)
  • ในญาติสายตรงของผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร 1,676 คน กลุ่มที่ได้ยากำจัดเชื้อเกิดมะเร็งร้อยละ 1.2 เทียบกับร้อยละ 2.7 ในกลุ่มยาหลอก (HR 0.45) ติดตามเฉลี่ย 9.2 ปี
    (Choi 2020)

ตรวจพบระยะต้นทำอะไรได้บ้าง

ตัดผ่านกล้องได้เฉพาะมะเร็งระยะต้นที่เข้าเกณฑ์ เช่น อยู่ในชั้นเยื่อบุ ขนาดและชนิดเซลล์ตามเกณฑ์ และไม่มีหลักฐานการกระจายไปต่อมน้ำเหลือง
แนวทางของสมาคมส่องกล้องทางเดินอาหารญี่ปุ่นกำหนดเกณฑ์นี้และการประเมินหลังตัดอย่างละเอียด
(Ono 2021)
นี่คือเหตุผลที่การส่องกล้องเมื่อมีสัญญาณเตือนมีความหมาย แต่ไม่ได้แปลว่าผู้ป่วยระยะ 4 ทำอะไรผิด

อ่านเพิ่ม: กำจัดเชื้อ H. pylori แผลในกระเพาะ และกรดไหลย้อน

ตาราง: เปรียบเทียบการตรวจและการรักษาในเส้นทางมะเร็งกระเพาะอาหาร

ตั้งแต่อาการคล้ายกรดไหลย้อนจนถึงการดูแลระยะ 4 — ใช้ชื่อสามัญหรือกลุ่มยาเท่านั้น

วิธีเป้าหมายหลักฐานข้อควรระวัง
ยากลุ่ม PPI (omeprazole, esomeprazole)คุมอาการกรดไหลย้อนและแผลแนวทาง ACG/CAG 2017อาจบดบังการวินิจฉัยมะเร็งถ้าใช้นานโดยไม่ประเมิน
ส่องกล้องและตัดชิ้นเนื้อวินิจฉัยและแยกชนิดเซลล์แนะนำเมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไปหรือมีความเสี่ยงสูงชนิดแพร่ในผนังอาจต้องตัดหลายจุด
ตัดผ่านกล้อง (ESD/EMR)รักษามะเร็งระยะต้นโดยไม่ผ่าตัดใหญ่แนวทางญี่ปุ่น 2021เฉพาะรายที่เข้าเกณฑ์
ผ่าตัดบายพาส (gastrojejunostomy)แก้กระเพาะส่วนปลายอุดตัน ให้กินได้คุมอาการนานกว่า ทำซ้ำน้อยกว่าขดลวด (SUSTENT)กินได้ช้ากว่าในช่วงแรก ไม่ได้ตัดก้อน
ใส่ขดลวดผ่านกล้องเปิดทางอาหารเร็วกินได้เร็วกว่า 5 วันเทียบกับ 8 วัน (SUSTENT)อุดตันซ้ำและต้องทำซ้ำบ่อยกว่า
คีโมกลุ่มฟลูออโรไพริมิดีนร่วมกับแพลทินัมควบคุมโรค ยืดชีวิตสูตรพื้นฐานในงานวิจัยระยะลุกลามคลื่นไส้ เม็ดเลือดขาวต่ำ ชาจากความเย็น
เสริม nivolumab, trastuzumab หรือ zolbetuximabเพิ่มประสิทธิภาพตามผลชิ้นเนื้อHR 0.71 / 0.74 / 0.75 (CheckMate 649, ToGA, SPOTLIGHT)ใช้เฉพาะเมื่อผล PD-L1, HER2 หรือ CLDN18.2 เข้าเกณฑ์
อาหารมื้อเล็กโปรตีนสูง และอาหารทางการแพทย์รักษาน้ำหนักและกล้ามเนื้อแนวทาง ESPEN 2021ปรับตามอาการดัมปิ้ง โรคไต และเบาหวาน
หลักความปลอดภัยของอาหารลดการติดเชื้อจากอาหารอาหารจำกัดเข้มงวดไม่ลดการติดเชื้อ (Sonbol 2019)ยังต้องงดของดิบและไข่ไม่สุก
การดูแลแบบประคับประคองตั้งแต่ต้นคุมอาการ ดูแลใจ วางแผนร่วมกับครอบครัวคุณภาพชีวิตดีขึ้น (Temel 2017)ไม่ใช่การหยุดรักษา
กำจัดเชื้อ H. pylori ในญาติลดความเสี่ยงมะเร็งในคนในครอบครัวRR 0.54 (Ford 2020); HR 0.45 (Choi 2020)ผลข้างเคียงเล็กน้อยจากยาปฏิชีวนะ

ความเชื่อที่พบบ่อย ตรงกับหลักฐานแค่ไหน

คำตอบตรง: หลายข้อมีส่วนจริง แต่ถ้าเข้าใจคลาดเคลื่อนอาจทำให้ตรวจช้าหรือเลือกอาหารผิด

“มะเร็งกระเพาะอาหารมีอาการเหมือนกรดไหลย้อนเกือบทุกอย่าง” — ไม่ตรงนัก

อาการซ้อนกันได้ แต่น้ำหนักลด กลืนลำบาก อิ่มเร็ว อาเจียนซ้ำ และถ่ายดำ เป็นสัญญาณที่ต่างจากกรดไหลย้อนทั่วไป
(Moayyedi 2017)

“กินยาลดกรดแล้วดีขึ้น แปลว่าไม่ใช่มะเร็ง” — ไม่ใช่

ยาลดกรดช่วยให้อาการดีขึ้นได้ แม้เป็นมะเร็ง และแผลมะเร็งบางแผลดูหายดีระหว่างกินยา
(Bramble 2000)

“ผ่าตัดบายพาสแล้วเอาก้อนออกไปแล้ว” — ไม่ใช่

บายพาสในมะเร็งระยะ 4 ไม่ได้ตัดก้อนมะเร็งออก แต่ทำทางเดินอาหารใหม่ให้กินได้ การควบคุมตัวโรคยังมาจากคีโมและยาตามผลชิ้นเนื้อ
(Jeurnink 2010)

“กินโปรตีนเยอะแล้วเม็ดเลือดขาวจะขึ้นเร็ว” — ไม่ตรงนัก

โปรตีนไม่ได้เร่งเม็ดเลือดขาวโดยตรง แต่ช่วยรักษากล้ามเนื้อและน้ำหนัก ซึ่งช่วยให้ทนการรักษาได้
(Muscaritoli 2021)

“ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยขับยาคีโมออกจากร่างกาย” — ไม่ตรงนัก

ดื่มน้ำพอช่วยกันขาดน้ำ แต่ไม่ได้เร่งขับยาคีโมออก และหลังบายพาสการดื่มน้ำมากพร้อมอาหารทำให้อิ่มเร็วและกระตุ้นอาการดัมปิ้ง
(Scarpellini 2020)

“ช่วงคีโมต้องงดผักผลไม้สดทุกชนิด” — ไม่จำเป็น

อาหารแบบจำกัดเข้มงวดไม่ลดการติดเชื้อ สิ่งที่ช่วยคือหลักความปลอดภัยของอาหาร งดของดิบ ไข่ไม่สุก และล้างผักผลไม้ให้สะอาด
(Sonbol 2019)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

อาการแบบไหนที่ไม่ใช่แค่กรดไหลย้อน และควรส่องกล้องกระเพาะอาหาร?

ควรคุยกับแพทย์เรื่องส่องกล้องเมื่อมีน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ กลืนลำบากหรือกลืนเจ็บ อาเจียนซ้ำ อิ่มเร็วผิดปกติ ถ่ายดำหรืออาเจียนเป็นเลือด ซีดหรือโลหิตจาง คลำก้อนในท้องได้ หรือเริ่มมีอาการครั้งแรกเมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป แนวทาง ACG/CAG ยังแนะนำให้พิจารณาส่องกล้องเร็วขึ้นในผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร หรือเติบโตในประเทศที่มีมะเร็งกระเพาะอาหารสูง และถ้ารักษาตามขั้นตอนแล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือกลับมาเร็ว ก็ควรตรวจเพิ่ม

กินยาลดกรดแล้วอาการดีขึ้น แปลว่าไม่ใช่มะเร็งใช่ไหม?

ไม่ใช่ ยาลดกรดช่วยให้อาการดีขึ้นได้ แม้เป็นมะเร็ง งานศึกษาในผู้เสียชีวิตจากมะเร็งทางเดินอาหารส่วนบน 133 คนพบว่า ผู้ที่ได้ยาลดกรดก่อนส่องกล้องได้รับการวินิจฉัยช้าราว 1 ใน 3 เพราะแผลมะเร็งบางแผลดูหายดีขึ้นระหว่างกินยา ยาลดกรดยังใช้ได้ตามแพทย์สั่ง แต่ถ้ามีสัญญาณเตือนหรืออาการไม่หายตามคาด ควรส่องกล้องและตัดชิ้นเนื้อตรวจ

มะเร็งกระเพาะอาหาร “สายพันธุ์ดุ” หมายถึงอะไร?

คำว่าสายพันธุ์ดุไม่ใช่ศัพท์ทางการแพทย์ ผู้ป่วยมักหมายถึงผลชิ้นเนื้อชนิดแพร่ในผนังกระเพาะ (diffuse type) หรือมีเซลล์รูปแหวนตรา (signet ring cell) ซึ่งเซลล์มะเร็งกระจายตัวเดี่ยวๆ ในผนังกระเพาะแทนการเป็นก้อนชัด จึงอาจเห็นยากในระยะแรก ในระยะลุกลาม เซลล์แหวนตราสัมพันธ์กับการพยากรณ์โรคที่แย่กว่าและการกระจายไปเยื่อบุช่องท้องมากกว่า แต่การรักษายังขึ้นกับผลตรวจชิ้นเนื้ออื่น เช่น HER2, PD-L1, CLDN18.2 และ MSI

ผ่าตัดบายพาสกระเพาะในมะเร็งระยะ 4 ต่างจากผ่าตัดลดน้ำหนักอย่างไร?

บายพาสในมะเร็งระยะ 4 คือการต่อกระเพาะเข้ากับลำไส้เล็กส่วนเจจูนัม (gastrojejunostomy) เพื่อให้อาหารเลี่ยงส่วนปลายกระเพาะที่ก้อนมะเร็งอุดอยู่ เป้าหมายคือให้กินได้และอาเจียนน้อยลง บายพาสในมะเร็งระยะ 4 ไม่ได้ตัดก้อนมะเร็งออก และไม่ใช่การผ่าตัดลดน้ำหนัก งานวิจัย SUSTENT พบว่าการผ่าตัดบายพาสกินได้ช้ากว่าการใส่ขดลวดในช่วงแรก แต่คุมอาการอุดตันได้นานกว่าและต้องทำหัตถการซ้ำน้อยกว่า

หลังผ่าตัดบายพาสกระเพาะและกำลังให้คีโม ควรกินอย่างไร?

แบ่งกินมื้อเล็ก 5 ถึง 6 มื้อต่อวัน เคี้ยวช้าๆ นั่งตัวตรงระหว่างกินและหลังกินราว 30 นาที ดื่มน้ำระหว่างมื้อแทนพร้อมอาหาร เลี่ยงของหวานจัดซึ่งกระตุ้นอาการดัมปิ้ง และมีโปรตีนทุกมื้อ แนวทาง ESPEN แนะนำโปรตีนมากกว่า 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ถ้าทำได้ถึง 1.5 กรัม และพลังงานราว 25 ถึง 30 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัมต่อวัน ถ้ากินได้ไม่พอหรือน้ำหนักลดตั้งแต่ร้อยละ 3 ในหนึ่งรอบ ให้ขอพบนักกำหนดอาหาร

กินโปรตีนเยอะหรือดื่มน้ำเยอะ ช่วยเม็ดเลือดขาวหรือขับยาคีโมได้ไหม?

โปรตีนไม่ได้เร่งเม็ดเลือดขาวโดยตรง เม็ดเลือดขาวมักต่ำสุดราววันที่ 7 ถึง 14 หลังให้ยาและฟื้นตามการทำงานของไขกระดูก โปรตีนที่พอช่วยรักษากล้ามเนื้อและน้ำหนักซึ่งทำให้ทนการรักษาได้ดีขึ้น ส่วนการดื่มน้ำพอช่วยกันขาดน้ำ แต่ไม่ได้เร่งขับยาคีโมออก หลังผ่าตัดบายพาสควรจิบน้ำทีละน้อยระหว่างมื้อ ถ้าเม็ดเลือดขาวต่ำจนเลื่อนคีโมบ่อย แพทย์อาจพิจารณายากระตุ้นเม็ดเลือดขาว

ช่วงคีโมต้องงดอาหารดิบและผักผลไม้สดทุกอย่างไหม?

ไม่ต้องงดผักผลไม้ทุกชนิด แต่ต้องเลือกและล้างให้สะอาด การวิเคราะห์รวม 6 งานวิจัยในผู้ป่วย 1,116 คนไม่พบว่าอาหารแบบจำกัดเข้มงวดสำหรับผู้ที่เม็ดเลือดขาวต่ำลดการติดเชื้อรุนแรงได้ (RR 1.16) สิ่งที่ควรทำคือหลักความปลอดภัยของอาหาร งดเนื้อสัตว์ดิบ ไข่ไม่สุก อาหารทะเลดิบ นมไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ อาหารหมักดิบ และอาหารค้างนอกตู้เย็น เลือกผลไม้ล้างสะอาดปอกเปลือกได้ และหลังผ่าตัดบายพาสควรเลี่ยงผักเส้นใยเหนียวมากที่เคี้ยวไม่ละเอียด

สัญญาณอันตรายระหว่างคีโมหลังผ่าตัดบายพาสที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลมีอะไรบ้าง?

ไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อมีไข้ 38.0 องศาเซลเซียสขึ้นไปหรือหนาวสั่น อาเจียนซ้ำจนดื่มน้ำไม่อยู่ ท้องบนป่องแน่นและอาเจียนอาหารที่กินไปนานแล้วซึ่งอาจเป็นรอยต่อบายพาสอุดตัน ถ่ายดำหรืออาเจียนเป็นเลือด ปวดท้องรุนแรงหรือท้องแข็ง ตัวเหลืองตาเหลือง ขาบวมข้างเดียว เจ็บหน้าอก หรือหายใจลำบาก ฉุกเฉินโทร 1669

กลไกทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Mechanism)

ทำไมยาลดกรดบดบังมะเร็งได้: กรดในกระเพาะทำให้แผลระคายเคืองและเจ็บ เมื่อกดการหลั่งกรด เยื่อบุรอบแผลมะเร็งซ่อมตัวได้บางส่วน
ผิวแผลจึงดูเล็กลงหรือดูเหมือนแผลธรรมดา ขณะที่เซลล์มะเร็งใต้ผิวยังอยู่ ถ้าไม่ได้ตัดชิ้นเนื้อจากขอบแผลจึงอาจพลาด
(Bramble 2000)

ชนิดแพร่ในผนัง: เซลล์มะเร็งชนิดนี้ยึดเกาะกันน้อย จึงแทรกกระจายเป็นเซลล์เดี่ยวในชั้นใต้เยื่อบุและกล้ามเนื้อของผนังกระเพาะ
กระตุ้นพังผืดจนผนังหนาแข็ง กระเพาะขยายตัวรับอาหารได้น้อย ผู้ป่วยจึงอิ่มเร็ว และอาจกระจายไปเยื่อบุช่องท้อง
(Lauren 1965,
Zhao 2020)

หลังบายพาส: อาหารผ่านจากกระเพาะลงลำไส้เล็กโดยข้ามหูรูดส่วนปลาย อาหารที่มีน้ำตาลสูงลงลำไส้เร็วดึงน้ำเข้าลำไส้และกระตุ้นฮอร์โมน GLP-1
ทำให้เกิดดัมปิ้งแบบเร็ว และอินซูลินที่หลั่งมากเกินทำให้น้ำตาลตกในแบบช้า
(Scarpellini 2020)

เม็ดเลือดขาวและลิ่มเลือด: คีโมกดไขกระดูกชั่วคราว เม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลต่ำสุดราววันที่ 7–14 แล้วฟื้นตามรอบการสร้างของไขกระดูก
ส่วนเซลล์มะเร็งกระเพาะอาหารปล่อยสารกระตุ้นการแข็งตัวของเลือด ร่วมกับผลของยาและการเคลื่อนไหวน้อย จึงเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือด
(Taplitz 2018,
Khorana 2008)

เรียบเรียงและทบทวนโดย

เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ (E-E-A-T)

อ่านประวัติผู้เขียน

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาเรื่องสัญญาณเตือนของมะเร็งกระเพาะอาหาร การผ่าตัดบายพาสกระเพาะ และโภชนาการระหว่างเคมีบำบัด ไม่ใช่การวินิจฉัย การสั่งยา หรือแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
ชื่อยาเป็นชื่อสามัญเพื่อการศึกษาเท่านั้น ห้ามปรับหรือหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ การตัดสินใจส่องกล้อง ผ่าตัด และเลือกสูตรยาขึ้นกับการประเมินของทีมรักษาแต่ละราย
ในภาวะฉุกเฉินโทร 1669 หากมีความคิดทำร้ายตัวเองโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323