หมวดหมู่: โรคมะเร็ง · การดูแลหลังเคมีบำบัดและปลายประสาทอักเสบ

จบคีโม 10 เดือนยังชามือชาเท้า เจ็บฝ่าเท้าทุกเช้า: ทำไมเส้นประสาทฟื้นช้า แยกสาเหตุปวดฝ่าเท้า และวิธีฟื้นฟูที่มีหลักฐาน

AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)

ชาหลังคีโม (CIPN) ที่ยังอยู่ 10 เดือนพบได้บ่อย ราว 30% ยังมีอาการหลัง 6 เดือน และเส้นประสาทฟื้นช้าเป็นเดือนถึงปี บางคนเหลืออาการ เจ็บฝ่าเท้าก้าวแรกตอนเช้ามักมีพังผืดฝ่าเท้าอักเสบซ้อน ยืดฝ่าเท้าก่อนลุก เดินและเวทเบา ตรวจเท้าทุกวัน เลี่ยงน้ำร้อนจัด และไม่ควรกินแอซิทิลแอลคาร์นิทีนเอง

บทความนี้ครอบคลุมอะไร:
ปลายประสาทอักเสบจากเคมีบำบัด (CIPN) ที่ยังอยู่หลังจบยาหลายเดือน
ทำไมอาการชาขึ้นลง วิธีแยกพังผืดฝ่าเท้าอักเสบ (plantar fasciitis)ออกจากปลายประสาทอักเสบ
แผนฟื้นฟูประจำวัน ยาที่มีหลักฐาน และอาหารเสริมที่ไม่ควรกินเอง ข้อมูลโรคปลายประสาททั่วไปดูได้จาก MedlinePlus
สัญญาณแดง ·
ทำไมยังชา ·
เจ็บฝ่าเท้าตอนเช้า ·
แผนฟื้นฟู ·
ตารางเปรียบเทียบ ·
คำถามที่พบบ่อย

คำถามจากกลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง: จบคีโม 10 เดือนแล้ว ทำไมยังชา และเจ็บฝ่าเท้าทุกเช้า

สมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเล่าว่า ให้คีโมจบมา 10 เดือนแล้วยังชามือชาเท้า บางวันชาอยู่ครึ่งวันกว่าจะดีขึ้น
และเจ็บฝ่าเท้าทุกเช้า ต้องใช้เวลาชั่วโมงกว่าจึงเดินลงน้ำหนักได้ปกติ แล้วถามว่าเพื่อนที่ให้คีโมเป็นแบบเดียวกันไหม

คำตอบตรง: อาการชาแบบนี้พบได้บ่อยหลังเคมีบำบัด แต่เจ็บฝ่าเท้าตอนเช้านานเป็นชั่วโมงอาจไม่ได้มาจากเส้นประสาทอย่างเดียว
การแยกสาเหตุช่วยให้เลือกวิธีฟื้นฟูได้ตรง บทความนี้ไม่ทราบชนิดมะเร็ง สูตรยา และยาที่ผู้ถามกินอยู่ จึงอธิบายแนวทางทั่วไปไว้ให้คุยกับแพทย์เจ้าของไข้ต่อ

1. จบคีโมแล้ว ทำไมยังชา และจะดีขึ้นเมื่อไร

คำตอบตรง: เส้นประสาทส่วนปลายฟื้นช้า และไม่มีสูตรคำนวณเวลาที่แม่นยำ
หลายคนดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนถึงปี แต่บางส่วนยังมีอาการหลงเหลือระยะยาว
(Seretny 2014,
Winters-Stone 2017)

68.1%
มีอาการชาในเดือนแรกหลังจบเคมีบำบัด (31 งานวิจัย 4,179 คน)
30%
ยังมีอาการตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป (Seretny 2014)
47%
ผู้รอดชีวิตจากมะเร็งหญิง 512 คน ยังมีอาการเฉลี่ย 6 ปีหลังรักษา
1.8 เท่า
ความเสี่ยงล้มในผู้ที่ยังมีอาการชา (Winters-Stone 2017)

อาการชาลดลงตามเวลา แต่ไม่ถึงศูนย์

ยาเคมีบำบัดที่ทำให้ชาบ่อย

กลุ่มที่พบบ่อยคือยากลุ่มแท็กซีน เช่น paclitaxel และ docetaxel ยากลุ่มแพลทินัม เช่น carboplatin, cisplatin และ oxaliplatin
รวมถึงยากลุ่มวินคาอัลคาลอยด์ ซึ่งใช้ในมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และมะเร็งลำไส้
ความเสี่ยงขึ้นกับขนาดยาสะสม เบาหวาน อาการชาเดิมก่อนรักษา และการสูบบุหรี่
(Staff 2017)

ยากลุ่มแพลทินัม: อาการอาจหนักขึ้นช่วงแรกหลังหยุดยา

ยากลุ่มแพลทินัมสะสมในเซลล์ประสาทรับความรู้สึกที่ปมประสาทข้างไขสันหลัง บางคนจึงชามากขึ้นต่ออีกราว 2–3 เดือนหลังให้ยาครั้งสุดท้าย ก่อนค่อยๆ คงที่หรือดีขึ้น
และการฟื้นตัวอาจช้ากว่ายากลุ่มแท็กซีน การรู้ข้อนี้ช่วยลดความกังวลเมื่ออาการยังไม่ดีขึ้นทันทีหลังจบยา
(Staff 2017)
อ่านเพิ่มเรื่องชามือชาเท้าหลังจบคีโมมะเร็งเต้านม: ระยะเวลาฟื้นตัว

2. ทำไมบางวันชาครึ่งวัน บางวันดีขึ้น

คำตอบตรง: เส้นประสาทที่บาดเจ็บหรือกำลังซ่อมไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัว อาการจึงขึ้นลงได้ทั้งที่ภาพรวมคงที่หรือค่อยๆ ดีขึ้น
ใยประสาทที่เสียหายอาจส่งสัญญาณเองผิดจังหวะ ทำให้รู้สึกเสียว แปล๊บ หรือเหมือนเข็มทิ่ม
(Staff 2017)

สิ่งที่มักทำให้ชามากขึ้นในวันนั้น

  • ความเย็น: อากาศเย็น ห้องแอร์ น้ำเย็น หรือพื้นกระเบื้องตอนเช้า โดยเฉพาะผู้ที่เคยได้ oxaliplatin
  • การยืนหรือเดินนาน และรองเท้าคับ: แรงกดซ้ำที่ฝ่าเท้าทำให้ปลายประสาทไวขึ้น
  • นอนไม่พอ เหนื่อยล้า และความเครียด: สมองขยายสัญญาณปวดและชาให้รู้สึกชัดขึ้น
  • น้ำตาลในเลือดสูงในผู้เป็นเบาหวาน และแอลกอฮอล์: ทำร้ายเส้นประสาทเพิ่ม
อาการขึ้นลงไม่ได้แปลว่าใกล้หาย และไม่ได้แปลว่าแย่ลงเสมอไป: ลองจดบันทึก 2 สัปดาห์ว่าวันที่ชามากเกิดหลังอะไร
แล้วนำไปคุยกับแพทย์เจ้าของไข้ แต่ถ้าชาลามสูงขึ้นเรื่อยๆ หรืออ่อนแรงมากขึ้น ให้กลับไปดูหัวข้อสัญญาณแดง

3. เจ็บฝ่าเท้าทุกเช้า ชั่วโมงกว่าจะเดินได้: แยกสาเหตุก่อนรักษา

คำตอบตรง: เจ็บแปล๊บที่ส้นหรือใต้ฝ่าเท้าตอนก้าวแรกหลังตื่นนอน เป็นลักษณะเด่นของพังผืดฝ่าเท้าอักเสบ
ซึ่งอาจเกิดซ้อนกับปลายประสาทอักเสบจากเคมีบำบัด หรือข้อฝืดจากยาต้านฮอร์โมน พังผืดฝ่าเท้าอักเสบมักดีขึ้นภายในไม่กี่นาทีหลังเดิน
ถ้านานเป็นชั่วโมงจึงควรให้แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดตรวจเท้า
(APTA 2014)

ตาราง: แยกพังผืดฝ่าเท้าอักเสบ ปลายประสาทอักเสบ และข้อฝืดจากยาต้านฮอร์โมน

ใช้เป็นข้อมูลคุยกับแพทย์เจ้าของไข้ หลายคนมีมากกว่าหนึ่งแบบพร้อมกัน — ไม่ใช่การวินิจฉัยตัวเอง

ลักษณะอาการปวดฝ่าเท้าหลังเคมีบำบัดสามแบบที่พบบ่อย
ลักษณะพังผืดฝ่าเท้าอักเสบปลายประสาทอักเสบจากเคมีบำบัดข้อฝืดจากยาต้านฮอร์โมน (aromatase inhibitor)
ตำแหน่งส้นเท้าด้านในและใต้อุ้งเท้า มักเด่นข้างเดียวหรือข้างหนึ่งมากกว่าปลายนิ้วเท้าและฝ่าเท้าทั้งแผ่น สองข้างเท่ากัน ลามขึ้นแบบถุงเท้าข้อเท้า ข้อนิ้วเท้า ข้อมือ และนิ้วมือหลายข้อ
ลักษณะอาการเจ็บแปล๊บเหมือนเหยียบก้อนหินชา เหมือนใส่ถุงเท้า แสบร้อน เข็มทิ่ม หรือไฟช็อตข้อฝืด ปวดตื้อ กำมือหรืองอนิ้วเท้ายาก
ช่วงที่แย่ที่สุดก้าวแรกหลังตื่นนอน หรือหลังนั่งนานตอนกลางคืน ตอนพัก หรือเมื่อเจอความเย็นตอนเช้าหลังตื่นนอน
เมื่อเดินไปสักพักดีขึ้นภายในไม่กี่นาที แต่กลับมาเมื่อยืนเดินนานชาไม่ค่อยหาย อาจรู้สึกเท้าไม่มั่นคง ทรงตัวยากในที่มืดค่อยๆ คลายเมื่อขยับข้อ
เบาะแสเพิ่มเติมกดส้นเท้าด้านในแล้วเจ็บ น่องตึง ยืนพื้นแข็งนานรับรู้ร้อนเย็นลดลง เริ่มระหว่างหรือหลังให้ยาเคมีบำบัดเริ่มหลังเริ่มยา letrozole, anastrozole หรือ exemestane มักภายในไม่กี่เดือน
สิ่งที่ช่วยยืดพังผืดฝ่าเท้าและน่อง แผ่นรองรองเท้า อุปกรณ์ดามกลางคืนออกกำลังกาย ฝึกทรงตัว ดูแลเท้า และยาเมื่อปวดมากออกกำลังกายสม่ำเสมอ ปรึกษาแพทย์เรื่องปรับชนิดยา อ่าน ปวดข้อหลังคีโมและยาต้านฮอร์โมน

ผู้ที่ยังมีอาการชาจากเคมีบำบัดเดินช้าลง ก้าวสั้นลง และก้าวถี่ขึ้น
(Winters-Stone 2017)
รูปแบบการเดินที่เปลี่ยนไปร่วมกับช่วงที่ขยับน้อยระหว่างรักษา อาจเพิ่มแรงกดที่ส้นเท้าและพังผืดฝ่าเท้า ข้อนี้เป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผล แต่ยังไม่มีงานวิจัยที่พิสูจน์โดยตรง

ชามือชาเท้า เจ็บเท้า หรือเดินไม่มั่นคงหลังคีโม — อาการอยู่ระดับไหน และเมื่อไรไม่ควรรอ?

วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา — แบบประเมินช่วยดูว่าอาการระหว่างและหลังการรักษามะเร็งของคุณ
เข้าข่ายรูปแบบไหน เร่งด่วนระดับใด ใช้ร่วมกับหัวข้อสัญญาณแดงด้านบน แบบประเมินนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค

คลิกทำแบบประเมินสัญญาณระหว่างการรักษามะเร็ง (ฟรี)

4. แผนฟื้นฟูประจำวันที่มีหลักฐาน

คำตอบตรง: ยืดพังผืดฝ่าเท้าก่อนก้าวแรก ออกกำลังกายแบบเดินร่วมกับแรงต้าน ฝึกทรงตัว และดูแลเท้าทุกวัน
เป็นสิ่งที่ทำได้เองอย่างปลอดภัย และช่วยทั้งเรื่องปวดส้นเท้าและการใช้ชีวิตกับอาการชา
(DiGiovanni 2003,
Kleckner 2018)

คัดกรองก่อนไม่มีสัญญาณแดง ไม่มีแผลที่เท้า
ก่อนลุกจากเตียงยืดพังผืดฝ่าเท้า 10 วินาที 10 ครั้ง
ก้าวแรกสวมรองเท้าพื้นนุ่มที่รองรับอุ้งเท้า ไม่เดินเท้าเปล่า
ระหว่างวันเดินและออกกำลังแรงต้านแบบค่อยเพิ่ม ฝึกทรงตัว
ก่อนนอนตรวจเท้าทุกซอก ทาครีม เตรียมไฟทางเดิน

ยืดพังผืดฝ่าเท้าก่อนก้าวแรก

การทดลองแบบสุ่มในผู้ป่วย 101 คนที่ปวดส้นเท้ามาอย่างน้อย 10 เดือน พบว่าการยืดพังผืดฝ่าเท้าโดยไม่ลงน้ำหนัก
ลดอาการปวดก้าวแรกตอนเช้าได้ดีกว่าการยืดเอ็นร้อยหวายอย่างเดียว (p = 0.006) และลดอาการปวดที่แย่ที่สุดได้ดีกว่า
(DiGiovanni 2003)
แนวทางกายภาพบำบัดอเมริกันปี 2014 สนับสนุนการยืดพังผืดฝ่าเท้าและน่อง แผ่นรองรองเท้า อุปกรณ์ดามเท้าตอนกลางคืน และการรักษาด้วยมือ
(APTA 2014)

ตาราง: กิจวัตรฟื้นฟูเท้าใน 1 วัน

ปรับตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด หยุดถ้าปวดมากขึ้นหรือมีแผล

กิจวัตรฟื้นฟูสำหรับผู้ที่ชาหลังคีโมและเจ็บฝ่าเท้าตอนเช้า
ช่วงเวลาทำอะไรวิธีทำข้อควรระวัง
ก่อนลุกจากเตียงยืดพังผืดฝ่าเท้านั่งไขว้ขาข้างที่ปวดบนเข่าอีกข้าง ดึงนิ้วเท้าทั้งหมดขึ้นหาหน้าแข้งจนตึงที่อุ้งเท้า ค้าง 10 วินาที ทำ 10 ครั้งดึงจนตึง ไม่ถึงขั้นเจ็บแปล๊บ ทำซ้ำวันละ 3 รอบ
ก่อนยืนยืดน่องด้วยผ้าขนหนู และขยับข้อเท้านั่งเหยียดเข่า คล้องผ้าขนหนูที่ฝ่าเท้าส่วนหน้า ดึงเข้าหาตัวค้าง 30 วินาที 3 ครั้ง แล้วกระดกข้อเท้าขึ้นลง 1 นาทีลุกช้าๆ นั่งขอบเตียงสักครู่ก่อนยืน
ก้าวแรกสวมรองเท้าในบ้านรองเท้าพื้นนุ่ม หุ้มส้น รองรับอุ้งเท้า หรือใช้แผ่นรองรองเท้าสำเร็จรูปเท้าที่ชาไม่ควรเดินเท้าเปล่า เขย่ารองเท้าดูสิ่งแปลกปลอมก่อนใส่
ระหว่างวันเดินและออกกำลังแรงต้านเดินระดับปานกลางร่วมกับยางยืดออกกำลัง ค่อยเพิ่มทีละน้อยทุกสัปดาห์ถ้าเพิ่งจบการรักษาหรือมีโรคหัวใจ ปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มความหนัก
ทุกวันฝึกทรงตัวยืนจับขอบโต๊ะครัว ยืนขาเดียว เดินต่อส้นเท้าปลายเท้า วันละ 5–10 นาทีทำใกล้ที่จับเสมอ หรือให้นักกายภาพบำบัดออกแบบให้
ก่อนนอนตรวจและดูแลเท้าส่องกระจกดูฝ่าเท้าและซอกนิ้ว ทาครีมบำรุงผิว (ไม่ทาซอกนิ้ว) เปิดไฟทางเดินกลางคืนพบแผล พุพอง หรือบวมแดง ให้พบแพทย์
เมื่อแช่เท้าหรืออาบน้ำตรวจอุณหภูมิน้ำใช้เทอร์โมมิเตอร์หรือข้อศอกทดสอบ ใช้น้ำอุ่นพอดี ไม่แช่นานไม่ใช้กระเป๋าน้ำร้อน แผ่นร้อน หรือน้ำแข็งกับเท้าที่ชา

ออกกำลังกายแบบเดินร่วมกับแรงต้าน

การทดลองแบบสุ่มในผู้ป่วย 355 คนที่ได้ยากลุ่มแท็กซีน แพลทินัม หรือวินคาอัลคาลอยด์ พบว่าโปรแกรมเดินและออกกำลังแรงต้านที่บ้าน 6 สัปดาห์
ลดอาการรู้สึกร้อนเย็นผิดปกติที่มือเท้าได้ (−0.46 คะแนน) และมีแนวโน้มลดอาการชาและเสียว (−0.42 คะแนน) เทียบกับกลุ่มควบคุม
งานนี้ทำระหว่างได้เคมีบำบัด ผลหลังจบยาจึงอนุมานต่อ แต่การออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมของผู้รอดชีวิตจากมะเร็งอยู่แล้ว
(Kleckner 2018)

ฝึกทรงตัวเพื่อป้องกันการล้ม

อาการชาทำให้เท้าส่งข้อมูลตำแหน่งให้สมองได้น้อยลง ผู้ที่ยังมีอาการชาจึงทรงตัวแย่ในที่มืดหรือพื้นต่างระดับ และเสี่ยงล้มสูงขึ้น 1.8 เท่า
(Winters-Stone 2017)
ควรเปิดไฟทางเดินกลางคืน เก็บพรมและสายไฟที่สะดุด ติดราวจับในห้องน้ำ และขอให้แพทย์ส่งกายภาพบำบัดเพื่อฝึกทรงตัว

ดูแลเท้าที่ชาทุกวัน

เท้าที่ชาอาจมีแผลหรือติดเชื้อโดยไม่รู้สึกเจ็บ ตัดเล็บตรง ไม่ตัดหนังหรือตาปลาเอง ใส่ถุงเท้าที่ไม่รัด
และให้คนในบ้านช่วยดูฝ่าเท้าถ้าก้มดูเองลำบาก ผู้เป็นเบาหวานต้องเข้มงวดเรื่องนี้เป็นพิเศษ

ความร้อนและความเย็น: ปลอดภัยไว้ก่อน

เท้าที่ชารับรู้อุณหภูมิได้น้อยลง น้ำที่รู้สึกแค่อุ่นอาจร้อนพอจะลวกผิว และน้ำเย็นจัดอาจทำให้ผิวเสียหาย
ยังไม่มีงานวิจัยที่แสดงว่าการแช่น้ำอุ่นสลับเย็นช่วยฟื้นเส้นประสาทหลังเคมีบำบัด ถ้าแช่เท้าเพื่อผ่อนคลาย ให้ใช้น้ำอุ่นพอดีที่ตรวจอุณหภูมิแล้ว และไม่ใช้น้ำแข็ง

5. อาหารเสริมบำรุงประสาท: งานวิจัยพบอะไร

คำตอบตรง: แนวทางสมาคมมะเร็งวิทยาคลินิกอเมริกัน (ASCO 2020) ไม่แนะนำอาหารเสริมใดเพื่อป้องกันอาการชาจากเคมีบำบัด
และแนะนำไม่ให้ใช้แอซิทิลแอลคาร์นิทีน
(ASCO 2020)

แอซิทิลแอลคาร์นิทีน (acetyl-L-carnitine): ทำให้ชาแย่ลง

การทดลองแบบสุ่มในผู้หญิง 409 คนที่ได้ยากลุ่มแท็กซีน พบว่าแอซิทิลแอลคาร์นิทีนทำให้อาการชาแย่ลง ขนาด 3,000 มิลลิกรัมต่อวันทำให้คะแนนอาการทางประสาทแย่กว่ายาหลอกที่ 24 สัปดาห์
และพบอาการทางประสาทระดับรุนแรง 8 คน เทียบกับ 1 คน
(Hershman 2013)
เมื่อติดตาม 2 ปี กลุ่มที่ได้แอซิทิลแอลคาร์นิทีนยังมีคะแนนแย่กว่า โดย 39.5% มีคะแนนลดลงตั้งแต่ 5 คะแนน เทียบกับ 34.4% ในกลุ่มยาหลอก
(Hershman 2018)

กรดอัลฟาไลโปอิก (alpha-lipoic acid): ไม่ได้ผลในการทดลอง

การทดลองแบบสุ่มให้ 600 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง นาน 24 สัปดาห์ ระหว่างได้ cisplatin หรือ oxaliplatin ไม่พบความต่างจากยาหลอก
ทั้งคะแนนอาการชา อาการปวด และการทำงานของร่างกาย และมีผู้อยู่ครบการศึกษาเพียง 70 จาก 243 คน
(Guo 2014)

วิตามินบี 12: ใช้เมื่อตรวจพบว่าขาด

การขาดวิตามินบี 12 ทำให้ชาปลายมือเท้าได้เอง จึงควรตรวจระดับในเลือดเมื่อมีความเสี่ยง เช่น กิน metformin นาน กินยาลดกรดนาน กินมังสวิรัติเคร่งครัด หรือผ่าตัดกระเพาะ
ถ้าระดับปกติ ยังไม่มีหลักฐานว่าการเสริมวิตามินบี 12 ในรูปใดช่วยฟื้นปลายประสาทอักเสบจากเคมีบำบัด
(ASCO 2020)

6. ยาที่แพทย์อาจพิจารณาเมื่อปวดมาก

คำตอบตรง: duloxetine เป็นยาเดียวที่แนวทาง ASCO 2020 ระบุว่ามีหลักฐานพอให้พิจารณาสำหรับอาการปวดจากปลายประสาทอักเสบจากเคมีบำบัด
ยาช่วยเรื่องปวดมากกว่าอาการชา และต้องให้แพทย์สั่ง
(ASCO 2020)

duloxetine

การทดลองแบบสุ่มสลับกลุ่มในผู้ป่วย 231 คนที่ปวดหลังได้ paclitaxel ยากลุ่มแท็กซีนอื่น หรือ oxaliplatin พบว่า duloxetine 60 มิลลิกรัมต่อวัน 5 สัปดาห์
ลดคะแนนปวดเฉลี่ย 1.06 เทียบกับ 0.34 เมื่อได้ยาหลอก และ 59% รู้สึกปวดลดลง เทียบกับ 38%
(Smith 2013)
ผลข้างเคียงที่พบได้คือคลื่นไส้ ง่วง และอ่อนเพลีย ผู้ที่กิน tamoxifen หรือยาต้านซึมเศร้าตัวอื่นต้องแจ้งแพทย์ก่อน เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างยา

ยาอื่นและยาทาเฉพาะที่

ยากลุ่ม gabapentinoid (pregabalin, gabapentin) และ TCA ขนาดต่ำ (เช่น amitriptyline, nortriptyline) ใช้ได้ผลในอาการปวดจากเส้นประสาทชนิดอื่น
แต่หลักฐานเฉพาะในปลายประสาทอักเสบจากเคมีบำบัดยังจำกัด แพทย์อาจลองเป็นรายคนเมื่อ duloxetine ไม่เหมาะ ยาทาเฉพาะที่ เช่น lidocaine หรือ capsaicin ก็มีหลักฐานจำกัดเช่นกัน
(ASCO 2020,
ESMO-EONS-EANO 2020)

7. ความเชื่อที่ต้องแก้ เรื่องชาหลังคีโม

คำตอบตรง: หลายข้อความที่แชร์กันถูกบางส่วน แต่ถ้าเชื่อเกินจริงอาจทำให้ผิดหวัง หรือเสี่ยงบาดเจ็บโดยไม่จำเป็น

“เส้นประสาทงอกวันละ 1 มิลลิเมตร อีก 1–2 ปีก็หาย” — ง่ายเกินไป

ตัวเลขราว 1 มิลลิเมตรต่อวันมาจากการงอกของเส้นประสาทหลังบาดเจ็บแบบถูกตัดหรือถูกกด ปลายประสาทอักเสบจากเคมีบำบัดต่างออกไป
ยากลุ่มแพลทินัมทำร้ายตัวเซลล์ประสาทที่ปมประสาทข้างไขสันหลัง ซึ่งฟื้นได้ช้าหรือไม่ครบ และมีผู้รอดชีวิต 47% ที่ยังมีอาการเฉลี่ย 6 ปีหลังรักษา
(Staff 2017,
Winters-Stone 2017)

“ชาขึ้นลงแปลว่าเส้นประสาทกำลังซ่อม ใกล้หายแล้ว” — ไม่เสมอไป

อาการขึ้นลงตามความเย็น การใช้งาน และการนอน มากกว่าจะบอกระยะการซ่อม ควรดูภาพรวมเป็นเดือน ไม่ใช่รายวัน

“แช่น้ำร้อนสลับน้ำเย็นช่วยกระตุ้นเส้นประสาท” — ไม่มีหลักฐาน และเสี่ยงลวก

ยังไม่มีงานวิจัยในปลายประสาทอักเสบจากเคมีบำบัด และเท้าที่ชาอาจถูกน้ำร้อนลวกโดยไม่รู้ตัว ถ้าจะแช่เท้า ให้ตรวจอุณหภูมิทุกครั้งและไม่ใช้น้ำแข็ง

“วิตามินบี กรดอัลฟาไลโปอิก และคาร์นิทีน มีงานวิจัยรองรับ” — ไม่ตรง

แอซิทิลแอลคาร์นิทีนทำให้อาการชาแย่ลงในการทดลอง 409 คน กรดอัลฟาไลโปอิกไม่ได้ผลดีกว่ายาหลอก และวิตามินบี 12 ช่วยเมื่อขาดเท่านั้น
(Hershman 2013,
Guo 2014)

“ทำครบทุกข้อแล้วต้องหายทุกคน” — สัญญาไม่ได้

การยืด การออกกำลัง และการดูแลเท้าช่วยลดปวดและป้องกันการล้ม แต่ไม่มีใครรับรองว่าเส้นประสาทจะกลับมาเหมือนเดิมทั้งหมด
เป้าหมายที่เป็นจริงคือเดินได้มั่นคง ปวดน้อยลง และใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น

ตาราง: เปรียบเทียบทางเลือกดูแลชาหลังคีโมและเจ็บฝ่าเท้าตอนเช้า

ยา อาหารเสริม และการปรับพฤติกรรม เทียบกันตามความเหมาะสม หลักฐาน และข้อควรระวัง — ชื่อยาเป็นชื่อสามัญ

ทางเลือกเหมาะกับหลักฐานข้อควรระวัง
ยืดพังผืดฝ่าเท้าก่อนก้าวแรกเจ็บส้นเท้าหรือใต้ฝ่าเท้าตอนก้าวแรกการทดลอง 101 คน ดีกว่ายืดเอ็นร้อยหวาย (DiGiovanni 2003)ดึงจนตึง ไม่ถึงขั้นเจ็บ ระวังถ้ามีแผล
เดินร่วมกับออกกำลังแรงต้านทุกคนที่ชาหลังคีโมและไม่มีข้อห้ามการทดลอง 355 คน ลดอาการร้อนเย็นผิดปกติ (Kleckner 2018)ค่อยเพิ่ม ปรึกษาแพทย์ถ้ามีโรคหัวใจ
ฝึกทรงตัวและกายภาพบำบัดเดินไม่มั่นคง เคยล้มหรือเกือบล้มผู้ที่ยังชาเสี่ยงล้ม 1.8 เท่า (Winters-Stone 2017)ทำใกล้ที่จับเสมอ
แผ่นรองรองเท้า รองเท้าพื้นนุ่ม อุปกรณ์ดามกลางคืนพังผืดฝ่าเท้าอักเสบ และเท้าที่ชาแนวทางกายภาพบำบัดอเมริกัน (APTA 2014)ตรวจผิวเท้าว่าไม่มีจุดกดเป็นแผล
duloxetineปวดแสบ ปวดแปล๊บจากปลายประสาทลดปวด 1.06 เทียบ 0.34 ใน 231 คน (Smith 2013) ASCO 2020 ให้พิจารณาได้คลื่นไส้ ง่วง ปฏิกิริยากับ tamoxifen และยาต้านซึมเศร้าอื่น
pregabalin, gabapentin หรือ TCA ขนาดต่ำปวดจากเส้นประสาทเมื่อ duloxetine ไม่เหมาะหลักฐานเฉพาะในภาวะนี้จำกัดง่วง เวียนศีรษะ เพิ่มความเสี่ยงล้ม
ยาทาเฉพาะที่ (lidocaine, capsaicin)ปวดเฉพาะจุดหลักฐานจำกัดระวังผิวระคายเคือง ไม่ทาบนแผล
แช่น้ำอุ่นสลับเย็นไม่แนะนำสำหรับเท้าที่ชาไม่มีงานวิจัยในปลายประสาทอักเสบจากเคมีบำบัดเสี่ยงลวกหรือผิวเสียหายจากความเย็น
แอซิทิลแอลคาร์นิทีนไม่แนะนำทำให้ชาแย่ลงที่ 24 สัปดาห์และ 2 ปี (Hershman 2013, 2018)ASCO 2020 แนะนำไม่ให้ใช้
กรดอัลฟาไลโปอิกไม่มีข้อบ่งชี้ชัดไม่ต่างจากยาหลอก (Guo 2014)แจ้งแพทย์ก่อนใช้ อาจลดน้ำตาลในผู้เป็นเบาหวาน
วิตามินบี 12ผลเลือดพบว่าขาดไม่มีหลักฐานว่าช่วยเมื่อระดับปกติตรวจระดับก่อน โดยเฉพาะผู้กิน metformin

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

จบคีโมมา 10 เดือนแล้วยังชามือชาเท้า ปกติไหม และจะดีขึ้นเมื่อไร?

พบได้บ่อย การวิเคราะห์รวม 31 งานวิจัย ผู้ป่วย 4,179 คน พบอาการชาจากเคมีบำบัดราว 68 เปอร์เซ็นต์ในเดือนแรกหลังจบยา 60 เปอร์เซ็นต์ที่ 3 เดือน และราว 30 เปอร์เซ็นต์ยังมีอาการตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป หลายคนค่อยๆ ดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนถึงปี แต่ไม่มีใครบอกเวลาที่แน่ชัดได้ และบางส่วนยังมีอาการหลงเหลือระยะยาว งานวิจัยในผู้รอดชีวิตจากมะเร็งหญิง 512 คนพบว่า 47 เปอร์เซ็นต์ยังมีอาการเฉลี่ย 6 ปีหลังรักษา เป้าหมายจึงเป็นการลดปวด ป้องกันการล้ม และใช้ชีวิตได้ดีขึ้นระหว่างที่เส้นประสาทฟื้น

ทำไมบางวันชาอยู่ครึ่งวัน บางวันดีขึ้นเอง?

อาการขึ้นลงเป็นเรื่องที่ผู้ป่วยเล่าบ่อย เส้นประสาทที่บาดเจ็บหรือกำลังซ่อมอาจส่งสัญญาณเองผิดจังหวะ และไวต่อปัจจัยรอบตัว เช่น อากาศหรือน้ำเย็น การยืนเดินนาน การนอนไม่พอ ความเหนื่อย และความเครียด อาการที่ขึ้นลงจึงไม่ได้แปลว่าแย่ลงหรือใกล้หายเสมอไป ควรจดว่าวันที่ชามากเกิดหลังอะไร แล้วนำไปคุยกับแพทย์เจ้าของไข้ แต่ถ้าชาลามขึ้นสูงเรื่อยๆ อ่อนแรงมากขึ้น หรือเป็นข้างเดียว ต้องพบแพทย์เร็ว

เจ็บฝ่าเท้าทุกเช้า ชั่วโมงกว่าจะเดินได้ปกติ เกิดจากอะไร?

อาจมีมากกว่าหนึ่งสาเหตุซ้อนกัน เจ็บแปล๊บที่ส้นเท้าหรือใต้ฝ่าเท้าตอนก้าวแรกหลังตื่นนอนเป็นลักษณะเด่นของพังผืดฝ่าเท้าอักเสบ ส่วนอาการชา แสบร้อน หรือเหมือนเข็มทิ่มทั่วฝ่าเท้าทั้งสองข้างเข้ากับปลายประสาทอักเสบจากเคมีบำบัด ถ้ากินยาต้านฮอร์โมนกลุ่ม aromatase inhibitor อยู่ อาจมีข้อเท้าข้อนิ้วฝืดตอนเช้าร่วมด้วย พังผืดฝ่าเท้าอักเสบมักดีขึ้นภายในไม่กี่นาทีหลังเดิน ถ้านานเป็นชั่วโมงควรให้แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดตรวจเท้า เพื่อแยกสาเหตุและวางแผนฟื้นฟูให้ตรง

ยืดฝ่าเท้าก่อนลุกจากเตียงทำอย่างไร ช่วยได้จริงไหม?

มีหลักฐานในพังผืดฝ่าเท้าอักเสบเรื้อรัง การทดลองแบบสุ่มในผู้ป่วย 101 คนที่ปวดส้นเท้ามาอย่างน้อย 10 เดือน พบว่าการยืดพังผืดฝ่าเท้าโดยไม่ลงน้ำหนักลดอาการปวดก้าวแรกตอนเช้าได้ดีกว่าการยืดเอ็นร้อยหวายอย่างเดียว วิธีคือนั่งบนเตียง ไขว้ขาข้างที่ปวดวางบนเข่าอีกข้าง ใช้มือดึงนิ้วเท้าทั้งหมดขึ้นเข้าหาหน้าแข้งจนรู้สึกตึงที่อุ้งเท้า ค้าง 10 วินาที ทำ 10 ครั้ง ก่อนก้าวแรกตอนเช้า และวันละ 3 รอบ ถ้าเท้าชามากหรือมีแผล ให้นักกายภาพบำบัดสอนก่อน

แช่เท้าน้ำอุ่นสลับน้ำเย็นช่วยกระตุ้นเส้นประสาทได้ไหม?

ยังไม่มีงานวิจัยที่แสดงว่าการแช่น้ำอุ่นสลับเย็นช่วยฟื้นปลายประสาทอักเสบจากเคมีบำบัด และมีความเสี่ยง เพราะเท้าที่ชารับรู้ร้อนเย็นได้น้อยลง อาจลวกหรือเย็นจัดจนผิวเสียหายโดยไม่รู้ตัว ถ้าชอบแช่เท้าเพื่อผ่อนคลาย ให้ใช้น้ำอุ่นพอดี ตรวจอุณหภูมิด้วยเทอร์โมมิเตอร์หรือข้อศอกก่อนทุกครั้ง ไม่ใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด ไม่แช่นาน แล้วเช็ดให้แห้งโดยเฉพาะซอกนิ้ว และตรวจผิวเท้าหลังแช่

วิตามินบี 12 กรดอัลฟาไลโปอิก หรือแอซิทิลแอลคาร์นิทีน ช่วยซ่อมเส้นประสาทไหม?

หลักฐานไม่สนับสนุนให้กินเอง การทดลองแบบสุ่มในผู้หญิง 409 คนที่ได้ยากลุ่มแท็กซีน พบว่าแอซิทิลแอลคาร์นิทีน 3,000 มิลลิกรัมต่อวันทำให้อาการชาแย่ลงที่ 24 สัปดาห์ และยังแย่กว่ายาหลอกเมื่อติดตาม 2 ปี แนวทางสมาคมมะเร็งวิทยาคลินิกอเมริกันปี 2020 จึงไม่แนะนำ ส่วนกรดอัลฟาไลโปอิกไม่ได้ผลดีกว่ายาหลอกในการทดลองกับยากลุ่มแพลทินัม วิตามินบี 12 ควรใช้เมื่อตรวจพบว่าขาด เช่น ผู้กิน metformin หรือกินมังสวิรัติเคร่งครัด ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งก่อนเริ่มอาหารเสริม

มียาที่ช่วยอาการปวดชาจากคีโมไหม?

duloxetine เป็นยาที่มีหลักฐานดีที่สุดสำหรับอาการปวดจากปลายประสาทอักเสบจากเคมีบำบัด การทดลองแบบสุ่มในผู้ป่วย 231 คนพบว่าคะแนนปวดลดลง 1.06 เทียบกับ 0.34 เมื่อได้ยาหลอก และ 59 เปอร์เซ็นต์รู้สึกปวดลดลง เทียบกับ 38 เปอร์เซ็นต์ ผลช่วยได้ปานกลาง และช่วยเรื่องปวดมากกว่าอาการชา ยาอื่น เช่น pregabalin, gabapentin หรือ TCA ขนาดต่ำ มีหลักฐานในภาวะนี้จำกัด แพทย์อาจลองเป็นรายคน ผู้ที่กิน tamoxifen ต้องแจ้งแพทย์ก่อนเริ่ม duloxetine เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างยา

อาการแบบไหนที่ต้องรีบพบแพทย์?

ไปโรงพยาบาลทันทีถ้าอ่อนแรงลามขึ้นเร็วภายในวันถึงสัปดาห์ หายใจลำบาก ชาหรืออ่อนแรงซีกเดียวเฉียบพลัน หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือปวดหลังใหม่ร่วมกับขาอ่อนแรงและกลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ ควรนัดพบแพทย์เร็วถ้าล้มหรือเกือบล้มบ่อย มีแผล พุพอง หรือเท้าบวมแดงร้อน น่องบวมเจ็บข้างเดียว ปวดจนนอนไม่ได้ หรืออาการชาแย่ลงต่อเนื่องหลังจบยาเกิน 3 เดือน

กลไกทางวิทยาศาสตร์ (Scientific mechanism)

เส้นประสาทที่ยาวที่สุดเสียหายก่อน: ยากลุ่มแท็กซีนจับกับโครงสร้างไมโครทูบูลที่ใช้ขนส่งสารอาหารจากตัวเซลล์ไปปลายเส้นประสาท
ปลายที่ไกลที่สุดคือนิ้วเท้าและนิ้วมือจึงขาดการส่งเสบียงก่อน อาการจึงเริ่มที่ปลายนิ้วและกระจายแบบถุงเท้าถุงมือ
นอกจากนี้ยังมีการทำงานของไมโทคอนเดรียผิดปกติ ภาวะเครียดออกซิเดชัน การเปลี่ยนแปลงของช่องไอออน และการอักเสบที่ปมประสาท ไมโทคอนเดรียจึงเป็นเพียงกลไกหนึ่ง
(Staff 2017)

ยากลุ่มแพลทินัมทำร้ายตัวเซลล์: ยาสะสมในเซลล์ประสาทรับความรู้สึกที่ปมประสาทข้างไขสันหลังและทำลายดีเอ็นเอ เมื่อตัวเซลล์เสียหาย ปลายประสาทจะงอกใหม่ไม่ได้
นี่คือเหตุผลที่อาการอาจหนักขึ้นช่วงแรกหลังหยุดยาและฟื้นไม่ครบในบางคน ใยประสาทขนาดเล็กที่รับรู้อุณหภูมิและความปวดเมื่อเสียหายทำให้รู้สึกร้อนเย็นผิดปกติ
ส่วนใยประสาทขนาดใหญ่ที่รับรู้ตำแหน่งข้อเมื่อเสียหายทำให้ทรงตัวแย่และเสี่ยงล้ม
(Staff 2017,
Winters-Stone 2017)

พังผืดฝ่าเท้าหดตัวระหว่างนอน: พังผืดฝ่าเท้าเป็นแผ่นเนื้อเยื่อหนาจากส้นเท้าไปฐานนิ้วเท้า ระหว่างนอนเท้ามักอยู่ในท่าปลายเท้าชี้ลง พังผืดจึงหดสั้น
ก้าวแรกตอนเช้าดึงพังผืดอย่างฉับพลันที่จุดเกาะส้นเท้า จึงเจ็บมากที่สุดในก้าวแรก การยืดก่อนลงน้ำหนักช่วยเตรียมเนื้อเยื่อก่อนรับแรง
(DiGiovanni 2003,
APTA 2014)

เรียบเรียงและทบทวนโดย

แหล่งอ้างอิงวิชาการ (E-E-A-T)

อ่านโปรไฟล์ผู้เขียน

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอาการชาหลังเคมีบำบัดและอาการปวดฝ่าเท้า ไม่ใช่การวินิจฉัย ใบสั่งยา หรือแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
ชื่อยาเป็นชื่อสามัญเพื่อการศึกษา การเริ่ม หยุด หรือปรับยา รวมถึงการใช้อาหารเสริมและการออกกำลังกายหลังการรักษามะเร็ง ต้องเป็นไปตามแพทย์เจ้าของไข้
หากอ่อนแรงลามเร็ว หายใจลำบาก มีอาการซีกเดียวเฉียบพลัน หรือกลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ ให้ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที