หมวดหมู่: โรคไต · โภชนาการโรคไต
สารให้ความหวาน INS 968 (อิริทริทอล) มีผลต่อไตแค่ไหน: ไตขับออกอย่างไร ผู้ป่วยไตแต่ละระยะและผู้ฟอกไตใช้ได้เท่าไร และสัญญาณเรื่องหัวใจที่ควรรู้
AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)
INS 968 คืออิริทริทอล ไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือด ร่างกายดูดซึมแล้วไตขับออกแบบไม่เปลี่ยนรูปราว 78% ใน 24 ชั่วโมง ยังไม่พบว่าทำลายเนื้อไตโดยตรง แต่เมื่อไตเสื่อมมาก ระดับในเลือดจะค้างนานขึ้น และงานวิจัยพบสัญญาณเรื่องเกล็ดเลือดและโรคหัวใจ จึงควรใช้น้อย ไม่ใช่ทุกวัน โดยเฉพาะไตระยะ 4–5 และผู้ฟอกไต
ร่างกายจัดการ อิริทริทอล (E 968) ตามการประเมินของ EFSA 2023 อย่างไร ·
ระดับในเลือดเมื่อไตเสื่อมและฟอกไต · สัญญาณเรื่องเกล็ดเลือดและโรคหัวใจ · ปริมาณที่เหมาะตามระยะไต · สารให้ความหวานอื่น
ข้อมูลทั่วไปเรื่องโรคไตเรื้อรังจาก MedlinePlus และอาหารสำหรับผู้ป่วยไตจาก NIDDK ·
อาการที่ต้องพบแพทย์ ·
ไตขับอย่างไร ·
สัญญาณเรื่องหัวใจ ·
ใช้ได้แค่ไหนตามระยะไต ·
คำถามที่พบบ่อย
คำถามจากกลุ่มผู้ป่วยโรคไต: สารให้ความหวาน INS 968 มีผลต่อไตอย่างไร มากน้อยแค่ไหน
สมาชิกกลุ่มผู้ป่วยโรคไตท่านหนึ่งถามว่า “สารให้ความหวาน INS 968 มีผลต่อไตอย่างไรมากน้อย” รหัสนี้พบบ่อยบนฉลากน้ำตาลทดแทน กาแฟและชาสูตรไม่มีน้ำตาล ขนมคีโต และผงหญ้าหวานหรือหล่อฮังก๊วยแบบซอง
คำตอบสั้นคือ ไตไม่ได้ถูกทำร้ายจากสารนี้โดยตรงตามข้อมูลที่มี แต่ไตเป็นทางออกหลักของมัน ยิ่งไตกรองได้น้อย สารนี้ยิ่งค้างในเลือดนาน
ส่วนคำถามที่สำคัญกว่าในช่วงหลังคือเรื่องเกล็ดเลือดและหัวใจ ซึ่งผู้ป่วยไตมีความเสี่ยงสูงอยู่แล้ว
อาการที่ควรพบแพทย์เร็ว (Red Flags)
- เจ็บแน่นหน้าอก หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงซีกเดียว พูดไม่ชัด หรือขาบวมแดงปวดข้างเดียว — อาจเป็นหัวใจขาดเลือด อัมพาต หรือลิ่มเลือด ไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669
- ท้องเสียหรืออาเจียนมากจนกินดื่มไม่ได้ เวียนหัวเมื่อลุกยืน — ผู้ป่วยไตขาดน้ำได้เร็ว และเสี่ยงไตบาดเจ็บเฉียบพลัน
- ปัสสาวะน้อยลงมากหรือไม่ปัสสาวะเกิน 12 ชั่วโมง (สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ฟอกไต)
- ผู้ฟอกไต: น้ำหนักขึ้นเร็วระหว่างรอบ บวม หอบเหนื่อย นอนราบไม่ได้ — อาจมีน้ำเกิน ติดต่อหน่วยไตเทียมทันที
- ใจสั่นผิดจังหวะ กล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก ชารอบปาก — อาจมีโพแทสเซียมสูง ต้องตรวจเลือดด่วน
- ผู้ที่เป็นเบาหวาน: เหงื่อแตก ใจสั่น สับสน หรือซึมลง — อาจเป็นน้ำตาลต่ำหรือสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อปรับอาหารหรือยาเอง
อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากสารให้ความหวานโดยตรงเสมอไป แต่เป็นสัญญาณที่ผู้ป่วยไตไม่ควรรอดูอาการ และไม่ควรปรับยาหรืออาหารเสริมเองระหว่างรอพบแพทย์
1. INS 968 คืออะไร และต่างจากน้ำตาลอย่างไร
INS 968 (หรือ E968 ในยุโรป) คือรหัสวัตถุเจือปนอาหารของ อิริทริทอล ซึ่งเป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง พบตามธรรมชาติปริมาณน้อยในผลไม้และอาหารหมัก
แต่ที่ใช้ในอาหารผลิตในอุตสาหกรรมด้วยการหมักยีสต์แล้วทำให้บริสุทธิ์ (EFSA 2023)
จึงไม่ควรเข้าใจว่า “ธรรมชาติ” แปลว่าปลอดภัยทุกปริมาณ
อ่านฉลากอย่างไร
บนฉลากอาจเขียนว่า อิริทริทอล, Erythritol, INS 968 หรือ E968 ผลิตภัณฑ์ที่ขายเป็น “หญ้าหวาน” หรือ “หล่อฮังก๊วย” แบบผงหรือแบบซองหลายชนิดใช้อิริทริทอลเป็นเนื้อหลัก
เพราะสารสกัดหญ้าหวานและหล่อฮังก๊วยหวานจัดมากจนต้องผสมสารอื่นให้ตักได้ จึงควรดูส่วนประกอบลำดับแรกบนฉลากเสมอ
ไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือด: ข้อนี้จริง
การศึกษาในอาสาสมัครที่กินอิริทริทอล 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (Bornet 1996) ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลและอินซูลินในเลือดตลอด 3 ชั่วโมง
อิริทริทอลไม่มีไนโตรเจนจึงไม่สร้างยูเรีย (BUN) เพิ่ม แต่ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าไม่มีภาระต่อไต เพราะไตยังเป็นทางออกหลักของสารนี้
2. ร่างกายจัดการอิริทริทอลอย่างไร และไตเกี่ยวตรงไหน
คำตอบตรงๆ: อิริทริทอลถูกดูดซึมเกือบทั้งหมดที่ลำไส้เล็ก ไม่ถูกเผาผลาญ แล้วไตกรองออกทางปัสสาวะในรูปเดิม ไตจึงเป็นทางออกหลัก ไม่ใช่อวัยวะที่ถูกทำร้ายโดยตรง
ดูดซึมเร็ว ขับออกทางปัสสาวะในรูปเดิม
ใน Bornet 1996 ระดับในเลือดสูงสุดที่ 90 นาที แล้วลดลงช้าๆ ขับออกทางปัสสาวะ 30% ใน 3 ชั่วโมงแรก และรวม 78% ใน 24 ชั่วโมง
ส่วนที่ไม่ถูกดูดซึมน้อยกว่า 20% ลงไปถึงลำไส้ใหญ่ การทบทวนข้อมูลความปลอดภัย (Munro 1998) พบว่าเมื่อกินปริมาณสูง ปัสสาวะเป็นทางออกราว 90%
EFSA 2023 เสริมว่ามีส่วนน้อยที่ร่างกายเปลี่ยนเป็นสารชื่อ erythronate
ตัวเลขทั้งหมดมาจากคนที่ไตทำงานปกติ ยังไม่มีการศึกษาการขับออกแบบเดียวกันในผู้ป่วยโรคไต
ไตกรองแล้วดูดกลับบางส่วน
อัตราการขับอิริทริทอลของไตเป็นราวครึ่งหนึ่งของครีเอตินิน (Bornet 1996) แปลว่าไตกรองออกแล้วท่อไตดูดกลับบางส่วน
ผลคือในคนไตปกติ ระดับในเลือดก็ลดลงไม่เร็วนัก ในการศึกษาของ Witkowski 2023 อาสาสมัครสุขภาพดีที่ดื่มเครื่องดื่มใส่อิริทริทอลยังมีระดับในเลือดสูงอยู่นานเกิน 2 วัน
เมื่อไตเสื่อม: ค้างในเลือดนานขึ้น
เพราะไตเป็นทางออกหลัก เมื่ออัตราการกรอง (eGFR) ลดลง การขับอิริทริทอลก็น่าจะช้าลงตามสัดส่วน
ยังไม่มีงานวิจัยในผู้ป่วยโรคไตโดยตรงที่ให้กินอิริทริทอลแล้ววัดระดับในเลือดตามเวลา ข้อนี้จึงเป็นการอนุมานจากกลไก
แต่มีข้อมูลสนับสนุนจากการตรวจเลือดผู้ป่วยไต การศึกษาปี 2026 (Li 2026) พบว่าอิริทริทอลเป็นหนึ่งในสารที่สัมพันธ์กับการทำงานของไตที่ลดลง ทั้งในผู้ป่วยไตเรื้อรังและผู้ปลูกถ่ายไต
ผู้ฟอกไต: ระดับสูงอยู่แล้วแม้ไม่ได้กิน
ร่างกายสร้างอิริทริทอลเองได้จากกลูโคส (Hootman 2017) และขับทิ้งทางไต
การศึกษาผู้ฟอกเลือด 10 ราย (Roboz 1990) พบว่าระดับอิริทริทอลก่อนฟอกสูงเกินค่าปกติทุกราย อยู่ที่ 25.4–59.0 ไมโครโมลต่อลิตร
หลังฟอก 4 ชั่วโมงลดลงราวครึ่งหนึ่ง แต่ยังสูงเกิน 2 เท่าของค่าปกติ ผลคล้ายกันใน Niwa 1993
การกินเพิ่มจากอาหารจึงเท่ากับเติมสารที่ร่างกายกำจัดได้ยากอยู่แล้ว
3. อิริทริทอลทำร้ายไตไหม
ยังไม่พบพิษต่อเนื้อไตโดยตรง
การศึกษาความปลอดภัยในสัตว์ที่ให้อาหารผสมอิริทริทอลสูงถึง 20% และการศึกษาระยะสั้นในคน ไม่พบพิษต่อไตหรืออวัยวะอื่น (Munro 1998)
EFSA 2023 กำหนดค่าที่รับได้ต่อวัน (ADI) ไว้ที่ 0.5 กรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว โดยอิงจากปริมาณที่เริ่มทำให้ท้องเสียในคนสุขภาพดี เพราะท้องเสียอาจทำให้เสียน้ำและเกลือแร่
ค่านี้ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับผู้ป่วยไต และ EFSA ยังพบว่าคนที่กินมากอาจเกินค่านี้ได้
เครื่องดื่มไม่มีน้ำตาลกับไต: เป็นสัญญาณจากการศึกษาแบบสังเกต
การศึกษาผู้หญิง 3,256 คนติดตาม 11 ปี (Lin 2011) พบว่าผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาลตั้งแต่ 2 กระป๋องต่อวัน มีโอกาส eGFR ลดลงตั้งแต่ 30% ขึ้นไป 2.02 เท่า
ส่วนผู้ที่ดื่มน้อยกว่า 2 กระป๋องต่อวันไม่พบความเสี่ยงเพิ่ม การศึกษานี้เป็นแบบสังเกต และสารให้ความหวานในยุคนั้นไม่ใช่อิริทริทอล จึงบอกได้เพียงว่า “ดื่มมากเป็นประจำ” ไม่ควรถือว่าปลอดภัยเพียงเพราะไม่มีน้ำตาล
4. สัญญาณเรื่องเกล็ดเลือดและโรคหัวใจ: ทำไมผู้ป่วยไตควรรู้
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงกว่าคนทั่วไป และความเสี่ยงสูงขึ้นตามระยะไต (KDIGO 2024)
ข้อมูลช่วงหลังเกี่ยวกับอิริทริทอลจึงสำคัญกับกลุ่มนี้เป็นพิเศษ
การศึกษาคนไข้ 3 กลุ่ม: ระดับสูงสัมพันธ์กับหัวใจขาดเลือดและอัมพาต
Witkowski 2023 ตรวจเลือดผู้ที่มาประเมินโรคหัวใจ 1,157 คน แล้วยืนยันในกลุ่มสหรัฐ 2,149 คนและยุโรป 833 คน
ผู้ที่มีระดับอิริทริทอลสูงสุด 1 ใน 4 มีโอกาสเกิดหัวใจขาดเลือด อัมพาต หรือเสียชีวิตใน 3 ปี 1.80 และ 2.21 เท่า เทียบกับกลุ่มต่ำสุด
ในห้องทดลอง อิริทริทอลที่ระดับพบได้ในเลือดทำให้เกล็ดเลือดจับตัวง่ายขึ้นและเกิดลิ่มเลือดเร็วขึ้นในสัตว์ทดลอง
การทดลองในอาสาสมัคร: 30 กรัมทำให้ระดับในเลือดสูงขึ้นกว่า 1,000 เท่า
Witkowski 2024 ให้อาสาสมัครสุขภาพดีกลุ่มละ 10 คนดื่มอิริทริทอล 30 กรัมเทียบกับกลูโคส 30 กรัม
กลุ่มอิริทริทอลมีระดับในเลือดเพิ่มจาก 3.75 เป็น 6,480 ไมโครโมลต่อลิตร และเกล็ดเลือดตอบสนองไวขึ้นในทุกคน ส่วนกลุ่มกลูโคสไม่พบผลนี้
30 กรัมคือราว 7–8 ช้อนชา ใกล้เคียงกับปริมาณในเครื่องดื่มหรือขนมสูตรไม่มีน้ำตาล 1 ชิ้น และใกล้เคียงค่า ADI ของคนน้ำหนัก 60 กิโลกรัม
ไซลิทอลก็มีสัญญาณคล้ายกัน
ทีมวิจัยเดียวกันพบว่าระดับไซลิทอลในเลือดสูงสัมพันธ์กับเหตุการณ์หัวใจและหลอดเลือด 1.57 เท่า และทำให้เกล็ดเลือดไวขึ้นเช่นกัน (Witkowski 2024 EHJ)
การเปลี่ยนจากอิริทริทอลไปใช้น้ำตาลแอลกอฮอล์ตัวอื่นจึงไม่ได้แก้ปัญหา
ข้อโต้แย้ง: อาจเป็นแค่ตัวบ่งชี้ ไม่ใช่สาเหตุ
ร่างกายสร้างอิริทริทอลเองมากขึ้นเมื่อน้ำตาลในเลือดสูงหรือมีภาวะเมตาบอลิกผิดปกติ ระดับในเลือดจึงอาจสะท้อนสุขภาพเดิมมากกว่าสิ่งที่กิน (Mazi 2023)
ผู้ที่มีระดับสูงจากโรคพันธุกรรมไม่พบลิ่มเลือดมากขึ้น และการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมยังไม่เชื่อมโยงกับโรคหัวใจ (Wölnerhanssen 2025)
ข้อสรุปที่ตรงที่สุดคือ ยังไม่มีการทดลองระยะยาวที่ยืนยันว่าอิริทริทอลเป็นสาเหตุ แต่ผู้ป่วยไตเป็นกลุ่มที่ระดับในเลือดค้างนานกว่าและเสี่ยงโรคหัวใจสูงกว่า จึงควรระวังไว้ก่อน
ผลไตและอาการตอนนี้ ควรเฝ้าดูหรือควรรีบพบแพทย์?
แบบประเมินช่วยดูว่าผลตรวจไต อาการบวม ปัสสาวะ ความดัน และปัจจัยเสี่ยงของคุณเข้ากับรูปแบบที่ควรเฝ้าระวังแค่ไหน อยู่ระดับใด และเมื่อไรไม่ควรรอ
วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา
คลิกทำแบบประเมินสัญญาณชั้นไต (ฟรี)
แบบประเมินช่วยจัดระดับอาการเท่านั้น ไม่ได้ใช้วินิจฉัยโรค
5. ใช้ INS 968 ได้แค่ไหนตามระยะไต
ยังไม่มีแนวทางเวชปฏิบัติที่กำหนดปริมาณอิริทริทอลสำหรับผู้ป่วยไต ตารางนี้เป็นแนวทางเชิงระวังของบทความ อิงจากกลไกการขับออกและข้อมูลระดับในเลือดข้างต้น
แนวทาง KDOQI 2020 แนะนำให้ผู้ป่วยไตระยะ 3–5 และผู้ฟอกไตได้รับคำแนะนำอาหารเฉพาะบุคคลจากนักกำหนดอาหาร ซึ่งควรใช้ร่วมกับตารางนี้
| ระยะไต | eGFR (มล./นาที/1.73 ตร.ม.) | ไตขับอิริทริทอลได้แค่ไหน | แนวทางเชิงระวัง | เรื่องที่สำคัญกว่า |
|---|---|---|---|---|
| ระยะ 1–2 | 60 ขึ้นไป | ใกล้เคียงคนทั่วไป | ปริมาณน้อย เช่น 1–2 ช้อนชาต่อวัน ไม่ดื่มเครื่องดื่มใส่ปริมาณมากทุกวัน | คุมความดัน น้ำตาล ไข่ขาวรั่ว และน้ำหนัก |
| ระยะ 3a–3b | 30–59 | ลดลงเหลือราวครึ่งหนึ่งหรือน้อยกว่า | ใช้น้อยและไม่ใช่ทุกวัน เลี่ยงขนมคีโตหรือเครื่องดื่มสูตรไม่มีน้ำตาลที่ใส่ปริมาณมาก | เกลือ ฟอสเฟตในอาหารแปรรูป ยาที่ต้องปรับตามไต |
| ระยะ 4 | 15–29 | ช้ามาก ค้างในเลือดนานขึ้น | ใช้น้อยที่สุดหรือเลี่ยง ปรึกษานักกำหนดอาหาร | โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ปริมาณน้ำ โปรตีนตามแผน |
| ระยะ 5 และผู้ฟอกเลือดหรือล้างไตทางช่องท้อง | ต่ำกว่า 15 หรือฟอกไตแล้ว | แทบไม่ได้ ระดับก่อนฟอกสูงอยู่แล้ว ฟอก 4 ชั่วโมงลดราวครึ่งหนึ่ง | เลี่ยงการใช้เป็นประจำ | น้ำหนักขึ้นระหว่างรอบ โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส |
| ผู้ปลูกถ่ายไต | ตามการทำงานของไตใหม่ | ขึ้นกับ eGFR ของไตใหม่ | ใช้ตามระยะ eGFR ปัจจุบัน | ยากดภูมิ น้ำตาลในเลือด ความดัน |
1 ช้อนชาอิริทริทอลหนักราว 4 กรัม ตัวเลขในตารางไม่ใช่ค่ามาตรฐานทางการแพทย์ ผู้ป่วยแต่ละรายควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหารประจำตัว
6. ปริมาณจริงในชีวิตประจำวัน และเรื่องที่มักเข้าใจผิด
ค่า ADI 0.5 กรัมต่อกิโลกรัม ไม่ใช่เป้าหมายสำหรับผู้ป่วยไต
คนน้ำหนัก 60 กิโลกรัม ค่า ADI ของ EFSA เท่ากับ 30 กรัมต่อวัน หรือราว 7–8 ช้อนชา ซึ่งเป็นปริมาณเดียวกับที่ทำให้ระดับในเลือดสูงขึ้นกว่า 1,000 เท่าใน Witkowski 2024
ค่า ADI ตั้งขึ้นเพื่อป้องกันท้องเสียในคนไตปกติ ไม่ได้คำนึงถึงการขับออกที่ช้าลงในผู้ป่วยไต จึงไม่ควรใช้เป็นเป้าหมาย
แหล่งแฝงที่ทำให้กินเกินโดยไม่รู้ตัว
- ผงหญ้าหวานหรือหล่อฮังก๊วยแบบซองที่ใช้อิริทริทอลเป็นเนื้อหลัก
- ขนมคีโต เค้กหรือคุกกี้สูตรไม่มีน้ำตาล ไอศกรีมไม่มีน้ำตาล ซึ่งอาจมีหลายช้อนชาต่อชิ้น
- กาแฟ ชา และเครื่องดื่มสูตรไม่มีน้ำตาลจากร้าน ที่ใช้น้ำเชื่อมทดแทน
- หมากฝรั่งและลูกอมไม่มีน้ำตาล ซึ่งมักใช้ไซลิทอลหรือซอร์บิทอลร่วมด้วย
ไม่ต้องดื่มน้ำเพิ่มเพื่อขับอิริทริทอล
ความเร็วในการขับอิริทริทอลขึ้นกับอัตราการกรองของไต ไม่ใช่ปริมาณน้ำที่ดื่ม ไม่ต้องดื่มน้ำเพิ่มเพื่อช่วยขับ
ผู้ป่วยไตระยะ 1–3 ให้ดื่มตามกระหาย ส่วนระยะ 4–5 และผู้ฟอกไตมักต้องจำกัดน้ำตามที่แพทย์สั่ง การดื่มน้ำเพิ่มเองอาจทำให้น้ำเกิน บวม ความดันขึ้น และหอบได้
ท้องอืด คลื่นไส้ ท้องเสีย: ขึ้นกับปริมาณต่อครั้ง
การทดลองแบบสุ่มในผู้ใหญ่ 64 คน (Storey 2007) พบว่าอิริทริทอล 20 และ 35 กรัมในเครื่องดื่มไม่เพิ่มอาการทางเดินอาหาร
ที่ 50 กรัมเริ่มมีคลื่นไส้และท้องร้อง ส่วนไซลิทอลทำให้ถ่ายเหลวมากกว่าในทุกขนาด สำหรับผู้ป่วยไต ท้องเสียมีความหมายมากกว่าคนทั่วไป เพราะเสียน้ำและเกลือแร่ได้เร็ว
7. เปรียบเทียบสารให้ความหวานสำหรับผู้ป่วยไต
ตารางเปรียบเทียบทางเลือกแทนน้ำตาล
| ทางเลือก | ความหวานและพลังงาน | ร่างกายกำจัดทางไหน | ข้อควรรู้สำหรับผู้ป่วยไต |
|---|---|---|---|
| น้ำตาลทราย | มาตรฐาน 4 kcal/g | เผาผลาญเป็นพลังงาน | เพิ่มน้ำตาลในเลือดและน้ำหนัก ใช้ได้ปริมาณน้อยตามแผนอาหาร |
| อิริทริทอล (INS 968) | 60–70% ของน้ำตาล พลังงานต่ำมาก | ไตขับออกในรูปเดิมเป็นหลัก | ไตเสื่อมมากค้างในเลือดนาน มีสัญญาณเรื่องเกล็ดเลือด ใช้น้อย |
| ไซลิทอล (INS 967) และซอร์บิทอล (INS 420) | หวานใกล้น้ำตาลหรือน้อยกว่า มีพลังงานบางส่วน | ตับเผาผลาญบางส่วน ที่เหลือลงลำไส้ใหญ่ | ท้องเสียง่ายกว่า ไซลิทอลมีสัญญาณเกล็ดเลือดคล้ายกัน |
| สารสกัดหญ้าหวาน (INS 960) | หวานกว่าน้ำตาลหลายร้อยเท่า แทบไม่มีพลังงาน | แบคทีเรียลำไส้ย่อย ตับเปลี่ยนรูป แล้วขับทางปัสสาวะ | ใช้ปริมาณระดับมิลลิกรัม แต่แบบผงหลายชนิดผสมอิริทริทอล ดูฉลาก |
| หล่อฮังก๊วย (สารโมโกรไซด์) | หวานกว่าน้ำตาลหลายร้อยเท่า แทบไม่มีพลังงาน | ส่วนใหญ่ย่อยในลำไส้ | ข้อมูลระยะยาวในคนยังน้อย แบบผงมักผสมอิริทริทอล |
| ซูคราโลส (INS 955) | หวานกว่าน้ำตาลหลายร้อยเท่า แทบไม่มีพลังงาน | ส่วนใหญ่ไม่ถูกดูดซึม ออกทางอุจจาระ | ข้อมูลในผู้ป่วยไตยังน้อย ใช้ปริมาณน้อย |
| ค่อยๆ ลดความหวานที่ลิ้นคุ้นเคย | ลดทั้งความหวานและพลังงาน | ไม่มีสารเพิ่มให้ไตต้องขับ | ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดระยะยาว มักปรับได้ในไม่กี่สัปดาห์ |
ใช้ชื่อสารและรหัส INS เท่านั้น ไม่ระบุยี่ห้อ องค์การอนามัยโลกแนะนำไม่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลเพื่อควบคุมน้ำหนักระยะยาว (2023)
ผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้สารเหล่านี้แทนน้ำตาลควรปรึกษาแพทย์เรื่องยาและระดับน้ำตาลไปพร้อมกัน
ลำดับการลดความหวานแบบค่อยเป็นค่อยไป
ความเชื่อที่พบบ่อยกับสิ่งที่หลักฐานบอก
“INS 968 มาจากธรรมชาติ จึงปลอดภัยทุกปริมาณ”
ที่ใช้ในอาหารผลิตในอุตสาหกรรมด้วยการหมัก และความปลอดภัยขึ้นกับปริมาณ EFSA กำหนดค่า ADI ไว้ 0.5 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน และพบว่าคนที่กินมากอาจเกินค่านี้
“แทบไม่มีพลังงาน จึงกินได้ไม่จำกัด”
พลังงานต่ำไม่ได้แปลว่าไม่มีผลอื่น ปริมาณมากต่อครั้งทำให้ท้องอืดหรือคลื่นไส้ได้ และ 30 กรัมทำให้ระดับในเลือดสูงขึ้นกว่า 1,000 เท่าพร้อมเกล็ดเลือดไวขึ้นในอาสาสมัคร
“ใช้แทนน้ำตาลแล้วช่วยป้องกันไตเสื่อมจากเบาหวาน”
ลดน้ำตาลจากอาหารได้จริง แต่ยังไม่มีการทดลองที่พิสูจน์ว่าการเปลี่ยนมาใช้อิริทริทอลชะลอไตเสื่อม สิ่งที่ช่วยไตชัดกว่าคือคุมน้ำตาลสะสม ความดัน และใช้ยาปกป้องไตตามแพทย์สั่ง
“ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยไตขับสารให้ความหวานออก”
การขับออกขึ้นกับอัตราการกรองของไต ไม่ใช่ปริมาณน้ำ และผู้ป่วยไตระยะ 4–5 หรือผู้ฟอกไตมักต้องจำกัดน้ำ การดื่มเพิ่มเองอาจทำให้น้ำเกิน
“ไตระยะต้นใช้ได้สบาย ไม่ต้องคิดเรื่องปริมาณ”
ยังไม่มีงานวิจัยในผู้ป่วยไตระยะใดที่ติดตามผลระยะยาว ระยะ 3 การขับออกลดลงแล้วราวครึ่งหนึ่ง และผู้ป่วยไตทุกระยะเสี่ยงโรคหัวใจมากกว่าคนทั่วไป จึงควรใช้ปริมาณน้อยทุกระยะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
INS 968 คืออะไร ต่างจากน้ำตาลอย่างไร?
INS 968 หรือ E968 คือรหัสวัตถุเจือปนอาหารของอิริทริทอล ซึ่งเป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ ผลิตในอุตสาหกรรมด้วยการหมักยีสต์ หวานราว 60 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของน้ำตาลทราย ให้พลังงานต่ำมาก และไม่เพิ่มระดับน้ำตาลหรืออินซูลินในเลือด ต่างจากน้ำตาลทรายที่ให้ 4 กิโลแคลอรีต่อกรัม อิริทริทอลส่วนใหญ่ไม่ถูกเผาผลาญ แต่ไตเป็นทางออกหลัก
อิริทริทอลทำลายไตไหม?
ตามข้อมูลที่มี ยังไม่พบว่าอิริทริทอลเป็นพิษต่อเนื้อไตโดยตรง การศึกษาความปลอดภัยในสัตว์และคนสุขภาพดีไม่พบผลเสียต่อไต แต่ยังไม่มีงานวิจัยในผู้ป่วยโรคไตโดยตรงที่ติดตามผลระยะยาว ประเด็นจริงคือไตเป็นทางออกหลักของสารนี้ เมื่อไตเสื่อม ระดับในเลือดจะค้างนานขึ้น และงานวิจัยช่วงหลังพบว่าระดับสูงสัมพันธ์กับเกล็ดเลือดจับตัวง่ายขึ้น
ผู้ป่วยไตเสื่อมระยะไหนใช้ INS 968 ได้แค่ไหน?
ยังไม่มีแนวทางเวชปฏิบัติที่กำหนดปริมาณสำหรับผู้ป่วยไต แนวทางเชิงระวังของบทความนี้คือ ระยะ 1 ถึง 2 ใช้ได้ปริมาณน้อย เช่น 1 ถึง 2 ช้อนชาต่อวัน ระยะ 3 ใช้น้อยและไม่ใช่ทุกวัน ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่ใส่ปริมาณมากเป็นประจำ ระยะ 4 ถึง 5 และผู้ฟอกไตควรใช้น้อยที่สุดหรือเลี่ยง และปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารประจำตัว
ผู้ฟอกไตหรือล้างไตทางช่องท้องใช้อิริทริทอลได้ไหม?
ควรเลี่ยงการใช้เป็นประจำ การศึกษาผู้ฟอกเลือด 10 รายพบว่าระดับอิริทริทอลในเลือดก่อนฟอกสูงเกินค่าปกติทุกราย แม้ไม่ได้ระบุว่ากินสารนี้ เพราะร่างกายสร้างเองได้และไตขับออกไม่ได้ หลังฟอก 4 ชั่วโมงลดลงราวครึ่งหนึ่ง แต่ยังสูงเกิน 2 เท่าของค่าปกติ จึงไม่ควรเติมจากอาหารเพิ่มโดยไม่จำเป็น
ต้องดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อช่วยไตขับอิริทริทอลไหม?
ไม่ต้องดื่มน้ำเพิ่มเพื่อขับอิริทริทอล ความเร็วในการขับขึ้นกับอัตราการกรองของไต ไม่ใช่ปริมาณน้ำที่ดื่ม ผู้ป่วยไตระยะ 1 ถึง 3 ให้ดื่มตามกระหาย ส่วนระยะ 4 ถึง 5 และผู้ฟอกไตมักต้องจำกัดน้ำตามที่แพทย์สั่ง การดื่มน้ำเพิ่มเองอาจทำให้น้ำเกิน บวม และหอบได้
อิริทริทอลเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองจริงไหม?
มีสัญญาณแต่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นสาเหตุ งานวิจัยปี 2023 พบว่าผู้ที่มีระดับอิริทริทอลในเลือดสูงสุดมีโอกาสเกิดหัวใจขาดเลือด อัมพาต หรือเสียชีวิตใน 3 ปีสูงขึ้น 1.80 ถึง 2.21 เท่า และการทดลองในอาสาสมัคร 10 คนพบว่าดื่มอิริทริทอล 30 กรัมทำให้ระดับในเลือดสูงขึ้นกว่า 1,000 เท่าและเกล็ดเลือดตอบสนองไวขึ้น อีกฝ่ายแย้งว่าระดับในเลือดอาจเป็นแค่ตัวบ่งชี้ภาวะเมตาบอลิก ผู้ป่วยไตมีความเสี่ยงโรคหัวใจสูงอยู่แล้ว จึงควรระวังไว้ก่อน
ใช้อะไรแทนได้บ้าง หญ้าหวาน หล่อฮังก๊วย หรือซูคราโลส?
สารสกัดหญ้าหวาน หล่อฮังก๊วย และซูคราโลสหวานกว่าน้ำตาลหลายร้อยเท่า จึงใช้ในปริมาณเป็นมิลลิกรัม ไม่ใช่เป็นช้อน แต่ผลิตภัณฑ์แบบผงหรือแบบซองหลายชนิดผสมอิริทริทอลเป็นเนื้อหลัก ให้ดูฉลากว่ามี INS 968 หรือไม่ ส่วนไซลิทอลก่อท้องเสียง่ายกว่าและมีสัญญาณเรื่องเกล็ดเลือดคล้ายกัน ทางเลือกที่ดีที่สุดระยะยาวคือค่อยๆ ลดระดับความหวานที่ลิ้นคุ้นเคย
เป็นเบาหวานร่วมกับโรคไต เปลี่ยนจากน้ำตาลมาใช้ INS 968 ช่วยไตไหม?
ช่วยลดน้ำตาลจากอาหารได้ แต่ยังไม่มีการทดลองที่พิสูจน์ว่าการเปลี่ยนมาใช้อิริทริทอลชะลอไตเสื่อมได้ สิ่งที่ช่วยไตชัดกว่าคือคุมระดับน้ำตาลสะสม คุมความดัน ลดเกลือ และใช้ยาปกป้องไตตามที่แพทย์สั่ง การศึกษาในผู้หญิง 3,256 คนยังพบว่าผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาลตั้งแต่ 2 กระป๋องต่อวันมีโอกาสไตเสื่อมเร็ว 2.02 เท่า แม้จะเป็นการศึกษาแบบสังเกตและไม่ได้ศึกษาอิริทริทอลโดยตรง
กลไกทางวิทยาศาสตร์: จากลำไส้ ผ่านหน่วยกรองไต ถึงเกล็ดเลือด
สรุปโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์:
อิริทริทอลเป็นโมเลกุลเล็ก (คาร์บอน 4 ตัว) จึงซึมผ่านผนังลำไส้เล็กได้เร็ว เอนไซม์ในร่างกายแทบไม่ย่อยมัน จึงไม่ให้กลูโคสและไม่กระตุ้นอินซูลิน
เมื่ออยู่ในเลือด มันถูกกรองผ่านหน่วยกรองไต (glomerulus) แล้วท่อไตดูดกลับบางส่วน ทำให้อัตราการขับเป็นราวครึ่งหนึ่งของครีเอตินิน
เมื่อหน่วยกรองลดลงในโรคไตเรื้อรัง ทางออกหลักแคบลง ระดับในเลือดหลังกินจึงน่าจะค้างนานขึ้น ประกอบกับร่างกายสร้างอิริทริทอลเองจากกลูโคสผ่านวิถีเพนโทสฟอสเฟต ผู้ฟอกไตจึงมีระดับพื้นฐานสูงแม้ไม่ได้กิน
การฟอกเลือดกำจัดได้ราวครึ่งหนึ่งต่อรอบ ในด้านหลอดเลือด อิริทริทอลที่ระดับสูงทำให้เกล็ดเลือดตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นไวขึ้นและปล่อยสารที่เร่งการแข็งตัวของเลือด
ขณะที่ผู้ป่วยไตมีทั้งหลอดเลือดแข็งและการทำงานของเกล็ดเลือดผิดปกติอยู่แล้ว นี่คือเหตุผลที่บทความแนะนำให้ใช้น้อยลงเมื่อไตเสื่อมมากขึ้น แม้สารนี้จะไม่ทำลายเนื้อไตโดยตรง
E-E-A-T และแหล่งอ้างอิงทางวิชาการ
เรียบเรียงและตรวจทานโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์ (Asst. Prof. Dr. Norawit Raatpiboon)
จากงานวิจัยและแนวทางเวชปฏิบัติที่ตีพิมพ์ในฐานข้อมูล PubMed และการประเมินของ EFSA
- Bornet FR, et al. Plasma and urine kinetics of erythritol after oral ingestion by healthy humans. Regul Toxicol Pharmacol. 1996. PubMed 8933644
- Munro IC, et al. Erythritol: an interpretive summary of biochemical, metabolic, toxicological and clinical data. Food Chem Toxicol. 1998. PubMed 9862657
- EFSA FAF Panel. Re-evaluation of erythritol (E 968) as a food additive. EFSA J. 2023. PubMed 38125972 · สรุปภาษาง่ายของ EFSA
- Hootman KC, et al. Erythritol is a pentose-phosphate pathway metabolite and associated with adiposity gain in young adults. Proc Natl Acad Sci U S A. 2017. PubMed 28484010
- Roboz J, et al. Polyol concentrations in serum during hemodialysis. Clin Chem. 1990. PubMed 2253350
- Niwa T, et al. Analysis of polyols in uremic serum by liquid chromatography combined with atmospheric pressure chemical ionization mass spectrometry. J Chromatogr. 1993. PubMed 8458907
- Li Y, et al. Serum metabolites in relation to kidney function in non-transplant and kidney transplant settings. BMC Nephrol. 2026. PubMed 42056966
- Witkowski M, et al. The artificial sweetener erythritol and cardiovascular event risk. Nat Med. 2023. PubMed 36849732
- Witkowski M, et al. Ingestion of the non-nutritive sweetener erythritol, but not glucose, enhances platelet reactivity and thrombosis potential in healthy volunteers. Arterioscler Thromb Vasc Biol. 2024. PubMed 39114916
- Witkowski M, et al. Xylitol is prothrombotic and associated with cardiovascular risk. Eur Heart J. 2024. PubMed 38842092
- Mazi TA, et al. Elevated erythritol: a marker of metabolic dysregulation or contributor to the pathogenesis of cardiometabolic disease? Nutrients. 2023. PubMed 37764794
- Wölnerhanssen BK, et al. Sweeteners: erythritol, xylitol and cardiovascular risk-friend or foe? Cardiovasc Res. 2025. PubMed 40444390
- Storey D, et al. Gastrointestinal tolerance of erythritol and xylitol ingested in a liquid. Eur J Clin Nutr. 2007. PubMed 16988647
- Lin J, Curhan GC. Associations of sugar and artificially sweetened soda with albuminuria and kidney function decline in women. Clin J Am Soc Nephrol. 2011. PubMed 20884773
- Ikizler TA, et al. KDOQI Clinical Practice Guideline for Nutrition in CKD: 2020 Update. Am J Kidney Dis. 2020. PubMed 32829751
- KDIGO CKD Work Group. KDIGO 2024 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of CKD. Kidney Int. 2024. PubMed 38490803
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย การสั่งยา หรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
ปริมาณสารให้ความหวานที่เหมาะกับผู้ป่วยไตแต่ละคนขึ้นกับระยะไต ผลเลือด โรคร่วม และการฟอกไต ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้หรือนักกำหนดอาหาร
ห้ามเริ่มหรือหยุดยาเอง หากมีอาการในหัวข้ออาการที่ควรพบแพทย์เร็ว ให้รีบไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669