หมวด: โรคไต · การป้องกันไตเสื่อม · โภชนาการ

eGFR ลดจาก 89 เหลือ 73 ใน 1 ปี เป็นโรคไตหรือยัง: น้ำจิ้ม น้ำอัดลม อาหารแปรรูปเกี่ยวแค่ไหน ดื่มน้ำ 3 ลิตรช่วยจริงไหม และต้องตรวจอะไรซ้ำ

AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)

eGFR ที่ลดจาก 89 เหลือ 73 (ราว 18%) เพียงครั้งเดียวยังวินิจฉัยโรคไตไม่ได้ เพราะเนื้อสัตว์ก่อนเจาะเลือด การขาดน้ำ และห้องแล็บต่างกันทำให้ค่าแกว่งได้ ควรตรวจซ้ำพร้อมไข่ขาวในปัสสาวะ การลดเค็มและอาหารแปรรูปช่วยไต ส่วนน้ำให้ดื่มพอดีตามกระหาย ไม่จำเป็นต้องบังคับ 3 ลิตร

เหมาะกับ:
ผู้ที่ค่า eGFR ลดลงจากการตรวจสุขภาพประจำปีและยังไม่ได้รับการวินิจฉัยโรคไต · ข้อมูลพื้นฐานโรคไตเรื้อรังจาก NIDDK (NIH): Chronic Kidney Disease ·
สัญญาณอันตราย ·
eGFR 73 แปลว่าอะไร ·
9 พฤติกรรมกิน ·
ดื่มน้ำ 3 ลิตร ·
ตรวจซ้ำอย่างไร ·
คำถามที่พบบ่อย

คำถามจากกลุ่มสุขภาพ: ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่ eGFR ลดจาก 89 เหลือ 73 เลิกของเค็มของหวานแล้วดื่มน้ำ 3 ลิตร ค่าไตจะดีขึ้นไหม

คำตอบตรงๆ: การเลิกพฤติกรรมเหล่านี้เป็นทิศทางที่ถูก แต่ก่อนจะสรุปว่าไตเสื่อม ต้องยืนยันก่อนว่าค่าที่ลดลงเป็นของจริง และสิ่งที่ช่วยไตมากที่สุดคือการลดเกลือ คุมความดันและน้ำตาล มากกว่าการดื่มน้ำปริมาณมาก

ผู้ใช้ Facebook ท่านหนึ่งในกลุ่มสุขภาพเล่าว่า ปีที่แล้วตรวจสุขภาพได้ eGFR 89 ปีนี้เหลือ 73 ไม่ดื่มเหล้าและไม่สูบบุหรี่ แต่ชอบกินน้ำจิ้มหมูกระทะครั้งละ 5–6 ถ้วย ดื่มน้ำอัดลมและกินเบเกอรี่ทุกวัน กินลูกชิ้น หมูยอ กุนเชียง ซดน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวหมดชาม และดื่มน้ำน้อยมาก ตอนนี้หยุดทั้งหมดและดื่มน้ำวันละ 3 ลิตร บทความนี้สรุปหลักฐานว่าค่า eGFR นี้แปลว่าอะไร พฤติกรรมไหนเกี่ยวกับไตจริง การดื่มน้ำ 3 ลิตรช่วยได้แค่ไหน และควรตรวจซ้ำอย่างไร ไม่ได้ประเมินกรณีของผู้ใดเป็นรายบุคคล และไม่ทดแทนคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแล

1. eGFR 73 แปลว่าอะไร และเป็นโรคไตระยะ 2 แล้วหรือยัง

คำตอบตรงๆ: eGFR 73 อย่างเดียวยังไม่ใช่โรคไตเรื้อรัง ต้องมีร่องรอยไตผิดปกติร่วมด้วยและคงอยู่เกิน 3 เดือน แต่การลดลง 16 หน่วยใน 1 ปีเร็วกว่าการเสื่อมตามวัยมาก จึงต้องตรวจซ้ำ ไม่ควรละเลย

18%การลดลงจาก 89 เหลือ 73 คิดเป็นสัดส่วน
25%เกณฑ์ KDIGO ที่ถือว่า eGFR ลดลงแน่ชัด (ร่วมกับเปลี่ยนระยะ)
0.37–1.07หน่วยต่อปี คืออัตราเสื่อมตามวัยของผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ไม่มีความดันสูง
12 ชม.งดเนื้อสัตว์ก่อนเจาะเลือด ผลของเนื้อปรุงสุกต่อครีเอตินินจึงหายไป

eGFR คืออะไร

eGFR (estimated glomerular filtration rate) คืออัตราการกรองของไตที่ คำนวณ จากครีเอตินินในเลือด อายุ และเพศ ไม่ได้วัดการกรองโดยตรง สมการที่ใช้ในปัจจุบันคือ CKD-EPI 2021 ซึ่งไม่ใช้เชื้อชาติในการคำนวณ (Inker 2021) เมื่อห้องแล็บแต่ละแห่งใช้สมการหรือวิธีวัดครีเอตินินต่างกัน ค่าที่ได้ปีต่อปีจึงเทียบกันตรงๆ ไม่ได้เสมอ

นิยามโรคไตเรื้อรังตาม KDIGO 2024

แนวทาง KDIGO 2024 กำหนดว่าโรคไตเรื้อรังคือความผิดปกติของโครงสร้างหรือการทำงานของไตที่คงอยู่ เกิน 3 เดือน ได้แก่ eGFR ต่ำกว่า 60 หรือมีร่องรอยไตผิดปกติ เช่น อัตราส่วนไข่ขาวต่อครีเอตินินในปัสสาวะ (UACR) ตั้งแต่ 30 มก./ก. ขึ้นไป ตะกอนปัสสาวะผิดปกติ หรือภาพถ่ายไตผิดปกติ ดังนั้น eGFR 60–89 ที่ไม่มีร่องรอยอื่นจัดอยู่ในช่วง G2 ซึ่งพบได้ในคนทั่วไปโดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ยังไม่ใช่ “โรคไตระยะ 2”

การลดลงครั้งนี้เป็นของจริงหรือแค่ค่าแกว่ง

ในผู้ป่วยที่อาการคงที่ (Waikar 2018) ครีเอตินินแกว่งตามธรรมชาติราว 5.4% และต้องขึ้นเกินราว 16% หรือลงเกินราว 14% จึงเริ่มถือว่าเปลี่ยนจริง การลดลงของ eGFR 18% อยู่ในช่วงก้ำกึ่ง คือมากกว่าค่าแกว่งเล็กน้อย แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ลดลงแน่ชัด 25% ของ KDIGO ส่วนการทบทวนอย่างเป็นระบบ (Guppy 2024) ในผู้ใหญ่สุขภาพดี 129,359 คน พบว่าไตเสื่อมตามวัยราว 0.37–1.07 หน่วยต่อปีในคนที่ไม่มีความดันสูง การลดลง 16 หน่วยใน 1 ปีจึงไม่ควรมองว่าเป็นแค่อายุ

ตารางแปลผล eGFR ร่วมกับไข่ขาวในปัสสาวะตามแนวทาง KDIGO เพื่อช่วยเข้าใจผลตรวจ ไม่ใช่การวินิจฉัย (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)

ช่วงค่า eGFR ความหมาย และสิ่งที่ควรทำ
ช่วง eGFRถ้าไม่มีไข่ขาวในปัสสาวะถ้ามีไข่ขาว (UACR ≥30 มก./ก.) เกิน 3 เดือนสิ่งที่ควรทำ
90 ขึ้นไป (G1)ปกติโรคไตเรื้อรังระยะ 1ตรวจสุขภาพตามปกติ คุมความดันและน้ำตาล
60–89 (G2)ลดลงเล็กน้อย ยังไม่ใช่โรคไตเรื้อรังโรคไตเรื้อรังระยะ 2ตรวจซ้ำพร้อม UACR ถ้าลดลงเร็วหรือมีปัจจัยเสี่ยง
45–59 (G3a)โรคไตเรื้อรังระยะ 3a ถ้าคงอยู่เกิน 3 เดือนระยะ 3a ความเสี่ยงสูงขึ้นยืนยันด้วย cystatin C พบแพทย์วางแผนชะลอไต
ต่ำกว่า 45 (G3b–G5)โรคไตเรื้อรังระยะ 3b ขึ้นไปความเสี่ยงสูงมากดูแลร่วมกับแพทย์โรคไต

2. ทำไม eGFR ตกได้ทั้งที่ไตอาจยังไม่ได้เสื่อม

คำตอบตรงๆ: eGFR สะท้อนครีเอตินินในเลือด อะไรก็ตามที่เพิ่มครีเอตินินโดยไม่เกี่ยวกับไต จะทำให้ eGFR ดูต่ำลงได้

เนื้อสัตว์ปรุงสุกก่อนเจาะเลือด

เนื้อสัตว์มีครีเอทีนซึ่งเปลี่ยนเป็นครีเอตินินเมื่อโดนความร้อน งานวิจัยใน 80 คน (Nair 2014) ให้กินเนื้อปรุงสุกมื้อเดียว พบครีเอตินินสูงขึ้นและ eGFR ลดลงชัดเจนใน 1–4 ชั่วโมงทุกกลุ่ม ผู้ป่วยไตระยะ 3a ถูกจัดเป็นระยะ 3b ผิดถึง 6 ใน 16 คน และผลนี้หายไปเมื่องดอาหาร 12 ชั่วโมง หมูกระทะหรือสเต๊กมื้อใหญ่คืนก่อนตรวจจึงทำให้ค่าดูแย่กว่าความจริงได้

ดื่มน้ำน้อยหรือเสียเหงื่อมาก

เมื่อร่างกายขาดน้ำ เลือดไปเลี้ยงไตลดลงชั่วคราว ครีเอตินินจึงสูงขึ้น ภาวะนี้กลับคืนได้เมื่อดื่มน้ำพอ แต่ไม่ได้หมายความว่ายิ่งดื่มมากยิ่งกรองได้มาก

กล้ามเนื้อ การออกกำลัง และห้องแล็บ

ครีเอตินินมาจากกล้ามเนื้อ คนที่กล้ามเนื้อเพิ่ม ออกกำลังหนักในวันก่อนตรวจ หรือกินอาหารเสริมครีเอทีน อาจมี eGFR ต่ำลงโดยไตไม่ได้เสื่อม การตรวจต่างโรงพยาบาลหรือต่างวิธีวัดก็ทำให้ค่าต่างกันได้ ในกรณีแบบนี้ cystatin C ซึ่งไม่ขึ้นกับกล้ามเนื้อช่วยยืนยันได้ งานวิจัย (Inker 2012) พบว่าสมการที่ใช้ครีเอตินินร่วมกับ cystatin C แม่นกว่า และจัดผู้ที่ eGFR จากครีเอตินิน 45–59 กลับเป็น 60 ขึ้นไปได้ 16.9%

ยาที่ควรทบทวน

ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ibuprofen, naproxen, diclofenac ที่กินประจำลดเลือดไปเลี้ยงไตได้จริง ส่วนยาบางตัว เช่น trimethoprim หรือ cimetidine ทำให้ครีเอตินินสูงขึ้นโดยไม่ได้ลดการกรองจริง ควรนำรายการยาและอาหารเสริมทั้งหมดไปให้แพทย์ดูเมื่อตรวจซ้ำ

3. พฤติกรรมกินที่เล่ามา เกี่ยวกับไตแค่ไหนตามหลักฐาน

คำตอบตรงๆ: เกลือเป็นตัวที่หลักฐานชัดที่สุด รองลงมาคืออาหารแปรรูปและน้ำหวาน ส่วนเรื่องกรดยูริกทำลายไตยังไม่มีหลักฐานจากการทดลองรองรับ

น้ำจิ้ม น้ำปลา และน้ำซุป: เกลือคือตัวหลัก

น้ำจิ้ม พริกน้ำปลา และน้ำซุปเป็นแหล่งเกลือหลักของอาหารไทย เกลือที่มากทำให้ร่างกายเก็บน้ำ ความดันสูงขึ้น และความดันภายในหน่วยกรองไตเพิ่มขึ้น จนไข่ขาวรั่วออกมาในปัสสาวะมากขึ้น แนวทาง KDIGO 2024 แนะนำให้ผู้ป่วยไตกินโซเดียมไม่เกินราว 2 กรัมต่อวัน หรือเกลือราว 5 กรัม

หลักฐานเรื่องเกลือกับไต

ในผู้ป่วยไต 3,939 คน (He 2016) กลุ่มที่ขับโซเดียมในปัสสาวะมากที่สุดมีความเสี่ยงไตแย่ลง 1.54 เท่าเทียบกับกลุ่มที่น้อยที่สุด การทบทวนของ Cochrane (McMahon 2021) จาก 21 การศึกษา 1,197 คน พบว่าการลดเกลือราว 4.2 กรัมต่อวันลดความดันได้ 6.91/3.91 มม.ปรอท และลดไข่ขาวในปัสสาวะ 36% ในการทดลองแบบไขว้ (McMahon 2013) การลดเกลือลดความดันได้เฉลี่ย 10/4 มม.ปรอท

ไข่ขาวในปัสสาวะลดลงเมื่อลดเกลือ36%
ความเสี่ยงไตแย่ลงเพิ่มขึ้นในกลุ่มเกลือสูงสุด54%
ความเสี่ยงโรคไตเพิ่มขึ้นในกลุ่มกินอาหารแปรรูปสูงสุด24%
ความเสี่ยงไตแย่ลงลดลงเมื่อกินแบบเมดิเตอร์เรเนียน25%

น้ำอัดลม เบเกอรี่ และขนมหวาน

ในการศึกษากลุ่มประชากร 3,003 คน (Rebholz 2019) รูปแบบการดื่มที่มีน้ำอัดลมและน้ำผลไม้หวานมากสัมพันธ์กับโอกาสเกิดโรคไตสูงขึ้น 1.61 เท่า อีกการศึกษาในผู้หญิง (Lin 2011) ไม่พบความสัมพันธ์กับน้ำอัดลมมีน้ำตาล แต่พบว่าการดื่มน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาลตั้งแต่ 2 กระป๋องต่อวันสัมพันธ์กับไตเสื่อมเร็วขึ้น 2.02 เท่า หลักฐานจึงเป็นแบบสังเกตและยังไม่ตรงกัน แต่การลดน้ำหวานช่วยเรื่องน้ำหนัก ความดัน และน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงโรคไตที่ชัดเจน

ลูกชิ้น หมูยอ กุนเชียง: เกลือและฟอสเฟตที่เติม

เนื้อแปรรูปมีทั้งเกลือสูงและฟอสเฟตที่เติมเพื่อถนอมอาหาร ฟอสเฟตชนิดอนินทรีย์จากสารเติมแต่งถูกดูดซึมได้ง่ายกว่าฟอสฟอรัสจากธรรมชาติมาก (Kalantar-Zadeh 2010) และมักไม่ปรากฏในฉลากโภชนาการ ฟอสฟอรัสเป็นปัญหาหลักเมื่อไตเสื่อมแล้ว ส่วนในคนที่ไตยังดี ไตขับส่วนเกินออกได้ การศึกษา 14,679 คนติดตาม 24 ปี (Du 2022) พบว่ากลุ่มที่กินอาหารแปรรูปสูงมากมากที่สุดมีความเสี่ยงโรคไตสูงขึ้น 24% และการเปลี่ยนอาหารแปรรูป 1 ส่วนเป็นอาหารสด ลดความเสี่ยงได้ 6%

หมูกระทะและโปรตีนจากเนื้อสัตว์

ในผู้หญิง 1,624 คน (Knight 2003) โปรตีนสูงไม่สัมพันธ์กับไตเสื่อมในคนที่ไตปกติ แต่ในกลุ่มที่ eGFR 55–80 โปรตีนทุก 10 กรัมที่เพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับ eGFR ลดลง 1.69 หน่วยใน 11 ปี โดยเฉพาะโปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่ไม่ใช่นม ลด 1.21 หน่วย คนที่ eGFR อยู่ช่วง 60–89 จึงควรกินเนื้อสัตว์พอประมาณ ไม่ต้องงด และเพิ่มโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วและเต้าหู้

กรดยูริกทำลายไตจริงไหม

กรดยูริกสูงพบร่วมกับโรคไตบ่อย แต่การทดลองแบบสุ่ม 2 งานใหญ่ไม่พบว่าการลดกรดยูริกช่วยชะลอไต ทั้งในผู้ป่วยไตระยะ 3–4 จำนวน 363 คน (Badve 2020) และผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 จำนวน 530 คน (Doria 2020) ที่ได้ยา allopurinol การอธิบายว่า “น้ำตาลทำให้กรดยูริกตกตะกอนในไตจนไตเสื่อม” จึงเกินหลักฐาน

ตารางสรุปพฤติกรรมกินที่ผู้อ่านเล่า สารที่เกี่ยวข้อง กลไก และน้ำหนักหลักฐาน ไม่ใช้ชื่อทางการค้า (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)

พฤติกรรมกินกับผลต่อไต เรียงตามน้ำหนักหลักฐาน
พฤติกรรมสารที่เกี่ยวข้องกลไกที่อธิบายได้น้ำหนักหลักฐาน
น้ำจิ้ม พริกน้ำปลา ซดน้ำซุปหมดชามโซเดียมความดันสูง ไข่ขาวรั่วเพิ่มสูง: การทดลองลดเกลือลดความดันและไข่ขาว 36%
ลูกชิ้น หมูยอ กุนเชียง ขนมถุงโซเดียม ฟอสเฟตที่เติมเกลือสูง ฟอสเฟตดูดซึมง่ายปานกลาง: อาหารแปรรูปสูงสัมพันธ์กับความเสี่ยงเพิ่ม 24%
น้ำอัดลม น้ำหวาน เบเกอรี่ทุกวันน้ำตาล ฟรุกโตสน้ำหนัก ความดัน น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นปานกลาง–ต่ำ: การศึกษาแบบสังเกต ผลไม่ตรงกัน
หมูกระทะ เนื้อสัตว์ปริมาณมากโปรตีนเนื้อสัตว์ ครีเอทีนไตกรองหนักขึ้น ครีเอตินินขึ้นชั่วคราวปานกลาง: สำคัญเมื่อ eGFR ต่ำกว่า 80
ดื่มน้ำน้อยมากภาวะขาดน้ำเลือดไปเลี้ยงไตลดลงชั่วคราวชัดเจนสำหรับค่าที่ต่ำลงชั่วคราว
ของหวานทำให้กรดยูริกตกตะกอนในไตกรดยูริกเป็นสมมติฐานต่ำ: การลดกรดยูริกด้วยยาไม่ชะลอไต

ค่าไตที่ลดลงตอนนี้ควรเฝ้าดู หรือควรรีบพบแพทย์?

วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา — แบบประเมินช่วยดูว่าผลตรวจไต อาการบวม ปัสสาวะ ความดัน และปัจจัยเสี่ยงของคุณเข้ากับรูปแบบที่ควรเฝ้าระวังแค่ไหน อยู่ระดับใด และเมื่อไรไม่ควรรอ ใช้คู่กับหัวข้อสัญญาณอันตรายด้านบน แบบประเมินนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยโรคและไม่ทดแทนการตรวจโดยแพทย์

คลิกทำแบบประเมินสัญญาณชั้นไต (ฟรี)

4. ดื่มน้ำวันละ 3 ลิตร ช่วยให้ eGFR ดีขึ้นจริงไหม

คำตอบตรงๆ: ช่วยได้ถ้า eGFR ต่ำเพราะขาดน้ำ แต่การดื่มเกินพอไม่ได้ทำให้ไตกรองดีขึ้น และการทดลองแบบสุ่มในผู้ป่วยไตไม่พบว่าชะลอไตเสื่อม

หลักฐานเรื่องการดื่มน้ำ

การทดลอง CKD WIT (Clark 2018) ในผู้ป่วยไตระยะ 3 จำนวน 631 คน ให้กลุ่มหนึ่งดื่มน้ำเพิ่มจนปัสสาวะมากขึ้นราว 0.6 ลิตรต่อวัน หลัง 1 ปี eGFR ลดลง 2.2 หน่วยในกลุ่มดื่มน้ำเพิ่ม และ 1.9 หน่วยในกลุ่มดื่มตามปกติ ไม่ต่างกัน ส่วนการศึกษาแบบสังเกตในประชากร 2,148 คน (Clark 2011) พบว่าคนที่ปัสสาวะมากกว่ามี eGFR ลดลงช้ากว่า (1.3% เทียบ 0.5% ต่อปี) แต่การศึกษาแบบนี้พิสูจน์เหตุและผลไม่ได้

ควรดื่มน้ำเท่าไร

สำหรับคนทั่วไปที่ไม่มีข้อห้าม ให้ดื่มตามกระหายจนปัสสาวะเป็นสีเหลืองอ่อน ส่วนใหญ่ราว 1.5–2.5 ลิตรต่อวัน และเพิ่มเมื่ออากาศร้อนหรือเหงื่อออกมาก การดื่ม 3 ลิตรในคนไตดีมักไม่อันตราย แต่ไม่ได้ให้ประโยชน์เพิ่ม และไม่ควรดื่มทีละมากๆ อย่างรวดเร็ว เช่น เกิน 1 ลิตรต่อชั่วโมง เพราะอาจทำให้โซเดียมในเลือดต่ำ

ใครไม่ควรบังคับดื่มน้ำมาก

  • ผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว ตับแข็ง หรือบวมน้ำ
  • ผู้ป่วยไตระยะท้ายหรือฟอกไตที่แพทย์จำกัดน้ำ
  • ผู้ที่เคยมีโซเดียมในเลือดต่ำ หรือกินยาขับปัสสาวะบางชนิด

4 ขั้นดูแลไตหลังเลิกพฤติกรรมเสี่ยง

วันนี้: ลดเค็มเลิกซดน้ำซุป จิ้มน้ำจิ้มน้อยลง ตั้งเป้าโซเดียมไม่เกินราว 2 กรัมต่อวัน
ทุกวัน: ดื่มพอดีดื่มตามกระหาย ปัสสาวะสีเหลืองอ่อน ไม่ต้องฝืน 3 ลิตร
1–3 เดือน: ตรวจซ้ำครีเอตินิน eGFR cystatin C UACR ปัสสาวะ ความดัน น้ำตาล
ทุกปี: ติดตามตรวจที่แล็บเดิม เทียบแนวโน้มหลายครั้ง ไม่ดูค่าเดียว

5. ตรวจซ้ำอย่างไรให้ได้ค่าที่เชื่อถือได้

คำตอบตรงๆ: เตรียมตัวให้เหมือนกันทุกครั้ง ตรวจที่แล็บเดิม และตรวจปัสสาวะร่วมด้วย เพราะไข่ขาวในปัสสาวะบอกความเสี่ยงได้มากกว่า eGFR อย่างเดียว

เตรียมตัวก่อนเจาะเลือด

  • งดเนื้อสัตว์มื้อใหญ่ เช่น หมูกระทะหรือสเต๊ก อย่างน้อย 12 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือด
  • งดออกกำลังหนัก 1–2 วันก่อนตรวจ และงดอาหารเสริมครีเอทีนตามคำแนะนำแพทย์
  • ดื่มน้ำตามปกติ ไม่ต้องดื่มมากผิดปกติก่อนตรวจ
  • ตรวจที่ห้องแล็บเดิม และนำผลปีก่อนไปเทียบ

สิ่งที่ควรขอตรวจ

ครีเอตินินพร้อม eGFR, cystatin C ถ้าทำได้ (KDIGO 2024 แนะนำใช้ยืนยันเมื่อค่าจากครีเอตินินอาจคลาดเคลื่อน), อัตราส่วนไข่ขาวต่อครีเอตินินในปัสสาวะ (UACR) จากปัสสาวะตอนเช้า, ปัสสาวะทั่วไปเพื่อดูเลือดหรือตะกอน, ความดันโลหิต, น้ำตาลหรือ HbA1c และไขมันในเลือด ค่า UACR แกว่งได้ราว 30% ระหว่างวัน (Waikar 2018) จึงมักต้องผิดปกติ 2 ใน 3 ครั้งจึงจะยืนยัน

อ่านผลตรวจซ้ำอย่างไร

ถ้า eGFR กลับขึ้นมาใกล้ค่าเดิมและไม่มีไข่ขาว มักเป็นค่าแกว่งหรือปัจจัยชั่วคราว ให้ตรวจติดตามปีละครั้ง ถ้า eGFR ยังราว 70 แต่ไม่มีไข่ขาว ให้ดูแนวโน้มต่อและคุมปัจจัยเสี่ยง ถ้ามีไข่ขาวรั่วหรือ eGFR ลดลงต่อ แพทย์จะประเมินหาสาเหตุ เช่น ความดัน เบาหวาน นิ่ว หรือโรคไตอักเสบ และวางแผนชะลอไต

6. เปรียบเทียบแนวทางดูแลไตเมื่อ eGFR ลดลง

คำตอบตรงๆ: สิ่งที่มีหลักฐานชัดคือลดเกลือ คุมความดันและน้ำตาล และกินอาหารแบบสุขภาพ ส่วนการดื่มน้ำมากเกินพอ ยาลดกรดยูริก และอาหารเสริมบำรุงไตยังไม่มีหลักฐานว่าชะลอไตได้ ตารางนี้ใช้ชื่อกลุ่มยาเท่านั้น

ตารางเปรียบเทียบแนวทางดูแล

เปรียบเทียบการปรับอาหาร การดื่มน้ำ ยา และอาหารเสริมเมื่อ eGFR ลดลง (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)

แนวทางเหมาะกับหลักฐานข้อควรรู้
ลดเกลือ (โซเดียมไม่เกินราว 2 กรัมต่อวัน)ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ความดันสูงหรือมีไข่ขาวรั่วลดความดัน 6.91/3.91 มม.ปรอท ลดไข่ขาว 36%ระวังเกลือแฝงในน้ำจิ้ม ซุป และอาหารแปรรูป
อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนหรือ DASHผู้ที่ต้องการชะลอไตระยะยาวในผู้ป่วยไต ความเสี่ยงไตแย่ลงต่ำกว่า 25%ผักผลไม้ ถั่ว ปลา ธัญพืชไม่ขัดสี ลดเนื้อแดงและน้ำตาล
ลดอาหารแปรรูปและน้ำหวานผู้ที่กินเป็นประจำทุกวันอาหารแปรรูปสูงสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคไตเพิ่ม 24%เปลี่ยน 1 ส่วนเป็นอาหารสด ลดความเสี่ยง 6%
ดื่มน้ำตามกระหายคนทั่วไปที่ไม่มีข้อจำกัดน้ำแก้ค่าที่ต่ำเพราะขาดน้ำได้ปัสสาวะสีเหลืองอ่อนคือเป้าหมาย
บังคับดื่มน้ำ 3 ลิตรขึ้นไปผู้ที่แพทย์แนะนำเฉพาะ เช่น เคยเป็นนิ่วการทดลองในผู้ป่วยไต 631 คน ไม่ชะลอไตเสื่อมห้ามในหัวใจล้มเหลว ตับแข็ง หรือไตระยะท้าย
คุมความดันและน้ำตาล รวมยากลุ่ม ACE inhibitor / ARB / SGLT2 inhibitorผู้ที่แพทย์ยืนยันโรคไตเรื้อรัง มีไข่ขาวรั่ว หรือเบาหวานKDIGO 2024 แนะนำเพื่อปกป้องไตต้องสั่งและติดตามผลเลือดโดยแพทย์
ยาลดกรดยูริกเพื่อปกป้องไตไม่แนะนำเพื่อชะลอไตอย่างเดียวการทดลอง 2 งานใหญ่ไม่ช่วยชะลอไตใช้เมื่อมีโรคเกาต์หรือข้อบ่งชี้อื่นตามแพทย์
อาหารเสริมหรือสมุนไพรบำรุงไตไม่แนะนำไม่มีการทดลองที่ยืนยันประโยชน์บางชนิดทำร้ายไตหรือมีโลหะหนัก ควรถามแพทย์ก่อน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถามที่ผู้อ่านมักถามเมื่อ eGFR จากการตรวจสุขภาพลดลง

eGFR ลดจาก 89 เหลือ 73 ใน 1 ปี แปลว่าเป็นโรคไตระยะ 2 แล้วหรือยัง?

ยังสรุปไม่ได้จากค่าเดียว ตามแนวทาง KDIGO 2024 โรคไตเรื้อรังต้องมี eGFR ต่ำกว่า 60 หรือมีร่องรอยไตผิดปกติ เช่น ไข่ขาวในปัสสาวะตั้งแต่ 30 มก./ก. ขึ้นไป ต่อเนื่องนานเกิน 3 เดือน eGFR 73 โดยไม่มีร่องรอยอื่นจัดอยู่ในช่วง G2 ซึ่งพบได้ในคนทั่วไปและผู้สูงวัย แต่การลดลง 16 หน่วยใน 1 ปีมากกว่าการเสื่อมตามวัยซึ่งราว 0.37–1.07 หน่วยต่อปี จึงควรตรวจซ้ำพร้อมตรวจปัสสาวะ ไม่ควรละเลย

ทำไมไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่ค่า eGFR ยังลดลงได้?

eGFR คำนวณจากครีเอตินินในเลือด จึงเปลี่ยนได้จากปัจจัยที่ไม่ใช่ไตเสื่อม เช่น กินเนื้อสัตว์ปรุงสุกก่อนเจาะเลือด ดื่มน้ำน้อยหรือเสียเหงื่อมาก ออกกำลังหนักหรือกล้ามเนื้อเพิ่ม ยาบางชนิด และการตรวจต่างห้องแล็บหรือต่างสมการ ครีเอตินินแกว่งตามธรรมชาติราว 5.4% และค่าที่ขึ้นเกินราว 16% จึงเริ่มถือว่าเปลี่ยนจริง ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยกว่าเหล้าบุหรี่คือ ความดันสูง เบาหวาน น้ำหนักเกิน การใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ประจำ และอาหารเค็มจัด

กินหมูกระทะหรือเนื้อสัตว์ก่อนเจาะเลือด ทำให้ค่า eGFR ต่ำลงได้จริงไหม?

ได้จริง เนื้อสัตว์มีครีเอทีน ซึ่งเปลี่ยนเป็นครีเอตินินเมื่อปรุงด้วยความร้อนแล้วถูกดูดซึมเข้าเลือด งานวิจัยให้อาสาสมัครกินเนื้อปรุงสุกพบว่าครีเอตินินสูงขึ้นและ eGFR ลดลงชัดเจนภายใน 1–4 ชั่วโมงในทุกกลุ่ม ผู้ป่วยไตระยะ 3a ถูกจัดระยะผิดเป็น 3b ถึง 6 ใน 16 คน และผลนี้หายไปเมื่องดอาหาร 12 ชั่วโมง ก่อนตรวจซ้ำจึงควรงดเนื้อสัตว์มื้อใหญ่ในคืนก่อนเจาะเลือด

น้ำจิ้ม ซุปก๋วยเตี๋ยว และอาหารแปรรูป ส่งผลต่อไตอย่างไร?

น้ำจิ้ม น้ำปลา ซุป และเนื้อแปรรูปเป็นแหล่งเกลือหลักของอาหารไทย เกลือมากทำให้ความดันและไข่ขาวรั่วในปัสสาวะเพิ่มขึ้น ในผู้ป่วยไต 3,939 คน กลุ่มที่ขับโซเดียมมากที่สุดมีความเสี่ยงไตแย่ลง 1.54 เท่า และการลดเกลือราว 4.2 กรัมต่อวันลดความดันได้ 6.91/3.91 มม.ปรอท และลดไข่ขาวในปัสสาวะ 36% ส่วนอาหารแปรรูปมีฟอสเฟตที่เติมซึ่งดูดซึมได้ง่ายกว่าฟอสฟอรัสธรรมชาติ และกลุ่มที่กินอาหารแปรรูปสูงมากมีความเสี่ยงโรคไตสูงขึ้น 24% เป้าหมายคือโซเดียมไม่เกินราว 2 กรัมต่อวัน

น้ำอัดลมและขนมหวานทำให้ไตเสื่อมเพราะกรดยูริกจริงไหม?

น้ำหวานสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคไต แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าผ่านกรดยูริกโดยตรง การศึกษาหนึ่งพบว่ารูปแบบที่ดื่มน้ำอัดลมและน้ำผลไม้หวานมากมีโอกาสเกิดโรคไตสูงขึ้น 1.61 เท่า ส่วนอีกการศึกษาพบความเสี่ยงในผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาลตั้งแต่ 2 กระป๋องต่อวัน การทดลองลดกรดยูริกด้วยยา allopurinol 2 งานใหญ่ไม่ช่วยชะลอไตเสื่อม ประโยชน์ของการเลิกน้ำหวานจึงน่าจะมาจากน้ำหนัก ความดัน และน้ำตาลในเลือดที่ดีขึ้นมากกว่า และการเปลี่ยนไปดื่มน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาลปริมาณมากไม่ใช่คำตอบ

ดื่มน้ำวันละ 3 ลิตรช่วยให้ค่า eGFR กลับมาดีขึ้นได้จริงไหม?

ถ้า eGFR ต่ำลงเพราะขาดน้ำ การดื่มน้ำให้พอจะทำให้ค่ากลับขึ้นได้ แต่การดื่มมากเกินพอไม่ได้เพิ่มการกรองของไต การทดลองแบบสุ่มในผู้ป่วยไตระยะ 3 จำนวน 631 คน ให้ดื่มน้ำเพิ่มจนปัสสาวะมากขึ้นราว 0.6 ลิตรต่อวัน พบ eGFR ลดลง 2.2 เทียบกับ 1.9 หน่วยใน 1 ปี ไม่ต่างกัน สำหรับคนทั่วไปที่ไม่มีข้อห้าม ให้ดื่มตามกระหายจนปัสสาวะสีเหลืองอ่อน ไม่ต้องบังคับ 3 ลิตร และผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว ตับแข็ง หรือไตระยะท้ายควรถามแพทย์ก่อนเพิ่มน้ำ

ควรตรวจซ้ำเมื่อไร และต้องตรวจอะไรบ้างนอกจาก eGFR?

ควรตรวจซ้ำภายในราว 1–3 เดือน หรือเร็วกว่านั้นถ้ามีอาการผิดปกติ ตรวจที่ห้องแล็บเดิม งดเนื้อสัตว์มื้อใหญ่ 12 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือด งดออกกำลังหนัก 1–2 วัน และดื่มน้ำตามปกติ สิ่งที่ควรขอตรวจคือ ครีเอตินินพร้อม eGFR, cystatin C ถ้าทำได้, อัตราส่วนไข่ขาวต่อครีเอตินินในปัสสาวะ (UACR) ซึ่งควรตรวจซ้ำเพราะแกว่งมาก, ปัสสาวะทั่วไป, ความดันโลหิต, น้ำตาลหรือ HbA1c และไขมัน ความผิดปกติต้องคงอยู่เกิน 3 เดือนจึงจะเรียกว่าโรคไตเรื้อรัง

ถ้าตรวจซ้ำแล้วยืนยันว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง ยังชะลอได้ไหม?

ชะลอได้มาก โดยเฉพาะเมื่อพบตั้งแต่ eGFR ยังสูง สิ่งที่มีหลักฐานคือคุมความดันและน้ำตาล ลดเกลือ ลดน้ำหนักถ้าเกิน เลิกบุหรี่ เลี่ยงยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ที่ซื้อเอง และกินอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนหรือ DASH ซึ่งในผู้ป่วยไตสัมพันธ์กับความเสี่ยงไตแย่ลงต่ำกว่า 25% ถ้ามีไข่ขาวรั่วหรือเบาหวาน แพทย์อาจพิจารณายากลุ่ม ACE inhibitor หรือ ARB และยากลุ่ม SGLT2 inhibitor ซึ่งช่วยปกป้องไต การตรวจติดตามตามนัดสำคัญกว่าอาหารเสริมบำรุงไต

กลไกทางวิทยาศาสตร์แบบย่อ (Scientific mechanism)

สรุปโดย :
ไตแต่ละข้างมีหน่วยกรอง (glomerulus) ราวหนึ่งล้านหน่วย ครีเอตินินเป็นของเสียจากกล้ามเนื้อที่ถูกกรองออกเกือบทั้งหมด ค่าครีเอตินินในเลือดจึงใช้คำนวณ eGFR ได้ แต่ค่านี้ขึ้นกับปริมาณกล้ามเนื้อ อาหาร และปริมาณน้ำในร่างกายด้วย เนื้อสัตว์ปรุงสุกเพิ่มครีเอตินินจากภายนอก ส่วนการขาดน้ำลดเลือดที่ไหลผ่านไต ทั้งสองอย่างทำให้ eGFR ต่ำลงชั่วคราวโดยหน่วยกรองยังไม่เสียหาย
ในระยะยาว เกลือที่มากทำให้ร่างกายเก็บน้ำและความดันสูง แรงดันนี้ส่งต่อเข้าไปในหน่วยกรอง ทำให้ผนังกรองรั่วจนไข่ขาวหลุดออกมาในปัสสาวะ ไข่ขาวที่รั่วกระตุ้นการอักเสบและพังผืดในเนื้อไต ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของไตเสื่อม ยากลุ่ม ACE inhibitor, ARB และ SGLT2 inhibitor ลดแรงดันในหน่วยกรองนี้ได้โดยตรง
การดื่มน้ำเกินความต้องการเพียงทำให้ไตขับน้ำออกมากขึ้น ไม่ได้เพิ่มจำนวนหน่วยกรองหรือแรงกรอง การป้องกันไตจึงเน้นที่การลดแรงดันและไข่ขาวรั่ว มากกว่าการเพิ่มปริมาณน้ำ

แหล่งอ้างอิงเชิงวิชาการ (E-E-A-T)

  1. KDIGO CKD Work Group. KDIGO 2024 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. Kidney Int 2024.
  2. Inker LA, et al. New Creatinine- and Cystatin C-Based Equations to Estimate GFR without Race. N Engl J Med 2021.
  3. Inker LA, et al. Estimating glomerular filtration rate from serum creatinine and cystatin C. N Engl J Med 2012.
  4. Waikar SS, et al. Biological Variability of Estimated GFR and Albuminuria in CKD. Am J Kidney Dis 2018.
  5. Guppy M, et al. Rate of decline in kidney function with age: a systematic review. BMJ Open 2024.
  6. Nair S, et al. Effect of a cooked meat meal on serum creatinine and estimated glomerular filtration rate in diabetes-related kidney disease. Diabetes Care 2014.
  7. Clark WF, et al. Effect of Coaching to Increase Water Intake on Kidney Function Decline in Adults With Chronic Kidney Disease: The CKD WIT Randomized Clinical Trial. JAMA 2018.
  8. Clark WF, et al. Urine volume and change in estimated GFR in a community-based cohort study. Clin J Am Soc Nephrol 2011.
  9. He J, et al. Urinary Sodium and Potassium Excretion and CKD Progression. J Am Soc Nephrol 2016.
  10. McMahon EJ, et al. Altered dietary salt intake for people with chronic kidney disease. Cochrane Database Syst Rev 2021.
  11. McMahon EJ, et al. A randomized trial of dietary sodium restriction in CKD. J Am Soc Nephrol 2013.
  12. Rebholz CM, et al. Patterns of Beverages Consumed and Risk of Incident Kidney Disease. Clin J Am Soc Nephrol 2019.
  13. Lin J, et al. Associations of sugar and artificially sweetened soda with albuminuria and kidney function decline in women. Clin J Am Soc Nephrol 2011.
  14. Du S, et al. Association Between Ultraprocessed Food Consumption and Risk of Incident CKD: A Prospective Cohort Study. Am J Kidney Dis 2022.
  15. Kalantar-Zadeh K, et al. Understanding sources of dietary phosphorus in the treatment of patients with chronic kidney disease. Clin J Am Soc Nephrol 2010.
  16. Knight EL, et al. The impact of protein intake on renal function decline in women with normal renal function or mild renal insufficiency. Ann Intern Med 2003.
  17. Badve SV, et al. Effects of Allopurinol on the Progression of Chronic Kidney Disease. N Engl J Med 2020.
  18. Doria A, et al. Serum Urate Lowering with Allopurinol and Kidney Function in Type 1 Diabetes. N Engl J Med 2020.
  19. Hu EA, et al. Adherence to Healthy Dietary Patterns and Risk of CKD Progression and All-Cause Mortality: Findings From the CRIC Study. Am J Kidney Dis 2021.
  20. Kelly JT, et al. Healthy Dietary Patterns and Risk of Mortality and ESRD in CKD: A Meta-Analysis of Cohort Studies. Clin J Am Soc Nephrol 2017.
  21. NIDDK (NIH): Chronic Kidney Disease (CKD).

เรียบเรียงและตรวจทานโดย · การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านแพทย์ผู้ดูแลเท่านั้น

ข้อควรทราบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาจากงานวิจัยและแนวทางสากล ไม่ใช่การวินิจฉัย ไม่ใช่คำสั่งการรักษา และไม่ทดแทนการพบแพทย์ การแปลผล eGFR ต้องดูร่วมกับอายุ ประวัติ ยาที่ใช้ ผลปัสสาวะ และผลตรวจหลายครั้ง ตัวเลขจากงานวิจัยเป็นค่าเฉลี่ยของกลุ่มและแตกต่างกันในแต่ละคน ห้ามหยุดหรือเริ่มยาเอง ผู้ที่มีโรคหัวใจ ตับ หรือไตระยะท้ายควรถามแพทย์ก่อนเปลี่ยนปริมาณน้ำดื่ม หากมีอาการตามหัวข้อสัญญาณอันตรายให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669