หมวด: สูตินรีเวชวิทยา · HPV · การคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
โรงพยาบาลโทรนัดเพราะพบเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ แต่ไม่บอกผลทางโทรศัพท์ แปลว่าเป็นมะเร็งไหม: ความหมายผล Pap/HPV ขั้นตอนส่องกล้อง Colposcopy และ LEEP และการเตรียมตัวก่อนวันนัด
AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)
ผลคัดกรองผิดปกติส่วนใหญ่สะท้อนเซลล์ที่ถูกเชื้อ HPV ทำให้เปลี่ยนแปลงในระยะก่อนมะเร็ง ซึ่งมักใช้เวลาหลายปีกว่าจะลุกลาม
การโทรนัดพบแพทย์โดยไม่แจ้งผลทางโทรศัพท์เป็นขั้นตอนปกติ แพทย์จะส่องกล้อง Colposcopy ตัดชิ้นเนื้อถ้าจำเป็น และรักษารอยโรคระดับสูงด้วย LEEP ซึ่งได้ผลดีมากเมื่อมาติดตามตามนัด
ผู้ที่ถูกโทรนัดหลังตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและยังไม่รู้ผล ·
ถ้ามีใบผลอยู่แล้ว อ่าน อ่านผล Pap และ HPV DNA ·
ถ้าผลชิ้นเนื้อเป็น CIN แล้ว อ่าน CIN 1 ถึง CIN 3 และ LEEP ·
สัญญาณอันตราย ·
ตารางผลเซลล์ ·
ตาราง CIN และการรักษา ·
FAQ
คำถามจากคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว: ตรวจสุขภาพประจำปีแล้วพยาบาลโทรให้ไปพบแพทย์เพราะพบเซลล์ผิดปกติ ถามว่าเป็นมะเร็งไหมก็ไม่ตอบ ตอนนี้หน้าชา มือชา เครียดมาก
คำตอบตรง: การถูกโทรนัดไม่ได้บอกว่าผลร้ายแรงแค่ไหน ผลผิดปกติทุกระดับที่ต้องส่องกล้องจะถูกนัดแบบเดียวกัน
และผลที่พบบ่อยที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงระดับต่ำ อาการหน้าชา มือชา ใจสั่นตอนรับสายเป็นปฏิกิริยาของร่างกายต่อความตกใจ ซึ่งพบได้บ่อยมาก
สมาชิกกลุ่มสุขภาพผู้หญิงที่สนใจเรื่อง HPV และมะเร็งปากมดลูกเล่าว่า ไปตรวจสุขภาพประจำปีด้วยสิทธิ์ประกันสังคม ทั้งตรวจเลือด ตรวจภายใน และคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
แล้วพยาบาลโทรมานัดให้พบแพทย์เพราะพบเซลล์ผิดปกติ เธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวของลูกวัย 6 ขวบครึ่งและ 9 ขวบ และมีนัดพบแพทย์ในอีกไม่กี่วัน
บทความนี้สรุปจากงานวิจัยและแนวทางสากล เพื่อช่วยให้เตรียมตัวและตั้งคำถามกับแพทย์ได้ ไม่ใช่การเดาผลของใคร
สัญญาณอันตราย: ไม่ต้องรอวันนัด ให้โทรแจ้งโรงพยาบาลหรือไปพบแพทย์เร็วขึ้น
คำตอบตรง: ระยะก่อนมะเร็งมักไม่มีอาการ ถ้ามีอาการต่อไปนี้ ให้แจ้งโรงพยาบาลเพื่อขอพบแพทย์เร็วขึ้น ไม่ต้องรอนัดเดิม
อาการที่ไม่ควรรอ
- เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ ซ้ำๆ
- เลือดออกระหว่างรอบเดือน หรือหลังหมดประจำเดือนแล้ว
- ตกขาวปนเลือด มีกลิ่นเหม็น ต่อเนื่อง
- ปวดท้องน้อย ปวดหลังร้าวลงขา หรือขาบวมข้างเดียว ที่ไม่ดีขึ้น
- เลือดออกมากจนชุ่มผ้าอนามัยทุกชั่วโมง เป็นลม หรือมีไข้ โดยเฉพาะหลังตัดชิ้นเนื้อหรือทำ LEEP ไปห้องฉุกเฉินทันที
- เครียดจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับหลายคืน หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือไปพบแพทย์
1. พบเซลล์ผิดปกติแปลว่าอะไร และทำไมส่วนใหญ่ยังไม่ใช่มะเร็ง
คำตอบตรง: การคัดกรองปากมดลูกถูกออกแบบมาเพื่อจับการเปลี่ยนแปลงก่อนเป็นมะเร็ง เซลล์ผิดปกติส่วนใหญ่เป็นระดับต่ำและหายเองได้ แต่ผลคัดกรองยังไม่ใช่การวินิจฉัย ต้องรอแพทย์ส่องกล้องและดูผลชิ้นเนื้อ
การศึกษาติดตาม 4,504 คน (2007)
ที่มีผล ASC-US หรือ LSIL พบว่า 91% ของการติดเชื้อ HPV หายเองภายใน 24 เดือน
และการทบทวนข้อมูลธรรมชาติของโรคประเมินว่า CIN 1 หายเองราว 60% และลุกลามเป็นมะเร็งราว 1%
จาก HPV ถึงมะเร็งใช้เวลานานแค่ไหน
บทความทบทวนใน Lancet (2007)
สรุปว่าการติดเชื้อที่ค้างนานจนเกิดรอยโรคก่อนมะเร็งมักใช้เวลา 5–10 ปี และเกิดจากการติดเชื้อใหม่ไม่ถึง 10%
ส่วนการลุกลามจากระยะก่อนมะเร็งเป็นมะเร็งมักใช้เวลาอีกหลายปีถึงหลายสิบปี และเกิดในคนส่วนน้อย ช่วงเวลานี้คือเหตุผลที่การคัดกรองได้ผล
สิ่งที่ยังบอกไม่ได้จนกว่าจะพบแพทย์
ผลบางชนิด เช่น HSIL ASC-H หรือ AGC มีความเสี่ยงรอยโรคระดับสูงมากกว่า และในบางกรณีที่พบน้อยมาก ผลคัดกรองอาจบ่งชี้มะเร็งได้
จึงไม่มีใครรับปากได้จากโทรศัพท์ว่าเป็นหรือไม่เป็น แต่ถ้าเป็นระยะก่อนมะเร็ง ซึ่งเป็นกรณีส่วนใหญ่ การรักษาได้ผลดีมาก
ความหมายของผลคัดกรองแต่ละชนิดและขั้นตอนที่มักแนะนำตาม ASCCP 2019 (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)
| ผลคัดกรอง | ความหมาย | ระดับความเสี่ยงรอยโรคระดับสูง | ขั้นตอนถัดไปที่มักแนะนำ |
|---|---|---|---|
| HPV บวก แต่เซลล์ปกติ (NILM) | มีเชื้อแต่ยังไม่เห็นเซลล์เปลี่ยน | ต่ำ ยกเว้น HPV 16/18 | ตรวจซ้ำใน 1 ปี ถ้าเป็น HPV 16/18 มักส่องกล้อง |
| ASC-US | เซลล์ผิดปกติเล็กน้อย ยังสรุปไม่ได้ | ต่ำ | ถ้า HPV บวกให้ส่องกล้อง ถ้า HPV ลบมักตรวจซ้ำตามรอบ |
| LSIL | เซลล์เปลี่ยนระดับต่ำจาก HPV | ต่ำถึงปานกลาง | มักส่องกล้อง หรือตรวจซ้ำตามผล HPV |
| ASC-H | เซลล์ผิดปกติ ยังแยกระดับสูงออกไม่ได้ | สูงกว่า ASC-US | ส่องกล้องไม่ว่าผล HPV เป็นอย่างไร |
| HSIL | เซลล์เปลี่ยนระดับสูง | สูง | ส่องกล้องตัดชิ้นเนื้อ หรือบางรายทำ LEEP ได้เลย |
| AGC | เซลล์ต่อมผิดปกติ อาจมาจากปากมดลูกหรือโพรงมดลูก | ต้องตรวจละเอียด | ส่องกล้อง ขูดเซลล์ในคอมดลูก และอาจตรวจเยื่อบุโพรงมดลูก |
ข้อมูลอ้างอิงจากแนวทาง ASCCP 2019
ซึ่งตัดสินจากความเสี่ยงรวมของผลปัจจุบันและประวัติ แพทย์อาจเลือกแนวทางต่างจากตารางนี้ตามข้อมูลของแต่ละคน ดูคำอธิบายเพิ่มเติมได้ที่
NCI: ผล HPV และ Pap ผิดปกติ
2. ทำไมพยาบาลไม่บอกผลทางโทรศัพท์
คำตอบตรง: หลายโรงพยาบาลกำหนดให้ผลที่ต้องอธิบายและวางแผนต่อ แจ้งแบบพบแพทย์ การไม่บอกทางโทรศัพท์จึงเป็นขั้นตอนปกติ ไม่ใช่สัญญาณว่าผลร้ายแรง
- ใบผลต้องแปลร่วมกัน ทั้งชนิดเซลล์ ผล HPV และประวัติการตรวจครั้งก่อน การตัดสินว่าต้องส่องกล้องหรือตรวจซ้ำเป็นหน้าที่ของแพทย์
- ความลับของผู้ป่วย ทางโทรศัพท์ยืนยันตัวตนได้ยาก หลายแห่งจึงไม่แจ้งผลตรวจที่อ่อนไหวทางโทรศัพท์
- บทบาทของพยาบาลคือประสานนัด การตอบว่าเป็นหรือไม่เป็นมะเร็งก่อนแพทย์ประเมินอาจทำให้เข้าใจผิดได้ทั้งสองทาง
- ผลผิดปกติทุกระดับถูกนัดแบบเดียวกัน ตั้งแต่ ASC-US ไปจนถึง HSIL จึงเดาความรุนแรงจากการถูกโทรนัดไม่ได้
สิ่งที่ถามพยาบาลทางโทรศัพท์ได้
- ต้องเตรียมตัวอย่างไร และวันนัดจะส่องกล้องหรือตัดชิ้นเนื้อเลยไหม
- ต้องงดเพศสัมพันธ์ สวนล้าง หรือยาสอดช่องคลอดกี่วันก่อนนัด
- ถ้ามีประจำเดือนในวันนัดควรทำอย่างไร
- ถ้ากังวลมาก ขอเลื่อนนัดให้เร็วขึ้นได้ไหม
- ขอสำเนาผลตรวจในวันนัดได้ไหม
ความกังวลแบบนี้พบได้บ่อย
การทบทวนอย่างเป็นระบบ (2016)
พบว่าการถูกเรียกตรวจต่อและการส่องกล้องปากมดลูกทำให้เกิดความวิตกกังวลได้บ่อย การรู้ล่วงหน้าว่าจะเจออะไรในวันนัดช่วยลดความกังวลได้ ซึ่งเป็นเหตุผลของหัวข้อถัดไป
3. วันนัดพบแพทย์: ส่องกล้อง Colposcopy ตัดชิ้นเนื้อ และ LEEP
คำตอบตรง: วันนัดมักเริ่มจากฟังผลและส่องกล้องขยายปากมดลูก ถ้าพบจุดสงสัยจะตัดชิ้นเนื้อเล็กๆ ไปตรวจ การรักษาด้วย LEEP มักทำหลังได้ผลชิ้นเนื้อ ยกเว้นบางกรณีที่ผลคัดกรองเป็น HSIL
ส่องกล้อง Colposcopy ทำอย่างไร เจ็บไหม
Colposcopy
คือการใช้กล้องขยายส่องดูปากมดลูกจากภายนอก ใส่เครื่องมือถ่างช่องคลอดเหมือนตรวจภายใน แล้วป้ายน้ำส้มสายชูเจือจาง (acetic acid) ให้บริเวณผิดปกติเห็นชัดขึ้น ใช้เวลาราว 10–20 นาที
การส่องเองมักไม่เจ็บ ถ้าตัดชิ้นเนื้อจะรู้สึกเหมือนถูกหนีบหรือปวดบีบสั้นๆ หลังตัดอาจมีเลือดซึมหรือตกขาวสีเข้มได้ 2–3 วัน
ผลชิ้นเนื้อบอกระดับ CIN
ผลชิ้นเนื้อจะบอกระดับ CIN (cervical intraepithelial neoplasia)
เป็น CIN 1, CIN 2 หรือ CIN 3 ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าจะเฝ้าติดตามหรือรักษา รายละเอียดอยู่ในหัวข้อที่ 4
LEEP คืออะไร และควรรู้อะไรบ้าง
LEEP
คือการใช้ห่วงลวดไฟฟ้าตัดบริเวณปากมดลูกที่มีรอยโรคออก ทำแบบผู้ป่วยนอกภายใต้ยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาราว 10–20 นาที
การวิเคราะห์รวม 97 การศึกษา (2017)
พบว่าหลังตัดยังมีรอยโรค CIN 2 ขึ้นไปเหลือค้างหรือกลับเป็นซ้ำราว 6.6% และการตรวจ HPV หลังรักษาบอกความล้มเหลวได้แม่นกว่าดูขอบชิ้นเนื้อ
จึงไม่ควรเข้าใจว่าตัดแล้วจบ ต้องมาตรวจติดตามตามนัด
ผู้ที่ยังวางแผนมีบุตร ควรบอกแพทย์ก่อนทำ เพราะการวิเคราะห์รวม 71 การศึกษา (2016)
พบว่าการตัดแบบห่วงไฟฟ้าเพิ่มความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดราว 1.56 เท่า และความเสี่ยงเพิ่มตามความลึกของชิ้นที่ตัด แพทย์จึงพยายามตัดเท่าที่จำเป็น
อยากรู้ว่าช่องว่างการคัดกรองปากมดลูกของคุณอยู่ระดับไหน?
วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา — แบบประเมินช่วยให้เห็นว่าประวัติการตรวจ ผล HPV และอาการของคุณควรติดตามเร่งด่วนแค่ไหน และควรถามแพทย์เรื่องใด ใช้ร่วมกับสัญญาณแดงด้านบน แบบประเมินนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค
4. CIN 1, CIN 2, CIN 3 ต่างกันอย่างไร และรักษาได้ผลแค่ไหน
คำตอบตรง: ยิ่งระดับ CIN สูง โอกาสหายเองยิ่งลดลง CIN 1 มักเฝ้าติดตาม CIN 3 มักรักษาด้วยการตัดออก และเมื่อรักษาอย่างเหมาะสม ความเสี่ยงมะเร็งลดลงอย่างมาก
การวิเคราะห์รวม 36 การศึกษาใน BMJ (2018)
พบว่า CIN 2 ที่ไม่ได้รักษา ใน 24 เดือนหายเอง 50% คงที่ 32% และลุกลาม 18% ส่วนการศึกษาระยะยาวของ CIN 3 (2008)
พบว่าผู้ที่ไม่ได้รักษามีความเสี่ยงเป็นมะเร็ง 31.3% ใน 30 ปี เทียบกับ 0.7% ในผู้ที่รักษาอย่างเหมาะสม นี่คือเหตุผลที่การมาตามนัดสำคัญที่สุด
ระดับรอยโรค แนวทางมาตรฐาน ยาหรือผลิตภัณฑ์เสริม พฤติกรรม และการติดตาม (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)
| ระดับรอยโรค | แนวทางมาตรฐาน | ยาหรือผลิตภัณฑ์เสริม | พฤติกรรม | การติดตาม |
|---|---|---|---|---|
| CIN 1 | เฝ้าติดตาม หายเองราว 60% | ไม่มียาที่กำจัด HPV | เลิกบุหรี่ มาตามนัด | ตรวจ HPV หรือ co-test ซ้ำราว 1 ปี |
| CIN 2 | รักษาด้วยการตัด หรือเฝ้าติดตามในบางราย เช่น อายุน้อยที่ยังอยากมีบุตร | ไม่มียาที่ทำให้รอยโรคหาย | เลิกบุหรี่ ไม่ขาดนัด | ถ้าเฝ้าติดตาม มักส่องกล้องและตรวจซ้ำทุก 6 เดือน |
| CIN 3 | มักแนะนำตัดออกด้วย LEEP หรือกรวยปากมดลูก | อาหารเสริมใช้แทนการรักษาไม่ได้ | เลิกบุหรี่ ดูแลแผลตามแพทย์สั่ง | ตรวจ HPV หลังรักษา แล้วติดตามระยะยาว |
| AIS (รอยโรคก่อนมะเร็งชนิดต่อม) | ตัดกรวยปากมดลูกเพื่อวินิจฉัย และพิจารณาการผ่าตัดเพิ่มตามแผนมีบุตร | ไม่มีทางเลือกด้วยยา | มาตามนัดอย่างเคร่งครัด | ติดตามใกล้ชิดกับสูตินรีแพทย์ |
| มะเร็งระยะลุกลาม (พบน้อย) | ส่งต่อแพทย์มะเร็งนรีเวช รักษาตามระยะด้วยการผ่าตัด หรือรังสีร่วมกับยาเคมีบำบัด | ยาเคมีบำบัดและยาตามระยะโรค ห้ามใช้อาหารเสริมแทน | โภชนาการ การนอน ระบบช่วยเหลือครอบครัว | ตามแผนของทีมรักษามะเร็ง |
ยังไม่มียา สมุนไพร หรืออาหารเสริมใดที่พิสูจน์ว่ากำจัดเชื้อ HPV หรือทำให้รอยโรคหายได้ การรักษามาตรฐานคือรักษารอยโรค ไม่ใช่รักษาเชื้อ
5. ช่วงก่อนวันนัด: ดูแลใจและเตรียมตัว
คำตอบตรง: สิ่งที่ช่วยได้จริงคือเตรียมคำถาม จัดเวลาและคนช่วยดูแลลูก และลดการค้นข้อมูลที่ทำให้กลัว ความเครียดช่วงไม่กี่วันไม่ได้ทำให้รอยโรคแย่ลง และไม่ใช่ความผิดของคุณ
- งดเพศสัมพันธ์ สวนล้าง และยาสอดช่องคลอดประมาณ 24–48 ชั่วโมงก่อนนัด หรือตามที่โรงพยาบาลแนะนำ
- จัดคนดูแลลูกเผื่อวันนัดนานกว่าที่คิด หรือต้องส่องกล้องและตัดชิ้นเนื้อในวันเดียวกัน
- พาคนที่ไว้ใจไปด้วยถ้าทำได้ ช่วยจดสิ่งที่แพทย์อธิบาย
- เตรียมผ้าอนามัยแบบแผ่น และใส่เสื้อผ้าที่สบาย
- เมื่อหน้าชา มือชา หรือใจสั่น ให้หายใจออกช้ากว่าหายใจเข้า เช่น เข้า 4 วินาที ออก 6 วินาที ราว 5 นาที
- จำกัดการค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต เลือกอ่านจากแหล่งที่เชื่อถือได้ แล้วเก็บคำถามไว้ถามแพทย์
- ถ้าสูบบุหรี่ เริ่มเลิกตั้งแต่วันนี้ เป็นปัจจัยที่แก้ไขได้ซึ่งมีหลักฐานชัดที่สุดต่อการค้างของเชื้อ HPV
คำถามที่ควรถามแพทย์ในวันนัด
- ผลเซลล์ของฉันเป็นชนิดไหน และผล HPV เป็นสายพันธุ์อะไร
- วันนี้จะส่องกล้องและตัดชิ้นเนื้อไหม ผลจะได้เมื่อไร
- ถ้าผลชิ้นเนื้อเป็น CIN 1, 2 หรือ 3 แผนต่อไปของฉันคืออะไร
- ถ้าต้องทำ LEEP ต้องหยุดงานหรือดูแลตัวเองกี่วัน
- ถ้ายังอยากมีบุตรในอนาคต ควรคำนึงถึงอะไร
- ครั้งต่อไปต้องตรวจติดตามเมื่อไร และด้วยวิธีใด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คำถามที่พบบ่อยเมื่อถูกโทรนัดเพราะผลคัดกรองมะเร็งปากมดลูกผิดปกติ
โรงพยาบาลโทรแจ้งว่าพบเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ แปลว่าเป็นมะเร็งแล้วหรือยัง?
ส่วนใหญ่ยังไม่ใช่ การตรวจ Pap และ HPV ออกแบบมาเพื่อหาการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระยะก่อนมะเร็ง ผลผิดปกติที่พบบ่อยที่สุดคือ ASC-US และ LSIL ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงระดับต่ำ และรอยโรคระดับต่ำจำนวนมากหายได้เอง แต่ผลคัดกรองยังไม่ใช่การวินิจฉัย ผลบางชนิดเช่น HSIL ASC-H หรือ AGC มีความเสี่ยงสูงกว่า แพทย์จึงต้องส่องกล้องปากมดลูกและตัดชิ้นเนื้อถ้าจำเป็นเพื่อยืนยัน
ทำไมพยาบาลไม่บอกผลตรวจทางโทรศัพท์ ต้องนัดไปพบแพทย์?
หลายโรงพยาบาลกำหนดให้แจ้งผลที่ต้องอธิบายและวางแผนต่อแบบพบแพทย์โดยตรง เพราะใบผลมีทั้งชนิดเซลล์และผล HPV ที่ต้องแปลร่วมกับประวัติ และต้องยืนยันตัวตนเพื่อรักษาความลับ การโทรนัดจึงเป็นขั้นตอนปกติของผลผิดปกติทุกระดับ ไม่ได้แปลว่าผลร้ายแรง สิ่งที่ถามพยาบาลได้คือต้องเตรียมตัวอย่างไร และจะส่องกล้องในวันนัดเลยหรือไม่
วันนัดพบแพทย์จะมีขั้นตอนอะไรบ้าง ส่องกล้อง Colposcopy เจ็บไหม?
แพทย์จะอธิบายผลและมักส่องกล้องขยายปากมดลูก โดยใส่เครื่องมือถ่างช่องคลอดเหมือนตรวจภายใน ป้ายน้ำส้มสายชูเจือจางให้เห็นบริเวณผิดปกติ ใช้เวลาราว 10 ถึง 20 นาที ถ้าพบจุดสงสัยจะตัดชิ้นเนื้อเล็กๆ ซึ่งมักรู้สึกเหมือนถูกหนีบหรือปวดบีบสั้นๆ หลังตัดอาจมีเลือดซึมหรือตกขาวสีเข้มได้ 2 ถึง 3 วัน ผลชิ้นเนื้อมักใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์
CIN 1 CIN 2 CIN 3 คืออะไร ต้องทำ LEEP ทุกคนไหม?
CIN คือระดับความผิดปกติของเซลล์จากผลชิ้นเนื้อ CIN 1 เป็นระดับต่ำ ประมาณ 60% หายได้เอง จึงมักเฝ้าติดตาม CIN 2 ราว 50% หายเองภายใน 24 เดือน แพทย์อาจเลือกรักษาหรือเฝ้าติดตามตามอายุและแผนมีบุตร ส่วน CIN 3 มักแนะนำให้รักษาด้วยการตัดออก เช่น LEEP เพราะถ้าไม่รักษามีความเสี่ยงลุกลามเป็นมะเร็งสูง
รอยโรคระยะก่อนมะเร็งรักษาให้หายได้ไหม?
ได้ผลดีมาก การศึกษาระยะยาวพบว่าผู้ที่เป็น CIN 3 และได้รับการรักษาเหมาะสมมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเพียง 0.7% ใน 30 ปี เทียบกับ 31.3% ในผู้ที่ไม่ได้รักษา แต่หลังตัดรอยโรคยังมีโอกาสเหลือค้างหรือกลับเป็นซ้ำราว 6.6% จึงต้องตรวจ HPV ติดตามตามนัด ซึ่งเป็นตัวบอกความสำเร็จของการรักษาที่แม่นที่สุด
LEEP คืออะไร พักฟื้นนานไหม และมีผลต่อการตั้งครรภ์ไหม?
LEEP คือการใช้ห่วงลวดไฟฟ้าตัดบริเวณปากมดลูกที่มีรอยโรคออก ทำแบบผู้ป่วยนอกภายใต้ยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาราว 10 ถึง 20 นาที หลังทำอาจมีตกขาวหรือเลือดซึมได้หลายสัปดาห์ และควรงดเพศสัมพันธ์ ผ้าอนามัยแบบสอด และการแช่น้ำตามที่แพทย์กำหนด มักราว 4 สัปดาห์ ผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์ควรบอกแพทย์ เพราะ LEEP เพิ่มความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดเล็กน้อย
ความเครียดทำให้เชื้อ HPV ไม่หายจริงไหม ควรดูแลตัวเองอย่างไร?
ยังไม่มีหลักฐานชัดว่าความเครียดช่วงไม่กี่วันก่อนนัดทำให้รอยโรคแย่ลง ความกังวลช่วงนี้เป็นเรื่องปกติและไม่ใช่ความผิดของคุณ ปัจจัยที่แก้ไขได้และมีหลักฐานชัดที่สุดคือการเลิกบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง ส่วนการนอนพอ กินอาหารครบหมู่ และออกกำลังกายดีต่อสุขภาพโดยรวม ยังไม่มียาหรืออาหารเสริมใดที่พิสูจน์ว่ากำจัด HPV ได้
ก่อนวันนัดควรเตรียมตัวอย่างไร?
งดมีเพศสัมพันธ์ สวนล้างช่องคลอด และยาสอดช่องคลอดประมาณ 24 ถึง 48 ชั่วโมงก่อนนัดหรือตามที่โรงพยาบาลแนะนำ ถ้ามีประจำเดือนมากในวันนัดให้โทรถามว่าควรเลื่อนหรือไม่ เขียนคำถามที่อยากถามแพทย์ไว้ล่วงหน้า ขอสำเนาผลตรวจ พาคนที่ไว้ใจไปด้วยถ้าทำได้ และจัดคนดูแลลูกไว้เผื่อต้องส่องกล้องหรือตัดชิ้นเนื้อในวันเดียวกัน
กลไกทางวิทยาศาสตร์ (สรุปสั้น)
สรุปโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์:
เชื้อ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูงติดที่เซลล์ชั้นล่างของเยื่อบุบริเวณรอยต่อของปากมดลูก (transformation zone) ซึ่งเป็นจุดที่เซลล์แบ่งตัวมาก
ในคนส่วนใหญ่ ระบบภูมิคุ้มกันกำจัดเชื้อได้ภายใน 1–2 ปี แต่ถ้าเชื้อค้างนาน โปรตีน E6 และ E7 ของไวรัสจะไปยับยั้งโปรตีน p53 และ pRb ที่ทำหน้าที่ควบคุมการแบ่งเซลล์
เซลล์จึงแบ่งตัวผิดปกติจนเห็นเป็น LSIL หรือ HSIL ในการตรวจเซลล์ และเป็น CIN ในชิ้นเนื้อ ขั้นตอนนี้มักใช้เวลาหลายปี
น้ำส้มสายชูเจือจางทำให้เซลล์ที่มีนิวเคลียสหนาแน่นดูขาวขึ้นใต้กล้อง แพทย์จึงเลือกตัดชิ้นเนื้อได้ตรงจุด
การตัด LEEP เอาบริเวณรอยต่อที่มีเซลล์ผิดปกติออก หลังจากนั้นเนื้อเยื่อใหม่จะงอกแทน และการตรวจ HPV ซ้ำบอกได้ว่าเชื้อและรอยโรคถูกกำจัดหรือไม่
แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ (E-E-A-T)
- Perkins RB, et al. 2019 ASCCP Risk-Based Management Consensus Guidelines for Abnormal Cervical Cancer Screening Tests and Cancer Precursors. J Low Genit Tract Dis 2020.
- Plummer M, et al. A 2-year prospective study of human papillomavirus persistence among women with ASC-US or LSIL. J Infect Dis 2007.
- Ostor AG. Natural history of cervical intraepithelial neoplasia: a critical review. Int J Gynecol Pathol 1993.
- Tainio K, et al. Clinical course of untreated cervical intraepithelial neoplasia grade 2 under active surveillance: systematic review and meta-analysis. BMJ 2018.
- McCredie MR, et al. Natural history of cervical neoplasia and risk of invasive cancer in women with cervical intraepithelial neoplasia 3: a retrospective cohort study. Lancet Oncol 2008.
- Arbyn M, et al. Incomplete excision of cervical precancer as a predictor of treatment failure: a systematic review and meta-analysis. Lancet Oncol 2017.
- Kyrgiou M, et al. Adverse obstetric outcomes after local treatment for cervical preinvasive and early invasive disease according to cone depth. BMJ 2016.
- O’Connor M, et al. Adverse psychological outcomes following colposcopy and related procedures: a systematic review. BJOG 2016.
- Schiffman M, et al. Human papillomavirus and cervical cancer. Lancet 2007.
เรียบเรียงและตรวจทานโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์ · ไม่ระบุชื่อการค้าของวัคซีน ชุดตรวจ หรือผลิตภัณฑ์ใด
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปจากงานวิจัยและแนวทางสากล ไม่ใช่การวินิจฉัย ไม่ใช่การแปลผลตรวจของบุคคลใด และไม่ใช่คำสั่งการรักษา ผลตรวจและแผนการดูแลของคุณต้องประเมินโดยแพทย์ผู้ดูแล ตัวเลขในบทความเป็นค่าเฉลี่ยจากการศึกษา ไม่ใช่การพยากรณ์รายบุคคล ถ้ามีเลือดออกมาก เป็นลม มีไข้ หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 หรือสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ทันที