หมวด: สูตินรีเวช · HPV · ส่องกล้องปากมดลูก · ตัดชิ้นเนื้อปากมดลูก
ตรวจเจอ HPV 16 เลือดออกผิดปกติ ส่องกล้องพบปากมดลูกขรุขระและแข็ง กำลังรอผลชิ้นเนื้อ: ลักษณะนี้บอกอะไรได้และบอกอะไรไม่ได้ ผลที่เป็นไปได้ และการเตรียมตัวก่อนวันฟังผล
AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)
HPV 16 ร่วมกับเซลล์ผิดปกติ เลือดออก และปากมดลูกขรุขระแข็ง คือเหตุผลที่แพทย์ตัดชิ้นเนื้อทันที ลักษณะที่เห็นบอกได้ว่าควรตัดตรงไหน แต่บอกไม่ได้ว่าเป็นอักเสบ รอยโรคก่อนมะเร็ง หรือมะเร็ง ผลชิ้นเนื้อจะกำหนดแผนรักษา ระหว่างรอให้งดเพศสัมพันธ์ ผ้าอนามัยแบบสอด และการสวนล้าง และรีบไปโรงพยาบาลถ้าเลือดออกมาก
ผล HPV และแปปสเมียร์ผิดปกติ (NCI) ·
HPV 16 กับเซลล์ผิดปกติ · ปากมดลูกขรุขระและแข็งบอกอะไร · ความแม่นยำของการส่องกล้องและชิ้นเนื้อ · ทำไมต้องรอผล · ผลที่เป็นไปได้และขั้นตอนต่อไป · การดูแลแผล · การรับมือความกังวล
·
อาการที่ต้องรีบพบแพทย์ ·
ผิวขรุขระแข็งคืออะไร ·
ชิ้นเนื้อแม่นยำแค่ไหน ·
ผลที่เป็นไปได้ ·
ระหว่างรอผล ·
คำถามที่พบบ่อย
คำถามจากสมาชิก: เลือดออก 3 วัน ตรวจเจอ HPV 16 เซลล์ผิดปกติ แพทย์ส่องกล้องบอกปากมดลูกขรุขระและแข็ง ตัดชิ้นเนื้อแล้ว รอผล เครียดมาก
สมาชิกท่านหนึ่งในกลุ่มสุขภาพเล่าว่ามีเลือดออกทางช่องคลอดราว 3 วัน จึงไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ผลพบ HPV 16 และเซลล์ผิดปกติ
แพทย์ส่องกล้องปากมดลูก บอกว่าผิวไม่เรียบ ขรุขระ และแข็ง จึงตัดชิ้นเนื้อ และบอกว่ายังไม่รู้ว่าอยู่ระยะไหน ต้องรอผลชิ้นเนื้อราว 3 วันก่อนวางแผนรักษา
คำถามนี้มี 4 เรื่องซ้อนกัน คือ HPV 16 กับเซลล์ผิดปกติแปลว่าอะไร ผิวขรุขระและแข็งบอกอะไรได้แค่ไหน ผลชิ้นเนื้อแม่นยำแค่ไหนและแต่ละผลนำไปสู่อะไร และ ระหว่างรอควรทำอะไร
บทความนี้ตอบทีละข้อจากงานวิจัย โดยไม่ปลอบเกินจริงและไม่ทำให้กลัวเกินจริง
อาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลก่อนวันฟังผล (Red Flags)
- เลือดออกมาก ชุ่มผ้าอนามัยแผ่นใหญ่ทุกชั่วโมงติดกัน 2 ชั่วโมง หรือมีลิ่มเลือดก้อนใหญ่
- หน้ามืด เป็นลม ใจสั่น เหนื่อยง่ายผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเสียเลือดมาก
- ไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส หนาวสั่น หลังตัดชิ้นเนื้อ
- ปวดท้องน้อยรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ดีขึ้นด้วยยาแก้ปวดพาราเซตามอล
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็นมากหรือเป็นหนอง ซึ่งต่างจากตกขาวสีน้ำตาลดำจากยาห้ามเลือด
- ปัสสาวะออกน้อยลงมาก ปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีปัสสาวะและอุจจาระออกทางช่องคลอด
- ขาบวมข้างเดียว ปวดหลังร้าวลงขา ร่วมกับเลือดออก
ถ้าเลยวันนัดฟังผลแล้วยังไม่มีใครติดต่อ ให้โทรถามโรงพยาบาลเอง และขอสำเนาผลชิ้นเนื้อทุกครั้ง การหลุดนัดฟังผลเป็นจุดที่ทำให้การรักษาช้าบ่อยที่สุด
1. HPV 16 ร่วมกับเซลล์ผิดปกติ หมายความว่าอะไร
เชื้อกับเซลล์คนละเรื่อง แต่ต้องดูคู่กัน
ผล HPV 16 บอกว่ามีเชื้อสายพันธุ์ที่เสี่ยงที่สุด ส่วนผลเซลล์ผิดปกติจากการขูดเซลล์บอกว่ามีเซลล์ที่ดูผิดไปจากปกติ ทั้งสองอย่างเป็นการคัดกรอง ไม่ใช่การวินิจฉัย
การวิเคราะห์ที่ใช้สร้างแนวทางของสมาคมส่องกล้องปากมดลูกแห่งสหรัฐฯ (Demarco 2020) พบว่าการตรวจพบ HPV 16 ทำให้ความเสี่ยงพบรอยโรค CIN3 ขึ้นไปในทันทีสูงพอที่ต้องส่องกล้องแม้ผลเซลล์ปกติ
และถ้าผลเซลล์เป็นระดับสูง (HSIL) แนวทาง ASCCP 2019 (Perkins 2020) ยอมรับการตัดปากมดลูกเพื่อรักษาได้เลยในบางกรณี
การศึกษามะเร็งปากมดลูก 10,575 รายจากทั่วโลก (de Sanjosé 2010) พบ HPV ร้อยละ 85 และพบ HPV 16 หรือ 18 ราวร้อยละ 71 ของรายที่ตรวจพบเชื้อ
ตัวเลขนี้อธิบายว่าทำไมแพทย์จริงจังกับ HPV 16 แต่ไม่ได้แปลว่าคนที่มี HPV 16 ส่วนใหญ่เป็นมะเร็ง เพราะผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่เคยเกิดรอยโรคระดับสูงเลย
คำในใบผลที่ควรรู้
ผลเซลล์วิทยาใช้คำว่า ASC-US, LSIL, ASC-H, HSIL หรือ AGC ส่วนผลชิ้นเนื้อใช้คำว่าปากมดลูกอักเสบ (cervicitis), CIN1, CIN2, CIN3, มะเร็งในชั้นเยื่อบุต่อม (AIS) หรือมะเร็งชนิด squamous cell carcinoma และ adenocarcinoma
ผลชิ้นเนื้อคือคำที่ใช้วางแผนรักษา ควรขอสำเนาผลทั้งสองชุดเก็บไว้
2. ปากมดลูกขรุขระและแข็ง: บอกอะไรได้ และบอกอะไรไม่ได้
สาเหตุที่เป็นไปได้
ลักษณะที่เห็นด้วยตาเปล่าบอกได้ว่าควรตัดชิ้นเนื้อ แต่บอกไม่ได้ว่าเป็นอะไร ผิวไม่เรียบหรือเลือดออกง่ายพบได้ทั้งในการอักเสบ ติ่งเนื้อ และรอยโรคก่อนมะเร็ง
ส่วนความแข็งเมื่อคลำและผิวที่เปราะเลือดออกง่าย เป็นลักษณะที่แพทย์ให้น้ำหนักมากขึ้นว่าอาจเป็นรอยโรคที่ลุกลาม จึงตัดชิ้นเนื้อทันทีแทนการนัดติดตาม
การที่แพทย์พูดถึงคำว่าระยะ แปลว่าแพทย์กำลังเตรียมแผนเผื่อกรณีที่ผลเป็นมะเร็ง ซึ่งเป็นการเตรียมที่ถูกต้อง แต่ยังไม่ใช่คำวินิจฉัย
| ภาวะ | ลักษณะที่อาจเห็น | เลือดออก | ยืนยันด้วย | แนวทาง |
|---|---|---|---|---|
| ปากมดลูกอักเสบหรือติดเชื้อ | แดง บวม มีจุดเลือด ตกขาวขุ่น | เลือดออกเมื่อสัมผัสได้ | ตรวจหาเชื้อ เช่น คลามัยเดีย หนองใน และชิ้นเนื้อ | ยาฆ่าเชื้อตามเชื้อที่พบ แล้วตรวจซ้ำ |
| ติ่งเนื้อปากมดลูก | ก้อนนุ่มมีก้านยื่นจากรูปากมดลูก | หลังเพศสัมพันธ์ได้ | ตัดออกส่งตรวจ | ตัดติ่งเนื้อ |
| เยื่อบุด้านในปลิ้นออกมา (ectropion) | แดงรอบรูปากมดลูก ผิวนุ่ม | เลือดออกง่ายเล็กน้อย | ส่องกล้องและผลเซลล์ | มักไม่ต้องรักษา |
| รอยโรคก่อนมะเร็งระดับสูง (CIN2–3, AIS) | ฝ้าขาวหนาหลังทาน้ำส้มสายชูเจือจาง ขอบชัด หลอดเลือดเป็นจุดหรือลายตาราง | อาจไม่มีอาการ | ชิ้นเนื้อหลายจุด | ตัดปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้าหรือแบบกรวย |
| มะเร็งระยะลุกลาม | ผิวขรุขระ แข็ง เปราะ หลอดเลือดผิดรูป อาจเป็นก้อนหรือแผล | เลือดออกหลังเพศสัมพันธ์หรือผิดรอบบ่อย | ชิ้นเนื้อ แล้วแบ่งระยะด้วยภาพรังสี | ผ่าตัดหรือฉายแสงร่วมยาเคมีบำบัดตามระยะ |
ภาวะเหล่านี้เกิดร่วมกันได้ เช่น มีการอักเสบอยู่บนรอยโรค ตารางนี้ใช้ทำความเข้าใจเท่านั้น ไม่ใช้แทนผลชิ้นเนื้อ
เลือดออกผิดปกติบอกความเสี่ยงได้แค่ไหน
การทบทวนอย่างเป็นระบบเรื่องเลือดออกหลังเพศสัมพันธ์ (Shapley 2006) ประเมินว่าโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงทั่วไปที่มีอาการนี้อยู่ระหว่าง 1 ใน 44,000 ที่อายุ 20 ถึง 24 ปี ถึง 1 ใน 2,400 ที่อายุ 45 ถึง 54 ปี
ในผู้ที่มีเลือดออกหลังเพศสัมพันธ์ 411 รายที่ได้ส่องกล้อง (Cohen 2019) ผลชิ้นเนื้อเป็นปากมดลูกอักเสบร้อยละ 33.8 CIN1 ร้อยละ 30.3 เนื้อเยื่อปกติร้อยละ 21.9 ติ่งเนื้อร้อยละ 12.4 CIN2–3 ร้อยละ 1 และมะเร็งร้อยละ 0.5
ตัวเลขเหล่านี้มาจากผู้หญิงทั่วไปที่มีเลือดออก ซึ่งไม่ใช่สถานการณ์เดียวกันกับผู้ที่มี HPV 16 เซลล์ผิดปกติ และแพทย์เห็นผิวขรุขระแข็งร่วมด้วย ความเสี่ยงในกลุ่มหลังสูงกว่าภาพรวม จึงไม่ควรใช้ตัวเลขนี้ปลอบตัวเองหรือสรุปเอง
การศึกษาผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป 1,006 รายที่เป็นมะเร็งปากมดลูก (Walker 2017) พบว่าเลือดออกระหว่างรอบเดือนเพิ่มโอกาสราว 4.7 เท่า และเลือดออกหลังหมดประจำเดือนเพิ่มราว 43 เท่า
3. ทำไมต้องตัดชิ้นเนื้อ และชิ้นเนื้อแม่นยำแค่ไหน
การส่องกล้องทำอะไร
แพทย์ใช้กล้องขยายส่องปากมดลูก ทาน้ำส้มสายชูเจือจาง (กรดอะซิติก) ซึ่งทำให้บริเวณที่มีเซลล์ผิดปกติกลายเป็นฝ้าขาว และอาจทาสารละลายไอโอดีน แล้วตัดชิ้นเนื้อเล็กๆ จากจุดที่ดูผิดปกติที่สุด
แนวทางส่องกล้องของ ASCCP (Khan 2017; Wentzensen 2017) แนะนำให้ตัดชิ้นเนื้อจากจุดผิดปกติ 2 ถึง 4 จุด และบางรายต้องขูดเซลล์ในช่องปากมดลูกเพิ่ม
ตาเปล่าผ่านกล้องยังไม่พอ
การศึกษาความแม่นยำของการส่องกล้อง (Dorji 2022) พบว่าการประเมินด้วยกล้องมีความไวต่อรอยโรค CIN2 ขึ้นไปร้อยละ 66.7 ความจำเพาะร้อยละ 73.7 และความแม่นยำโดยรวมร้อยละ 72.2
ในผู้หญิงที่มี HPV เสี่ยงสูง 372 รายที่ส่องกล้อง (Dai 2024) สิ่งที่แพทย์เห็นตรงกับผลชิ้นเนื้อร้อยละ 61.0 และผลชิ้นเนื้อเป็นปากมดลูกอักเสบ 195 ราย CIN1 131 ราย CIN2–3 37 ราย และมะเร็ง 9 ราย
นี่คือเหตุผลที่ทั้งการปลอบว่าน่าจะแค่อักเสบ และการสรุปว่าเป็นมะเร็งแล้ว ต่างก็เร็วเกินไป
ชิ้นเนื้อชิ้นเดียวพลาดได้
การศึกษาผู้หญิง 690 คนที่ตัดชิ้นเนื้อหลายจุด (Wentzensen 2015) พบว่าชิ้นเนื้อชิ้นเดียวพบรอยโรคระดับสูงได้ราวร้อยละ 61 (60.6%) สองชิ้นร้อยละ 85.6 และสามชิ้นร้อยละ 95.6
ประโยชน์ของการตัดหลายชิ้นสูงที่สุดในผู้ที่มี HPV 16 และผู้ที่แพทย์เห็นรอยโรคระดับสูง ส่วนชิ้นเนื้อจากบริเวณที่ดูปกติพบรอยโรคเพียงร้อยละ 2
การศึกษาผู้หญิง 610 คน (van der Marel 2014) ยืนยันว่าชิ้นที่สองเพิ่มการพบ CIN2 ขึ้นไปจากร้อยละ 51.7 เป็น 60.4
ข้อมูลจากประเทศไทย (Srisomboon 1996) ในผู้ป่วย 309 รายที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค เชียงใหม่ พบว่าความประทับใจจากกล้องตรงกับชิ้นเนื้อร้อยละ 91.7
แต่มีมะเร็งระยะลุกลาม 4 รายที่การส่องกล้องและชิ้นเนื้อพลาดไป และมาพบเมื่อตัดปากมดลูกแบบกรวย ผลชิ้นเนื้อที่เบากว่าสิ่งที่เห็นจึงต้องคุยต่อกับแพทย์ ไม่ใช่จบเรื่อง
ทำไมต้องรอผลหลายวัน
ชิ้นเนื้อต้องแช่น้ำยาคงสภาพ ผ่านขั้นตอนดึงน้ำและฝังในพาราฟิน ตัดเป็นแผ่นบางระดับไมครอน ย้อมสี แล้วให้พยาธิแพทย์อ่านใต้กล้องจุลทรรศน์ บางรายต้องย้อมพิเศษหรือให้พยาธิแพทย์อีกคนอ่านซ้ำ
ระยะเวลาขึ้นกับโรงพยาบาล ตั้งแต่ไม่กี่วันถึงราว 2 สัปดาห์ ระยะเวลารอผลไม่ได้บอกว่าผลดีหรือร้าย ถ้าเลยนัดแล้วยังไม่ได้ผล ให้โทรถาม
สัญญาณที่ห้ามรอแบบประเมิน
ถ้ามีสัญญาณในส่วนนี้ ให้ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ก่อนทำแบบประเมินใด ๆ
วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา
ตรวจสอบสัญญาณที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล
แบบประเมินช่วยจัดระดับความเร่งด่วนเท่านั้น ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยโรค
4. ผลชิ้นเนื้อที่เป็นไปได้ และขั้นตอนต่อไปของแต่ละผล
การรู้ล่วงหน้าว่าแต่ละผลนำไปสู่อะไร ช่วยให้วันฟังผลไม่ช็อกและถามได้ตรงจุด ตารางนี้สรุปจากแนวทาง ASCCP 2019 (Perkins 2020) และแนวทางยุโรปปี 2023 (Cibula 2023)
| ผลชิ้นเนื้อ | ความหมาย | ขั้นตอนต่อไปที่พบบ่อย | คำถามที่ควรถาม |
|---|---|---|---|
| ปากมดลูกอักเสบ หรือ CIN1 | ยังไม่พบรอยโรคระดับสูงในชิ้นที่ตัด | ถ้าเซลล์เป็นระดับสูงหรือสิ่งที่เห็นดูรุนแรงกว่าผล มักแนะนำตัดปากมดลูกเพื่อวินิจฉัย ถ้าทุกอย่างสอดคล้องกัน ติดตามใน 1 ปี | ผลนี้ตรงกับสิ่งที่เห็นในกล้องไหม ต้องตัดเพิ่มไหม |
| CIN2 หรือ CIN3 | รอยโรคก่อนมะเร็งระดับสูง ยังไม่ทะลุชั้นเยื่อฐาน | ตัดปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้า (LEEP) หรือแบบกรวย ได้ผลดีมาก แล้วตรวจ HPV ติดตาม | ใช้วิธีไหน มีผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร |
| มะเร็งในชั้นเยื่อบุต่อม (AIS) | รอยโรคก่อนมะเร็งของเซลล์ต่อม มักอยู่ลึกในช่องปากมดลูก | ตัดปากมดลูกแบบกรวยให้ได้ขอบปลอดรอยโรค | ขอบชิ้นเนื้อปลอดรอยโรคไหม |
| มะเร็งลุกลามระยะเริ่ม (IA) | ลุกลามลึกไม่เกิน 5 มิลลิเมตร วัดได้จากชิ้นเนื้อแบบกรวยเท่านั้น | ตัดแบบกรวยหรือตัดมดลูก ขึ้นกับความลึกและความต้องการมีบุตร | ยังเก็บมดลูกได้ไหม |
| มะเร็งลุกลาม (IB ขึ้นไป) | มะเร็งที่ทะลุชั้นเยื่อฐานและมีขนาดหรือการลามมากขึ้น | แบ่งระยะด้วย MRI อุ้งเชิงกราน และ CT หรือ PET/CT แล้วผ่าตัดหรือฉายแสงร่วมยาเคมีบำบัดและใส่แร่ตามระยะ | ระยะเท่าไร เป้าหมายการรักษาคืออะไร ส่งต่อแพทย์มะเร็งนรีเวชไหม |
แผนจริงขึ้นกับอายุ การตั้งครรภ์ ความต้องการมีบุตร ผลเซลล์เดิม และดุลยพินิจของสูตินรีแพทย์หรือแพทย์มะเร็งนรีเวช
ถ้าผลเป็นมะเร็ง ระยะคำนวณอย่างไร
ระบบ FIGO 2018 ที่ปรับปรุงในปี 2021 (Bhatla 2021) ใช้ทั้งการตรวจภายใน ผลชิ้นเนื้อ และภาพถ่ายทางรังสี ระยะที่ 1 คือจำกัดอยู่ที่ปากมดลูก ระยะที่ 2 ลามออกนอกมดลูกแต่ยังไม่ถึงผนังอุ้งเชิงกรานหรือช่องคลอดส่วนล่าง
ระยะที่ 3 ลามถึงช่องคลอดส่วนล่าง ผนังอุ้งเชิงกราน ทำให้ไตบวมน้ำ หรือลามต่อมน้ำเหลือง และระยะที่ 4 ลามเข้ากระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ตรง หรืออวัยวะไกล
แพทย์ยังบอกระยะไม่ได้จนกว่าจะได้ผลชิ้นเนื้อและภาพถ่ายทางรังสีครบ ดังนั้นคำว่ายังไม่รู้ระยะในวันตัดชิ้นเนื้อจึงเป็นเรื่องปกติ
การตรวจที่อาจตามมา
- ตรวจภายในอย่างละเอียด บางรายตรวจภายใต้ยาระงับความรู้สึก
- MRI อุ้งเชิงกราน ดูขนาดก้อนและการลามรอบปากมดลูก
- CT หรือ PET/CT ดูต่อมน้ำเหลืองและอวัยวะไกล
- เลือดดูความเข้มข้นเลือด การทำงานของไต และตับ เพราะเลือดออกเรื้อรังทำให้ซีดได้
5. 4 แนวทางระหว่างรอผลชิ้นเนื้อ
1. ดูแลแผลหลังตัดชิ้นเนื้อ
- เลือดออกกะปริดกะปรอยและปวดหน่วงท้องน้อย 1 ถึง 2 วันพบได้ ใช้ยาแก้ปวดพาราเซตามอลได้
- ตกขาวสีน้ำตาลเข้มหรือดำคล้ายกากกาแฟ 2 ถึง 3 วัน มักมาจากยาห้ามเลือดชนิด ferric subsulfate ที่ทาบนแผล ไม่ใช่สัญญาณอันตราย
- งดเพศสัมพันธ์ ผ้าอนามัยแบบสอด และการสวนล้างช่องคลอดตามระยะที่แพทย์สั่ง ซึ่งมักราว 1 สัปดาห์ ใช้ผ้าอนามัยแบบแผ่นแทน
- อาบน้ำฝักบัวได้ตามปกติ ทำงานและกิจวัตรได้ ไม่มีหลักฐานว่าต้องงดยกของหรือนอนพักนาน ถ้าแพทย์สั่งเป็นอย่างอื่นให้ทำตามแพทย์
2. แยกอาการปกติหลังตัดชิ้นเนื้อออกจากอาการที่ต้องรีบไป
เลือดซึมเล็กน้อยที่ค่อยๆ ลดลงเป็นเรื่องปกติ แต่เลือดออกที่มากขึ้น มีลิ่มเลือดก้อนใหญ่ ไข้ หรือปวดมากขึ้น ต้องไปโรงพยาบาลทันที ดูรายการครบในหัวข้ออาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล
ถ้าเลือดออกจากก้อนโดยตรงก่อนตัดชิ้นเนื้ออยู่แล้ว แพทย์ห้ามเลือดได้ด้วยการกดผ้าก๊อซในช่องคลอดหรือยาห้ามเลือด จึงไม่ควรทนอยู่ที่บ้าน
3. เตรียมคำถามสำหรับวันฟังผล
ควรพาคนในครอบครัวหรือเพื่อนไปด้วยในวันฟังผล เพื่อช่วยจดและช่วยตัดสินใจ
4. ดูแลใจระหว่างรอ
การทบทวนอย่างเป็นระบบ 23 บทความจาก 16 การศึกษา (O’Connor 2016) พบว่าการส่องกล้องและการตรวจต่อเนื่องทำให้เกิดความวิตกกังวลได้จริง โดยเฉพาะช่วงรอผล ความเครียดนี้จึงไม่ใช่ความอ่อนแอ
สิ่งที่ช่วยได้คือ จำกัดเวลาค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต อ่านจากแหล่งที่อ้างอิงงานวิจัย เขียนคำถามลงกระดาษแทนการวนคิด นอนและกินให้เป็นเวลา และบอกคนใกล้ตัวว่าต้องการให้ช่วยอะไร
ถ้านอนไม่หลับติดต่อหลายคืน หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือพบแพทย์ทันที
ตารางเปรียบเทียบการตรวจและการรักษาหลังพบ HPV 16 และปากมดลูกผิดปกติ
| แนวทาง | ใช้เมื่อ | หลักฐาน | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|
| ส่องกล้องและตัดชิ้นเนื้อ 2 ถึง 4 จุด | HPV 16 เซลล์ผิดปกติ หรือเห็นรอยโรค | ความไว 60.6% เป็น 95.6% เมื่อเพิ่มจาก 1 เป็น 3 ชิ้น (Wentzensen 2015) | ทำที่ห้องตรวจ ไม่ต้องดมยา |
| ขูดเซลล์ในช่องปากมดลูก | มองไม่เห็นรอยต่อเยื่อบุครบ หรือสงสัยเซลล์ต่อม | แนวทางส่องกล้อง ASCCP (Wentzensen 2017) | ปวดเกร็งเล็กน้อยได้ |
| ตัดปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้า (LEEP) | CIN2–3 หรือผลไม่สอดคล้องกัน | มาตรฐานตาม ASCCP 2019 (Perkins 2020) | ได้ทั้งการรักษาและชิ้นเนื้อที่ใหญ่กว่า |
| ตัดปากมดลูกแบบกรวย | AIS สงสัยมะเร็งระยะเริ่ม หรือรอยโรคอยู่ลึก | พบมะเร็งที่ชิ้นเนื้อพลาดได้ (Srisomboon 1996) | ใช้วัดความลึกของมะเร็งระยะ IA |
| MRI และ CT หรือ PET/CT | ผลชิ้นเนื้อเป็นมะเร็ง | ส่วนหนึ่งของการแบ่งระยะ FIGO 2018 (Bhatla 2021) | ระยะกำหนดวิธีรักษา |
| ผ่าตัดมดลูกแบบถอนรากและต่อมน้ำเหลือง | มะเร็งระยะต้นที่จำกัดอยู่ที่ปากมดลูก | แนวทาง ESGO/ESTRO/ESP 2023 (Cibula 2023) | บางรายเก็บมดลูกได้ถ้าก้อนเล็กมาก |
| ฉายแสงร่วมยาเคมีบำบัด cisplatin และใส่แร่ | ก้อนใหญ่หรือลามออกนอกปากมดลูก | มาตรฐานตามแนวทาง ESGO/ESTRO/ESP 2023 | ไม่ผ่าตัดก่อนในกลุ่มนี้ |
| สมุนไพร อาหารเสริม สวนล้าง | มักถูกแนะนำระหว่างรอผล | ไม่มีหลักฐานว่าเปลี่ยนผลชิ้นเนื้อหรือรักษารอยโรค | การสวนล้างระคายแผล ควรงด |
ใช้ชื่อสามัญหรือชื่อกลุ่มยาเท่านั้น ไม่ระบุชื่อการค้า การเลือกแนวทางควรตัดสินใจร่วมกับสูตินรีแพทย์หรือแพทย์มะเร็งนรีเวช
ความเชื่อที่พบบ่อย เทียบกับหลักฐาน
“ตัดชิ้นเนื้อแล้วผลแม่นยำทุกครั้ง”
ชิ้นเนื้อเป็นมาตรฐานการวินิจฉัย แต่ชิ้นเดียวพบรอยโรคระดับสูงราวร้อยละ 61 ผลที่เบากว่าสิ่งที่เห็นอาจต้องตัดปากมดลูกเพิ่ม
“ส่วนใหญ่ผลออกมาเป็นแค่อักเสบ ไม่ต้องกังวล”
ในผู้หญิงทั่วไปที่มีเลือดออก ผลส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง แต่เมื่อมี HPV 16 เซลล์ผิดปกติ และผิวขรุขระแข็ง ความเสี่ยงสูงกว่าภาพรวม จึงควรเตรียมใจรับทุกผลและไปตามนัด
“แพทย์พูดถึงระยะ แปลว่าเป็นมะเร็งแล้ว”
การเตรียมแผนเผื่อกรณีที่เป็นมะเร็งเป็นการทำงานที่รอบคอบ คำวินิจฉัยมาจากผลชิ้นเนื้อ และระยะมาจากการตรวจเพิ่มเติม
“รอผลนาน แปลว่าผลไม่ดี”
ระยะเวลาขึ้นกับขั้นตอนของห้องปฏิบัติการและการย้อมพิเศษ ไม่ได้สะท้อนว่าผลดีหรือร้าย
“หลังตัดชิ้นเนื้อต้องนอนพักและงดยกของ 2 สัปดาห์”
ชิ้นเนื้อจากการส่องกล้องมีขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ทำงานได้ตามปกติ สิ่งที่ควรงดคือเพศสัมพันธ์ ผ้าอนามัยแบบสอด และการสวนล้างตามระยะที่แพทย์สั่ง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ตรวจพบ HPV 16 และมีเซลล์ผิดปกติ แปลว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกแล้วใช่ไหม?
ยังไม่ใช่คำวินิจฉัย HPV 16 คือเชื้อ ส่วนเซลล์ผิดปกติจากการขูดเซลล์เป็นการคัดกรอง ผลทั้งสองบอกว่าความเสี่ยงสูงพอที่ต้องส่องกล้องและตัดชิ้นเนื้อ แต่คำว่าอักเสบ รอยโรคก่อนมะเร็ง หรือมะเร็ง ต้องมาจากผลชิ้นเนื้อเท่านั้น อย่างไรก็ตาม HPV 16 หรือ 18 พบในราวร้อยละ 71 ของมะเร็งปากมดลูกที่ตรวจพบเชื้อทั่วโลก จึงต้องไปตามนัดทุกครั้ง
ปากมดลูกขรุขระและแข็ง เกิดจากอะไรได้บ้าง?
เกิดได้จากปากมดลูกอักเสบเรื้อรังหรือติดเชื้อ ติ่งเนื้อ เยื่อบุด้านในปลิ้นออกมา รอยโรคก่อนมะเร็งระดับสูง หรือมะเร็งระยะลุกลาม ความแข็งและเลือดออกง่ายเป็นลักษณะที่แพทย์ให้ความสำคัญ จึงตัดชิ้นเนื้อทันที ลักษณะที่เห็นด้วยตาเปล่าบอกได้ว่าควรตัดชิ้นเนื้อตรงไหน แต่บอกไม่ได้ว่าเป็นอะไร
ทำไมต้องตัดชิ้นเนื้อ ส่องกล้องดูอย่างเดียวไม่พอหรือ?
ไม่พอ การศึกษาในผู้หญิงที่ถูกส่งส่องกล้องพบว่าการประเมินด้วยกล้องมีความไวต่อรอยโรคระดับสูงราวร้อยละ 66.7 และความแม่นยำโดยรวมราวร้อยละ 72.2 การแยกรอยโรคก่อนมะเร็งออกจากมะเร็งที่ลุกลามต้องดูใต้กล้องจุลทรรศน์ว่าเซลล์ผิดปกติทะลุผ่านชั้นเยื่อฐานหรือไม่ ซึ่งทำได้จากชิ้นเนื้อเท่านั้น
ผลชิ้นเนื้อแม่นยำแค่ไหน ถ้าผลออกมาไม่ร้ายแรงแปลว่าจบแล้วไหม?
ชิ้นเนื้อเป็นมาตรฐานการวินิจฉัย แต่ไม่ได้แม่นยำสมบูรณ์ ในการศึกษาผู้หญิง 690 คน ชิ้นเนื้อชิ้นเดียวพบรอยโรคระดับสูงได้ราวร้อยละ 61 สองชิ้นราวร้อยละ 86 และสามชิ้นราวร้อยละ 96 แนวทางจึงแนะนำให้ตัด 2 ถึง 4 จุด ถ้าผลชิ้นเนื้อเบากว่าสิ่งที่เห็นหรือผลเซลล์ แพทย์มักแนะนำการตัดปากมดลูกเพื่อวินิจฉัยเพิ่ม ไม่ได้จบที่ผลชิ้นเนื้อชิ้นแรกเสมอ
ทำไมต้องรอผลหลายวัน และรอนานแปลว่าผลไม่ดีหรือเปล่า?
ชิ้นเนื้อต้องแช่น้ำยาคงสภาพ ผ่านขั้นตอนเตรียมเนื้อเยื่อ ฝังในพาราฟิน ตัดเป็นแผ่นบาง ย้อมสี แล้วให้พยาธิแพทย์อ่าน บางรายต้องย้อมพิเศษหรือให้พยาธิแพทย์อีกคนอ่านซ้ำ ระยะเวลาขึ้นกับโรงพยาบาล ตั้งแต่ไม่กี่วันถึงราว 2 สัปดาห์ ระยะเวลารอผลไม่ได้บอกว่าผลดีหรือร้าย
หลังตัดชิ้นเนื้อ ควรดูแลตัวเองอย่างไร มีตกขาวสีน้ำตาลดำปกติไหม?
เลือดออกกะปริดกะปรอยและปวดหน่วงเล็กน้อย 1 ถึง 2 วันพบได้ ตกขาวสีน้ำตาลเข้มหรือดำคล้ายกากกาแฟ 2 ถึง 3 วันมักมาจากยาห้ามเลือดที่ทาบนแผล ควรงดเพศสัมพันธ์ ผ้าอนามัยแบบสอด และการสวนล้างช่องคลอดตามระยะที่แพทย์สั่ง ซึ่งมักราว 1 สัปดาห์ ทำงานและกิจวัตรปกติได้ ไม่มีหลักฐานว่าต้องงดยกของหรือนอนพัก
ถ้าผลชิ้นเนื้อเป็นมะเร็ง ขั้นตอนต่อไปคืออะไร?
แพทย์จะแบ่งระยะตามระบบ FIGO 2018 ด้วยการตรวจภายใน ผลชิ้นเนื้อ และภาพถ่ายทางรังสี เช่น MRI อุ้งเชิงกราน และ CT หรือ PET/CT ระยะที่ยังจำกัดอยู่ที่ปากมดลูกมักรักษาด้วยการผ่าตัด ส่วนระยะที่ก้อนใหญ่หรือลามออกนอกปากมดลูกมักรักษาด้วยการฉายแสงร่วมยาเคมีบำบัดและใส่แร่ ควรขอส่งต่อแพทย์มะเร็งนรีเวชและถามว่าระยะเท่าไร เป้าหมายการรักษาคืออะไร
อาการแบบไหนระหว่างรอผลที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลก่อนนัด?
เลือดออกมากจนชุ่มผ้าอนามัยแผ่นใหญ่ทุกชั่วโมงติดกัน 2 ชั่วโมง มีลิ่มเลือดก้อนใหญ่ หน้ามืด ใจสั่น ไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส ปวดท้องน้อยรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตกขาวมีกลิ่นเหม็นมาก ปัสสาวะออกน้อยลง หรือขาบวมข้างเดียว อาการเหล่านี้ไม่ควรรอวันฟังผล
กลไกทางวิทยาศาสตร์: ทำไมปากมดลูกจึงขรุขระ แข็ง และเลือดออกง่าย และทำไมต้องดูใต้กล้องจุลทรรศน์
สรุปโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์:
HPV 16 เข้าสู่เซลล์ชั้นฐานบริเวณรอยต่อของเยื่อบุปากมดลูก (transformation zone) เมื่อเชื้อคงอยู่นาน โปรตีน E6 ทำลายโปรตีน p53 และโปรตีน E7 ยับยั้งโปรตีน pRb เซลล์จึงแบ่งตัวไม่หยุดและสะสมความผิดปกติทางพันธุกรรม กลายเป็นรอยโรค CIN
เซลล์ผิดปกติมีนิวเคลียสใหญ่และโปรตีนในนิวเคลียสมาก เมื่อทาน้ำส้มสายชูเจือจาง โปรตีนจับตัวจนบริเวณนั้นเป็นฝ้าขาว ซึ่งเป็นหลักที่แพทย์ใช้เลือกจุดตัดชิ้นเนื้อ
เมื่อเซลล์ผิดปกติทะลุผ่านชั้นเยื่อฐานลงไปในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ร่างกายจะสร้างพังผืดรอบก้อน (desmoplastic reaction) ทำให้คลำแล้วแข็ง และก้อนจะกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่ที่ผนังบางและเรียงตัวผิดรูป จึงเลือดออกง่ายเมื่อสัมผัสหรือมีเพศสัมพันธ์
แต่การอักเสบรุนแรงก็ทำให้เนื้อเยื่อบวม แดง และเปราะได้ ความต่างที่ชี้ขาดคือเซลล์ผิดปกติทะลุชั้นเยื่อฐานหรือไม่ ซึ่งมองจากผิวไม่ได้ ต้องดูใต้กล้องจุลทรรศน์ และชิ้นเนื้อเล็กอาจไม่ได้ส่วนที่ลึกที่สุด จึงบางครั้งต้องตัดแบบกรวยเพื่อวัดความลึก
E-E-A-T และแหล่งอ้างอิงทางวิชาการ
เรียบเรียงและทบทวนโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์ (Asst. Prof. Dr. Norawit Raatpiboon)
จากงานวิจัยและแนวทางเวชปฏิบัติที่ตีพิมพ์ในฐานข้อมูล PubMed
- Demarco M, et al. A study of partial human papillomavirus genotyping in support of the 2019 ASCCP risk-based management consensus guidelines. J Low Genit Tract Dis. 2020. PubMed 32243309
- Perkins RB, et al. 2019 ASCCP risk-based management consensus guidelines for abnormal cervical cancer screening tests and cancer precursors. J Low Genit Tract Dis. 2020. PubMed 32243307
- de Sanjosé S, et al. Human papillomavirus genotype attribution in invasive cervical cancer: a retrospective cross-sectional worldwide study. Lancet Oncol. 2010. PubMed 20952254
- Wentzensen N, et al. Multiple biopsies and detection of cervical cancer precursors at colposcopy. J Clin Oncol. 2015. PubMed 25422481
- van der Marel J, et al. The increased detection of cervical intraepithelial neoplasia when using a second biopsy at colposcopy. Gynecol Oncol. 2014. PubMed 25204846
- Wentzensen N, et al. ASCCP Colposcopy Standards: risk-based colposcopy practice. J Low Genit Tract Dis. 2017. PubMed 28953111
- Khan MJ, et al. ASCCP Colposcopy Standards: role of colposcopy, benefits, potential harms, and terminology for colposcopic practice. J Low Genit Tract Dis. 2017. PubMed 28953110
- Dorji N, et al. Evaluation of the diagnostic performance of colposcopy in the diagnosis of histologic cervical intraepithelial neoplasia 2+ (CIN2+). BMC Cancer. 2022. PubMed 36038826
- Srisomboon J, et al. Evaluation of colposcopic accuracy in diagnosis of cervical neoplasia. J Med Assoc Thai. 1996. PubMed 8855620
- Shapley M, et al. A systematic review of postcoital bleeding and risk of cervical cancer. Br J Gen Pract. 2006. PubMed 16762128
- Cohen O, et al. Postcoital bleeding is a predictor for cervical dysplasia. PLoS One. 2019. PubMed 31120980
- Walker S, Hamilton W. Risk of cervical cancer in symptomatic women aged 40 and over in primary care: a case-control study using electronic records. Eur J Cancer Care. 2017. PubMed 28474381
- Dai W, et al. Immediate risk of cervical intraepithelial neoplasia and diagnostic value of colposcopy among cytology-negative women with oncogenic HPV. BMC Womens Health. 2024. PubMed 39049047
- O’Connor M, et al. Adverse psychological outcomes following colposcopy and related procedures: a systematic review. BJOG. 2016. PubMed 26099164
- Bhatla N, et al. Cancer of the cervix uteri: 2021 update. Int J Gynaecol Obstet. 2021. PubMed 34669203
- Cibula D, et al. ESGO/ESTRO/ESP guidelines for the management of patients with cervical cancer, update 2023. 2023. PubMed 37127326
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่การวินิจฉัย ใบสั่งยา หรือคำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล
ความหมายของผลชิ้นเนื้อและแผนรักษาขึ้นกับอายุ การตั้งครรภ์ ความต้องการมีบุตร ผลตรวจเดิม และการประเมินของแพทย์ผู้รักษา การดูแลแผลหลังตัดชิ้นเนื้อให้ทำตามคำแนะนำของโรงพยาบาลที่ทำหัตถการ
หากมีอาการในหัวข้ออาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล ให้ไปพบแพทย์โดยเร็ว