หมวดหมู่: โรคไต · โภชนาการโรคไต · ฟอสฟอรัส

เป็นโรคไต เผลอกินถั่วทอดไป 2–3 แผ่น ควรอดอาหารชดเชยไหม: ฟอสฟอรัสในถั่วจริงๆ มีแค่ไหน ทำไมการอดข้าวทั้งวันเสี่ยงกว่า และของว่างฟอสฟอรัสต่ำที่กินแทนได้

AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)

ถั่วทอด 2–3 แผ่นให้ฟอสฟอรัสราว 80 มิลลิกรัม ไม่ได้ทำให้ไตพังในมื้อเดียว แต่เกลือและโพแทสเซียมต้องนับรวม การอดข้าวทั้งวันไม่ลบฟอสฟอรัสที่ดูดซึมไปแล้ว กลับทำให้ร่างกายสลายกล้ามเนื้อ ของเสียและโพแทสเซียมอาจสูงขึ้น ทางที่ดีกว่าคือกินมื้อถัดไปตามปกติแบบฟอสฟอรัสต่ำ และกินยาจับฟอสเฟตพร้อมมื้อตามแพทย์สั่ง

บทความนี้ครอบคลุม:
แหล่งฟอสฟอรัสในอาหาร,
แนวทาง KDIGO เรื่องแร่ธาตุและกระดูกในโรคไต,
แนวทางโภชนาการ KDOQI
และข้อมูลพื้นฐานเรื่องการกินสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจาก NIDDK
สัญญาณอันตราย ·
ฟอสฟอรัสในถั่ว ·
ฟอสฟอรัสสูงส่งผลอย่างไร ·
ทำไมไม่ควรอดอาหารชดเชย ·
มื้อถัดไปและของว่างฟอสฟอรัสต่ำ ·
ตารางเปรียบเทียบ ·
คำถามที่พบบ่อย

จากกลุ่มผู้ป่วยโรคไต: เผลอกินถั่วทอด แล้วคิดจะอดข้าวทั้งวันเพื่อชดเชย

สมาชิกท่านหนึ่งที่ดูแลโรคไตอยู่เล่าว่า ช่วงบ่ายเผลอกินถั่วทอดไปไม่กี่แผ่น รู้สึกผิด และตั้งใจว่าจะงดอาหารที่เหลือของวัน
ดื่มแต่น้ำเปล่าเพื่อชดเชย หลายคนในกลุ่มถามต่อว่า ถั่วอันตรายต่อไตแค่ไหน การอดอาหารช่วยได้จริงไหม และถ้าอยากกินของว่าง ควรเลือกอะไร

คำตอบสั้นๆ: ของว่างมื้อเดียวไม่ใช่เหตุให้ต้องอดอาหาร สิ่งที่ส่งผลต่อไตคือรูปแบบการกินซ้ำๆ เป็นสัปดาห์ถึงเดือน
และการอดอาหารเพื่อชดเชยมีความเสี่ยงของมันเอง ถ้ากำลังกังวลเรื่องน้ำหนักลดหรือกินน้อยต่อเนื่อง อ่านต่อได้ที่
โรคไตระยะ 4 น้ำหนักลดไม่หยุด และภาวะขาดโปรตีนและพลังงาน

1. ถั่วทอด 2–3 แผ่น มีฟอสฟอรัสจริงๆ แค่ไหน

คำตอบตรง: ถั่วมีฟอสฟอรัสค่อนข้างสูงต่อน้ำหนัก แต่ปริมาณที่กินในของว่างไม่กี่แผ่นยังไม่มาก
สิ่งที่ควรนับรวมคือเกลือ โพแทสเซียม และน้ำมันจากการทอด ส่วนปัญหาที่ใหญ่กว่าคือการกินบ่อยและอาหารแปรรูปที่ใส่สารเติมแต่งฟอสเฟต
(Kalantar-Zadeh 2010,
USDA FoodData Central)

397 มก.ฟอสฟอรัสในถั่วลิสงทอด 100 กรัม
726 มก.โพแทสเซียมในถั่วลิสงทอด 100 กรัม
~79 มก.ฟอสฟอรัส ถ้าเนื้อถั่วรวมราว 20 กรัม
800 มก.เพดานต่อวันที่มักใช้ในไตระยะท้าย

ตัวเลขจาก USDA เทียบกับปริมาณที่กินจริง

ฐานข้อมูล USDA FoodData Central (FDC ID 174261) ระบุว่าถั่วลิสงทอดน้ำมันใส่เกลือ 100 กรัม มีฟอสฟอรัส 397 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 726 มิลลิกรัม
โซเดียม 320 มิลลิกรัม และโปรตีน 28 กรัม ถั่วทอดแบบแผ่นมีแป้งและเครื่องปรุงผสม ถ้า 2–3 แผ่นมีเนื้อถั่วรวมราว 20 กรัม
จะได้ฟอสฟอรัสราว 79 มิลลิกรัมและโพแทสเซียมราว 145 มิลลิกรัม ตัวเลขนี้เป็นการประมาณ เพราะขนาดแผ่นและสูตรต่างกันมาก

เพดานต่อวันที่มักใช้ (ไตระยะท้าย)

800 มก.
ถั่วลิสงทอด 100 กรัม

397 มก.
ถั่วทอด 2–3 แผ่น (ถั่วราว 20 กรัม)

~79 มก.

ความยาวแถบปรับสเกลเพื่อเปรียบเทียบ ตัวเลขจริงอยู่ในแถบ (USDA FDC; Moe 2011) เพดานของแต่ละคนขึ้นกับระยะโรคและผลเลือด

ฟอสฟอรัสจากถั่วดูดซึมได้น้อยกว่าที่คิด

ฟอสฟอรัสในถั่วและเมล็ดพืชส่วนใหญ่อยู่ในรูปไฟเตต ซึ่งลำไส้คนย่อยได้น้อย จึงดูดซึมได้น้อยกว่าครึ่ง
ขณะที่สารเติมแต่งฟอสเฟตในอาหารแปรรูปดูดซึมได้ราวร้อยละ 90 ขึ้นไป และมักไม่แสดงในฐานข้อมูลอาหาร
ฟอสฟอรัสจากพืชดูดซึมได้น้อยกว่าสารเติมแต่งฟอสเฟต จึงไม่ควรตัดสินจากตัวเลขบนตารางอย่างเดียว
(Kalantar-Zadeh 2010,
Benini 2011)
งานทดลองในผู้ป่วยไตที่มีค่าการกรองเฉลี่ย 32 จำนวน 9 คน พบว่าอาหารโปรตีนจากพืช 1 สัปดาห์ทำให้ฟอสฟอรัสในเลือดและฮอร์โมน FGF23 ต่ำกว่าอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์
(Moe 2011)

เกลือ โพแทสเซียม และน้ำมัน: ส่วนที่ควรนับรวม

ถั่วทอดแบบแผ่นมักปรุงด้วยเกลือ ผงปรุงรส หรือซีอิ๊ว แนวทาง KDIGO 2024 แนะนำให้ผู้ป่วยโรคไตกินโซเดียมน้อยกว่า 2 กรัมต่อวัน
เกลือที่มากเกินทำให้ความดันสูง บวม และกระหายน้ำ ส่วนโพแทสเซียมสำคัญในผู้ที่ผลเลือดโพแทสเซียมสูงอยู่แล้ว
และน้ำมันจากการทอดเพิ่มพลังงานโดยไม่ได้สารอาหารเพิ่ม
(KDIGO 2024)

ข้อแก้ไขจากข้อมูลที่แชร์กันในโซเชียล: คำว่า “ถั่วทุกชนิดคือระเบิดฟอสฟอรัส” เกินจริง ถั่วไม่ได้เป็นระเบิดฟอสฟอรัส
ปริมาณต่อครั้งและรูปแบบฟอสฟอรัสสำคัญกว่า ส่วนอาหารแปรรูปที่ใส่สารเติมแต่งฟอสเฟตเป็นแหล่งที่ควรระวังมากกว่า

ตาราง: ของว่างที่พบบ่อย ฟอสฟอรัสสูงหรือต่ำ

ใช้เป็นแนวทางเลือกของว่าง ปริมาณที่เหมาะกับแต่ละคนขึ้นกับระยะโรคและผลเลือด

ของว่าง ระดับฟอสฟอรัส เกลือหรือโพแทสเซียม และข้อควรรู้
ของว่างฟอสฟอรัสเกลือ / โพแทสเซียมข้อควรรู้
ถั่วทอดแบบแผ่น ถั่วลิสงอบเกลือค่อนข้างสูงต่อน้ำหนัก (397 มก. ต่อถั่ว 100 กรัม) ส่วนหนึ่งเป็นไฟเตตโพแทสเซียมสูง เกลือขึ้นกับการปรุงกินเป็นครั้งคราว ปริมาณเล็ก ไม่ใช่ของว่างประจำวัน
ขนมอบใส่ผงฟู ชีส หรือนม เช่น เค้ก พาย ขนมปังชีสสูง และมักมีสารเติมแต่งฟอสเฟตที่ดูดซึมได้เกือบทั้งหมดเกลือปานกลางถึงสูงอ่านฉลากหาคำว่า phosphate หรือ phos
ชานมใส่ครีมเทียม น้ำอัดลมสีเข้มสูงจากสารเติมแต่งและกรดฟอสฟอริกน้ำตาลสูงนับเป็นน้ำดื่มด้วย ในผู้ที่จำกัดน้ำ
ขนมชั้น สลิ่ม วุ้น สาคู (ไม่ใส่นม)ต่ำต่ำถึงปานกลาง กะทิมีโพแทสเซียมบ้างน้ำตาลสูง ผู้ที่เป็นเบาหวานต้องนับเป็นคาร์โบไฮเดรต
ชมพู่ แอปเปิ้ล สับปะรด แตงโมต่ำโพแทสเซียมต่ำเมื่อกินครั้งละราว 1 กำมือระวังกล้วย ทุเรียน ส้ม ฝรั่ง ขนุน และน้ำมะพร้าว ซึ่งโพแทสเซียมสูงกว่า
ข้าวเกรียบหรือขนมปังกรอบไม่ปรุงเค็มต่ำเกลือขึ้นกับยี่ห้อและการปรุงเลือกแบบโซเดียมต่ำ และดูฉลากโภชนาการ

2. ฟอสฟอรัสในเลือดสูงนานๆ ส่งผลต่อกระดูกและหลอดเลือดอย่างไร

คำตอบตรง: ผลเสียของฟอสฟอรัสสูงสะสมเป็นเดือนถึงปี ไม่ได้เกิดจากของว่างมื้อเดียว
ค่าที่สูงต่อเนื่องสัมพันธ์กับหินปูนในหลอดเลือด กระดูกบาง และการเสียชีวิตจากโรคหัวใจที่เพิ่มขึ้น
(Ketteler 2017,
Kestenbaum 2005)

2.5–4.5มก./ดล. ช่วงปกติที่มักใช้ในผู้ใหญ่
>3.5สัมพันธ์กับการเสียชีวิตเพิ่ม ในไตที่ยังไม่ฟอกเลือด
RR 1.27ผู้ฟอกเลือดที่ค่าสูงกว่า 6.5
HR 2.37กินฟอสฟอรัสกลุ่มสูงสุด เทียบกลุ่มต่ำสุด (ผู้ฟอกเลือด)

ช่วงปกติ และวิธีที่แพทย์ดูค่า

ค่าฟอสฟอรัสปกติในผู้ใหญ่มักอยู่ราว 2.5 ถึง 4.5 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แนวทาง KDIGO 2017 แนะนำให้ลดค่าที่สูงเข้าหาช่วงปกติ
และดูฟอสเฟต แคลเซียม และ PTH ร่วมกันเป็นแนวโน้มหลายครั้ง ไม่ตัดสินจากค่าครั้งเดียว
(Ketteler 2017)
ในผู้ป่วยไตที่ยังไม่ฟอกเลือด 3,490 คน ค่าที่สูงกว่า 3.5 สัมพันธ์กับการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น และเพิ่มต่อเนื่องทุก 0.5 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
(Kestenbaum 2005)
ในผู้ป่วยฟอกเลือด 6,407 คน ค่าที่สูงกว่า 6.5 สัมพันธ์กับความเสี่ยงเสียชีวิต 1.27 เท่า
(Block 1998)

หลอดเลือดและลิ้นหัวใจมีหินปูน

งานศึกษาในผู้ป่วยไตระยะปานกลาง 439 คนที่ยังไม่มีโรคหัวใจ ซึ่งร้อยละ 95 มีค่าฟอสเฟตอยู่ในช่วงปกติ
พบว่าค่าที่สูงขึ้นทุก 1 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร สัมพันธ์กับหินปูนที่หลอดเลือดหัวใจมากขึ้นร้อยละ 21 หลอดเลือดแดงใหญ่ในทรวงอกร้อยละ 33
และลิ้นหัวใจไมทรัลร้อยละ 62
(Adeney 2009)

ลิ้นหัวใจไมทรัล

+62%
หลอดเลือดแดงใหญ่ในทรวงอก

+33%
หลอดเลือดหัวใจ

+21%

เป็นความสัมพันธ์จากการศึกษาเชิงสังเกต ยังไม่พิสูจน์ว่าการลดฟอสเฟตจะลดหินปูนได้ (Adeney 2009)

กระดูก ต่อมพาราไทรอยด์ และอาการคัน

ฟอสฟอรัสสูงต่อเนื่องกระตุ้นให้ต่อมพาราไทรอยด์หลั่ง PTH มากขึ้น ซึ่งดึงแคลเซียมออกจากกระดูกทีละน้อย ในระยะยาวกระดูกบาง ปวด และหักง่าย
อาการคันเรื้อรังพบบ่อยในผู้ฟอกเลือดและสัมพันธ์กับการนอนแย่และคุณภาพชีวิตที่ลดลง แต่มีหลายสาเหตุ ฟอสฟอรัสเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง
(Sukul 2023)

ข้อแก้ไข: แนวทาง KDIGO ปัจจุบันไม่ใช้ผลคูณแคลเซียมกับฟอสฟอรัสเป็นเป้าหมายแล้ว ให้ดูแต่ละค่าแยกกันเป็นแนวโน้ม
และกระดูกบางจากฟอสฟอรัสสูงเกิดอย่างค่อยเป็นค่อยไปผ่าน PTH ไม่ได้ “สลายกระดูกอย่างรุนแรง” จากของว่างมื้อเดียว

ตาราง: ภาวะแทรกซ้อนจากฟอสฟอรัสสูงต่อเนื่อง

การตรวจและการรักษาจริงขึ้นกับแพทย์โรคไตผู้ดูแล

ภาวะ กลไก อาการที่สังเกตได้ และการตรวจที่มักใช้
ภาวะกลไกอาการที่สังเกตได้การตรวจที่มักใช้
หินปูนในหลอดเลือดและลิ้นหัวใจฟอสเฟตกระตุ้นเซลล์ผนังหลอดเลือดให้สะสมแคลเซียมมักไม่มีอาการจนระยะหลังเอกซเรย์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรืออัลตราซาวด์หัวใจตามที่แพทย์เห็นควร
ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานเกินแบบทุติยภูมิฟอสฟอรัสสูงและวิตามินดีที่ไตสร้างลดลง กระตุ้นการหลั่ง PTHปวดกระดูก คัน อ่อนเพลียPTH แคลเซียม ฟอสฟอรัส อัลคาไลน์ฟอสฟาเทส
โรคกระดูกจากไตPTH สูงดึงแคลเซียมออกจากกระดูก โครงสร้างกระดูกผิดปกติปวดกระดูกลึกๆ กระดูกหักง่ายผลเลือดเป็นแนวโน้ม มวลกระดูกในบางราย
แคลเซียมในเลือดต่ำฟอสเฟตที่สูงมากจับกับแคลเซียมตะคริว ชาปลายมือหรือรอบปากแคลเซียม อัลบูมิน ฟอสฟอรัส
อาการคันเรื้อรังหลายปัจจัย ทั้งของเสียคั่ง PTH ผิวแห้ง และการอักเสบคันทั่วตัว นอนไม่หลับประเมินอาการ ผลเลือด และความเพียงพอของการฟอกเลือด

บวม คัน เหนื่อย หรือปัสสาวะน้อยลง อยู่ในระดับไหน?

วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา แบบประเมินนี้ช่วยจัดระดับสัญญาณเตือนของผู้ป่วยโรคไต
ว่าเฝ้าดูได้ ควรนัดแพทย์ หรือควรรีบไปโรงพยาบาล ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค และไม่ได้แทนผลเลือด ใช้ร่วมกับรายการสัญญาณอันตรายด้านบน

คลิกทำแบบประเมินสัญญาณชั้นไต (ฟรี)

3. ทำไมอดข้าวทั้งวันดื่มแต่น้ำ ไม่ช่วยชดเชย และเสี่ยงกว่า

คำตอบตรง: การอดอาหารชดเชยไม่ได้ลบฟอสฟอรัสที่ดูดซึมไปแล้ว ฟอสฟอรัสจากถั่วถูกดูดซึมภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังกิน
การงดมื้อที่เหลือไม่ได้ดึงส่วนนั้นออก แต่ทำให้ร่างกายขาดพลังงาน ซึ่งในผู้ป่วยโรคไตมีผลเสียหลายทาง
(Cahill 2006,
KDOQI 2020)

ไม่ได้ลบฟอสฟอรัส แต่ลดพลังงานและโปรตีนที่ร่างกายต้องใช้

ไตกำจัดฟอสฟอรัสตามความสามารถที่เหลืออยู่ ไม่ได้เร็วขึ้นเพราะงดอาหาร ส่วนมื้อที่ถูกงดคือพลังงานและโปรตีนที่หายไป
KDOQI 2020 แนะนำพลังงานราว 25 ถึง 35 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัมต่อวันในผู้ป่วยโรคไต เพื่อให้ร่างกายใช้โปรตีนสร้างกล้ามเนื้อ ไม่ต้องสลายมาเป็นพลังงาน
(KDOQI 2020)

ร่างกายสลายกล้ามเนื้อ ของเสียเพิ่มขึ้น

เมื่อไม่มีอาหารเข้า ร่างกายใช้ไกลโคเจนที่สะสมในตับหมดภายในราว 1 วัน จากนั้นสลายโปรตีนกล้ามเนื้อมาสร้างน้ำตาลให้สมอง
ไนโตรเจนจากโปรตีนกลายเป็นยูเรีย ค่า BUN จึงอาจสูงขึ้นชั่วคราว ซึ่งเป็นตัวสะท้อนของเสียที่มากขึ้น ไม่ได้แปลว่าไตเสียหายเพิ่มในวันนั้น
(Cahill 2006)
ถ้างดอาหารซ้ำบ่อยๆ จะเสี่ยงภาวะขาดโปรตีนและพลังงาน ซึ่งวินิจฉัยเมื่อพบอย่างน้อย 3 ใน 4 กลุ่ม คือ ผลเลือดโปรตีนต่ำ น้ำหนักหรือไขมันลด
กล้ามเนื้อลด และกินพลังงานหรือโปรตีนน้อยต่อเนื่อง
(Fouque 2008)

งดอาหารไม่มีพลังงานเข้า อินซูลินลดลง
ราว 1 วันไกลโคเจนในตับหมด
สลายกล้ามเนื้อนำกรดอะมิโนมาสร้างน้ำตาล
ผลที่ตามมายูเรียเพิ่ม โพแทสเซียมออกจากเซลล์ กล้ามเนื้อลด

โพแทสเซียมอาจสูงขึ้นเมื่ออดอาหาร

อินซูลินช่วยพาโพแทสเซียมเข้าเซลล์ เมื่ออดอาหาร อินซูลินลดลง โพแทสเซียมจึงค้างในเลือดมากขึ้น
ภาวะโพแทสเซียมสูงขณะอดอาหารในผู้ป่วยไตระยะสุดท้ายมีรายงานไว้ชัดเจน และยาปิดกั้นเบต้าบางชนิดทำให้เกิดมากขึ้น
(Nowicki 2002)
โพแทสเซียมสูงมีผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจ จึงอันตรายเร็วกว่าฟอสฟอรัส

น้ำตาลต่ำ และน้ำเกิน

  • ผู้ที่ใช้อินซูลินหรือยากระตุ้นการหลั่งอินซูลิน เช่น กลุ่ม sulfonylurea เสี่ยงน้ำตาลต่ำเมื่องดอาหาร โดยเฉพาะเมื่อไตกำจัดยาได้ช้าลง
  • ผู้ที่ฟอกเลือดหรือปัสสาวะออกน้อย ถ้าดื่มน้ำแทนอาหารเพื่อให้อิ่ม อาจได้น้ำเกินกว่าที่แพทย์กำหนด และเสี่ยงบวมหรือน้ำท่วมปอด
  • ความหิวสะสมทำให้กินมากในมื้อถัดไป ซึ่งมักได้ทั้งเกลือและฟอสฟอรัสมากกว่าเดิม

ยาจับฟอสเฟตกับการงดมื้อ

ยาจับฟอสเฟตต้องกินพร้อมมื้ออาหาร เพราะยาจับฟอสเฟตจากอาหารในลำไส้ ถ้างดมื้อ ยาไม่มีอะไรให้จับ
และยากลุ่มแคลเซียมที่กินตอนท้องว่างอาจถูกดูดซึมเข้าเลือดเพิ่ม การข้ามยาเมื่อข้ามมื้อ หรือการกินยาเพิ่มเมื่อกินของว่าง ให้ทำตามแผนของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
ผู้ป่วยฟอกเลือดมีภาระยาเฉลี่ยราว 19 เม็ดต่อวัน และครึ่งหนึ่งเป็นยาจับฟอสเฟต การจัดยาให้ทำได้จริงจึงสำคัญ
(Chiu 2009)

ข้อแก้ไข: คำอธิบายว่าการอดอาหาร “ทำให้ไตทำงานหนักเป็นเท่าตัว” ยังไม่มีหลักฐานเป็นตัวเลขแบบนั้น
ที่มีหลักฐานคือการอดอาหารทำให้สลายกล้ามเนื้อ ยูเรียเพิ่ม โพแทสเซียมอาจสูง และเสี่ยงน้ำตาลต่ำ ซึ่งเพียงพอที่จะไม่ควรทำ

4. หลังเผลอกินไปแล้ว ทำอะไรต่อ และของว่างฟอสฟอรัสต่ำที่กินแทนได้

คำตอบตรง: กินมื้อถัดไปตามปกติ เลือกแบบฟอสฟอรัสต่ำและเกลือน้อย แล้วกลับสู่แผนอาหารเดิม
ของว่างมื้อเดียวไม่ต้องชดเชยด้วยการอดอาหาร
(KDOQI 2020)

ขั้นตอนหลังกินเกิน

ไม่ตื่นตระหนกของว่างมื้อเดียวไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน
มื้อเย็นกินตามปกติ เลี่ยงอาหารแปรรูปและน้ำซุปเค็ม
ยากินยาจับฟอสเฟตพร้อมมื้อตามที่แพทย์สั่ง
วันถัดไปกลับสู่แผนอาหารเดิม จดของว่างไว้ถามนักกำหนดอาหาร

ของว่างตอนบ่ายที่ฟอสฟอรัสต่ำ

  • ขนมไทยจากแป้งข้าวหรือแป้งมัน: ขนมชั้น สลิ่ม วุ้น สาคู ที่ไม่ใส่นม ไข่ หรือผงฟูมาก
  • ผลไม้โพแทสเซียมต่ำ: ชมพู่ แอปเปิ้ล สับปะรด แตงโม ครั้งละราว 1 กำมือ
  • ของกรอบโซเดียมต่ำ: ข้าวเกรียบหรือขนมปังกรอบที่ไม่ปรุงเค็ม อ่านฉลากโซเดียมก่อนซื้อ

ข้อควรระวังเรื่องน้ำตาลและปริมาณ

ขนมไทยส่วนใหญ่มีน้ำตาลสูง ผู้ที่เป็นเบาหวานร่วมด้วยต้องนับเป็นคาร์โบไฮเดรตของมื้อ และแบ่งกินทีละน้อย
ถ้ามีเรื่องขนมหวานกับไตร่วมด้วย อ่านต่อได้ที่ ไตเสื่อมระยะ 1 กับขนมหวานไทย
ส่วนผู้ที่ผลเลือดโพแทสเซียมสูง ควรถามนักกำหนดอาหารเรื่องปริมาณผลไม้และกะทิที่เหมาะกับตัวเอง

อ่านฉลากหาสารเติมแต่งฟอสเฟต: คำที่มี “phos” เช่น sodium phosphate, phosphoric acid หรือรหัส E338 ถึง E452
มักพบในขนมอบ เครื่องดื่ม และอาหารแปรรูป ฟอสฟอรัสรูปนี้ดูดซึมได้เกือบทั้งหมด
(Benini 2011)

5. เปรียบเทียบวิธีคุมฟอสฟอรัสในโรคไต

คำตอบตรง: การคุมฟอสฟอรัสใช้หลายทางร่วมกัน คือ อาหาร ยาจับฟอสเฟต และการฟอกเลือดในผู้ที่ฟอกอยู่
การอดอาหารชดเชยไม่อยู่ในแนวทางใด
(Ketteler 2017,
Noori 2010)

ตาราง: เปรียบเทียบอาหาร ยา และพฤติกรรม ในการคุมฟอสฟอรัส

ชื่อยาเป็นชื่อสามัญ ใช้ตามแผนของแพทย์เจ้าของไข้เท่านั้น

แนวทาง ช่วยคุมฟอสฟอรัสอย่างไร หลักฐาน และข้อควรระวัง
แนวทางช่วยคุมฟอสฟอรัสอย่างไรหลักฐานข้อควรระวัง
ลดอาหารแปรรูปที่ใส่สารเติมแต่งฟอสเฟตลดฟอสฟอรัสรูปที่ดูดซึมได้เกือบทั้งหมดKDIGO 2017, KDOQI 2020, Benini 2011ต้องอ่านฉลาก เพราะฐานข้อมูลอาหารมักไม่นับสารเติมแต่ง
เลือกโปรตีนที่ฟอสฟอรัสต่อโปรตีนต่ำ และโปรตีนจากพืชบางส่วนได้โปรตีนพอโดยฟอสฟอรัสที่ดูดซึมน้อยกว่าMoe 2011 (ทดลองขนาดเล็ก), Noori 2010 (สัดส่วนตั้งแต่ 16 มก. ต่อโปรตีน 1 กรัม HR 1.99)ระวังโพแทสเซียมจากพืชในผู้ที่ผลเลือดโพแทสเซียมสูง
ยาจับฟอสเฟตกลุ่มแคลเซียม (calcium carbonate, calcium acetate)จับฟอสเฟตจากอาหารในลำไส้KDIGO 2017 แนะนำจำกัดขนาดยากลุ่มแคลเซียมในผู้ใหญ่กินพร้อมมื้อ ท้องผูก แคลเซียมสูงถ้าใช้มาก
ยาจับฟอสเฟตที่ไม่มีแคลเซียม (sevelamer, lanthanum carbonate)จับฟอสเฟตโดยไม่เพิ่มแคลเซียมKDIGO 2017ท้องอืด คลื่นไส้ ต้องเคี้ยวหรือกลืนตามวิธีของยาแต่ละชนิด
ยาจับฟอสเฟตกลุ่มเหล็ก (sucroferric oxyhydroxide, ferric citrate)จับฟอสเฟต และ ferric citrate ช่วยเติมเหล็กบางส่วนKDIGO 2017อุจจาระสีเข้ม ท้องเสียหรือท้องผูก
ฟอกเลือดให้เพียงพอ (ผู้ที่ฟอกอยู่)กำจัดฟอสเฟตออกระหว่างฟอกKDIGO 2017ไม่ขาดนัดฟอก ปรับเวลาฟอกตามแพทย์
อดอาหารชดเชยหลังกินเกินไม่ได้ลบฟอสฟอรัสที่ดูดซึมไปแล้วไม่มีแนวทางใดแนะนำสลายกล้ามเนื้อ โพแทสเซียมสูง น้ำตาลต่ำ ภาวะขาดโปรตีนและพลังงาน

ความเชื่อที่ควรแก้

ถั่วทุกชนิดเป็นระเบิดฟอสฟอรัส ห้ามแตะเลย

เกินจริง ถั่วมีฟอสฟอรัสค่อนข้างสูงต่อน้ำหนัก แต่ส่วนหนึ่งเป็นไฟเตตที่ดูดซึมได้น้อย ปริมาณและความถี่สำคัญกว่า ผู้ที่ผลเลือดสูงอยู่แล้วควรถามนักกำหนดอาหาร

กินเกินแล้วอดมื้อถัดไปเพื่อหักลบ

ไม่ได้ผล การอดอาหารชดเชยไม่ได้ลบฟอสฟอรัสที่ดูดซึมไปแล้ว แต่ทำให้สลายกล้ามเนื้อ โพแทสเซียมอาจสูง และเสี่ยงน้ำตาลต่ำ

อดอาหารทำให้ไตทำงานหนักเป็นเท่าตัว

ไม่มีตัวเลขยืนยันแบบนั้น ค่า BUN ที่สูงขึ้นสะท้อนของเสียจากการสลายโปรตีน ไม่ได้วัดความเสียหายของไตโดยตรง แต่การอดอาหารซ้ำๆ เสี่ยงขาดสารอาหาร

ต้องคุมผลคูณแคลเซียมกับฟอสฟอรัสให้ต่ำกว่าเกณฑ์

แนวทาง KDIGO ปัจจุบันไม่ใช้ผลคูณนี้เป็นเป้าหมาย แพทย์ดูฟอสเฟต แคลเซียม และ PTH แยกกันเป็นแนวโน้ม

ดื่มน้ำมากๆ ช่วยล้างฟอสฟอรัสออก

ไม่จริงสำหรับผู้ป่วยโรคไต การขับฟอสฟอรัสขึ้นกับไตที่เหลืออยู่ ไม่ได้เพิ่มตามน้ำที่ดื่ม และผู้ที่แพทย์จำกัดน้ำเสี่ยงบวมหรือน้ำท่วมปอด

ไม่กินข้าวก็ยังต้องกินยาจับฟอสเฟตตามเวลา

ยาจับฟอสเฟตทำงานกับอาหารในลำไส้ จึงต้องกินพร้อมมื้อ วิธีปรับยาเมื่องดมื้อหรือกินของว่าง ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแล

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เป็นโรคไต เผลอกินถั่วทอด 2–3 แผ่น ฟอสฟอรัสจะสูงจนอันตรายไหม?

ครั้งเดียวมักไม่ทำให้ฟอสฟอรัสในเลือดสูงจนอันตราย ข้อมูล USDA ระบุว่าถั่วลิสงทอดน้ำมันใส่เกลือ 100 กรัมมีฟอสฟอรัส 397 มิลลิกรัม ถ้าถั่วทอด 2–3 แผ่นมีเนื้อถั่วรวมราว 20 กรัม จะได้ฟอสฟอรัสราว 79 มิลลิกรัม หรือราวหนึ่งในสิบของเพดาน 800 มิลลิกรัมต่อวันที่มักใช้ในผู้ป่วยไตระยะท้าย และฟอสฟอรัสจากพืชส่วนหนึ่งอยู่ในรูปไฟเตตซึ่งดูดซึมได้น้อย สิ่งที่ควรนับรวมคือเกลือและโพแทสเซียมจากเครื่องปรุง ปัญหาจริงคือการกินบ่อยและการกินอาหารแปรรูปที่ใส่สารเติมแต่งฟอสเฟตเป็นประจำ

คนเป็นโรคไตต้องงดถั่วทุกชนิดเลยไหม?

ไม่จำเป็นต้องงดทุกชนิดสำหรับทุกคน ถั่วมีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมค่อนข้างสูงต่อน้ำหนัก แต่ฟอสฟอรัสจากพืชดูดซึมได้น้อยกว่าสารเติมแต่งฟอสเฟต งานทดลองในผู้ป่วยไตระยะ 3 ถึง 4 จำนวน 9 คนพบว่าอาหารโปรตีนจากพืชนาน 1 สัปดาห์ทำให้ฟอสฟอรัสในเลือดและฮอร์โมน FGF23 ต่ำกว่าอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ที่สำคัญกว่าคือปริมาณต่อครั้ง ความถี่ และผลเลือดของแต่ละคน ผู้ที่ฟอสฟอรัสหรือโพแทสเซียมในเลือดสูงอยู่แล้ว หรือฟอกเลือด ควรถามนักกำหนดอาหารว่ากินได้เท่าไร

กินเกินไปแล้ว อดข้าวทั้งวันดื่มแต่น้ำเพื่อชดเชยได้ไหม?

ไม่ควรทำ การอดอาหารชดเชยไม่ได้ลบฟอสฟอรัสที่ดูดซึมไปแล้ว แต่เมื่อไม่มีพลังงานเข้า ร่างกายใช้ไกลโคเจนในตับหมดภายในราว 1 วัน แล้วสลายโปรตีนกล้ามเนื้อมาสร้างน้ำตาล ของเสียจากโปรตีนจึงเพิ่มขึ้น โพแทสเซียมอาจสูงขึ้นเพราะอินซูลินลดลง ผู้ที่ใช้อินซูลินหรือยากระตุ้นการหลั่งอินซูลินเสี่ยงน้ำตาลต่ำ และผู้ที่แพทย์จำกัดน้ำเสี่ยงน้ำเกิน KDOQI 2020 แนะนำพลังงานราว 25 ถึง 35 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัมต่อวันเพื่อป้องกันภาวะขาดโปรตีนและพลังงาน ทางที่ดีกว่าคือกินมื้อถัดไปตามปกติแบบฟอสฟอรัสต่ำ

ถ้างดมื้อหรือกินน้อย ต้องกินยาจับฟอสเฟตไหม?

ยาจับฟอสเฟตต้องกินพร้อมมื้ออาหาร เพราะยาทำงานโดยจับฟอสเฟตจากอาหารในลำไส้ ถ้าไม่มีอาหาร ยาไม่มีฟอสเฟตให้จับ และยาจับฟอสเฟตกลุ่มแคลเซียมที่กินตอนท้องว่างอาจถูกดูดซึมเข้าเลือดเพิ่ม การจะข้ามยาเมื่อข้ามมื้อ หรือกินยาเพิ่มเมื่อกินของว่างที่มีฟอสฟอรัส ต้องทำตามแผนที่แพทย์หรือเภสัชกรวางไว้ ไม่ควรปรับเอง ผู้ป่วยฟอกเลือดมีภาระยาเฉลี่ยราว 19 เม็ดต่อวันและครึ่งหนึ่งเป็นยาจับฟอสเฟต จึงควรถามวิธีจัดยาที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

ฟอสฟอรัสในเลือดสูงนานๆ ส่งผลต่อกระดูกและหลอดเลือดอย่างไร?

ฟอสฟอรัสสูงต่อเนื่องกระตุ้นให้ต่อมพาราไทรอยด์หลั่งฮอร์โมน PTH มากขึ้น ซึ่งดึงแคลเซียมออกจากกระดูก กระดูกจึงบางและปวดได้ในระยะยาว ฟอสเฟตยังเร่งให้เซลล์ผนังหลอดเลือดสะสมหินปูน งานศึกษาในผู้ป่วยไตระยะปานกลาง 439 คนพบว่าฟอสเฟตที่สูงขึ้นทุก 1 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร สัมพันธ์กับหินปูนที่หลอดเลือดหัวใจมากขึ้นร้อยละ 21 และลิ้นหัวใจไมทรัลมากขึ้นร้อยละ 62 แม้ค่ายังอยู่ในช่วงปกติ ผลเหล่านี้สะสมเป็นเดือนถึงปี ไม่ได้เกิดจากของว่างมื้อเดียว

ค่าฟอสฟอรัสในเลือดเท่าไรถือว่าสูง?

ค่าปกติในผู้ใหญ่มักอยู่ราว 2.5 ถึง 4.5 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แนวทาง KDIGO 2017 แนะนำให้ลดค่าที่สูงเข้าหาช่วงปกติ และให้ดูแนวโน้มของฟอสเฟต แคลเซียม และ PTH ร่วมกันหลายครั้ง แทนการใช้ผลคูณแคลเซียมกับฟอสฟอรัส ในผู้ป่วยไตที่ยังไม่ฟอกเลือด 3,490 คน ค่าที่สูงกว่า 3.5 สัมพันธ์กับการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น และในผู้ป่วยฟอกเลือด 6,407 คน ค่าที่สูงกว่า 6.5 สัมพันธ์กับความเสี่ยงเสียชีวิต 1.27 เท่า เป้าหมายของแต่ละคนให้แพทย์โรคไตกำหนดตามระยะโรค

ของว่างตอนบ่ายแบบไหนฟอสฟอรัสต่ำ เหมาะกับคนเป็นโรคไต?

ของว่างที่ทำจากแป้งข้าวหรือแป้งมัน ไม่ใส่นม ไข่ ชีส หรือผงฟูมาก มักมีฟอสฟอรัสต่ำ เช่น ขนมชั้น สลิ่ม วุ้น และสาคู ผลไม้โพแทสเซียมต่ำ เช่น ชมพู่ แอปเปิ้ล สับปะรด และแตงโม กินครั้งละราว 1 กำมือ ขนมไทยส่วนใหญ่มีน้ำตาลสูง ผู้ที่เป็นเบาหวานต้องนับเป็นคาร์โบไฮเดรตและแบ่งกินทีละน้อย ส่วนที่ควรเลี่ยงบ่อยๆ คือขนมอบใส่ผงฟู ชีส ชานมใส่ครีมเทียม และน้ำอัดลมสีเข้ม ซึ่งมีสารเติมแต่งฟอสเฟตที่ดูดซึมได้เกือบทั้งหมด

อาการแบบไหนต้องรีบพบแพทย์?

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 เมื่อใจสั่น ชีพจรเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้ออ่อนแรงทั้งตัว หอบเหนื่อยนอนราบไม่ได้ บวมมากขึ้นเร็ว สับสน ซึม ชัก หรือมีอาการน้ำตาลต่ำ เช่น เหงื่อแตก ตัวสั่น ใจสั่น นัดพบแพทย์ภายในไม่กี่วันเมื่อคันทั่วตัวจนนอนไม่หลับ ปวดกระดูกลึกๆ ตะคริวหรือชาปลายมือรอบปากบ่อย ปัสสาวะออกน้อยลงชัดเจน หรือเบื่ออาหารจนน้ำหนักลดต่อเนื่อง

กลไกทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Mechanism)

ทำไมฟอสฟอรัสจากถั่วดูดซึมน้อย: ฟอสฟอรัสในเมล็ดพืชเก็บอยู่ในโมเลกุลไฟเตต (inositol hexakisphosphate)
ลำไส้คนแทบไม่มีเอนไซม์ไฟเตสที่จะตัดฟอสเฟตออก ฟอสฟอรัสส่วนนี้จึงผ่านออกไปกับอุจจาระมาก
ต่างจากสารเติมแต่งฟอสเฟตซึ่งเป็นเกลืออนินทรีย์ที่ละลายและดูดซึมได้ทันที
(Kalantar-Zadeh 2010)

ร่างกายรักษาสมดุลฟอสฟอรัสอย่างไรเมื่อไตเสื่อม: เมื่อการกรองลดลง กระดูกหลั่งฮอร์โมน FGF23 และต่อมพาราไทรอยด์หลั่ง PTH
เพื่อให้หน่วยไตที่เหลือขับฟอสเฟตออกมากขึ้น ค่าในเลือดจึงอาจยังปกติแม้ร่างกายมีสมดุลฟอสฟอรัสเป็นบวก
ฮอร์โมนที่สูงต่อเนื่องนี้เองที่สัมพันธ์กับผลเสียต่อกระดูกและหัวใจ
(Moe 2011)

ฟอสเฟตกับหินปูนในหลอดเลือด: งานทดลองพบว่าฟอสเฟตที่สูงกระตุ้นเซลล์กล้ามเนื้อเรียบของผนังหลอดเลือดให้เปลี่ยนไปคล้ายเซลล์สร้างกระดูก
และสะสมแคลเซียมฟอสเฟตในผนังหลอดเลือดและลิ้นหัวใจ
(Adeney 2009)

เกิดอะไรขึ้นเมื่ออดอาหาร: ภายในราว 1 วัน ไกลโคเจนในตับหมด ร่างกายสลายโปรตีนกล้ามเนื้อเป็นกรดอะมิโนเพื่อสร้างกลูโคส
ไนโตรเจนที่เหลือถูกเปลี่ยนเป็นยูเรีย เมื่ออดนานขึ้น ร่างกายเปลี่ยนไปใช้คีโตนเพื่อลดการสลายโปรตีน แต่กล้ามเนื้อก็ลดลงไปแล้ว
ขณะเดียวกันอินซูลินที่ลดลงทำให้โพแทสเซียมเข้าเซลล์น้อยลง ในผู้ที่ไตขับโพแทสเซียมได้น้อย ค่าในเลือดจึงสูงขึ้นได้
(Cahill 2006,
Nowicki 2002)

เรียบเรียงและทบทวนโดย

เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ (E-E-A-T)

อ่านประวัติผู้เขียน

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาเรื่องฟอสฟอรัสในอาหาร การอดอาหาร และการเลือกของว่างในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ไม่ใช่การวินิจฉัย การสั่งยา หรือแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
ตัวเลขสารอาหารเป็นค่าประมาณจากฐานข้อมูล ปริมาณจริงขึ้นกับสูตรและขนาดของอาหาร ชื่อยาเป็นชื่อสามัญเพื่อการศึกษาเท่านั้น
ห้ามเริ่ม ปรับ หรือหยุดยาจับฟอสเฟตหรือยาอื่นเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ แผนอาหารควรวางร่วมกับแพทย์โรคไตและนักกำหนดอาหาร ในภาวะฉุกเฉินโทร 1669