หมวดหมู่: มะเร็งวิทยา · มะเร็งนรีเวช · มะเร็งปากมดลูกกลับเป็นซ้ำ

มะเร็งปากมดลูกกลับเป็นซ้ำหลังฉายแสงและฝังแร่: คีโมช่วยอะไร รับมือผลข้างเคียงอย่างไร และน้ำไหลทางช่องคลอดหรือถ่ายเป็นเลือดต้องเช็กอะไร

AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)

มะเร็งปากมดลูกที่กลับเป็นซ้ำหลังฉายแสง มักรักษาด้วยยาแพลตินัมร่วมกับ paclitaxel และอาจเสริมยามุ่งเป้าหรือภูมิคุ้มกันบำบัด เพื่อคุมโรค ลดอาการ และยืดชีวิต น้ำไหลทางช่องคลอดตลอดเวลาหรือถ่ายเป็นเลือด ต้องแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มยาเพื่อตรวจหารูรั่วหรือลำไส้อักเสบจากรังสี ยังไม่มีสมุนไพรใดพิสูจน์ว่ายุบก้อนได้

บทความนี้ครอบคลุมอะไร:
มะเร็งปากมดลูกที่เคยผ่าตัดมดลูกและรังไข่ ต่อมากลับเป็นซ้ำ ได้รับการฉายแสงและฝังแร่ครบแล้ว และกลับมาอีกในตำแหน่งเดิม กำลังจะเริ่มคีโม —
เป้าหมายของการรักษา ยาที่มักใช้ ผลข้างเคียงและการเตรียมตัว น้ำไหลทางช่องคลอด ถ่ายเป็นเลือด สมุนไพร และการคุมปวด
ถ้าโรคลามไปกระดูกหรือตับแล้ว อ่าน
มะเร็งปากมดลูกลามกระดูกและตับ: การดูแลแบบประคับประคอง ·
สัญญาณอันตราย ·
น้ำไหลและถ่ายเป็นเลือด ·
ตารางเปรียบเทียบ ·
คำถามที่พบบ่อย

คำถามจากผู้อ่าน: มะเร็งกลับมาเป็นรอบที่ 3 กลัวคีโม มีน้ำไหลทางช่องคลอด และถ่ายเป็นเลือด ต้องทำอย่างไร?

คำตอบตรง: ความกลัวแบบนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ และสิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดก่อนวันให้ยาคือ บอกทีมรักษาเรื่องน้ำไหลและเลือดออกให้ละเอียด
ถามเป้าหมายของคีโมรอบนี้ตรง ๆ เตรียมรับมือผลข้างเคียงล่วงหน้า และไม่ใช้สมุนไพรที่แพทย์ไม่รู้

ผู้ป่วยท่านหนึ่งเล่าว่า “เป็นมะเร็งปากมดลูก ผ่าตัดมดลูกและรังไข่ไปแล้ว ต่อมากลับมาเป็นอีก ผ่าตัดไม่ได้ ฉายแสง 25 ครั้ง ใส่แร่ 4 ครั้ง ผ่านไป 11 เดือนกลับมาเป็นอีกที่เดิม หมอนัดให้คีโม … กลัวการให้คีโมมาก
ตอนนี้มีน้ำไหลออกทางช่องคลอดตลอดเวลา ถ่ายมีเลือดออก เจ็บเวลาถ่าย มีสมุนไพรอะไรช่วยให้ก้อนยุบไหม”
การผ่านการรักษามาหลายรอบแล้วต้องเริ่มใหม่อีกครั้งเป็นเรื่องที่หนักมาก บทความนี้สรุปงานวิจัยเพื่อให้รู้ว่าจะถามอะไร เตรียมอะไร และอาการไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล

1. คีโมรอบนี้เพื่ออะไร: ถามเป้าหมายให้ชัดตั้งแต่ต้น

คำตอบตรง: เมื่อมะเร็งกลับมาในบริเวณที่เคยฉายแสงเต็มขนาดแล้วและผ่าตัดไม่ได้ เป้าหมายส่วนใหญ่คือคุมโรค ลดอาการ และยืดชีวิตให้มีคุณภาพ ไม่ใช่การรักษาให้หายขาด แต่ยาใหม่ช่วยให้ตัวเลขดีขึ้นกว่าในอดีตชัดเจน

17.0 vs 13.3เดือน มีชีวิตเฉลี่ยเมื่อเพิ่ม bevacizumab ในเคมีบำบัด (GOG 240)
53.0%มีชีวิตที่ 2 ปี เมื่อเพิ่ม pembrolizumab ในผู้ที่ PD-L1 เป็นบวก เทียบกับ 41.7%
11.5 vs 9.5เดือน เมื่อใช้ tisotumab vedotin หลังสูตรแรกไม่ได้ผล (innovaTV 301)
3% vs 0%รูรั่วในลำไส้ระดับรุนแรงเมื่อเพิ่ม bevacizumab (GOG 240)

ทำไมการกลับเป็นซ้ำในบริเวณที่เคยฉายแสงจึงรักษายากกว่า

เนื้อเยื่อที่เคยได้รับรังสีเต็มขนาดมีหลอดเลือดน้อยลงและเกิดพังผืด ยาเข้าถึงก้อนได้น้อยลง และเซลล์มะเร็งที่รอดจากรังสีมักดื้อต่อการรักษามากกว่า
การตอบสนองต่อคีโมในตำแหน่งนี้จึงมักต่ำกว่าก้อนที่อยู่นอกบริเวณฉายแสง ตามสรุปของ
สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐ (NCI PDQ)
ซึ่งเป็นเหตุผลที่แพทย์มักเลือกสูตรยาผสม และพิจารณายามุ่งเป้าหรือภูมิคุ้มกันบำบัดร่วมด้วย

มีทางเลือกผ่าตัดไหม

ในบางรายที่ก้อนอยู่ตรงกลางอุ้งเชิงกราน ยังไม่ติดผนังเชิงกรานและไม่ลามไปอวัยวะไกล แพทย์มะเร็งนรีเวชอาจพิจารณาการผ่าตัดใหญ่เอาอวัยวะในอุ้งเชิงกรานออก (pelvic exenteration)
ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่มีโอกาสหายได้บ้างแต่ต้องทำทวารเทียมหรือทางระบายปัสสาวะ และไม่เหมาะกับทุกคน เป็นคำถามที่ควรถามแพทย์ว่ากรณีของคุณได้รับการประเมินแล้วหรือยัง

คำถามที่ควรถามแพทย์ก่อนวันให้ยา

  • เป้าหมายของคีโมรอบนี้คืออะไร คุมโรค ลดอาการ หรือมีโอกาสหาย
  • สูตรยาที่ได้คืออะไร ให้กี่รอบ ห่างกันกี่สัปดาห์ และจะประเมินผลเมื่อไร
  • ตรวจ PD-L1 แล้วหรือยัง และสิทธิการรักษาครอบคลุมยามุ่งเป้าหรือภูมิคุ้มกันบำบัดหรือไม่
  • น้ำไหลและถ่ายเป็นเลือดที่เป็นอยู่ ต้องตรวจเพิ่มก่อนเริ่มยาหรือไม่
  • มีงานวิจัยทางคลินิกที่เข้าร่วมได้หรือไม่

2. ยาที่มักใช้เมื่อมะเร็งปากมดลูกกลับเป็นซ้ำ และหลักฐาน

คำตอบตรง: สูตรหลักคือ cisplatin หรือ carboplatin ร่วมกับ paclitaxel ทุก 3 สัปดาห์ และอาจเพิ่ม bevacizumab หรือ pembrolizumab ตามผลตรวจและสิทธิการรักษา ถ้าโรคลุกลามหลังสูตรแรกยังมียาทางเลือกถัดไป

เพิ่มยาต้านการสร้างหลอดเลือด (GOG 240)

งานวิจัยทดลองแบบสุ่ม GOG 240 (Tewari 2014)
ในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลาม กลับเป็นซ้ำ หรือไม่หายขาด 452 ราย พบว่าการเพิ่ม bevacizumab ทำให้มีชีวิตเฉลี่ย 17.0 เดือน เทียบกับ 13.3 เดือน (HR 0.71) และก้อนยุบ 48% เทียบกับ 36%
แต่เพิ่มความดันโลหิตสูง (25% เทียบกับ 2%) ลิ่มเลือดอุดตัน (8% เทียบกับ 1%) และรูรั่วในลำไส้ระดับรุนแรง (3% เทียบกับ 0%) ซึ่งในงานนี้เกิดในผู้ที่เคยฉายแสงอุ้งเชิงกรานมาก่อน

เพิ่มภูมิคุ้มกันบำบัด (KEYNOTE-826)

งานวิจัย KEYNOTE-826 (Colombo 2021)
ในผู้ที่ผลตรวจ PD-L1 ของชิ้นเนื้อเป็นบวก (CPS ตั้งแต่ 1) การเพิ่ม pembrolizumab ทำให้โรคไม่ลุกลามนานขึ้นเฉลี่ย 10.4 เทียบกับ 8.2 เดือน และอัตรามีชีวิตที่ 2 ปีเป็น 53.0% เทียบกับ 41.7%
ผลข้างเคียงที่ต้องเฝ้าระวังคือการอักเสบจากภูมิคุ้มกัน เช่น ต่อมไทรอยด์ ลำไส้ ปอด หรือผิวหนัง

ถ้าสูตรแรกไม่ได้ผล

งานวิจัย innovaTV 301 (Vergote 2024)
เปรียบเทียบ tisotumab vedotin ซึ่งเป็นยาแอนติบอดีจับคู่ยาเคมี กับเคมีบำบัดตัวเดียว ในผู้ที่โรคลุกลามหลังได้ยา 1–2 สูตร พบมีชีวิตเฉลี่ย 11.5 เทียบกับ 9.5 เดือน (HR 0.70)
ยานี้มีผลข้างเคียงทางตาที่ต้องใช้ยาหยอดตาป้องกันตามแพทย์สั่ง การเข้าถึงยายังขึ้นกับโรงพยาบาลและสิทธิการรักษา

สูตรที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคนขึ้นกับการทำงานของไต สภาพร่างกาย ผลตรวจชิ้นเนื้อ ปัญหารูรั่วหรือเลือดออก และสิทธิการรักษา การถามแพทย์ว่า “ทำไมเลือกสูตรนี้” เป็นคำถามที่ควรถามได้เสมอ

3. ผลข้างเคียงของคีโม: ส่วนใหญ่ป้องกันหรือบรรเทาได้

คำตอบตรง: ผลข้างเคียงหลักคือ คลื่นไส้ ผมร่วง ชาปลายมือปลายเท้า และเม็ดเลือดต่ำ ยาป้องกันอาเจียนสมัยใหม่ได้ผลดี และสิ่งสำคัญที่สุดคือรู้ว่าอาการไหนต้องไปโรงพยาบาล

คลื่นไส้อาเจียน

cisplatin จัดเป็นยาที่ทำให้อาเจียนสูง แนวทาง ASCO ปี 2020 (Hesketh)
แนะนำยาป้องกันหลายกลุ่มร่วมกัน ได้แก่ ยาต้านตัวรับ NK1 ยาต้านตัวรับ 5-HT3 dexamethasone และ olanzapine ถ้ายังอาเจียนให้แจ้งทีมรักษาเพื่อปรับยา ดูวิธีกินเมื่อลิ้นรับรสเปลี่ยนได้ที่
คู่มือคลื่นไส้และลิ้นรับรสเปลี่ยนระหว่างคีโม

ผมร่วง

paclitaxel มักทำให้ผมร่วงเกือบทั้งหมด เริ่มราว 2–3 สัปดาห์หลังเข็มแรก ผมมักขึ้นใหม่หลังจบยาหลายเดือน โดยสีหรือลักษณะอาจต่างจากเดิมได้ การตัดผมสั้นก่อนและเตรียมหมวกหรือผ้าคลุมช่วยลดความตกใจ

ชาปลายมือปลายเท้า

paclitaxel และยากลุ่มแพลตินัมทำให้เส้นประสาทปลายทางอักเสบได้ ถ้าเริ่มชา ติดกระดุมลำบาก หรือเดินสะดุด ให้แจ้งแพทย์ตั้งแต่เริ่ม เพราะการปรับขนาดยาเร็วช่วยลดโอกาสชาถาวร

เม็ดเลือดต่ำและไข้

เม็ดเลือดขาวมักต่ำสุดราว 7–14 วันหลังให้ยา แนวทาง ASCO/IDSA (Taplitz 2018)
ถือว่าไข้ระหว่างเม็ดเลือดขาวต่ำเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องได้รับการประเมินและยาฆ่าเชื้ออย่างรวดเร็ว ถ้ามีไข้ตั้งแต่ 38°C อย่ากินยาลดไข้แล้วรอ ให้ไปโรงพยาบาลทันที อ่านเพิ่มที่
คู่มือไข้หลังคีโมและภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ
เกล็ดเลือดต่ำยังทำให้เลือดออกทางทวารหนักหรือช่องคลอดมากขึ้นได้ จึงต้องแจ้งทุกครั้งที่เลือดออกเพิ่ม

ผลข้างเคียงเฉพาะยา

  • cisplatin: กระทบไตและการได้ยิน ต้องดื่มน้ำตามแพทย์สั่งและตรวจค่าไตก่อนให้ยาทุกครั้ง แจ้งถ้ามีเสียงในหู
  • paclitaxel: แพ้ระหว่างให้ยา เช่น หน้าแดง แน่นหน้าอก หายใจลำบาก จึงต้องได้ยาป้องกันก่อนให้ยา
  • bevacizumab: ความดันโลหิตสูง ลิ่มเลือด แผลหายช้า และรูรั่ว
  • pembrolizumab: ท้องเสียรุนแรง ไอหอบ ผื่น อ่อนเพลียมากจากไทรอยด์ผิดปกติ อาจเกิดได้แม้หยุดยาไปแล้ว

ความกลัวคีโมลดลงได้มากเมื่อรู้ว่าจะเจออะไรและแก้อย่างไร ถ้ากังวลจนนอนไม่หลับ ขอพบทีมดูแลแบบประคับประคองหรือนักจิตวิทยาของโรงพยาบาลได้ ดูการเตรียมใจก่อนเข็มแรกที่
คู่มือคีโมเข็มแรก: ผลข้างเคียงและการเตรียมใจ

ไม่แน่ใจว่าอาการตอนนี้รอวันนัดได้ หรือควรไปโรงพยาบาลวันนี้?

วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา — แบบประเมินช่วยจัดระดับว่าอาการระหว่างการรักษามะเร็งตอนนี้ควรเฝ้าดู ควรแจ้งทีมรักษาเร็วขึ้น หรือควรไปโรงพยาบาลทันที ใช้คู่กับหัวข้อสัญญาณอันตรายด้านบน และไม่ใช่การวินิจฉัยโรค

คลิกทำแบบประเมินสัญญาณระหว่างการรักษามะเร็ง (ฟรี)

4. น้ำไหลทางช่องคลอดตลอดเวลาและถ่ายเป็นเลือด: ต้องแจ้งก่อนเริ่มคีโม

คำตอบตรง: หลังฉายแสงอุ้งเชิงกราน อาการสองอย่างนี้อาจมาจาก ก้อนมะเร็งเอง ลำไส้หรือช่องคลอดอักเสบจากรังสี หรือรูรั่วระหว่างอวัยวะ ซึ่งต้องตรวจแยก เพราะเปลี่ยนการเลือกยาและการดูแล

น้ำไหลทางช่องคลอด

  • สารคัดหลั่งจากก้อนมะเร็งที่ตายหรือติดเชื้อ มักขุ่น มีกลิ่น อาจปนเลือด
  • น้ำใสไหลตลอดเวลา ชุ่มผ้าอนามัยแม้ไม่ได้ปวดปัสสาวะ กลิ่นคล้ายปัสสาวะ อาจเป็นรูรั่วจากกระเพาะปัสสาวะหรือท่อไต
  • มีอุจจาระ ลม หรือกลิ่นอุจจาระออกทางช่องคลอด อาจเป็นรูรั่วจากลำไส้ตรง

ถ่ายเป็นเลือดและเจ็บเวลาถ่าย

ลำไส้ตรงอยู่ติดกับบริเวณที่ฉายแสงและฝังแร่ จึงอาจอักเสบเรื้อรังจากรังสีได้ตั้งแต่หลายเดือนถึงหลายปีหลังรักษา
แนวทางของสมาคมศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนักสหรัฐ (Paquette 2018)
ระบุทางเลือกรักษา เช่น ยาสวนทวาร sucralfate การป้ายฟอร์มาลิน การจี้ด้วยแก๊สอาร์กอนผ่านกล้อง และออกซิเจนแรงดันสูง
สาเหตุอื่นที่ต้องแยก ได้แก่ ก้อนมะเร็งลุกลามเข้าลำไส้ตรง รูรั่ว ริดสีดวงหรือแผลปากทวาร และเกล็ดเลือดต่ำระหว่างคีโม

ห้ามซื้อยาเหน็บหรือยาสวนทวารใช้เองก่อนแพทย์ตรวจ และอย่าเบ่งแรง ถ้าเลือดออกจนหน้ามืด ใจสั่น ต้องไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจต้องให้เลือด

แพทย์มักตรวจอะไร

  • ตรวจภายในและตรวจทางทวารหนักอย่างนุ่มนวล
  • ส่องกล้องลำไส้ส่วนปลาย เพื่อดูว่าเป็นลำไส้อักเสบจากรังสี ก้อน หรือรูรั่ว
  • CT หรือ MRI อุ้งเชิงกราน เพื่อดูขนาดก้อน รูรั่ว และท่อไต
  • ตรวจเลือด ดูความเข้มข้นเลือด เกล็ดเลือด และค่าไต
  • ถ้าสงสัยรูรั่วจากกระเพาะปัสสาวะ อาจทดสอบด้วยสีหรือส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ

สรุปอาการที่พบบ่อย สาเหตุที่เป็นไปได้ และสิ่งที่ควรทำ (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)

น้ำไหลทางช่องคลอดและถ่ายเป็นเลือดหลังฉายแสง: สาเหตุที่เป็นไปได้และความเร่งด่วน
สิ่งที่สังเกตสาเหตุที่เป็นไปได้ระดับความเร่งด่วนควรทำอย่างไร
ตกขาวขุ่น มีกลิ่น ปนเลือดเล็กน้อยสารคัดหลั่งจากก้อนมะเร็งหรือการติดเชื้อแจ้งทีมรักษาก่อนวันให้ยาใช้ผ้าอนามัยแบบแผ่น ล้างด้วยน้ำสะอาด ถามยาลดกลิ่นหรือยาฆ่าเชื้อ
น้ำใสไหลตลอดเวลา กลิ่นคล้ายปัสสาวะรูรั่วจากกระเพาะปัสสาวะหรือท่อไตต้องตรวจก่อนเริ่มคีโมแจ้งแพทย์ ใช้ครีมกันผิวหนังเปื่อย
อุจจาระหรือลมออกทางช่องคลอดรูรั่วจากลำไส้ตรงเร่งด่วนติดต่อทีมรักษาวันนี้ ถ้ามีไข้หรือปวดท้องมากให้ไปห้องฉุกเฉิน
ถ่ายมีเลือดสดปนเล็กน้อย เจ็บเวลาเบ่งลำไส้ตรงอักเสบจากรังสี ริดสีดวง แผลปากทวาร หรือก้อนลุกลามแจ้งทีมรักษาก่อนวันให้ยาดื่มน้ำพอ ถามยาช่วยให้อุจจาระนิ่ม อย่าเบ่งแรง
เลือดออกมาก มีลิ่มเลือด หรือหน้ามืดเลือดออกจากก้อนหรือลำไส้ เกล็ดเลือดต่ำฉุกเฉินไปโรงพยาบาลทันที
ปวดท้อง ท้องอืด อาเจียน ไม่ผายลมลำไส้อุดตันจากก้อนหรือพังผืดจากรังสีฉุกเฉินงดอาหาร ไปโรงพยาบาลทันที

ดูแลตัวเองระหว่างรอตรวจ

  • ใช้ผ้าอนามัยหรือแผ่นซับแบบผู้ใหญ่ เปลี่ยนบ่อย ล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วซับให้แห้ง
  • ทาครีมกันผิวหนังเปื่อย เช่น ครีมที่มี zinc oxide รอบปากช่องคลอดและก้น
  • ดื่มน้ำพอ กินอาหารนิ่ม และถามแพทย์เรื่องยาช่วยให้อุจจาระนิ่ม โดยเฉพาะถ้าได้ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์
  • จดว่าน้ำไหลวันละกี่แผ่น สี กลิ่น และเลือดออกกี่ครั้ง เพื่อเล่าให้แพทย์ฟัง

5. สมุนไพรยุบก้อนได้ไหม และควรกินอะไรระหว่างคีโม

คำตอบตรง: ยังไม่มีสมุนไพรหรืออาหารเสริมใดที่มีงานวิจัยในคนยืนยันว่ายุบก้อนมะเร็งปากมดลูกได้ และบางชนิดทำให้ตับหรือไตเสียจนต้องเลื่อนคีโม สิ่งที่ช่วยจริงคือกินโปรตีนและพลังงานให้พอ

ความเสี่ยงของสมุนไพรระหว่างคีโม

ข้อมูลจากเครือข่ายเฝ้าระวังตับอักเสบจากยาของสหรัฐ (Navarro 2014)
พบว่าสัดส่วนตับอักเสบจากสมุนไพรและอาหารเสริมเพิ่มจาก 7% เป็น 20% ของทั้งหมด เมื่อค่าตับหรือค่าไตผิดปกติ แพทย์อาจต้องเลื่อนหรือลดขนาดยา
สมุนไพรบางชนิด เช่น เซนต์จอห์นเวิร์ต เร่งการทำลายยาเคมีบางตัวในตับ และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอาจปนเปื้อนโลหะหนักหรือสเตียรอยด์

  • สมุนไพรต้ม ยาลูกกลอน หรือน้ำสกัดที่ไม่รู้ส่วนผสม
  • อาหารเสริมขนาดสูงหลายตัวพร้อมกัน โดยไม่บอกแพทย์
  • การหยุดหรือเลื่อนคีโมเพื่อไปลองสมุนไพรก่อน

อาหารที่ช่วยได้จริง

แนวทาง ESPEN ด้านโภชนาการในผู้ป่วยมะเร็ง (Arends 2017)
แนะนำโปรตีนราว 1.0–1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน เช่น คนหนัก 50 กิโลกรัมควรได้โปรตีนราว 50–75 กรัมต่อวัน จากไข่ ปลา เต้าหู้ นม และเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุก
ไม่มีอาหารชนิดใดเพิ่มเม็ดเลือดขาวได้โดยตรง แต่การกินพอช่วยให้คงน้ำหนักและทนการรักษาได้ดีขึ้น ช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำให้เน้นอาหารปรุงสุกใหม่ ล้างมือ และเลี่ยงอาหารดิบ
ถ้ากินได้น้อย ขอพบนักโภชนาการของโรงพยาบาลเพื่อเสริมอาหารทางการแพทย์

6. การคุมปวดและทีมดูแลแบบประคับประคอง: เริ่มได้พร้อมคีโม

คำตอบตรง: การดูแลแบบประคับประคอง ไม่ได้แปลว่าหยุดรักษา แต่เป็นทีมที่ช่วยคุมปวด เลือดออก กลิ่น อารมณ์ และการตัดสินใจ ไปพร้อมกับคีโม

งานวิจัยทดลองแบบสุ่มของ Temel (2010)
ในผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะแพร่กระจาย พบว่าการพบทีมประคับประคองตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ภาวะซึมเศร้าลดลง (16% เทียบกับ 38%) และมีชีวิตเฉลี่ย 11.6 เทียบกับ 8.9 เดือน
แนวทาง ASCO (Ferrell 2017)
จึงแนะนำให้ผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลามได้รับการดูแลแบบประคับประคองร่วมกับการรักษามะเร็งตั้งแต่ระยะต้น

  • ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ใช้ได้อย่างปลอดภัยเมื่อแพทย์สั่ง การกลัวติดยาไม่ควรทำให้ทนปวด
  • ถ้าได้โอปิออยด์ ให้ได้ยาระบายควบคู่เสมอ เพื่อลดการเบ่งและเลือดออกจากลำไส้
  • ก้อนที่เลือดออกมากบางรายอาจได้ประโยชน์จากการฉายแสงระยะสั้นเพื่อหยุดเลือด ซึ่งแพทย์รังสีจะประเมินจากขนาดรังสีที่เคยได้
  • ความกลัว ความเศร้า และความเหนื่อยของผู้ดูแลเป็นเรื่องที่ทีมประคับประคองช่วยได้

7. ตารางเปรียบเทียบ: ทางเลือกการรักษาเมื่อมะเร็งปากมดลูกกลับเป็นซ้ำหลังฉายแสง

คำตอบตรง: ทางเลือกหลักคือเคมีบำบัดสูตรผสมร่วมกับยามุ่งเป้าหรือภูมิคุ้มกันบำบัด การผ่าตัดใหญ่เฉพาะบางราย และการดูแลแบบประคับประคองควบคู่ ส่วนสมุนไพรไม่มีหลักฐานว่ายุบก้อน

เปรียบเทียบเป้าหมาย หลักฐาน และข้อควรระวัง (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)

การรักษามะเร็งปากมดลูกกลับเป็นซ้ำหลังฉายแสง: เป้าหมาย หลักฐาน และข้อควรระวัง
วิธีหลักฐานเหมาะกับใครข้อควรระวัง
ยาแพลตินัม (cisplatin หรือ carboplatin) ร่วมกับ paclitaxelสูตรพื้นฐานของงานวิจัยหลักทุกงานผู้ที่ผ่าตัดหรือฉายแสงซ้ำไม่ได้ และร่างกายพร้อมคลื่นไส้ ผมร่วง ชา เม็ดเลือดต่ำ ผลต่อไต
เพิ่ม bevacizumab (ยาต้านการสร้างหลอดเลือด)GOG 240: มีชีวิต 17.0 เทียบกับ 13.3 เดือนผู้ที่ไม่มีรูรั่วหรือเลือดออกรุนแรง ตามที่แพทย์ประเมินรูรั่ว 3% เทียบกับ 0% ความดันสูง ลิ่มเลือด
เพิ่ม pembrolizumab (ภูมิคุ้มกันบำบัด)KEYNOTE-826: มีชีวิตที่ 2 ปี 53.0% เทียบกับ 41.7%ผลตรวจ PD-L1 เป็นบวก (CPS ตั้งแต่ 1)การอักเสบจากภูมิคุ้มกัน เช่น ไทรอยด์ ลำไส้ ปอด
tisotumab vedotin (ยาแอนติบอดีจับคู่ยาเคมี)innovaTV 301: มีชีวิต 11.5 เทียบกับ 9.5 เดือนโรคลุกลามหลังได้ยา 1–2 สูตรผลข้างเคียงทางตา ชา การเข้าถึงยา
ผ่าตัดเอาอวัยวะในอุ้งเชิงกรานออก (pelvic exenteration)ทางเลือกที่อาจหายได้ในกลุ่มที่คัดเลือก ตามสรุป NCI PDQก้อนอยู่ตรงกลาง ไม่ติดผนังเชิงกราน ไม่ลามไกลผ่าตัดใหญ่ ต้องมีทวารเทียมหรือทางระบายปัสสาวะ
ฉายแสงระยะสั้นเพื่อหยุดเลือดหรือลดปวดใช้บรรเทาอาการเฉพาะที่เลือดออกหรือปวดจากก้อน ตามที่แพทย์รังสีประเมินจำกัดด้วยขนาดรังสีที่เคยได้
ดูแลแบบประคับประคองควบคู่Temel 2010 และแนวทาง ASCO 2017ผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลามทุกคนไม่ใช่การหยุดรักษา
สมุนไพรหรืออาหารเสริมเพื่อยุบก้อนไม่มีงานวิจัยในคนยืนยันไม่แนะนำตับอักเสบ ปฏิกิริยากับยา อาจทำให้ต้องเลื่อนคีโม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถามที่ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกกลับเป็นซ้ำและครอบครัวถามบ่อยที่สุด

มะเร็งปากมดลูกกลับมาซ้ำหลังฉายแสงและฝังแร่ครบแล้ว คีโมรอบนี้ช่วยอะไร หายขาดได้ไหม?

เมื่อมะเร็งกลับมาในบริเวณที่เคยฉายแสงเต็มขนาดแล้วและผ่าตัดไม่ได้ เป้าหมายของคีโมส่วนใหญ่คือคุมโรค ลดอาการ เช่น ปวดหรือเลือดออก และยืดชีวิตให้มีคุณภาพ ไม่ใช่การรักษาให้หายขาด งานวิจัย GOG 240 พบว่าการเพิ่มยา bevacizumab ในเคมีบำบัดทำให้มีชีวิตอยู่เฉลี่ย 17.0 เดือน เทียบกับ 13.3 เดือน และงาน KEYNOTE-826 พบว่าการเพิ่ม pembrolizumab ในผู้ที่ผลตรวจ PD-L1 เป็นบวก ทำให้อัตรามีชีวิตที่ 2 ปีเป็นราว 53 เทียบกับ 42 เปอร์เซ็นต์ ในบางรายที่ก้อนอยู่ตรงกลางอุ้งเชิงกรานและยังไม่ลาม แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดใหญ่ จึงควรถามทีมรักษาว่ากรณีของคุณอยู่ในกลุ่มใด

ยาเคมีบำบัดที่มักใช้เมื่อมะเร็งปากมดลูกกลับเป็นซ้ำมีอะไรบ้าง?

สูตรหลักในแนวทางสากลคือยากลุ่มแพลตินัม ได้แก่ cisplatin หรือ carboplatin ร่วมกับ paclitaxel ให้ทุก 3 สัปดาห์ และอาจเพิ่ม bevacizumab ซึ่งเป็นยาต้านการสร้างหลอดเลือด หรือ pembrolizumab ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันบำบัดในผู้ที่ผลตรวจ PD-L1 เป็นบวก ถ้าโรคลุกลามหลังสูตรแรก ยา tisotumab vedotin ซึ่งเป็นยาแอนติบอดีจับคู่ยาเคมี ยืดชีวิตได้เฉลี่ย 11.5 เทียบกับ 9.5 เดือนเมื่อเทียบกับเคมีบำบัดตัวเดียว การเข้าถึงยาแต่ละตัวขึ้นกับสิทธิการรักษาและโรงพยาบาล ควรถามแพทย์ตรง ๆ ว่าสูตรที่ได้คืออะไรและทำไม

กลัวผลข้างเคียงของคีโมมาก จะทรมานแค่ไหน และเตรียมตัวอย่างไร?

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ป้องกันหรือบรรเทาได้ อาการคลื่นไส้จาก cisplatin ป้องกันได้ด้วยยาต้านอาเจียนหลายตัวร่วมกันตามแนวทาง ASCO ผมร่วงจาก paclitaxel มักเริ่มใน 2–3 สัปดาห์และขึ้นใหม่หลังจบยาหลายเดือน โดยผมใหม่อาจต่างจากเดิมเล็กน้อย อาการชาปลายมือปลายเท้าควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่เริ่มเป็น เม็ดเลือดขาวมักต่ำสุดราว 7–14 วันหลังให้ยา ช่วงนี้ถ้ามีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสต้องไปโรงพยาบาลทันที ก่อนวันให้ยา ให้จดยาและสมุนไพรทุกตัวที่ใช้ ถามเบอร์ติดต่อฉุกเฉินของหอผู้ป่วย และเตรียมเทอร์โมมิเตอร์ไว้ที่บ้าน

มีน้ำไหลออกทางช่องคลอดตลอดเวลาหลังฉายแสง เกิดจากอะไร อันตรายไหม?

สาเหตุที่เป็นไปได้มีหลายอย่าง เช่น สารคัดหลั่งจากก้อนมะเร็งที่ตายหรือติดเชื้อ ช่องคลอดอักเสบจากรังสี หรือรูรั่วจากอวัยวะข้างเคียง ถ้าน้ำใสไหลตลอดเวลาและมีกลิ่นคล้ายปัสสาวะ อาจเป็นรูรั่วจากกระเพาะปัสสาวะหรือท่อไต ถ้ามีอุจจาระ ลม หรือกลิ่นอุจจาระออกทางช่องคลอด อาจเป็นรูรั่วจากลำไส้ตรง ควรแจ้งทีมรักษาก่อนเริ่มคีโม เพราะต้องตรวจร่างกายและตรวจภาพ และยาบางตัว เช่น bevacizumab เพิ่มความเสี่ยงรูรั่วในลำไส้ โดยในงาน GOG 240 พบรูรั่วรุนแรง 3 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 0 เปอร์เซ็นต์

ถ่ายมีเลือดและเจ็บตอนเบ่ง เป็นเพราะมะเร็งลามไปลำไส้หรือเปล่า?

ไม่จำเป็นเสมอไป หลังฉายแสงอุ้งเชิงกราน ลำไส้ตรงอาจอักเสบเรื้อรังจากรังสีได้ตั้งแต่หลายเดือนถึงหลายปีต่อมา ทำให้ถ่ายมีเลือดสดและปวดเบ่ง สาเหตุอื่นที่ต้องแยก ได้แก่ ก้อนมะเร็งลุกลามเข้าลำไส้ตรง รูรั่ว ริดสีดวงหรือแผลปากทวาร และเกล็ดเลือดต่ำระหว่างคีโม แพทย์มักตรวจทางทวารหนัก ส่องกล้องลำไส้ส่วนปลาย ตรวจภาพ และตรวจเลือด แนวทางของสมาคมศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนักสหรัฐระบุทางเลือกรักษาลำไส้อักเสบจากรังสี เช่น ยาสวนทวาร sucralfate การป้ายฟอร์มาลิน และการจี้ด้วยแก๊สอาร์กอนผ่านกล้อง ควรแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มคีโม

มีสมุนไพรหรืออาหารเสริมตัวไหนช่วยให้ก้อนยุบไหม?

ยังไม่มีสมุนไพรหรืออาหารเสริมใดที่มีงานวิจัยในคนยืนยันว่ายุบก้อนมะเร็งปากมดลูกได้ ข้อมูลจากเครือข่ายเฝ้าระวังตับอักเสบจากยาของสหรัฐพบว่าสัดส่วนตับอักเสบจากสมุนไพรและอาหารเสริมเพิ่มจาก 7 เป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด ถ้าตับหรือไตทำงานผิดปกติ อาจต้องเลื่อนหรือลดขนาดคีโม และสมุนไพรบางชนิด เช่น เซนต์จอห์นเวิร์ต มีปฏิกิริยากับยาเคมีบำบัดได้ ถ้าอยากใช้อะไรเพิ่ม ให้นำขวดหรือฉลากไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูก่อนเสมอ

ระหว่างคีโมควรกินอะไร ไข่ขาวหรือเนื้อปลาช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาวจริงไหม?

ไม่มีอาหารชนิดใดเพิ่มเม็ดเลือดขาวได้โดยตรง เม็ดเลือดขาวฟื้นตัวเองจากไขกระดูกหลังให้ยา แต่โปรตีนเพียงพอช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมและคงน้ำหนักไว้ได้ แนวทาง ESPEN แนะนำโปรตีนราว 1.0–1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน เช่น ไข่ ปลา เต้าหู้ นม และเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุก ช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำ ให้เน้นอาหารปรุงสุกใหม่ ล้างมือ เลี่ยงอาหารดิบ ถ้าถ่ายเป็นเลือดหรือเจ็บเวลาถ่าย ให้ดื่มน้ำพอและถามแพทย์เรื่องยาช่วยให้อุจจาระนิ่ม เพื่อลดการเบ่ง

อาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอวันนัด?

ไปโรงพยาบาลทันทีถ้ามีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสหรือหนาวสั่นระหว่างคีโม เลือดออกทางทวารหนักหรือช่องคลอดมากหรือมีลิ่มเลือด หน้ามืดจะเป็นลม มีอุจจาระหรือลมออกทางช่องคลอด ปวดท้องรุนแรงร่วมกับท้องอืด อาเจียน และไม่ผายลม ปัสสาวะออกน้อยมากหรือปวดบั้นเอวรุนแรง ขาบวมข้างเดียว เจ็บหน้าอกหรือหายใจหอบ ปวดมากจนยาที่มีอยู่คุมไม่ได้ หรือสับสน กินดื่มไม่ได้เลย

กลไกทางวิทยาศาสตร์แบบย่อ (Scientific mechanism)

สรุปโดย :
รังสีทำลายดีเอ็นเอของเซลล์มะเร็ง แต่ในระยะยาวทำให้หลอดเลือดเล็กในเนื้อเยื่อปกติอักเสบและอุดตัน (obliterative endarteritis) เนื้อเยื่อขาดเลือด เกิดพังผืด
ผนังลำไส้ตรงจึงเปราะ มีหลอดเลือดฝอยผิดรูปที่แตกง่าย ทำให้ถ่ายเป็นเลือด และเมื่อก้อนที่กลับเป็นซ้ำกัดกร่อนผ่านเนื้อเยื่อที่อ่อนแอนี้ อาจเกิดทางเชื่อมผิดปกติระหว่างช่องคลอดกับลำไส้หรือกระเพาะปัสสาวะ
เนื้อเยื่อที่ขาดเลือดยังทำให้ยาเข้าถึงก้อนน้อยลงและเซลล์มะเร็งอยู่ในภาวะขาดออกซิเจน ซึ่งดื้อต่อทั้งรังสีและยา
ยากลุ่มแพลตินัมจับกับดีเอ็นเอ ส่วน paclitaxel หยุดการแบ่งเซลล์ที่ระยะไมโทซิส bevacizumab ยับยั้ง VEGF ซึ่งลดการสร้างหลอดเลือดใหม่ของก้อน แต่ก็ลดการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เคยฉายแสง จึงเพิ่มโอกาสรูรั่ว
ส่วน pembrolizumab ปลดล็อก PD-1 ให้เซลล์ภูมิคุ้มกันจดจำเซลล์มะเร็งที่ติดเชื้อ HPV ได้ดีขึ้น

แหล่งอ้างอิงเชิงวิชาการ (E-E-A-T)

  1. Tewari KS, et al. Improved survival with bevacizumab in advanced cervical cancer (GOG 240). N Engl J Med 2014.
  2. Colombo N, et al. Pembrolizumab for persistent, recurrent, or metastatic cervical cancer (KEYNOTE-826). N Engl J Med 2021.
  3. Vergote I, et al. Tisotumab vedotin as second- or third-line therapy for recurrent cervical cancer (innovaTV 301). N Engl J Med 2024.
  4. Temel JS, et al. Early palliative care for patients with metastatic non-small-cell lung cancer. N Engl J Med 2010.
  5. Ferrell BR, et al. Integration of palliative care into standard oncology care: ASCO clinical practice guideline update. J Clin Oncol 2017.
  6. Hesketh PJ, et al. Antiemetics: ASCO guideline update. J Clin Oncol 2020.
  7. Taplitz RA, et al. Outpatient management of fever and neutropenia in adults treated for malignancy: ASCO and IDSA guideline update. J Clin Oncol 2018.
  8. Paquette IM, et al. ASCRS clinical practice guideline for the treatment of chronic radiation proctitis. Dis Colon Rectum 2018.
  9. Navarro VJ, et al. Liver injury from herbals and dietary supplements in the U.S. Drug-Induced Liver Injury Network. Hepatology 2014.
  10. Arends J, et al. ESPEN guidelines on nutrition in cancer patients. Clin Nutr 2017.
  11. National Cancer Institute. Cervical Cancer Treatment (PDQ) — Health Professional Version.

เรียบเรียงและตรวจทานโดย · ใช้ชื่อสามัญทางยาเท่านั้น ไม่อ้างชื่อทางการค้า

ข้อควรทราบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)

บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปจากงานวิจัย ไม่ใช่การวินิจฉัย ไม่ใช่ใบสั่งยา และไม่แทนคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษามะเร็งของท่าน อย่าหยุด เลื่อน หรือเปลี่ยนการรักษาด้วยตนเอง และแจ้งแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้สมุนไพรหรืออาหารเสริม ถ้ามีอาการในหัวข้อสัญญาณอันตราย ให้ไปโรงพยาบาลทันที