หมวดหมู่: มะเร็งนรีเวช · การดูแลแบบประคับประคอง

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกระยะ 4 แพทย์หยุดคีโมให้รักษาตามอาการ: หมายความว่าอะไร ยังมียาอะไรควรถาม คุมปวดอย่างไร และทำไมห้ามอดอาหาร

AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)

เมื่อแพทย์หยุดคีโมเพราะมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกไม่ตอบสนอง การดูแลแบบประคับประคองไม่ใช่การทอดทิ้ง แต่เป็นการรักษาเชิงรุกเพื่อคุมปวดและอาการ ควรถามแพทย์ว่าเคยตรวจ MMR/MSI และตัวรับฮอร์โมนหรือยัง เพราะบางคนยังมีภูมิคุ้มกันบำบัดหรือยาฮอร์โมนให้เลือก และไม่ควรอดอาหารหรือกินแต่น้ำผักปั่น

บทความนี้ครอบคลุมอะไร:
ผู้ป่วยมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกระยะลุกลามหรือกลับเป็นซ้ำที่ได้คีโมหลายสูตรแล้วไม่ตอบสนอง และครอบครัว —
ความหมายของการรักษาตามอาการ คำถามที่ควรถามแพทย์ ทางเลือกที่อาจยังมี การคุมปวดและอาการ โภชนาการ และสัญญาณอันตราย
ถ้ามีคลื่นไส้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดมาก อ่าน
คลื่นไส้ อาเจียน และภาวะผอมแห้งในมะเร็งระยะลุกลาม ·
สัญญาณอันตราย ·
ตารางทางเลือกหลังหยุดคีโม ·
ตารางคุมอาการ ·
ตารางโภชนาการ ·
คำถามที่พบบ่อย

จากกลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง: แพทย์บอกไม่มียาจะให้แล้วเพราะให้กี่ตัวก็ไม่ตอบสนอง ให้มารักษาตามอาการ หมดหวังแล้วจริงไหม?

คำตอบตรง: ไม่ได้แปลว่าหมดการดูแล การรักษาตามอาการคือการดูแลเต็มที่ให้ผู้ป่วยไม่ทรมาน
และยังมีคำถามสำคัญที่ครอบครัวควรถามแพทย์ เพราะผู้ป่วยบางคนยังมียาที่ไม่ใช่คีโมให้พิจารณาได้ ขึ้นกับผลตรวจชิ้นเนื้อและความแข็งแรงของร่างกาย

สมาชิกกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งท่านหนึ่งเล่าว่า “หมอหยุดการรักษา บอกว่าไม่มียาจะให้แล้วเพราะให้กี่ตัวก็ไม่ตอบสนอง ให้มารักษาตามอาการ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกระยะ 4 หมดหวังแล้ว”
ความรู้สึกเหมือนโลกพังลงในวินาทีนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้มาก บทความนี้สรุปงานวิจัยเพื่อช่วยให้ครอบครัวรู้ว่าจะถามอะไรต่อ และดูแลอย่างไรให้ผู้ป่วยสบายที่สุด

1. “รักษาตามอาการ” หมายถึงอะไร และทำไมไม่ใช่การทอดทิ้ง

คำตอบตรง: การดูแลแบบประคับประคองเป็น การรักษาเชิงรุก ที่เปลี่ยนเป้าหมายจากการทำลายก้อนมะเร็ง มาเป็นการคุมปวด คลื่นไส้ เหนื่อย เลือดออก ความกังวล และช่วยครอบครัว งานวิจัยพบว่ายิ่งเริ่มเร็ว คุณภาพชีวิตยิ่งดี

16% vs 38%ภาวะซึมเศร้าเมื่อได้ดูแลประคับประคองเร็ว เทียบกับดูแลปกติ
11.6 vs 8.9เดือนที่มีชีวิต (ค่ากลาง) ในการทดลองของ Temel
OR 0.35คุณภาพช่วงท้ายชีวิตแย่ลงเมื่อยังให้คีโมใกล้ช่วงท้าย
50.6%ผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายที่ยังได้คีโม (312 ราย)

หลักฐานว่าการดูแลแบบประคับประคองช่วยจริง

การทดลองแบบสุ่มของ Temel (2010)
ในผู้ป่วยมะเร็งระยะแพร่กระจาย 151 ราย พบว่ากลุ่มที่ได้ทีมดูแลประคับประคองตั้งแต่เนิ่น ๆ มีคุณภาพชีวิตดีกว่า (98.0 เทียบกับ 91.5 คะแนน)
ภาวะซึมเศร้าน้อยกว่า (16% เทียบกับ 38%) ได้รับการรักษาแบบรุนแรงช่วงท้ายน้อยกว่า (33% เทียบกับ 54%) และมีชีวิตยืนยาวกว่า (11.6 เทียบกับ 8.9 เดือน)
แม้งานนี้ทำในมะเร็งปอด แต่หลักการเดียวกันใช้กับมะเร็งระยะลุกลามทุกชนิด

ทำไมการฝืนให้คีโมต่อไม่ได้ช่วยเสมอ

การศึกษาของ Prigerson (2015)
ในผู้ป่วยมะเร็งระยะแพร่กระจาย 312 รายพบว่า การให้คีโมช่วงท้ายไม่ได้ทำให้มีชีวิตยืนยาวขึ้น และในผู้ที่ยังพอช่วยตัวเองได้ กลับทำให้คุณภาพช่วงสัปดาห์สุดท้ายแย่ลง (OR 0.35)
การที่แพทย์หยุดคีโมจึงมักเป็นการตัดสินใจเพื่อปกป้องผู้ป่วย ไม่ใช่การยอมแพ้

สี่คำถามที่ควรถามแพทย์เจ้าของไข้

  1. หยุดเพราะมะเร็งไม่ตอบสนอง หรือเพราะร่างกายอ่อนแอเกินกว่าจะรับยา
  2. ชิ้นเนื้อเคยตรวจ MMR/MSI ตัวรับฮอร์โมน และ HER2 หรือยัง
  3. อาการอะไรที่น่าจะเกิดต่อไป และควรเตรียมยาอะไรไว้ที่บ้าน
  4. ถ้ามีอาการกลางคืนหรือวันหยุด ควรติดต่อใคร และมีทีมดูแลประคับประคองหรือดูแลที่บ้านไหม

2. ยาที่ไม่ใช่คีโมซึ่งยังควรถาม: ตรวจ MMR/MSI ภูมิคุ้มกันบำบัด และยาฮอร์โมน

คำตอบตรง: มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกมีลักษณะเฉพาะที่ ผลตรวจชิ้นเนื้อเดิม อาจเปิดทางยาที่ไม่ใช่คีโมได้ แต่ยาแต่ละแบบเหมาะกับความแข็งแรงของร่างกายต่างกัน และถ้าผู้ป่วยอ่อนแอมากแล้ว การดูแลแบบประคับประคองอย่างเดียวคือการรักษาที่ดีที่สุด

ถ้าผลเป็น dMMR หรือ MSI-H: ภูมิคุ้มกันบำบัด

ราวหนึ่งในสี่ถึงหนึ่งในสามของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกมีความบกพร่องของระบบซ่อมแซมดีเอ็นเอ
การศึกษา KEYNOTE-158 (O’Malley 2022)
ในผู้ป่วยที่เคยรักษามาแล้ว พบว่า pembrolizumab ทำให้ก้อนยุบ 48% และค่ากลางของเวลาที่โรคไม่ลุกลามคือ 13.1 เดือน ผลข้างเคียงระดับรุนแรง 12%

ถ้าผลเป็น pMMR และร่างกายยังแข็งแรง: ยามุ่งเป้าร่วมภูมิคุ้มกันบำบัด

การทดลอง KEYNOTE-775 (Makker 2022)
ในผู้ที่เคยได้คีโมกลุ่มแพลทินัม พบว่า lenvatinib ร่วมกับ pembrolizumab ในกลุ่ม pMMR ยืดเวลาที่โรคไม่ลุกลามเป็น 6.6 เทียบกับ 3.8 เดือน และการมีชีวิตเป็น 17.4 เทียบกับ 12.0 เดือน
แต่มีผลข้างเคียงระดับ 3 ขึ้นไปถึง 88.9% (คีโม 72.7%) เช่น ความดันสูง ท้องเสีย อ่อนเพลีย จึงเหมาะกับผู้ที่ยังช่วยตัวเองได้ดี

ยาฮอร์โมน: ทางเลือกชนิดกินที่ผลข้างเคียงน้อย

การวิเคราะห์อภิมาน 39 การศึกษา (Ethier 2017)
พบว่ายาฮอร์โมน เช่น โปรเจสติน (medroxyprogesterone acetate, megestrol acetate) หรือยากลุ่ม aromatase inhibitor ทำให้ก้อนยุบเฉลี่ย 21.6%
สูงขึ้นเป็น 35.5% ในก้อนที่มีตัวรับโปรเจสเตอโรน แต่เหลือเพียง 9.2% ในก้อนที่ไม่มีตัวรับเอสโตรเจน ยาเป็นชนิดกิน ผลข้างเคียงหลักคือเพิ่มความอยากอาหารและเสี่ยงลิ่มเลือด

ถ้าผลเป็น dMMR ควรถามแพทย์เรื่องตรวจกลุ่มอาการลินช์ เพราะญาติสายตรงอาจเสี่ยงมะเร็งลำไส้และมะเร็งมดลูก
สิทธิ์การเบิกจ่ายยาภูมิคุ้มกันบำบัดและยามุ่งเป้าแต่ละสิทธิ์การรักษาต่างกัน ควรถามโรงพยาบาลหรือนักสังคมสงเคราะห์ และถามเรื่องงานวิจัยทางคลินิกที่เปิดรับด้วย
การขอความเห็นที่สองจากแพทย์มะเร็งนรีเวชในโรงเรียนแพทย์หรือศูนย์มะเร็งทำได้เสมอ โดยนำผลชิ้นเนื้อ สไลด์ และภาพเอกซเรย์ไปด้วย

ไม่แน่ใจว่าอาการตอนนี้ดูแลที่บ้านได้ หรือควรพาไปโรงพยาบาลวันนี้?

วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา — แบบประเมินช่วยจัดระดับว่าอาการระหว่างการรักษามะเร็งหรือระหว่างการดูแลแบบประคับประคองตอนนี้ควรเฝ้าดู ควรแจ้งทีมดูแลเร็วขึ้น หรือควรไปโรงพยาบาลทันที ใช้คู่กับหัวข้อสัญญาณอันตรายด้านบน และไม่ใช่การวินิจฉัยโรค

คลิกทำแบบประเมินสัญญาณระหว่างการรักษามะเร็ง (ฟรี)

3. ตารางเปรียบเทียบทางเลือกหลังหยุดคีโม

คำตอบตรง: ทุกคนควรได้การดูแลแบบประคับประคอง ส่วนยาที่ไม่ใช่คีโมขึ้นกับผลตรวจชิ้นเนื้อและความแข็งแรง และการแพทย์ทางเลือกแทนการรักษามาตรฐานสัมพันธ์กับการเสียชีวิตที่สูงขึ้น

เปรียบเทียบทางเลือก ใช้ชื่อสามัญทางยาเท่านั้น (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)

ทางเลือกในมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกระยะลุกลามที่ดื้อคีโม: เหมาะกับใคร ผลจากงานวิจัย และข้อควรรู้
ทางเลือกเหมาะกับผลจากงานวิจัยข้อควรรู้
ดูแลแบบประคับประคองเต็มรูปแบบทุกคน ทั้งเดี่ยว ๆ และควบคู่ยาอื่นคุณภาพชีวิตดีขึ้น ซึมเศร้าลดลง 16% เทียบกับ 38%ขอพบทีมประคับประคองหรือทีมดูแลที่บ้าน
ภูมิคุ้มกันบำบัด (pembrolizumab)ก้อนที่เป็น dMMR หรือ MSI-Hก้อนยุบ 48% ค่ากลางโรคไม่ลุกลาม 13.1 เดือนผลข้างเคียงจากภูมิคุ้มกัน เช่น ไทรอยด์ ลำไส้ ปอดอักเสบ
lenvatinib + pembrolizumabpMMR เคยได้แพลทินัม และยังแข็งแรงมีชีวิต 17.4 เทียบกับ 12.0 เดือนผลข้างเคียงรุนแรง 88.9% ต้องติดตามความดันใกล้ชิด
ยาฮอร์โมน (โปรเจสติน, aromatase inhibitor)ก้อนเกรดต่ำหรือมีตัวรับฮอร์โมน แม้ร่างกายไม่แข็งแรงมากก้อนยุบ 21.6% และ 35.5% ถ้ามีตัวรับโปรเจสเตอโรนชนิดกิน ระวังลิ่มเลือดและน้ำหนักขึ้น
ฉายรังสีระยะสั้นเพื่อบรรเทาเลือดออกทางช่องคลอด ปวดกระดูก หรือก้อนกดเส้นประสาทใช้บรรเทาอาการเฉพาะที่ตามแนวทาง NCIมักใช้ไม่กี่ครั้ง ถามแพทย์รังสีรักษา
การแพทย์ทางเลือกแทนการรักษามาตรฐานไม่แนะนำเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่ม 2.50 เท่า (Johnson 2018)สมุนไพรบางชนิดทำลายตับหรือรบกวนยาแก้ปวด

4. คุมปวดและอาการรบกวนให้ผู้ป่วยสบาย

คำตอบตรง: ความปวดจากมะเร็งคุมได้เกือบทุกคน ถ้าใช้ยาแก้ปวดถูกชนิดและถูกเวลา และอาการอื่น ๆ เช่น คลื่นไส้ ท้องอืด เลือดออก และหอบเหนื่อย ก็มีวิธีบรรเทาเฉพาะ

หลักการคุมปวดตามแนวทาง ESMO

  • กินยาแก้ปวดตามเวลา ไม่รอจนปวดมาก
  • ปวดปานกลางถึงรุนแรง ใช้ยากลุ่มโอปิออยด์ เช่น มอร์ฟีน ตามที่แพทย์ปรับขนาด
  • มียาเสริมสำหรับปวดแทรก และจดว่าใช้กี่ครั้งต่อวันเพื่อให้แพทย์ปรับยาหลัก
  • กินยาระบายป้องกันท้องผูกทุกวันเมื่อใช้โอปิออยด์
  • ให้คะแนนปวด 0–10 วันละครั้ง ถ้าเกิน 4 ติดต่อกันให้แจ้งทีม

แนวทาง ESMO ด้านการคุมปวดจากมะเร็ง (Fallon 2018)
ระบุว่าโอปิออยด์เป็นยาหลักสำหรับปวดจากมะเร็งระดับปานกลางถึงรุนแรง ความกลัวติดยาไม่ควรเป็นเหตุให้ผู้ป่วยต้องทนปวด

อาการที่พบบ่อยในมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกระยะลุกลามและวิธีบรรเทา (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)

อาการรบกวน สาเหตุ วิธีบรรเทา และเป้าหมาย
อาการสาเหตุที่พบบ่อยวิธีบรรเทาเป้าหมาย
ปวดท้องน้อย หลัง หรือกระดูกก้อนกดอวัยวะ เส้นประสาท หรือกระจายไปกระดูกโอปิออยด์ตามเวลา ยาเสริมปวดประสาท ฉายรังสีเฉพาะที่ปวดไม่เกิน 3–4 จาก 10 นอนหลับได้
คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืดลำไส้อุดตันจากก้อนในช่องท้อง ท้องผูกจากยายาแก้คลื่นไส้ ยาระบาย สเตียรอยด์ octreotide หรือใส่สายระบายอาเจียนน้อยลง จิบน้ำได้
เลือดออกทางช่องคลอดก้อนที่ช่องคลอดหรือมดลูกฉายรังสีระยะสั้น tranexamic acid ผ้าอนามัยแบบซึมซับมากเลือดหยุดหรือลดลง ไม่ซีดจนหน้ามืด
ท้องมาน ขาบวมน้ำในช่องท้อง ต่อมน้ำเหลืองอุดตันเจาะระบายน้ำในท้อง ยกขาสูง พันผ้ายืดเบา ๆหายใจสบาย เดินได้
หอบเหนื่อยมะเร็งที่ปอด น้ำในเยื่อหุ้มปอด ซีดพัดลมเป่าหน้า นั่งเอนหลัง โอปิออยด์ขนาดต่ำ เจาะน้ำในเยื่อหุ้มปอดหายใจไม่ทรมาน
กังวล นอนไม่หลับ เศร้าความกลัว ปวด และการเปลี่ยนแปลงของชีวิตพูดคุยกับทีม จิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา ยาตามความจำเป็น ดูแลด้านจิตวิญญาณใจสงบ ได้ใช้เวลากับคนที่รัก

5. ทำไมห้ามอดอาหารหรือกินแต่น้ำผักปั่น

คำตอบตรง: มะเร็งไม่อดตายตามผู้ป่วย แต่กล้ามเนื้อของผู้ป่วยจะสลายเร็วขึ้น ภาวะผอมแห้งจากมะเร็งเกิดจากสารอักเสบที่ก้อนมะเร็งปล่อยออกมา การกินน้อยจึงซ้ำเติมให้อ่อนแรงและติดเชื้อง่ายขึ้น

แนวทาง ESPEN ด้านโภชนาการในผู้ป่วยมะเร็ง (Arends 2017)
แนะนำให้คัดกรองภาวะทุพโภชนาการ ให้โปรตีนมากกว่า 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน และถ้าเป็นไปได้ถึง 1.5 กรัม พร้อมพลังงานพอ
ยกเว้นในช่วงท้ายของชีวิต ซึ่งเป้าหมายคือความสบายมากกว่าตัวเลข

การศึกษาของ Johnson (2018)
พบว่าผู้ที่ใช้การแพทย์ทางเลือกแทนการรักษามาตรฐานมีความเสี่ยงเสียชีวิตสูงขึ้น 2.50 เท่า แม้งานนี้ทำในมะเร็งระยะที่ยังไม่แพร่กระจาย แต่เตือนว่าการละทิ้งการดูแลทางการแพทย์มีราคาที่ต้องจ่าย

เปรียบเทียบโภชนาการทางการแพทย์กับสูตรทางเลือกที่เข้มงวด (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)

โภชนาการทางการแพทย์ vs สูตรอดอาหาร น้ำผักปั่น และงดเนื้อสัตว์
ประเด็นแนวทางทางการแพทย์สูตรทางเลือกที่เข้มงวดผลต่อผู้ป่วย
โปรตีนมากกว่า 1 ถึง 1.5 ก./กก./วัน จากไข่ ปลา ไก่ นม เต้าหู้งดเนื้อสัตว์และไข่ กินแต่ผักกล้ามเนื้อลีบ ลุกเดินไม่ไหว แผลหายช้า
พลังงานมื้อเล็กบ่อย ๆ เสริมอาหารทางการแพทย์ได้อดอาหารเพื่อให้มะเร็งอดตายน้ำหนักลดเร็ว อ่อนเพลีย หน้ามืด
น้ำผักผลไม้ปั่นปริมาณมากกินผักผลไม้เป็นส่วนหนึ่งของมื้อดื่มแทนมื้ออาหารหลายลิตรต่อวันอิ่มเร็วจนกินโปรตีนไม่ได้ โพแทสเซียมสูงถ้าไตทำงานลดลง
สมุนไพรและผลิตภัณฑ์อ้างรักษามะเร็งแจ้งทีมก่อนใช้ทุกชนิดใช้แทนยาและการดูแลทางการแพทย์ตับอักเสบ เลือดออกง่าย ยาแก้ปวดออกฤทธิ์ผิดปกติ
ช่วงท้ายของชีวิตกินเพื่อความสุข ตามที่อยากกิน ไม่บังคับบังคับดื่มสูตรเฉพาะสำลัก คลื่นไส้ และความทุกข์ทั้งผู้ป่วยและครอบครัว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถามที่ผู้ป่วยและครอบครัวถามบ่อยเมื่อแพทย์หยุดคีโม

แพทย์บอกว่ามะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกระยะ 4 ไม่ตอบสนองต่อคีโมแล้ว ให้รักษาตามอาการ หมายความว่าอย่างไร?

หมายความว่ายาเคมีบำบัดที่ใช้ไม่ได้คุมโรคแล้ว และการให้คีโมต่ออาจทำให้ทรมานจากผลข้างเคียงมากกว่าประโยชน์ เป้าหมายจึงเปลี่ยนจากการทำลายก้อนมะเร็งเป็นการคุมปวด คลื่นไส้ เลือดออก และอาการอื่น ๆ ให้ผู้ป่วยสุขสบายและมีเวลาคุณภาพกับครอบครัว ควรถามแพทย์ต่อว่าหยุดเพราะมะเร็งไม่ตอบสนอง หรือเพราะร่างกายอ่อนแอเกินกว่าจะรับยา เพราะคำตอบนี้บอกว่ายังมีทางเลือกอื่นที่เหมาะหรือไม่ เช่น ยาฮอร์โมนหรือภูมิคุ้มกันบำบัด

การดูแลแบบประคับประคองต่างจากการปล่อยผู้ป่วยไว้เฉย ๆ อย่างไร?

การดูแลแบบประคับประคองเป็นการรักษาเชิงรุกโดยทีมแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และนักโภชนาการ เพื่อคุมปวด คลื่นไส้ เหนื่อย ท้องอืด ความกังวล และช่วยครอบครัววางแผนการดูแล ไม่ใช่การหยุดดูแล งานวิจัยของ Temel ในผู้ป่วยมะเร็งระยะแพร่กระจายพบว่าการได้รับการดูแลแบบประคับประคองตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ภาวะซึมเศร้าลดลงจาก 38 เป็น 16 เปอร์เซ็นต์ และมีชีวิตยืนยาวกว่า 11.6 เทียบกับ 8.9 เดือน การดูแลแบบนี้ยังทำควบคู่กับยารักษามะเร็งได้ด้วย

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกระยะ 4 ที่ดื้อคีโมแล้ว ยังมีภูมิคุ้มกันบำบัดหรือยาอื่นไหม?

บางคนยังมี ขึ้นกับผลตรวจชิ้นเนื้อและความแข็งแรงของร่างกาย ถ้าตรวจพบภาวะ dMMR หรือ MSI-H ยาภูมิคุ้มกันบำบัดอย่าง pembrolizumab ให้ผลตอบสนอง 48 เปอร์เซ็นต์ในการศึกษา KEYNOTE-158 ถ้าเป็นชนิด pMMR และเคยได้คีโมกลุ่มแพลทินัมแล้ว ยา lenvatinib ร่วมกับ pembrolizumab ยืดการมีชีวิตเป็น 17.4 เทียบกับ 12.0 เดือน แต่มีผลข้างเคียงรุนแรงถึง 88.9 เปอร์เซ็นต์ จึงเหมาะกับคนที่ร่างกายยังแข็งแรง ส่วนยาฮอร์โมนกลุ่มโปรเจสติน ได้ผลราว 21.6 เปอร์เซ็นต์และสูงขึ้นในก้อนที่มีตัวรับโปรเจสเตอโรน สิทธิ์การเบิกจ่ายแต่ละสิทธิ์ต่างกัน ควรถามโรงพยาบาลโดยตรง

ควรขอให้แพทย์ตรวจอะไรเพิ่มจากชิ้นเนื้อเดิม?

ถามว่าชิ้นเนื้อเดิมเคยตรวจโปรตีนซ่อมแซมดีเอ็นเอ (MMR) หรือภาวะ MSI แล้วหรือยัง เคยตรวจตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนหรือยัง และถ้าเป็นชนิดเซรัส เคยตรวจ HER2 หรือยัง การตรวจเหล่านี้มักทำจากชิ้นเนื้อที่เก็บไว้แล้วโดยไม่ต้องผ่าตัดใหม่ ผลตรวจช่วยบอกว่ายาภูมิคุ้มกันบำบัด ยาฮอร์โมน หรือยามุ่งเป้าเหมาะหรือไม่ ถ้าผล dMMR ควรถามเรื่องการตรวจกลุ่มอาการลินช์ในครอบครัวด้วย

กลัวว่ามอร์ฟีนจะทำให้ติดยาหรือเสียชีวิตเร็วขึ้น ควรใช้ไหม?

ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์อย่างมอร์ฟีนเป็นยาหลักสำหรับปวดจากมะเร็งระดับปานกลางถึงรุนแรงตามแนวทาง ESMO เมื่อใช้ตามขนาดที่แพทย์ปรับ ไม่ได้เร่งการเสียชีวิต และการติดยาแบบผิดปกติพบน้อยมากในผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลาม ควรกินตามเวลาไม่ใช่รอให้ปวดมากก่อน มียาเสริมเมื่อปวดแทรก และต้องกินยาระบายป้องกันท้องผูกควบคู่เสมอ ถ้าง่วงมาก สับสน หรือหายใจช้า ให้แจ้งทีมดูแลทันที

ให้ผู้ป่วยดื่มแต่น้ำผักปั่น งดเนื้อสัตว์ หรืออดอาหารเพื่อให้มะเร็งอดตาย ได้ไหม?

ไม่ควร มะเร็งไม่อดตายตามผู้ป่วย แต่ร่างกายผู้ป่วยจะสลายกล้ามเนื้อเร็วขึ้น ภาวะผอมแห้งจากมะเร็งเกิดจากสารอักเสบที่ก้อนมะเร็งปล่อยออกมา การกินน้อยหรือกินแต่น้ำผักจึงซ้ำเติมให้อ่อนแรง ภูมิต้านทานลด และแผลหายช้า แนวทาง ESPEN แนะนำโปรตีนมากกว่า 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน และถ้าเป็นไปได้ถึง 1.5 กรัม จากไข่ ปลา ไก่ นม หรือเต้าหู้ แบ่งมื้อเล็กบ่อย ๆ ส่วนในช่วงท้ายของชีวิต ให้กินเพื่อความสุขตามที่อยากกิน ไม่ต้องบังคับ

สมุนไพรหรือการรักษาทางเลือกช่วยได้ไหม?

การใช้การแพทย์ทางเลือกแทนการรักษามาตรฐานสัมพันธ์กับการเสียชีวิตที่สูงขึ้น การศึกษาของ Johnson พบความเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่มเป็น 2.50 เท่า สมุนไพรบางชนิดทำให้ตับอักเสบ เลือดออกง่าย หรือรบกวนยาแก้ปวดและยาอื่น ส่วนการบำบัดเสริมที่ช่วยความสบาย เช่น การนวดเบา ๆ ดนตรี การสวดมนต์ และการทำสมาธิ ใช้ร่วมกับการดูแลแบบประคับประคองได้ ควรแจ้งทีมแพทย์ทุกครั้งก่อนเริ่มสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ

อาการแบบไหนต้องพาไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที?

ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันทีถ้าปวดรุนแรงที่ยาเดิมคุมไม่ได้ อาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้ร่วมกับท้องอืดโตและไม่ถ่ายไม่ผายลม เลือดออกทางช่องคลอดมากจนชุ่มผ้าอนามัยทุกชั่วโมง หอบเหนื่อยหรือเจ็บหน้าอก ขาบวมข้างเดียวและปวด มีไข้หนาวสั่น ปวดหลังร่วมกับขาอ่อนแรง ชา หรือกลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ ปัสสาวะไม่ออก หรือซึม สับสน ปลุกไม่ค่อยตื่น

กลไกทางวิทยาศาสตร์แบบย่อ (Scientific mechanism)

สรุปโดย :
เมื่อระบบซ่อมแซมดีเอ็นเอที่ผิดพลาดระหว่างแบ่งตัว (mismatch repair) บกพร่อง เซลล์มะเร็งจะสะสมการกลายพันธุ์จำนวนมาก สร้างโปรตีนแปลกปลอมที่ระบบภูมิคุ้มกันมองเห็นได้
แต่เซลล์มะเร็งใช้โปรตีน PD-L1 จับกับ PD-1 บนเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด T เพื่อปิดการโจมตี ยาภูมิคุ้มกันบำบัดกลุ่มยับยั้ง PD-1 ปลดล็อกนี้ ทำให้เซลล์ T กลับมาทำลายมะเร็งได้ จึงได้ผลดีเป็นพิเศษในก้อนที่เป็น dMMR
ส่วน lenvatinib ยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่ของก้อนและปรับสภาพแวดล้อมรอบก้อนให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ในก้อนที่มีตัวรับโปรเจสเตอโรน ยาโปรเจสตินกระตุ้นตัวรับนี้ให้เซลล์หยุดแบ่งตัว
ภาวะผอมแห้งจากมะเร็งเกิดจากสารอักเสบ เช่น IL-6 และ TNF-α ที่เร่งการสลายกล้ามเนื้อและลดความอยากอาหาร การอดอาหารจึงไม่ได้ทำให้มะเร็งอดตาย แต่ทำให้กล้ามเนื้อสลายเร็วขึ้น
ยาโอปิออยด์จับกับตัวรับ mu ในไขสันหลังและสมองเพื่อลดการส่งสัญญาณปวด และลดความรู้สึกหอบเหนื่อยในขนาดต่ำ

แหล่งอ้างอิงเชิงวิชาการ (E-E-A-T)

  1. O’Malley DM, et al. Pembrolizumab in patients with microsatellite instability-high advanced endometrial cancer: results from the KEYNOTE-158 study. J Clin Oncol 2022.
  2. Makker V, et al. Lenvatinib plus pembrolizumab for advanced endometrial cancer. N Engl J Med 2022.
  3. Ethier JL, et al. Is hormonal therapy effective in advanced endometrial cancer? A systematic review and meta-analysis. Gynecol Oncol 2017.
  4. Temel JS, et al. Early palliative care for patients with metastatic non-small-cell lung cancer. N Engl J Med 2010.
  5. Prigerson HG, et al. Chemotherapy use, performance status, and quality of life at the end of life. JAMA Oncol 2015.
  6. Fallon M, et al. Management of cancer pain in adult patients: ESMO Clinical Practice Guidelines. Ann Oncol 2018.
  7. Arends J, et al. ESPEN guidelines on nutrition in cancer patients. Clin Nutr 2017.
  8. Johnson SB, et al. Use of alternative medicine for cancer and its impact on survival. J Natl Cancer Inst 2018.
  9. National Cancer Institute (NIH). Endometrial Cancer Treatment (PDQ).

เรียบเรียงและตรวจทานโดย · ใช้ชื่อสามัญทางยาเท่านั้น ไม่อ้างชื่อทางการค้า

ข้อควรทราบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)

บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปจากงานวิจัย ไม่ใช่การวินิจฉัย ไม่ใช่ใบสั่งยา และไม่แทนคำแนะนำของแพทย์มะเร็งและทีมดูแลแบบประคับประคองของท่าน ความเหมาะสมของยาแต่ละชนิดขึ้นกับผลตรวจชิ้นเนื้อ ความแข็งแรงของร่างกาย และสิทธิ์การรักษา อย่าเริ่มหรือหยุดยาหรือสมุนไพรเอง ถ้ามีอาการในหัวข้อสัญญาณอันตราย ให้ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที