หมวด: การปลูกถ่ายไต · สุขภาพสตรี · ความปลอดภัยของยา

ปลูกถ่ายไตแล้วประจำเดือนกลับมา ทำไมมาเดือนละ 2 รอบ ปวดท้องประจำเดือนกินยาอะไรได้ และต้องคุมกำเนิดไหม

AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)

ประจำเดือนกลับมาหลังปลูกถ่ายไต เพราะของเสียคั่งลดลงจนสมองและรังไข่กลับมาสั่งการตกไข่ได้ ช่วงแรกรอบเดือนอาจไม่สม่ำเสมอหรือมาถี่ ควรเลี่ยงยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เพราะลดเลือดไปเลี้ยงไตใหม่ ใช้ประคบอุ่นและ paracetamol แทน และควรคุมกำเนิด เพราะตั้งครรภ์ได้แล้ว

เหมาะกับใคร:
ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่ปลูกถ่ายไตแล้ว และครอบครัว · ข้อมูลพื้นฐานจาก NIDDK (NIH): Kidney Transplant ·
อาการอันตราย ·
ทำไมประจำเดือนกลับมา ·
ทำไมมาถี่และปวด ·
ยาแก้ปวดกับไตใหม่ ·
คุมกำเนิด ·
คำถามที่พบบ่อย

คำถามจากกลุ่มผู้ป่วย: ตอนฟอกไตไม่มีประจำเดือน พอปลูกถ่ายไตแล้วกลับมา แถมมาเดือนละ 2 รอบ เป็นเรื่องปกติไหม?

คำตอบสั้นๆ: การที่ประจำเดือนกลับมาเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวหลังพ้นภาวะของเสียคั่ง รอบเดือนที่ยังไม่สม่ำเสมอในช่วงแรกพบได้บ่อย แต่มีสามเรื่องที่ควรรู้ คือ เลือกยาแก้ปวดให้ปลอดภัยต่อไตใหม่ คุมกำเนิดเพราะตั้งครรภ์ได้แล้ว และพบสูตินรีแพทย์ถ้าเลือดออกผิดปกติต่อเนื่อง

สมาชิกในกลุ่มผู้ป่วยโรคไตท่านหนึ่งเล่าว่า ช่วงฟอกไตไม่มีประจำเดือน ไม่ต้องปวดท้อง แต่หลังปลูกถ่ายไต ประจำเดือนกลับมา ปวดท้องประจำเดือน และมาเดือนละ 2 รอบ แพทย์โรคไตบอกว่าเป็นสัญญาณที่ดี ร่างกายขับของเสียได้มากขึ้น บทความนี้สรุปหลักฐานว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น อะไรที่ปกติ อะไรที่ควรตรวจ ยาแก้ปวดชนิดใดควรเลี่ยง และเรื่องคุมกำเนิดที่มักถูกมองข้าม โดยไม่ได้ประเมินกรณีของบุคคลใด และไม่แทนคำแนะนำของแพทย์เจ้าของไข้

1. ทำไมฟอกไตแล้วประจำเดือนหาย แต่ปลูกถ่ายไตแล้วกลับมา

คำตอบสั้นๆ: ของเสียคั่งในไตวายระยะสุดท้ายรบกวนสัญญาณจากสมองที่สั่งการตกไข่ เมื่อไตใหม่ขับของเสียได้ สัญญาณนี้จึงกลับมา รังไข่ตกไข่ และประจำเดือนกลับมาตามมา

72.7%ผู้หญิงหลังปลูกถ่ายไต 1–5 ปีที่มีรอบเดือนสม่ำเสมอ
65%รอบเดือนที่มีการตกไข่ในผู้ปลูกถ่ายไต เทียบกับ 70% ในผู้หญิงทั่วไป
63%ผู้ปลูกถ่ายไตที่เคยซื้อยาแก้ปวดกินเอง
13%ใบสั่งยา NSAIDs ที่ตามมาด้วยไตบาดเจ็บเฉียบพลัน (ในผู้ที่ตรวจเลือดภายใน 14 วัน)

ช่วงฟอกไต: แกนสมอง ต่อมใต้สมอง และรังไข่ทำงานผิดจังหวะ

บทความทบทวน (Holley 2004) อธิบายว่าในไตวายเรื้อรัง สมองส่วนไฮโปทาลามัสหลั่ง GnRH ไม่เป็นจังหวะ ต่อมใต้สมองจึงไม่หลั่ง LH เป็นจังหวะตามปกติ การตกไข่จึงบกพร่อง ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ โปรแลกตินสูง สารเอนดอร์ฟินสูง และฮอร์โมนที่ไตกำจัดได้น้อยลง ผลคือมีบุตรยาก ประจำเดือนขาด หรือเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก บทความทบทวนอีกชิ้น (Rojas 2021) ระบุว่าผู้หญิงที่ไตเสื่อมยังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเร็วกว่าปกติด้วย

หลังปลูกถ่ายไต: การตกไข่กลับมา แต่ฮอร์โมนยังไม่เหมือนเดิมทุกคน

การศึกษาผู้หญิงหลังปลูกถ่ายไต 1–5 ปี (Pietrzak 2006) วิเคราะห์ 55 รอบเดือน พบรอบเดือนสม่ำเสมอ 72.7% อัตรารอบที่ตกไข่ 65% ใกล้เคียงผู้หญิงทั่วไปที่ 70% แต่เอสโตรเจนช่วงต้นรอบสูงกว่า และโปรเจสเตอโรนต่ำกว่าราวครึ่งหนึ่ง (13.2 เทียบกับ 26.7 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร) อีกการศึกษาในกลุ่มที่ปลูกถ่ายมา 1.5–15 ปี (Pietrzak 2006) พบรอบเดือนสม่ำเสมอ 68.1% และตกไข่ 45% บทความทบทวนปี 2023 (Bilha 2023) สรุปว่าฮอร์โมนเพศฟื้นตัวเร็วหลังปลูกถ่ายไต แต่ความสามารถในการมีบุตรไม่ได้กลับมาสมบูรณ์ทุกคน และเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูกยังพบได้

สัญญาณที่ดี แต่ไม่ใช่ตัววัดการทำงานของไตใหม่

คำอธิบายของแพทย์โรคไตว่าเป็นสัญญาณที่ดีนั้นสอดคล้องกับกลไกข้างต้น แต่ประจำเดือนที่มาไม่ได้บอกว่าไตใหม่ทำงานได้เต็มที่ ตัววัดจริงคือค่าครีอะตินีน eGFR โปรตีนในปัสสาวะ และระดับยากดภูมิ ซึ่งต้องตรวจตามนัดเสมอ

2. ทำไมประจำเดือนมาเดือนละ 2 รอบ และปวดท้องมาก

คำตอบสั้นๆ: รอบที่การตกไข่ยังไม่สมบูรณ์ ยากดภูมิบางกลุ่ม และความผิดปกติในโพรงมดลูก เป็นสาเหตุหลักของเลือดออกถี่ ส่วนอาการปวดกลับมาเพราะการตกไข่กลับมา

รอบเดือนที่ยังไม่ตกไข่สมบูรณ์

เมื่อเอสโตรเจนสูงแต่โปรเจสเตอโรนต่ำ เยื่อบุโพรงมดลูกจะหนาขึ้นโดยไม่มีฮอร์โมนช่วยให้คงตัว จึงหลุดลอกเป็นช่วงๆ ไม่ตรงรอบ ทำให้รู้สึกเหมือนมาเดือนละ 2 รอบ หรือมีเลือดออกกะปริบกะปรอย ยาสเตียรอยด์และความเครียดของร่างกายหลังผ่าตัดอาจทำให้รอบเดือนแปรปรวนได้เช่นกัน

ยากดภูมิกลุ่ม mTOR inhibitor กับรอบเดือนและถุงน้ำรังไข่

การทดลองแบบสุ่มในผู้หญิงที่ได้ sirolimus ขนาดต่ำ (Braun 2012) พบความเสี่ยงประจำเดือนห่างหรือขาดเพิ่มขึ้น (HR 4.3) และถุงน้ำรังไข่เพิ่มขึ้น (HR 4.4) การศึกษาผู้หญิงหลังปลูกถ่ายไต 571 คน (Bachmann 2018) พบถุงน้ำรังไข่ใหม่ 20.5% ในกลุ่มที่ได้ sirolimus หรือ everolimus เทียบกับ 4.9% ในกลุ่มที่ไม่ได้รับ ถ้ากินยากลุ่มนี้และรอบเดือนผิดปกติหรือปวดท้องน้อย ควรแจ้งทีมปลูกถ่าย อย่าหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง

ครีอะตินีนสูงขึ้น: ยากดภูมิ CNI + NSAIDs80.5%
ครีอะตินีนสูงขึ้น: ยากดภูมิ CNI อย่างเดียว56.3%
ถุงน้ำรังไข่ใหม่: ได้ mTOR inhibitor20.5%
ถุงน้ำรังไข่ใหม่: ไม่ได้ mTOR inhibitor4.9%

ติ่งเนื้อและเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว

การศึกษาผู้ปลูกถ่ายอวัยวะที่เลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก (Tohma 2018) ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกถ่ายไต พบเยื่อบุปกติ 48.4% ติ่งเนื้อ 34.4% และเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวโดยไม่มีเซลล์ผิดปกติ 17.2% บทความทบทวนปี 2026 (Graham 2026) ระบุว่าผู้หญิงหลังปลูกถ่ายไตมีเลือดออกผิดปกติ เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว และหมดประจำเดือนเร็วบ่อยกว่าทั่วไป ถ้าเลือดออกถี่ต่อเนื่องเกิน 3 รอบ มามาก หรือมีเลือดออกหลังเพศสัมพันธ์ ควรตรวจอัลตราซาวด์และตรวจภายใน

ทำไมอาการปวดประจำเดือนกลับมา

หลังตกไข่ เยื่อบุโพรงมดลูกสร้างสารพรอสตาแกลนดิน ทำให้มดลูกบีบตัวและเลือดไปเลี้ยงมดลูกลดลงชั่วขณะ ช่วงฟอกไตที่ไม่ตกไข่จึงมักไม่ปวด เมื่อตกไข่กลับมา อาการปวดจึงกลับมาด้วย ซึ่งเป็นกลไกเดียวกับผู้หญิงทั่วไป แต่ถ้าปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปวดข้างเดียว หรือมีไข้ ควรตรวจหาถุงน้ำรังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือการติดเชื้อ

เปรียบเทียบฮอร์โมน ประจำเดือน และโอกาสตั้งครรภ์ในแต่ละช่วง ใช้ประกอบการคุยกับแพทย์ ไม่ใช่การวินิจฉัย (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)

ฟอกไตเทียบหลังปลูกถ่ายไต: ฮอร์โมน รอบเดือน โอกาสตั้งครรภ์ และสิ่งที่ควรทำ
ช่วงเวลาฮอร์โมนและการตกไข่ลักษณะประจำเดือนโอกาสตั้งครรภ์สิ่งที่ควรทำ
ช่วงฟอกไตGnRH และ LH ไม่เป็นจังหวะ โปรแลกตินสูง มักไม่ตกไข่ขาด ห่าง หรือเลือดออกผิดปกติต่ำ แต่ไม่ใช่ศูนย์แจ้งแพทย์ถ้าเลือดออกมาก ตรวจภาวะซีด
ช่วงแรกหลังปลูกถ่ายการตกไข่เริ่มกลับมา บางรอบยังไม่สมบูรณ์อาจไม่สม่ำเสมอ มาถี่ กะปริบกะปรอย หรือปวดกลับมาแล้ว แม้รอบไม่สม่ำเสมอคุมกำเนิด จดบันทึกรอบเดือน เลี่ยง NSAIDs
ไตทำงานคงที่ 1 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่ตกไข่ใกล้เคียงทั่วไป เอสโตรเจนอาจสูง โปรเจสเตอโรนอาจต่ำราว 68–73% สม่ำเสมอวางแผนตั้งครรภ์ได้ร่วมกับทีมปลูกถ่ายตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสม่ำเสมอ ปรึกษาก่อนตั้งครรภ์
ได้ยากลุ่ม mTOR inhibitorรบกวนการทำงานของรังไข่ห่างหรือขาดได้บ่อยขึ้น มีถุงน้ำรังไข่ได้ต้องวางแผนยาก่อนตั้งครรภ์แจ้งทีมปลูกถ่ายถ้ารอบผิดปกติหรือปวดท้องน้อย

อาการของคุณหลังปลูกถ่ายไตเฝ้าดูที่บ้านได้ หรือควรพบแพทย์เร็วขึ้น?

วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา แบบประเมินช่วยให้คุณดูว่าอาการอย่างปัสสาวะน้อย บวม ไข้ ปวดบริเวณไตใหม่ หรืออ่อนเพลีย เข้ากับรูปแบบที่ควรเฝ้าระวังแค่ไหน รุนแรงระดับใด และเมื่อไรไม่ควรรอ ใช้ร่วมกับสัญญาณอันตรายด้านบน แบบประเมินนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค และไม่ได้แทนการตรวจของแพทย์

คลิกทำแบบประเมินสัญญาณชั้นไต (ฟรี)

3. ยาแก้ปวดประจำเดือนชนิดใดที่ผู้ปลูกถ่ายไตควรเลี่ยง

คำตอบสั้นๆ: ควรเลี่ยงยากลุ่ม NSAIDs และไม่ควรซื้อกินเอง แนวทางของวงการปลูกถ่ายไตแนะนำให้หลีกเลี่ยง เพราะยากลุ่มนี้ลดเลือดไปเลี้ยงไตใหม่ และเสริมฤทธิ์กับยากดภูมิที่ทำให้หลอดเลือดไตหดตัว

ยาที่อยู่ในกลุ่ม NSAIDs

  • NSAIDs ทั่วไป: ibuprofen, naproxen, mefenamic acid, diclofenac, piroxicam, ketorolac
  • กลุ่ม COX-2: celecoxib, etoricoxib ซึ่งก็มีผลต่อไตเช่นกัน
  • ยาสูตรผสม: ยาแก้ปวดหรือยาแก้หวัดบางชนิดผสม NSAIDs ไว้ ควรอ่านส่วนประกอบทุกครั้ง

หลักฐานในผู้ปลูกถ่ายไต

การศึกษาผู้ป่วยในที่ได้ยากดภูมิกลุ่ม calcineurin inhibitor (CNI) เช่น tacrolimus และ cyclosporine (Delzer 2018) พบค่าครีอะตินีนสูงขึ้น 80.5% ในผู้ที่ได้ NSAIDs ร่วมด้วย เทียบกับ 56.3% ในผู้ที่ไม่ได้รับ และไตบาดเจ็บเฉียบพลัน 12.2% เทียบกับ 5.6% (RR 2.20 แต่ยังไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ) ผู้วิจัยสรุปว่าไม่ควรใช้ร่วมกัน การติดตามผู้ปลูกถ่ายไต 1,730 คนในแคนาดา (Jeong 2021) พบว่า 11% เคยได้ใบสั่งยา NSAIDs ส่วนใหญ่จากแพทย์ทั่วไป 67% และในใบสั่งยาที่มีการตรวจเลือดภายใน 14 วัน พบไตบาดเจ็บเฉียบพลัน 13% และโพแทสเซียมสูง 5% ส่วนการสำรวจผู้ปลูกถ่ายไต 94 คน (Mulka-Gierek 2018) พบ 63% เคยซื้อยาแก้ปวดกินเอง และ 30% ไม่รู้ความเสี่ยง บทความทบทวนปี 2023 (Abbasi 2023) ยังระบุว่าความเสี่ยงไตบาดเจ็บจาก NSAIDs สูงขึ้นเมื่อใช้นาน และเมื่อไตทำงานลดลงหรือได้ยาขับปัสสาวะ

เปรียบเทียบยาแก้ปวดและยาที่ใช้กับประจำเดือน สำหรับผู้ปลูกถ่ายไต ใช้ชื่อสามัญและกลุ่มยาเท่านั้น (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)

ยาแก้ปวดกับไตใหม่: ความปลอดภัย กลไก และข้อแนะนำ
กลุ่มยาตัวอย่างความปลอดภัยต่อไตใหม่กลไกและผลต่อไตข้อแนะนำ
ยาแก้ปวดลดไข้ทั่วไปparacetamolใช้ได้เป็นทางเลือกแรกไม่ลดเลือดไปเลี้ยงไตในขนาดปกติตามขนาดบนฉลาก ไม่เกิน 4,000 มก. ต่อวัน หลายศูนย์แนะนำไม่เกินราว 3,000 มก. ระวังยาสูตรผสมซ้ำซ้อน
NSAIDsibuprofen, naproxen, mefenamic acid, diclofenacควรเลี่ยงลดพรอสตาแกลนดินที่ขยายหลอดเลือดเข้าไต เสริมฤทธิ์ยา CNIไม่ซื้อกินเอง ถ้าแพทย์จำเป็นต้องให้ ควรตรวจค่าไตและโพแทสเซียมตามมา
NSAIDs กลุ่ม COX-2celecoxib, etoricoxibควรเลี่ยงผลต่อเลือดไปเลี้ยงไตใกล้เคียง NSAIDs ทั่วไปไม่ได้ปลอดภัยต่อไตกว่า แม้ระคายกระเพาะน้อยกว่า
NSAIDs ชนิดทาภายนอกdiclofenac เจลดูดซึมเข้ากระแสเลือดน้อยกว่า แต่ยังควรถามระดับยาในเลือดต่ำกว่าชนิดกินใช้เฉพาะเมื่อทีมปลูกถ่ายอนุญาต ไม่ช่วยปวดประจำเดือนโดยตรง
ยาลดเลือดประจำเดือนออกมากtranexamic acidต้องปรับขนาดตามการทำงานของไตขับออกทางไต ยาสะสมได้ถ้าไตทำงานลดลงใช้ตามแพทย์สั่งเท่านั้น
ยากลุ่มโอปิออยด์อ่อนtramadolไม่ใช่ทางเลือกแรกไม่กระทบเลือดไปเลี้ยงไต แต่มีอาการง่วง ท้องผูก และยาตีกันใช้ระยะสั้นตามแพทย์สั่งเท่านั้น

4. ปวดประจำเดือนหลังปลูกถ่ายไต บรรเทาอย่างไรให้ปลอดภัยต่อไต

คำตอบสั้นๆ: ประคบอุ่น พัก และใช้ paracetamol ตามขนาด เป็นขั้นแรก ถ้าปวดมากหรือเลือดออกมาก การรักษาด้วยฮอร์โมนเฉพาะที่ เช่น ห่วงอนามัยชนิดมีฮอร์โมน levonorgestrel มักได้ผลดีและมีข้อมูลในผู้ปลูกถ่ายไต

4 ขั้นเมื่อปวดประจำเดือน

1. ประคบอุ่นวางกระเป๋าน้ำร้อนหรือแผ่นประคบอุ่นที่ท้องน้อย พัก ขยับตัวเบาๆ ดื่มน้ำตามที่ทีมปลูกถ่ายแนะนำ
2. paracetamolตามขนาดบนฉลาก ไม่กินยาสูตรผสมซ้ำ และไม่ซื้อ NSAIDs กินเอง
3. จดบันทึกวันที่เริ่ม จำนวนวัน จำนวนผ้าอนามัยต่อวัน และระดับปวด เพื่อนำไปให้แพทย์ดู
4. นัดตรวจถ้าผิดปกติเกิน 3 รอบ มามาก หรือปวดจนทำงานไม่ได้ ให้พบสูตินรีแพทย์และแจ้งทีมปลูกถ่าย

ทางเลือกด้วยฮอร์โมน

การทบทวนผู้ปลูกถ่ายไต 11 คนที่ใช้ห่วงอนามัยชนิดมีฮอร์โมน levonorgestrel (Ramhendar 2012) เฉลี่ย 38 เดือน ซึ่ง 7 คนใช้เพื่อรักษาประจำเดือนมามาก ไม่พบการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานและไม่มีการตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ บทความทบทวนปี 2023 (Bilha 2023) ระบุว่าฮอร์โมนรวมเอสโตรเจนและโปรเจสตินอาจช่วยเลือดออกผิดปกติในผู้ปลูกถ่ายไตบางราย แต่ต้องพิจารณาความดันโลหิต ความเสี่ยงลิ่มเลือด และยาตีกันกับยากดภูมิ จึงควรตัดสินใจร่วมกันระหว่างสูตินรีแพทย์และทีมปลูกถ่าย

ผู้ปลูกถ่ายไตจำนวนมากมีภาวะซีดอยู่แล้ว ประจำเดือนที่มามากหรือมาถี่อาจทำให้ซีดมากขึ้น ถ้าเหนื่อยง่าย ใจสั่น หรือหน้ามืด ควรขอตรวจความเข้มข้นเลือดและธาตุเหล็ก

5. ประจำเดือนกลับมาแล้ว ต้องคุมกำเนิดและตรวจอะไรบ้าง

คำตอบสั้นๆ: เมื่อการตกไข่กลับมา การตั้งครรภ์ก็เกิดขึ้นได้ แม้รอบเดือนยังไม่สม่ำเสมอ และยาหลังปลูกถ่ายบางตัวอันตรายต่อทารก การคุมกำเนิดและการวางแผนตั้งครรภ์จึงสำคัญพอๆ กับการดูแลอาการปวด

ยา mycophenolate กับทารกในครรภ์

รายงานผู้ป่วย (Ang 2008) พบทารกใบหูผิดรูป ไม่มีรูหู และตาผิดปกติ หลังมารดาได้รับยา mycophenolate เพียง 4 วันในสัปดาห์ที่ 7 ของการตั้งครรภ์ ความผิดปกติที่พบบ่อยของยานี้ ได้แก่ ปากแหว่งเพดานโหว่และใบหูผิดรูป ผู้หญิงที่กินยานี้จึงต้องคุมกำเนิดอย่างมีประสิทธิภาพ และต้องให้ทีมปลูกถ่ายเปลี่ยนยาก่อนตั้งครรภ์ ห้ามหยุดยาเองเพราะเสี่ยงไตใหม่ถูกปฏิเสธ

ควรรอนานเท่าไรก่อนตั้งครรภ์

แนวทาง KDIGO สำหรับผู้ปลูกถ่ายไต (Kasiske 2010) แนะนำให้รออย่างน้อย 1 ปีหลังปลูกถ่ายและไตทำงานคงที่ ส่วนการประชุมผู้เชี่ยวชาญของ American Society of Transplantation (Katz-Greenberg 2025) สรุปว่าความสามารถในการมีบุตรกลับมาหลังปลูกถ่าย และควรวางแผนการตั้งครรภ์ร่วมกับทีมปลูกถ่ายและแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารก

วิธีคุมกำเนิดที่มีข้อมูลในผู้ปลูกถ่าย

  • ห่วงอนามัยชนิดมีฮอร์โมน levonorgestrel: คุมกำเนิดได้ผลสูง และลดปริมาณเลือดกับอาการปวด ไม่พบการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานในการทบทวนผู้ปลูกถ่ายไต
  • ยาฝังคุมกำเนิด etonogestrel: การศึกษาผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ 24 คนเทียบกับกลุ่มควบคุม 24 คน (Lew 2021) ไม่พบภาวะแทรกซ้อนต่ออวัยวะที่ปลูกถ่ายเพิ่มขึ้น
  • ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม: เกณฑ์ U.S. MEC 2024 (CDC 2024) จัดว่าไม่ควรใช้ในผู้ปลูกถ่ายที่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น ไตใหม่ทำงานลดลงหรือมีภาวะปฏิเสธ ส่วนผู้ที่ไตคงที่อาจใช้ได้ภายใต้การดูแล เพราะเอสโตรเจนอาจเพิ่มความดัน ความเสี่ยงลิ่มเลือด และกระทบระดับยากดภูมิ

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสม่ำเสมอ

ผู้ปลูกถ่ายไตได้ยากดภูมิระยะยาว จึงมีภาระโรคจากเชื้อ HPV มากกว่าคนทั่วไป (Chin-Hong 2016) แต่มะเร็งเหล่านี้ส่วนใหญ่ป้องกันได้ด้วยการตรวจคัดกรองและรักษารอยโรคก่อนมะเร็ง เลือดออกหลังเพศสัมพันธ์หรือเลือดออกกะปริบกะปรอย จึงควรได้รับการตรวจภายใน ไม่ควรคิดว่าเป็นแค่ฮอร์โมนปรับตัว

6. ทางเลือกในการดูแลประจำเดือนผิดปกติและปวดประจำเดือนหลังปลูกถ่ายไต

คำตอบสั้นๆ: เริ่มจากวิธีที่ไม่กระทบไต แล้วจึงพิจารณาฮอร์โมนหรือการตรวจเพิ่มเติม ร่วมกันระหว่างสูตินรีแพทย์และทีมปลูกถ่าย ตารางนี้ใช้ชื่อสามัญและกลุ่มยาเท่านั้น

ตารางเปรียบเทียบแนวทางดูแล

เปรียบเทียบการดูแลตนเอง ยา ฮอร์โมน และการตรวจ สำหรับผู้หญิงหลังปลูกถ่ายไต (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)

แนวทางช่วยเรื่องใดหลักฐานข้อควรรู้
ประคบอุ่น พัก ขยับตัวเบาๆปวดเกร็งท้องน้อยใช้กันแพร่หลาย ไม่กระทบไตระวังความร้อนลวกผิว โดยเฉพาะบริเวณแผลผ่าตัดไต
paracetamolปวดเล็กน้อยถึงปานกลางทางเลือกแรกในผู้ที่ไตมีความเสี่ยงการใช้ประจำสัมพันธ์กับความดันตัวบนสูงขึ้น ระวังขนาดรวมต่อวัน
NSAIDs ทุกชนิดปวดประจำเดือนในคนทั่วไปผู้ปลูกถ่ายไต: ไตบาดเจ็บเฉียบพลัน 13% ของใบสั่งยาที่ตรวจเลือดควรเลี่ยง ไม่ซื้อกินเอง
ห่วงอนามัยชนิดมีฮอร์โมน levonorgestrelมามาก ปวดประจำเดือน และคุมกำเนิดผู้ปลูกถ่ายไต 11 คน เฉลี่ย 38 เดือน ไม่พบการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานใส่โดยสูตินรีแพทย์ อาจมีเลือดออกกะปริบกะปรอยช่วงแรก
ยาฝังคุมกำเนิด etonogestrelคุมกำเนิดไม่เพิ่มภาวะแทรกซ้อนต่ออวัยวะที่ปลูกถ่าย (24 เทียบ 24 คน)รอบเดือนอาจไม่สม่ำเสมอ
ฮอร์โมนรวมเอสโตรเจนและโปรเจสตินรอบเดือนผิดปกติ เลือดออกผิดปกติอาจช่วยในบางราย ไม่ควรใช้ถ้ามีภาวะแทรกซ้อนหลังปลูกถ่าย (U.S. MEC 2024)ต้องคุมความดัน ประเมินลิ่มเลือด และติดตามระดับยากดภูมิ
tranexamic acidประจำเดือนมามากลดเลือดประจำเดือนในคนทั่วไปขับออกทางไต ต้องปรับขนาดโดยแพทย์
ทบทวนยากลุ่ม mTOR inhibitorรอบเดือนผิดปกติ ถุงน้ำรังไข่ถุงน้ำรังไข่ 20.5% เทียบ 4.9%ทีมปลูกถ่ายเป็นผู้ตัดสินใจ ห้ามเปลี่ยนยาเอง
อัลตราซาวด์ ตรวจภายใน ตัดชิ้นเนื้อหรือส่องกล้องโพรงมดลูกหาติ่งเนื้อ เยื่อบุหนาตัว และรอยโรคปากมดลูกติ่งเนื้อ 34.4% และเยื่อบุหนาตัว 17.2% ในผู้ที่เลือดออกผิดปกติควรทำเมื่อเลือดออกผิดปกติต่อเนื่องหรือหลังเพศสัมพันธ์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถามที่ผู้หญิงหลังปลูกถ่ายไตมักถามเรื่องประจำเดือน ยาแก้ปวด และการคุมกำเนิด

ทำไมช่วงฟอกไตไม่มีประจำเดือน แต่พอปลูกถ่ายไตแล้วประจำเดือนกลับมา?

ในไตวายระยะสุดท้าย ของเสียที่คั่งและฮอร์โมนที่ไตขับออกไม่ได้ เช่น โปรแลกติน รบกวนการหลั่งฮอร์โมน GnRH จากสมองเป็นจังหวะ ต่อมใต้สมองจึงไม่หลั่ง LH เป็นจังหวะ ไข่ไม่ตก และประจำเดือนขาดหรือมาผิดปกติ เมื่อไตใหม่ทำงานได้ดี ของเสียลดลง ระบบสมอง ต่อมใต้สมอง และรังไข่จึงกลับมาสั่งการตกไข่ได้ การศึกษาผู้หญิงหลังปลูกถ่ายไต 1–5 ปีพบว่า 72.7% มีรอบเดือนสม่ำเสมอ และอัตรารอบที่มีการตกไข่ 65% ใกล้เคียงผู้หญิงทั่วไปที่ 70%

ประจำเดือนกลับมา แปลว่าไตใหม่ทำงานดีเยี่ยมใช่ไหม?

เป็นสัญญาณที่ดีว่าร่างกายพ้นจากภาวะของเสียคั่ง แต่ประจำเดือนไม่ใช่ตัววัดการทำงานของไตใหม่ ตัววัดจริงคือค่าครีอะตินีน ค่า eGFR โปรตีนในปัสสาวะ และระดับยากดภูมิที่ทีมปลูกถ่ายตรวจตามนัด การศึกษาพบว่าผู้ปลูกถ่ายไตราว 68–73% มีรอบเดือนสม่ำเสมอ อีกส่วนหนึ่งรอบเดือนยังผิดปกติแม้ไตทำงานดี และยาหลังปลูกถ่ายกับโรคร่วมก็ทำให้ฮอร์โมนไม่กลับมาสมบูรณ์ได้ จึงควรตรวจเลือดตามนัดทุกครั้ง แม้ประจำเดือนจะมาปกติ

ทำไมหลังปลูกถ่ายไต ประจำเดือนมาเดือนละ 2 รอบ?

สาเหตุที่พบบ่อยคือรอบเดือนที่การตกไข่ยังไม่สมบูรณ์ ผู้ปลูกถ่ายไตมีเอสโตรเจนช่วงต้นรอบสูงกว่าผู้หญิงทั่วไป แต่โปรเจสเตอโรนหลังตกไข่ต่ำกว่าราวครึ่งหนึ่ง (13.2 เทียบกับ 26.7 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร) เยื่อบุโพรงมดลูกจึงหลุดลอกไม่เป็นจังหวะ ยากดภูมิกลุ่ม mTOR inhibitor เช่น sirolimus และ everolimus ยังเพิ่มรอบเดือนผิดปกติและถุงน้ำรังไข่ นอกจากนี้ ในผู้ปลูกถ่ายอวัยวะที่เลือดออกผิดปกติ พบติ่งเนื้อในโพรงมดลูก 34.4% และเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว 17.2% ถ้ามาถี่ต่อเนื่องเกิน 3 รอบ มามาก หรือมีเลือดออกหลังเพศสัมพันธ์ ควรพบสูตินรีแพทย์

ทำไมกลับมาปวดท้องประจำเดือนมาก?

อาการปวดประจำเดือนเกิดจากสารพรอสตาแกลนดินที่เยื่อบุโพรงมดลูกสร้างหลังการตกไข่ ทำให้มดลูกบีบตัวแรงและเลือดไปเลี้ยงมดลูกลดลงชั่วขณะ ช่วงฟอกไตที่ไม่ตกไข่จึงมักไม่ปวด เมื่อการตกไข่กลับมา อาการปวดจึงกลับมาด้วย ซึ่งพบได้ทั่วไป แต่ถ้าปวดรุนแรงจนทำงานไม่ได้ ปวดข้างเดียวเฉียบพลัน หรือปวดร่วมกับไข้ อาจเป็นถุงน้ำรังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือการติดเชื้อ ซึ่งต้องตรวจ เพราะยากดภูมิทำให้การติดเชื้อลุกลามได้เร็วกว่าคนทั่วไป

ผู้ปลูกถ่ายไตควรเลี่ยงยาแก้ปวดชนิดใด?

ควรเลี่ยงยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ibuprofen, naproxen, mefenamic acid และ diclofenac รวมถึงกลุ่ม COX-2 เช่น celecoxib และ etoricoxib และไม่ควรซื้อกินเอง ยาเหล่านี้ลดสารพรอสตาแกลนดินที่ช่วยขยายหลอดเลือดเข้าไต เมื่อใช้ร่วมกับยา tacrolimus หรือ cyclosporine ซึ่งทำให้หลอดเลือดไตหดตัวอยู่แล้ว ผลจะเสริมกัน การศึกษาผู้ป่วยในที่ได้ยาสองกลุ่มนี้ร่วมกันพบค่าครีอะตินีนสูงขึ้น 80.5% เทียบกับ 56.3% ในผู้ที่ไม่ได้รับ NSAIDs และการติดตามผู้ปลูกถ่ายไต 1,730 คนพบไตบาดเจ็บเฉียบพลันใน 13% ของใบสั่งยาที่ตรวจเลือดภายใน 14 วัน ยาแก้ปวดสูตรผสมหลายชนิดก็มี NSAIDs อยู่ ควรอ่านฉลากหรือถามเภสัชกร

ปวดประจำเดือนหลังปลูกถ่ายไต บรรเทาอย่างไรให้ปลอดภัยต่อไต?

เริ่มจากประคบอุ่นที่ท้องน้อย พักผ่อน และขยับตัวเบาๆ ยาที่ใช้ได้ก่อนคือ paracetamol ตามขนาดบนฉลากหรือที่แพทย์กำหนด ผู้ใหญ่ทั่วไปไม่ควรเกิน 4,000 มก. ต่อวัน และหลายศูนย์ปลูกถ่ายแนะนำไม่เกินราว 3,000 มก. โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคตับหรือดื่มแอลกอฮอล์ และควรระวังการกินยาสูตรผสมที่มี paracetamol ซ้ำซ้อน ถ้าปวดมากหรือประจำเดือนมามาก ทางเลือกที่สูตินรีแพทย์อาจพิจารณาร่วมกับทีมปลูกถ่าย ได้แก่ ห่วงอนามัยชนิดมีฮอร์โมน levonorgestrel ซึ่งลดทั้งปริมาณเลือดและอาการปวด หรือยาฮอร์โมนกลุ่มโปรเจสติน

ประจำเดือนกลับมาแล้ว ตั้งครรภ์ได้เลยไหม ต้องคุมกำเนิดอย่างไร?

ความสามารถในการมีบุตรกลับมาได้แม้รอบเดือนยังไม่สม่ำเสมอ จึงตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจได้ แนวทาง KDIGO แนะนำให้รออย่างน้อย 1 ปีหลังปลูกถ่ายและไตทำงานคงที่ก่อนตั้งครรภ์ และต้องวางแผนกับทีมปลูกถ่าย เพราะยา mycophenolate ทำให้ทารกพิการได้ เช่น ใบหูผิดรูปและปากแหว่งเพดานโหว่ แม้ได้รับเพียงไม่กี่วัน จึงต้องเปลี่ยนยาก่อนตั้งครรภ์ การคุมกำเนิดที่มีข้อมูลความปลอดภัยในผู้ปลูกถ่าย ได้แก่ ห่วงอนามัยชนิดมีฮอร์โมน levonorgestrel และยาฝังคุมกำเนิด etonogestrel ส่วนยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะปฏิเสธไตหรือไตใหม่ทำงานลดลง และห้ามหยุดยากดภูมิเอง

อาการแบบไหนหลังปลูกถ่ายไตที่ต้องไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อมีประจำเดือน?

ไปโรงพยาบาลทันทีถ้าเลือดออกจนชุ่มผ้าอนามัยทุกชั่วโมงติดกันหลายชั่วโมง มีลิ่มเลือดก้อนใหญ่ หน้ามืดใจสั่น ปวดท้องน้อยรุนแรงเฉียบพลันโดยเฉพาะข้างเดียว มีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสร่วมกับปวดท้องน้อยหรือตกขาวผิดปกติ ปวดหรือกดเจ็บบริเวณไตใหม่ ปัสสาวะน้อยลง บวม หรือน้ำหนักขึ้นเร็ว ประจำเดือนขาดร่วมกับปวดท้องหรือเลือดออกซึ่งอาจเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูก และถ้าทราบว่าตั้งครรภ์ขณะกิน mycophenolate ให้ติดต่อทีมปลูกถ่ายทันที อย่าหยุดยาเอง

กลไกทางวิทยาศาสตร์ (Scientific mechanism)

สรุปโดย :
การตกไข่ต้องอาศัยจังหวะของฮอร์โมนจากสมอง ไฮโปทาลามัสหลั่ง GnRH เป็นช่วงๆ กระตุ้นให้ต่อมใต้สมองหลั่ง LH และ FSH ซึ่งสั่งให้ฟองไข่โตและตกไข่ ในไตวายระยะสุดท้าย สารยูรีมิกที่คั่ง โปรแลกตินที่สูงเพราะไตกำจัดได้น้อย และฮอร์โมนที่ค้างในเลือด รบกวนจังหวะนี้ ฟองไข่จึงไม่ถึงจุดตกไข่ ประจำเดือนจึงขาดหรือมาผิดปกติ เมื่อไตใหม่ขับของเสียได้ จังหวะของ GnRH กลับมา การตกไข่และประจำเดือนจึงกลับมา
ในรอบที่ยังไม่ตกไข่สมบูรณ์ เอสโตรเจนกระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาขึ้น แต่ขาดโปรเจสเตอโรนที่ทำให้เยื่อบุคงตัว เยื่อบุจึงหลุดลอกเป็นจุดๆ ไม่พร้อมกัน เกิดเลือดออกถี่หรือกะปริบกะปรอย ยากลุ่ม mTOR inhibitor ยับยั้งสัญญาณที่ควบคุมการเจริญของฟองไข่ จึงสัมพันธ์กับถุงน้ำรังไข่และรอบเดือนผิดปกติ
ส่วนไตใหม่นั้นพึ่งพาพรอสตาแกลนดินในการขยายหลอดเลือดแดงที่นำเลือดเข้าหน่วยกรอง ยากลุ่ม calcineurin inhibitor ทำให้หลอดเลือดนี้หดตัวอยู่แล้ว เมื่อกินยากลุ่ม NSAIDs ซึ่งยับยั้งการสร้างพรอสตาแกลนดิน แรงดันกรองจะลดลงจากสองทาง ไตใหม่ซึ่งมีหน่วยไตเพียงข้างเดียวจึงเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเฉียบพลันและโพแทสเซียมคั่ง โดยเฉพาะเมื่อขาดน้ำหรือเสียเลือดร่วมด้วย ในทางกลับกัน paracetamol ออกฤทธิ์ลดปวดผ่านระบบประสาทส่วนกลางเป็นหลัก จึงไม่ลดเลือดไปเลี้ยงไตในขนาดปกติ

แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ (E-E-A-T)

  1. Holley JL. The hypothalamic-pituitary axis in men and women with chronic kidney disease. Adv Chronic Kidney Dis 2004.
  2. Rojas R, et al. Amenorrhea and Estrogen Disorders in Kidney Disease. Semin Nephrol 2021.
  3. Pietrzak B, et al. Menstrual cycle and sex hormone profile in kidney-transplanted women. Neuro Endocrinol Lett 2006.
  4. Pietrzak B, et al. Function of the ovaries in female kidney transplant recipients. Transplant Proc 2006.
  5. Bilha SC, et al. Thyroid, Gonadal and Adrenal Dysfunction in Kidney Transplant Recipients: A Review for the Clinician. Biomolecules 2023.
  6. Graham ME, et al. Common Gynecologic Issues in Patients Post-Kidney Transplantation. Clin Transplant 2026.
  7. Tohma YA, et al. Possible impact of immunosuppressive therapy regimens on histopathologic outcomes of abnormal uterine bleeding in solid-organ transplant recipients. Clin Transplant 2018.
  8. Braun M, et al. Low-dose oral sirolimus and the risk of menstrual-cycle disturbances and ovarian cysts: analysis of the randomized controlled SUISSE ADPKD trial. PLoS One 2012.
  9. Bachmann F, et al. High Incidence of Ovarian Cysts in Women Receiving mTOR Inhibitors After Renal Transplantation. J Womens Health 2018.
  10. Mulka-Gierek M, et al. Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs and Analgesics Use by Kidney Transplant Recipients. Ann Transplant 2018.
  11. Jeong R, et al. NSAID prescriptions in kidney transplant recipients. Clin Transplant 2021.
  12. Delzer LM, et al. Calcineurin Inhibitor and Nonsteroidal Anti-inflammatory Drug Interaction: Implications of Changes in Renal Function Associated With Concurrent Use. J Clin Pharmacol 2018.
  13. Abbasi M, Teakell J. Literature review: are NSAIDs harmful and is acetaminophen well tolerated? Curr Opin Nephrol Hypertens 2023.
  14. Ang GS, et al. Mycophenolate mofetil embryopathy may be dose and timing dependent. Am J Med Genet A 2008.
  15. Kasiske BL, et al. KDIGO clinical practice guideline for the care of kidney transplant recipients: a summary. Kidney Int 2010.
  16. Katz-Greenberg G, et al. Pregnancy After Solid Organ Transplantation: Review of the Evidence and Recommendations. Transplantation 2025.
  17. Nguyen AT, et al. U.S. Medical Eligibility Criteria for Contraceptive Use, 2024. MMWR Recomm Rep 2024.
  18. Ramhendar T, Byrne P. Use of the levonorgestrel-releasing intrauterine system in renal transplant recipients: a retrospective case review. Contraception 2012.
  19. Lew J, et al. Etonogestrel contraceptive implant uptake and safety among solid organ transplant recipients. Contraception 2021.
  20. Chin-Hong PV. Human Papillomavirus in Kidney Transplant Recipients. Semin Nephrol 2016.
  21. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK, NIH): Kidney Transplant.

เรียบเรียงและตรวจทานโดย · การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านแพทย์เจ้าของไข้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาจากงานวิจัยและแนวทางสากล ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ไม่ใช่การสั่งหรือปรับยาเฉพาะบุคคล และไม่แทนการพบแพทย์ ยากดภูมิ ยาแก้ปวด ยาฮอร์โมน และวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมขึ้นกับการทำงานของไตใหม่ ระดับยาในเลือด ความดันโลหิต และโรคร่วมของแต่ละคน ตัวเลขจากงานวิจัยเป็นค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ซึ่งแตกต่างตามบุคคล อย่าหยุด ลด หรือเปลี่ยนยากดภูมิเอง และอย่าซื้อยาแก้ปวด ยาฮอร์โมน หรือสมุนไพรกินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากมีอาการอันตรายตามที่ระบุไว้ ให้ไปโรงพยาบาลทันที หรือโทร 1669