หมวดหมู่: การปลูกถ่ายไต · ผลตรวจปัสสาวะ · ความปลอดภัยของยากดภูมิ

ปลูกถ่ายไต 2 เดือนแล้วปัสสาวะยังเป็นฟอง แต่แพทย์บอกผลตรวจปกติ: ฟองธรรมดากับโปรตีนรั่วต่างกันอย่างไร ยากดภูมิเกี่ยวไหม ค่า UPCR และสัญญาณเตือนไตใหม่

AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)

ฟองในปัสสาวะหลังปลูกถ่ายไตส่วนใหญ่เกิดจากสายปัสสาวะที่แรงหรือปัสสาวะเข้มข้น ฟองจากโปรตีนรั่วค้างนานกว่าเพราะอัลบูมินทำให้ฟองคงตัว แต่ดูด้วยตาแยกไม่ได้แม่นยำ ถ้าครีอะตินีนและ UPCR ปกติ ให้กินยากดภูมิตรงเวลาและตรวจซ้ำตามนัด ถ้ามีไข้ ปัสสาวะน้อยลง หรือบวม ให้ติดต่อศูนย์ปลูกถ่ายทันที

บทความนี้ครอบคลุม:
ปัสสาวะเป็นฟองบอกโรคไตได้แค่ไหน,
โปรตีนรั่วหลังปลูกถ่ายไต,
ผลของยากลุ่ม calcineurin inhibitor ต่อไต
และ ภาวะปฏิเสธไต
สัญญาณอันตราย ·
ฟองเกิดจากอะไร ·
ทำไมผลตรวจปกติ ·
อ่านผลตรวจ ·
ยากดภูมิ ·
ดูแลที่บ้าน ·
ภาวะปฏิเสธไตและการติดเชื้อ ·
คำถามที่พบบ่อย

คำถามจากผู้อ่าน: ปลูกถ่ายไตมา 2 เดือนกว่า ปัสสาวะยังเป็นฟอง แพทย์บอกปกติ แต่ยังกังวล

สมาชิกท่านหนึ่งในกลุ่มผู้ป่วยปลูกถ่ายไตเล่าว่า แฟนปลูกถ่ายไตมาได้ราว 2 เดือนกว่า ยังเห็นปัสสาวะเป็นฟองอยู่ ถามแพทย์แล้วได้คำตอบว่าผลตรวจปกติ แต่ก็ยังกังวลว่าไตใหม่มีปัญหาหรือไม่

คำตอบสั้น: ฟองเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าโปรตีนรั่ว ผลเลือดและผลปัสสาวะที่แพทย์ดูแม่นยำกว่าการดูด้วยตา สิ่งที่ญาติช่วยได้คือถามว่า “ผลตรวจปกติ” รวมค่าใดบ้าง
ดูแลให้กินยาตรงเวลา และจดอาการเตือนที่ต้องโทรหาศูนย์ปลูกถ่ายทันที

ถ้ากังวลเรื่องการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ อ่านต่อได้ที่
ปลูกถ่ายไตแล้วติดเชื้อบ่อย: ยากดภูมิ สุขอนามัยห้องน้ำ และป้องกัน UTI

1. ฟองในปัสสาวะเกิดจากอะไร และดูด้วยตาแยกได้แค่ไหน

คำตอบตรง: ฟองเกิดเมื่อสายปัสสาวะกระทบน้ำในโถแล้วพาอากาศลงไป ฟองธรรมดามักแตกเร็ว ส่วนอัลบูมินเป็นโปรตีนที่เกาะผิวฟองและทำให้ฟองคงตัวนาน
แต่ดูฟองด้วยตาแยกฟองธรรมดากับโปรตีนรั่วไม่ได้แม่นยำ ต้องตรวจปัสสาวะ

22.2%ผู้ที่มาพบแพทย์เพราะปัสสาวะเป็นฟองแล้วพบโปรตีนรั่วชัดเจน
4.5 สัปดาห์เวลาเฉลี่ยที่โปรตีนจากไตเดิมลดลงสู่เกณฑ์หลังปลูกถ่าย
1,500 mg/วันระดับโปรตีนที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของหน่วยกรองในไตใหม่
7 เท่าโอกาสไตใหม่ล้มเหลวที่เพิ่มขึ้นในผู้ที่กินยากดภูมิไม่สม่ำเสมอ

สาเหตุของฟองที่ไม่ใช่โปรตีนรั่ว

บทความทบทวนในวารสารสมาคมโรคไตอเมริกันระบุว่าปัสสาวะเป็นฟองพบได้บ่อยในคนทั่วไป และเกิดได้จากการปัสสาวะแรงและเร็ว ปัสสาวะเข้มข้น หรือสารทำความสะอาดในโถสุขภัณฑ์
การจะรู้ว่ามีโปรตีนรั่วหรือไม่ต้องตรวจปัสสาวะหาอัตราส่วนโปรตีนหรืออัลบูมินต่อครีอะตินีน
(Khitan 2019)

  • สายปัสสาวะแรง: เมื่อกระเพาะปัสสาวะเต็มมาก แรงบีบตัวทำให้สายปัสสาวะกระแทกน้ำแรงและพาอากาศลงไปมาก
  • ปัสสาวะเข้มข้น: ปัสสาวะแรกตอนเช้าหรือช่วงดื่มน้ำน้อยมีสารละลายมาก ฟองเกิดง่ายขึ้น
  • ความสูงและแรงที่ปัสสาวะลงโถ: การยืนปัสสาวะทำให้เกิดฟองมากกว่านั่ง
  • น้ำยาทำความสะอาดโถ: สารลดแรงตึงผิวที่ค้างในโถทำให้เกิดฟองได้เองแม้ปัสสาวะปกติ

ทำไมโปรตีนทำให้ฟองค้างนาน

อัลบูมินมีทั้งส่วนที่ชอบน้ำและส่วนที่ไม่ชอบน้ำ จึงเรียงตัวที่ผิวฟองและลดแรงตึงผิว ทำให้ผนังฟองแข็งแรงและแตกช้า ฟองจากโปรตีนรั่วระดับมาก เช่น ในกลุ่มอาการเนโฟรติก จึงมักละเอียดและค้างนาน
แต่ปริมาณโปรตีนที่น้อยกว่านั้นไม่ได้ทำให้เห็นฟองต่างกันชัดเจนเสมอไป

ดูด้วยตาแม่นยำแค่ไหน

งานวิจัยจากเกาหลีศึกษาผู้ป่วยนอกที่มาด้วยอาการปัสสาวะเป็นฟอง 72 คน พบโปรตีนรั่วชัดเจนเพียง 16 คน (22.2%) และในกลุ่มที่ตรวจอัลบูมิน 38 คน พบอัลบูมินรั่วหรือโปรตีนรั่ว 12 คน (31.6%)
(Kang 2012)
แปลว่าคนส่วนใหญ่ที่สังเกตว่าปัสสาวะเป็นฟองไม่มีโปรตีนรั่ว และอีกส่วนหนึ่งมีโปรตีนรั่วโดยดูไม่ออก งานนี้ทำในผู้ป่วยทั่วไป ไม่ใช่ผู้ปลูกถ่ายไต แต่หลักการเดียวกันใช้ได้

แก้ความเข้าใจที่พบบ่อย: ดูฟองด้วยตาแยกฟองธรรมดากับโปรตีนรั่วไม่ได้แม่นยำ และยังไม่มีงานวิจัยที่กำหนดว่าฟองต้องหายภายในกี่นาที
ฟองที่หายเร็วไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีโปรตีนรั่ว ฟองที่ค้างนานก็ไม่ได้ยืนยันว่ามี จึงใช้ผลตรวจปัสสาวะเป็นหลัก

2. ทำไม 2 เดือนหลังปลูกถ่ายยังมีฟอง แต่ผลตรวจปกติ

คำตอบตรง: โปรตีนในปัสสาวะช่วงสัปดาห์แรกหลังปลูกถ่ายอาจมาจากไตเดิมที่ยังอยู่ในตัว และจากเนื้อไตใหม่ที่กำลังฟื้นตัว โปรตีนส่วนนี้มักลดลงภายในไม่กี่สัปดาห์
ถ้าผลตรวจตอน 2 เดือนปกติ ฟองที่เห็นจึงน่าจะมาจากสาเหตุทางกายภาพ แต่ยังต้องตรวจซ้ำตามนัด

โปรตีนจากไตเดิมลดลงเร็ว

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้ผ่าไตเดิมออก ไตเดิมจึงอาจยังสร้างปัสสาวะที่มีโปรตีนอยู่ระยะหนึ่ง งานวิจัยในผู้รับไตจากผู้บริจาคมีชีวิต 14 คน ที่มี UPCR ก่อนปลูกถ่ายมากกว่า 0.5 พบว่า UPCR ลดลงต่ำกว่า 0.2
ในทุกคน ใช้เวลาเฉลี่ย 4.5 สัปดาห์ (ช่วง 1–10 สัปดาห์)
(D’Cunha 2005)
ผู้วิจัยสรุปว่าหลังช่วงแรกนี้ ถ้ายังมีโปรตีนรั่ว ต้องหาสาเหตุที่ไตใหม่

อีกงานวิจัยในผู้ป่วย 115 คน พบว่าโปรตีนในปัสสาวะลดจาก 3,650 มิลลิกรัมต่อวันก่อนปลูกถ่าย เหลือ 550 มิลลิกรัมต่อวันที่ 3 สัปดาห์ และ 472 มิลลิกรัมต่อวันที่ 1 ปี
(Myslak 2006)

ค่าเฉลี่ยจากผู้ป่วย 115 คน (Myslak 2006) ความยาวแท่งเทียบสัดส่วนโดยประมาณ

โปรตีนรั่วเล็กน้อยหลังปลูกถ่ายพบได้บ่อย

การทบทวนงานวิจัยพบว่าผู้ปลูกถ่ายไต 11–45% มีโปรตีนในปัสสาวะเมื่อครบ 1 ปี เกิดได้ทั้งจากท่อไตฝอยที่บาดเจ็บช่วงผ่าตัดและดูดกลับโปรตีนขนาดเล็กได้ไม่ดี และจากหน่วยกรองที่เสียหาย
(Ponticelli 2012)
งานวิจัยในผู้รับไต 613 คน พบโปรตีนมากกว่า 150 มิลลิกรัมต่อวันใน 45% เมื่อครบ 1 ปี และส่วนใหญ่ต่ำกว่า 500 มิลลิกรัมต่อวัน
(Amer 2007)

ทำไมแพทย์ยังติดตามโปรตีนแม้ระดับต่ำ

ในผู้รับไต 722 คน การมีโปรตีนในปัสสาวะเมื่อครบ 1 ปีเพิ่มความเสี่ยงไตใหม่ล้มเหลว 2.03 เท่า และความเสี่ยงเสียชีวิต 1.98 เท่า
(Roodnat 2001)
โปรตีนมากกว่า 1,500 มิลลิกรัมต่อวันส่วนใหญ่มาจากโรคของหน่วยกรองในไตใหม่ แพทย์จึงตรวจโปรตีนเป็นระยะและหาสาเหตุเมื่อค่าสูงขึ้น
(Amer 2009)
ในเด็กที่ปลูกถ่ายไต 67 คน 58% มีโปรตีนมากกว่า 500 มิลลิกรัมต่อวันที่ 3 เดือน และกลุ่มนี้มีภาวะปฏิเสธไตเฉียบพลันมากกว่า
(Gulleroglu 2014)

แก้ความเข้าใจที่พบบ่อย: ผลตรวจปกติไม่ได้แปลว่าไม่ต้องตรวจอีก แพทย์ติดตามโปรตีนในปัสสาวะต่อเนื่องเพราะแม้ระดับต่ำก็สัมพันธ์กับอายุของไตใหม่
ในทางกลับกัน ฟองที่เห็นในวันที่ผลตรวจปกติก็ไม่ได้แปลว่าไตใหม่กำลังเสีย

หลังปลูกถ่ายไตมีอาการที่ไม่แน่ใจ ควรรอนัดหรือโทรหาศูนย์ทันที?

วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา แบบประเมินสัญญาณชั้นไตช่วยจัดระดับอาการของผู้ป่วยโรคไต ล้างไต และหลังปลูกถ่ายไต เช่น ไข้ ปัสสาวะน้อยลง บวม และความดันสูง
ว่าควรติดต่อทีมปลูกถ่ายเร็วแค่ไหน ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ถ้ามีสัญญาณอันตรายข้างต้น โทร 1669 หรือติดต่อศูนย์ปลูกถ่ายทันทีโดยไม่ต้องรอผลประเมิน

คลิกทำแบบประเมินสัญญาณชั้นไต (ฟรี)

3. “ผลตรวจปกติ” หมายถึงค่าอะไรบ้าง: UPCR, UACR, แถบตรวจปัสสาวะ และครีอะตินีน

คำตอบตรง: หลังปลูกถ่ายไต แพทย์ดูการทำงานของไตใหม่จากค่าครีอะตินีน (creatinine) ในเลือดและ eGFR และดูโปรตีนรั่วจากอัตราส่วนโปรตีนต่อครีอะตินีนในปัสสาวะ (UPCR)
หรืออัลบูมินต่อครีอะตินีน (UACR) ค่าเหล่านี้บอกได้มากกว่าการดูฟอง

แถบตรวจปัสสาวะ (dipstick)

แถบตรวจปัสสาวะเปลี่ยนสีเมื่อมีอัลบูมิน ใช้คัดกรองได้เร็ว แต่ผลขึ้นกับความเข้มข้นของปัสสาวะ ปัสสาวะเข้มข้นอาจให้ผลบวกเล็กน้อย ส่วนปัสสาวะเจือจางอาจให้ผลลบแม้มีโปรตีน
และแถบตรวจทั่วไปตรวจอัลบูมินระดับต่ำไม่เจอ ผลจากแถบตรวจจึงมักต้องยืนยันด้วย UPCR หรือ UACR

UPCR จากปัสสาวะครั้งเดียวแม่นพอไหม

การศึกษาในผู้ปลูกถ่ายไต 133 คน เทียบปัสสาวะตอนเช้า 520 คู่กับปัสสาวะเก็บ 24 ชั่วโมง พบความสัมพันธ์ 0.93 ความไว 97–99% และความจำเพาะ 95–99%
(Steinhäuslin 1995)
UPCR จากปัสสาวะครั้งเดียวจึงใช้แทนการเก็บปัสสาวะทั้งวันได้ในการติดตามทั่วไป

ค่าที่ถือว่าปกติ และค่าที่ต้องประเมินต่อ

โปรตีนในปัสสาวะต่ำกว่า 150 มิลลิกรัมต่อวัน หรือ UPCR ต่ำกว่าประมาณ 150 มิลลิกรัมต่อกรัมครีอะตินีน ถือว่าปกติ อัลบูมินต่ำกว่า 30 มิลลิกรัมต่อวันถือว่าปกติ ไม่ใช่ microalbuminuria
ค่า 30–300 มิลลิกรัมต่อวันเรียกว่าอัลบูมินรั่วระดับปานกลาง หลังสัปดาห์ที่ 3 ของการปลูกถ่าย โปรตีนตั้งแต่ 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นจากเดิมเกิน 500 มิลลิกรัมต่อวัน สัมพันธ์กับความผิดปกติของหน่วยกรองในไตใหม่
(Myslak 2006)

ความถี่ของการตรวจตามแนวทาง KDIGO

แนวทาง KDIGO สำหรับผู้ปลูกถ่ายไตแนะนำให้ตรวจครีอะตินีนสัปดาห์ละครั้งในเดือนที่ 2–3 ตรวจโปรตีนในปัสสาวะอย่างน้อย 1 ครั้งในเดือนแรก ทุก 3 เดือนในปีแรก และปีละครั้งหลังจากนั้น
(Kasiske 2010)
ศูนย์แต่ละแห่งอาจนัดถี่กว่านี้ตามความเสี่ยงของผู้ป่วย

ตาราง: การตรวจที่ใช้ดูโปรตีนรั่วและการทำงานของไตใหม่

ค่าปกติเป็นค่าอ้างอิงทั่วไป ห้องปฏิบัติการแต่ละแห่งอาจใช้หน่วยต่างกัน ให้อ่านร่วมกับแพทย์เจ้าของไข้

การตรวจ สิ่งที่บอก ค่าปกติ และข้อจำกัด
การตรวจบอกอะไรค่าที่ถือว่าปกติข้อจำกัด
ดูฟองด้วยตาเบาะแสเบื้องต้นไม่มีเกณฑ์ที่ผ่านการพิสูจน์ผู้ที่สังเกตว่าปัสสาวะเป็นฟองพบโปรตีนรั่วชัดเจนเพียง 22.2%
แถบตรวจปัสสาวะ (dipstick)อัลบูมินในปัสสาวะแบบคร่าวๆผลลบขึ้นกับความเข้มข้นของปัสสาวะ ไม่เจออัลบูมินระดับต่ำ
UPCRโปรตีนรวมในปัสสาวะต่ำกว่าประมาณ 150 mg/gค่าแกว่งได้ในแต่ละวัน ควรดูแนวโน้มหลายครั้ง
UACRอัลบูมินในปัสสาวะ ไวต่อการรั่วระดับต่ำต่ำกว่า 30 mg/gไม่เห็นโปรตีนขนาดเล็กที่รั่วจากท่อไตฝอย
ปัสสาวะ 24 ชั่วโมงปริมาณโปรตีนทั้งวันต่ำกว่า 150 mg/วันเก็บยากและเก็บไม่ครบได้ง่าย
ครีอะตินีนในเลือดและ eGFRการทำงานของไตใหม่คงที่ใกล้ค่าต่ำสุดหลังปลูกถ่ายของแต่ละคนภาวะขาดน้ำหรือระดับยาสูงทำให้ค่าสูงขึ้นได้
ระดับยา tacrolimus ในเลือดยาอยู่ในช่วงที่ป้องกันการปฏิเสธและไม่เป็นพิษเป้าหมายกำหนดโดยศูนย์ตามระยะเวลาหลังปลูกถ่ายต้องเจาะก่อนกินยามื้อถัดไป
BK virus ในเลือดการติดเชื้อไวรัสที่ทำร้ายไตใหม่ตรวจไม่พบต้องตรวจเป็นระยะ เพราะมักไม่มีอาการ
  • ค่าครีอะตินีนล่าสุดเท่าไร และต่างจากค่าต่ำสุดหลังปลูกถ่ายแค่ไหน
  • ตรวจโปรตีนในปัสสาวะด้วยวิธีไหน แถบตรวจ UPCR หรือ UACR และค่าที่ได้
  • ระดับยา tacrolimus อยู่ในเป้าหมายหรือไม่
  • ตรวจ BK virus แล้วหรือยัง และนัดตรวจครั้งต่อไปเมื่อไร
  • ถ้ายังเห็นฟองทุกวัน ควรเก็บปัสสาวะตรวจ UPCR ซ้ำเมื่อไร
แก้ความเข้าใจที่พบบ่อย: อัลบูมินต่ำกว่า 30 มิลลิกรัมต่อวันถือว่าปกติ ไม่ใช่ microalbuminuria และไม่มีหลักฐานว่าอัลบูมินระดับนี้ทำให้เห็นฟองต่างจากปกติ
ค่า UPCR ที่ต้องประเมินต่อหลังปลูกถ่ายอ้างอิงจากระดับโปรตีนและการเปลี่ยนแปลงจากค่าเดิม ไม่ได้ใช้ตัวเลขเดียวกับภาวะปฏิเสธไตทุกชนิด

4. ยากดภูมิเกี่ยวกับฟองหรือโปรตีนรั่วไหม

คำตอบตรง: ยากลุ่ม calcineurin inhibitor ทำให้หลอดเลือดแดงขาเข้าของหน่วยไตหดตัว ซึ่งลดแรงดันในหน่วยกรอง ไม่ใช่สาเหตุที่พบบ่อยของโปรตีนรั่ว
ยากลุ่ม mTOR inhibitor สัมพันธ์กับโปรตีนรั่วมากกว่า สิ่งที่ต้องระวังจาก tacrolimus คือระดับยาที่สูงหรือต่ำเกินไป

tacrolimus และ cyclosporine ทำอะไรกับหลอดเลือดไต

บทความทบทวนเรื่องพิษของยากลุ่ม calcineurin inhibitor อธิบายว่ายาทำให้หลอดเลือดแดงขาเข้าหน่วยไตหดตัว เลือดไหลผ่านไตและอัตราการกรองลดลง ผลนี้กลับคืนได้เมื่อปรับระดับยา
ส่วนการใช้ยาระยะยาวอาจทำให้หลอดเลือดแดงเล็ก ท่อไต และเนื้อไตเสื่อม ปัจจัยที่เพิ่มพิษของยา ได้แก่ ภาวะขาดน้ำและเกลือ และการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs
(Naesens 2009)

ยากลุ่ม mTOR inhibitor สัมพันธ์กับโปรตีนรั่วมากกว่า

ยากลุ่ม mTOR inhibitor เช่น sirolimus และ everolimus สัมพันธ์กับโปรตีนรั่วมากกว่ายากลุ่ม calcineurin inhibitor
(Diekmann 2012)
ในผู้รับไต 613 คน ผู้ที่ใช้ sirolimus มีโปรตีนรั่ว 76% เทียบกับ 40% ในผู้ที่ไม่ได้ใช้
(Amer 2007)
ถ้าแพทย์เปลี่ยนสูตรยามาเป็นกลุ่มนี้ จะนัดตรวจ UPCR ติดตาม

สิ่งที่ทำให้ระดับ tacrolimus เปลี่ยน

ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ 6 คนที่ท้องเสียจากการติดเชื้อทางเดินอาหาร มีระดับ tacrolimus สูงขึ้นถึง 20–60 ng/mL ทุกคน และกลับสู่ช่วงเป้าหมายหลังรักษาอาการและปรับขนาดยา
(Hochleitner 2001)
อาหารและสมุนไพรที่ยับยั้งเอนไซม์ CYP3A4 เช่น เกรปฟรุต ส้มโอ ทับทิม ขิง และขมิ้น เพิ่มระดับ tacrolimus ได้ ส่วน St John’s wort ลดระดับยา
(Miedziaszczyk 2022)
อ่านเรื่องท้องเสียและอาหารรสจัดเพิ่มได้ที่
ปลูกถ่ายไตแล้วกินพริกไม่ได้: ยากดภูมิและท้องเสีย

ยาแก้ปวดที่ควรถามก่อนใช้

ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ibuprofen naproxen และ diclofenac เพิ่มความเสี่ยงพิษต่อไตเมื่อใช้ร่วมกับยากลุ่ม calcineurin inhibitor
(Naesens 2009)
ถ้าปวดหรือมีไข้ ให้ถามทีมปลูกถ่ายก่อนว่าใช้ paracetamol ขนาดเท่าไรได้

แก้ความเข้าใจที่พบบ่อย: ไม่มีหลักฐานว่า tacrolimus ทำให้มีอัลบูมินเล็ดลอดออกมาเป็นฟองชั่วคราวในช่วงแรกหลังปลูกถ่าย
ห้ามหยุดหรือปรับยากดภูมิเองเพราะกังวลเรื่องฟอง การปรับยาทำได้จากผลระดับยาและผลตรวจไตเท่านั้น

5. ดูแลที่บ้าน: น้ำ ยา และบันทึกประจำวัน

คำตอบตรง: สิ่งที่ช่วยไตใหม่ได้จริงคือกินยากดภูมิตรงเวลา ดื่มน้ำตามที่ศูนย์กำหนด หลีกเลี่ยงยาและสมุนไพรที่ยังไม่ได้ถาม และจดอาการทุกวันเพื่อให้ทีมปลูกถ่ายเห็นการเปลี่ยนแปลงเร็ว

ดื่มน้ำเท่าไร

ปริมาณน้ำที่ควรดื่มให้ใช้ตัวเลขที่ศูนย์ปลูกถ่ายกำหนด เพราะขึ้นกับน้ำหนักตัว การทำงานของไตใหม่ หัวใจ และอากาศ ดื่มน้ำพอช่วยให้ปัสสาวะเจือจาง ฟองจากปัสสาวะเข้มข้นจึงลดลง
แต่การดื่มน้ำมากขึ้นไม่ได้ลดโปรตีนที่รั่วจริง และภาวะขาดน้ำเพิ่มพิษของยากลุ่ม calcineurin inhibitor

  • ดูสีปัสสาวะ: สีเหลืองอ่อนแสดงว่าดื่มน้ำพอ สีเข้มตอนกลางวันแสดงว่าควรดื่มเพิ่มตามที่ศูนย์แนะนำ
  • วันที่ร้อนหรือเหงื่อออกมาก: ดื่มเพิ่มตามคำแนะนำ ถ้ามีโรคหัวใจหรือบวม ให้ถามก่อน
  • ท้องเสีย อาเจียน หรือไข้: แจ้งศูนย์ภายในวันนั้น เพราะเสียน้ำและระดับยาเปลี่ยน

กินยาตรงเวลาสำคัญแค่ไหน

การทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบพบว่าผู้ปลูกถ่ายไตราว 22% กินยากดภูมิไม่สม่ำเสมอ 36% ของไตใหม่ที่ล้มเหลวสัมพันธ์กับการกินยาไม่สม่ำเสมอก่อนหน้า
และโอกาสไตใหม่ล้มเหลวเพิ่มขึ้น 7 เท่าในกลุ่มนี้
(Butler 2004)
การทบทวนของ Cochrane พบว่าโปรแกรมช่วยเตือนและให้ความรู้ช่วยให้กินยาครบขนาดมากขึ้น แต่หลักฐานยังมีคุณภาพต่ำ
(Mellon 2022)

  • ตั้งเวลาเตือน 2 เครื่อง: โทรศัพท์ของผู้ป่วยและของญาติ ในเวลาเดียวกันทุกวัน
  • ใช้ตลับยาแบ่งวันและมื้อ: เติมยาสัปดาห์ละครั้งพร้อมกันกับญาติ
  • วันที่เจาะระดับยา: เจาะเลือดก่อนกินยามื้อเช้า แล้วจึงกินยาหลังเจาะ ตามที่ศูนย์แนะนำ
  • ลืมกินยา: โทรถามศูนย์ว่าควรกินทันทีหรือข้ามมื้อ ไม่กินเพิ่มเป็นสองเท่าเอง
  • ยาใหม่ทุกชนิด: รวมถึงยาจากร้านยา สมุนไพร และวิตามิน ให้ถามทีมปลูกถ่ายก่อน

บันทึกประจำวันที่ช่วยทีมปลูกถ่าย

ตื่นนอนชั่งน้ำหนักหลังปัสสาวะครั้งแรก วัดอุณหภูมิ และวัดความดัน
ระหว่างวันสังเกตปริมาณและสีปัสสาวะ ฟอง เลือดปน และอาการแสบขัด
เวลากินยาติ๊กว่ากินยาครบทุกมื้อ และจดถ้าท้องเสียหรืออาเจียน
ก่อนนัดสรุปค่าทั้งสัปดาห์และคำถามที่อยากถาม เช่น ค่า UPCR ล่าสุด

  • ถ้าอยากบันทึกฟอง: จดว่าเห็นตอนไหน ปัสสาวะแรกตอนเช้าหรือไม่ และดื่มน้ำมากน้อยวันนั้น ข้อมูลนี้ช่วยแพทย์แยกฟองจากปัสสาวะเข้มข้นได้
  • ถ่ายรูปได้แต่ไม่ต้องจับเวลา: ใช้ประกอบการคุยกับแพทย์ ไม่ใช้ตัดสินเองว่ามีโปรตีนรั่วหรือไม่
แก้ความเข้าใจที่พบบ่อย: ปริมาณน้ำที่ควรดื่มให้ใช้ตัวเลขที่ศูนย์ปลูกถ่ายกำหนด ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกคน
และการเชื่อผลตรวจของแพทย์ไม่ได้แปลว่าห้ามถามซ้ำ ญาติขอดูค่าตัวเลขและถามแผนการตรวจครั้งต่อไปได้

6. สัญญาณภาวะปฏิเสธไตและการติดเชื้อที่ควรรู้

คำตอบตรง: ภาวะปฏิเสธไตส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ตรวจพบจากค่าครีอะตินีนที่สูงขึ้น การเจาะเลือดตามนัดจึงสำคัญกว่าการเฝ้าดูฟอง ส่วนการติดเชื้อในผู้ปลูกถ่ายไตอาจมีเพียงไข้หรืออ่อนเพลีย

ภาวะปฏิเสธไตมักไม่มีอาการ

บทความทบทวนเรื่องภาวะปฏิเสธไตใน NEJM อธิบายว่ายากดภูมิปัจจุบันทำให้อาการแบบเดิม เช่น ไข้และปวดบริเวณไตใหม่ พบน้อยลง ภาวะปฏิเสธส่วนใหญ่ตรวจพบจากครีอะตินีนที่สูงขึ้นหรือโปรตีนในปัสสาวะที่เพิ่มขึ้น
และยืนยันด้วยการตัดชิ้นเนื้อไต
(Nankivell 2010)

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในผู้ปลูกถ่ายไต

แนวทางของสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะอเมริกันระบุว่าผู้ปลูกถ่ายไตเสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะมากกว่าคนทั่วไป จากท่อระบายในท่อไตและการผ่าตัด และบางคนมีเพียงไข้ อ่อนเพลีย หรือเม็ดเลือดขาวสูง
แนวทางเดียวกันระบุว่าการพบเชื้อในปัสสาวะโดยไม่มีอาการหลัง 2 เดือนไม่จำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะ
(Goldman 2019)

BK virus: เหตุผลที่ต้องเจาะเลือดตามนัดแม้ไม่มีอาการ

แนวทางนานาชาติปี 2024 แนะนำให้ตรวจ BK virus ในเลือดทุกเดือนจนถึงเดือนที่ 9 แล้วทุก 3 เดือนจนครบ 2 ปี เพราะไวรัสนี้ทำร้ายไตใหม่โดยไม่มีอาการ และ tacrolimus เป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่ง
(Kotton 2024)

แก้ความเข้าใจที่พบบ่อย: ภาวะปฏิเสธไตส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ตรวจพบจากค่าครีอะตินีนที่สูงขึ้น การไม่มีฟองจึงไม่ได้รับประกันว่าไตปกติ
และการมีฟองก็ไม่ใช่อาการหลักของภาวะปฏิเสธไต

ตาราง: เปรียบเทียบยากดภูมิและการดูแลที่เกี่ยวกับโปรตีนในปัสสาวะ

ใช้ชื่อกลุ่มยาและชื่อสามัญเท่านั้น สูตรยาของแต่ละคนกำหนดโดยทีมปลูกถ่าย ห้ามเปลี่ยนเอง

กลุ่มยาหรือวิธีดูแล บทบาท ความเกี่ยวข้องกับโปรตีนรั่ว และข้อควรระวัง
กลุ่มยาหรือวิธีดูแลบทบาทเกี่ยวกับโปรตีนรั่วอย่างไรข้อควรระวัง
calcineurin inhibitor (tacrolimus, cyclosporine)ยาหลักป้องกันภาวะปฏิเสธไตหลอดเลือดขาเข้าหดตัว ลดแรงกรอง ไม่ใช่สาเหตุที่พบบ่อยของโปรตีนรั่วช่วงแรกระดับยาเปลี่ยนเมื่อท้องเสีย หรือกินเกรปฟรุต ส้มโอ ทับทิม ขิง ขมิ้น
antimetabolite (mycophenolate)ใช้ร่วมกับยาหลักเพื่อลดการสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันไม่ใช่สาเหตุโปรตีนรั่วโดยตรงท้องเสีย เม็ดเลือดขาวต่ำ ต้องคุมกำเนิด
คอร์ติโคสเตียรอยด์ (prednisolone)ลดการอักเสบและภาวะปฏิเสธไม่ใช่สาเหตุโปรตีนรั่วน้ำตาลในเลือดและความดันสูงขึ้น
mTOR inhibitor (sirolimus, everolimus)ใช้แทนหรือร่วมกับยาหลักในบางคนสัมพันธ์กับโปรตีนรั่วมากกว่า 76% เทียบ 40% ในงานวิจัยหนึ่งตรวจ UPCR หลังเริ่มหรือเปลี่ยนยา
ACE inhibitor หรือ ARBลดความดันและโปรตีนรั่วเมื่อมีโปรตีนรั่วต่อเนื่องลดอัลบูมินรั่วได้ แต่ยังไม่พิสูจน์ว่ายืดอายุไตใหม่ตรวจโพแทสเซียมและครีอะตินีนหลังเริ่มยา
ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDsแก้ปวด ลดไข้เพิ่มพิษต่อไตเมื่อใช้ร่วมกับ calcineurin inhibitorถามทีมปลูกถ่ายก่อนใช้ทุกครั้ง
ดื่มน้ำตามที่ศูนย์กำหนดป้องกันขาดน้ำ ปัสสาวะเจือจางลดฟองจากปัสสาวะเข้มข้น แต่ไม่ลดโปรตีนที่รั่วจริงปริมาณขึ้นกับน้ำหนักตัว หัวใจ และการทำงานของไต
สมุนไพรและอาหารเสริมผู้ป่วยมักซื้อใช้เองไม่มีหลักฐานว่าลดโปรตีนรั่ว บางชนิดเปลี่ยนระดับ tacrolimusแจ้งทีมปลูกถ่ายก่อนกินทุกชนิด

ความเชื่อที่พบบ่อย เทียบกับหลักฐาน

ปัสสาวะเป็นฟองแปลว่าไตใหม่มีโปรตีนรั่ว

ไม่ถูกต้อง ในผู้ที่มาพบแพทย์เพราะปัสสาวะเป็นฟอง พบโปรตีนรั่วชัดเจนเพียง 22.2% การตรวจปัสสาวะเป็นวิธีที่ใช้ตัดสิน

tacrolimus ทำให้มีโปรตีนเล็ดลอดเป็นฟองชั่วคราว

ไม่มีหลักฐานรองรับ ยานี้ทำให้หลอดเลือดขาเข้าหดตัวและลดแรงกรอง ยาที่สัมพันธ์กับโปรตีนรั่วมากกว่าคือกลุ่ม mTOR inhibitor

ฟองหายใน 1–2 นาทีแปลว่าปลอดภัย

ยังไม่มีงานวิจัยที่กำหนดเวลานี้ ฟองที่หายเร็วไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีโปรตีนรั่ว ต้องดูผล UPCR หรือ UACR

ดื่มน้ำมากๆ จะทำให้โปรตีนรั่วหาย

น้ำทำให้ปัสสาวะเจือจางและฟองลดลง แต่ไม่ได้ลดโปรตีนที่รั่วจริง และดื่มมากเกินที่ศูนย์กำหนดอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคหัวใจหรือบวม

ผลตรวจปกติครั้งเดียวแล้วไม่ต้องตรวจอีก

ไม่ถูกต้อง แนวทาง KDIGO แนะนำให้ตรวจครีอะตินีนสัปดาห์ละครั้งในเดือนที่ 2–3 และตรวจโปรตีนในปัสสาวะทุก 3 เดือนในปีแรก

สมุนไพรบำรุงไตช่วยให้ไตใหม่แข็งแรง

ไม่มีหลักฐานว่าช่วย และบางชนิดเปลี่ยนระดับ tacrolimus จนเกิดพิษต่อไตหรือเสี่ยงภาวะปฏิเสธไต ให้ถามทีมปลูกถ่ายก่อนทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทำไมปลูกถ่ายไต 2 เดือนแล้วปัสสาวะยังเป็นฟอง ทั้งที่แพทย์บอกผลตรวจปกติ?

ฟองส่วนใหญ่เกิดจากสายปัสสาวะที่แรงกระทบน้ำในโถ หรือปัสสาวะเข้มข้นตอนเช้าและช่วงดื่มน้ำน้อย ผลตรวจปกติหมายถึงครีอะตินีนคงที่และโปรตีนในปัสสาวะอยู่ในเกณฑ์ ซึ่งแม่นกว่าการดูฟองด้วยตา ถ้ายังกังวล ขอตรวจ UPCR ซ้ำในนัดถัดไปได้

ดูอย่างไรว่าเป็นฟองธรรมดาหรือฟองจากโปรตีนรั่ว?

ฟองธรรมดามักเป็นฟองใหญ่ใสที่แตกเร็ว ฟองจากโปรตีนมักละเอียดและค้างนาน แต่ดูด้วยตาแยกไม่ได้แม่นยำ ในผู้ที่มาพบแพทย์เพราะปัสสาวะเป็นฟอง 72 คน พบโปรตีนรั่วชัดเจนเพียง 22.2% วิธีที่ใช้ตัดสินคือตรวจปัสสาวะหา UPCR หรือ UACR

ค่า UPCR หรือ UACR เท่าไรถือว่าปกติ?

UPCR ต่ำกว่าประมาณ 150 มิลลิกรัมต่อกรัมครีอะตินีน และ UACR ต่ำกว่า 30 มิลลิกรัมต่อกรัม ถือว่าปกติ หลังสัปดาห์ที่ 3 ของการปลูกถ่าย โปรตีนตั้งแต่ 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเพิ่มจากเดิมเกิน 500 มิลลิกรัมต่อวัน สัมพันธ์กับความผิดปกติของหน่วยกรองในไตใหม่ และต้องให้แพทย์ประเมินต่อ

ยากดภูมิอย่าง tacrolimus ทำให้ปัสสาวะเป็นฟองหรือโปรตีนรั่วไหม?

tacrolimus และ cyclosporine ทำให้หลอดเลือดแดงขาเข้าหน่วยไตหดตัวและลดแรงกรอง จึงไม่ใช่สาเหตุที่พบบ่อยของโปรตีนรั่วช่วงแรก ยาที่สัมพันธ์กับโปรตีนรั่วมากกว่าคือกลุ่ม mTOR inhibitor เช่น sirolimus สิ่งที่ต้องระวังจาก tacrolimus คือพิษต่อไตเมื่อระดับยาสูง จึงต้องเจาะเลือดวัดระดับยาตามนัด

ไตเดิมที่ยังอยู่ในตัวทำให้ปัสสาวะเป็นฟองได้ไหม?

ได้ในช่วงแรก ไตเดิมส่วนใหญ่ไม่ได้ผ่าออกและอาจยังสร้างปัสสาวะที่มีโปรตีน งานวิจัยในผู้รับไตจากผู้บริจาคมีชีวิต 14 คน พบว่าโปรตีนจากไตเดิมลดลงจน UPCR ต่ำกว่า 0.2 ในเวลาเฉลี่ย 4.5 สัปดาห์ หลังจากนั้นถ้ายังมีโปรตีนรั่ว แพทย์จะหาสาเหตุที่ไตใหม่

ควรดื่มน้ำวันละเท่าไรหลังปลูกถ่ายไต?

ให้ใช้ปริมาณที่ศูนย์ปลูกถ่ายกำหนด เพราะขึ้นกับน้ำหนักตัว การทำงานของไตใหม่ หัวใจ และอากาศ สังเกตให้ปัสสาวะเป็นสีเหลืองอ่อน ถ้าท้องเสีย อาเจียน หรือเหงื่อออกมาก ให้แจ้งศูนย์ภายในวันนั้น เพราะการขาดน้ำและระดับ tacrolimus ที่เปลี่ยนส่งผลต่อไตใหม่

ภาวะปฏิเสธไตมีอาการอย่างไร?

ส่วนใหญ่ไม่มีอาการและตรวจพบจากค่าครีอะตินีนที่สูงขึ้น การเจาะเลือดตามนัดจึงสำคัญกว่าการดูฟอง อาการที่อาจพบคือไข้ ปัสสาวะน้อยลง บวม น้ำหนักขึ้นเร็ว ความดันสูงขึ้น หรือปวดบริเวณไตใหม่ ถ้ามีอาการเหล่านี้ให้ติดต่อศูนย์ปลูกถ่ายทันที

ญาติช่วยดูแลผู้ปลูกถ่ายไตช่วง 3 เดือนแรกได้อย่างไร?

ช่วยจัดยาและตั้งเวลาเตือนให้กินยากดภูมิตรงเวลา จดน้ำหนัก ความดัน อุณหภูมิ และปริมาณปัสสาวะทุกวัน พาไปเจาะเลือดตามนัด ถามทีมปลูกถ่ายก่อนให้กินยา สมุนไพร หรือผลไม้กลุ่มส้มโอและเกรปฟรุต และจดคำถามไว้ถามในนัดถัดไป เช่น ค่า UPCR ล่าสุดเท่าไร

กลไกทางวิทยาศาสตร์

ฟองเกิดและคงอยู่ได้อย่างไร: เมื่อสายปัสสาวะกระทบผิวน้ำ อากาศถูกพาลงไปเป็นฟอง ฟองแต่ละลูกมีฟิล์มของเหลวบางๆ ห่อหุ้ม ถ้าไม่มีสารที่ทำให้ฟิล์มคงตัว ของเหลวจะไหลออกจากฟิล์มและฟองแตกภายในเวลาสั้น
โปรตีนอย่างอัลบูมินเป็นสารลดแรงตึงผิวตามธรรมชาติ เรียงตัวที่ผิวฟิล์มและทำให้ฟองค้างนานขึ้น ปริมาณโปรตีนที่ต้องมีจึงจะเห็นความต่างได้ด้วยตายังไม่มีการศึกษาที่กำหนดชัด
(Khitan 2019)

โปรตีนรั่วหลังปลูกถ่ายมาจากไหน: ท่อไตฝอยที่ขาดเลือดระหว่างผ่าตัด ภาวะปฏิเสธ หรือพิษยา ดูดกลับโปรตีนขนาดเล็กได้ไม่ดี เกิดโปรตีนรั่วจากท่อไต
ส่วนหน่วยกรองที่เสียหายจากโรคไตเดิมกลับเป็นซ้ำ โรคหน่วยกรองที่เกิดใหม่ หรือภาวะปฏิเสธเรื้อรัง ปล่อยอัลบูมินและโปรตีนขนาดใหญ่ผ่าน เกิดโปรตีนรั่วจากหน่วยกรอง
(Ponticelli 2012)

ยากดภูมิกับหลอดเลือดไต: ยากลุ่ม calcineurin inhibitor เพิ่มสารหดหลอดเลือดและลดสารขยายหลอดเลือด หลอดเลือดแดงขาเข้าจึงหดตัว แรงดันในหน่วยกรองและอัตราการกรองลดลง
(Naesens 2009)
ยากลุ่ม mTOR inhibitor รบกวนการทำงานของเซลล์พอโดไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นตะแกรงกรองโปรตีน จึงสัมพันธ์กับโปรตีนรั่วมากกว่า
(Diekmann 2012)

เรียบเรียงและทบทวนโดย

แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ (E-E-A-T)

เกี่ยวกับผู้เขียน

ข้อควรทราบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)

บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปเรื่องปัสสาวะเป็นฟอง โปรตีนในปัสสาวะ และการดูแลหลังปลูกถ่ายไต ไม่ใช่การวินิจฉัย ใบสั่งยา หรือแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
ชื่อยาเป็นชื่อกลุ่มยาหรือชื่อสามัญเพื่อการศึกษาเท่านั้น ห้ามหยุด เพิ่ม หรือลดยากดภูมิเอง ให้ปรึกษาศูนย์ปลูกถ่ายที่ดูแลอยู่
หากมีสัญญาณอันตราย โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที