หมวดหมู่: โรคไต · ล้างไตทางหน้าท้อง · ผลเลือดโรคไต

อ่านผลเลือดคนล้างไตทางหน้าท้อง: BUN 30, Creatinine 12.7, eGFR, โพแทสเซียม 3.4 และ TCO2 32 หมายความว่าอะไร ค่าไหนต้องแก้ และกินผักผลไม้อย่างไรให้ปลอดภัย

AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)

ผลเลือดนี้ส่วนใหญ่ไม่น่ากังวล BUN 30 ค่อนข้างต่ำสำหรับผู้ล้างไตทางหน้าท้อง อาจสะท้อนการล้างดีหรือกินโปรตีนน้อย Creatinine 12.7 สะท้อนมวลกล้ามเนื้อด้วย และ eGFR ใช้กับผู้ล้างไตไม่ได้ จุดที่ควรแก้คือโพแทสเซียม 3.4 ที่ต่ำเล็กน้อย ซึ่งพบบ่อยในผู้ล้างไตทางหน้าท้อง

หน้านี้เน้น:
ผู้ล้างไตทางหน้าท้อง (CAPD/APD) ที่อยากอ่านผลเลือดของตัวเอง ·
ถ้ากังวลเรื่องโพแทสเซียมสูงจากซอสโซเดียมต่ำ อ่าน ซอสโซเดียมต่ำกับโพแทสเซียมสูง ·
สัญญาณอันตราย ·
ตารางแปลผลเลือด ·
ตารางอาหารโพแทสเซียม ·
ตารางวิธีแก้โพแทสเซียมต่ำ ·
คำถามที่พบบ่อย

จากกลุ่มผู้ล้างไตทางหน้าท้อง: ช่วยบอกหน่อยว่าค่าไหนเป็นยังไง

คำตอบตรงๆ: ภาพรวมไม่น่ากังวล ค่าที่ควรคุยกับแพทย์ในนัดถัดไปคือโพแทสเซียม 3.4 และTCO2 32 ส่วน BUN ที่ต่ำควรดูคู่กับอัลบูมินเพื่อให้แน่ใจว่ากินโปรตีนพอ

สมาชิกกลุ่มผู้ล้างไตทางหน้าท้องท่านหนึ่งแชร์ผลเลือด: BUN 30 mg/dL, Creatinine 12.7 mg/dL, eGFR 4.25, Sodium 139, Potassium 3.4, Chloride 95 และ TCO2 32 mEq/L
บทความนี้อธิบายทีละค่าเพื่อให้คุยกับแพทย์ได้ตรงจุด ช่วงค่าปกติอาจต่างกันเล็กน้อยตามห้องแล็บ และไม่ใช่การวินิจฉัยแทนแพทย์ที่ดูแล

1. กลุ่มของเสีย: BUN 30 และ Creatinine 12.7 บอกอะไร

คำตอบตรงๆ: ในผู้ล้างไต BUN ต่ำไม่ได้แปลว่าดีเสมอ และ Creatinine สูงไม่ได้แปลว่าแย่เสมอ ทั้งสองค่าต้องอ่านคู่กับการกินโปรตีน มวลกล้ามเนื้อ และอัลบูมิน

20%ผู้ล้างไตทางหน้าท้องที่โพแทสเซียมต่ำกว่า 3.5
1.51 เท่าความเสี่ยงเสียชีวิตเมื่อโพแทสเซียมต่ำกว่า 3.5 (ผู้ป่วย 10,468 คน)
29%ความเสี่ยงเสียชีวิตต่ำกว่าในกลุ่ม Creatinine 12.0–13.9
24–26ช่วงไบคาร์บอเนตที่ KDOQI 2020 แนะนำ (mmol/L)

BUN 30: ล้างดี หรือกินโปรตีนน้อย?

BUN มาจากการย่อยโปรตีน ผู้ล้างไตทางหน้าท้องเสียโปรตีนไปกับน้ำยาทุกวัน
แนวทางโภชนาการ KDOQI 2020
จึงแนะนำโปรตีนราว 1.0–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวันในผู้ล้างไตที่อาการคงที่ มากกว่าผู้ป่วยไตที่ยังไม่ล้างไต
BUN 30 อาจหมายถึงล้างได้ดี แต่ถ้าอัลบูมินต่ำ น้ำหนักลด หรือกินได้น้อย อาจหมายถึงกินโปรตีนไม่พอ ซึ่ง
งานในผู้ป่วย CAPD 140 คน (2009)
พบว่ามักมาพร้อมโพแทสเซียมต่ำ อัลบูมินต่ำ และการติดเชื้อในช่องท้องที่มากขึ้น

Creatinine 12.7: สะท้อนกล้ามเนื้อด้วย ไม่ใช่แค่ของเสีย

Creatinine มาจากกล้ามเนื้อ คนที่มีกล้ามเนื้อมากจะมีค่าสูงกว่า
การศึกษาผู้ล้างไตทางหน้าท้อง 10,896 คน (2013)
พบว่ากลุ่ม Creatinine 12.0–13.9 มีความเสี่ยงเสียชีวิตต่ำกว่ากลุ่ม 8.0–9.9 (HR 0.71) ขณะที่กลุ่มต่ำกว่า 4.0 เสี่ยงสูงกว่า (HR 1.36)
Creatinine 12.7 ในผู้ล้างไตจึงไม่ใช่สัญญาณว่าล้างไม่ดี และไม่ควรพยายามลดด้วยการกินน้อยลงหรือลดเนื้อสัตว์เอง

eGFR 4.25: ใช้กับผู้ล้างไตไม่ได้

ค่า eGFR ในใบผลเลือดคำนวณอัตโนมัติจาก Creatinine ด้วยสูตรที่สร้างจากคนที่ยังไม่ได้ล้างไต เมื่อล้างไตแล้ว Creatinine ถูกกำหนดโดยน้ำยาและกล้ามเนื้อ ตัวเลขนี้จึงไม่ได้บอกว่าไตเดิมเหลือกี่เปอร์เซ็นต์
ไตที่ยังเหลือวัดได้จากปัสสาวะ 24 ชั่วโมง และมีความหมายจริง
การวิเคราะห์ซ้ำของงาน CANUSA (2001)
พบว่าการทำงานของไตที่เหลือทุก 5 ลิตรต่อสัปดาห์ลดความเสี่ยงเสียชีวิตราว 12% ขณะที่การเพิ่มการล้างทางหน้าท้องไม่ได้ให้ผลเท่ากัน
การถนอมไตที่เหลือจึงสำคัญ เช่น เลี่ยงยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ภาวะขาดน้ำ และสารทึบรังสีที่ไม่จำเป็น

แปลผลเลือดทีละค่าในผู้ล้างไตทางหน้าท้อง ช่วงอ้างอิงอาจต่างตามห้องแล็บ (มือถือแสดงเป็นการ์ด)

ค่าตรวจ ค่าที่วัดได้ ช่วงอ้างอิงหรือเป้าหมาย การแปลผล และสิ่งที่ควรทำ
ค่าตรวจค่าที่วัดได้ช่วงอ้างอิงหรือเป้าหมายการแปลผลสิ่งที่ควรทำ
BUN30 mg/dLไม่มีเป้าหมายตัวเลขเดียวในผู้ล้างไตค่อนข้างต่ำ: ล้างดี หรือกินโปรตีนน้อยดูคู่กับอัลบูมินและน้ำหนัก กินโปรตีนตามที่แนะนำ ไม่ลดเอง
Creatinine12.7 mg/dLไม่ใช้เป็นเป้าหมายในผู้ล้างไตสะท้อนมวลกล้ามเนื้อและการล้าง ค่าระดับนี้สัมพันธ์กับผลลัพธ์ที่ดีรักษากล้ามเนื้อด้วยโปรตีนพอและการขยับร่างกาย
eGFR4.25ไม่ใช้ในผู้ล้างไตตัวเลขคำนวณอัตโนมัติ ไม่บอกไตที่เหลือถามแพทย์เรื่องการวัดปัสสาวะ 24 ชั่วโมง
Sodium139 mEq/L135–145ปกติคุมเค็มและน้ำดื่มตามที่หน่วยล้างไตกำหนด
Potassium3.4 mEq/L3.5–5.0ต่ำเล็กน้อย พบบ่อยในผู้ล้างไตทางหน้าท้องเพิ่มผักผลไม้ตามคำแนะนำ ตรวจซ้ำ แพทย์อาจให้ยาเสริม
Chloride95 mEq/Lราว 98–107ต่ำเล็กน้อย ไปด้วยกันกับเลือดเป็นด่างดูคู่กับ TCO2 และโพแทสเซียม
TCO2 (ไบคาร์บอเนต)32 mEq/LKDOQI 2020: 24–26สูง เลือดเป็นด่างเล็กน้อยให้แพทย์ทบทวนยาไบคาร์บอเนต ยาจับฟอสเฟตที่มีแคลเซียม และอาการอาเจียน

2. โพแทสเซียม 3.4: ทำไมผู้ล้างไตทางหน้าท้องถึงต่ำ และเสี่ยงอะไร

คำตอบตรงๆ: เพราะน้ำยาไม่มีโพแทสเซียมและดึงออกทุกวัน ร่วมกับน้ำตาลในน้ำยาที่พาโพแทสเซียมเข้าเซลล์ และการกินที่น้อยลง ค่าต่ำเล็กน้อยแก้ได้ แต่ไม่ควรปล่อยให้ต่ำต่อเนื่อง

สาเหตุที่พบบ่อย

  • น้ำยาล้างไตทางหน้าท้องมาตรฐานไม่มีโพแทสเซียม จึงดึงออกต่อเนื่องทั้งวัน
  • น้ำตาลในน้ำยาถูกดูดซึม กระตุ้นอินซูลินที่พาโพแทสเซียมเข้าเซลล์
  • กินน้อย เบื่ออาหาร หรือถูกจำกัดผักผลไม้เคร่งเกินไปจากช่วงก่อนล้างไต
  • ท้องเสีย อาเจียน ยาระบาย หรือยาขับปัสสาวะ

ทำไมไม่ควรปล่อย

งานในผู้ล้างไตทางหน้าท้อง 266 คน (2005)
พบโพแทสเซียมต่ำกว่า 3.5 ราว 20% และกลุ่มนี้มีความเสี่ยงเสียชีวิตสูงกว่า 1.79 เท่า โดยค่าโพแทสเซียมสัมพันธ์กับภาวะโภชนาการ
ข้อมูลผู้ล้างไตทางหน้าท้อง 10,468 คน (2012)
พบความสัมพันธ์รูปตัว U: ทั้งโพแทสเซียมต่ำกว่า 3.5 (HR 1.51) และสูงตั้งแต่ 5.5 (HR 1.52) เสี่ยงเสียชีวิตมากขึ้น
และงานในผู้ป่วย CAPD 140 คน
พบการติดเชื้อในช่องท้อง 6.9% ในกลุ่มโพแทสเซียมต่ำ เทียบกับ 2.1% ในกลุ่มปกติ เชื่อว่าเพราะลำไส้เคลื่อนไหวช้าจนเชื้อผ่านผนังลำไส้ได้ง่ายขึ้น
งานเหล่านี้เป็นการศึกษาเชิงสังเกต จึงบอกความสัมพันธ์ ไม่ได้พิสูจน์ว่าการเสริมโพแทสเซียมจะลดความเสี่ยงได้ทั้งหมด

อาการของผู้ป่วยไตที่บ้านอยู่ระดับไหน และเมื่อไรไม่ควรรอ?

วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา — แบบประเมินช่วยดูว่าอาการอ่อนแรง บวม น้ำยาขุ่น ปวดท้อง หรืออาการอื่นของผู้ป่วยไตตรงกับสัญญาณเตือนแค่ไหน อยู่ระดับใด และเมื่อไรควรรีบติดต่อแพทย์ ใช้คู่กับหัวข้อสัญญาณอันตรายด้านบน และไม่ใช่การวินิจฉัยโรค

คลิกทำแบบประเมินสัญญาณชั้นไต (ฟรี)

3. TCO2 32, Chloride 95 และ Sodium 139: สมดุลกรด-ด่างและน้ำ

คำตอบตรงๆ: Sodium ปกติ ส่วนTCO2 32 สูงกว่าเป้าเล็กน้อย บอกว่าเลือดค่อนไปทางด่าง การแก้โพแทสเซียมช่วยได้บางส่วน แต่แพทย์ควรทบทวนยาด้วย

TCO2 คือไบคาร์บอเนตในเลือด

ข้อมูลผู้ป่วยล้างไต 121,351 คน (2013)
พบว่าผู้ล้างไตทางหน้าท้องมีไบคาร์บอเนตต่ำน้อยกว่าผู้ฟอกเลือดมาก เพราะน้ำยามีบัฟเฟอร์แลคเตตที่ร่างกายเปลี่ยนเป็นไบคาร์บอเนตต่อเนื่อง และค่าต่ำกว่า 22 สัมพันธ์กับความเสี่ยงเสียชีวิต
แนวทาง KDOQI 2020 แนะนำให้รักษาระดับไว้ที่ 24–26 mmol/L ค่า 32 จึงสูงกว่าเป้า สาเหตุที่พบบ่อยคือบัฟเฟอร์ในน้ำยา โพแทสเซียมต่ำ อาเจียน หรือยาไบคาร์บอเนตและยาจับฟอสเฟตที่มีแคลเซียม

ถ้ากินยาเม็ดไบคาร์บอเนตอยู่ ให้นำผลนี้ไปถามแพทย์ว่าควรลดหรือหยุดไหม อย่าปรับเอง

Sodium 139 และการคุมน้ำ

Sodium 139 อยู่ในช่วงปกติ บอกสมดุลน้ำกับเกลือในเลือด แต่ไม่ได้บอกว่ามีน้ำเกินในร่างกายหรือไม่ ภาวะน้ำเกินดูจากน้ำหนัก ความดัน อาการบวม และปริมาณน้ำที่ดึงออกจากน้ำยา
แนวทาง ISPD 2020
แนะนำให้ประเมินการล้างไตจากอาการ ภาวะน้ำ โภชนาการ และคุณภาพชีวิตร่วมกับค่าตัวเลข ไม่ใช่ดูผลเลือดตัวใดตัวหนึ่ง

4. กินผักผลไม้เพิ่มโพแทสเซียมอย่างปลอดภัย

คำตอบตรงๆ: เพิ่มทีละน้อย เลือกผักผลไม้ก่อนอาหารแปรรูป แล้วตรวจเลือดซ้ำ และห้ามกินมะเฟืองไม่ว่าโพแทสเซียมจะต่ำแค่ไหน

อาหารที่ช่วยเพิ่มโพแทสเซียม ระดับโดยประมาณ วิธีกิน และข้อควรระวังสำหรับผู้ล้างไตทางหน้าท้อง (มือถือแสดงเป็นการ์ด)

ประเภทอาหาร ระดับโพแทสเซียม วิธีกิน และข้อควรระวัง
อาหารระดับโพแทสเซียมวิธีกินข้อควรระวัง
กล้วยสูงครึ่งถึง 1 ผลต่อวัน ตามที่นักกำหนดอาหารแนะนำกล้วยสุกจัดมีน้ำตาลสูง ระวังในผู้เป็นเบาหวาน
ส้ม ฝรั่ง มะละกอปานกลางถึงสูงกินเป็นผลสด 1 ส่วนต่อมื้อว่างเลี่ยงน้ำผลไม้ปริมาณมาก เพราะเพิ่มน้ำและน้ำตาล
ผักใบเขียว (ผักบุ้ง คะน้า ตำลึง)ปานกลางถึงสูงลวกหรือผัดน้ำมันน้อย ไม่ต้องแช่น้ำหรือต้มทิ้งน้ำแบบที่ใช้ลดโพแทสเซียมผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดบางชนิดควรกินผักใบเขียวสม่ำเสมอ ไม่เปลี่ยนปริมาณมาก
มันฝรั่ง เผือก ฟักทองสูงใช้แทนข้าวบางมื้อเป็นแป้ง ระวังน้ำตาลในเลือดและน้ำหนัก
นม ถั่ว เมล็ดพืชสูงไม่แนะนำให้ใช้เป็นแหล่งหลักฟอสฟอรัสสูง เสี่ยงฟอสเฟตในเลือดสูง
น้ำมะพร้าวสูงถามแพทย์ก่อน ถ้าใช้ได้ให้นับเป็นน้ำดื่มของวันเพิ่มน้ำในร่างกาย ผู้ที่ปัสสาวะน้อยเสี่ยงน้ำเกิน
มะเฟืองไม่เกี่ยว: มีสารพิษต่อประสาทห้ามกินทั้งผลและน้ำผู้ล้างไตที่เกิดพิษมะเฟืองเสียชีวิตราว 27%

การทบทวนผู้ป่วยพิษมะเฟือง 126 คน (2017)
ไม่พบการเสียชีวิตในผู้ที่ไตปกติ แต่พบเสียชีวิต 36% ในผู้ป่วยไตเรื้อรัง และ 27% ในผู้ที่ล้างไต อาการแรกที่พบบ่อยคือสะอึก ตามด้วยสับสนหรือชัก

เปรียบเทียบวิธีแก้โพแทสเซียมต่ำในผู้ล้างไตทางหน้าท้อง ใช้ชื่อสามัญและกลุ่มยาเท่านั้น (มือถือแสดงเป็นการ์ด)

วิธีแก้ เหมาะกับใคร หลักฐาน และข้อควรระวัง
วิธีแก้เหมาะกับใครหลักฐานข้อควรระวัง
ปรับอาหาร: เพิ่มผักผลไม้ต่ำเล็กน้อย เช่น 3.0–3.4 และกินได้KDOQI 2020: ปรับโพแทสเซียมในอาหารให้ค่าในเลือดปกติตรวจเลือดซ้ำ เลี่ยงมะเฟือง ระวังฟอสฟอรัสจากนมและถั่ว
เพิ่มโปรตีนและพลังงานให้พอBUN หรืออัลบูมินต่ำ น้ำหนักลด กินได้น้อยโพแทสเซียมต่ำสัมพันธ์กับภาวะโภชนาการไม่ดี (2005, 2009)ปรึกษานักกำหนดอาหาร อาจต้องใช้อาหารเสริมสูตรผู้ป่วยไต
ยาเสริมโพแทสเซียมชนิดกิน (potassium chloride)ต่ำต่อเนื่องแม้ปรับอาหาร หรือต่ำกว่า 3.0ใช้ในเวชปฏิบัติ การทดลองว่าลดเสียชีวิตยังมีจำกัดใช้ตามแพทย์สั่งเท่านั้น กินหลังอาหาร ตรวจเลือดติดตาม
ทบทวนยาที่ทำให้เสียโพแทสเซียมใช้ยาขับปัสสาวะหรือยาระบายประจำเป็นสาเหตุที่แก้ได้ห้ามหยุดยาขับปัสสาวะเอง เพราะอาจทำให้น้ำเกิน
รักษาท้องเสียหรืออาเจียนเสียโพแทสเซียมทางทางเดินอาหารเป็นสาเหตุที่แก้ได้ท้องเสียร่วมกับน้ำยาขุ่นหรือปวดท้องต้องติดต่อหน่วยล้างไตทันที
เกลือหรือซอสโซเดียมต่ำที่มีโพแทสเซียมไม่แนะนำให้ใช้เป็นตัวเสริมเองคาดเดาปริมาณโพแทสเซียมต่อช้อนไม่ได้เสี่ยงโพแทสเซียมสูงเกินโดยเฉพาะเมื่อใช้ยากลุ่ม ACE inhibitors หรือ ARBs

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการอ่านผลเลือดของผู้ล้างไตทางหน้าท้อง

BUN 30 และ Creatinine 12.7 ในผู้ล้างไตทางหน้าท้อง ดีหรือไม่ดี?

โดยรวมไม่น่ากังวล BUN 30 ค่อนข้างต่ำสำหรับผู้ล้างไต อาจสะท้อนว่าน้ำยาดึงของเสียได้ดี หรือกินโปรตีนน้อยเกินไป ซึ่งต้องดูคู่กับอัลบูมินในเลือด ส่วน Creatinine ในผู้ล้างไตสะท้อนมวลกล้ามเนื้อด้วย การศึกษาผู้ป่วยล้างไตทางหน้าท้อง 10,896 คนพบว่ากลุ่ม Creatinine 12.0–13.9 มีความเสี่ยงเสียชีวิตต่ำกว่ากลุ่ม 8.0–9.9 ราว 29% ค่าสูงจึงไม่ได้แปลว่าล้างไม่ดีเสมอไป

ทำไมผู้ล้างไตทางหน้าท้องถึงมักมีโพแทสเซียมต่ำ?

น้ำยาล้างไตทางหน้าท้องไม่มีโพแทสเซียมและดึงออกต่อเนื่องทุกวัน น้ำตาลในน้ำยากระตุ้นอินซูลินที่พาโพแทสเซียมเข้าเซลล์ และผู้ป่วยหลายคนกินน้อยหรือถูกจำกัดผักผลไม้เคร่งเกินไป งานในผู้ป่วย 266 คนพบโพแทสเซียมต่ำกว่า 3.5 ราว 20% และสัมพันธ์กับภาวะโภชนาการไม่ดี ส่วนสาเหตุอื่นที่ต้องดู ได้แก่ ท้องเสีย อาเจียน ยาระบาย และยาขับปัสสาวะ

eGFR 4.25 ในใบผลเลือด เพิ่มกลับขึ้นมาได้ไหม?

ค่า eGFR ที่ห้องแล็บคำนวณอัตโนมัติจาก Creatinine ใช้ประเมินผู้ที่ล้างไตแล้วไม่ได้ เพราะ Creatinine ในเลือดถูกกำหนดโดยการล้างไตและมวลกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ไตเดิมอย่างเดียว ไตที่ยังเหลือวัดจากปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ซึ่งมีความหมายจริง งาน CANUSA พบว่าไตที่เหลือทุก 5 ลิตรต่อสัปดาห์ลดความเสี่ยงเสียชีวิตราว 12% การรักษาไตที่เหลือทำได้โดยเลี่ยงยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ภาวะขาดน้ำ และยาหรือสารทึบรังสีที่ไม่จำเป็น

โพแทสเซียมต่ำ ควรกินผักผลไม้อย่างไร?

เพิ่มผักผลไม้ที่มีโพแทสเซียมปานกลางถึงสูงทีละน้อยตามที่แพทย์หรือนักกำหนดอาหารแนะนำ เช่น กล้วย ส้ม ฝรั่ง มะละกอ ผักใบเขียวลวก แล้วตรวจเลือดซ้ำตามนัด เลือกผักผลไม้ก่อนนม ถั่ว หรืออาหารแปรรูป เพราะกลุ่มหลังมีฟอสฟอรัสสูง แนวทาง KDOQI 2020 แนะนำปรับโพแทสเซียมในอาหารให้ค่าในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ใช่จำกัดผักผลไม้ทุกคนแบบเดียวกัน

ซื้อยาเม็ดหรือเกลือโพแทสเซียมมากินเองได้ไหม?

ไม่ควร ยาเสริมโพแทสเซียมต้องให้แพทย์กำหนดขนาดและตรวจเลือดติดตาม เพราะถ้าเกินอาจทำให้โพแทสเซียมสูงจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยากลุ่ม ACE inhibitors หรือ ARBs หรือเมื่อเปลี่ยนสูตรน้ำยาล้างไต เกลือหรือซอสโซเดียมต่ำที่ใช้โพแทสเซียมแทนก็ไม่ควรใช้เป็นตัวเสริมเอง

TCO2 32 และ Chloride 95 หมายความว่าอะไร?

TCO2 สะท้อนไบคาร์บอเนตในเลือด ค่า 32 สูงกว่าช่วงที่แนวทาง KDOQI 2020 แนะนำ 24–26 แปลว่าเลือดเป็นด่างเล็กน้อย Chloride 95 ต่ำเล็กน้อยไปด้วยกัน สาเหตุที่พบบ่อยคือบัฟเฟอร์แลคเตตในน้ำยา โพแทสเซียมต่ำ อาเจียน หรือยาไบคาร์บอเนตและยาจับฟอสเฟตที่มีแคลเซียม การแก้โพแทสเซียมอาจช่วยได้บางส่วน แต่แพทย์อาจต้องทบทวนยาด้วย

ผลไม้อะไรที่ผู้ล้างไตห้ามกิน แม้โพแทสเซียมต่ำ?

มะเฟืองและน้ำมะเฟือง เพราะมีสารพิษต่อระบบประสาทที่ไตขับไม่ได้ การทบทวนผู้ป่วยพิษมะเฟือง 126 คนพบอัตราเสียชีวิต 27% ในผู้ที่ล้างไต โดยอาการเริ่มจากสะอึก แล้วสับสนหรือชัก นอกจากนี้ควรระวังน้ำผลไม้และน้ำมะพร้าวปริมาณมากเพราะเพิ่มน้ำในร่างกาย และสมุนไพรหรือน้ำผลไม้สกัดที่ไม่ทราบปริมาณโพแทสเซียม

นอกจากค่าในใบนี้ ผู้ล้างไตทางหน้าท้องควรดูค่าอะไรเพิ่ม?

อัลบูมิน ฟอสฟอรัส แคลเซียม ฮอร์โมนพาราไทรอยด์ ความเข้มข้นเลือด ปริมาณปัสสาวะต่อวัน น้ำที่ดึงออกจากน้ำยา และค่าความเพียงพอของการล้างไต เช่น Kt/V แนวทาง ISPD 2020 แนะนำให้ประเมินการล้างไตจากอาการ ภาวะน้ำ โภชนาการ และคุณภาพชีวิตร่วมกัน ไม่ใช่ดูตัวเลขผลเลือดตัวใดตัวหนึ่ง

กลไกทางวิทยาศาสตร์แบบย่อ (Scientific mechanism)

สรุปโดย :
เยื่อบุช่องท้องทำหน้าที่เป็นเยื่อกรอง ของเสียและเกลือแร่ในเลือดแพร่ไปยังน้ำยาตามความต่างของความเข้มข้น น้ำยามาตรฐานไม่มีโพแทสเซียม ความต่างจึงคงอยู่ทั้งวันและโพแทสเซียมถูกดึงออกต่อเนื่อง ขณะเดียวกันน้ำตาลกลูโคสในน้ำยาถูกดูดซึมเข้าเลือด กระตุ้นอินซูลินที่เปิดปั๊มโซเดียม-โพแทสเซียมให้โพแทสเซียมเคลื่อนเข้าเซลล์ ค่าในเลือดจึงลดลงอีก
บัฟเฟอร์แลคเตตในน้ำยาถูกตับเปลี่ยนเป็นไบคาร์บอเนต ทำให้ผู้ล้างไตทางหน้าท้องมักมีไบคาร์บอเนตสูงกว่าผู้ฟอกเลือด เมื่อโพแทสเซียมต่ำ เซลล์จะแลกโพแทสเซียมออกกับไฮโดรเจนเข้า ทำให้เลือดค่อนไปทางด่างมากขึ้น
Creatinine เกิดจากการสลายครีเอทีนในกล้ามเนื้อในอัตราค่อนข้างคงที่ เมื่อไตไม่ทำงาน ระดับในเลือดจึงสะท้อนทั้งการล้างไตและปริมาณกล้ามเนื้อ ส่วน BUN ขึ้นกับโปรตีนที่กินและการสลายโปรตีนในร่างกาย จึงต่ำลงได้ทั้งเมื่อล้างดีและเมื่อกินไม่พอ

แหล่งอ้างอิงเชิงวิชาการ (E-E-A-T)

  1. Szeto CC, et al. Hypokalemia in Chinese peritoneal dialysis patients: prevalence and prognostic implication. Am J Kidney Dis 2005.
  2. Torlén K, et al. Serum potassium and cause-specific mortality in a large peritoneal dialysis cohort. Clin J Am Soc Nephrol 2012.
  3. Chuang YW, et al. Hypokalaemia: an independent risk factor of Enterobacteriaceae peritonitis in CAPD patients. Nephrol Dial Transplant 2009.
  4. Park J, et al. Serum creatinine level, a surrogate of muscle mass, predicts mortality in peritoneal dialysis patients. Nephrol Dial Transplant 2013.
  5. Bargman JM, et al. Relative contribution of residual renal function and peritoneal clearance to adequacy of dialysis: a reanalysis of the CANUSA study. J Am Soc Nephrol 2001.
  6. Vashistha T, et al. Dialysis modality and correction of uremic metabolic acidosis: relationship with all-cause and cause-specific mortality. Clin J Am Soc Nephrol 2013.
  7. Ikizler TA, et al. KDOQI Clinical Practice Guideline for Nutrition in CKD: 2020 Update. Am J Kidney Dis 2020.
  8. Brown EA, et al. International Society for Peritoneal Dialysis practice recommendations: Prescribing high-quality goal-directed peritoneal dialysis. Perit Dial Int 2020.
  9. Chua CB, et al. Association of renal function and symptoms with mortality in star fruit (Averrhoa carambola) intoxication. Clin Toxicol 2017.

รวบรวมและตรวจทานโดย · ใช้ชื่อสามัญและชื่อกลุ่มยาเท่านั้น ไม่ระบุชื่อการค้าของยาหรือน้ำยาล้างไต

ข้อควรทราบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาจากงานวิจัยและแนวทางสากล ไม่ใช่การวินิจฉัย ไม่ใช่คำสั่งการรักษา และไม่ทดแทนคำแนะนำของแพทย์ พยาบาลหน่วยล้างไต หรือนักกำหนดอาหาร ช่วงค่าปกติต่างกันตามห้องแล็บ ปริมาณโพแทสเซียม โปรตีน และน้ำที่เหมาะสมขึ้นกับปริมาณปัสสาวะ สูตรน้ำยา และผลเลือดของแต่ละคน ห้ามเริ่มหรือหยุดยาเสริมโพแทสเซียม ยาไบคาร์บอเนต หรือยาขับปัสสาวะเอง หากน้ำยาขุ่น ปวดท้อง มีไข้ อ่อนแรงมาก หรือใจสั่น ให้ติดต่อหน่วยล้างไตหรือไปโรงพยาบาลทันที