หมวดหมู่: โรคไต · ล้างไตทางช่องท้อง
ติดเชื้อราในช่องท้องจากล้างไตทางหน้าท้องจนต้องถอดสาย: โอกาสหาย ระยะเวลายาฆ่าเชื้อรา การฟอกเลือดช่วงเปลี่ยนผ่าน และโอกาสกลับมาล้างหน้าท้อง
AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)
เชื้อราเกาะสายล้างไตเป็นแผ่นเมือกที่ยาเข้าไม่ถึง การถอดสายทันทีจึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยชีวิตมากที่สุด ต่อด้วยยาฆ่าเชื้อราอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังถอดสาย และฟอกเลือดชั่วคราว ภาวะนี้รุนแรงกว่าติดเชื้อแบคทีเรีย หลายคนรักษาหาย แต่ส่วนใหญ่ต้องฟอกเลือดต่อระยะยาว
ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง (CAPD หรือ APD) ที่เกิดเยื่อบุช่องท้องอักเสบจากเชื้อราและถูกถอดสายแล้ว และครอบครัว —
เหตุผลที่ต้องถอดสาย ระยะเวลายา ผลการรักษาจริง การฟอกเลือดช่วงเปลี่ยนผ่าน โอกาสกลับมาล้างหน้าท้อง และการป้องกัน
ถ้ากำลังเลือกวิธีฟอกไตระยะยาว อ่าน
ฟอกเลือดกับล้างไตทางช่องท้อง ต่างกันอย่างไร ·
สัญญาณอันตราย ·
ตารางเชื้อราเทียบแบคทีเรีย ·
ตารางยาและการรักษา ·
ตารางไทม์ไลน์ฟื้นตัว ·
คำถามที่พบบ่อย
จากกลุ่มผู้ป่วยล้างไตทางหน้าท้อง: คุณพ่อติดเชื้อราแรงจนต้องถอดสาย จะหายไหม และใช้เวลานานเท่าไร?
คำตอบตรง: รักษาหายได้ และการถอดสายที่แพทย์ทำไปแล้วคือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด
แต่ภาวะนี้รุนแรงกว่าการติดเชื้อแบคทีเรีย ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อราหลายสัปดาห์ และผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องเปลี่ยนไปฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
สมาชิกกลุ่มผู้ป่วยล้างไตทางหน้าท้องท่านหนึ่งถามว่า “คุณพ่อติดเชื้อราแรง ได้ถอดสายหน้าท้องออก ฆ่าเชื้อราช่องท้องมีโอกาสหายไหม และใช้เวลานานไหม”
บทความนี้สรุปแนวทางสากลและข้อมูลผลการรักษาจริง เพื่อให้ครอบครัวรู้ว่าจะคาดหวังอะไร และช่วยดูแลอย่างไร
สัญญาณอันตราย: กลับโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที
คำตอบตรง: ช่วงหลังถอดสายเป็นช่วงเสี่ยง อาการต่อไปนี้ต้องได้รับการดูแลทันที อย่ารอวันนัด
อาการที่ไม่ควรรอ
- ไข้ หนาวสั่น ความดันต่ำ หน้ามืด — อาจติดเชื้อในกระแสเลือด
- ปวดท้องมากขึ้น ท้องอืดโต อาเจียน ไม่ถ่ายไม่ผายลม — อาจเป็นลำไส้อุดตันจากพังผืด
- แผลถอดสายบวมแดง มีหนอง หรือมีน้ำซึม
- สายฟอกเลือดที่คอหรือขาหนีบแดง บวม มีหนอง หรือเลือดออก หรือไข้หนาวสั่นระหว่างฟอก
- หอบเหนื่อย นอนราบไม่ได้ ขาบวมมาก — น้ำเกินจากช่วงเปลี่ยนวิธีฟอก
- ใจสั่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง — อาจเป็นโพแทสเซียมสูง
- ซึม สับสน ปลุกไม่ค่อยตื่น
1. ทำไมการถอดสายล้างไตจึงเป็นหัวใจของการรักษาเชื้อรา
คำตอบตรง: เชื้อราสร้าง แผ่นเมือกชีวภาพ (biofilm) เกาะผิวสาย ยาเข้าไปทำลายได้ยาก ถ้าสายยังอยู่ เชื้อจะกลับมาซ้ำ การถอดสายเร็วสัมพันธ์กับการเสียชีวิตที่ลดลงชัดเจน
แนวทางสากล ISPD 2022
แนวทางของสมาคมล้างไตทางช่องท้องนานาชาติ (ISPD 2022)
แนะนำให้ถอดสายทันทีเมื่อพบเชื้อราในน้ำยาล้างไต ให้ยาฆ่าเชื้อราที่เหมาะกับเชื้อต่ออย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังถอดสาย และให้ยาป้องกันเชื้อราทุกครั้งที่ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องได้ยาปฏิชีวนะ
หลักฐานว่าถอดเร็วช่วยชีวิต
งานวิจัยของ Chang (2011)
ติดตามการติดเชื้อรา 94 ครั้ง พบการเสียชีวิต 12.8% เมื่อถอดสายภายใน 24 ชั่วโมง เทียบกับ 31.7% เมื่อถอดช้า ภาวะลำไส้อุดตันพบร่วม 41.5% และเป็นปัจจัยเสี่ยงการเสียชีวิต
ส่วนข้อมูลทะเบียนออสเตรเลีย (Miles 2009)
162 ครั้งพบว่าการถอดสายร่วมกับยาฆ่าเชื้อราให้ความเสี่ยงเสียชีวิตและติดเชื้อซ้ำต่ำที่สุด และปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือเพิ่งได้ยาปฏิชีวนะรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย
เปรียบเทียบเยื่อบุช่องท้องอักเสบจากเชื้อรากับแบคทีเรีย (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)
| ประเด็น | แบคทีเรีย | เชื้อรา | ความหมายต่อผู้ป่วย |
|---|---|---|---|
| ความถี่ | เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ | ราว 4.0–4.5% ของทั้งหมด | พบน้อยแต่รุนแรงกว่า |
| ปัจจัยเสี่ยง | เทคนิคเปลี่ยนน้ำยา แผลช่องสายติดเชื้อ | เพิ่งได้ยาปฏิชีวนะ โดยเฉพาะหลังติดเชื้อแบคทีเรีย | ต้องได้ยาป้องกันเชื้อราเมื่อได้ยาปฏิชีวนะ |
| การถอดสาย | ส่วนใหญ่รักษาด้วยยาโดยไม่ต้องถอด | ถอดทันทีตามแนวทาง ISPD | ถอดเร็วเสียชีวิตน้อยกว่าชัดเจน |
| ยาและระยะเวลา | ยาปฏิชีวนะใส่ในน้ำยาล้างไต 2–3 สัปดาห์ | ยาฆ่าเชื้อราอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังถอดสาย | ต้องใช้ยาครบแม้อาการดีขึ้น |
| การกลับมาล้างหน้าท้อง | ส่วนใหญ่ล้างต่อได้ | ส่วนน้อย (8.5% ในงานวิจัยเกาหลี) | ควรเตรียมแผนฟอกเลือดระยะยาว |
2. ระยะเวลาการรักษาและยาฆ่าเชื้อรา
คำตอบตรง: ยาฆ่าเชื้อราต้องให้ อย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังถอดสาย ส่วนใหญ่รวมราว 2–4 สัปดาห์หรือนานกว่านั้น ชนิดยาขึ้นกับเชื้อที่เพาะได้ และไม่จำเป็นต้องให้ทางหลอดเลือดดำตลอด
เชื้อยีสต์กับเชื้อรากลุ่มเส้นใยรักษาต่างกัน
ในต่างประเทศ เชื้อส่วนใหญ่เป็นยีสต์กลุ่ม Candida แต่
ข้อมูลจากศูนย์ล้างไตไทย 21 แห่ง (Kanjanabuch 2024)
พบเชื้อรากลุ่มเส้นใยถึง 75% และเสียชีวิตใน 3 เดือน 14% ในผู้ที่ถอดสายทันเวลา เชื้อกลุ่มเส้นใยมักต้องใช้ยาคนละกลุ่มกับยีสต์ และใช้เวลานานกว่า
เปรียบเทียบยาฆ่าเชื้อราและการรักษาร่วม ใช้ชื่อสามัญทางยาเท่านั้น (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)
| การรักษา | เหมาะกับ | วิธีให้ | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|
| ถอดสายล้างไตทันที | ทุกรายที่พบเชื้อรา | ผ่าตัดถอดสาย | ขั้นตอนสำคัญที่สุด ถอดเร็วเสียชีวิตน้อยกว่า |
| ยากลุ่ม azole (fluconazole) | ยีสต์ Candida ที่ไวต่อยา | ทางหลอดเลือดดำหรือกิน | ปรับขนาดตามการฟอกไต ระวังยาตีกันกับยาอื่น |
| ยากลุ่ม echinocandin (caspofungin, micafungin, anidulafungin) | Candida ที่ดื้อต่อ azole หรืออาการรุนแรง | ทางหลอดเลือดดำ | มักเปลี่ยนเป็นยากินเมื่ออาการคงที่และเชื้อไวต่อยา |
| voriconazole หรือ posaconazole | เชื้อรากลุ่มเส้นใยบางชนิด | ทางหลอดเลือดดำหรือกิน | อาจต้องเจาะวัดระดับยา ระวังตับและการมองเห็น |
| amphotericin B | เชื้อรารุนแรงหรือเชื้อกลุ่มเส้นใยที่ดื้อยา | ทางหลอดเลือดดำ | ต้องติดตามเกลือแร่และอาการข้างเคียงขณะให้ยา |
| ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมชั่วคราว | ทุกรายหลังถอดสาย | สายฟอกเลือดที่คอหรือขาหนีบ | ดูแลสายให้แห้งสะอาด ไข้หนาวสั่นต้องแจ้งทันที |
ห้ามหยุดยาฆ่าเชื้อราเองแม้ไม่ปวดท้องแล้ว และแจ้งแพทย์ทุกครั้งก่อนกินสมุนไพรหรือยาอื่น เพราะยากลุ่ม azole ตีกับยาหลายชนิด
ไม่แน่ใจว่าอาการตอนนี้รอวันนัดได้ หรือควรกลับโรงพยาบาล?
วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา — แบบประเมินช่วยจัดระดับว่าอาการของผู้ป่วยไต ผู้ฟอกไต หรือผู้ล้างไตทางช่องท้องตอนนี้ควรเฝ้าดู ควรแจ้งทีมไตเร็วขึ้น หรือควรไปโรงพยาบาลทันที ใช้คู่กับหัวข้อสัญญาณอันตรายด้านบน และไม่ใช่การวินิจฉัยโรค
3. ช่วงเปลี่ยนผ่าน: ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมชั่วคราว
คำตอบตรง: หลังถอดสาย ผู้ป่วยต้อง ฟอกเลือดผ่านสายที่คอหรือขาหนีบ มักสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง การคุมน้ำ เกลือ และโพแทสเซียมจะเข้มงวดขึ้นกว่าตอนล้างหน้าท้องทุกวัน
- ดูแลสายฟอกเลือดให้แห้งและสะอาด ห้ามแช่น้ำ ไม่แกะผ้าปิดแผลเอง
- ชั่งน้ำหนักทุกเช้า คุมน้ำดื่มตามที่ทีมไตกำหนด
- ลดผลไม้และผักที่โพแทสเซียมสูงตามคำแนะนำ เพราะฟอกเลือดไม่ได้ขับทุกวัน
- กินโปรตีนราว 1.0–1.2 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวันตามแนวทาง KDOQI 2020 จากไข่ขาว ปลา ไก่
- ถ้าแพทย์ประเมินว่าต้องฟอกเลือดระยะยาว ควรวางแผนทำเส้นฟอกเลือดถาวรที่แขนแต่เนิ่น ๆ เพราะต้องรอเส้นพร้อมใช้หลายสัปดาห์
แนวทางโภชนาการ KDOQI 2020
แนะนำโปรตีน 1.0–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวันสำหรับผู้ฟอกไตที่อาการคงที่ การติดเชื้อรุนแรงทำให้กล้ามเนื้อสลาย การกินพอจึงช่วยให้ฟื้นตัว
4. โอกาสกลับมาล้างไตทางหน้าท้อง และไทม์ไลน์ฟื้นตัว
คำตอบตรง: บางคนกลับมาได้ แต่ส่วนใหญ่ต้องฟอกเลือดต่อ เพราะการอักเสบอาจทำให้เกิดพังผืดและเยื่อบุช่องท้องกรองได้น้อยลง ถ้าจะใส่สายใหม่ แนวทาง ISPD แนะนำให้รออย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังถอดสายและอาการหายสนิท ในกรณีเชื้อราหลายศูนย์รอนานกว่านั้น
ไทม์ไลน์โดยประมาณหลังถอดสายจากการติดเชื้อรา แต่ละคนต่างกัน (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)
| ระยะเวลา | ขั้นตอนการรักษา | รูปแบบการฟอกไต | สิ่งที่ครอบครัวช่วยได้ |
|---|---|---|---|
| วันแรก ๆ | ถอดสาย เพาะเชื้อ เริ่มยาฆ่าเชื้อรา | ใส่สายฟอกเลือดชั่วคราว | แจ้งประวัติยาปฏิชีวนะที่เพิ่งได้ และยาทุกชนิดที่กินอยู่ |
| สัปดาห์ 1–2 | ปรับยาตามผลเพาะเชื้อ ติดตามไข้และปวดท้อง | ฟอกเลือดสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง | สังเกตท้องอืด อาเจียน ไม่ถ่าย และดูแลสายให้แห้ง |
| สัปดาห์ 2–4 หรือนานกว่า | ให้ยาครบอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังถอดสาย อาจเปลี่ยนเป็นยากิน | ฟอกเลือดต่อ | ช่วยให้กินโปรตีนพอ และกินยาตรงเวลา |
| หลังยาครบ | ประเมินว่าใส่สายใหม่ได้หรือไม่ | ใส่สายล้างไตใหม่ หรือวางแผนเส้นฟอกเลือดถาวร | คุยกับทีมไตเรื่องข้อดีข้อเสียของแต่ละทาง |
| ระยะยาว | ป้องกันเชื้อราซ้ำ | ตามแผนที่เลือก | เตือนแพทย์ขอยาป้องกันเชื้อราทุกครั้งที่ได้ยาปฏิชีวนะ |
ป้องกันการติดเชื้อราครั้งหน้า
งานรวบรวม 6 การศึกษา (Motta Guimarães 2024)
พบว่าการให้ fluconazole ป้องกันระหว่างได้ยาปฏิชีวนะลดโอกาสติดเชื้อราในช่องท้องได้มาก (OR 0.22)
และงานรวบรวมของ Russo (2026)
พบว่า nystatin ชนิดกินสัมพันธ์กับการติดเชื้อราที่ลดลง (OR 0.35 ต่อใบสั่งยาปฏิชีวนะ) แม้หลักฐานยังจำกัด
ถ้ากลับมาล้างหน้าท้อง: ทุกครั้งที่ได้ยาปฏิชีวนะไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ให้ถามแพทย์ว่าควรได้ยาป้องกันเชื้อราร่วมด้วยไหม และทบทวนเทคนิคเปลี่ยนน้ำยากับพยาบาลล้างไต
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คำถามที่ผู้ป่วยและครอบครัวถามบ่อยหลังถอดสายจากการติดเชื้อรา
ติดเชื้อราในช่องท้องจากการล้างไตทางหน้าท้อง มีโอกาสรักษาหายไหม?
รักษาหายได้ แต่เป็นภาวะที่รุนแรงกว่าการติดเชื้อแบคทีเรีย งานวิจัยในเกาหลี 94 ครั้งพบผู้ป่วยเสียชีวิต 28.7 เปอร์เซ็นต์ แต่ในกลุ่มที่ถอดสายภายใน 24 ชั่วโมง การเสียชีวิตลดเหลือ 12.8 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 31.7 เปอร์เซ็นต์เมื่อถอดช้า ข้อมูลจากศูนย์ล้างไตในไทยพบเสียชีวิตใน 3 เดือนราว 14 เปอร์เซ็นต์ การที่แพทย์ถอดสายแล้วจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด สิ่งที่ช่วยต่อคือได้ยาฆ่าเชื้อราครบ ฟอกเลือดสม่ำเสมอ กินโปรตีนพอ และรีบแจ้งแพทย์เมื่อมีสัญญาณอันตราย
ทำไมติดเชื้อราในช่องท้องแล้วแพทย์ต้องถอดสายล้างไตออกทันที?
เชื้อราสร้างแผ่นเมือกชีวภาพ (biofilm) เกาะแน่นบนผิวสาย ยาฆ่าเชื้อราเข้าไปทำลายเชื้อในชั้นนี้ได้ยาก ถ้าสายยังอยู่ เชื้อจะกลับมาซ้ำ แนวทาง ISPD 2022 จึงแนะนำให้ถอดสายทันทีเมื่อพบเชื้อราในน้ำยาล้างไต ข้อมูลจากออสเตรเลียพบว่าการถอดสายร่วมกับยาฆ่าเชื้อราให้ผลดีกว่าการทำอย่างใดอย่างหนึ่ง
หลังถอดสายแล้วต้องกินหรือให้ยาฆ่าเชื้อรานานเท่าไร?
แนวทาง ISPD 2022 แนะนำให้ยาฆ่าเชื้อราที่เหมาะกับเชื้อต่อไปอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังถอดสาย ส่วนใหญ่รวมแล้วราว 2–4 สัปดาห์หรือนานกว่านั้น ขึ้นกับชนิดเชื้อ เช่น เชื้อยีสต์กลุ่ม Candida หรือเชื้อรากลุ่มเส้นใย ความรุนแรง และการตอบสนอง ยาไม่จำเป็นต้องให้ทางหลอดเลือดดำตลอด ถ้าเชื้อไวต่อยา แพทย์อาจเปลี่ยนเป็นยากินได้ ห้ามหยุดยาเองแม้อาการดีขึ้น
ระหว่างที่ไม่มีสายหน้าท้อง ผู้ป่วยฟอกไตอย่างไร?
ผู้ป่วยจะเปลี่ยนไปฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โดยใส่สายฟอกเลือดชนิดชั่วคราวหรือชนิดอุโมงค์ใต้ผิวหนังที่คอ หรือบางครั้งที่ขาหนีบ มักฟอกสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ต้องดูแลสายให้แห้งและสะอาด ไม่ให้เปียกน้ำ และถ้ามีไข้หนาวสั่นระหว่างหรือหลังฟอก หรือรอบสายแดงบวมมีหนอง ต้องแจ้งทีมทันทีเพราะอาจติดเชื้อในกระแสเลือด
หลังหายแล้วจะกลับมาล้างไตทางหน้าท้องได้อีกไหม?
บางคนกลับมาได้ แต่ส่วนใหญ่ต้องฟอกเลือดต่อระยะยาว งานวิจัยในเกาหลีพบผู้ป่วยกลับมาล้างหน้าท้องได้เพียง 8.5 เปอร์เซ็นต์ และย้ายไปฟอกเลือด 62.8 เปอร์เซ็นต์ เพราะการอักเสบอาจทำให้เกิดพังผืดและเยื่อบุช่องท้องกรองของเสียได้น้อยลง แนวทาง ISPD แนะนำให้รออย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังถอดสายและอาการหายสนิทก่อนใส่สายใหม่ ในกรณีเชื้อราหลายศูนย์รอนานกว่านั้น ถ้าต้องฟอกเลือดระยะยาว ควรวางแผนทำเส้นฟอกเลือดถาวรที่แขนแต่เนิ่น ๆ
ทำไมผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องถึงติดเชื้อรา และจะป้องกันครั้งหน้าอย่างไร?
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือเพิ่งได้ยาปฏิชีวนะ โดยเฉพาะหลังรักษาเยื่อบุช่องท้องอักเสบจากแบคทีเรีย เพราะยาฆ่าเชื้อดีไปด้วยทำให้เชื้อราเติบโตง่าย แนวทาง ISPD 2022 แนะนำให้ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องได้ยาป้องกันเชื้อรา เช่น fluconazole หรือ nystatin ชนิดกินทุกครั้งที่ได้ยาปฏิชีวนะ งานรวบรวมพบว่า fluconazole ลดโอกาสติดเชื้อราในช่องท้องได้มาก (OR 0.22) ถ้ากลับมาล้างหน้าท้อง ควรเตือนแพทย์เรื่องนี้ทุกครั้งที่ได้ยาปฏิชีวนะ
ระหว่างพักฟื้นควรกินอาหารอย่างไร?
การติดเชื้อรุนแรงทำให้สูญเสียโปรตีนและกล้ามเนื้อ แนวทาง KDOQI 2020 แนะนำโปรตีนราว 1.0–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวันสำหรับผู้ฟอกไตที่อาการคงที่ จากไข่ขาว ปลา ไก่ กินอาหารปรุงสุกสะอาด ยังต้องคุมเกลือ น้ำ โพแทสเซียม และฟอสฟอรัสตามที่ทีมไตกำหนด เพราะการฟอกเลือดสัปดาห์ละ 2–3 ครั้งคุมน้ำและเกลือแร่ต่างจากการล้างหน้าท้องทุกวัน
อาการแบบไหนต้องกลับโรงพยาบาลทันที?
กลับโรงพยาบาลทันทีถ้ามีไข้ หนาวสั่น ความดันต่ำ หน้ามืด ปวดท้องมากขึ้น ท้องอืดโต อาเจียน ไม่ถ่ายไม่ผายลม แผลถอดสายบวมแดงมีหนอง สายฟอกเลือดที่คอหรือขาหนีบแดงบวมหรือมีเลือดออก หอบเหนื่อย นอนราบไม่ได้ ขาบวมมาก ใจสั่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือซึม สับสน
กลไกทางวิทยาศาสตร์แบบย่อ (Scientific mechanism)
สรุปโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์:
ยาปฏิชีวนะฆ่าแบคทีเรียประจำถิ่นที่คอยแย่งพื้นที่กับเชื้อรา เชื้อราจึงเพิ่มจำนวนและเข้าสู่ช่องท้องผ่านสายหรือผนังลำไส้
เมื่อเกาะผิวซิลิโคนของสาย เชื้อจะสร้างเมทริกซ์นอกเซลล์ห่อหุ้มกลายเป็น biofilm ซึ่งลดการซึมผ่านของยา และมีเซลล์ที่อยู่ในสภาวะพักซึ่งทนยาสูง การถอดสายจึงกำจัดแหล่งเชื้อที่ยาเข้าไม่ถึง
การอักเสบรุนแรงของเยื่อบุช่องท้องกระตุ้นการสร้างไฟบรินและเส้นใยคอลลาเจน ทำให้เกิดพังผืดยึดลำไส้ ซึ่งอธิบายภาวะลำไส้อุดตันที่พบร่วมบ่อย และทำให้พื้นที่ผิวเยื่อบุที่ใช้กรองของเสียลดลง จึงกลับมาล้างหน้าท้องได้ยากขึ้น
ยากลุ่ม azole ยับยั้งการสร้าง ergosterol ในผนังเซลล์เชื้อรา ยากลุ่ม echinocandin ยับยั้งการสร้าง β-glucan และ amphotericin B จับ ergosterol จนเยื่อหุ้มเซลล์รั่ว
แหล่งอ้างอิงเชิงวิชาการ (E-E-A-T)
- Li PKT, et al. ISPD peritonitis guideline recommendations: 2022 update on prevention and treatment. Perit Dial Int 2022.
- Chang TI, et al. Early catheter removal improves patient survival in peritoneal dialysis patients with fungal peritonitis. Perit Dial Int 2011.
- Miles R, et al. Predictors and outcomes of fungal peritonitis in peritoneal dialysis patients. Kidney Int 2009.
- Kanjanabuch T, et al. Serum Galactomannan: A Predictor of Poor Outcomes in Peritoneal Dialysis Patients With Fungal Peritonitis. Kidney Int Rep 2024.
- Motta Guimarães MG, et al. The efficacy of fluconazole for anti-fungal prophylaxis in peritoneal dialysis patients: a systematic review and meta-analysis. Nefrologia 2024.
- Russo A, et al. Oral nystatin for the prevention of antibiotic-related fungal peritonitis in peritoneal dialysis patients. JAC Antimicrob Resist 2026.
- Ikizler TA, et al. KDOQI Clinical Practice Guideline for Nutrition in CKD: 2020 Update. Am J Kidney Dis 2020.
เรียบเรียงและตรวจทานโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์ · ใช้ชื่อสามัญทางยาเท่านั้น ไม่อ้างชื่อทางการค้า
ข้อควรทราบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปจากงานวิจัยและแนวทางสากล ไม่ใช่การวินิจฉัย ไม่ใช่ใบสั่งยา และไม่แทนคำแนะนำของแพทย์โรคไตและทีมดูแลของท่าน ตัวเลขผลการรักษาเป็นค่าเฉลี่ยจากงานวิจัย ไม่ใช่การพยากรณ์รายบุคคล ชนิดยา ระยะเวลา และการตัดสินใจใส่สายใหม่ขึ้นกับเชื้อที่เพาะได้และสภาพผู้ป่วย อย่าหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง ถ้ามีอาการในหัวข้อสัญญาณอันตราย ให้กลับโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที