หมวดหมู่: โรคไต · ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม · เส้นฟอกไต
ฟอกไตแต่ยังขับไรเดอร์ได้: ปกป้องเส้นฟอกไต (AVF/AVG) ป้องกันหน้ามืดหลังฟอก คุมน้ำกลางแดด และกินโปรตีนให้พอ
AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)
ผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมหลายคนทำงานขับไรเดอร์ได้ หลักสำคัญคือไม่ให้สายกระเป๋าหรือของหนักกดแขนข้างที่มีเส้นฟอกไต คลำความสั่นของเส้นทุกวัน ไม่ขับรถตอนยังหน้ามืดหลังฟอก ลดเค็มเพื่อลดความกระหายกลางแดด และไม่ขาดหรือตัดรอบฟอกเพื่อรับงาน
ผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมสัปดาห์ละหลายครั้ง และยังทำงานขับไรเดอร์ ส่งของ หรือทำงานกลางแจ้ง —
การปกป้องและตรวจเส้นฟอกไต การฟื้นตัวหลังฟอกก่อนขับรถ การคุมน้ำและเกลือกลางแดด โปรตีน และสัญญาณอันตราย
ถ้ากำลังเลือกระหว่างฟอกเลือดกับล้างไตทางหน้าท้องเพื่อให้เข้ากับงาน อ่าน
ฟอกเลือดหรือล้างไตทางหน้าท้อง เลือกแบบไหนดี ·
สัญญาณอันตราย ·
ตารางเช็กเส้นฟอกไตทุกวัน ·
ตารางความเสี่ยงจากงาน ·
คำถามที่พบบ่อย
จากกลุ่มผู้ป่วยโรคไต: ฟอกไตอยู่ แต่ยังขับไรเดอร์หาเงินได้ทุกวัน ต้องระวังอะไรบ้าง?
คำตอบตรง: การยังทำงานได้ระหว่างฟอกไตเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจจริง ๆ และทำต่อไปได้อย่างปลอดภัยถ้าปกป้องเส้นฟอกไต ไม่ฝืนขับตอนร่างกายยังไม่ฟื้น
คุมเกลือและน้ำแม้อากาศร้อน และไม่ยอมให้งานมาแทนรอบฟอก
สมาชิกกลุ่มผู้ป่วยโรคไตท่านหนึ่งเล่าว่า “เป็นผู้ป่วยฟอกไตที่ขับไรเดอร์ได้นิดหน่อย รายได้พันกว่าบาททุกวัน ตื่นมาชมร่างกายตัวเองที่สู้ในทุก ๆ วัน สู้ไปด้วยกันนะคะผู้ป่วยฟอกไต”
พลังใจแบบนี้ช่วยเพื่อนผู้ป่วยได้มาก บทความนี้สรุปงานวิจัยเพื่อให้การทำงานกลางแจ้งไปด้วยกันกับการฟอกไตได้นาน ๆ
สัญญาณอันตราย: ไปโรงพยาบาลหรือติดต่อหน่วยไตทันที
คำตอบตรง: ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้หยุดงานทันที แล้วไปโรงพยาบาล โทร 1669 หรือติดต่อหน่วยไตเทียมที่ฟอกอยู่
อาการที่ไม่ควรรอ
- เส้นฟอกไตไม่สั่น ไม่มีเสียงฟู่ หรือเปลี่ยนเป็นตุบ ๆ — อาจอุดตัน ติดต่อหน่วยไตภายในวันนั้น
- เลือดออกจากรอยเข็มไม่หยุดหลังกดแน่น 10 นาที หรือเลือดพุ่ง — กดแน่นด้วยผ้าสะอาดแล้วโทร 1669
- แขนข้างเส้นฟอกไตบวม แดง ร้อน มีหนอง หรือมีไข้หนาวสั่น โดยเฉพาะผู้ที่ใช้สายฟอกไตที่คอหรือหน้าอก
- หอบเหนื่อย นอนราบไม่ได้ บวมมากขึ้นเร็ว — น้ำเกินจนท่วมปอด
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเจ็บหน้าอก — อาจเป็นโพแทสเซียมสูงหรือโรคหัวใจ
- ตัวร้อนจัด สับสน พูดไม่รู้เรื่อง หรือหยุดเหงื่อขณะอยู่กลางแดด — อาจเป็นโรคลมร้อน
- มือข้างเส้นฟอกไตเย็น ซีด ชา หรือปวดมาก — เลือดไปเลี้ยงมือไม่พอ
- หน้ามืดหมดสติ ไม่ว่าจะหลังฟอกหรือระหว่างขับรถ
1. กฎเหล็กปกป้องเส้นฟอกไต (AVF / AVG) ขณะขับรถและทำงาน
คำตอบตรง: เส้นฟอกไตคือทางที่เลือดไหลแรงจากเส้นเลือดแดงเข้าเส้นเลือดดำ อะไรก็ตามที่กดหรือรัดแขนข้างนั้นนาน ๆ ทำให้เลือดไหลช้าและเสี่ยงอุดตัน การป้องกันจึงง่ายแต่ต้องทำทุกวัน
สิ่งที่ควรทำและควรเลี่ยง
- สะพายกระเป๋าส่งของหรือคล้องถุงหนักบนแขนข้างเส้นฟอกไต — ใช้กล่องท้ายรถหรือแขนอีกข้างแทน
- นาฬิกา กำไล ยางรัด หรือปลอกแขนกันแดดที่รัดแน่นบนแขนข้างนั้น
- วัดความดัน เจาะเลือด หรือให้น้ำเกลือที่แขนข้างเส้นฟอกไต
- นอนทับแขนข้างนั้น หรือพับแขนแน่นเป็นเวลานาน
- เกาหรือแกะสะเก็ดรอยเข็ม
- ใช้ปลอกแขนกันแดดเนื้อบางหลวม ๆ ช่วยกันรอยขีดข่วนและแดดเผา
- ขับนาน ๆ ให้แวะพัก คลายมือจากแฮนด์ ขยับนิ้วและข้อมือเป็นระยะ
- ล้างแขนข้างเส้นฟอกไตด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกวันและก่อนเข้าฟอก
- ดู คลำ และฟังเส้นฟอกไตทุกเช้าและหลังเลิกงาน
ความสั่น (thrill) กับเสียงฟู่ (bruit) ต่างกันอย่างไร
ความสั่นคือแรงสั่นคล้ายแมวครางที่ รู้สึกได้ด้วยนิ้ว ส่วนเสียงฟู่คือเสียงต่อเนื่องที่ ได้ยินด้วยหู เมื่อแนบหูหรือหูฟังบนเส้น
แนวทาง KDOQI ด้านเส้นฟอกไต ปี 2019 (Lok 2020)
ส่งเสริมให้ผู้ป่วยตรวจเส้นของตัวเองด้วยการดู คลำ และฟังทุกวัน และแนะนำให้แก้ไขเส้นที่อุดตันโดยเร็ว เพราะยิ่งเร็วยิ่งมีโอกาสเปิดคืนได้มาก
ถ้ายังใช้สายฟอกไตที่คอหรือหน้าอก
สายฟอกไตมีความเสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือดสูงกว่าเส้นฟอกไตที่แขน ให้รักษาผ้าปิดแผลให้แห้งและสะอาดเสมอ ไม่ให้เปียกเหงื่อหรือฝน ใส่เสื้อกันฝนเมื่อขับรถ
ไม่แกะผ้าปิดเอง และถ้ามีไข้หนาวสั่นโดยเฉพาะระหว่างหรือหลังฟอก ให้ไปโรงพยาบาลทันที
เช็กลิสต์ตรวจเส้นฟอกไตประจำวันสำหรับคนทำงาน (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)
| จุดตรวจ | ปกติ | สัญญาณเตือน | ทำทันที |
|---|---|---|---|
| ความสั่น (คลำด้วยนิ้ว) | สั่นต่อเนื่องเหมือนแมวคราง | เบาลงมาก หายไป หรือเป็นจังหวะตุบ ๆ | ติดต่อหน่วยไตภายในวันนั้น |
| เสียงฟู่ (ฟังด้วยหู) | ฟู่ต่อเนื่องเสียงต่ำ | เงียบ หรือเปลี่ยนเป็นเสียงแหลมสั้น ๆ | ติดต่อหน่วยไตภายในวันนั้น |
| ผิวหนังรอบรอยเข็ม | แห้ง สะอาด ไม่แดง | แดง ร้อน มีหนอง หรือแผลไม่หาย | แจ้งหน่วยไต ถ้ามีไข้ให้ไปโรงพยาบาล |
| ส่วนที่โป่งของเส้น | ขนาดเท่าเดิม ผิวหนังปกติ | โตเร็ว ผิวบางมันวาว หรือมีแผลบนส่วนที่โป่ง | แจ้งหน่วยไตเร็ว เพราะเสี่ยงแตก |
| มือข้างเส้นฟอกไต | อุ่น สีปกติ ขยับได้ดี | เย็น ซีด ชา หรือปวดมาก | ติดต่อหน่วยไตหรือไปโรงพยาบาลวันนั้น |
| แขนทั้งข้าง | ขนาดเท่ากับอีกข้าง | บวมทั้งแขน หรือมีเลือดออกนานหลังถอดเข็ม | แจ้งหน่วยไต เลือดไม่หยุดใน 10 นาทีให้โทร 1669 |
2. หลังฟอกไตก่อนขับรถ: ฟื้นตัวกี่ชั่วโมง และทำไมห้ามขาดรอบฟอก
คำตอบตรง: เวลาฟื้นตัวหลังฟอกต่างกันมากในแต่ละคน ให้ขับรถเมื่อลุกยืนแล้วไม่หน้ามืดและรู้สึกตื่นตัวเต็มที่ ไม่ใช่ตามเวลาที่ตั้งไว้ และการขาดหรือตัดรอบฟอกเพื่อรับงานเพิ่มความเสี่ยงต่อชีวิตชัดเจน
ทำไมหลังฟอกจึงหน้ามืดง่าย
ความดันตกระหว่างฟอก (intradialytic hypotension) เกิดขณะเครื่องดึงน้ำออก ส่วนหลังฟอกหลายคนยังมีความดันตกเมื่อลุกยืน อ่อนเพลีย หรือเป็นตะคริว
งานวิจัย DOPPS ในผู้ป่วย 6,040 ราย (Rayner 2014)
พบว่า 32% ฟื้นตัวภายใน 2 ชั่วโมง 41% ใช้ 2–6 ชั่วโมง 17% ใช้ 7–12 ชั่วโมง และ 10% ใช้นานกว่า 12 ชั่วโมง
วันที่ดึงน้ำออกมากมักฟื้นช้ากว่า และผู้ที่ทำงานเต็มเวลามักฟื้นเร็วกว่า
การวิเคราะห์อภิมาน (Dou 2023)
พบอาการอ่อนเพลียหลังฟอกได้ถึง 61.0% จึงเป็นเรื่องที่พบบ่อยและควรวางแผนงานรอบ ๆ ไม่ใช่ฝืน
เช็กตัวเองก่อนขี่รถหลังฟอก
- ลุกยืนแล้วไม่หน้ามืด ตาไม่พร่า ใจไม่สั่น
- กินอาหารแล้ว และถ้าเป็นเบาหวาน น้ำตาลไม่ต่ำ
- รู้สึกตื่นตัว ไม่ง่วงจนตาปรือ
- รอยเข็มเลือดหยุดสนิทแล้ว
- ถ้ายังไม่พร้อม ให้พักต่อหรือให้คนอื่นขับไปส่ง วันฟอกอาจรับงานแค่ช่วงสั้น ๆ หรือหยุด
ถ้าหน้ามืดหลังฟอกบ่อย ให้บอกทีมไต เพราะอาจต้องทบทวนน้ำหนักแห้ง (dry weight) อัตราการดึงน้ำ หรือเวลากินยาความดันในวันฟอก ห้ามงดหรือปรับยาความดันเอง
อย่าขาดหรือตัดรอบฟอกเพื่อรับงาน
ข้อมูล DOPPS (Saran 2003)
พบว่าการขาดรอบฟอกอย่างน้อยเดือนละครั้งสัมพันธ์กับความเสี่ยงเสียชีวิตสูงขึ้น (RR 1.30) และเข้าโรงพยาบาลบ่อยขึ้น
ข้อมูลผู้ป่วย 32,065 รายในสหรัฐ (Foley 2011)
ยังพบว่าวันหลังช่วงเว้นยาว 2 วัน เช่น หลังวันหยุดสุดสัปดาห์ มีอัตราเสียชีวิต 22.1 เทียบกับ 18.0 ต่อ 100 คนต่อปี
ช่วงเว้นยาวจึงยิ่งต้องคุมน้ำและเกลือเข้มขึ้น ถ้าตารางงานชนกับรอบฟอก ให้ขอทีมไตเปลี่ยนรอบ ไม่ใช่ขาดหรือขอเลิกก่อนเวลา
ไม่แน่ใจว่าอาการตอนนี้รอถึงรอบฟอกได้ หรือควรไปโรงพยาบาลวันนี้?
วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา — แบบประเมินช่วยจัดระดับว่าอาการของผู้ป่วยโรคไต ฟอกไต หรือล้างไตตอนนี้ควรเฝ้าดู ควรแจ้งหน่วยไตเร็วขึ้น หรือควรไปโรงพยาบาลทันที ใช้คู่กับหัวข้อสัญญาณอันตรายด้านบน และไม่ใช่การวินิจฉัยโรค
3. คุมความกระหายเมื่อต้องทำงานกลางแดด: เริ่มที่เกลือ ไม่ใช่แค่น้ำ
คำตอบตรง: ตัวการหลักของความกระหายคือเกลือ ลดเค็มได้ ความกระหายจะลดลงเอง ส่วนน้ำที่ดื่มต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ทีมไตกำหนดแม้อากาศร้อน และใช้วิธีลดความร้อนของร่างกายแทนการดื่มชดเชย
เกลือทำให้ต้องดื่มน้ำเท่าไร
บทความทบทวนเรื่องการลดเกลือในผู้ฟอกเลือด (Lindley 2009)
อธิบายว่าผู้ที่ไม่มีปัสสาวะจะต้องดื่มน้ำราว 1 ลิตรต่อเกลือทุก 8 กรัมที่กิน ถ้าคุมเกลือต่ำกว่า 6 กรัมต่อวันและดื่มเฉพาะเมื่อกระหาย น้ำหนักควรขึ้นไม่เกินราว 0.8 กิโลกรัมต่อวัน
การฝืนอดน้ำโดยยังกินเค็มจึงมักไม่สำเร็จ
การศึกษาผู้ฟอกเลือด 34,107 ราย (Kalantar-Zadeh 2009)
พบว่าน้ำหนักขึ้นระหว่างรอบฟอกตั้งแต่ 4.0 กิโลกรัม สัมพันธ์กับความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจสูงขึ้น (HR 1.25) เทียบกับผู้ที่ขึ้น 1.5–2.0 กิโลกรัม
ความร้อนอันตรายกับผู้ฟอกไตมากกว่าคนทั่วไป
การศึกษาผู้ฟอกเลือด 7,445 รายในสหรัฐ (Remigio 2019)
พบว่าวันที่ร้อนจัดสัมพันธ์กับการเข้าโรงพยาบาลในวันเดียวกันเพิ่มขึ้น (RR 1.27) และการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น (RR 1.31)
ความร้อนทำให้หลอดเลือดขยาย ความดันตกง่ายขึ้น และทำให้อยากดื่มน้ำมากขึ้น ผู้ฟอกไตจึงควรวางแผนหลบความร้อนเป็นพิเศษ
เทคนิคแก้คอแห้งระหว่างวิ่งงาน
- เลี่ยงของเค็ม เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำซุป น้ำจิ้ม ไส้กรอก ลูกชิ้น ปลาเค็ม และอาหารกล่องที่ปรุงจัด
- แบ่งน้ำทั้งวันใส่ขวดเล็กตามโควตา ใช้แก้วเล็ก จิบทีละน้อย
- อมน้ำแข็งก้อนเล็ก และนับน้ำแข็งเป็นปริมาณน้ำด้วย
- บ้วนปากด้วยน้ำเย็น เคี้ยวหมากฝรั่งหรืออมลูกอมรสเปรี้ยวไม่มีน้ำตาล ทาลิปบาล์ม
- รับงานช่วงแดดอ่อน พักในที่ร่ม ใช้ผ้าเย็นเช็ดคอ หน้า และข้อมือ ใส่หมวกระบายอากาศ
- ชั่งน้ำหนักทุกเช้า ถ้าขึ้นเร็วกว่าที่ทีมไตกำหนด ให้ลดเค็มและน้ำทันที
- ถ้าเป็นเบาหวาน คุมน้ำตาล เพราะน้ำตาลสูงทำให้กระหายมาก
- เครื่องดื่มเกลือแร่ น้ำมะพร้าว และน้ำผลไม้ — มีโซเดียมหรือโพแทสเซียมสูง
- ดื่มน้ำเย็นทีละแก้วใหญ่เพราะร้อน
- คิดว่าเหงื่อออกมากแล้วดื่มเพิ่มได้เต็มที่ — เหงื่อมักออกน้อยกว่าที่คิด ถ้าน้ำหนักแห้งเปลี่ยนช่วงหน้าร้อน ให้ทีมไตปรับ
4. โปรตีนและพลังงานสำหรับผู้ฟอกไตที่ต้องใช้แรงงาน
คำตอบตรง: ผู้ฟอกเลือดต้องการ โปรตีนมากกว่าคนเป็นโรคไตที่ยังไม่ฟอก เพราะเสียกรดอะมิโนไปกับการฟอกทุกครั้ง และคนที่ขับรถทั้งวันต้องได้พลังงานพอเพื่อไม่ให้ร่างกายสลายกล้ามเนื้อ
แนวทาง KDOQI ด้านโภชนาการในโรคไต ปี 2020 (Ikizler 2020)
แนะนำโปรตีนราว 1.0–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวันสำหรับผู้ฟอกเลือดที่อาการคงที่ และพลังงานราว 25–35 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัมต่อวันตามกิจกรรม
เช่น คนหนัก 60 กิโลกรัมควรได้โปรตีนราว 60–72 กรัมต่อวัน
- ไข่ขาว ปลา และไก่ไม่ติดหนัง เป็นโปรตีนดีที่ฟอสฟอรัสต่ำกว่าเนื้อแปรรูป
- กินยาจับฟอสเฟตพร้อมมื้ออาหารตามที่แพทย์สั่ง พกติดตัวเวลากินข้าวนอกบ้าน
- วางแผนมื้อระหว่างวิ่งงาน อย่าอดมื้อ พกของว่างโปรตีนที่ทีมไตแนะนำ
- ขอนักกำหนดอาหารของหน่วยไตช่วยจัดเมนูตามผลเลือดโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสของตัวเอง
- อาหารแปรรูปและน้ำอัดลมสีเข้ม — มีสารเติมแต่งฟอสเฟตที่ดูดซึมได้มาก
- ผลไม้โพแทสเซียมสูงในปริมาณมาก เช่น ทุเรียน กล้วย ส้ม หากผลเลือดโพแทสเซียมสูง
ถ้าตารางงานไม่ลงตัวกับรอบฟอกเลือดในหน่วยไต การล้างไตทางหน้าท้องหรือการปลูกถ่ายไตอาจเป็นทางเลือกที่ควรคุยกับแพทย์ ดู
ปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคมีชีวิตเทียบกับฟอกไตระยะยาว
5. ตารางเปรียบเทียบ: ความเสี่ยงจากงานไรเดอร์และวิธีป้องกันในผู้ฟอกไต
คำตอบตรง: ความเสี่ยงส่วนใหญ่ของงานไรเดอร์ในผู้ฟอกไตป้องกันได้ด้วยการจัดของให้พ้นแขนเส้นฟอกไต วางเวลางานรอบรอบฟอก คุมเกลือ และหลบความร้อน
เปรียบเทียบกิจกรรม ความเสี่ยง วิธีป้องกัน และสิ่งที่ควรเลี่ยง (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)
| กิจกรรม | ความเสี่ยง | วิธีป้องกัน | ควรเลี่ยง |
|---|---|---|---|
| สะพายกระเป๋าหรือหิ้วถุงส่งของ | กดทับเส้นฟอกไต เลือดไหลช้า อุดตัน | ใช้กล่องท้ายรถ ถือด้วยแขนอีกข้าง | สายสะพายหรือหูถุงพาดแขนข้างเส้นฟอกไต |
| ขับรถทันทีหลังฟอก | ความดันตก หน้ามืด อุบัติเหตุ | พักจนลุกยืนไม่หน้ามืด กินอาหารก่อน | รับงานยาวในวันที่ดึงน้ำออกมาก |
| ขาดหรือตัดรอบฟอกเพื่อรับงาน | เสียชีวิตเพิ่มขึ้น (RR 1.30) น้ำและโพแทสเซียมคั่ง | ขอเปลี่ยนรอบฟอกให้เข้ากับงาน | เลิกฟอกก่อนเวลาหรือข้ามรอบ |
| ตากแดดนานหลายชั่วโมง | โรคลมร้อน ความดันตก กระหายจัด | รับงานช่วงแดดอ่อน พักในร่ม ผ้าเย็น | วิ่งงานต่อเนื่องช่วงเที่ยงถึงบ่าย |
| กินอาหารริมทางรสจัด | เกลือสูง กระหาย น้ำหนักขึ้นเกิน | สั่งไม่ปรุงเพิ่ม ไม่ซดน้ำซุป | บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแปรรูป |
| ดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่หรือน้ำมะพร้าว | โพแทสเซียมสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ | จิบน้ำเปล่าตามโควตา | ดื่มชดเชยเหงื่อเอง |
| อดมื้อระหว่างวิ่งงาน | กล้ามเนื้อสลาย อ่อนเพลีย น้ำตาลต่ำ | โปรตีน 1.0–1.2 ก./กก./วัน และพลังงานพอ | ขับทั้งวันโดยไม่กินข้าว |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คำถามที่ผู้ป่วยฟอกไตที่ยังทำงานถามบ่อยที่สุด
ผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมทำงานขับไรเดอร์หรือทำงานใช้แรงได้ไหม?
หลายคนทำได้ ถ้าอาการคงที่และทีมไตเห็นด้วย การได้ทำงานช่วยทั้งรายได้และกำลังใจ ในงานวิจัย DOPPS ผู้ที่ทำงานเต็มเวลามักฟื้นตัวหลังฟอกได้เร็วกว่า เงื่อนไขสำคัญคือไม่ขาดหรือตัดรอบฟอกเพื่อรับงาน ปกป้องแขนข้างที่มีเส้นฟอกไต ไม่ขับรถตอนยังหน้ามืดหลังฟอก คุมน้ำและเกลือแม้อากาศร้อน และกินโปรตีนให้พอ ถ้ามีโรคหัวใจ เคยหน้ามืดหมดสติ หรือน้ำตาลต่ำบ่อย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าการขับรถปลอดภัยหรือไม่
ปกป้องแขนข้างที่ทำเส้นฟอกไตอย่างไรไม่ให้อุดตัน เวลาขับรถหรือยกของ?
หลักคืออย่าให้อะไรกดหรือรัดแขนข้างนั้น ไม่สะพายกระเป๋าหรือคล้องถุงของหนักบนแขนข้างเส้นฟอกไต ไม่ใส่นาฬิกา กำไล หรือปลอกแขนที่รัดแน่น ไม่ให้วัดความดันหรือเจาะเลือดแขนข้างนั้น และไม่นอนทับ ให้ยกของด้วยแขนอีกข้างหรือใช้กล่องท้ายรถแทนการสะพาย พักกำแฮนด์และขยับมือเป็นระยะเมื่อขับนาน ถ้าใช้สายฟอกไตที่คอหรือหน้าอก ให้รักษาผ้าปิดแผลให้แห้งเสมอ ไม่ให้เปียกเหงื่อหรือฝน
คลำความสั่นของเส้นฟอกไตอย่างไร ต่างจากเสียงฟู่อย่างไร และเมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล?
ความสั่นหรือ thrill คือแรงสั่นคล้ายแมวครางที่รู้สึกได้เมื่อวางนิ้วบนเส้นฟอกไต ส่วนเสียงฟู่หรือ bruit คือเสียงฟู่ต่อเนื่องที่ได้ยินเมื่อแนบหูหรือหูฟังบนเส้น แนวทาง KDOQI ส่งเสริมให้ผู้ป่วยดู คลำ และฟังเส้นของตัวเองทุกวัน ถ้าความสั่นหายไป เบาลงมาก หรือเปลี่ยนเป็นจังหวะตุบ ๆ แทนการสั่นต่อเนื่อง ให้ติดต่อหน่วยไตหรือไปโรงพยาบาลภายในวันนั้น เพราะเส้นที่อุดตันมีโอกาสเปิดคืนได้ดีกว่าเมื่อได้รับการรักษาเร็ว
หลังฟอกไตเสร็จ ต้องพักกี่ชั่วโมงก่อนขับรถหรือออกไปทำงาน?
ไม่มีตัวเลขตายตัว ในงานวิจัย DOPPS ผู้ป่วย 32 เปอร์เซ็นต์ฟื้นตัวภายใน 2 ชั่วโมง 41 เปอร์เซ็นต์ใช้ 2 ถึง 6 ชั่วโมง และอีกราวหนึ่งในสี่ใช้นานกว่า 6 ชั่วโมง วันที่ดึงน้ำออกมากมักฟื้นช้ากว่า ให้ขับรถเมื่อลุกยืนแล้วไม่หน้ามืด ตาไม่พร่า กินอาหารแล้ว และรู้สึกตื่นตัวเต็มที่ ถ้ายังเพลียหรือหน้ามืด ให้พักต่อหรือให้คนอื่นขับไปส่ง ถ้าหน้ามืดหลังฟอกบ่อย ควรบอกทีมไตเพื่อทบทวนน้ำหนักแห้งและเวลากินยาความดัน
ทำงานตากแดดแล้วคอแห้งมาก จะคุมน้ำอย่างไรไม่ให้เกิน?
ตัวการหลักของความกระหายคือเกลือ ผู้ที่ไม่มีปัสสาวะต้องดื่มน้ำราว 1 ลิตรต่อเกลือทุก 8 กรัมที่กินเข้าไป ถ้าคุมเกลือต่ำกว่า 6 กรัมต่อวันและดื่มเมื่อกระหายเท่านั้น น้ำหนักควรขึ้นไม่เกินราว 0.8 กิโลกรัมต่อวัน จึงควรลดอาหารเค็ม เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำซุป น้ำจิ้ม และอาหารแปรรูป ใช้แก้วเล็ก จิบทีละน้อย อมน้ำแข็งก้อนเล็กโดยนับเป็นปริมาณน้ำด้วย บ้วนปาก เคี้ยวหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาล รับงานช่วงแดดอ่อน พักในที่ร่ม และชั่งน้ำหนักทุกวัน
ร้อนจนเหงื่อออกมาก ดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่หรือน้ำมะพร้าวได้ไหม?
ไม่ควรดื่มเองโดยไม่ปรึกษาทีมไต เครื่องดื่มเกลือแร่มีทั้งโซเดียมที่ทำให้กระหายมากขึ้นและโพแทสเซียม ส่วนน้ำมะพร้าวและน้ำผลไม้มีโพแทสเซียมสูง ซึ่งในผู้ฟอกไตอาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ เหงื่อที่ออกระหว่างวันมักน้อยกว่าที่คิดและไม่ได้แปลว่าต้องดื่มชดเชยเต็มที่ ให้ใช้วิธีลดความร้อนแทน เช่น ผ้าเย็นเช็ดคอและหน้า หมวกระบายอากาศ และพักในที่ร่ม ถ้าช่วงหน้าร้อนน้ำหนักเปลี่ยนมาก ให้ถามทีมไตเรื่องปรับน้ำหนักแห้ง
ผู้ป่วยฟอกไตที่ต้องใช้แรงงาน ควรกินโปรตีนเท่าไรและอะไรดี?
แนวทาง KDOQI ปี 2020 แนะนำโปรตีนราว 1.0 ถึง 1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวันสำหรับผู้ฟอกเลือดที่อาการคงที่ เช่น คนหนัก 60 กิโลกรัมควรได้ราว 60 ถึง 72 กรัมต่อวัน เพราะการฟอกเลือดทำให้เสียกรดอะมิโนไปทุกครั้ง แหล่งที่ดีคือไข่ขาว ปลา และไก่ไม่ติดหนัง เพราะฟอสฟอรัสต่ำกว่าเนื้อแปรรูป ให้กินยาจับฟอสเฟตพร้อมมื้ออาหารตามที่แพทย์สั่ง และอย่าอดมื้อระหว่างวิ่งงาน เพราะพลังงานไม่พอทำให้ร่างกายสลายกล้ามเนื้อ
อาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที?
ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันทีถ้าเลือดออกจากรอยเข็มไม่หยุดหลังกดแน่น 10 นาที หอบเหนื่อยหรือนอนราบไม่ได้ เจ็บหน้าอก ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก หน้ามืดหมดสติ ตัวร้อนจัด สับสน หรือหยุดเหงื่อขณะทำงานกลางแดด และติดต่อหน่วยไตภายในวันนั้นถ้าเส้นฟอกไตไม่สั่น แขนบวมแดงร้อนหรือมีหนอง มีไข้หนาวสั่น หรือมือข้างเส้นฟอกไตเย็น ซีด ชา และปวด
กลไกทางวิทยาศาสตร์แบบย่อ (Scientific mechanism)
สรุปโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์:
เส้นฟอกไตเชื่อมเส้นเลือดแดงเข้ากับเส้นเลือดดำโดยตรง เลือดจึงไหลเร็วหลายร้อยมิลลิลิตรต่อนาทีจนผนังหลอดเลือดดำหนาตัวและรู้สึกเป็นแรงสั่น
เมื่อมีแรงกดจากภายนอกนาน ๆ หรือความดันโลหิตตก การไหลจะช้าลง เกิดการไหลวน และร่วมกับผนังหลอดเลือดที่ตีบจากเนื้อเยื่อเจริญเกิน ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน
ระหว่างฟอก เครื่องดึงน้ำออกจากหลอดเลือดเร็วกว่าที่น้ำจากเนื้อเยื่อจะซึมกลับเข้ามาทดแทน ปริมาตรเลือดจึงลดลงชั่วคราว ความร้อนทำให้หลอดเลือดผิวหนังขยาย ซ้ำเติมความดันตกเมื่อลุกยืน
ส่วนเกลือเพิ่มความเข้มข้นของเลือด กระตุ้นศูนย์ควบคุมความกระหายในสมอง ผู้ที่ไม่มีปัสสาวะขับน้ำและเกลือออกไม่ได้ น้ำที่ดื่มจึงสะสมจนน้ำหนักขึ้นและหัวใจทำงานหนัก
และการฟอกเลือดแต่ละครั้งพากรดอะมิโนออกไปพร้อมของเสีย ร่วมกับการอักเสบเรื้อรัง จึงต้องการโปรตีนมากกว่าช่วงก่อนฟอก
แหล่งอ้างอิงเชิงวิชาการ (E-E-A-T)
- Lok CE, et al. KDOQI Clinical Practice Guideline for Vascular Access: 2019 Update. Am J Kidney Dis 2020.
- Ikizler TA, et al. KDOQI Clinical Practice Guideline for Nutrition in CKD: 2020 Update. Am J Kidney Dis 2020.
- Rayner HC, et al. Recovery time, quality of life, and mortality in hemodialysis patients: the DOPPS. Am J Kidney Dis 2014.
- Dou J, et al. Prevalence of post-dialysis fatigue: a systematic review and meta-analysis. BMJ Open 2023.
- Saran R, et al. Nonadherence in hemodialysis: associations with mortality, hospitalization, and practice patterns in the DOPPS. Kidney Int 2003.
- Foley RN, et al. Long interdialytic interval and mortality among patients receiving hemodialysis. N Engl J Med 2011.
- Lindley EJ. Reducing sodium intake in hemodialysis patients. Semin Dial 2009.
- Kalantar-Zadeh K, et al. Fluid retention is associated with cardiovascular mortality in patients undergoing long-term hemodialysis. Circulation 2009.
- Remigio RV, et al. Association of extreme heat events with hospital admission or mortality among patients with end-stage renal disease. JAMA Netw Open 2019.
- National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK). Hemodialysis.
เรียบเรียงและตรวจทานโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์ · ใช้ชื่อสามัญทางยาเท่านั้น ไม่อ้างชื่อทางการค้า
ข้อควรทราบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปจากงานวิจัย ไม่ใช่การวินิจฉัย ไม่ใช่ใบสั่งยา และไม่แทนคำแนะนำของแพทย์โรคไตและหน่วยไตเทียมของท่าน ปริมาณน้ำ เกลือ โปรตีน และน้ำหนักแห้งของแต่ละคนต่างกัน ให้ยึดตามที่ทีมไตกำหนด อย่าหยุดหรือปรับยาเอง ถ้ามีอาการในหัวข้อสัญญาณอันตราย ให้ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที