หมวดหมู่: มะเร็งนรีเวช — มะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มต้น (Early-Stage Cervical Cancer)

มะเร็งปากมดลูกระยะ 1A วัย 35 ตัดสินใจไม่มีลูก และนัดผ่าตัดมดลูกใน 10 วัน: ผ่าตัดแบบไหน รังไข่และฮอร์โมน การฟื้นตัว และชีวิตหลังผ่าตัด

AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)

มะเร็งปากมดลูกระยะ 1A คือเซลล์ที่เปลี่ยนไปจากการติดเชื้อ HPV เพิ่งลุกลามลงเนื้อปากมดลูกไม่เกิน 5 มม. เห็นได้ใต้กล้องจุลทรรศน์เท่านั้น
อัตรารอดชีวิต 5 ปีราว 95–99% ส่วนใหญ่รักษาด้วยการผ่าตัดอย่างเดียว
เก็บรังไข่ได้จึงไม่เข้าวัยทองทันที ฟื้นตัวราว 2–8 สัปดาห์
(FIGO 2018/SEER)

หน้านี้ครอบคลุมอะไร และอ่านคู่กับหน้าไหน

คำถามจากผู้อ่านวัย 35 ปีท่านหนึ่ง

“ตรวจเจอมะเร็งปากมดลูกระยะ 1A ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่มีลูก หมอนัดผ่าตัดมดลูกอีก 10 วัน ยังไม่ได้บอกใครเลย กลัวว่าหลังผ่าตัดจะเป็นอย่างไร และชีวิตที่ไม่มีลูกจะมีความสุขได้ไหม” — ผู้อ่านวัย 35 ปีท่านหนึ่ง (สรุปแบบไม่ระบุตัวตน)

ความกลัวแบบนี้สมเหตุสมผลทั้งหมด และการแบกมันไว้คนเดียวยิ่งทำให้หนักขึ้น
ข่าวดีที่มีหลักฐานรองรับคือ ระยะ 1A เป็นมะเร็งปากมดลูกระยะที่เล็กที่สุดที่นับว่าลุกลาม โอกาสหายสูงมาก
และการผ่าตัดส่วนใหญ่เก็บรังไข่ไว้ได้ ฮอร์โมนจึงยังทำงานตามปกติ
หน้านี้จะอธิบายว่าผลชิ้นเนื้อแต่ละคำหมายถึงอะไร ทางเลือกผ่าตัดตามระยะย่อย สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังผ่าตัดทีละช่วง
และมีเช็กลิสต์คำถามให้ถือไปคุยกับแพทย์ก่อนวันผ่าตัด

เรื่องการไม่มีลูก หน้านี้เคารพการตัดสินใจนั้นเต็มที่ และไม่ได้ชักจูงไปทางใด
มีเพียงหัวข้อสั้น ๆ เรื่องทางเลือกการมีบุตรเพื่อให้การตัดสินใจก่อนผ่าตัดที่ย้อนกลับไม่ได้เป็นการตัดสินใจที่รู้ข้อมูลครบ

1. ระยะ 1A คืออะไร และโอกาสหายมีแค่ไหน

คำตอบตรง: ระยะ 1A ตามเกณฑ์ FIGO 2018 คือมะเร็งที่ทะลุชั้นผิวลงเนื้อปากมดลูกแล้ว แต่เล็กจนเห็นได้เฉพาะใต้กล้องจุลทรรศน์
แบ่งเป็น IA1 ลึกไม่เกิน 3 มม. และ IA2 ลึกมากกว่า 3 ถึง 5 มม. และไม่ใช้ความกว้างแนวนอนในการแบ่งระยะแล้ว
(Bhatla N, Int J Gynaecol Obstet 2019;
FIGO Cancer Report 2021)

ระยะนี้มักวินิจฉัยจากชิ้นเนื้อที่ตัดด้วยห่วงไฟฟ้า (LEEP) หรือตัดเป็นรูปกรวย (cone) ไม่ใช่จากการตรวจภายในหรือภาพถ่ายรังสี เพราะก้อนยังเล็กเกินกว่าจะเห็นด้วยตา ถ้าก้อนเห็นได้ด้วยตาหรือลึกเกิน 5 มม. จะเป็นระยะ IB

4 คำในใบผลชิ้นเนื้อที่กำหนดการรักษา

  • ระยะย่อย (IA1 / IA2) — ความลึกของการลุกลามเป็นมิลลิเมตร ยิ่งลึก โอกาสลามต่อมน้ำเหลืองยิ่งสูงขึ้น
  • LVSI (lymphovascular space invasion) — พบเซลล์มะเร็งในท่อน้ำเหลืองหรือหลอดเลือดเล็กหรือไม่ ถ้า “มี” ทีมมักต้องประเมินต่อมน้ำเหลืองเพิ่ม
  • ขอบชิ้นเนื้อ (margin) — ขอบของชิ้น LEEP หรือกรวยปลอดมะเร็งและรอยโรคก่อนมะเร็งหรือไม่ ถ้าขอบยังมีรอยโรค อาจต้องตัดกรวยซ้ำก่อนตัดสินใจขั้นต่อไป
  • ชนิดเซลล์ — squamous cell carcinoma (พบบ่อยที่สุด) หรือ adenocarcinoma ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจเก็บรังไข่

อัตรารอดชีวิต 5 ปีของระยะ 1A (ข้อมูลทะเบียน SEER สหรัฐฯ)

การวิเคราะห์ทะเบียน SEER ปี 1988–2010 ในผู้ป่วยระยะ IA ชนิด squamous 5,749 ราย และ adenocarcinoma 1,567 ราย พบอัตรารอดชีวิต 5 ปีดังนี้ และพบต่อมน้ำเหลืองเชิงกรานบวกเพียง 0.72% (squamous) และ 0.97% (adenocarcinoma)
(Bean LM, Am J Obstet Gynecol 2017)

ข้อความที่แชร์กันว่า “ระยะ 1A หายขาด 98–99% แน่นอน” ไม่ถูกต้องทั้งหมด — ตัวเลขจริงสูงมาก ราว 95–99% แต่เป็นค่าเฉลี่ยของกลุ่ม
ขึ้นกับระยะย่อย LVSI ขอบชิ้นเนื้อ และการมาตรวจติดตาม และอัตรารอดชีวิตรวมนี้นับการเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นด้วย ไม่มีใครรับประกันได้ 100%

2. ผ่าตัดแบบไหนตามระยะย่อย

คำตอบตรง: IA1 ที่ไม่มี LVSI รักษาด้วยการตัดกรวยที่ขอบปลอดมะเร็ง (เก็บมดลูก) หรือตัดมดลูกแบบธรรมดา โดยไม่ต้องเลาะต่อมน้ำเหลือง
ส่วน IA1 ที่มี LVSI หรือ IA2 ต้องประเมินต่อมน้ำเหลืองเชิงกรานร่วมด้วย และเลือกขอบเขตการตัดมดลูกตามความเสี่ยง
(ESGO/ESTRO/ESP 2023;
NCI PDQ)

ลำดับการตัดสินใจโดยสังเขป

ทุกขั้นตอนมีทางเลือกเก็บมดลูกสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร — ดูหัวข้อที่ 5

IA1 ที่ไม่มี LVSI: ตัดกรวยหรือตัดมดลูกแบบธรรมดา

โอกาสลามต่อมน้ำเหลืองต่ำมาก จึงไม่ต้องเลาะต่อมน้ำเหลือง ถ้าขอบชิ้นกรวยปลอดทั้งมะเร็งและรอยโรคก่อนมะเร็ง การตัดกรวยนั้นอาจเป็นการรักษาครบแล้ว ผู้ที่ไม่ต้องการมีบุตรหรือต้องการลดภาระการตรวจติดตาม อาจเลือกตัดมดลูกแบบธรรมดา (simple/extrafascial hysterectomy) ซึ่งมักผ่าตัดแผลเล็กผ่านกล้องหรือทางช่องคลอดได้

IA1 ที่มี LVSI หรือ IA2: เพิ่มการประเมินต่อมน้ำเหลือง

  • แนวทางดั้งเดิม (เช่น NCCN): ตัดมดลูกแบบ modified radical ร่วมกับประเมินต่อมน้ำเหลืองเชิงกราน โดยนิยมใช้ต่อมน้ำเหลืองเฝ้าระวัง (sentinel lymph node)
  • แนวทาง ESGO 2023 และหลักฐานใหม่: ในระยะ IA การตัดกรวยหรือตัดมดลูกแบบธรรมดามักเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องตัดเนื้อเยื่อข้างมดลูกแบบ radical แต่ยังต้องประเมินต่อมน้ำเหลือง
  • การศึกษา SHAPE (NEJM 2024) ในผู้ป่วยความเสี่ยงต่ำ 700 ราย (ก้อน ≤2 ซม. ลุกลามจำกัด) พบกลับเป็นซ้ำในอุ้งเชิงกรานที่ 3 ปี 2.52% ในกลุ่มตัดแบบธรรมดา เทียบกับ 2.17% ในกลุ่ม radical — ไม่ด้อยกว่า และปัญหาปัสสาวะน้อยกว่าชัดเจน
    (Plante M, N Engl J Med 2024)
  • ต่อมน้ำเหลืองเฝ้าระวัง: ฉีดสารติดตามที่ปากมดลูกแล้วเก็บเฉพาะต่อมแรกที่รับน้ำเหลือง การศึกษา SENTICOL พบความไว 92.0% และค่าทำนายผลลบ 98.2% และไม่มีผลลบลวงเลยเมื่อพบต่อมทั้งสองข้าง
    (Lécuru F, J Clin Oncol 2011)
    เทียบกับการเลาะต่อมน้ำเหลืองทั้งหมด พบภาวะแทรกซ้อนทางน้ำเหลือง 31.4% เทียบกับ 51.5%
    (SENTICOL-2, Eur J Cancer 2021)

ปัญหาปัสสาวะหลังผ่าตัดเกิน 4 สัปดาห์: ตัดแบบธรรมดา vs radical (SHAPE)

ต้องคีโมหรือฉายแสงไหม

โดยทั่วไปไม่ต้อง แต่คำตอบสุดท้ายมาจากผลชิ้นเนื้อหลังผ่าตัด ถ้าพบมะเร็งลามต่อมน้ำเหลือง ขอบชิ้นเนื้อยังมีมะเร็ง ลามเนื้อเยื่อข้างมดลูก หรือมีปัจจัยเสี่ยงระดับกลางหลายข้อ ทีมอาจแนะนำฉายแสงเสริม ร่วมกับหรือไม่ร่วมกับเคมีบำบัด ซึ่งพบไม่บ่อยในระยะ 1A

ข้อความบางแหล่งที่บอกว่า “ระยะ 1A เฝ้าดูเฉย ๆ ได้” ไม่ถูกต้อง — มะเร็งที่ลุกลามแล้วแม้เพียงไม่กี่มิลลิเมตรต้องได้รับการรักษาเสมอ อย่างน้อยคือการตัดกรวยที่ขอบปลอดมะเร็ง

ผ่าเปิด ส่องกล้อง หรือหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

สำหรับการตัดมดลูกแบบ radical การศึกษา LACC พบว่าการผ่าตัดแผลเล็ก (ส่องกล้องหรือหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด) มีอัตราปลอดโรคที่ 4.5 ปี 86.0% เทียบกับผ่าเปิด 96.5% และอัตรารอดชีวิตที่ 3 ปี 93.8% เทียบกับ 99.0% ข้อมูลทะเบียนในสหรัฐฯ ให้ผลไปทางเดียวกัน แนวทางปัจจุบันจึงแนะนำผ่าเปิดหน้าท้องสำหรับ radical hysterectomy
(Ramirez PT, N Engl J Med 2018;
Melamed A, N Engl J Med 2018)

สำหรับการตัดมดลูกแบบธรรมดาในระยะ IA1 ที่ไม่มี LVSI การผ่าตัดแผลเล็กยังใช้กันแพร่หลาย เจ็บน้อยกว่าและกลับบ้านเร็วกว่า — ถามศัลยแพทย์ตรง ๆ ว่าจะผ่าแบบไหน ผ่านทางใด และเพราะอะไร

อยากชวนพี่สาว เพื่อน หรือคนในครอบครัวเช็กช่องว่างการคัดกรองปากมดลูก?

วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา

แบบประเมินนี้ช่วยดูช่องว่างการคัดกรองและการติดตามผลหลังรักษา — ไม่ได้ใช้บอกระยะมะเร็ง และไม่แทนการตรวจของแพทย์เจ้าของไข้
ถ้ามีเลือดออกมาก ไข้ ≥38°C หรือปวดท้องรุนแรงหลังผ่าตัด ให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ก่อน — ไม่ต้องทำแบบประเมินก่อน
คลิกทำแบบประเมินช่องว่างคัดกรองปากมดลูก (ฟรี)

3. เปรียบเทียบ 5 ทางเลือกการรักษาระยะ 1A ในตารางเดียว

คำตอบตรง: ทางเลือกหลักมี 5 แบบ — ตัดกรวย ตัดมดลูกแบบธรรมดา ตัดมดลูกแบบ modified radical/radical ร่วมกับต่อมน้ำเหลือง ผ่าตัดปากมดลูกแบบเก็บมดลูก และรังสีรักษาสำหรับผู้ที่ผ่าตัดไม่ได้ แต่ละแบบแลกกันระหว่างการมีบุตร ขอบเขตการตัด และความเสี่ยง
(ESGO/ESTRO/ESP 2023;
Bentivegna E, Lancet Oncol 2016)

ตารางเปรียบเทียบ: ตัดกรวย vs ตัดมดลูกแบบธรรมดา vs radical + ต่อมน้ำเหลือง vs radical trachelectomy vs รังสีรักษา

ทางเลือกเหมาะกับใครการมีบุตรตัดอะไรออกการฟื้นตัวความเสี่ยงหลัก
ตัดปากมดลูกเป็นรูปกรวย / LEEP ที่ขอบปลอดมะเร็งIA1 ไม่มี LVSI · (IA1 มี LVSI / IA2 ต้องร่วมกับประเมินต่อมน้ำเหลือง)เก็บมดลูกไว้ ตั้งครรภ์ได้เนื้อปากมดลูกรูปกรวยรอบรอยโรคมักกลับบ้านวันเดียวกัน · งดเพศสัมพันธ์ราว 4–6 สัปดาห์เลือดออก ปากมดลูกตีบ เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดเมื่อตั้งครรภ์ · ต้องตรวจติดตามถี่และสม่ำเสมอ
ตัดมดลูกแบบธรรมดา (simple / extrafascial hysterectomy)IA1 ไม่มี LVSI ที่ไม่ต้องการมีบุตร · IA1 มี LVSI / IA2 ความเสี่ยงต่ำบางรายร่วมกับต่อมน้ำเหลือง (ตาม SHAPE)ตั้งครรภ์ไม่ได้ · มักเก็บรังไข่ไว้มดลูก + ปากมดลูก (มักตัดท่อนำไข่ด้วย)นอนโรงพยาบาล 1–3 วัน (แผลเล็ก) · งานโต๊ะราว 2–4 สัปดาห์เลือดออก ติดเชื้อ บาดเจ็บกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ (ไม่บ่อย) ลิ่มเลือด แผลยอดช่องคลอดแยก (พบน้อย)
ตัดมดลูกแบบ modified radical / radical + ประเมินต่อมน้ำเหลืองเชิงกราน (sentinel)IA1 มี LVSI หรือ IA2 ตามแนวทางดั้งเดิม หรือเมื่อพบปัจจัยเสี่ยงสูงกว่าตั้งครรภ์ไม่ได้ · มักเก็บรังไข่ไว้ได้ใน squamousมดลูก + เนื้อเยื่อข้างมดลูก (parametrium) + ช่องคลอดส่วนบน 1–2 ซม. + ต่อมน้ำเหลืองนอนโรงพยาบาล 3–7 วัน (ผ่าเปิด) · อาจกลับบ้านพร้อมสายสวนปัสสาวะ · งานโต๊ะราว 4–6 สัปดาห์กระเพาะปัสสาวะบีบตัวช้า ปัสสาวะเล็ด/คั่ง (SHAPE: 11.0% / 9.9% หลัง 4 สัปดาห์) ถุงน้ำเหลือง ขาบวม รูรั่ว (พบน้อย)
ผ่าตัดปากมดลูกแบบเก็บมดลูก (radical trachelectomy) + ต่อมน้ำเหลืองIA1 มี LVSI หรือ IA2 ที่ต้องการมีบุตร ต่อมน้ำเหลืองปกติเก็บมดลูกไว้ ตั้งครรภ์ได้ (ต้องผ่าคลอด)ปากมดลูก + เนื้อเยื่อข้างปากมดลูก + ช่องคลอดส่วนบน เย็บรัดคอมดลูกไว้นอนโรงพยาบาลราว 3–5 วัน · ทำเฉพาะศูนย์ที่มีประสบการณ์ปากมดลูกตีบ มีบุตรยาก แท้ง คลอดก่อนกำหนด · ต้องติดตามใกล้ชิด
รังสีรักษา (ฉายแสงภายนอก และ/หรือใส่แร่ brachytherapy)ผู้ที่ผ่าตัดไม่ได้หรือเสี่ยงสูงจากโรคร่วม (IA1 บางรายใช้ใส่แร่อย่างเดียว)ไม่ได้ · รังไข่มักหยุดทำงานไม่ผ่าตัดรักษาเป็นรอบหลายสัปดาห์ แบบผู้ป่วยนอกวัยทองก่อนกำหนด ช่องคลอดตีบแห้ง ผลต่อกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ระยะยาว

ตารางนี้สรุปหลักการ ไม่ใช่แผนรักษาเฉพาะบุคคล ขอบเขตการผ่าตัดจริงขึ้นกับผลชิ้นเนื้อ ภาพ MRI และการตัดสินใจร่วมกับทีมนรีเวชมะเร็ง

4. รังไข่ ฮอร์โมน และชีวิตทางเพศหลังผ่าตัด

คำตอบตรง: ฮอร์โมนเพศสร้างจากรังไข่ ไม่ใช่มดลูก — ถ้าเก็บรังไข่ไว้ จะไม่เข้าวัยทองจากการผ่าตัด สิ่งที่เปลี่ยนแน่นอนคือประจำเดือนหยุด และตั้งครรภ์ไม่ได้อีก
ในผู้หญิงก่อนหมดประจำเดือนที่เป็นมะเร็งชนิด squamous ระยะแรก มะเร็งลามไปรังไข่พบน้อยมาก รังไข่จึงมักเก็บไว้ได้

  • ในผู้ป่วยระยะ Ib–IIb ที่ผ่าตัดตัดรังไข่ 3,471 ราย พบมะเร็งลามรังไข่ในชนิด squamous ระยะ Ib เพียง 0.22% เทียบกับ adenocarcinoma 3.72% — ระยะ 1A ซึ่งเล็กกว่ายิ่งต่ำกว่านี้
    (Shimada M, Gynecol Oncol 2006)
  • ถ้าเป็น adenocarcinoma ความเสี่ยงสูงกว่าเล็กน้อยแต่ยังต่ำ การเก็บรังไข่ในคนอายุน้อยเป็นการตัดสินใจรายบุคคลกับแพทย์
  • แพทย์หลายแห่งตัดท่อนำไข่ออกด้วย (opportunistic salpingectomy) เพราะไม่มีประโยชน์เมื่อไม่มีมดลูก และอาจลดความเสี่ยงมะเร็งรังไข่บางชนิด

เก็บรังไข่แล้ว วัยทองจะมาเร็วขึ้นไหม

ไม่เข้าวัยทองทันที แต่อาจมาเร็วกว่าที่ควรเล็กน้อย งานวิจัยแบบติดตามในผู้หญิงอายุ 30–47 ปีที่ตัดมดลูกด้วยโรคที่ไม่ใช่มะเร็ง พบความเสี่ยงรังไข่หยุดทำงานเร็วขึ้น HR 1.92 (ภายใน 4 ปี 14.8% เทียบกับ 8.0%) และแม้เก็บรังไข่ทั้งสองข้างก็ยังเพิ่มขึ้น (HR 1.74) อีกการศึกษาประเมินว่าในกลุ่มย่อยหนึ่งหมดประจำเดือนเร็วขึ้นเฉลี่ย 3.7 ปี
(Moorman PG, Obstet Gynecol 2011;
Farquhar CM, BJOG 2005)

เมื่อไม่มีประจำเดือนเป็นตัวบอก ให้สังเกตร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน นอนไม่หลับ ช่องคลอดแห้ง อารมณ์แปรปรวน แล้วแจ้งแพทย์ ถ้าวัยทองมาก่อนอายุ 45 ปี การให้ฮอร์โมนทดแทน (estrogen therapy) มักพิจารณาได้ในมะเร็งปากมดลูกชนิด squamous เพราะไม่ใช่มะเร็งที่ไวต่อฮอร์โมน ส่วน adenocarcinoma ให้ตัดสินใจร่วมกับแพทย์มะเร็ง

ถ้าผลหลังผ่าตัดต้องฉายแสงอุ้งเชิงกราน รังสีอาจทำให้รังไข่หยุดทำงาน ทีมอาจย้ายรังไข่ขึ้นพ้นลำรังสี (ovarian transposition) ระหว่างผ่าตัดในรายที่คาดว่าอาจต้องฉายแสง — เป็นคำถามที่ควรถามก่อนผ่าตัด

ชีวิตทางเพศหลังผ่าตัด

  • ส่วนใหญ่กลับมามีเพศสัมพันธ์ได้หลังราว 6–8 สัปดาห์ เมื่อแพทย์ตรวจว่าแผลยอดช่องคลอดหายดี ก่อนหน้านั้นห้ามใส่สิ่งใดในช่องคลอด
  • หลังผ่าตัดแบบ radical ช่องคลอดอาจสั้นลงเล็กน้อย ในผู้ป่วย 173 รายหลัง radical hysterectomy ปัญหาถึงจุดสุดยอดและเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ดีขึ้นในช่วง 3–6 เดือนแรก และ 91% ของผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์กลับมามีได้ภายใน 12 เดือน แต่ความต้องการและความชุ่มชื้นลดลงได้นาน
    (Jensen PT, Cancer 2004)
  • การตัดแบบธรรมดามีปัญหาทางเพศน้อยกว่า radical ใน SHAPE การทำงานทางเพศและช่องคลอดดีกว่าชัดเจนจนถึง 24 เดือน
    (Ferguson SE, J Clin Oncol 2025)
  • สิ่งที่ช่วยได้: สารหล่อลื่นสูตรน้ำ ค่อย ๆ เริ่ม ใช้ท่าที่ควบคุมความลึกได้ กายภาพบำบัดอุ้งเชิงกราน และคุยกับคู่หรือทีมรักษาอย่างเปิดเผย

5. หมายเหตุเรื่องการมีบุตร: เพื่อให้การตัดสินใจครบถ้วน

คำตอบตรง: การตัดสินใจไม่มีลูกเป็นสิทธิ์และเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล ข้อมูลด้านล่างไม่ได้มีไว้เปลี่ยนใจ
เพียงเพื่อให้แน่ใจว่าก่อนการผ่าตัดที่ย้อนกลับไม่ได้ รู้ทางเลือกครบแล้ว

ทางเลือกที่ควรรู้ก่อนวันผ่าตัด

  • IA1 ไม่มี LVSI มักเก็บมดลูกได้ด้วยการตัดกรวยที่ขอบปลอดมะเร็ง
  • IA1 มี LVSI หรือ IA2 อาจใช้การตัดกรวยร่วมกับประเมินต่อมน้ำเหลือง หรือ radical trachelectomy ในศูนย์ที่มีประสบการณ์
  • ถ้ายังลังเลแม้เพียงเล็กน้อย การเก็บไข่หรือตัวอ่อนแช่แข็งทำได้ก่อนผ่าตัด ใช้เวลากระตุ้นราว 2 สัปดาห์ ควรถามแพทย์ว่าการเลื่อนผ่าตัดสั้น ๆ ปลอดภัยสำหรับระยะของตัวเองหรือไม่
  • การขอพบผู้ให้คำปรึกษาหนึ่งครั้งก่อนผ่าตัด เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่สัญญาณของความไม่มั่นใจ

ชีวิตที่ไม่มีลูก จะมีความสุขได้ไหม

หลักฐานบอกว่าได้ การสำรวจตัวแทนประชากรผู้ใหญ่ 981 คน ในรัฐมิชิแกน สหรัฐฯ พบว่ามากกว่า 1 ใน 4 ไม่มีและไม่ต้องการมีลูก และเมื่อปรับปัจจัยประชากรแล้ว ความพึงพอใจในชีวิตไม่ต่างจากผู้ที่เป็นพ่อแม่
(Watling Neal J, PLoS One 2021)
ความสุขระยะยาวสัมพันธ์กับความสัมพันธ์ที่ไว้ใจได้ งานหรือกิจกรรมที่มีความหมาย และสุขภาพ มากกว่าการมีหรือไม่มีลูก

6. หลังผ่าตัดจะเป็นอย่างไร: ไทม์ไลน์ฟื้นตัว 0–24 เดือน

คำตอบตรง: นอนโรงพยาบาล 1–3 วัน (ตัดแบบธรรมดาผ่านกล้อง) ถึง 3–7 วัน (radical ผ่าเปิด) งดยกของหนักเกินราว 5 กก. และงดใส่สิ่งใดในช่องคลอดราว 6–8 สัปดาห์ กลับไปทำงานโต๊ะได้ใน 2–6 สัปดาห์ ตามชนิดการผ่าตัด

ตารางไทม์ไลน์ฟื้นตัว: อะไรปกติ ดูแลตัวเองอย่างไร และเมื่อไรต้องโทรหาทีม

ช่วงเวลาอะไรปกติดูแลตัวเองโทรหาทีมเมื่อ
วันที่ 0–3 (โรงพยาบาล)ปวดแผล ท้องอืด มีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อย มีสายสวนปัสสาวะ 1–2 วัน (radical อาจนานกว่า)ลุกเดินภายใน 24 ชั่วโมง หายใจลึก ใส่ถุงน่องหรือได้ยาฉีดป้องกันลิ่มเลือดตามทีม ยาแก้ปวดเช่น paracetamol และ NSAIDsเจ็บหน้าอก หายใจเหนื่อย เลือดออกมาก ปวดมากขึ้นแม้ได้ยา
สัปดาห์ที่ 1–2อ่อนเพลีย เลือดหรือตกขาวสีชมพูน้ำตาลจาง ๆ ปัสสาวะบ่อยหรือรู้สึกไม่สุดเดินวันละหลายรอบ ดื่มน้ำ กินใยอาหารป้องกันท้องผูก ถ้ากลับบ้านพร้อมสายสวน ฝึกกระเพาะปัสสาวะตามนัด (radical อาจใส่ 1–2 สัปดาห์)ไข้ ≥38°C แผลแดงมีหนอง ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะไหลซึมทางช่องคลอด น่องบวมข้างเดียว
สัปดาห์ที่ 2–6พลังงานค่อย ๆ กลับมา อาจยังเพลียช่วงบ่าย เลือดทางช่องคลอดหมดไปงานโต๊ะได้ราว 2–4 สัปดาห์ (radical 4–6 สัปดาห์) ยังห้ามยกของเกินราว 5 กก. ขับรถเมื่อเหยียบเบรกแรงได้โดยไม่เจ็บและไม่ใช้ยาแก้ปวดที่ทำให้ง่วงเลือดสดกลับมาออกมาก ตกขาวมีกลิ่น ปวดท้องน้อยมากขึ้น (อาจเป็นฝีที่ยอดช่องคลอด)
สัปดาห์ที่ 6–8ตรวจหลังผ่าตัดและฟังผลชิ้นเนื้อครั้งสุดท้าย แผลยอดช่องคลอดหายดีเริ่มมีเพศสัมพันธ์ ยกของ และออกกำลังกายเต็มที่หลังแพทย์อนุญาต ฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน กลับไปทำงานที่ใช้แรงได้เจ็บหรือมีเลือดออกขณะมีเพศสัมพันธ์ ขาหรือหัวหน่าวบวมข้างเดียว
เดือนที่ 3–24 (ติดตามผล)นัดตรวจทุก 3–6 เดือน กังวลก่อนวันนัดได้ (scanxiety) บางคนเริ่มมีอาการวัยทองเร็วกว่าที่คาดมาตามนัดทุกครั้ง เลิกบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ สังเกตอาการร้อนวูบวาบเลือดออกทางช่องคลอด ปวดอุ้งเชิงกรานหรือหลังที่ไม่หาย ขาบวมข้างเดียว น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ

กระเพาะปัสสาวะหลังผ่าตัดแบบ radical

การตัดเนื้อเยื่อข้างมดลูกอาจกระทบเส้นประสาทที่ควบคุมกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะไม่รู้สึกเต็มหรือเบ่งไม่สุดช่วงแรก บางคนต้องกลับบ้านพร้อมสายสวน 1–2 สัปดาห์และฝึกปัสสาวะตามเวลา ส่วนใหญ่ดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน ใน SHAPE ปัสสาวะคั่งหลัง 4 สัปดาห์พบ 9.9% ในกลุ่ม radical เทียบกับ 0.6% ในกลุ่มตัดแบบธรรมดา

ขาบวมหลังเลาะต่อมน้ำเหลือง

เมื่อเลาะต่อมน้ำเหลืองจำนวนมาก น้ำเหลืองจากขาอาจไหลกลับได้ช้าลง ทำให้ขาหรือหัวหน่าวบวม (lymphoedema) การใช้เฉพาะต่อมน้ำเหลืองเฝ้าระวังลดภาวะแทรกซ้อนทางน้ำเหลืองลงได้ (31.4% เทียบกับ 51.5% ใน SENTICOL-2) ถ้าขาข้างหนึ่งหนักตึงหรือบวมขึ้น ให้แจ้งทีมเร็ว เพราะการพันผ้า ถุงน่องเฉพาะ และกายภาพได้ผลดีเมื่อเริ่มเร็ว ดูแลผิวขาไม่ให้เป็นแผลติดเชื้อ

7. เช็กลิสต์ 12 คำถามก่อนวันผ่าตัด

คำตอบตรง: 10 วันก่อนผ่าตัดเพียงพอสำหรับถามคำถามสำคัญให้ครบ พิมพ์รายการนี้หรือจดลงมือถือแล้วถือไปในนัดก่อนผ่าตัด

  1. ระยะย่อยของฉันคือ IA1 หรือ IA2 และลุกลามลึกกี่มิลลิเมตร
  2. ผลชิ้นเนื้อมี LVSI ไหม และขอบชิ้น LEEP หรือกรวยปลอดมะเร็งไหม
  3. ชนิดเซลล์เป็น squamous หรือ adenocarcinoma
  4. จะตัดมดลูกแบบธรรมดา modified radical หรือ radical เพราะอะไร
  5. จะผ่าเปิด ส่องกล้อง หรือหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เพราะอะไร (อ้างอิงผลการศึกษา LACC ได้)
  6. จะประเมินต่อมน้ำเหลืองไหม ใช้ต่อมน้ำเหลืองเฝ้าระวังได้ไหม
  7. จะเก็บรังไข่ทั้งสองข้างไหม และจะตัดท่อนำไข่ด้วยไหม
  8. ถ้าผลหลังผ่าตัดพบปัจจัยเสี่ยง แผนต่อไปคืออะไร และควรย้ายรังไข่ขึ้นพ้นลำรังสีไว้ก่อนไหม
  9. จะต้องกลับบ้านพร้อมสายสวนปัสสาวะไหม นานเท่าไร
  10. นอนโรงพยาบาลกี่วัน ต้องหยุดงานกี่สัปดาห์ และยกของหรือขับรถได้เมื่อไร
  11. จะได้ยาป้องกันลิ่มเลือดและยาแก้ปวดอะไรกลับบ้าน (ชื่อสามัญ) และต้องหยุดยาหรืออาหารเสริมตัวใดก่อนผ่าตัด
  12. ถ้ายังลังเลเรื่องมีบุตร ขอคุยทางเลือกเก็บมดลูกหรือเก็บไข่ได้ไหม และโรงพยาบาลมีพยาบาลผู้ประสานงานมะเร็งหรือนักจิตวิทยาไหม

8. การติดตามผลและการป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

คำตอบตรง: นัดตรวจทุก 3–6 เดือนใน 2 ปีแรก แล้วทุก 6–12 เดือนจนครบ 5 ปี ผู้ที่ความเสี่ยงต่ำและผ่าตัดอย่างเดียวมักนัดห่างกว่า เพราะการกลับเป็นซ้ำส่วนใหญ่เกิดใน 2–3 ปีแรก
(Salani R, SGO 2017;
ESGO 2023)

  • แต่ละนัดประกอบด้วยการซักอาการและตรวจภายใน ส่วนการตรวจเซลล์หรือ HPV จากยอดช่องคลอดทำตามที่ทีมกำหนด ไม่จำเป็นต้องทำภาพถ่ายรังสีทุกครั้งถ้าไม่มีอาการ
  • ถ้าเก็บมดลูกด้วยการตัดกรวย การตรวจ Pap และ HPV สม่ำเสมอสำคัญมาก เพราะปากมดลูกส่วนที่เหลือยังเกิดรอยโรคใหม่ได้
  • เลิกบุหรี่ — บุหรี่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ HPV คงอยู่นานและรอยโรคที่ช่องคลอด
  • วัคซีน HPV ไม่ใช่การรักษามะเร็งที่เป็นอยู่ แต่คู่ พี่น้อง หรือลูกหลานในครอบครัวควรได้รับตามเกณฑ์อายุ และผู้หญิงในครอบครัวควรคัดกรองปากมดลูกตามนัด

9. ไม่ต้องแบกไว้คนเดียว: การดูแลใจก่อนและหลังผ่าตัด

คำตอบตรง: การเก็บการวินิจฉัยมะเร็งไว้คนเดียวเพิ่มความเครียดและความกังวล การบอกคนที่ไว้ใจได้อย่างน้อย 1 คนช่วยทั้งด้านใจและด้านปฏิบัติ

  • เลือกบอก 1 คนก่อน — ไม่จำเป็นต้องบอกทุกคน หลายโรงพยาบาลต้องการผู้ติดต่อฉุกเฉินในวันผ่าตัด และช่วง 1–2 สัปดาห์แรกยกของหนักไม่ได้ ควรมีคนช่วยรับกลับบ้านและซื้อของ
  • ประโยคเริ่มต้นง่าย ๆ เช่น “ผลตรวจเจอมะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มต้นมาก หมอบอกโอกาสหายสูง แต่ต้องผ่าตัดวันที่ … อยากให้ช่วยไปด้วย”
  • ขอพบพยาบาลผู้ประสานงานมะเร็ง นักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ด้านมะเร็ง (psycho-oncology) ของโรงพยาบาล — เป็นบริการปกติ ไม่ใช่เฉพาะคนที่ “ไม่ไหว”
  • กลุ่มผู้ป่วยมะเร็งนรีเวชทั้งออนไลน์และในโรงพยาบาลช่วยให้เห็นว่าคนที่ผ่านการผ่าตัดแบบเดียวกันใช้ชีวิตอย่างไร
  • ถ้านอนไม่หลับ กินไม่ได้ หรือรู้สึกสิ้นหวังหลายวัน โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

อ่านเพิ่ม: เมื่อแรกทราบผลมะเร็ง: คู่มือรับมือ ปรับใจ และชุมชนผู้ป่วย

กลไกทางวิทยาศาสตร์ (สังเคราะห์โดยผู้เขียน)

สังเคราะห์โดย
:
มะเร็งปากมดลูกเกือบทั้งหมดเริ่มจากการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูง ที่คงอยู่นานในเซลล์บริเวณรอยต่อของปากมดลูก (transformation zone)
เมื่อ DNA ของไวรัสแทรกเข้าไปในจีโนมของเซลล์ โปรตีน E6 จะจับและเร่งการทำลาย p53 ซึ่งเป็นโปรตีนที่หยุดเซลล์ที่ DNA เสียหาย
ส่วนโปรตีน E7 จับ pRb ทำให้ปล่อย E2F และเซลล์เข้าสู่วงจรแบ่งตัวโดยไม่มีตัวห้าม
เซลล์ผิดปกติจึงสะสมจากชั้นล่างขึ้นบนของเยื่อบุ เป็นรอยโรค CIN 1 ถึง CIN 3 ในเวลาหลายปี
ตราบใดที่เซลล์ยังอยู่เหนือเยื่อฐาน (basement membrane) ถือเป็นรอยโรคก่อนมะเร็ง
เมื่อเซลล์ทะลุเยื่อฐานลงเนื้อเยื่อพยุง (stroma) จึงเป็นมะเร็งลุกลาม และระยะ 1A คือการลุกลามระดับจุลภาคไม่เกิน 5 มม.
ความลึกสำคัญเพราะเนื้อเยื่อที่ลึกขึ้นมีท่อน้ำเหลืองขนาดเล็กหนาแน่นขึ้น โอกาสที่เซลล์จะหลุดเข้าท่อน้ำเหลือง (LVSI) จึงเพิ่มขึ้น
น้ำเหลืองจากปากมดลูกไหลผ่านเนื้อเยื่อข้างมดลูกไปยังต่อมน้ำเหลืองเชิงกรานเป็นลำดับขั้น (มักเริ่มที่กลุ่ม obturator และ external iliac)
ต่อมแรกในเส้นทางนี้คือต่อมน้ำเหลืองเฝ้าระวัง ถ้าต่อมนี้ปกติทั้งสองข้าง ต่อมที่อยู่ถัดไปมักปกติด้วย
ส่วนรังไข่อยู่นอกเส้นทางน้ำเหลืองหลักของปากมดลูก มะเร็งชนิด squamous แพร่ไปรังไข่ได้ยากเพราะมักลามตามทางน้ำเหลืองและลามต่อเนื่องเฉพาะที่
ขณะที่ adenocarcinoma ลามขึ้นตัวมดลูกหรือทางกระแสเลือดได้บ่อยกว่า จึงพบในรังไข่มากกว่า — นี่คือเหตุผลทางชีววิทยาที่รังไข่มักเก็บไว้ได้ในมะเร็งชนิด squamous ระยะแรก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มะเร็งปากมดลูกระยะ 1A คืออะไร และโอกาสหายมีแค่ไหน?

ระยะ 1A ตามเกณฑ์ FIGO 2018 คือมะเร็งที่ลุกลามลงเนื้อปากมดลูกแล้วแต่ยังเล็กจนเห็นได้เฉพาะใต้กล้องจุลทรรศน์ แบ่งเป็น IA1 ลึกไม่เกิน 3 มม. และ IA2 ลึกมากกว่า 3 ถึง 5 มม. มักวินิจฉัยจากชิ้นเนื้อที่ตัดด้วยห่วงไฟฟ้า (LEEP) หรือตัดเป็นรูปกรวย ข้อมูลทะเบียน SEER ของสหรัฐฯ พบอัตรารอดชีวิต 5 ปีราว 95.6–98.3% ตามระยะย่อยและชนิดเซลล์ ภาพรวมจึงสูงมากราว 95–99% แต่ไม่มีใครรับประกันได้ 100% ผลจริงขึ้นกับระยะย่อย การลุกลามเข้าท่อน้ำเหลืองหรือหลอดเลือด (LVSI) และขอบชิ้นเนื้อ

หลังผ่าตัดต้องให้คีโมหรือฉายแสงไหม?

ส่วนใหญ่ไม่ต้อง ระยะ 1A มักรักษาด้วยการผ่าตัดอย่างเดียว แต่ต้องรอผลชิ้นเนื้อหลังผ่าตัดก่อน ถ้าพบปัจจัยเสี่ยง เช่น มะเร็งลามต่อมน้ำเหลือง ขอบชิ้นเนื้อยังมีมะเร็ง ลามเนื้อเยื่อข้างมดลูก หรือมีปัจจัยเสี่ยงระดับกลางหลายข้อ ทีมอาจแนะนำฉายแสงเสริม ร่วมกับหรือไม่ร่วมกับเคมีบำบัด ซึ่งพบน้อยในระยะ 1A เพราะโอกาสลามต่อมน้ำเหลืองต่ำมาก ข้อมูล SEER พบต่อมน้ำเหลืองเชิงกรานบวกเพียงราว 0.7–1%

ตัดมดลูกแต่เก็บรังไข่ไว้ จะเข้าวัยทองเร็วไหม?

จะไม่เข้าวัยทองทันทีหลังผ่าตัด เพราะฮอร์โมนเพศสร้างจากรังไข่ ไม่ใช่มดลูก สิ่งที่เปลี่ยนแน่นอนคือประจำเดือนหยุดและตั้งครรภ์ไม่ได้อีก อย่างไรก็ตาม งานวิจัยแบบติดตามในผู้หญิงอายุ 30–47 ปีที่ตัดมดลูกด้วยโรคที่ไม่ใช่มะเร็งพบว่าความเสี่ยงรังไข่หยุดทำงานเร็วขึ้นเกือบ 2 เท่า (ภายใน 4 ปี 14.8% เทียบกับ 8.0%) จึงควรรู้จักอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน และช่องคลอดแห้ง แล้วแจ้งแพทย์เมื่อเริ่มมีอาการ ถ้าต้องฉายแสงอุ้งเชิงกรานภายหลัง รังไข่อาจได้รับผลกระทบ ทีมอาจพิจารณาย้ายรังไข่ขึ้นพ้นลำรังสีระหว่างผ่าตัด

ระยะ 1A ยังเก็บมดลูกไว้มีลูกได้ไหม?

หลายคนทำได้ ระยะ IA1 ที่ไม่มี LVSI และขอบชิ้นเนื้อปลอดมะเร็ง การตัดปากมดลูกเป็นรูปกรวยอาจเป็นการรักษาที่เพียงพอและเก็บมดลูกไว้ได้ ส่วน IA1 ที่มี LVSI หรือ IA2 อาจใช้การตัดกรวยร่วมกับประเมินต่อมน้ำเหลือง หรือผ่าตัดปากมดลูกแบบ radical trachelectomy โดยต้องติดตามใกล้ชิด การตัดสินใจไม่มีลูกเป็นสิทธิ์ที่สมเหตุสมผล หน้านี้ไม่ได้ชักจูงไปทางใด เพียงชวนให้แน่ใจก่อนผ่าตัดที่ย้อนกลับไม่ได้ว่ารู้ทางเลือกครบ รวมถึงการเก็บไข่หรือตัวอ่อนแช่แข็งไว้ก่อนผ่าตัดหากยังลังเล

ตัดมดลูกแบบธรรมดากับแบบ radical ต่างกันอย่างไร ต้องแบบไหน?

ตัดมดลูกแบบธรรมดา (simple หรือ extrafascial hysterectomy) ตัดมดลูกและปากมดลูกออกชิดตัวมดลูก ส่วนแบบ radical หรือ modified radical ตัดเนื้อเยื่อข้างมดลูก (parametrium) และส่วนบนของช่องคลอดออกเพิ่ม มักทำร่วมกับประเมินต่อมน้ำเหลืองเชิงกราน ระยะ IA1 ที่ไม่มี LVSI ใช้แบบธรรมดาหรือตัดกรวยโดยไม่ต้องเลาะต่อมน้ำเหลือง ระยะ IA1 ที่มี LVSI หรือ IA2 แนวทางดั้งเดิมใช้ modified radical ร่วมกับตรวจต่อมน้ำเหลือง แต่การศึกษา SHAPE ปี 2024 ในผู้ป่วยความเสี่ยงต่ำ 700 ราย พบว่าตัดแบบธรรมดาร่วมกับประเมินต่อมน้ำเหลืองกลับเป็นซ้ำในอุ้งเชิงกรานที่ 3 ปีไม่ต่างกัน (2.52% เทียบกับ 2.17%) และปัญหากลั้นปัสสาวะน้อยกว่า ควรถามแพทย์ว่าเลือกแบบไหนเพราะอะไร

ผ่าตัดส่องกล้องหรือหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ดีกว่าผ่าเปิดหน้าท้องไหม?

ขึ้นกับชนิดการผ่าตัด สำหรับการตัดมดลูกแบบ radical การศึกษา LACC ปี 2018 พบว่าการผ่าตัดแผลเล็ก (ส่องกล้องหรือหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด) มีอัตราปลอดโรคที่ 4.5 ปี 86.0% เทียบกับผ่าเปิด 96.5% และอัตรารอดชีวิตที่ 3 ปี 93.8% เทียบกับ 99.0% แนวทางปัจจุบันจึงแนะนำผ่าเปิดหน้าท้องสำหรับ radical hysterectomy ส่วนการตัดมดลูกแบบธรรมดาในระยะ IA1 ที่ไม่มี LVSI การผ่าตัดแผลเล็กยังใช้กันแพร่หลายและฟื้นตัวเร็วกว่า ควรถามศัลยแพทย์ตรง ๆ ว่าจะผ่าแบบไหน ผ่านทางใด และเพราะอะไร

หลังตัดมดลูก ชีวิตทางเพศจะเปลี่ยนไปไหม?

ส่วนใหญ่กลับมามีเพศสัมพันธ์ได้หลังราว 6–8 สัปดาห์เมื่อแพทย์ตรวจว่าแผลยอดช่องคลอดหายดีแล้ว เมื่อเก็บรังไข่ไว้ ฮอร์โมนและน้ำหล่อลื่นตามธรรมชาติมักยังอยู่ หลังผ่าตัดแบบ radical ช่องคลอดอาจสั้นลงเล็กน้อย และบางคนมีปัญหาความรู้สึกหรือความชุ่มชื้นช่วงแรก งานวิจัยติดตามผู้ป่วย 173 รายหลัง radical hysterectomy พบว่า 91% ของผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์กลับมามีได้อีกภายใน 12 เดือน สารหล่อลื่นสูตรน้ำ การค่อย ๆ เริ่ม กายภาพบำบัดอุ้งเชิงกราน และการคุยกับคู่หรือทีมรักษาอย่างเปิดเผยช่วยได้มาก

หลังผ่าตัดต้องติดตามอย่างไร และโอกาสกลับเป็นซ้ำมีแค่ไหน?

ระยะ 1A มีโอกาสกลับเป็นซ้ำต่ำ แต่ยังต้องตรวจติดตาม โดยทั่วไปทุก 3–6 เดือนใน 2 ปีแรก แล้วทุก 6–12 เดือนจนครบ 5 ปี ผู้ที่ความเสี่ยงต่ำและผ่าตัดอย่างเดียวมักนัดห่างกว่า การตรวจแต่ละครั้งประกอบด้วยการซักอาการ ตรวจภายใน และอาจตรวจเซลล์หรือ HPV จากยอดช่องคลอดตามที่ทีมกำหนด ควรเลิกบุหรี่เพราะสัมพันธ์กับการติดเชื้อ HPV คงอยู่นาน และแจ้งทีมเร็วถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอด ปวดอุ้งเชิงกราน หรือขาบวมข้างเดียวที่ไม่หาย

E-E-A-T และการอ้างอิงวิชาการ

เรียบเรียงโดย (Asst. Prof. Dr. Norawit Raatpiboon) — สังเคราะห์จากเกณฑ์ FIGO แนวทาง ESGO/ESTRO/ESP การศึกษาแบบสุ่ม LACC และ SHAPE และงานวิจัยบน PubMed

เกี่ยวกับผู้เขียน · Author Hub

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)

เนื้อหานี้ให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกระยะ 1A และการผ่าตัด —
ไม่ใช่การตรวจรักษา การประเมินเฉพาะบุคคล หรือการสั่งยา และไม่ใช้แทนคำแนะนำของสูตินรีแพทย์มะเร็งและทีมรักษาของผู้อ่าน
ตัวเลขจากงานวิจัยเป็นค่าเฉลี่ยของกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะ ไม่ได้ทำนายผลของผู้ป่วยรายใด ชื่อยาที่กล่าวถึงเป็นชื่อสามัญหรือกลุ่มยาเพื่อความเข้าใจ ห้ามปรับยาเอง
หากเลือดออกมาก หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือเป็นลม ให้โทร 1669 ทันที และหากรู้สึกสิ้นหวังหรือคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323