หมวด: มะเร็งรังไข่ · ยามุ่งเป้า · จิตใจกับการรักษามะเร็ง
มะเร็งรังไข่กลับเป็นซ้ำระยะ 4 กับยามุ่งเป้าเข็มที่ 30: ก้อนยุบ 70% หมายถึงอะไร ยาต้าน VEGF, PARP inhibitors และ ADC ผลข้างเคียงที่ต้องเฝ้าระวัง และหลักฐานจริงเรื่องใจกับการรักษา
AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)
มะเร็งรังไข่ที่กลับเป็นซ้ำระยะ 4 ปัจจุบันมักควบคุมได้นานขึ้นด้วยยามุ่งเป้า เช่น ยาต้านการสร้างหลอดเลือด ยากลุ่ม PARP inhibitors หรือยาแอนติบอดีจับยา (ADC) แต่ทุกตัวมีผลข้างเคียงที่ต้องเฝ้าระวัง เช่น ความดันสูงและลำไส้ทะลุ ส่วนการฝึกสติช่วยลดความทุกข์ใจและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้จริง แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้ก้อนยุบ
ผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ (NCI)ที่กลับเป็นซ้ำหรือกระจายในช่องท้องและกำลังรับยามุ่งเป้าระยะยาว รวมถึงผู้ดูแล ·
อยากเข้าใจกลไกยามุ่งเป้าและการดื้อยา? อ่าน
ยามุ่งเป้าออกฤทธิ์อย่างไร และทำไมดื้อยา ·
สัญญาณอันตราย ·
ตารางยามุ่งเป้า ·
ตารางหลักฐานเรื่องใจ ·
ตารางเปรียบเทียบการรักษา ·
FAQ
คำถามจากกลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง: 26 ปีกับมะเร็งรังไข่ กลับมาเป็นครั้งที่ 3 ระยะ 4 ยามุ่งเป้าเข็มที่ 30 ก้อนยุบ 70%
คำตอบสั้น: ก้อนยุบ 70% และรอยโรคอื่นคงที่ถือว่ายาได้ผลดีมาก แต่ยังต้องให้ยาต่อและเฝ้าระวังผลข้างเคียงอย่างใกล้ชิด เพราะโรคยังมีอยู่
สมาชิกในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งท่านหนึ่งเล่าว่า ตรวจพบมะเร็งรังไข่ตั้งแต่อายุ 33 ปี รักษาจนโรคสงบนานกว่า 20 ปี แล้วกลับมาเป็นซ้ำครั้งที่ 3 ในระยะ 4 ที่กระจายในช่องท้อง ตอนนี้รับยามุ่งเป้าเข็มที่ 30 ก้อนหลักยุบไป 70% ส่วนรอยโรคอื่นคงที่ และใช้ธรรมะกับการมองมะเร็งเป็นเซลล์ที่หลงทางเพื่อประคองใจ
บทความนี้สรุปจากงานวิจัยว่าผลการตอบสนองแบบนี้หมายถึงอะไร ยามุ่งเป้ากลุ่มไหนใช้ในมะเร็งรังไข่ ผลข้างเคียงที่ต้องเฝ้าระวัง และหลักฐานจริงเรื่องใจกับการรักษา บทความนี้ไม่ได้ตรวจประวัติหรือผลตรวจของผู้เล่า จึงไม่ใช่การวินิจฉัย
สัญญาณอันตราย: ไปโรงพยาบาลทันที
คำตอบสั้น: มะเร็งรังไข่ที่กระจายในช่องท้องร่วมกับยาต้านการสร้างหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงลำไส้อุดตันและลำไส้ทะลุ ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง ไปห้องฉุกเฉินหรือโทรแจ้งศูนย์มะเร็งทันที
อาการที่ห้ามรอ
- อาเจียนซ้ำ ท้องอืดตึง ไม่ผายลม ไม่ถ่าย อาจเป็นลำไส้อุดตันจากมะเร็งในช่องท้อง
- ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน ท้องแข็ง โดยเฉพาะร่วมกับไข้ อาจเป็นลำไส้ทะลุ
- ไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส หรือหนาวสั่น อ่าน ไข้หลังให้คีโม
- ปวดศีรษะรุนแรง ตามัว สับสน หรือชัก ร่วมกับความดันสูงมาก
- อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด ถ่ายดำ เลือดกำเดาไหลไม่หยุด
- ท้องโตเร็ว เหนื่อยหอบ นอนราบไม่ได้ อาจมีน้ำในช่องท้องหรือช่องปอดเพิ่ม
- ขาบวมปวดข้างเดียว หรือเจ็บหน้าอกและหายใจลำบากเฉียบพลัน อาจเป็นลิ่มเลือด ให้โทร 1669
พกใบสรุปชื่อยามุ่งเป้า วันที่ให้ยาครั้งล่าสุด และสมุดจดความดันติดตัว บอกเจ้าหน้าที่ทุกครั้งว่ากำลังรับยามะเร็งตัวไหน
1. ก้อนยุบ 70% และรอยโรคคงที่ หมายความว่าอย่างไร
คำตอบสั้น: ตามเกณฑ์ RECIST 1.1 ผลรวมขนาดก้อนที่ลดลงตั้งแต่ 30% ขึ้นไปถือว่าตอบสนองบางส่วน การยุบ 70% จึงเป็นการตอบสนองที่ดีมาก ส่วนรอยโรคคงที่แปลว่ายาคุมไม่ให้โต
ภาษาที่แพทย์ใช้เมื่ออ่านผลเอกซเรย์
โรคคงที่ไม่ได้แปลว่ายาล้มเหลว ในมะเร็งที่กระจายแล้ว การคุมไม่ให้โตก็ถือเป็นประโยชน์ แพทย์จะดูภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ค่ามะเร็ง CA-125 อาการ และผลข้างเคียงร่วมกันเพื่อตัดสินใจให้ยาต่อ
ทำไมการกลับเป็นซ้ำหลังเว้นนานจึงมีความหมาย
แนวทาง ESMO-ESGO (2019)
ให้แพทย์เลือกยาตามระยะเวลาที่ปลอดจากยากลุ่มแพลทินัม ผลชิ้นเนื้อ ยีน BRCA หรือภาวะซ่อม DNA บกพร่อง (HRD) และยาที่เคยได้มาก่อน
การกลับเป็นซ้ำหลังเว้นนานมักยังตอบสนองต่อยาแพลทินัมได้ดีกว่าการกลับเป็นซ้ำเร็ว ผู้ป่วยบางรายสลับระหว่างช่วงโรคสงบกับช่วงให้ยาได้หลายปี คล้ายการดูแลโรคเรื้อรัง
2. ยามุ่งเป้า 3 กลุ่มในมะเร็งรังไข่: เข็มที่ 30 น่าจะเป็นอะไรได้บ้าง
คำตอบสั้น: ยาที่ฉีดเข้าหลอดเลือดเป็นรอบในมะเร็งรังไข่ที่พบบ่อยคือยาต้านการสร้างหลอดเลือดและยาแอนติบอดีจับยา ส่วนยากลุ่ม PARP inhibitors เป็นยาเม็ด วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือถามชื่อสามัญของยาจากทีมรักษา
กลุ่มที่ 1: ยาต้านการสร้างหลอดเลือด (anti-VEGF) เช่น bevacizumab
ในโรคที่ยังไวต่อแพลทินัม งานวิจัย OCEANS (ผู้ป่วย 484 คน) พบว่าการเพิ่ม bevacizumab ร่วมคีโมแล้วให้ต่อเนื่อง ช่วยยืดระยะเวลาที่โรคไม่ลุกลามจาก 8.4 เป็น 12.4 เดือน และอัตราก้อนยุบจาก 57.4% เป็น 78.5%
ในโรคดื้อแพลทินัม งานวิจัย AURELIA (361 คน) พบระยะเวลาที่โรคไม่ลุกลามเพิ่มจาก 3.4 เป็น 6.7 เดือน แต่การรอดชีวิตโดยรวมไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญ (16.6 เทียบ 13.3 เดือน) ยามักให้ทุก 2–3 สัปดาห์ จึงสะสมเป็นหลายสิบเข็มได้
กลุ่มที่ 2: ยากลุ่ม PARP inhibitors (olaparib, niraparib) เป็นยาเม็ด
ใช้เป็นยาคุมโรคหลังตอบสนองต่อแพลทินัม ได้ผลมากในผู้มียีน BRCA ผิดปกติหรือ HRD งานวิจัย SOLO2 (295 คน) พบมัธยฐานการรอดชีวิต 51.7 เดือนในกลุ่ม olaparib เทียบ 38.8 เดือนในกลุ่มยาหลอก (ต่างกัน 12.9 เดือน) ภาวะซีดระดับรุนแรงพบ 21%
กลุ่มที่ 3: ยาแอนติบอดีจับยา (ADC) เช่น mirvetuximab soravtansine
แอนติบอดีพายาเคมีไปปล่อยที่เซลล์มะเร็งที่มีตัวรับ folate receptor alpha (FRα) สูง ต้องตรวจชิ้นเนื้อก่อน งานวิจัย MIRASOL (453 คน โรคดื้อแพลทินัม) พบอัตราก้อนยุบ 42.3% เทียบ 15.9% และมัธยฐานการรอดชีวิต 16.46 เทียบ 12.75 เดือนเมื่อเทียบกับคีโมที่แพทย์เลือก ให้ยาทางหลอดเลือดทุก 3 สัปดาห์
ผ่าตัดซ้ำได้ไหม
งานวิจัย DESKTOP III (407 คน) พบว่าผู้ป่วยที่คัดเลือกแล้วว่าน่าจะผ่าตัดเอาก้อนออกได้หมด มีมัธยฐานการรอดชีวิต 53.7 เดือนเทียบ 46.0 เดือนเมื่อให้คีโมอย่างเดียว ผู้ที่เอาออกได้หมดอยู่ได้มัธยฐาน 61.9 เดือน แต่ไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะเมื่อโรคกระจายทั่วช่องท้อง
ยามุ่งเป้าในมะเร็งรังไข่ที่กลับเป็นซ้ำ ใช้ชื่อสามัญและกลุ่มยาเท่านั้น (มือถือแสดงเป็นการ์ด)
| กลุ่มยา | วิธีให้ยา | หลักฐานสำคัญ | ผลข้างเคียงที่ต้องเฝ้าระวัง |
|---|---|---|---|
| ยาต้านการสร้างหลอดเลือด (bevacizumab) | ฉีดเข้าหลอดเลือดทุก 2–3 สัปดาห์ ร่วมคีโมแล้วให้ต่อเดี่ยวๆ | OCEANS และ AURELIA: ยืดเวลาที่โรคไม่ลุกลาม ก้อนยุบมากขึ้น | ความดันสูง โปรตีนรั่วในปัสสาวะ เลือดออก แผลหายช้า ลำไส้ทะลุ |
| ยากลุ่ม PARP inhibitors (olaparib, niraparib) | ยาเม็ดกินทุกวัน | SOLO2: ผู้มียีน BRCA ผิดปกติอยู่ได้นานขึ้นราว 12.9 เดือน | ซีด เกล็ดเลือดต่ำ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ต้องตรวจเลือดสม่ำเสมอ |
| ยาแอนติบอดีจับยา (mirvetuximab soravtansine) | ฉีดเข้าหลอดเลือดทุก 3 สัปดาห์ เฉพาะผู้มี FRα สูง | MIRASOL: ก้อนยุบและอยู่ได้นานกว่าคีโมในโรคดื้อแพลทินัม | ตาพร่า ตาแห้ง ปลายประสาทชา ต้องตรวจตาและใช้ยาหยอดตาตามแพทย์ |
3. ยามุ่งเป้าไม่ใช่ยาที่ไม่มีผลข้างเคียง: สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังทุกรอบ
คำตอบสั้น: ยามุ่งเป้ามีผลข้างเคียงคนละแบบกับคีโม ไม่ใช่ไม่มีเลย การให้ยาได้ถึง 30 เข็มอย่างปลอดภัยมาจากการตรวจติดตามทุกรอบ
ความดันโลหิตและโปรตีนในปัสสาวะ
ในงานวิจัย OCEANS พบความดันสูงระดับรุนแรง 17.4% และโปรตีนรั่วในปัสสาวะระดับรุนแรง 8.5% ในกลุ่มที่ได้ bevacizumab ส่วนใหญ่ควบคุมได้ด้วยยาลดความดัน แพทย์จึงตรวจปัสสาวะและวัดความดันก่อนให้ยาทุกรอบ ถ้าค่าสูงมากอาจเลื่อนหรือหยุดยาชั่วคราว
ความเสี่ยงลำไส้ทะลุเมื่อมะเร็งกระจายในช่องท้อง
งานวิจัย AURELIA พบลำไส้ทะลุ 2.2% และไม่รับผู้ที่เคยมีลำไส้อุดตันเข้าร่วมตั้งแต่แรก ผู้ที่มะเร็งเกาะผิวลำไส้หรือเยื่อบุช่องท้องจึงต้องรู้จักอาการลำไส้อุดตันและทะลุ และไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อมีอาการในหัวข้อสัญญาณอันตราย
แผลผ่าตัดและการถอนฟัน
ยาต้านการสร้างหลอดเลือดทำให้แผลหายช้า จึงมักต้องเว้นยาหลายสัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัดใหญ่ตามที่แพทย์กำหนด ควรบอกทันตแพทย์และแพทย์ทุกคนว่ากำลังรับยานี้
ประเมินสัญญาณระหว่างการรักษามะเร็ง
ระหว่างรับยามุ่งเป้าแล้วความดันขึ้น ท้องอืดมากขึ้น ปวดท้อง หรือเหนื่อยง่าย ไม่แน่ใจว่าต้องรีบแค่ไหน?
วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา แบบประเมินช่วยจัดระดับความเร่งด่วนของอาการ ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค และไม่แทนการติดต่อทีมรักษาของคุณ ถ้ามีอาการในหัวข้อสัญญาณอันตราย ให้ไปโรงพยาบาลทันที
4. ใจที่ใหญ่กว่าโรค: หลักฐานจริงเรื่องจิตใจกับมะเร็ง
คำตอบสั้น: การฝึกสติและการดูแลใจลดความทุกข์และเพิ่มคุณภาพชีวิตได้จริง แต่ยังไม่มีงานวิจัยแบบสุ่มที่ยืนยันว่าทำให้ก้อนยุบหรืออยู่ได้นานขึ้น ใจจึงเป็นเพื่อนของยา ไม่ใช่ตัวแทนยา
การฝึกสติช่วยอะไรได้บ้าง
งานวิเคราะห์อภิมาน 29 งานวิจัยแบบสุ่ม ผู้เข้าร่วม 3,274 คน
(Cillessen 2019)
พบว่าโปรแกรมฝึกสติลดความทุกข์ใจได้ (ขนาดผล g = 0.32 หลังจบโปรแกรม และ 0.19 ในการติดตามระยะยาว) และช่วยเรื่องความกังวล ภาวะซึมเศร้า ความกลัวมะเร็งกลับมา ความอ่อนเพลีย การนอน และความปวด (g 0.20–0.51) ผลส่วนใหญ่อยู่ในระดับเล็ก แต่มีความหมายสำหรับคนที่ต้องอยู่กับการรักษาระยะยาว
ความเครียดกับภูมิคุ้มกัน: รู้อะไรแล้ว และยังไม่รู้อะไร
งานวิจัยในผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ 42 คน (Lutgendorf 2005) พบว่าผู้มีแรงสนับสนุนทางสังคมดีมีการทำงานของเซลล์ NK สูงกว่า และผู้ที่ทุกข์ใจมากมีค่าต่ำกว่า แต่เป็นความสัมพันธ์ ไม่ได้พิสูจน์ว่าการทำใจทำให้ก้อนยุบ
งานทบทวนใน Psychological Bulletin (2007) สรุปว่ายังไม่มีงานวิจัยแบบสุ่มที่ออกแบบมาดีชิ้นใดแสดงว่าการบำบัดจิตใจยืดอายุผู้ป่วยมะเร็ง
มองมะเร็งเป็นเซลล์หลงทาง: ใช้เป็นเครื่องมือประคองใจได้
การมองมะเร็งด้วยความเมตตาแทนความเกลียดชังเป็นวิธีรับมือทางใจที่ช่วยลดความกลัวและความโกรธได้ และสอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์ว่ามะเร็งคือเซลล์ของเราเองที่กลไกควบคุมการแบ่งตัวผิดพลาด สิ่งสำคัญคือใช้ควบคู่กับการรักษาตามแพทย์ และไม่โทษตัวเองถ้าวันไหนใจไม่สงบ เพราะผลการรักษาไม่ได้ขึ้นกับความแข็งแรงของใจ
การขยับร่างกาย
แนวทางของ American College of Sports Medicine (2019) แนะนำแอโรบิกระดับปานกลางประมาณ 30 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และฝึกกล้ามเนื้อ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ช่วยลดความกังวล ภาวะซึมเศร้า ความอ่อนเพลีย และเพิ่มคุณภาพชีวิต ปรับตามแรงในวันที่ได้ยา
หลักฐานของวิธีดูแลใจและร่างกาย (มือถือแสดงเป็นการ์ด)
| วิธี | ระดับหลักฐาน | ช่วยอะไร | ยังไม่มีหลักฐาน / ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| ฝึกสติ สมาธิ | วิเคราะห์อภิมาน 29 งานวิจัยแบบสุ่ม | ลดทุกข์ใจ กังวล ซึมเศร้า กลัวโรคกลับ นอนดีขึ้น | ยังไม่พิสูจน์ว่าทำให้ก้อนยุบหรืออยู่นานขึ้น |
| แรงสนับสนุนจากครอบครัวและกลุ่มผู้ป่วย | งานวิจัยเชิงสังเกต | ลดความโดดเดี่ยว สัมพันธ์กับภูมิคุ้มกันที่ดีกว่า | เป็นความสัมพันธ์ ไม่ใช่เหตุและผล |
| ออกกำลังกายสม่ำเสมอ | แนวทางจากงานวิจัยแบบสุ่มจำนวนมาก | ลดอ่อนเพลีย กังวล ซึมเศร้า เพิ่มแรงกาย | งดเมื่อเกล็ดเลือดต่ำมาก ไข้ หรือปวดท้องรุนแรง |
| ปรึกษานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ | งานวิจัยแบบสุ่มด้านคุณภาพชีวิต | รักษาภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลที่ชัดเจน | ไม่ยืดอายุโดยตรง แต่ช่วยให้รับการรักษาต่อเนื่อง |
5. เปรียบเทียบทางเลือกการรักษาและการดูแลในมะเร็งรังไข่ที่กลับเป็นซ้ำ
คำตอบสั้น: ยาตามแพทย์เป็นแกนหลักในการคุมโรค การผ่าตัดซ้ำเหมาะกับผู้ที่คัดเลือกแล้ว ส่วนการดูแลใจและร่างกายช่วยให้ทนการรักษาได้ยาวและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น
เปรียบเทียบตัวเลือก ใช้ชื่อสามัญและกลุ่มยาเท่านั้น (มือถือแสดงเป็นการ์ด)
| ทางเลือก | เหมาะกับใคร | ช่วยอะไร | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|
| คีโมกลุ่มแพลทินัม (carboplatin ร่วมยาอื่น) | กลับเป็นซ้ำหลังเว้นจากแพลทินัมนาน | ทำให้ก้อนยุบ เป็นฐานก่อนให้ยาคุมโรค | เม็ดเลือดต่ำ คลื่นไส้ ชาปลายมือเท้า แพ้ยาเมื่อได้หลายรอบ |
| คีโมที่ไม่ใช่แพลทินัม (paclitaxel รายสัปดาห์, pegylated liposomal doxorubicin) | โรคดื้อแพลทินัม | คุมโรค มักใช้ร่วมยาต้านการสร้างหลอดเลือด | ผลตอบสนองต่ำกว่าเมื่อใช้เดี่ยว ผื่นมือเท้า อ่อนเพลีย |
| ยาต้านการสร้างหลอดเลือด (bevacizumab) | ทั้งโรคไวและดื้อแพลทินัม ไม่มีลำไส้อุดตัน | ยืดเวลาที่โรคไม่ลุกลาม ลดน้ำในช่องท้อง | ความดันสูง โปรตีนรั่ว ลำไส้ทะลุ แผลหายช้า |
| ยากลุ่ม PARP inhibitors (olaparib, niraparib) | ยีน BRCA ผิดปกติหรือ HRD หลังตอบสนองต่อแพลทินัม | คุมโรคระยะยาว เพิ่มการรอดชีวิตในผู้มี BRCA | ซีด เกล็ดเลือดต่ำ ต้องตรวจเลือดสม่ำเสมอ |
| ยาแอนติบอดีจับยา (mirvetuximab soravtansine) | โรคดื้อแพลทินัมที่ตรวจพบ FRα สูง | ก้อนยุบและอยู่ได้นานกว่าคีโมในงานวิจัย | ผลต่อตา ต้องตรวจตาและหยอดตาตามแพทย์ |
| ผ่าตัดซ้ำ (secondary cytoreduction) | ผู้ที่คัดเลือกแล้วว่าน่าจะเอาก้อนออกได้หมด | อยู่ได้นานขึ้นใน DESKTOP III | ไม่เหมาะเมื่อโรคกระจายทั่วช่องท้อง |
| ฝึกสติ ดูแลใจ ออกกำลังกาย | ทุกคน ควบคู่กับยา | ลดทุกข์ใจ อ่อนเพลีย นอนดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น | ใช้เสริม ไม่ใช่แทนยา |
| สมุนไพรหรืออาหารเสริมขนาดสูง | ไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ | ยังไม่มีหลักฐานว่าคุมมะเร็งรังไข่ | บางชนิดตีกับยามะเร็งหรือเพิ่มเลือดออก ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ |
ควรทำ / ห้ามทำ ระหว่างรับยามุ่งเป้าระยะยาว
สรุปข้อปฏิบัติพร้อมเหตุผล (มือถือแสดงเป็นการ์ด)
| เรื่อง | ควรทำ | ห้ามทำ | เหตุผล |
|---|---|---|---|
| ชื่อยา | จดชื่อสามัญของยามุ่งเป้าและรอบที่ได้ | จำแค่ว่าเป็นยามุ่งเป้าเข็มที่เท่าไร | ห้องฉุกเฉินต้องรู้ชื่อยาเพื่อประเมินผลข้างเคียง |
| ความดัน | วัดที่บ้านและจดทุกวัน | รอวัดเฉพาะวันให้ยา | ยาต้านการสร้างหลอดเลือดทำให้ความดันสูงได้ |
| อาการท้อง | ไปโรงพยาบาลทันทีเมื่ออาเจียนซ้ำ ไม่ผายลม ปวดท้องรุนแรง | กินยาระบายหรือยาแก้ปวดเองแล้วรอดู | อาจเป็นลำไส้อุดตันหรือทะลุ |
| ผ่าตัด ถอนฟัน | แจ้งแพทย์มะเร็งล่วงหน้าเพื่อวางแผนเว้นยา | นัดทำหัตถการโดยไม่บอกว่ารับยาอยู่ | แผลหายช้าและเสี่ยงเลือดออก |
| ใจ | ฝึกสติ คุยกับคนที่ไว้ใจ ขอพบนักจิตวิทยาเมื่อทุกข์มาก | โทษตัวเองว่าใจไม่สงบพอโรคจึงไม่ดีขึ้น | ผลการรักษาไม่ได้ขึ้นกับความแข็งแรงของใจ |
| อาหารเสริม | ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกชนิด | เปลี่ยนไปใช้สมุนไพรแทนยา | บางชนิดตีกับยาหรือเพิ่มเลือดออก |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คำถามที่ผู้ป่วยมะเร็งรังไข่และผู้ดูแลถามบ่อยเรื่องการกลับเป็นซ้ำและยามุ่งเป้า
ก้อนมะเร็งรังไข่ยุบ 70% แต่ส่วนอื่นยังคงที่ หมายความว่าอย่างไร?
ตามเกณฑ์ RECIST 1.1 ที่แพทย์ใช้วัดผล ถ้าผลรวมขนาดก้อนที่วัดได้ลดลงตั้งแต่ 30% ขึ้นไปถือว่าตอบสนองบางส่วน การยุบ 70% จึงเป็นการตอบสนองที่ดีมาก ส่วนรอยโรคที่คงที่แปลว่ายาคุมไม่ให้โตได้ ซึ่งก็ถือว่ายาได้ผล แต่ยังไม่เท่ากับโรคหายไปทั้งหมด แพทย์จึงมักให้ยาต่อและตรวจติดตามด้วยภาพเอกซเรย์และค่า CA-125 เป็นระยะ
ยามุ่งเป้าเข็มที่ 30 สำหรับมะเร็งรังไข่น่าจะเป็นยาอะไร?
ยามุ่งเป้าที่ฉีดเข้าหลอดเลือดเป็นรอบในมะเร็งรังไข่ที่พบบ่อยคือยาต้านการสร้างหลอดเลือด bevacizumab ซึ่งมักให้ทุก 3 สัปดาห์ และยาแอนติบอดีจับยา (ADC) เช่น mirvetuximab soravtansine สำหรับผู้ที่ตรวจพบตัวรับ folate receptor alpha สูง ส่วนยากลุ่ม PARP inhibitors อย่าง olaparib และ niraparib เป็นยาเม็ดกินทุกวัน ไม่ได้เป็นเข็ม วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือถามชื่อสามัญของยาจากแพทย์หรือเภสัชกร
ยามุ่งเป้าไม่มีผลข้างเคียงจริงไหม?
ไม่จริง ยามุ่งเป้าแค่มีผลข้างเคียงคนละแบบกับคีโม ยาต้านการสร้างหลอดเลือดทำให้ความดันสูง มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ แผลหายช้า เลือดออก และลำไส้ทะลุได้ ในงานวิจัย AURELIA พบลำไส้ทะลุ 2.2% ยากลุ่ม PARP inhibitors ทำให้ซีด เกล็ดเลือดต่ำ คลื่นไส้ และอ่อนเพลีย ส่วนยาแอนติบอดีจับยามีผลต่อตา เช่น ตาพร่า และเส้นประสาทชาปลายมือปลายเท้า จึงต้องตรวจเลือด วัดความดัน และตรวจปัสสาวะก่อนให้ยาแต่ละรอบ
มะเร็งรังไข่กลับมาเป็นซ้ำหลังหายไป 20 ปี เกิดขึ้นได้อย่างไร?
พบไม่บ่อยแต่เกิดได้ เซลล์มะเร็งจำนวนน้อยบางส่วนอาจอยู่ในภาวะสงบนานหลายปีโดยตรวจไม่เจอ แล้วกลับมาแบ่งตัวใหม่ การกลับเป็นซ้ำหลังเว้นนานมักตอบสนองต่อยากลุ่มแพลทินัมได้ดีกว่าการกลับเป็นซ้ำเร็ว แพทย์จะดูระยะเวลาที่ปลอดจากยาแพลทินัม ผลชิ้นเนื้อ และการตรวจยีน เช่น BRCA เพื่อเลือกยาที่เหมาะกับแต่ละคน
การทำใจให้สงบ ฝึกสติ หรือให้อภัย ช่วยให้ก้อนมะเร็งยุบได้ไหม?
หลักฐานปัจจุบันยังไม่ยืนยันว่าใจที่สงบทำให้ก้อนยุบหรืออยู่ได้นานขึ้น งานทบทวนในวารสาร Psychological Bulletin สรุปว่ายังไม่มีงานวิจัยแบบสุ่มที่ออกแบบมาดีชิ้นใดแสดงว่าการบำบัดจิตใจยืดอายุผู้ป่วยมะเร็ง แต่การฝึกสติมีหลักฐานจาก 29 งานวิจัยแบบสุ่มว่าลดความเครียด ความกังวล ภาวะซึมเศร้า ความกลัวมะเร็งกลับมา ความอ่อนเพลีย และปัญหาการนอนได้ แม้ผลจะไม่มาก ใจจึงช่วยให้รับการรักษาได้ต่อเนื่องและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ควบคู่กับยา ไม่ใช่แทนยา
ระหว่างรับยาต้านการสร้างหลอดเลือด อาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที?
ไปโรงพยาบาลทันทีถ้าปวดท้องรุนแรงเฉียบพลันหรือท้องแข็ง อาเจียนซ้ำและไม่ผายลมไม่ถ่าย ท้องอืดโตเร็ว มีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะรุนแรงร่วมกับตามัวหรือสับสน อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด เหนื่อยหอบมากขึ้นเร็ว ขาบวมข้างเดียว หรือเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน ผู้ที่มะเร็งกระจายในช่องท้องเสี่ยงลำไส้อุดตันและทะลุมากกว่าคนทั่วไป
มะเร็งรังไข่ระยะ 4 ที่กลับเป็นซ้ำ รักษาให้หายได้ไหม?
เป้าหมายหลักในระยะนี้มักเป็นการควบคุมโรคให้นานที่สุดพร้อมคุณภาพชีวิตที่ดี คล้ายการดูแลโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยหลายคนสลับระหว่างช่วงที่โรคสงบกับช่วงที่ต้องให้ยาได้หลายปี ในงานวิจัย SOLO2 ผู้ที่มียีน BRCA ผิดปกติและได้ olaparib มีค่ามัธยฐานการรอดชีวิต 51.7 เดือน ผู้ป่วยบางรายที่คัดเลือกเหมาะสมอาจได้ผ่าตัดซ้ำ การพยากรณ์รายบุคคลต้องถามแพทย์ผู้รักษา
ระหว่างรักษาระยะยาวควรออกกำลังกายและกินอาหารอย่างไร?
แนวทางการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยมะเร็งแนะนำแอโรบิกระดับปานกลางประมาณ 30 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และฝึกกล้ามเนื้อ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อลดความอ่อนเพลีย ความกังวล และภาวะซึมเศร้า ปรับตามแรงและความเห็นแพทย์ ส่วนอาหารให้เน้นโปรตีนพอ แบ่งมื้อย่อยถ้าท้องอืดจากน้ำในช่องท้อง จำกัดเกลือถ้าความดันสูง และปรึกษาแพทย์ก่อนกินสมุนไพรหรืออาหารเสริมขนาดสูงทุกชนิด
กลไกทางวิทยาศาสตร์ (Scientific mechanism)
สรุปโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์:
ก้อนมะเร็งที่โตเกินราว 1–2 มิลลิเมตรต้องสร้างหลอดเลือดใหม่ผ่านสัญญาณ VEGF ซึ่งยังเพิ่มการรั่วของหลอดเลือดจนเกิดน้ำในช่องท้อง bevacizumab จับ VEGF ทำให้หลอดเลือดผิดปกติลดลง ก้อนขาดเลือดเลี้ยงและน้ำในช่องท้องลดลง แต่ VEGF ก็ช่วยรักษาผนังหลอดเลือดปกติ ไต และการซ่อมแผล จึงเกิดความดันสูง โปรตีนรั่ว และลำไส้ทะลุได้
ยากลุ่ม PARP inhibitors ยับยั้งเอนไซม์ซ่อมรอยแตกของ DNA สายเดี่ยว เซลล์มะเร็งที่ขาดการซ่อม DNA แบบ homologous recombination จากยีน BRCA ผิดปกติจึงสะสมความเสียหายจนตาย เรียกว่า synthetic lethality
ยาแอนติบอดีจับยาจับตัวรับ folate receptor alpha บนเซลล์มะเร็ง แล้วถูกกลืนเข้าเซลล์ ปล่อยยาเคมีที่ทำลายโครงสร้าง microtubule ภายในเซลล์เป้าหมาย
ด้านจิตใจ ความเครียดเรื้อรังเพิ่มฮอร์โมน catecholamine และ cortisol ซึ่งในห้องทดลองกดการทำงานของเซลล์ NK และกระตุ้น VEGF แต่ในคนยังเป็นข้อมูลเชิงสัมพันธ์ ยังไม่พิสูจน์ว่าการลดความเครียดเปลี่ยนผลการรักษามะเร็ง
แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ (E-E-A-T)
- Aghajanian C, et al. OCEANS: a randomized, double-blind, placebo-controlled phase III trial of chemotherapy with or without bevacizumab in platinum-sensitive recurrent ovarian cancer. J Clin Oncol 2012.
- Pujade-Lauraine E, et al. Bevacizumab combined with chemotherapy for platinum-resistant recurrent ovarian cancer: the AURELIA open-label randomized phase III trial. J Clin Oncol 2014.
- Poveda A, et al. Olaparib tablets as maintenance therapy in patients with platinum-sensitive relapsed ovarian cancer and a BRCA1/2 mutation (SOLO2): final overall survival. Lancet Oncol 2021.
- Moore KN, et al. Mirvetuximab soravtansine in FRα-positive, platinum-resistant ovarian cancer (MIRASOL). N Engl J Med 2023.
- Harter P, et al. Randomized trial of cytoreductive surgery for relapsed ovarian cancer (DESKTOP III). N Engl J Med 2021.
- Colombo N, et al. ESMO-ESGO consensus conference recommendations on ovarian cancer: pathology and molecular biology, early and advanced stages, borderline tumours and recurrent disease. Ann Oncol 2019.
- Eisenhauer EA, et al. New response evaluation criteria in solid tumours: revised RECIST guideline (version 1.1). Eur J Cancer 2009.
- Coyne JC, et al. Psychotherapy and survival in cancer: the conflict between hope and evidence. Psychol Bull 2007.
- Lutgendorf SK, et al. Social support, psychological distress, and natural killer cell activity in ovarian cancer. J Clin Oncol 2005.
- Cillessen L, et al. Mindfulness-based interventions for psychological and physical health outcomes in cancer patients and survivors: a systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials. Psychooncology 2019.
- Campbell KL, et al. Exercise guidelines for cancer survivors: consensus statement from international multidisciplinary roundtable. Med Sci Sports Exerc 2019.
เขียนและทบทวนโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์ · ใช้ชื่อสามัญและกลุ่มยาเท่านั้น ไม่ระบุชื่อการค้าของยาหรือผลิตภัณฑ์
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาจากงานวิจัยและแนวทางสากล ไม่ใช่การวินิจฉัย ไม่ใช่คำสั่งการรักษา และไม่แทนการพบแพทย์ ตัวเลขมาจากงานวิจัยระดับประชากร ไม่ใช่การทำนายรายบุคคล การเลือก หยุด หรือปรับยามุ่งเป้าและคีโมต้องเป็นไปตามแพทย์ผู้รักษามะเร็งของคุณ การดูแลใจและการออกกำลังกายใช้เสริมการรักษา ไม่ใช่ทดแทน ถ้ามีอาการในหัวข้อสัญญาณอันตราย ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669