หมวดหมู่: โรคหัวใจ · หัวใจเต้นผิดจังหวะ · ใจสั่น
อยู่ดีๆ หัวใจเต้นเร็ว 160 ครั้ง/นาที มึนหัว ขนลุก แต่ตรวจ ECG ปกติ: แยก SVT กับแพนิกอย่างไร ต้องตรวจอะไรต่อ และวิธีชะลอชีพจรที่ถูกต้อง
AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)
หัวใจเต้นเร็วเกิน 150 ครั้งต่อนาทีขณะนั่งพัก อาจเป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด SVT หรือหัวใจเต้นเร็วจากความเครียดและแพนิก ECG ที่ห้องฉุกเฉินมักปกติเพราะบันทึกหลังอาการหายแล้ว จึงต้องบันทึกคลื่นหัวใจขณะมีอาการ และไม่ควรสรุปว่าเป็นแพนิกจนกว่าจะตรวจจังหวะหัวใจครบ
ผู้ที่ใจเต้นเร็วฉับพลันเป็นพัก ๆ ร่วมกับมึนหัว ขนลุก คลื่นไส้ หรือรู้สึกวูบ แต่ ECG และผลเลือดที่ห้องฉุกเฉินปกติ —
ความต่างระหว่าง SVT กับแพนิก การเลือกเครื่องบันทึกคลื่นหัวใจ การใช้สมาร์ทวอทช์ การเตรียมตัวพบแพทย์ และวิธีชะลอชีพจรที่ถูกต้อง
ถ้ามีอาการร้าวลงแขนร่วมด้วย อ่าน
ใจสั่น ร้าวลงแขน แต่ ECG ปกติ ·
สัญญาณอันตราย ·
ตารางแยก SVT กับแพนิก ·
ตารางเครื่องบันทึกคลื่นหัวใจ ·
ตารางการรักษา ·
คำถามที่พบบ่อย
จากกลุ่มผู้มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ: ใจเต้น 162 ครั้ง/นาที ตรวจคลื่นหัวใจ ไทรอยด์ ผลเลือดปกติหมด แพทย์บอกอาจเป็นแพนิก จริงไหม?
คำตอบตรง: อาจเป็นแพนิกได้ แต่ยังสรุปไม่ได้จาก ECG ที่ปกติเพียงครั้งเดียว
สิ่งที่ช่วยตอบคำถามนี้ได้จริงคือคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่บันทึก ขณะกำลังมีอาการ และนั่นคือเป้าหมายของนัดพบแพทย์ครั้งถัดไป
สมาชิกกลุ่มท่านหนึ่งเล่าว่านาฬิกาจับชีพจรได้ 162 ครั้งต่อนาทีที่สนามบิน ตรวจคลื่นหัวใจที่คลินิกปกติ คืนเดียวกันใจสั่นวูบและเจ็บหน้าอกซ้ายเล็กน้อยจนไปห้องฉุกเฉิน
ผลคลื่นหัวใจ ไทรอยด์ และผลเลือดปกติหมด แพทย์แจ้งว่าอาจเป็นแพนิกช่วงที่แฟนไปต่างประเทศ หลังจากนั้นยังอ่อนเพลีย มึนหัว นั่งรถไฟฟ้าแล้วมวนท้อง
และวันนี้ใจเต้นแรงถึง 125 ขณะกินข้าว ขนลุก มึนหัว แต่ดีขึ้นเมื่อตั้งสติและหายใจช้า ๆ
ความกลัวแบบนี้เข้าใจได้มาก และการที่ตั้งสติจนอาการดีขึ้นเองได้ก็เป็นทักษะที่ดีมาก
สัญญาณอันตราย: โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที
คำตอบตรง: ถ้าใจเต้นเร็วร่วมกับอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ อย่ารอนัด และอย่าขับรถไปเอง
อาการที่ไม่ควรรอ
- เจ็บแน่นหน้าอก โดยเฉพาะนานเกิน 10–15 นาที ร้าวไปแขน กราม หรือมีเหงื่อแตกตัวเย็น
- หน้ามืดจะเป็นลม หรือหมดสติ ขณะใจเต้นเร็ว
- หอบเหนื่อย หายใจไม่ทัน หรือนอนราบไม่ได้
- ใจเต้นเร็วไม่หยุดเกิน 15–20 นาที แม้นั่งพักและหายใจช้าแล้ว
- ใจเต้นเร็วและไม่สม่ำเสมอ สะดุดไปมาไม่เป็นจังหวะ
- ใจสั่นหรือหมดสติขณะออกกำลังกาย
- มีโรคหัวใจเดิม เคยหัวใจวาย หัวใจโต หรือลิ้นหัวใจผิดปกติ
- ญาติสายตรงเสียชีวิตกะทันหันก่อนอายุ 40 ปี — ไม่ฉุกเฉินในตัว แต่ต้องบอกแพทย์เสมอ
1. ทำไมตรวจ ECG ที่ห้องฉุกเฉินแล้วปกติ ทั้งที่เพิ่งใจสั่น
คำตอบตรง: ECG 12 ลีดเป็น ภาพถ่ายช่วงสั้นราว 10 วินาที ถ้าหัวใจกลับมาเต้นจังหวะปกติแล้วตอนติดสาย ผลก็ปกติ ซึ่ง ไม่ได้แปลว่าคิดไปเอง และไม่ได้ตัดหัวใจเต้นผิดจังหวะที่มาเป็นพัก ๆ ออก
งานวิจัยที่ควรรู้ก่อนยอมรับคำว่า “แพนิก”
การศึกษาผู้ป่วย SVT 107 ราย (Lessmeier 1997)
พบว่า 67% มีอาการเข้าเกณฑ์โรคแพนิก 55% ไม่ได้รับการวินิจฉัย SVT หลังการตรวจครั้งแรก และใช้เวลาค่ากลาง 3.3 ปีกว่าจะพบ
ก่อนพบ SVT แพทย์ที่ไม่ใช่จิตแพทย์บอกว่าอาการเกิดจากแพนิก วิตกกังวล หรือเครียด 54% โดยผู้หญิงถูกบอกเช่นนี้บ่อยกว่าผู้ชาย (65% เทียบกับ 32%)
หลังรักษาตามผลตรวจไฟฟ้าหัวใจ อาการหาย 86% และเหลือเพียง 4% ที่ยังเข้าเกณฑ์แพนิกโดยไม่มี SVT กลับมา
ECG ตอนปกติยังมีเบาะแสได้
แม้ตอนหายแล้ว แพทย์บางครั้งเห็นคลื่นที่บ่งว่ามีทางเดินไฟฟ้าเสริม (pre-excitation เช่น WPW) ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของ SVT
ในงานวิจัยเดียวกัน ผู้ป่วยที่มีคลื่นนี้ 41% ยังถูกมองข้าม จึงควร ขอสำเนา ECG ทุกครั้ง ทั้งจากคลินิกสนามบินและห้องฉุกเฉิน แล้วนำไปให้แพทย์โรคหัวใจดู
ชีพจร 162 ที่สนามบิน แปลว่าอะไรได้บ้าง
ตัวเลขจากนาฬิกาบอกแค่ว่า “เร็ว” การเดินเร็ว ลากกระเป๋า ขึ้นบันได ดื่มกาแฟ นอนน้อย ขาดน้ำ หรือตื่นเต้นก่อนบิน ทำให้หัวใจเต้นเร็วจากจังหวะปกติได้
ส่วน SVT มักเริ่มทันทีแม้นั่งเฉย ๆ ข้อมูลที่ช่วยแพทย์มากคือ ตอนนั้นทำอะไรอยู่ อาการเริ่มและหยุดแบบไหน และมีคลื่นไฟฟ้าหัวใจจากนาฬิกาหรือไม่
2. SVT กับแพนิกต่างกันอย่างไร (และทำไมเกิดพร้อมกันได้)
คำตอบตรง: รูปแบบการเริ่มและหยุด เป็นเบาะแสที่ดีกว่าตัวเลขชีพจร SVT มักเปิดปิดทันทีเหมือนสวิตช์ ส่วนหัวใจเต้นเร็วจากแพนิกมักค่อย ๆ ไต่ขึ้นและค่อย ๆ ลง แต่สองภาวะนี้ทับซ้อนกันมาก และ SVT เองก็ทำให้เกิดความกลัวแบบแพนิกตามมาได้
SVT คืออะไร
SVT แบบเป็นพัก ๆ (PSVT)
คือหัวใจเต้นเร็วจากวงจรไฟฟ้าลัดเหนือหัวใจห้องล่าง มักเต้นสม่ำเสมอราว 150–250 ครั้งต่อนาที พบได้ในคนหนุ่มสาวที่หัวใจปกติ
ส่วนใหญ่ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ทำให้ใจสั่น มึนหัว แน่นหน้าอก และรู้สึกจะเป็นลมได้
แนวทาง ACC/AHA/HRS 2015 และ
แนวทาง ESC 2019
ให้การจี้ไฟฟ้าหัวใจ (catheter ablation) เป็นทางเลือกหลักสำหรับผู้ที่มีอาการซ้ำ เพราะมีโอกาสหายขาดสูง
หัวใจเต้นเร็วจากแพนิก
ระหว่างแพนิก สมองส่วนที่รับรู้ภัยกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติกและอะดรีนาลีน หัวใจเต้นเร็วขึ้นแต่ยังเป็น จังหวะปกติ
ร่วมกับหายใจถี่ ขนลุก มือเท้าชา มวนท้อง มึนหัว และกลัวว่าจะเป็นอะไรร้ายแรง ความเครียดช่วงคนรักอยู่ไกลเป็นตัวกระตุ้นที่พบได้จริง
แต่การหายใจถี่และความกังวลก็เกิดได้ หลัง จากที่หัวใจเต้นผิดจังหวะก่อน จึงยังต้องตรวจจังหวะหัวใจให้ครบ
แนวโน้มที่ช่วยแยก ไม่ใช่กฎตายตัว — ยืนยันได้ด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะมีอาการเท่านั้น (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)
| ลักษณะ | ชี้ไปทาง SVT | ชี้ไปทางแพนิก / จังหวะปกติ |
|---|---|---|
| การเริ่มต้น | ทันทีในวินาทีเดียว แม้นั่งเฉย ๆ หรือก้มตัว | ค่อย ๆ เร็วขึ้นในหลายนาที มักมีความคิดหรือความกลัวนำ |
| การหยุด | หยุดทันทีเหมือนปิดสวิตช์ บางครั้งหยุดเมื่อเบ่งหรือกลั้นหายใจ | ค่อย ๆ ช้าลงเมื่อสงบหรือหายใจช้า |
| ชีพจร | สม่ำเสมอมาก คงที่ เช่น 180 ตลอด มักราว 150–250 | ขึ้นลงตามอารมณ์และการหายใจ ตัวเลขทับซ้อนกับ SVT ได้ |
| อาการร่วม | ตุบแรงที่คอ แน่นหน้าอก วูบ ปัสสาวะมากหลังหาย | หายใจถี่ มือชา ขนลุก มวนท้อง กลัวตาย |
| ตรวจยืนยัน | คลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะมีอาการ หรือการตรวจไฟฟ้าหัวใจ | คลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะมีอาการเป็นจังหวะปกติ ร่วมกับประเมินด้านจิตใจ |
ไม่แน่ใจว่าอาการใจสั่นของคุณรอนัดได้ หรือควรไปห้องฉุกเฉิน?
วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา — แบบประเมินสัญญาณหัวใจช่วยดูว่าอาการใจสั่น เจ็บหน้าอก หรือหน้ามืดของคุณเข้ารูปแบบที่ควรตรวจไหม และเร่งด่วนแค่ไหน ใช้คู่กับหัวข้อสัญญาณอันตรายด้านบน และไม่ใช่การวินิจฉัยโรค
3. จับคลื่นหัวใจขณะมีอาการ: Holter เครื่องบันทึกเหตุการณ์ หรือสมาร์ทวอทช์
คำตอบตรง: เลือกเครื่องตามความถี่ของอาการ Holter 24–48 ชั่วโมงเหมาะเมื่อมีอาการเกือบทุกวัน ถ้าอาการมาเป็นสัปดาห์ เครื่องที่ติดได้นานกว่าจับได้ดีกว่าชัดเจน และคลื่นไฟฟ้าหัวใจลีดเดียวจากสมาร์ทวอทช์ขณะมีอาการก็ช่วยแพทย์ได้มาก
การทดลองแบบสุ่มในผู้ที่ใจสั่นเป็นพัก ๆ (Kinlay 1996)
พบว่าเครื่องบันทึกเหตุการณ์ได้คลื่นหัวใจขณะมีอาการ 67% เทียบกับ Holter 48 ชั่วโมง 35% และพบ SVT 6 รายที่ Holter พลาด
แนวทางของสมาคมจังหวะหัวใจยุโรป (EHRA)
จึงแนะนำให้เลือกเครื่องตามความถี่ของอาการ
ใช้สมาร์ทวอทช์ให้เป็นประโยชน์ต่อแพทย์
ตัวเลขชีพจรจากเซนเซอร์แสงบอกไม่ได้ว่าเป็นจังหวะอะไร แต่ฟังก์ชันคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบลีดเดียวช่วยได้
การศึกษาแบบปกปิดผล (Wegner 2021)
พบว่าแพทย์ไฟฟ้าหัวใจแยก SVT ออกจากหัวใจเต้นเร็วจังหวะปกติจากคลื่นลีดเดียวได้ด้วยความไว 89% และความจำเพาะ 91%
- ใจเต้นเร็วเมื่อไร นั่งนิ่ง วางนิ้วบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 30 วินาทีทันที
- บันทึกอีกครั้งตอนหายแล้ว เพื่อให้แพทย์เทียบกัน
- ส่งออกไฟล์หรือแคปหน้าจอกราฟชีพจรพร้อมวันเวลา
- อย่าใช้ผลอ่านอัตโนมัติของนาฬิกาแทนการแปลผลของแพทย์
เปรียบเทียบเครื่องมือจับคลื่นหัวใจสำหรับใจสั่นเป็นพัก ๆ (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)
| เครื่องมือ | ทำงานอย่างไร | ข้อจำกัด | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| ECG 12 ลีด | บันทึกราว 10 วินาทีที่โรงพยาบาล | ปกติถ้าอาการหายแล้ว | ทุกคน และทำทันทีขณะมีอาการ |
| Holter | บันทึกต่อเนื่อง 24–48 ชั่วโมง | พลาดง่ายถ้าอาการไม่ทุกวัน | อาการเกือบทุกวัน |
| แผ่นแปะบันทึก | แปะหน้าอก 7–14 วัน | ระคายผิวได้ ราคาและสิทธิ์ต่างกัน | อาการทุกสัปดาห์ |
| เครื่องบันทึกเหตุการณ์ | กดบันทึกเมื่อมีอาการ ราว 30 วัน | ต้องกดทันขณะมีอาการ | อาการทุกเดือน |
| เครื่องฝังใต้ผิวหนัง | ฝังใต้ผิวหนังหน้าอก บันทึกได้หลายปี | เป็นหัตถการเล็ก ราคาสูง | อาการนานครั้ง หรือหมดสติไม่ทราบสาเหตุ |
| สมาร์ทวอทช์ลีดเดียว | วางนิ้วบันทึก 30 วินาทีเมื่อมีอาการ | ลีดเดียว แปลผลได้จำกัด ต้องให้แพทย์อ่าน | ผู้ที่มีอาการนานพอจะบันทึกทัน |
4. เตรียมตัวพบแพทย์โรคหัวใจ: นำอะไรไป และถามอะไร
คำตอบตรง: นัดครั้งถัดไปจะได้ประโยชน์มากที่สุดถ้านำ หลักฐานจังหวะหัวใจ ลำดับเหตุการณ์ และรายการสิ่งกระตุ้น ไปให้แพทย์ครบ
สิ่งที่ควรนำไป
- สำเนา ECG และผลเลือดจากคลินิกสนามบินและห้องฉุกเฉิน
- กราฟชีพจรและคลื่นไฟฟ้าหัวใจจากนาฬิกาพร้อมวันเวลา
- บันทึกแต่ละครั้ง: เวลา กำลังทำอะไร เริ่มและหยุดทันทีหรือค่อย ๆ นานกี่นาที อะไรช่วยให้หาย
- กาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง แอลกอฮอล์ การนอน ยาแก้คัดจมูก ยาลดน้ำหนัก และอาหารเสริมที่ใช้
คำถามที่ควรถามแพทย์
- จากความถี่อาการของฉัน ควรใช้ Holter แผ่นแปะ หรือเครื่องบันทึกเหตุการณ์
- ECG ตอนปกติของฉันมีคลื่นที่บ่งว่ามีทางเดินไฟฟ้าเสริมหรือไม่
- ต้องตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจหรือไม่
- ถ้าเป็น SVT ฉันควรทำ Valsalva แบบดัดแปลงอย่างไร และเมื่อไรต้องมาโรงพยาบาล
- ถ้าตรวจแล้วเป็นจังหวะปกติ ควรพบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อดูแลแพนิกอย่างไร
5. วิธีชะลอชีพจรด้วยตัวเองที่ถูกต้อง (และสิ่งที่ห้ามทำ)
คำตอบตรง: Valsalva แบบดัดแปลง คือวิธีที่มีหลักฐานดีที่สุดสำหรับหยุด SVT ส่วน การหายใจช้า ช่วยลดแพนิกและหัวใจเต้นเร็วจากจังหวะปกติ แต่มักไม่หยุด SVT
Valsalva แบบดัดแปลง (เมื่อแพทย์ยืนยันว่าเป็น SVT แล้ว)
- นั่งเอนหลังราว 45 องศา
- เบ่งลมเป่าเข็มฉีดยาขนาด 10 มิลลิลิตรให้ก้านเลื่อน หรือเบ่งเหมือนเบ่งถ่าย นาน 15 วินาที
- นอนราบทันที ให้คนช่วยยกขาสูงราว 45 องศานาน 15 วินาที
- กลับมานั่ง ถ้ายังไม่หยุดลองซ้ำได้อีกครั้ง ถ้ายังไม่หยุดให้ไปโรงพยาบาล
การทดลอง REVERT ในผู้ป่วย 428 ราย (Appelboam 2015)
พบว่าวิธีนี้ทำให้หัวใจกลับเป็นจังหวะปกติ 43% เทียบกับ Valsalva แบบเดิม 17%
ขณะที่ การทบทวนของ Cochrane (Smith 2015)
พบว่า Valsalva แบบเดิมได้ผลราว 19.4–54.3% ขึ้นกับสถานการณ์ แนวทาง ESC 2019 ยังกล่าวถึงการจุ่มหน้าในน้ำเย็นจัดเป็นอีกวิธีหนึ่ง
การหายใจช้าเมื่อเริ่มกังวล
หายใจเข้าทางจมูกช้า ๆ ราว 4 วินาที แล้วผ่อนออกทางปากยาวกว่าราว 6 วินาที ทำต่อเนื่อง 3–5 นาที การผ่อนลมหายใจออกยาวช่วยลดการหายใจถี่และกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก
ช่วยหัวใจเต้นเร็วจากจังหวะปกติและแพนิกได้ดี แต่ถ้าชีพจรยังสูงคงที่และไม่ลดลงเลย อาจเป็น SVT ซึ่งต้องใช้วิธีอื่น
สิ่งที่ห้ามทำเอง
- นวดหรือกดเส้นเลือดที่คอด้วยตัวเอง
- กดลูกตา — เสี่ยงทำลายจอตา
- ทำ Valsalva ขณะเจ็บหน้าอก หน้ามืดจะเป็นลม หรือหอบเหนื่อย — ให้โทร 1669
- กินยาลดใจสั่นของคนอื่น หรือยาคลายกังวลที่ไม่ได้สั่งให้ตัวเอง
6. ตารางเปรียบเทียบการรักษา: SVT กับแพนิก
คำตอบตรง: การรักษาขึ้นกับว่าคลื่นหัวใจขณะมีอาการเป็นอะไร SVT รักษาได้ด้วยวิธีกระตุ้นประสาทเวกัส ยา หรือจี้ไฟฟ้า ส่วนแพนิกรักษาได้ผลดีด้วยการบำบัดความคิดและพฤติกรรม ยา และการปรับพฤติกรรม
เปรียบเทียบทางเลือกการรักษาตามสาเหตุ ใช้ชื่อสามัญทางยาเท่านั้น (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)
| ทางเลือก | ใช้กับ | ผลจากงานวิจัย | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|
| Valsalva แบบดัดแปลง | หยุด SVT ระหว่างมีอาการ | กลับเป็นจังหวะปกติ 43% เทียบกับ 17% | ให้แพทย์สอนก่อน ห้ามทำถ้าเจ็บหน้าอกหรือจะเป็นลม |
| ยาฉีดในโรงพยาบาล (adenosine) | SVT ที่ไม่หยุดด้วยวิธีกระตุ้นประสาทเวกัส | แนวทาง ACC/AHA/HRS และ ESC ใช้เป็นยาขั้นถัดไป | ให้ภายใต้การติดตามคลื่นหัวใจเท่านั้น |
| ยากันกลับเป็นซ้ำ (beta-blocker, verapamil, diltiazem) | SVT ที่เป็นบ่อยและยังไม่จี้ไฟฟ้า | ลดความถี่อาการได้ แต่ไม่หายขาด | แพทย์เลือกตามคลื่นหัวใจ ไม่ใช้กับ pre-excitation บางแบบ |
| จี้ไฟฟ้าหัวใจ (catheter ablation) | SVT ที่มีอาการซ้ำ | อาการหาย 86% ในงานของ Lessmeier | ทางเลือกหลักตามแนวทาง โอกาสหายขาดสูง |
| บำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT) | แพนิกที่ยืนยันว่าจังหวะหัวใจปกติ | การรักษาหลักของโรคแพนิก | ใช้ร่วมกับการหายใจช้าและการฝึกเผชิญความกลัว |
| ยากลุ่ม SSRI | โรคแพนิกที่เป็นบ่อยหรือรบกวนชีวิต | ยาหลักระยะยาวของโรคแพนิก | ต้องให้แพทย์สั่งและติดตาม ใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะได้ผล |
| ปรับพฤติกรรม | ทั้ง SVT และแพนิก | ลดตัวกระตุ้นที่พบบ่อย | ลดกาแฟและเครื่องดื่มชูกำลัง นอนพอ ดื่มน้ำพอ กินข้าวตรงเวลา |
ถ้ากาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลังเป็นตัวกระตุ้น ดูวิธีลดแบบไม่ให้ปวดหัวใน
คาเฟอีนกับโรคแพนิก: ลดอย่างไรให้ปลอดภัย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คำถามที่ผู้ที่ใจเต้นเร็วฉับพลันแต่ ECG ปกติถามบ่อยที่สุด
อยู่ดีๆ หัวใจเต้นเร็ว 160 ครั้งต่อนาทีขณะนั่งพัก ร่วมกับมึนหัว ขนลุก เกิดจากอะไรได้บ้าง?
สาเหตุหลักมีสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ โดยเฉพาะ SVT ซึ่งวงจรไฟฟ้าลัดในหัวใจทำให้เต้นเร็วสม่ำเสมอราว 150 ถึง 250 ครั้งต่อนาที เริ่มและหยุดทันทีเหมือนเปิดปิดสวิตช์ กลุ่มที่สองคือหัวใจเต้นเร็วจากจังหวะปกติ (sinus tachycardia) ที่ถูกกระตุ้นด้วยความเครียด แพนิก กาแฟ ขาดน้ำ ไข้ โลหิตจาง ไทรอยด์เกิน หรือการเดินลากกระเป๋า ซึ่งมักค่อย ๆ เร็วขึ้นและค่อย ๆ ช้าลง ตัวเลขชีพจรอย่างเดียวแยกไม่ได้ ต้องเห็นคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะมีอาการ
จะแยกได้อย่างไรว่าใจสั่นเกิดจาก SVT หรือแพนิก?
เบาะแสที่ชี้ไปทาง SVT คือเริ่มทันทีในวินาทีเดียว หยุดทันที ชีพจรสม่ำเสมอมากและคงที่ เช่น 180 ตลอด อาจหยุดได้เมื่อเบ่งหรือกลั้นหายใจ รู้สึกตุบแรงที่คอ หรือปัสสาวะมากหลังอาการหาย เบาะแสที่ชี้ไปทางแพนิกคือมีความกลัวหรือความคิดนำก่อน ชีพจรค่อย ๆ ไต่ขึ้นและค่อย ๆ ลง ร่วมกับหายใจถี่ มือชา หรือรู้สึกจะเป็นลม แต่ทั้งสองอย่างทับซ้อนกันมาก งานวิจัยของ Lessmeier พบว่าผู้ป่วย SVT ถึง 67 เปอร์เซ็นต์มีอาการเข้าเกณฑ์โรคแพนิก และ SVT อาจทำให้เกิดแพนิกตามมาได้ การยืนยันจึงต้องใช้คลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะมีอาการ
ทำไมตรวจ ECG ที่ห้องฉุกเฉินแล้วปกติ ทั้งที่เพิ่งใจสั่น?
ECG 12 ลีดบันทึกแค่ราว 10 วินาที ถ้าตอนติดสายหัวใจกลับมาเต้นจังหวะปกติแล้ว ผลก็ออกมาปกติ ซึ่งไม่ได้แปลว่าอาการไม่จริงหรือคิดไปเอง ECG ปกติช่วยตัดโรคบางอย่างที่เห็นได้ตอนพัก แต่จับหัวใจเต้นผิดจังหวะที่มาเป็นพัก ๆ ไม่ได้ ในงานวิจัยของ Lessmeier ผู้ป่วย SVT 55 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้รับการวินิจฉัยหลังการตรวจครั้งแรก และใช้เวลาเฉลี่ยกลาง 3.3 ปีกว่าจะพบ แพทย์บางครั้งยังมองเห็นเบาะแสบน ECG ตอนปกติได้ เช่น คลื่นที่บ่งว่ามีทางเดินไฟฟ้าเสริม จึงควรเก็บสำเนา ECG ทุกครั้ง
Holter 24 ชั่วโมงคืออะไร และพอสำหรับคนที่ใจสั่นเป็นพัก ๆ ไหม?
Holter คือเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจต่อเนื่องที่ติดตัวไว้ 24 ถึง 48 ชั่วโมง เหมาะเมื่อมีอาการเกือบทุกวัน ถ้าอาการมาสัปดาห์ละครั้งหรือนานกว่านั้น Holter มักพลาด งานวิจัยของ Kinlay พบว่าเครื่องบันทึกเหตุการณ์ได้คลื่นหัวใจขณะมีอาการ 67 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ Holter 48 ชั่วโมงเพียง 35 เปอร์เซ็นต์ และงานของ Lessmeier พบ SVT จาก Holter เพียง 9 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับเครื่องบันทึกเหตุการณ์ 47 เปอร์เซ็นต์ จึงควรให้แพทย์เลือกเครื่องตามความถี่ของอาการ เช่น แผ่นแปะ 7 ถึง 14 วัน เครื่องบันทึกเหตุการณ์ราว 30 วัน หรือเครื่องฝังใต้ผิวหนังเมื่ออาการนานครั้ง
สมาร์ทวอทช์ช่วยวินิจฉัย SVT ได้ไหม?
ช่วยได้มากถ้าบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบลีดเดียวขณะมีอาการ ตัวเลขชีพจรจากเซนเซอร์แสงบอกได้แค่ว่าเร็ว แต่บอกไม่ได้ว่าเป็นจังหวะปกติหรือผิดจังหวะ งานวิจัยของ Wegner พบว่าแพทย์ไฟฟ้าหัวใจแยก SVT ออกจากหัวใจเต้นเร็วจังหวะปกติจากคลื่นไฟฟ้าหัวใจลีดเดียวได้ด้วยความไว 89 เปอร์เซ็นต์และความจำเพาะ 91 เปอร์เซ็นต์ ให้นั่งนิ่ง บันทึก 30 วินาทีทันทีที่ใจเต้นเร็ว และบันทึกอีกครั้งตอนหายเพื่อเปรียบเทียบ แล้วส่งไฟล์ให้แพทย์ดู ไม่ควรใช้ผลอ่านอัตโนมัติของนาฬิกาแทนการแปลผลของแพทย์
วิธีชะลอชีพจรด้วยตัวเอง (vagal maneuver) ทำอย่างไรให้ปลอดภัย?
วิธีที่มีหลักฐานดีที่สุดคือ Valsalva แบบดัดแปลง ใช้เมื่อแพทย์ยืนยันแล้วว่าเป็น SVT และสอนวิธีให้ ทำโดยนั่งเอนหลัง เบ่งลมเป่าเข็มฉีดยาขนาด 10 มิลลิลิตรให้ก้านเลื่อน หรือเบ่งเหมือนเบ่งถ่ายนาน 15 วินาที แล้วนอนราบทันทีโดยให้คนช่วยยกขาสูงราว 15 วินาที การทดลอง REVERT พบว่าได้ผล 43 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ Valsalva แบบเดิม 17 เปอร์เซ็นต์ ห้ามทำถ้าเจ็บหน้าอก หน้ามืดจะเป็นลม หรือหอบเหนื่อย ห้ามนวดคอหรือกดลูกตาเอง ส่วนการหายใจช้าช่วยลดความตื่นตระหนกและหัวใจเต้นเร็วจากจังหวะปกติ แต่มักไม่หยุด SVT
แพทย์บอกว่าน่าจะเป็นแพนิก แต่ยังกังวลว่าเป็นโรคหัวใจ ควรทำอย่างไร?
ความกังวลนี้มีเหตุผล งานวิจัยของ Lessmeier พบว่าก่อนพบ SVT แพทย์ที่ไม่ใช่จิตแพทย์เคยบอกว่าอาการเกิดจากแพนิก วิตกกังวล หรือเครียด 54 เปอร์เซ็นต์ และผู้หญิงถูกบอกเช่นนี้บ่อยกว่าผู้ชาย 65 เทียบกับ 32 เปอร์เซ็นต์ จึงควรขอให้แพทย์บันทึกคลื่นหัวใจขณะมีอาการด้วยเครื่องที่เหมาะกับความถี่อาการก่อนสรุป ในขณะเดียวกันแพนิกก็เป็นภาวะจริงที่รักษาได้ผลดีด้วยการบำบัดความคิดและพฤติกรรม และอาจมีทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ การดูแลใจจึงไม่ได้แปลว่าต้องหยุดหาสาเหตุทางหัวใจ
อาการแบบไหนต้องไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 ทันที?
โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันทีถ้าใจเต้นเร็วร่วมกับเจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หน้ามืดจะเป็นลมหรือหมดสติ เหงื่อแตกตัวเย็น ใจเต้นเร็วไม่หยุดเกิน 15 ถึง 20 นาทีแม้นั่งพัก ใจเต้นเร็วและไม่สม่ำเสมอ ใจสั่นหรือหมดสติขณะออกกำลังกาย หรือมีโรคหัวใจเดิม และควรแจ้งแพทย์เร็วถ้ามีญาติสายตรงเสียชีวิตกะทันหันก่อนอายุ 40 ปี ไม่ควรขับรถไปเองขณะมีอาการ
กลไกทางวิทยาศาสตร์แบบย่อ (Scientific mechanism)
สรุปโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์:
SVT ที่พบบ่อยที่สุดเกิดจากวงจรไฟฟ้าวนซ้ำ (reentry) ภายในหรือรอบโหนดเอวี เมื่อจังหวะก่อนกำหนดหนึ่งครั้งเข้าไปในวงจรในจังหวะที่พอดี ไฟฟ้าจะวิ่งวนไม่หยุดและสั่งหัวใจให้เต้นเร็วคงที่ทันที
การเบ่ง Valsalva เพิ่มความดันในช่องอก แล้วเมื่อปล่อยและยกขา เลือดไหลกลับหัวใจมาก ความดันพุ่งชั่วครู่ กระตุ้นตัวรับแรงดันและประสาทเวกัส ทำให้โหนดเอวีนำไฟฟ้าช้าลงชั่วขณะจนวงจรขาด จังหวะจึงหยุดทันที
ส่วนแพนิกเริ่มจากสมองส่วนอะมิกดาลาตีความสัญญาณในร่างกายว่าเป็นภัย กระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติกและอะดรีนาลีน โหนดไซนัสจึงเร่งจังหวะขึ้นทีละน้อย
การหายใจถี่ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดต่ำ หลอดเลือดสมองหดตัว เกิดมึนหัว มือชา และขนลุก ซึ่งยิ่งทำให้กลัวและวนเป็นวงจร
ทั้งสองกลไกเชื่อมกันได้ เพราะความรู้สึกใจเต้นเร็วจาก SVT เองก็เป็นตัวจุดความกลัวแบบแพนิก
แหล่งอ้างอิงเชิงวิชาการ (E-E-A-T)
- Lessmeier TJ, et al. Unrecognized paroxysmal supraventricular tachycardia: potential for misdiagnosis as panic disorder. Arch Intern Med 1997.
- Page RL, et al. 2015 ACC/AHA/HRS Guideline for the Management of Adult Patients With Supraventricular Tachycardia. J Am Coll Cardiol 2016.
- Brugada J, et al. 2019 ESC Guidelines for the management of patients with supraventricular tachycardia. Eur Heart J 2020.
- Raviele A, et al. Management of patients with palpitations: a position paper from the European Heart Rhythm Association. Europace 2011.
- Kinlay S, et al. Cardiac event recorders yield more diagnoses and are more cost-effective than 48-hour Holter monitoring in patients with palpitations. Ann Intern Med 1996.
- Wegner FK, et al. Prospective blinded evaluation of smartphone-based ECG for differentiation of supraventricular tachycardia from inappropriate sinus tachycardia. Clin Res Cardiol 2021.
- Appelboam A, et al. Postural modification to the standard Valsalva manoeuvre for emergency treatment of supraventricular tachycardias (REVERT). Lancet 2015.
- Smith GD, et al. Effectiveness of the Valsalva Manoeuvre for reversion of supraventricular tachycardia. Cochrane Database Syst Rev 2015.
- MedlinePlus (NIH). Paroxysmal supraventricular tachycardia (PSVT).
เรียบเรียงและตรวจทานโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์ · ใช้ชื่อสามัญทางยาเท่านั้น ไม่อ้างชื่อทางการค้า
ข้อควรทราบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปจากงานวิจัย ไม่ใช่การวินิจฉัย ไม่ใช่ใบสั่งยา และไม่แทนคำแนะนำของแพทย์โรคหัวใจที่ดูแลท่าน วิธีชะลอชีพจรควรทำหลังแพทย์ยืนยันชนิดของจังหวะหัวใจและสอนวิธีแล้วเท่านั้น อย่าเริ่มหรือหยุดยาเอง ถ้ามีอาการในหัวข้อสัญญาณอันตราย ให้โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที