หมวดหมู่: โรคหัวใจ · ความดันโลหิตสูง · หัวใจเต้นเร็ว
ตั้งใจมาหาหมอกระดูก แต่พยาบาลส่งไปอายุรกรรมก่อน: ความดัน 169/103 ชีพจร 125 หมายความว่าอะไร อันตรายแค่ไหน ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เกี่ยวอย่างไร และแพทย์จะตรวจอะไร
AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)
ความดัน 169/103 คือความดันสูงระดับ 2 แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์วิกฤตราว 180/120 สิ่งที่ทำให้ควรพบอายุรแพทย์ก่อนคือชีพจร 125 ขณะนั่งพัก ซึ่งต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหาสาเหตุ เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไทรอยด์เป็นพิษ หรือขาดน้ำ ก่อนรับยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ที่เพิ่มความดันได้
ผู้ที่วัดความดันก่อนพบแพทย์ (เช่น แพทย์กระดูก) แล้วพบความดันสูงร่วมกับชีพจรเร็ว ·
ถ้าเครื่องวัดความดันที่บ้านขึ้นสัญลักษณ์หัวใจเต้นผิดจังหวะ อ่าน เครื่องวัดความดันเตือนหัวใจเต้นผิดจังหวะ ·
สัญญาณอันตราย ·
ตารางระดับความรุนแรง ·
ตารางสาเหตุ ·
ตารางยาแก้ปวดและการรักษา ·
คำถามที่พบบ่อย
จากกลุ่มผู้ป่วยหัวใจเต้นผิดจังหวะ: มาหาหมอกระดูก แต่พยาบาลซักประวัติส่งไปหาหมออายุรกรรม
คำตอบตรงๆ: พยาบาลคัดกรองทำตามขั้นตอนที่เหมาะสม แต่ไม่ได้แปลว่าอยู่ในภาวะวิกฤต
ตัวเลขที่ต้องหาสาเหตุก่อนคือชีพจร 125–127 ครั้ง/นาทีขณะพัก ส่วนความดัน 169/103 สูงจริงและต้องดูแลต่อ แต่ยังต่ำกว่าเกณฑ์ความดันสูงรุนแรง
สมาชิกกลุ่มผู้ป่วยหัวใจเต้นผิดจังหวะท่านหนึ่งแชร์สลิปวัดความดัน 2 ครั้งห่างกัน 3 นาที ได้ 151/103 ชีพจร 127 และ 169/103 ชีพจร 125 ก่อนพบแพทย์กระดูก
บทความนี้อธิบายความหมายของตัวเลข เหตุผลของการคัดกรอง และสิ่งที่ควรเตรียมเมื่อพบอายุรแพทย์ ไม่ใช่การวินิจฉัยแทนแพทย์ที่ตรวจจริง
สัญญาณอันตราย: อาการที่ต้องไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 ทันที
คำตอบตรงๆ: ตัวเลขอย่างเดียวไม่ได้ตัดสินความฉุกเฉิน อาการร่วมสำคัญกว่า ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งด้านล่าง ไม่ควรรอคิวหรือขับรถเอง
อาการที่ไม่ควรรอ
- เจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย นอนราบไม่ได้
- เป็นลม เกือบหมดสติ หรือใจสั่นรุนแรงร่วมกับหน้ามืด
- แขนขาอ่อนแรงซีกเดียว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ตามัวหรือมองเห็นภาพซ้อนเฉียบพลัน
- ปวดศีรษะรุนแรงที่สุดในชีวิต หรือสับสน ซึมลง
- ความดันตั้งแต่ 180/120 ร่วมกับอาการข้างต้น หรือชีพจรเกิน 150 ขณะพัก
1. ความดัน 169/103 และชีพจร 125 หมายความว่าอะไร
คำตอบตรงๆ: ความดันอยู่ในระดับ 2 แต่ไม่ถึงเกณฑ์วิกฤต ส่วนชีพจรเร็วกว่าปกติชัดเจนและต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตัวเลขทั้งคู่ต้องยืนยันด้วยการวัดซ้ำหลังพัก
ความดันสูงระดับ 2 ไม่ใช่ภาวะความดันวิกฤต
แนวทาง ACC/AHA 2017
จัดความดันตั้งแต่ 140/90 เป็นระดับ 2 และใช้ราว 180/120 เป็นเกณฑ์ความดันสูงรุนแรง ซึ่งต้องแยกว่ามีอวัยวะเสียหายเฉียบพลันหรือไม่
แนวทาง ESC 2024
ใช้เกณฑ์ความดันสูงที่ 140/90 เช่นกัน และเน้นยืนยันด้วยการวัดนอกโรงพยาบาลก่อนสรุป
การศึกษาผู้ป่วยนอก 58,535 คน (2016)
ที่ความดันตั้งแต่ 180/110 และไม่มีอาการ พบเหตุการณ์หัวใจหรือหลอดเลือดสมองใน 7 วันต่ำมาก (0–0.5%) และการส่งไปห้องฉุกเฉินไม่ได้ทำให้ผลดีขึ้น
ความดัน 169/103 จึงต้องรักษาจริงจัง แต่ไม่ใช่เหตุให้ตื่นตระหนก
ชีพจร 125 ขณะพักคือสิ่งที่ต้องหาสาเหตุ
ชีพจรปกติขณะพักอยู่ที่ 60–100 ครั้ง/นาที ค่า 125–127 ติดกัน 2 ครั้งจึงต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อแยกว่าเป็นจังหวะปกติที่เร็ว (sinus tachycardia) หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น หัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (atrial fibrillation) หรือ SVT
ในผู้ที่มีประวัติหัวใจเต้นผิดจังหวะ ข้อนี้ยิ่งสำคัญ เพราะการรักษาแต่ละแบบต่างกัน และบางแบบต้องพิจารณายาป้องกันลิ่มเลือด
ระดับความดันและชีพจร ความเสี่ยง และแนวทางปฏิบัติ (มือถือแสดงเป็นการ์ด)
| ระดับ | ความดัน (มม.ปรอท) | ชีพจรขณะพัก (ครั้ง/นาที) | ความเสี่ยง | แนวทางปฏิบัติ |
|---|---|---|---|---|
| ปกติ | ต่ำกว่า 120/80 | 60–100 | ต่ำ | ตรวจตามนัดปกติ |
| ความดันสูงระดับ 1 | 130–139/80–89 | 60–100 | เพิ่มขึ้นในระยะยาว | ปรับพฤติกรรม วัดที่บ้าน ปรึกษาแพทย์ |
| ความดันสูงระดับ 2 (เช่น 169/103) | ตั้งแต่ 140/90 | ขึ้นกับสาเหตุ | หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไต ในระยะยาว | ยืนยันค่าซ้ำ พบแพทย์เพื่อเริ่มหรือปรับยา |
| ชีพจรเร็วขณะพัก (เช่น 125) | ค่าใดก็ได้ | มากกว่า 100 (ยิ่งเกิน 120 ยิ่งควรรีบ) | อาจเป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะ ไทรอยด์ ขาดน้ำ ติดเชื้อ โลหิตจาง | ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจในวันเดียวกัน |
| ความดันสูงรุนแรง | ตั้งแต่ราว 180/120 | ค่าใดก็ได้ | ถ้ามีอาการ อาจมีอวัยวะเสียหายเฉียบพลัน | มีอาการ: ห้องฉุกเฉินทันที · ไม่มีอาการ: พบแพทย์ภายใน 1–2 วัน |
2. ทำไมพยาบาลส่งพบอายุรแพทย์ก่อนตรวจกระดูก
คำตอบตรงๆ: เพราะชีพจรเร็วขณะพักต้องหาสาเหตุก่อน และการรักษากระดูกหลายอย่าง เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs การฉีดยาเข้าข้อ หรือหัตถการ ควรทำเมื่อสัญญาณชีพคงที่ ไม่ได้แปลว่าถูกปฏิเสธการรักษากระดูก
ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เพิ่มความดันได้เท่าไร
การวิเคราะห์รวม 50 งานวิจัยแบบสุ่ม (1994)
พบว่ายากลุ่ม NSAIDs เพิ่มความดันเฉลี่ยราว 5 มม.ปรอท และลดฤทธิ์ของยาลดความดันกลุ่ม beta-blockers มากกว่ากลุ่มอื่น
การทดลอง PRECISION-ABPM (2017)
ในผู้ป่วยข้ออักเสบ 444 คน พบว่า ibuprofen เพิ่มความดันตัวบนเฉลี่ย 3.7 มม.ปรอท ขณะที่ celecoxib แทบไม่เปลี่ยน และผู้ที่ความดันปกติเกิดความดันสูงใหม่ 23.2% ในกลุ่ม ibuprofen เทียบกับ 10.3% ในกลุ่ม celecoxib
การวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยรายบุคคลจากกว่า 750 งานวิจัย (2013)
พบว่ายากลุ่ม NSAIDs ทุกแบบเพิ่มความเสี่ยงหัวใจล้มเหลวราว 2 เท่า และยากลุ่ม coxibs หรือ diclofenac ขนาดสูงเพิ่มเหตุการณ์หลอดเลือดหัวใจราวหนึ่งในสาม
ผลเฉลี่ยจึงไม่ได้ทำให้ความดันพุ่งหลายสิบมิลลิเมตรปรอททันที แต่สะสมเป็นความเสี่ยงจริงในผู้ที่ความดันยังคุมไม่ได้หรือมีโรคหัวใจ
ถ้าเคยได้ยาแก้ปวดจากแพทย์กระดูกมาก่อน ให้นำยาทุกตัวไปให้อายุรแพทย์ดู รวมถึงยาที่ซื้อเองและสมุนไพร
อาการใจสั่น ชีพจรเร็ว หรือความดันสูงของคุณอยู่ระดับไหน และเมื่อไรไม่ควรรอ?
วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา — แบบประเมินช่วยดูว่าอาการใจสั่น เจ็บหน้าอก เหนื่อย หรือหน้ามืด ตรงกับสัญญาณเตือนทางหัวใจแค่ไหน อยู่ระดับใด และเมื่อไรควรรีบพบแพทย์ ใช้คู่กับหัวข้อสัญญาณอันตรายด้านบน และไม่ใช่การวินิจฉัยโรค
4. เมื่อพบอายุรแพทย์: การตรวจ และแผนยาแก้ปวดที่เหมาะกับหัวใจ
คำตอบตรงๆ: แพทย์จะวัดซ้ำ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และตรวจเลือดตามข้อบ่งชี้ แล้วรักษาตามสาเหตุ ยาลดชีพจรอย่าง beta-blockers ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ขึ้นกับผลตรวจ
สิ่งที่ควรเตรียมไป
- รายการยาทั้งหมด รวมยาแก้ปวด ยาซื้อเอง และสมุนไพร
- สลิปวัดความดันและค่าที่วัดเองที่บ้าน (ถ้ามี) พร้อมวันเวลา
- ผลตรวจหัวใจเดิม เช่น คลื่นไฟฟ้าหัวใจ Holter หรือ Echo และชื่อยาที่เคยใช้คุมจังหวะหัวใจ
- อาการที่เป็นอยู่ เช่น ใจสั่น เหนื่อย เวียนหัว น้ำหนักลด มือสั่น และระดับความปวด
เปรียบเทียบทางเลือกบรรเทาปวดและการรักษาเมื่อความดันสูงหรือชีพจรเร็ว ใช้ชื่อสามัญและกลุ่มยาเท่านั้น (มือถือแสดงเป็นการ์ด)
| ทางเลือก | ผลต่อความดันและหัวใจ | หลักฐาน | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| Paracetamol | กระทบความดันน้อยกว่ายากลุ่ม NSAIDs | แพทย์มักใช้เป็นยาแก้ปวดลำดับแรกในผู้ที่มีโรคหัวใจ | ไม่เกินขนาดที่แพทย์หรือฉลากกำหนด ระวังโรคตับและการดื่มแอลกอฮอล์ |
| ยาทาภายนอกกลุ่ม NSAIDs | ยาเข้ากระแสเลือดน้อยกว่ายากิน | นิยมใช้กับปวดข้อหรือกล้ามเนื้อเฉพาะที่ | ไม่ทาบริเวณกว้างหรือแผลเปิด |
| ยากินกลุ่ม NSAIDs (เช่น ibuprofen, naproxen, celecoxib) | เพิ่มความดันเฉลี่ยราว 5 มม.ปรอท เพิ่มความเสี่ยงหัวใจล้มเหลวราว 2 เท่า | วิเคราะห์รวม 1994, CNT 2013, PRECISION-ABPM 2017 | เลี่ยงเมื่อความดันคุมไม่ได้ หัวใจล้มเหลว หรือโรคไต ถ้าจำเป็นใช้ขนาดต่ำระยะสั้นตามแพทย์ |
| ประคบเย็นหรือร้อน และกายภาพบำบัด | ไม่มีผลต่อความดันโดยตรง | เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโรคข้อและกล้ามเนื้อ | หยุดถ้าปวดมากขึ้น บวม แดง หรือชา |
| ยาลดชีพจร (เช่น beta-blockers) | ลดชีพจรและความดัน | แนวทางหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว 2023 และแนวทางไทรอยด์ 2016 | ใช้เมื่อแพทย์ยืนยันสาเหตุ ระวังในโรคหืด ชีพจรช้า ห้ามหยุดเองกะทันหัน |
| ยาลดความดันกลุ่มอื่น (ACE inhibitors, ARBs, calcium channel blockers, ยาขับปัสสาวะ) | ลดความดันระยะยาว | แนวทาง ACC/AHA 2017 และ ESC 2024 | ยากลุ่ม NSAIDs ลดฤทธิ์ยาเหล่านี้ได้ ตรวจไตและเกลือแร่ตามนัด |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คำถามที่พบบ่อยเรื่องความดันสูงร่วมกับชีพจรเร็วก่อนพบแพทย์กระดูก
ความดัน 169/103 และชีพจร 125 ครั้ง/นาที อันตรายแค่ไหน?
ความดัน 169/103 จัดเป็นความดันโลหิตสูงระดับ 2 ตามแนวทาง ACC/AHA แต่ยังต่ำกว่าเกณฑ์ความดันสูงรุนแรงที่ราว 180/110–120 ถ้าไม่มีอาการ ความเสี่ยงระยะสั้นต่ำ ส่วนชีพจร 125 ขณะนั่งพักเกินเกณฑ์ปกติ 60–100 และต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อดูว่าเป็นจังหวะปกติที่เร็ว หรือเป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น หัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว ซึ่งรักษาต่างกัน
ทำไมไปหาหมอกระดูก แต่พยาบาลส่งไปพบอายุรแพทย์ก่อน?
เหตุผลหลักคือชีพจรเร็วเกิน 120 ขณะพักร่วมกับความดันสูง ซึ่งต้องหาสาเหตุก่อน เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไทรอยด์เป็นพิษ ภาวะขาดน้ำ หรือโลหิตจาง นอกจากนี้การรักษากระดูกมักมียาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs การฉีดยาเข้าข้อ หรือหัตถการที่ควรทำเมื่อสัญญาณชีพคงที่ การส่งพบอายุรแพทย์จึงเป็นการคัดกรองตามขั้นตอนที่เหมาะสม ไม่ได้แปลว่าห้ามรักษากระดูก
ความปวดจากโรคกระดูกและข้อทำให้ความดันและชีพจรสูงได้จริงไหม?
ความปวดเฉียบพลันกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติกได้ แต่ผลไม่สม่ำเสมอ งานวิจัยในผู้ป่วยที่มีอาการปวด 1,286 คนไม่พบความสัมพันธ์ที่มีความหมายระหว่างคะแนนความปวดกับชีพจรหรือความดัน ดังนั้นชีพจร 125 จึงไม่ควรสรุปว่าเกิดจากความปวดอย่างเดียว ต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและหาสาเหตุอื่นก่อน
ถ้าความดันเกิน 160/100 กินยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ได้ไหม?
ควรให้แพทย์ตัดสินก่อน การวิเคราะห์รวม 50 งานวิจัยพบว่ายากลุ่ม NSAIDs เพิ่มความดันเฉลี่ยราว 5 มม.ปรอท และลดฤทธิ์ยาลดความดันบางกลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยกว่า 350,000 คนพบว่ายากลุ่มนี้เพิ่มความเสี่ยงหัวใจล้มเหลวราว 2 เท่า ในผู้ที่ความดันยังคุมไม่ได้หรือมีโรคหัวใจ แพทย์มักเลี่ยงการใช้ต่อเนื่องและเลือกยาแก้ปวดอื่นก่อน
ถ้าความดันสูงหรือหัวใจเต้นเร็ว ยาแก้ปวดแบบไหนที่แพทย์มักพิจารณาก่อน?
แพทย์มักพิจารณา paracetamol ในขนาดที่กำหนด ยาทาภายนอกกลุ่ม NSAIDs ซึ่งเข้ากระแสเลือดน้อยกว่ายากิน การประคบเย็นหรือร้อน และกายภาพบำบัด ส่วนยากินกลุ่ม NSAIDs ถ้าจำเป็นมักใช้ขนาดต่ำในระยะสั้นพร้อมติดตามความดัน ในงาน PRECISION-ABPM ยา ibuprofen เพิ่มความดันตัวบนเฉลี่ย 3.7 มม.ปรอท มากกว่า celecoxib อย่างมีนัยสำคัญ การเลือกยาจึงต้องดูโรคประจำตัวของแต่ละคน
ตื่นเต้นหรือเดินมาเหนื่อยๆ ทำให้ความดันและชีพจรสูงได้ไหม แล้ววัดอย่างไรให้แม่น?
ได้ ความตื่นเต้นในโรงพยาบาล การเดินรีบ การพูดคุย และปวดปัสสาวะทำให้ค่าสูงขึ้นได้ แนวทางของ American Heart Association แนะนำให้นั่งพักอย่างน้อย 5 นาที หลังพิง เท้าวางราบ แขนวางระดับหัวใจ ใช้ผ้าพันแขนขนาดพอดี และวัดอย่างน้อย 2 ครั้งห่างกัน 1–2 นาทีแล้วเฉลี่ย ผู้ที่หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอควรวัดซ้ำหลายครั้ง เพราะเครื่องอัตโนมัติอาจคลาดเคลื่อน
เมื่อพบอายุรแพทย์ จะได้ตรวจอะไรบ้าง?
โดยทั่วไปจะวัดความดันและชีพจรซ้ำหลังพัก ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 12 ลีด และอาจตรวจเลือดดูไทรอยด์ ความเข้มข้นเลือด เกลือแร่ น้ำตาล และการทำงานของไต ถ้าพบหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว แนวทางปี 2023 แนะนำประเมินความเสี่ยงหลอดเลือดสมองเพื่อพิจารณายาป้องกันลิ่มเลือด และควบคุมชีพจร งาน RACE II พบว่าเป้าชีพจรขณะพักต่ำกว่า 110 ได้ผลไม่ด้อยกว่าเป้าที่เข้มงวด
อาการแบบไหนที่ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที?
เจ็บหน้าอก หอบเหนื่อย เป็นลมหรือเกือบหมดสติ ใจสั่นรุนแรงร่วมกับหน้ามืด แขนขาอ่อนแรงซีกเดียว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ปวดศีรษะรุนแรงที่สุดในชีวิต ตามัวเฉียบพลัน หรือความดันตั้งแต่ 180/120 ร่วมกับอาการเหล่านี้ ให้โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่ควรขับรถเอง
กลไกทางวิทยาศาสตร์แบบย่อ (Scientific mechanism)
สรุปโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์:
ชีพจรถูกกำหนดโดยจุดกำเนิดไฟฟ้าในหัวใจห้องบนขวาภายใต้การควบคุมของระบบประสาทอัตโนมัติ ความปวด ความตื่นเต้น ไข้ ขาดน้ำ หรือฮอร์โมนไทรอยด์เกิน ทำให้จุดกำเนิดไฟฟ้าทำงานเร็วขึ้นโดยจังหวะยังปกติ ส่วนหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วหรือ SVT เกิดจากวงจรไฟฟ้าผิดปกติ ซึ่งแยกได้ด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจเท่านั้น
ยากลุ่ม NSAIDs ยับยั้งเอนไซม์ COX ทำให้ prostaglandin ในไตลดลง ไตจึงขับเกลือและน้ำน้อยลง ปริมาตรเลือดและแรงต้านหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ความดันจึงสูงขึ้นและยาลดความดันได้ผลน้อยลง กลไกเดียวกันนี้อธิบายความเสี่ยงหัวใจล้มเหลวที่เพิ่มขึ้น
การวัดความดันด้วยเครื่องอัตโนมัติอาศัยการแกว่งของแรงดันในผ้าพันแขน เมื่อจังหวะหัวใจไม่สม่ำเสมอ แต่ละจังหวะมีปริมาณเลือดต่างกัน ค่าที่ได้จึงแกว่ง การวัดซ้ำหลายครั้งและเฉลี่ยจึงช่วยให้ใกล้เคียงความจริงมากขึ้น
แหล่งอ้างอิงเชิงวิชาการ (E-E-A-T)
- Whelton PK, et al. 2017 ACC/AHA Guideline for the Prevention, Detection, Evaluation, and Management of High Blood Pressure in Adults. Hypertension 2018.
- McEvoy JW, et al. 2024 ESC Guidelines for the management of elevated blood pressure and hypertension. Eur Heart J 2024.
- Muntner P, et al. Measurement of Blood Pressure in Humans: A Scientific Statement From the American Heart Association. Hypertension 2019.
- Patel KK, et al. Characteristics and Outcomes of Patients Presenting With Hypertensive Urgency in the Office Setting. JAMA Intern Med 2016.
- Johnson AG, et al. Do nonsteroidal anti-inflammatory drugs affect blood pressure? A meta-analysis. Ann Intern Med 1994.
- Ruschitzka F, et al. Differential blood pressure effects of ibuprofen, naproxen, and celecoxib in patients with arthritis: the PRECISION-ABPM Trial. Eur Heart J 2017.
- Coxib and traditional NSAID Trialists’ (CNT) Collaboration. Vascular and upper gastrointestinal effects of non-steroidal anti-inflammatory drugs. Lancet 2013.
- Lord B, Woollard M. The reliability of vital signs in estimating pain severity among adult patients treated by paramedics. Emerg Med J 2011.
- Joglar JA, et al. 2023 ACC/AHA/ACCP/HRS Guideline for the Diagnosis and Management of Atrial Fibrillation. Circulation 2024.
- Van Gelder IC, et al. Lenient versus strict rate control in patients with atrial fibrillation (RACE II). N Engl J Med 2010.
- Ross DS, et al. 2016 American Thyroid Association Guidelines for Diagnosis and Management of Hyperthyroidism and Other Causes of Thyrotoxicosis. Thyroid 2016.
รวบรวมและตรวจทานโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์ · ใช้ชื่อสามัญและชื่อกลุ่มยาเท่านั้น ไม่ระบุชื่อการค้าของยาหรืออุปกรณ์
ข้อควรทราบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาจากงานวิจัยและแนวทางสากล ไม่ใช่การวินิจฉัย ไม่ใช่คำสั่งการรักษา และไม่ทดแทนการตรวจโดยแพทย์ ตัวเลขความดันและชีพจรต้องแปลผลร่วมกับอาการ ประวัติ และคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ห้ามเริ่ม หยุด หรือปรับยาลดความดัน ยาคุมจังหวะหัวใจ หรือยาแก้ปวดเอง หากมีเจ็บหน้าอก หอบเหนื่อย เป็นลม แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือปวดศีรษะรุนแรง ให้โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที