หมวด: มะเร็งเต้านม · ยาเคมีบำบัดกลุ่ม taxane · น้ำตาไหลและตาแห้ง · คลื่นไส้จากเคมีบำบัด

คีโมน้ำขาวแล้วน้ำตาไหลทั้งสองข้าง กินยาแก้แพ้ไม่หาย: เกิดจากอะไร ท่อน้ำตาตีบจริงไหม และ 4 วิธีดูแลดวงตากับอาการคลื่นไส้วันที่ 3

AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)

น้ำตาไหลสองข้างในไม่กี่วันแรกหลังคีโมกลุ่ม taxane อาจเกิดจากยาที่ออกมากับน้ำตาระคายผิวตา และตาแห้งจนน้ำตาไหลสะท้อน ไม่ใช่ภูมิแพ้ ยาแก้แพ้จึงไม่ช่วย ท่อน้ำตาตีบมักเกิดหลังได้ยาสะสมหลายรอบ โดยเฉพาะ docetaxel รายสัปดาห์ ใช้น้ำตาเทียมไร้สารกันเสีย ประคบเย็น และแจ้งแพทย์ก่อนรอบถัดไป

บทความนี้ครอบคลุม:
ผมและขนร่วงจากการรักษามะเร็ง (National Cancer Institute, NIH) ·
ยาในน้ำตา · ตาแห้งและน้ำตาไหลสะท้อน · ท่อน้ำตาตีบ · docetaxel กับ paclitaxel · ยาแก้แพ้ · น้ำตาเทียม · คลื่นไส้ระยะหลัง
·
อาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล ·
ทำไมน้ำตาไหล ·
ท่อน้ำตาตีบ ·
ยาแก้แพ้กับขนตา ·
4 วิธีดูแล ·
คำถามที่พบบ่อย

หมายเหตุ: “คีโมน้ำขาว” เป็นคำเรียกในไทยของยากลุ่ม taxane คือ paclitaxel หรือ docetaxel ซึ่งเป็นยาน้ำใส ต่างจาก “คีโมน้ำแดง” ที่หมายถึง doxorubicin

เรื่องจากสมาชิก: คีโมน้ำขาวเข็มแรกวันที่ 3 คลื่นไส้ และน้ำตาไหลทั้งสองข้างจนแสบตา

สมาชิกท่านหนึ่งเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 ชนิดทริปเปิลเนกาทีฟ เล่าว่าหลังได้คีโมน้ำขาวเข็มแรก เริ่มคลื่นไส้ในวันที่ 3 และมีน้ำตาไหลทั้งสองข้างตั้งแต่วันก่อน
ไหลมากจนเช็ดแล้วแสบตา คล้ายภูมิแพ้ แต่กินยาแก้แพ้แล้วไม่หาย จึงสงสัยว่าเกี่ยวกับคีโมหรือไม่

บทความนี้ไม่ได้วินิจฉัยท่านใด แต่ตอบคำถามที่ผู้ป่วยมักสงสัย: ยากลุ่ม taxane ทำให้น้ำตาไหลด้วยกลไกอะไร
ท่อน้ำตาตีบเกิดเมื่อไรและในใคร ทำไมยาแก้แพ้ไม่ช่วย ดูแลดวงตาที่บ้านอย่างไร และ รับมือคลื่นไส้วันที่ 3 อย่างไร โดยอ้างอิงงานวิจัยในฐานข้อมูล PubMed

อาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล (Red Flags)

  • ตามัว มองเห็นลดลงทันที หรือเห็นภาพบิดเบี้ยว ข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง ไม่ใช่อาการของน้ำตาไหลธรรมดา ต้องให้จักษุแพทย์ตรวจโดยเร็ว
  • ปวดตามาก ตาแดงจัด หรือสู้แสงไม่ได้ อาจเป็นการอักเสบของกระจกตาหรือภายในลูกตา
  • ขี้ตาเป็นหนองสีเหลืองหรือเขียว เปลือกตาบวมแดงร้อน หรือก้อนบวมแดงกดเจ็บที่หัวตาด้านข้างจมูก อาจเป็นการติดเชื้อของตาหรือถุงน้ำตา
  • ไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส หรือหนาวสั่น โดยเฉพาะวันที่ 7–14 หลังให้ยาซึ่งเม็ดเลือดขาวมักต่ำ ต้องไปโรงพยาบาลทันที
  • อาเจียนหรือคลื่นไส้จนกินดื่มไม่ได้เกิน 24 ชั่วโมง ปัสสาวะน้อยมาก หรือหน้ามืดเมื่อลุกยืน
  • ผื่นลมพิษ ปากหรือหน้าบวม แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หลังได้ยาหรือหลังใช้ยาใหม่ — โทร 1669
  • ความคิดอยากตาย หรืออยากทำร้ายตัวเอง — โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือ 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

น้ำตาไหลที่ไม่มีอาการข้างต้นไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน แต่ควรแจ้งแพทย์มะเร็งก่อนให้ยารอบถัดไป เพราะอาจต้องส่งพบจักษุแพทย์หรือปรับแผนยา

1. คีโมน้ำขาวทำให้น้ำตาไหลได้อย่างไร

คีโมน้ำขาวในมะเร็งเต้านมชนิดทริปเปิลเนกาทีฟ

มะเร็งเต้านมชนิดทริปเปิลเนกาทีฟไม่มีตัวรับฮอร์โมนและ HER2 จึงอาศัยยาเคมีบำบัดเป็นหลัก สูตรที่ใช้บ่อยมียากลุ่ม taxane เป็นส่วนสำคัญ เช่น AC ตามด้วย paclitaxel หรือ docetaxel
หรือ paclitaxel ร่วมกับ carboplatin ในการศึกษา KEYNOTE-522 (Schmid 2020) ผู้ป่วยระยะที่ 2–3 จำนวน 1,174 คนได้ paclitaxel ร่วมกับ carboplatin ก่อนผ่าตัด
และการเพิ่มยาภูมิคุ้มกันบำบัด pembrolizumab ทำให้ไม่พบมะเร็งหลงเหลือในชิ้นเนื้อผ่าตัด 64.8% เทียบกับ 51.2% ผลข้างเคียงที่ตาจึงเป็นเรื่องที่ควรรู้ เพราะผู้ป่วยต้องได้ยาหลายรอบต่อเนื่อง

ยาออกมากับน้ำตาตั้งแต่วันแรก

การศึกษาที่ MD Anderson (Esmaeli 2002 Arch Ophthalmol) เก็บน้ำตาของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม 6 คนภายใน 30 นาทีหลังให้ docetaxel ทางหลอดเลือด
พบยาในน้ำตาของผู้ป่วยทุกคน ยาที่ปนอยู่ในน้ำตาสัมผัสผิวตา เยื่อบุตา และรูระบายน้ำตาที่หัวตาโดยตรง ผู้วิจัยเสนอว่านี่คือกลไกที่ทำให้ทางระบายน้ำตาอักเสบ
ในไม่กี่วันแรก ผลที่เห็นจึงมักเป็นการระคายเคืองของผิวตา แสบ เคือง และน้ำตาไหลสะท้อน มากกว่าการตีบตันของท่อ

ตาแห้งแล้วน้ำตากลับไหลมากขึ้น

ฟังดูขัดกัน แต่ตาแห้งเป็นสาเหตุสำคัญของน้ำตาไหล เมื่อผิวตาแห้งและระคายเคือง เส้นประสาทกระจกตาจะสั่งให้ต่อมน้ำตาหลั่งน้ำตาออกมามากและเร็วจนล้นตา
การทบทวนของ Kam 2023 ระบุว่ายากลุ่ม taxane ทำให้ต่อมไขมันที่ขอบเปลือกตาทำงานผิดปกติ น้ำตาจึงขาดชั้นไขมันเคลือบและระเหยเร็ว
ส่วนยาภูมิคุ้มกันบำบัดกลุ่ม checkpoint inhibitor อาจทำให้ต่อมน้ำตาทำงานลดลง การศึกษาในผู้ป่วยที่น้ำตาไหลจากคีโม 17 คน (Lee 2023)
พบทั้งการอุดตันของทางระบายน้ำตาและต่อมไขมันเปลือกตาเสื่อมร่วมกัน ผู้วิจัยจึงแนะนำให้ดูทั้งสองสาเหตุ

6 ใน 6ผู้ป่วยที่ตรวจพบ docetaxel ในน้ำตาภายใน 30 นาทีหลังให้ยา
64% กับ 39%น้ำตาไหลเมื่อได้ docetaxel ทุกสัปดาห์ เทียบกับทุก 3 สัปดาห์
HR 1.69ความเสี่ยงน้ำตาไหลของ docetaxel เทียบกับ paclitaxel ในผู้ป่วย 6,038 คน
420–496.5 มก.ขนาดยาสะสมของ docetaxel เมื่อเริ่มน้ำตาไหล (ค่ามัธยฐาน)

docetaxel กับ paclitaxel ต่างกันอย่างไร

การศึกษาฐานข้อมูลระดับประเทศของญี่ปุ่น (Iwai 2025) ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม 6,038 คนที่ได้ยากลุ่ม taxane ก่อนหรือหลังผ่าตัด
พบว่า paclitaxel ทำให้น้ำตาไหลน้อยกว่า docetaxel โดยกลุ่ม docetaxel มีความเสี่ยงน้ำตาไหลสูงกว่า HR 1.69 ส่วนจุดรับภาพบวมและเส้นประสาทตาอักเสบซึ่งพบน้อย ไม่ต่างกันระหว่างสองยา
ท่อน้ำตาตีบจาก paclitaxel มีเพียงรายงานผู้ป่วยเป็นรายๆ เช่นผู้ป่วยที่เริ่มน้ำตาไหลหลังได้ยา 2 เดือน (McCartney 2007)

2. ท่อน้ำตาตีบ: เกิดจริง แต่มักเกิดหลังได้ยาหลายรอบ

ทางระบายน้ำตาทำงานอย่างไร

น้ำตาที่หล่อเลี้ยงตาจะไหลเข้ารูเล็กๆ ที่หัวตาบนและล่าง ผ่านท่อเล็กที่เรียกว่า canaliculus ลงถุงน้ำตา แล้วไหลผ่านท่อน้ำตาลงสู่โพรงจมูก
ถ้าท่อเล็กนี้อักเสบซ้ำๆ จนเป็นพังผืดและตีบ น้ำตาจะระบายไม่ได้และเอ่อล้นตลอดเวลา แม้ตาไม่แสบ ซึ่งต่างจากน้ำตาไหลสะท้อนที่มักมาพร้อมอาการแสบเคือง

ขึ้นกับขนาดยาสะสมและความถี่ของยา

การศึกษาไปข้างหน้า (Esmaeli 2006 J Clin Oncol) ตรวจท่อน้ำตาของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย 56 คนทุก 4–6 สัปดาห์
พบน้ำตาไหล 64% ในกลุ่มที่ได้ docetaxel ทุกสัปดาห์ และ 39% ในกลุ่มที่ได้ทุก 3 สัปดาห์ เริ่มเมื่อได้ยาสะสมค่ามัธยฐาน 496.5 และ 420 มิลลิกรัมตามลำดับ
ท่อน้ำตาตีบระดับปานกลางถึงรุนแรงพบราวหนึ่งในสามของกลุ่มรายสัปดาห์ แต่ไม่พบเลยในกลุ่มทุก 3 สัปดาห์
การศึกษาก่อนหน้า (Esmaeli 2002 Ophthalmology) พบน้ำตาไหล 77% ในกลุ่มรายสัปดาห์ เทียบกับ 11% ในกลุ่มทุก 3 สัปดาห์ หลังได้ยาเฉลี่ย 19 สัปดาห์

docetaxel ทุกสัปดาห์ (Esmaeli 2002)

77%
docetaxel ทุกสัปดาห์ (Esmaeli 2006)

64%
docetaxel ทุก 3 สัปดาห์ (Esmaeli 2006)

39%
docetaxel ทุก 3 สัปดาห์ (Esmaeli 2002)

11%

ทั้งสองการศึกษาทำในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจายที่ได้ยานานต่อเนื่อง ตัวเลขจึงสูงกว่าที่คาดในผู้ป่วยระยะเริ่มต้นที่ได้ยาเป็นจำนวนรอบจำกัด

บทความทบทวนล่าสุด (Pfeiffer 2026) สรุปว่าน้ำตาไหลพบได้ทั้งการให้ยาทุกสัปดาห์และทุก 3 สัปดาห์
แต่การตีบของท่อน้ำตาที่ตรวจพบได้จริงเกือบทั้งหมดเกิดในผู้ที่ได้ docetaxel ทุกสัปดาห์หรือได้ยานานในระยะแพร่กระจาย และยังไม่มีรายงานในผู้ป่วยระยะเริ่มต้นที่ได้ docetaxel ทุก 3 สัปดาห์หลังผ่าตัด
สรุปคือ ท่อน้ำตาตีบมักเกิดหลังได้ยาสะสมหลายรอบ ไม่ใช่คำอธิบายหลักของน้ำตาไหลในวันที่ 2–3 ของเข็มแรก

ทำไมต้องบอกแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้สำคัญคือการตีบที่ปล่อยไว้จนปิดสนิทแก้ยาก การทบทวนของ Mansur 2017 แนะนำให้ตรวจพบเร็ว
ใช้ยาหยอดลดการอักเสบตามที่จักษุแพทย์สั่ง และใส่ท่อซิลิโคนขนาดเล็กค้างในท่อน้ำตาในผู้ที่เริ่มตีบซ้ำหรือแย่ลงระหว่างได้ docetaxel ทุกสัปดาห์ เพื่อไม่ให้ท่อปิดถาวร
ใน Esmaeli 2006 ยาหยอดที่มีสเตียรอยด์ร่วมกับยาปฏิชีวนะที่จักษุแพทย์สั่ง ทำให้น้ำตาไหลหายได้ 9 รายในแต่ละกลุ่ม

3. ทำไมยาแก้แพ้ไม่ช่วย และขนตาร่วงเกี่ยวข้องเมื่อไร

น้ำตาไหลจากคีโมไม่ได้มาจากฮีสตามีน

ยาแก้แพ้ต้านฤทธิ์ฮีสตามีนซึ่งเป็นตัวกลางของภูมิแพ้ ภูมิแพ้ตามักมีอาการคันตาเด่น แต่น้ำตาไหลจากคีโมเกิดจากยาในน้ำตา ผิวตาแห้ง และทางระบายน้ำตาอักเสบ
ยาแก้แพ้จึงไม่ตรงกลไก ถ้ากินแล้วอาการไม่เปลี่ยน แปลว่าภูมิแพ้น่าจะไม่ใช่สาเหตุหลัก

ยาแก้แพ้บางชนิดทำให้ตาแห้งขึ้น

เอกสารแนวทางของสมาคมโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยาแห่งยุโรป (Leonardi 2025) ระบุว่ายาแก้แพ้เป็นหนึ่งในยาที่สัมพันธ์กับตาแห้ง
ยาแก้แพ้บางชนิดทำให้ตาแห้งขึ้น โดยเฉพาะรุ่นเก่าที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก ตาที่แห้งขึ้นจะยิ่งกระตุ้นน้ำตาไหลสะท้อน และยังทำให้ง่วงซึมซ้ำกับยาแก้คลื่นไส้บางชนิด
หากกินแล้วไม่ช่วย ควรถามแพทย์หรือเภสัชกรว่าควรหยุดหรือไม่ ยกเว้นมีคันตามากร่วมด้วยซึ่งอาจมีภูมิแพ้ร่วม

ขนตาร่วงทำให้น้ำตาไหลง่ายขึ้น แต่ไม่ใช่ในวันที่ 3

ยาเคมีบำบัดทำลายเซลล์ที่แบ่งตัวเร็วในรากผมและขน (Paus 2013) ผมและขนจึงค่อยๆ หลุดตามมาหลังผ่านไปหลายสัปดาห์
ดังนั้น ขนตามักยังไม่ร่วงในวันที่ 3 เมื่อขนตาร่วงในรอบหลังๆ ตาจะขาดเกราะกันลมและฝุ่น ทำให้ระคายเคืองและน้ำตาไหลสะท้อนง่ายขึ้น
การใส่แว่นกันลมหรือแว่นที่โค้งรับใบหน้าช่วยทดแทนได้บางส่วน

ระหว่างรับคีโม อาการตอนนี้อยู่ในระดับไหน?

แบบประเมินนี้ช่วยดูว่าอาการระหว่างการรักษามะเร็ง เช่น ไข้ คลื่นไส้จนกินไม่ได้ ตามัว ตาแดงปวด หรือเพลียมาก เข้ากับรูปแบบที่ควรติดต่อทีมรักษาหรือไม่ อยู่ในระดับไหน และสัญญาณใดที่ไม่ควรรอ

วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา

คลิกทำแบบประเมินสัญญาณระหว่างการรักษามะเร็ง (ฟรี)

แบบประเมินช่วยจัดระดับความเร่งด่วนเท่านั้น ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยโรค

ตารางแยกสาเหตุของน้ำตาไหลระหว่างรับยากลุ่ม taxane

สาเหตุของน้ำตาไหลที่พบระหว่างคีโม: ช่วงเวลา ลักษณะที่ช่วยแยก และสิ่งที่ควรทำ
สาเหตุช่วงเวลาที่มักเกิดลักษณะที่ช่วยแยกสิ่งที่ควรทำ
ยาในน้ำตาระคายผิวตาไม่กี่วันแรกหลังให้ยาแสบ เคือง ตาแดงเล็กน้อย เป็นสองข้างน้ำตาเทียมไร้สารกันเสีย ประคบเย็น แจ้งแพทย์
ตาแห้งและต่อมไขมันเปลือกตาผิดปกติระหว่างได้ยาต่อเนื่องฝืด แห้ง น้ำตาไหลเป็นพักๆ แย่ลงเมื่อโดนลมหรือแอร์น้ำตาเทียม แว่นกันลม การดูแลเปลือกตาตามที่จักษุแพทย์แนะนำ
ท่อน้ำตาตีบหลังได้ยาสะสมหลายรอบ โดยเฉพาะ docetaxel ทุกสัปดาห์น้ำตาเอ่อล้นตลอดเวลา แม้ตาไม่แสบจักษุแพทย์ล้างท่อน้ำตา อาจใส่ท่อซิลิโคน
ตาอักเสบติดเชื้อได้ทุกเวลา เสี่ยงขึ้นช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำขี้ตาเป็นหนอง ตาแดงมาก เปลือกตาบวมพบแพทย์เร็ว ไม่ซื้อยาหยอดตาเอง
ภูมิแพ้ตาสัมพันธ์กับฤดูหรือสิ่งกระตุ้นคันตาเป็นอาการเด่นถามแพทย์ ยาแก้แพ้ช่วยได้เฉพาะกรณีนี้
หวัดหรือจมูกอักเสบได้ทุกเวลาคัดจมูก น้ำมูก จามดูแลตามอาการ เฝ้าระวังไข้
จุดรับภาพบวม (พบน้อย)ระหว่างได้ยาตามัว เห็นภาพบิดเบี้ยว ไม่ใช่น้ำตาไหลพบจักษุแพทย์เร็ว (Iwai 2025)

ตารางนี้ช่วยให้เล่าอาการได้ตรงขึ้นเท่านั้น การแยกสาเหตุจริงต้องอาศัยการตรวจตา ใช้ชื่อสามัญทางยาเท่านั้น ไม่ใช้ชื่อการค้า

เช็กสัญญาณอันตรายตามัว ปวดตา หนอง ไข้ ถ้ามีให้ไปโรงพยาบาล
ดูแลผิวตาน้ำตาเทียมไร้สารกันเสีย ประคบเย็น ซับเบาๆ
จดอาการวันที่เริ่ม ข้างที่เป็น แสบหรือไม่ รอบยาที่เท่าไร
แจ้งแพทย์มะเร็งก่อนให้ยารอบถัดไป
พบจักษุแพทย์ถ้าไม่ดีขึ้น 1–2 สัปดาห์ แย่ลงทุกรอบ หรือได้ยาทุกสัปดาห์

4. 4 วิธีดูแลดวงตาและรับมือคลื่นไส้วันที่ 3

วิธีที่ 1: น้ำตาเทียมชนิดไร้สารกันเสีย

เลือกชนิดไร้สารกันเสีย ซึ่งมักเป็นหลอดเล็กใช้ครั้งเดียว เพราะต้องหยอดบ่อยและสารกันเสียระคายผิวตาเมื่อใช้ถี่ เริ่มวันละ 4–6 ครั้ง และหยอดเพิ่มได้เมื่อแสบหรือเคือง
น้ำตาเทียมช่วยให้ผิวตาชุ่มชื้น ชะล้างสิ่งระคายเคือง และลดน้ำตาไหลสะท้อน แต่ไม่ได้แก้ท่อน้ำตาที่ตีบแล้ว ล้างมือก่อนหยอดและอย่าให้ปลายหลอดแตะตา
ห้ามซื้อยาหยอดตาสเตียรอยด์มาใช้เอง และเลี่ยงยาหยอดลดตาแดงที่ซื้อเอง เพราะยาหยอดสเตียรอยด์อาจเพิ่มความดันตาและปิดบังการติดเชื้อ ใช้เมื่อจักษุแพทย์ตรวจแล้วเท่านั้น

วิธีที่ 2: ซับเบาๆ ประคบเย็น และปกป้องผิวรอบตา

การเช็ดซ้ำๆ ทำให้ผิวใต้ตาที่บางถลอกและแสบ ให้ใช้ทิชชูสะอาดหรือผ้านุ่มซับเบาๆ จากหัวตาออกด้านนอก ไม่ขยี้ ทาปิโตรเลียมเจลลี่หรือขี้ผึ้งที่ไม่มีน้ำหอมบางๆ บนผิวใต้ตาเพื่อกันน้ำตากัดผิว โดยไม่ให้เข้าตา
ประคบผ้าเย็นสะอาดครั้งละ 5–10 นาทีช่วยลดแสบบวม ไม่วางน้ำแข็งบนผิวโดยตรง ใส่แว่นกันลมเมื่อออกนอกบ้าน หลีกเลี่ยงพัดลมหรือแอร์เป่าหน้าตรงๆ
งดคอนแทคเลนส์และการแต่งตาหนักชั่วคราว ใช้ผ้าเช็ดหน้าแยกจากคนอื่นเพื่อลดการติดเชื้อช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำ

วิธีที่ 3: รับมือคลื่นไส้ระยะหลังในวันที่ 2–5

คลื่นไส้หลังให้ยาเกิน 24 ชั่วโมงถึงราววันที่ 5 เรียกว่าคลื่นไส้ระยะหลัง มักคุมยากกว่าช่วงวันแรก ความรุนแรงขึ้นกับสูตรยา เช่น สูตรที่มี carboplatin หรือ AC ทำให้คลื่นไส้มากกว่า taxane เดี่ยว
ให้กินยาแก้คลื่นไส้ตามเวลาที่แพทย์สั่ง ไม่รอจนอาเจียน ถ้ายังคุมไม่ได้ให้แจ้งทีมรักษา เพราะแนวทาง ASCO (Hesketh 2020) มียาหลายกลุ่มให้ปรับตามสูตร
และไม่แนะนำให้ตัด dexamethasone ออกจากยาป้องกันอาเจียนเพียงเพราะได้ยาภูมิคุ้มกันบำบัดร่วม การศึกษาแบบสุ่มในผู้ป่วย 380 คน (Navari 2016)
พบว่าการเพิ่ม olanzapine ทำให้ไม่มีคลื่นไส้ในช่วง 25–120 ชั่วโมงหลังให้ยา 42% เทียบกับ 25% แต่ 5% ง่วงมากในวันที่ 2 จึงต้องให้แพทย์สั่งเท่านั้น
ที่บ้าน ให้กินมื้อเล็กบ่อยๆ อาหารเย็นหรืออุณหภูมิห้องซึ่งกลิ่นน้อยกว่า เลี่ยงอาหารมันจัด จิบน้ำทีละน้อยตลอดวัน การศึกษาในผู้ป่วย 576 คน (Ryan 2012)
พบว่าขิงวันละ 0.5–1.0 กรัมร่วมกับยาแก้อาเจียนลดคลื่นไส้เฉียบพลัน ขิงในอาหารหรือน้ำขิงอ่อนจึงใช้ได้ ส่วนชนิดเม็ดควรถามแพทย์ก่อน

วิธีที่ 4: จดอาการและแจ้งแพทย์ก่อนรอบถัดไป

จดวันที่เริ่มน้ำตาไหล เป็นข้างเดียวหรือสองข้าง แสบหรือไม่ ตามัวหรือไม่ และเป็นหลังยารอบที่เท่าไร แล้วแจ้งแพทย์มะเร็งก่อนให้ยารอบถัดไป
ขอส่งพบจักษุแพทย์ถ้าน้ำตาไหลต่อเนื่องเกิน 1–2 สัปดาห์ แย่ลงทุกรอบ หรือได้ docetaxel ทุกสัปดาห์ เพราะการตรวจล้างท่อน้ำตาตั้งแต่เริ่มตีบทำให้แก้ได้ง่ายกว่า
แพทย์อาจพิจารณาตารางยาหรือชนิดของ taxane ร่วมด้วย ซึ่งเป็นการตัดสินใจของทีมรักษา ไม่ควรเลื่อนหรือหยุดยาเอง

แผนดูแลดวงตาและคลื่นไส้ระหว่างได้ยากลุ่ม taxane
ด้านการดูแลสิ่งที่ทำควรเลี่ยงเหตุผล
ผิวตาน้ำตาเทียมไร้สารกันเสีย วันละ 4–6 ครั้งขึ้นไปยาหยอดสเตียรอยด์หรือยาลดตาแดงที่ซื้อเองลดระคายเคืองและน้ำตาไหลสะท้อน
ผิวรอบตาซับเบาๆ ทาปิโตรเลียมเจลลี่บางๆ ใต้ตาขยี้ตา เช็ดแรงป้องกันผิวถลอกและแสบ
ประคบผ้าเย็นสะอาด 5–10 นาทีน้ำแข็งแตะผิวโดยตรงลดแสบบวม
สิ่งแวดล้อมแว่นกันลม หันหน้าออกจากลมแอร์คอนแทคเลนส์ แต่งตาหนักลดการระเหยของน้ำตา
ความสะอาดล้างมือก่อนแตะตา ผ้าเช็ดหน้าแยกใช้ยาหยอดตาร่วมกับคนอื่นลดติดเชื้อช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำ
คลื่นไส้ยาตามเวลา มื้อเล็ก อาหารเย็น ขิงในอาหารอาหารมัน กลิ่นแรง มื้อใหญ่ลดคลื่นไส้ระยะหลัง
น้ำจิบน้ำทีละน้อยตลอดวัน น้ำซุปใสดื่มรวดเดียวจำนวนมากป้องกันขาดน้ำโดยไม่กระตุ้นอาเจียน
การบันทึกจดวันที่เริ่ม ความรุนแรง และรอบยารอโดยไม่บอกแพทย์ช่วยตัดสินใจส่งพบจักษุแพทย์ทันเวลา

สรุปจาก Esmaeli 2006, Mansur 2017, Kam 2023, Hesketh 2020, Navari 2016 และ Ryan 2012 การใช้ยาทุกชนิดต้องผ่านแพทย์หรือเภสัชกร

สิ่งที่ควรบอกแพทย์ในนัดถัดไป: ชื่อยาเคมีบำบัดและตารางยา (ทุกสัปดาห์หรือทุก 3 สัปดาห์) · วันที่เริ่มน้ำตาไหล · แสบหรือคันหรือไม่ · ตามัวหรือไม่ ·
ยาแก้แพ้หรือยาหยอดที่ใช้ไปแล้ว · คลื่นไส้อาเจียนกี่ครั้งต่อวันและกินดื่มได้แค่ไหน

เปรียบเทียบทางเลือกการดูแล: ยามาตรฐาน หัตถการ และการดูแลตัวเอง

ทางเลือกเป้าหมายหลักฐานข้อควรรู้
น้ำตาเทียมไร้สารกันเสียลดระคายเคืองผิวตาการดูแลพื้นฐานในแนวทางจักษุ (Mansur 2017)ไม่แก้ท่อที่ตีบแล้ว
ประคบเย็น ซับเบาๆ แว่นกันลมลดแสบบวมและน้ำตาไหลสะท้อนการดูแลตามอาการทำได้เองที่บ้าน
ยาแก้แพ้ซื้อกินเองต้านฮีสตามีนไม่ตรงกลไก บางชนิดทำให้ตาแห้ง (Leonardi 2025)ไม่ช่วยถ้าไม่มีอาการคัน ถามเภสัชกร
ยาหยอดสเตียรอยด์ร่วมยาปฏิชีวนะ (จักษุแพทย์สั่ง)ลดการอักเสบของทางระบายน้ำตาน้ำตาไหลหาย 9 รายในแต่ละกลุ่ม (Esmaeli 2006)ต้องตรวจความดันตา ห้ามซื้อเอง
ใส่ท่อซิลิโคนในท่อน้ำตาป้องกันท่อปิดถาวรแนะนำเมื่อเริ่มตีบระหว่าง docetaxel ทุกสัปดาห์ (Esmaeli 2002, Mansur 2017)ใช้เมื่อตรวจพบการตีบ ไม่ใช่วันที่ 3
ผ่าตัดทำทางระบายน้ำตาใหม่แก้ท่อที่ปิดสนิทใช้เมื่อการตีบรุนแรง (Esmaeli 2002)ซับซ้อนกว่า จึงควรตรวจพบเร็ว
ปรับตารางยาหรือชนิด taxaneลดผลข้างเคียงสะสมทุก 3 สัปดาห์ตีบน้อยกว่าทุกสัปดาห์ paclitaxel น้ำตาไหลน้อยกว่า (Esmaeli 2006, Iwai 2025)แพทย์มะเร็งตัดสินใจ ไม่หยุดยาเอง
ยาแก้อาเจียนตามสูตร (กลุ่ม 5-HT3 antagonist, NK1 antagonist, dexamethasone)ป้องกันคลื่นไส้อาเจียนแนวทาง ASCO (Hesketh 2020)กินตามเวลา ไม่รอให้อาเจียน
olanzapine เสริมลดคลื่นไส้ระยะหลังไม่มีคลื่นไส้ 42% เทียบกับ 25% (Navari 2016)ง่วงได้ แพทย์สั่งเท่านั้น
ขิงในอาหารลดคลื่นไส้เสริมจากยา0.5–1.0 กรัมต่อวัน ในผู้ป่วย 576 คน (Ryan 2012)ชนิดเม็ดถามแพทย์ก่อน

ใช้ชื่อสามัญทางยาหรือกลุ่มยาเท่านั้น ไม่ใช้ชื่อการค้า การเลือกการรักษาต้องผ่านการประเมินของแพทย์มะเร็งและจักษุแพทย์

ความเชื่อที่พบบ่อย เทียบกับหลักฐาน

“น้ำตาไหลหลังคีโมวันที่ 3 แปลว่าท่อน้ำตาตีบแล้ว”

ท่อน้ำตาตีบสัมพันธ์กับขนาดยาสะสมและพบเด่นใน docetaxel ทุกสัปดาห์ น้ำตาไหลในไม่กี่วันแรกเข้ากับการระคายเคืองจากยาในน้ำตาและตาแห้งมากกว่า แต่ควรติดตามว่าแย่ลงในรอบถัดไปหรือไม่

“น้ำตาไหลแบบนี้ต้องเป็นภูมิแพ้”

ภูมิแพ้ตามักคันเด่น น้ำตาไหลจากคีโมมักแสบเคืองมากกว่าคัน และไม่ตอบสนองต่อยาแก้แพ้ ยาแก้แพ้บางชนิดยังทำให้ตาแห้งและน้ำตาไหลสะท้อนมากขึ้น

“คีโมน้ำขาวทุกตัวทำให้น้ำตาไหลเท่ากัน”

ข้อมูลผู้ป่วย 6,038 คนพบว่า docetaxel ทำให้น้ำตาไหลมากกว่า paclitaxel และการให้ docetaxel ทุกสัปดาห์เสี่ยงท่อตีบมากกว่าทุก 3 สัปดาห์

“หยอดยาหยอดตาลดอักเสบที่ร้านยาได้เลย”

ยาหยอดที่มีสเตียรอยด์ใช้ได้ผลในงานวิจัยเมื่อจักษุแพทย์สั่งและติดตาม แต่ถ้าใช้เองอาจทำให้ความดันตาสูงหรือปิดบังการติดเชื้อ โดยเฉพาะช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำ

“คลื่นไส้วันที่ 3 ต้องทนเอา เพราะยาแก้อาเจียนหมดฤทธิ์แล้ว”

คลื่นไส้ระยะหลังมียาป้องกันและยาเสริมหลายกลุ่ม ถ้ายังคลื่นไส้มากหรือกินดื่มไม่ได้ ให้แจ้งทีมรักษาเพื่อปรับยาในรอบนี้และรอบถัดไป

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทำไมหลังคีโมน้ำขาวถึงน้ำตาไหลตลอดเวลาทั้งสองข้าง?

ยากลุ่ม taxane โดยเฉพาะ docetaxel ถูกขับออกมากับน้ำตา การศึกษาพบ docetaxel ในน้ำตาของผู้ป่วยทั้ง 6 คนภายใน 30 นาทีหลังให้ยา ยาในน้ำตาระคายผิวตาและเยื่อบุทางระบายน้ำตา ทำให้แสบ เคือง และน้ำตาไหลสะท้อน ยากลุ่มนี้ยังทำให้ต่อมไขมันที่ขอบเปลือกตาทำงานผิดปกติ น้ำตาจึงระเหยเร็ว ตาแห้ง แล้วกลับสร้างน้ำตาออกมามากขึ้น ในไม่กี่วันแรกจึงมักเป็นเรื่องของผิวตาและการระคายเคือง ส่วนท่อน้ำตาตีบเป็นผลจากยาสะสมหลายรอบ อย่างไรก็ตาม น้ำตาไหลช่วงนี้ยังอาจเกิดจากตาอักเสบติดเชื้อ หวัด หรือภูมิแพ้ได้ จึงควรให้แพทย์ตรวจถ้าไม่ดีขึ้น

ทำไมกินยาแก้แพ้แล้วน้ำตายังไหลไม่หยุด?

ยาแก้แพ้ต้านฤทธิ์ฮีสตามีนซึ่งเป็นสารหลักของภูมิแพ้ แต่น้ำตาไหลจากคีโมเกิดจากการระคายเคือง ตาแห้ง หรือทางระบายน้ำตาอักเสบ ยาแก้แพ้จึงไม่ตรงกลไก นอกจากนี้ยาแก้แพ้บางชนิดทำให้ตาแห้งขึ้น ตามเอกสารของสมาคมโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยาแห่งยุโรป ตาที่แห้งขึ้นจะยิ่งกระตุ้นน้ำตาไหลสะท้อน และยาแก้แพ้รุ่นเก่ายังทำให้ง่วงซึมซ้ำกับยาอื่นที่ได้ระหว่างคีโม ถ้ากินแล้วไม่ช่วยควรถามแพทย์หรือเภสัชกรว่าควรหยุดหรือไม่ ยกเว้นกรณีที่คันตามากร่วมด้วยซึ่งอาจมีภูมิแพ้ร่วม

คีโมทำให้ท่อน้ำตาตีบได้จริงไหม และเกิดเร็วแค่ไหน?

เกิดได้จริง แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดในวันที่ 3 ข้อมูลชัดที่สุดมาจาก docetaxel การศึกษาไปข้างหน้าพบน้ำตาไหล 64% ในผู้ที่ได้ docetaxel ทุกสัปดาห์ และ 39% ในผู้ที่ได้ทุก 3 สัปดาห์ โดยเริ่มเมื่อได้ยาสะสมราว 420 ถึง 496.5 มิลลิกรัม ซึ่งมักใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ท่อน้ำตาตีบระดับปานกลางถึงรุนแรงพบราวหนึ่งในสามของกลุ่มรายสัปดาห์ และไม่พบในกลุ่มทุก 3 สัปดาห์ ท่อน้ำตาตีบมักเกิดหลังได้ยาสะสมหลายรอบ ส่วน paclitaxel ทำให้น้ำตาไหลน้อยกว่า docetaxel และท่อน้ำตาตีบจาก paclitaxel มีเพียงรายงานผู้ป่วยเป็นรายๆ

ขนตาร่วงจากคีโมทำให้น้ำตาไหลมากขึ้นไหม?

ขนตาช่วยกันลม ฝุ่น และสิ่งแปลกปลอม เมื่อร่วงจึงทำให้ระคายเคืองและน้ำตาไหลสะท้อนง่ายขึ้นได้ แต่ขนตามักยังไม่ร่วงในวันที่ 3 เพราะยาเคมีบำบัดทำลายเซลล์รากผมที่กำลังแบ่งตัว แล้วผมและขนจึงค่อยหลุดตามมาหลังผ่านไปหลายสัปดาห์ ขนตาร่วงจึงเป็นปัจจัยที่ต้องระวังในรอบหลังๆ มากกว่าอาการในสัปดาห์แรก การใส่แว่นกันลมและกันฝุ่นช่วยทดแทนได้บางส่วน

ควรใช้น้ำตาเทียมแบบไหน และหยอดบ่อยแค่ไหน?

เลือกชนิดไร้สารกันเสีย ซึ่งมักเป็นหลอดเล็กใช้ครั้งเดียว เพราะต้องหยอดบ่อยและสารกันเสียระคายผิวตาเมื่อใช้ถี่ เริ่มวันละ 4 ถึง 6 ครั้ง และหยอดเพิ่มได้เมื่อแสบหรือเคืองตา น้ำตาเทียมช่วยให้ผิวตาชุ่มชื้นและชะล้างสิ่งระคายเคือง ลดน้ำตาไหลสะท้อน แต่ไม่ได้แก้ท่อน้ำตาที่ตีบแล้ว ล้างมือก่อนหยอด อย่าให้ปลายหลอดแตะตา และห้ามซื้อยาหยอดตาสเตียรอยด์มาใช้เอง เพราะอาจเพิ่มความดันตาและปิดบังการติดเชื้อ ยาหยอดที่มีสเตียรอยด์ใช้เมื่อจักษุแพทย์ตรวจแล้วเท่านั้น

คลื่นไส้วันที่ 3 หลังคีโมเป็นเรื่องปกติไหม และทำอย่างไรได้บ้าง?

คลื่นไส้ช่วงวันที่ 2 ถึง 5 หลังให้ยาเรียกว่าคลื่นไส้ระยะหลัง พบได้บ่อยและมักคุมยากกว่าช่วง 24 ชั่วโมงแรก ควรกินยาแก้คลื่นไส้ตามเวลาที่แพทย์สั่ง ไม่รอจนอาเจียน ถ้ายังคลื่นไส้มากให้แจ้งทีมรักษา เพราะมียาเสริมได้หลายกลุ่ม เช่น การศึกษาแบบสุ่มในผู้ป่วย 380 คนพบว่าการเพิ่ม olanzapine ทำให้ไม่มีคลื่นไส้ในช่วง 25 ถึง 120 ชั่วโมงหลังให้ยา 42% เทียบกับ 25% ส่วนที่บ้าน ให้กินมื้อเล็กบ่อยๆ อาหารเย็นหรืออุณหภูมิห้อง จิบน้ำทีละน้อย และใช้ขิงในอาหารหรือน้ำขิงอ่อนได้

ต้องพบจักษุแพทย์เมื่อไร และการใส่ท่อซิลิโคนในท่อน้ำตาคืออะไร?

ควรแจ้งแพทย์มะเร็งก่อนให้ยารอบถัดไปทุกครั้งที่น้ำตาไหลจนรบกวนชีวิต และขอส่งพบจักษุแพทย์ถ้าน้ำตาไหลต่อเนื่องเกิน 1 ถึง 2 สัปดาห์ แย่ลงทุกรอบ หรือได้ docetaxel ทุกสัปดาห์ จักษุแพทย์จะล้างท่อน้ำตาเพื่อดูว่ามีการตีบหรือไม่ ถ้าเริ่มตีบ การใส่ท่อซิลิโคนขนาดเล็กค้างไว้ในท่อน้ำตาระหว่างได้ยาช่วยป้องกันไม่ให้ท่อปิดสนิท ซึ่งถ้าปิดแล้วอาจต้องผ่าตัดที่ซับซ้อนกว่า วิธีนี้ใช้ในผู้ที่ตรวจพบการตีบ ไม่ใช่ทำตั้งแต่วันที่ 3

อาการทางตาแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาลระหว่างคีโม?

ตามัวหรือมองเห็นลดลงทันที ปวดตามาก ตาแดงจัดและสู้แสงไม่ได้ มีขี้ตาเป็นหนองสีเหลืองหรือเขียว เปลือกตาหรือหัวตาบวมแดงร้อน และไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส ซึ่งในช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำอาจเป็นการติดเชื้อที่ลุกลามเร็ว ส่วนอาเจียนจนกินดื่มไม่ได้เกิน 24 ชั่วโมง หรือผื่นลมพิษ หน้าบวม หายใจลำบาก ก็ต้องไปโรงพยาบาลทันทีเช่นกัน

กลไกทางวิทยาศาสตร์: จากยาในหลอดเลือดสู่น้ำตาที่เอ่อล้น

สรุปโดย :
ยากลุ่ม taxane จับกับโปรตีนโครงสร้างภายในเซลล์ที่เรียกว่าไมโครทูบูล ทำให้เซลล์แบ่งตัวไม่ได้ เซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว ทั้งเซลล์มะเร็ง รากผม และเยื่อบุ จึงได้รับผลมาก
docetaxel ส่วนหนึ่งถูกขับออกทางต่อมน้ำตา ยาในน้ำตาไหลผ่านรูระบายน้ำตาและท่อเล็กที่หัวตา สัมผัสเยื่อบุบางๆ ซ้ำทุกครั้งที่ได้ยา
การอักเสบเฉียบพลันทำให้แสบและน้ำตาไหลสะท้อน เมื่อได้ยาสะสมนานขึ้น เยื่อบุที่อักเสบซ้ำจะเกิดพังผืดและท่อเล็กตีบ น้ำตาจึงระบายไม่ได้

ขณะเดียวกัน ยาทำให้ต่อมไขมันที่ขอบเปลือกตาทำงานผิดปกติ ชั้นไขมันที่เคลือบน้ำตาบางลง น้ำตาจึงระเหยเร็ว ผิวตาแห้ง และเส้นประสาทกระจกตาสั่งให้หลั่งน้ำตาเพิ่ม
กลไกทั้งหมดนี้ไม่ผ่านฮีสตามีน ยาแก้แพ้จึงไม่ช่วย การดูแลจึงเน้นปกป้องผิวตา ลดการอักเสบอย่างปลอดภัยภายใต้จักษุแพทย์ และตรวจพบการตีบตั้งแต่ระยะที่ยังแก้ไขได้
ส่วนคลื่นไส้ระยะหลังเกิดจากสารสื่อประสาท substance P ที่จับตัวรับ NK1 ในก้านสมอง จึงตอบสนองต่อยากลุ่มที่ต่างจากคลื่นไส้ช่วงวันแรก

E-E-A-T และแหล่งอ้างอิงทางวิชาการ

เรียบเรียงและทบทวนโดย (Asst. Prof. Dr. Norawit Raatpiboon)
จากงานวิจัยและแนวทางเวชปฏิบัติที่ตีพิมพ์ในฐานข้อมูล PubMed

  1. Esmaeli B, et al. Docetaxel secretion in tears: association with lacrimal drainage obstruction. Arch Ophthalmol. 2002. PubMed 12215091
  2. Esmaeli B, et al. Prospective study of incidence and severity of epiphora and canalicular stenosis in patients with metastatic breast cancer receiving docetaxel. J Clin Oncol. 2006. PubMed 16877729
  3. Esmaeli B, et al. Canalicular stenosis secondary to weekly versus every-3-weeks docetaxel in patients with metastatic breast cancer. Ophthalmology. 2002. PubMed 12045065
  4. Pfeiffer ML, Esmaeli B. Excessive tearing and lacrimal and canalicular blockage secondary to docetaxel in breast cancer patients in the metastatic and adjuvant settings. Curr Oncol. 2026. PubMed 42346259
  5. Mansur C, et al. Evaluation and management of chemotherapy-induced epiphora, punctal and canalicular stenosis, and nasolacrimal duct obstruction. Ophthalmic Plast Reconstr Surg. 2017. PubMed 27429222
  6. Iwai C, et al. Ocular adverse events of perioperative adjuvant docetaxel vs paclitaxel for breast cancer: propensity-score overlap-weighted analysis. Breast Cancer Res Treat. 2025. PubMed 40358650
  7. McCartney E, et al. Upper and lower system nasolacrimal duct stenosis secondary to paclitaxel. Ophthalmic Plast Reconstr Surg. 2007. PubMed 17413646
  8. Lee H, et al. Causes of tearing in patients with chemotherapy: meibomian gland dysfunction versus lacrimal drainage obstruction. J Craniofac Surg. 2023. PubMed 36691228
  9. Kam KW, et al. A review on drug-induced dry eye disease. Indian J Ophthalmol. 2023. PubMed 37026257
  10. Leonardi A, et al. Drug-induced periocular and ocular surface disorders: an EAACI position paper. Allergy. 2025. PubMed 41025570
  11. Paus R, et al. Pathobiology of chemotherapy-induced hair loss. Lancet Oncol. 2013. PubMed 23369683
  12. Schmid P, et al. Pembrolizumab for early triple-negative breast cancer (KEYNOTE-522). N Engl J Med. 2020. PubMed 32101663
  13. Navari RM, et al. Olanzapine for the prevention of chemotherapy-induced nausea and vomiting. N Engl J Med. 2016. PubMed 27410922
  14. Hesketh PJ, et al. Antiemetics: ASCO guideline update. J Clin Oncol. 2020. PubMed 32658626
  15. Ryan JL, et al. Ginger (Zingiber officinale) reduces acute chemotherapy-induced nausea: a URCC CCOP study of 576 patients. Support Care Cancer. 2012. PubMed 21818642

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่การวินิจฉัย ใบสั่งยา หรือคำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล
การเริ่ม หยุด หรือปรับยาเคมีบำบัด ยาแก้คลื่นไส้ ยาแก้แพ้ ยาหยอดตา หรือหัตถการท่อน้ำตา ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เจ้าของไข้ จักษุแพทย์ และเภสัชกร
หากมีอาการในหัวข้ออาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล ให้ไปโรงพยาบาลโดยเร็ว หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง โทร 1323 หรือ 1669