หน้าแรก / การดูแลแผล / แผลน้ำร้อนลวกร่วมกับน้ำตาลสูง

หมวดหมู่: ดูแลแผล · น้ำร้อนลวก · น้ำตาลสูง

น้ำตาล 300 กับแผลน้ำร้อนลวก อันตรายไหม? ดูแลแผลอย่างไรไม่ให้ติดเชื้อ

คำตอบด่วน

น้ำตาลราว 300 mg/dL ที่วัดได้ครั้งเดียวร่วมกับแผลน้ำร้อนลวก ยังไม่ใช่การวินิจฉัยภาวะคีโตนสูง แต่แผลเปิดและตัวเลขน้ำตาลควรให้แพทย์ดูในวันนี้ ภาพถ่ายบอกความลึกหรือการติดเชื้อไม่ได้ ส่วนน้ำตาลที่ยังสูงค้างตั้งแต่ 300 mg/dL ขึ้นไปเป็นเหตุไปห้องฉุกเฉินตามหน้า DKA ของ CDC

ความร้อนทำลายผิวอย่างไร และภาพบอกความลึกได้แค่ไหน

น้ำร้อนทำลายเซลล์ผิวจากชั้นนอกเข้าไปด้านใน ความลึกขึ้นกับอุณหภูมิ ระยะเวลาที่สัมผัส และตำแหน่งบนร่างกาย ชั้นที่ตายแล้วกับชั้นที่ยังฟื้นได้ดูคล้ายกันในภาพถ่าย

ชั้นที่แนวทางแผลไหม้ใช้แยก

American Burn Association อธิบายชั้นตื้นว่าแห้ง แดง และเปลี่ยนสีเมื่อกด ชั้นตื้นบางส่วนชุ่ม แดง มีตุ่มพอง และเจ็บมาก ชั้นลึกบางส่วนแห้งกว่า ซีดกว่า เปลี่ยนสีน้อยลง และเจ็บน้อยลง ชั้นเต็มความหนาแห้งคล้ายหนัง สีขาว น้ำตาล หรือดำ และสูญเสียความรู้สึกเมื่อทดสอบด้วยเข็ม แนวทางนี้เขียนให้ทีมแพทย์ ภาพสีแดงอมชมพู ผิวชั้นบนหลุดบางส่วน และมีสะเก็ด ยังทดสอบความชุ่มจริง การเปลี่ยนสีเมื่อกด หรือความเจ็บไม่ได้ จึงยังจัดชั้นไม่ได้ และยังสรุปไม่ได้ว่าติดเชื้อ

แผลเพิ่งเกิดกับแผลที่เป็นมาหลายวัน คนละวิธีดูแล

ช่วงปฐมพยาบาลของแผลใหม่

NHS ให้เปิดน้ำไหลเย็นธรรมดาราว 20 นาที โดยเร็วและภายใน 3 ชั่วโมงหลังโดนความร้อน ถ้าไม่มีน้ำไหลให้ใช้น้ำขวดหรือผ้าเปียก ถอดเสื้อผ้าและเครื่องประดับใกล้แผลถ้าไม่ติดผิว หลังลดความร้อนแล้ววางฟิล์มถนอมอาหารทับแผล อย่าพันรอบแขนหรือขา วิธีนี้เป็นของแผลที่เพิ่งเกิด ไม่ใช่คำสั่งให้แช่แผลเก่าซ้ำ

แผลที่เปิดมาหลายวัน

เมื่อผ่านช่วงลดความร้อนแล้ว สิ่งที่ต้องรู้คือความลึก เนื้อเยื่อที่เห็น การติดเชื้อ และระดับน้ำตาล ไม่ต้องแช่น้ำเย็นหรือประคบเย็นซ้ำ ดูแลอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการเสียดสี และไม่แกะสะเก็ด ถ้ามีผ้าปิดแผลที่ไม่ติดผิว ใช้ปิดระหว่างเดินทางไปพบแพทย์ได้ ผ้าชนิดใดเหมาะกับแผลนี้เป็นคำตัดสินของแพทย์หลังเห็นแผลจริง

NHS บอกว่าแผลเล็กที่ดูแลที่บ้านมักใช้เวลาหายราว 2 สัปดาห์ ประโยคนั้นไม่ใช่คำพยากรณ์ของแผลเปิดที่ไม่ทราบความลึก และมีน้ำตาลสูงร่วมด้วย

สิ่งที่ไม่ควรทาเอง กับสิ่งที่แพทย์อาจเลือก

ไม่ควรนำครีม ยาสมุนไพร น้ำมัน เนย หรือผลิตภัณฑ์อื่นมาทาแผลเปิดเองโดยยังไม่ทราบว่าเหมาะกับแผลนี้หรือไม่ NHS ห้ามทาครีม น้ำมัน หรือเนยบนแผลไหม้ ห้ามใช้พลาสเตอร์หรือผ้าปิดที่ติดแผล และห้ามเจาะตุ่มพอง ไม่ซื้อยาปฏิชีวนะมาเริ่มเอง และไม่ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อเร่งให้แผลปิด

ผลิตภัณฑ์ทาแผลไม่ใช่ของต้องห้ามทั้งหมด

การรักษาแผลไหม้บางรายต้องใช้วัสดุปิดแผล หรือผลิตภัณฑ์ที่เลือกตามความลึก ความชื้น และว่ามีเชื้อหรือไม่ การห้ามทาเองจึงไม่แปลว่าแพทย์จะไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ใดเลย เมื่อแพทย์เห็นแผลแล้วจึงเป็นจังหวะที่เลือกของที่ใช้ได้

น้ำตาล 300 ครั้งเดียว กับน้ำตาลที่สูงค้าง

ครั้งเดียวร่วมกับแผลเปิด

ตัวเลขราว 300 mg/dL ที่วัดได้ครั้งเดียว ยังไม่บอกว่าเป็นก่อนหรือหลังอาหาร และยังไม่ใช่การวินิจฉัย DKA เมื่อมีแผลเปิดอยู่ด้วย ควรให้แพทย์ดูทั้งบาดแผลและน้ำตาลภายในวันนี้ ไม่อดอาหารเพื่อกดตัวเลข ไม่ออกกำลังกายเร่งลดน้ำตาล และไม่ปรับอินซูลินเอง

เมื่อน้ำตาลยังคงสูง

คนละประโยคกับครั้งเดียวคือน้ำตาลที่ยังคงอยู่ตั้งแต่ 300 mg/dL ขึ้นไป หน้า DKA ของ CDC จัดข้อนี้อยู่ในเหตุไปห้องฉุกเฉิน พร้อมกับลมหายใจกลิ่นผลไม้ การอาเจียนจนกินและดื่มไม่ได้ หายใจลำบาก หรืออาการของ DKA หลายอย่าง ถ้ามีอาการซึม สับสน หรือไปเองไม่ไหว ให้โทร 1669

คีโตนและวันเจ็บป่วย

ถ้าเป็นเบาหวานอยู่แล้ว และกำลังป่วยหรือน้ำตาลตั้งแต่ 250 mg/dL ขึ้นไป หน้าเดียวกันให้ตรวจน้ำตาลทุก 4–6 ชั่วโมงและตรวจคีโตนในปัสสาวะ คีโตนที่สูงเป็นการไปห้องฉุกเฉิน หน้าวันป่วยของ CDC เป็นอีกชุด บอกว่าฮอร์โมนตอนป่วยทำให้น้ำตาลสูงได้ ให้คงอินซูลินและยารักษาเบาหวานตามแผนเดิม ดื่มน้ำ และพยายามกินตามปกติ ถ้าพบคีโตนให้ติดต่อแพทย์ รายการห้องฉุกเฉินของหน้านี้เน้นหายใจลำบาก คีโตน อาเจียนหรือท้องเสียต่อเนื่อง ไข้สูง และน้ำตาลต่ำกว่า 60 mg/dL ไม่ได้ใช้เลข 300 เป็นบรรทัดเดียวกัน การปรับอินซูลินเป็นเรื่องที่คุยกับแพทย์ ไม่ใช่สูตรในบทความนี้

น้ำตาลกับแผลเดินได้สองทาง

การเจ็บป่วยทำให้น้ำตาลสูงได้ ในผู้ป่วยแผลไหม้ที่รักษาในโรงพยาบาล บททบทวนเรื่องน้ำตาลสูงกับแผลไหม้ พบว่าน้ำตาลสูงกว่า 200 mg/dL สัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนติดเชื้อ โดยเฉพาะแผลติดเชื้อ ปอดอักเสบ และเชื้อในกระแสเลือด และน้ำตาลสูงกว่า 140 mg/dL ทำให้ต้องสงสัยการติดเชื้อมากขึ้น บททบทวนเดียวกันบอกว่าการติดเชื้อเองก็ทำให้น้ำตาลสูงหรือสูงค้างได้ น้ำตาลสูงจึงเป็นได้ทั้งตัวร่วมและสัญญาณของการติดเชื้อ ตัวเลขเหล่านั้นมาจากผู้ป่วยในโรงพยาบาล ไม่ใช่คำทำนายของภาพถ่ายหนึ่งภาพ และไม่ใช่เป้าหมายให้อินซูลินเองที่บ้าน บททบทวนยังระบุว่าเป้าหมายน้ำตาลที่เหมาะยังไม่ลงตัว และการดึงน้ำตาลให้ต่ำมากเพิ่มความเสี่ยงน้ำตาลต่ำ

ถ้าตัวเลขสูงกว่าช่วงนี้มาก หรือมีอาการของภาวะน้ำตาลวิกฤต อ่านต่อที่ หน้าน้ำตาล 516 กับภาวะฉุกเฉิน หน้านี้ไม่แทนการดูแผลลวก

เมื่อใดทีมแพทย์ควรปรึกษาผู้ดูแลแผลไหม้

American Burn Association แนะนำให้ปรึกษาและพิจารณาส่งต่อทันทีเมื่อมีแผลไหม้ร่วมกับโรคประจำตัว รวมถึงเมื่อปวดควบคุมไม่ได้ มีการบาดเจ็บอื่นร่วม หรือแผลลึกที่หน้า มือ อวัยวะเพศ เท้า ฝีเย็บ หรือพาดข้อ แนวทางยังให้ปรึกษาเมื่อแผลอาจลึก ไม่ว่าจะเล็กแค่ไหน

โรคเบาหวานเป็นโรคประจำตัวที่ทำให้การปรึกษามีเหตุผล แต่ไม่ได้แปลว่าผู้มีเบาหวานและแผลลวกทุกคนต้องนอนโรงพยาบาลหรือต้องผ่าตัด การพบแพทย์วันนี้คือการให้คนที่เห็นแผลจริงตัดสินความลึก วัสดุปิดแผล และแผนน้ำตาล

ให้แพทย์ตรวจประวัติวัคซีนบาดทะยัก

NHS ระบุว่าเชื้อบาดทะยักเข้าทางแผลได้ รวมถึงแผลไหม้ โอกาสสูงขึ้นเมื่อฉีดวัคซีนไม่ครบ แผลใหญ่หรือลึก หรือแผลสกปรกมีดิน สิ่งแปลกปลอม อาการที่ต้องเร่งคือขากรรไกรแข็ง กลืนลำบาก กล้ามเนื้อหดเกร็ง ชัก หรือหายใจลำบาก

สิ่งที่ทำได้ตอนพบแพทย์คือบอกประวัติการฉีดเท่าที่จำได้ แพทย์จะประเมินว่าต้องกระตุ้นวัคซีนหรือให้การป้องกันเพิ่มหรือไม่ ตารางอายุของสหราชอาณาจักรไม่ใช่ตารางของไทย จึงไม่นำมาใช้แทนการประเมินในประเทศไทย

ดูสัญญาณก่อนตัดสินใจรอ

ถ้ามีสัญญาณในกล่องด้านบน ให้ไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 ก่อนอ่านต่อ หน้านี้ไม่ใช่ด่านคัดกรองก่อนพบแพทย์

ดูสัญญาณแผลติดเชื้อและเมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

สัญญาณแผลติดเชื้อ และเมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

แผลที่ควรถูกดูในวันเดียวกัน

  • ผิวแดงลามออกจากขอบแผล บวม ร้อน หรือปวดมากขึ้น
  • มีหนอง น้ำเหลืองขุ่น หรือกลิ่นผิดไปจากเดิม
  • มีไข้ หรือรู้สึกไม่สบายมากขึ้น
  • แผลอยู่ที่ข้อพับ มือ เท้า หน้า หรืออวัยวะเพศ หรือสงสัยว่าลึก
  • น้ำตาลราว 300 mg/dL ร่วมกับแผลเปิด แม้จะวัดได้ครั้งเดียว

เหตุไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669

  • น้ำตาลตรวจซ้ำแล้วยังคงตั้งแต่ 300 mg/dL ขึ้นไป
  • คีโตนสูง ลมหายใจกลิ่นผลไม้ หรืออาเจียนจนดื่มไม่ได้
  • ซึม สับสน หายใจผิดปกติ หรือทรุดเร็ว ให้โทร 1669
ระหว่างรอการตรวจ ไม่แกะสะเก็ด ไม่เจาะตุ่มพอง ไม่ทาของที่เลือกเอง และไม่ปรับยาเบาหวานเอง

เทียบการดูแลที่ทำเองได้ กับสิ่งที่แพทย์เลือก

ตารางนี้แยกปฐมพยาบาล วัสดุปิดแผล แผนน้ำตาล และวัคซีน ไม่ใช่สูตรยาเฉพาะบุคคล

สถานการณ์ทำได้ระหว่างไปพบแพทย์แพทย์เป็นผู้เลือกไม่ทำเอง
แผลใหม่ภายใน 3 ชั่วโมงน้ำไหลเย็นราว 20 นาที แล้ววางฟิล์มทับโดยไม่พันรอบประเมินความลึกและตำแหน่งทาครีม น้ำมัน เนย หรือสมุนไพร เจาะตุ่มพอง
แผลเปิดมาหลายวันปิดอย่างอ่อนโยนถ้ามีผ้าที่ไม่ติดแผลวัสดุปิดแผลตามเนื้อเยื่อและความชื้นแช่น้ำเย็นซ้ำ แกะสะเก็ด
ผลิตภัณฑ์ทาแผลไม่ทาของใหม่ระหว่างทางผลิตภัณฑ์หรือผ้าปิดที่เหมาะกับความลึกซื้อยาปฏิชีวนะหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมาเร่งแผล
น้ำตาลราว 300 mg/dLให้ดูทั้งแผลและน้ำตาลวันนี้ ดื่มน้ำ กินตามปกติถ้าทำได้แผนยา อินซูลิน และว่าต้องตรวจคีโตนหรือไม่อดอาหาร ออกกำลังเร่ง หรือปรับอินซูลินเอง
สงสัยติดเชื้อสังเกตแดงลาม บวม หนอง กลิ่น และไข้ แล้วไปพบในวันเดียวกันตรวจแผลและตัดสินว่าต้องใช้ยาหรือไม่รอให้เป็นหนองมากขึ้นก่อนจึงค่อยไป
วัคซีนบาดทะยักบอกประวัติการฉีดเท่าที่จำได้ว่าต้องกระตุ้นหรือให้การป้องกันเพิ่มหรือไม่ใช้ตารางอายุของประเทศอื่นแทนการตรวจในไทย

กลไกที่ผู้เขียนใช้อธิบายน้ำตาลกับแผลไหม้

ผู้เขียน อธิบายจากสองแหล่งที่เปิดอ่านได้ แหล่งแรกคือหน้าวันป่วยของ CDC ฮอร์โมนขณะเจ็บป่วยดึงน้ำตาลในเลือดให้สูง จึงเกิดทางจากแผลหรือการอักเสบไปหาน้ำตาลสูงได้ แหล่งที่สองคือบททบทวนในผู้ป่วยแผลไหม้ ซึ่งสรุปว่าน้ำตาลสูงทำให้โปรตีนถูกเติมน้ำตาล รวมถึงภูมิคุ้มกันบางชนิดทำงานลดลง และเซลล์เม็ดเลือดขาวที่กินเชื้อทำงานได้แย่ลง งานในกลุ่มนั้นยังพบแรงดึงของแผลลดลงเมื่อน้ำตาลสูง

ผู้เขียนไม่ใช้กลไกนี้ฟันธงภาพถ่าย บททบทวนเองเขียนว่าการติดเชื้อและภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดก็ทำให้น้ำตาลสูงได้ น้ำตาลที่เห็นจึงอาจเป็นผลของการติดเชื้อ ไม่ใช่เพียงต้นเหตุ และงานนั้นเป็นผู้ป่วยแผลไหม้ในโรงพยาบาล ไม่ใช่สูตรจำนวนวันที่แผลเล็กจะปิด

คำถามที่พบบ่อย

ภาพถ่ายบอกความลึกของแผลหรือการติดเชื้อได้หรือไม่

ไม่ได้ แนวทางของ American Burn Association แยกชั้นแผลจากความชุ่ม สี การเปลี่ยนสีเมื่อกด ความเจ็บ และความรู้สึกเมื่อทดสอบ สิ่งเหล่านี้ดูจากภาพไม่ได้ สะเก็ดหรือสีผิวที่เปลี่ยนไม่พิสูจน์ว่าปลอดภัยหรือติดเชื้อ

น้ำตาล 300 ครั้งเดียวแปลว่าเป็น DKA หรือต้องเรียกรถพยาบาลหรือไม่

การวัดได้ราว 300 mg/dL ครั้งเดียวไม่ใช่การวินิจฉัย DKA แต่เมื่อมีแผลเปิดร่วมด้วย ควรให้แพทย์ดูทั้งแผลและน้ำตาลในวันนี้ หน้า DKA ของ CDC ให้ไปห้องฉุกเฉินเมื่อน้ำตาลยังคงอยู่ตั้งแต่ 300 mg/dL ขึ้นไป โทร 1669 เมื่อซึม สับสน หายใจผิดปกติ อาเจียนจนดื่มไม่ได้ หรือไปห้องฉุกเฉินเองไม่ไหว

แผลเพิ่งถูกลวกกับแผลที่เป็นมาหลายวันดูแลเหมือนกันหรือไม่

ไม่เหมือนกัน แผลใหม่ภายใน 3 ชั่วโมง NHS ให้เปิดน้ำไหลเย็นราว 20 นาที แล้ววางฟิล์มถนอมอาหารทับโดยไม่พันรอบ แผลที่เป็นมาหลายวันไม่ต้องแช่น้ำเย็นซ้ำ แพทย์เป็นผู้เลือกวัสดุปิดแผล

ทาครีม สมุนไพร หรือน้ำมันเองได้หรือไม่

ไม่ควรนำครีม ยาสมุนไพร น้ำมัน เนย หรือผลิตภัณฑ์อื่นมาทาแผลเปิดเอง NHS ห้ามครีม น้ำมัน และเนยบนแผลไหม้ และห้ามเจาะตุ่มพอง แพทย์อาจเลือกผลิตภัณฑ์หรือวัสดุปิดแผลตามความลึก จึงไม่ได้แปลว่าผลิตภัณฑ์ทาแผลทุกชนิดเป็นอันตราย

ผู้มีเบาหวานและแผลลวกต้องนอนโรงพยาบาลหรือผ่าตัดทุกคนหรือไม่

ไม่ใช่ทุกคน American Burn Association เขียนให้ทีมแพทย์ปรึกษาหรือพิจารณาส่งต่อเมื่อมีแผลไหม้ร่วมกับโรคประจำตัว และเมื่อสงสัยว่าแผลลึก การปรึกษาไม่เท่ากับการนอนโรงพยาบาลหรือการผ่าตัดทุกราย

ควรตรวจคีโตนเมื่อใด

ถ้าเป็นเบาหวานและกำลังป่วย หรือน้ำตาลตั้งแต่ 250 mg/dL ขึ้นไป หน้า DKA ของ CDC ให้ตรวจน้ำตาลทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงและตรวจคีโตนในปัสสาวะ ถ้าคีโตนสูงให้ไปห้องฉุกเฉิน ไม่ได้อดอาหาร ออกกำลังกายเร่งน้ำตาล หรือปรับอินซูลินเอง

ต้องกระตุ้นวัคซีนบาดทะยักหรือไม่

ให้แพทย์ตรวจประวัติวัคซีน NHS ระบุว่าแผลไหม้เป็นทางที่เชื้อบาดทะยักเข้าได้ โดยเฉพาะเมื่อแผลใหญ่ ลึก สกปรก หรือไม่ทราบว่าฉีดครบ ตารางอายุของสหราชอาณาจักรไม่ใช่ตารางของไทย จึงไม่ใช้แทนการประเมินในประเทศไทย

สะเก็ดแห้งแปลว่าแผลปลอดภัยหรือไม่

ไม่ได้ สะเก็ดเป็นสิ่งที่เห็นบนผิว เนื้อเยื่อด้านล่างและความลึกดูจากสะเก็ดไม่ได้ และสะเก็ดไม่ได้ตัดการติดเชื้อออก

แหล่งที่เปิดอ่านสำหรับบทความนี้

ข้อจำกัดของบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปจากแหล่งที่เปิดอ่านแล้ว ไม่ใช่การตรวจแผลหรือการวินิจฉัยของ ภาพถ่ายและน้ำตาลครั้งเดียวไม่แทนการพบแพทย์ หากซึม สับสน หายใจผิดปกติ อาเจียนจนดื่มไม่ได้ หรือทรุดเร็ว ให้โทร 1669