เด็กมีก้อนใต้หูสองข้าง ข้างหนึ่งใหญ่กว่า เจ็บเป็นพัก ๆ เป็นต่อมน้ำเหลืองหรืออะไร? ต้องตรวจเมื่อไร

เรียบเรียงโดย แนวทาง Cornwall ใช้กับเด็กจนถึงวันเกิดปีที่ 16 และใช้เมื่อสงสัยต่อมน้ำเหลืองที่คอ หากสงสัยก้อนแต่กำเนิดเป็นหลัก ให้เดินตามแนวทางก้อนแต่กำเนิดซึ่งหน้านี้ไม่ได้เปิด

เมื่อไรโทร 1669 และเมื่อไรพบแพทย์ในวันเดียวกัน

แนวทางห้องฉุกเฉินของ NHS Greater Glasgow and Clyde ที่ทบทวน 24 กุมภาพันธ์ 2026 ใส่เด็กที่ดูติดเชื้อในกระแสเลือดหรือดูป่วยมาก กลืนลำบาก เสียงฮืดหรือทางเดินหายใจถูกกระทบ เสียงที่เปลี่ยน ก้อนที่โตชัดภายในไม่ถึง 4 วัน และก้อนที่ตรึงแน่น ไว้ในเหตุให้ประเมินฉับพลัน

ในประเทศไทย ถ้าเด็กดูป่วยมาก มีเสียงฮืด หรือหายใจลำบาก และยังไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาล ให้โทร 1669 ถ้าอยู่โรงพยาบาลแล้ว ให้บอกทีมที่ดูแลอยู่

กลืนลำบาก เสียงเปลี่ยน ก้อนโตชัดภายในไม่ถึง 4 วัน สงสัยฝี หรือเด็กไม่สบายร่วมกับต่อมที่ใหญ่มาก ให้พบแพทย์ในวันเดียวกัน น้ำลายไหลและคอขยับได้จำกัดก็เป็นสิ่งที่แนวทางนั้นให้ตรวจ ไม่ใช่เฝ้าดูที่บ้าน

คำตอบสั้น

ก้อนใต้หรือหลังหูในเด็กยังบอกชนิดจากรูปไม่ได้ ต่อมน้ำเหลืองโตพบบ่อยหลังหวัด และอาจคลำได้อีกหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน เด็กที่ยังสบาย ก้อนเล็กและขยับได้ มักติดตามได้ ส่วนก้อนที่โตเร็ว อยู่เหนือไหปลาร้า หรือมีไข้กับน้ำหนักลด ต้องพบแพทย์เร็ว อัลตราซาวด์ช่วยดูลักษณะหรือฝี แต่แยกมะเร็งได้ไม่สมบูรณ์

รูปอย่างเดียวยังไม่ตั้งชื่อก้อน

แนวทาง Cornwall ทบทวน 10 ตุลาคม 2025 บอกว่าก้อนที่คอพบบ่อยในเด็ก และมีกลุ่มวินิจฉัยกว้าง โดยมากจัดเป็นก้อนแต่กำเนิด ก้อนแบบ reactive จากการติดเชื้อหรือการอักเสบ และก้อนกลุ่มเนื้องอก แม้ส่วนใหญ่ของก้อนที่คอจะมาจากโรคที่ไม่ร้ายแรงและจำกัดตัวเอง ประโยคนั้นเป็นคำอธิบายของแนวทาง ไม่ใช่การอ่านรูปของเด็กคนหนึ่ง

แนวทางห้องฉุกเฉินเดียวกันบอกว่าก้อนที่คอมีสาเหตุกว้าง และแยกคร่าว ๆ เป็นแต่กำเนิด อักเสบ และเนื้องอก โดยกลุ่มอักเสบพบได้มากที่สุดในเด็กที่มารับการตรวจนั้น ตัวเลขในหน้านั้นคือกลุ่มอักเสบราว 75 ใน 100 ของก้อนที่คอ และราว 80 ถึง 90 ใน 100 มีต้นกำเนิดที่ไม่ร้ายแรง ตัวเลขนี้เป็นของเด็กในแนวทางห้องฉุกเฉินนั้น ไม่ใช่ผลของรูปใบหนึ่ง

คำว่าก้อนใต้หูหรือหลังหูจึงยังไม่เท่ากับต่อมน้ำเหลือง จนกว่าจะมีการตรวจตำแหน่งจริง

ตำแหน่งต้องมาจากการคลำ ไม่ใช่จากภาพ

แนวทางให้บันทึกตำแหน่ง เพราะคนละที่ไม่ได้ชี้โครงสร้างเดียวกัน ก้อนแนวกลางที่เรียบและกลมเป็นภาพที่แนวทางห้องฉุกเฉินยกไว้กับถุงน้ำจากทางเดินของต่อมไทรอยด์ในระยะตัวอ่อน ก้อนเหนือไหปลาร้าเป็นตำแหน่งที่ทั้งสองแนวทางให้ความสำคัญสูง แนวทางห้องฉุกเฉินบอกว่าตำแหน่งนี้ชี้ไปทางก้อนร้ายได้มากและควรนำไปสู่การตรวจต่อ ส่วนต่อมอักเสบจากแบคทีเรียมักอยู่ด้านหน้าของคอ

หน้าใบหู หลังใบหู ใต้ขากรรไกร แนวคอ และบริเวณต่อมน้ำลายหน้าหู เป็นชื่อที่แพทย์ตั้งหลังคลำ หน้านี้ไม่มีแนวทางที่เปิดแล้วซึ่งแยกโรคประจำแต่ละจุดเหล่านั้นครบทุกจุด จึงไม่ตั้งชื่อโรคจากคำว่าใต้หู

ก้อนที่คิดว่ามีมาตั้งแต่เล็ก หรือก้อนแนวกลางที่สงสัยแต่กำเนิด เดินคนละทางกับต่อมน้ำเหลืองโต หน้า Cornwall ชี้ไปแนวทางก้อนแต่กำเนิดอีกฉบับ ซึ่งไม่ได้เปิดในรอบนี้ จึงไม่เขียนแผนผ่าตัดหรือแผนเฝ้าดูของก้อนกลุ่มนั้น

หลังหวัด ต่อมแบบ reactive พบได้บ่อยและอาจอยู่นาน

แนวทาง Royal Children’s Hospital ที่อัปเดตเมษายน 2021 บอกว่าการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจส่วนบนเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของต่อมน้ำเหลืองโตที่คอในเด็ก ต่อมแบบ reactive เหล่านี้อาจคลำได้อีกหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ต่อมจากไวรัสกดเจ็บได้ และเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ มักยุบไปตามอาการไวรัส และมีโอกาสน้อยที่จะกลายเป็นต่อมอักเสบจากแบคทีเรีย

แนวทาง Cornwall บอกว่าในเด็กที่สบายและไม่มี red flag ก้อนที่เล็กกว่า 2 ซม. ขยับได้ และอยู่เป็นแห่ง มักเป็น reactive lymphadenopathy อย่าง uncomplicated ให้ reassurance และข้อมูลแก่ครอบครัว ต่อมในช่วง 1.5 ถึง 2 ซม. ให้พิจารณานัดดูซ้ำหากโตขึ้นหรือมีลักษณะที่น่ากังวล ก้อนที่ใหญ่กว่า 2 ซม. ให้นัดดูที่ 6 สัปดาห์ ถ้ายุบแล้ว ต่อมเล็กที่ลักษณะปกติอาจยังคลำได้อีกหลายเดือน เพราะไขมันใต้ผิวมีน้อย ตำแหน่งตื้น และคอมีขนาดสัมพันธ์กับต่อม

สองข้างจึงเป็นรูปแบบที่เกิดกับไวรัสได้ และไม่ได้เป็นใบรับรองว่าไม่มีเรื่องที่ต้องดูต่อ ข้างหนึ่งใหญ่กว่าอีกข้างเป็นสิ่งที่ให้บันทึก ไม่ได้เป็นเกณฑ์มะเร็งด้วยตัวเองในแนวทางที่เปิด

เจ็บ แดง ร้อน โตเร็ว เป็นคนละภาพกับต่อมหลังหวัด

แนวทาง RCH บอกว่าต่อมน้ำเหลืองอักเสบเฉียบพลันจากแบคทีเรียมีต่อมโตและกดเจ็บ มักเป็นข้างเดียว และอาจยุบตัวเมื่อมีของเหลวข้างใน แนวทางห้องฉุกเฉินเสริมว่ามักอยู่ด้านหน้าของคอ แข็ง กดเจ็บ และอาจมีไข้ ผิวอาจแดง ร้อน และคอขยับได้จำกัด จุดตั้งต้นอาจอยู่ที่ปากหรือหนังศีรษะ และปัญหาฟันสัมพันธ์กับการติดเชื้อชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจนในคำอธิบายของ RCH

ถ้าแพทย์ตรวจแล้วเห็นว่าเป็นต่อมอักเสบจากแบคทีเรีย แนวทางเหล่านั้นพูดถึงยาปฏิชีวนะหลังการตรวจ หน้านี้ไม่ระบุชื่อยา ไม่ระบุขนาด และไม่ให้เริ่มยาจากบทความ แนวทาง Cornwall เขียนไว้สำหรับผู้ตรวจว่า ถ้าให้ยาแล้วไม่ดีขึ้นใน 48 ถึง 72 ชั่วโมง หรือสงสัยฝี ให้ติดต่อกุมารแพทย์ในวันเดียวกัน

ความเจ็บอย่างเดียวไม่ได้ตัดมะเร็ง และก้อนที่ไม่เจ็บไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง แนวทางห้องฉุกเฉินและ RCH บอกว่าต่อมจากวัณโรคมักไม่กดเจ็บ เมื่อมีประวัติสัมผัส ไข้ อ่อนเพลีย หรือน้ำหนักลด ส่วน RCH พูดถึงมะเร็งเมื่อก้อนอยู่ยาน แข็ง และไม่เจ็บ ร่วมกับอาการทั้งตัวได้ แนวทาง Cornwall ใส่ความแข็งหรือ rubbery ไว้ใน red flag โดยไม่ได้บอกว่าต้องไม่เจ็บก่อนจึงจะนับ

red flag ตามแนวทางที่เปิด ไม่ใช่เกณฑ์ที่ตั้งใหม่

รายการ red flag ของ Cornwall คือ อายุต่ำกว่า 6 เดือน ก้อนโตเร็ว ไข้ เหงื่อกลางคืน หรือน้ำหนักลด ตับหรือม้ามโต ก้อนแข็งหรือ rubbery ยึดผิวหนังหรือมีแผล อยู่เหนือไหปลาร้า ขนาดตั้งแต่ 3 ซม. ขึ้นไป จุดเลือดออก ช้ำโดยไม่มีเหตุ หรือซีด และมีประวัติสัมผัสวัณโรคในครอบครัว เมื่อมีรายการเหล่านี้ แนวทางให้คิดถึงการตรวจเลือดและคุยกุมารแพทย์เร็ว

เกณฑ์ 3 ซม. นี้คนละงานกับก้อนที่ยังใหญ่กว่า 2 ซม. หลัง 6 สัปดาห์ อันหลังเป็นข้อบ่งชี้อัลตราซาวด์เมื่อไม่มี red flag ไม่ใช่ชื่อมะเร็ง และไม่ใช่คำสั่งให้ทำภาพในวันแรกของทุกก้อนที่เลย 2 ซม.

แนวทางห้องฉุกเฉินยังให้ตรวจต่อมที่รักแร้หรือขาหนีบ ตับ ม้าม ผื่น และว่าเด็กดูสบายหรือป่วย RCH บอกว่าไวรัสบางชนิดทำให้ต่อมโตหลายตำแหน่งพร้อมตับหรือม้ามโต จึงควรบอกแพทย์ถ้าคลำได้ที่อื่นด้วย

ทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือนที่มีก้อนคลำได้ เป็นทั้ง red flag และข้อบ่งชี้อัลตราซาวด์ของ Cornwall

อัลตราซาวด์มีงานของมัน และไม่ได้ตัดมะเร็ง

ข้อบ่งชี้อัลตราซาวด์ในแนวทาง Cornwall คือ ก้อนเฉพาะที่ที่ยังใหญ่กว่า 2 ซม. นานกว่า 6 สัปดาห์ ก้อนแนวกลาง ก้อนที่คลำได้ในทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน ก้อนที่สงสัยแต่กำเนิดหรือพัฒนาการผิดปกติเพื่อดูลักษณะและวางแผนต่อหลังส่งกุมารแพทย์หรือหูคอจมูก และต่อมอักเสบเฉียบพลันที่ไม่ดีขึ้นเพื่อดูว่ามีฝีและต้องทำอะไรต่อหรือไม่

ประโยคในแนวทางนั้นระบุว่าอัลตราซาวด์แยกต่อมแบบ reactive กับต่อมมะเร็งได้ไม่น่าเชื่อถือทุกกรณี และไม่ควรใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองเพื่อตัดมะเร็ง ผลที่อ่านว่าไม่พบสิ่งผิดปกติจึงไม่ได้เป็นใบปิดชื่อมะเร็ง

แนวทางห้องฉุกเฉินบอกว่าอัลตราซาวด์เป็นภาพที่เลือกใช้สำหรับก้อนที่คอ และการตัดสินใจทำร่วมกับทีมหูคอจมูกและรังสีวิทยา เพื่อดูฝีหรือลักษณะที่สงสัยการเปลี่ยนแปลงร้ายในคนที่ต้องรับไว้ประเมิน แนวทาง RCH ให้คิดถึงอัลตราซาวด์เมื่อสงสัยฝี และอยู่ในรายการที่พิจารณาเมื่อก้อนอยู่ต่อและเด็กไม่สบายหรือต้องหาสาเหตุจำเพาะ ไม่ได้สั่งทุกคน

เลือดและเชื้อจำเพาะเลือกตามบริบท

เด็กที่ยังสบาย แนวทาง RCH บอกว่าก้อนที่มาไม่ถึง 2 สัปดาห์ และก้อนที่อยู่ 2 ถึง 6 สัปดาห์ มักไม่ต้องส่งตรวจเป็นกิจวัตร แนวทาง Cornwall ให้คิดถึงเลือดเมื่อมี red flag รายการในหน้านั้นคือความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดพร้อมฟิล์ม แอลดีเอช ซีอาร์พี และซีโรโลจีของอีบีวี ซีเอ็มวี และทอกโซพลาสมา

อีบีวี ซีเอ็มวี บาร์โทเนลลา และวัณโรคไม่ใช่ใบสั่งของทุกคน แนวทาง RCH ให้ส่งซีโรโลจีเมื่อสงสัยเชื้อนั้น และให้ทดสอบวัณโรคเมื่อสงสัยวัณโรค ประวัติแมว อาการทั้งตัว และต่อมที่ไม่เจ็บเป็นคำถาม ไม่ใช่ชื่อโรคจากรูป ตารางของ RCH วางต่อมจากโรคขีดข่วนของแมวไว้ที่รักแร้เป็นตำแหน่งที่พบบ่อย จึงไม่สรุปว่าก้อนที่คอบวกกับมีแมวเท่ากับโรคนั้น

ก้อนเรื้อรังเกิน 6 สัปดาห์ แนวทาง RCH บอกว่ามีได้หลายสาเหตุ ไวรัสจำนวนหนึ่งทำให้ต่อมโตได้นานถึง 6 สัปดาห์ และบางรายอธิบายไม่ได้ แนวทางห้องฉุกเฉินในย่อหน้าเรื่องเนื้องอกบอกว่าต่อมที่อยู่นานกว่า 6 สัปดาห์มีโอกาสเป็นกลุ่มเนื้องอกมากขึ้นและควรนำไปสู่การส่งต่อ สองประโยคนี้คนละหน้า เวลาที่เลย 6 สัปดาห์จึงเป็นเหตุให้แพทย์ดูใหม่ ไม่ใช่ชื่อมะเร็ง และไม่ลบประโยคที่ว่าต่อมเล็กอาจคลำได้อีกหลายเดือน

สิ่งที่ไม่ทำจากบทความ

อย่าเริ่มยาปฏิชีวนะเอง อย่าบีบ คลึง กดซ้ำ หรือเจาะก้อน ถ้าจะให้แพทย์เห็นการเปลี่ยนแปลง ให้ถ่ายรูปเป็นช่วงพร้อมสิ่งอ้างอิงขนาด ไม่จำเป็นต้องถ่ายทุกก้อน และไม่ใช้การคลำซ้ำแทนการบันทึก ไข้ที่ต่อเนื่องตั้งแต่ 5 วันพร้อมผื่น ตาแดงที่ไม่มีขี้ตา ปากหรือลิ้นแตก หรือมือลอก เป็นภาพที่แนวทางให้แพทย์นึกถึงอีกโรค ไม่ใช่ชื่อที่ผู้ปกครองตั้งจากก้อน

หน้า ก้อนไทรอยด์ที่ยังไม่ได้ยา และหน้า อาการเริ่มของโรคไทรอยด์ เป็นคนละคำถาม คนละบริเวณ และไม่ได้ตอบก้อนใต้หูในเด็ก หน้า ทาลาสซีเมียกับต่อมที่คอ ตอบคนที่รู้ว่าเป็นทาลาสซีเมียแล้วและคำถามคือเมื่อใดต้องตัดชิ้นเนื้อ

ลักษณะที่เห็น นึกถึงอะไร และยังบอกอะไรไม่ได้

ลักษณะนึกถึงอะไรได้ยังบอกอะไรไม่ได้
ก้อนเล็ก ขยับได้ หลังหวัดreactive lymph node พบได้บ่อยในเด็กที่สบายรูปอย่างเดียวยังยืนยันชนิดก้อนไม่ได้
เจ็บ แดง ร้อน โตเร็วต่อมอักเสบหรือฝี ต้องให้แพทย์ตรวจยังไม่ใช่ชื่อโรค และไม่ได้เริ่มยาจากบทความ
สองข้างไวรัสทำให้เป็นสองข้างได้ไม่ได้ตัดสาเหตุที่ต้องดูต่อ
ข้างหนึ่งใหญ่กว่าความไม่เท่ากันเป็นสิ่งที่บันทึกได้ไม่ได้เป็นเกณฑ์มะเร็งเดี่ยว ๆ
แข็ง ยึดติด หรืออยู่เหนือไหปลาร้าอยู่ใน red flag และควรประเมินเร็วยังไม่ใช่ชื่อวินิจฉัย
ใหญ่กว่า 2 ซม. และอยู่นานกว่า 6 สัปดาห์แนวทาง Cornwall ใช้เป็นเหตุทำอัลตราซาวด์เมื่อไม่มี red flagอัลตราซาวด์แยกมะเร็งได้ไม่สมบูรณ์
ตั้งแต่ 3 ซม. หรืออายุต่ำกว่า 6 เดือนอยู่ใน red flag ของ Cornwall และทารกกลุ่มนี้มีข้อบ่งชี้อัลตราซาวด์คนละเกณฑ์กับก้อน 2 ซม. ที่นัดดูที่ 6 สัปดาห์
น้ำหนักลด ไข้ หรือเหงื่อกลางคืนอาการทั้งตัวในรายการ red flagไม่ได้เท่ากับมะเร็งโดยอัตโนมัติ

ก่อนพาไปตรวจ

จดวันแรกที่คลำได้ ขนาดคร่าว ๆ และว่าก้อนโตขึ้นหรือเล็กลง แล้วใช้รายการด้านล่างถามแพทย์

เตรียมข้อมูลก่อนพาลูกไปตรวจเรื่องก้อนที่คอ

คำถามก่อนพาเด็กไปตรวจก้อนใกล้หูหรือที่คอ

  1. ก้อนอยู่หน้าใบหู หลังใบหู ใต้ขากรรไกร แนวคอ แนวกลาง หรือเหนือไหปลาร้า?
  2. คลำแล้วเหมือนต่อมน้ำเหลือง หรือยังเป็นก้อนชนิดอื่น?
  3. ขนาดประมาณกี่เซนติเมตร และใช้เกณฑ์ 2 ซม. กับ 3 ซม. คนละงานกันอย่างไร?
  4. ก้อนขยับได้หรือยึดติด?
  5. สัมผัสนิ่ม แข็ง rubbery หรือยุบตัวเหมือนมีของเหลว?
  6. กดเจ็บ ผิวแดง หรือร้อนหรือไม่?
  7. มีก้อนเดียว เป็นสองข้าง หรือคลำได้ที่รักแร้หรือขาหนีบด้วย?
  8. ในช่วงที่ผ่านมาโตขึ้น คงเดิม หรือเล็กลง?
  9. ถ้าไม่มี red flag ต้องนัดดูอีกเมื่อไร และก้อนที่ใหญ่กว่า 2 ซม. ถึงรอบ 6 สัปดาห์หรือยัง?
  10. มีจุดติดเชื้อที่หู คอ ฟัน หนังศีรษะหรือผิวหนังหรือไม่?
  11. ต้องตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ฟิล์ม หรือซีอาร์พีหรือไม่?
  12. มีเหตุให้ตรวจอีบีวี ซีเอ็มวี บาร์โทเนลลา หรือวัณโรคจากประวัตินี้หรือไม่?
  13. ถึงข้อบ่งชี้อัลตราซาวด์แล้วหรือยัง?
  14. ถ้าทำอัลตราซาวด์ ผลแบบใดต้องคุยต่อ เพราะผลที่ไม่วิตกก็ยังตัดมะเร็งไม่ได้?
  15. ต้องพบกุมารแพทย์หรือแพทย์หูคอจมูกหรือไม่?
  16. ขนาดหรือรูปแบบใดต้องกลับก่อนวันนัด?
  17. อาการทั้งตัว ข้อใดอยู่ใน red flag ของแนวทางที่เปิด?

สิ่งที่ผู้ปกครองควรจดไปวันนัด

  • วันแรกที่คลำได้ และรูปครั้งแรกกับรูปปัจจุบันถ้ามี โดยไม่ต้องถ่ายทุกก้อน
  • ขนาดคร่าว ๆ และว่าโตเร็วหรือไม่
  • เจ็บ แดง หรือร้อนหรือไม่
  • ไข้ น้ำหนักที่เปลี่ยน เหงื่อกลางคืน อ่อนเพลีย ซีด หรือช้ำง่าย
  • ไอ น้ำมูก เจ็บคอ ปวดหู หรือหูอักเสบ
  • ปัญหาฟัน แผลหรือผื่นที่หนังศีรษะและใบหน้า
  • ประวัติแมวข่วน สัมผัสวัณโรค การเดินทาง และยาที่ใช้
  • ผลตรวจเดิมถ้ามี และอายุของเด็ก โดยเฉพาะถ้ายังไม่ถึง 6 เดือน

กลไกโดยย่อ

ส่วนนี้อ้างตาม ต่อมน้ำเหลืองใกล้ทางเดินหายใจ หู ฟัน และหนังศีรษะตอบสนองต่อการติดเชื้อใกล้เคียง จึงโตและอาจยังคลำได้หลังอาการหวัดยุบ รูปไม่เห็นว่าก้อนขยับได้ แข็ง หรืออยู่เหนือไหปลาร้า อัลตราซาวด์ช่วยดูของเหลวและโครงของก้อนในข้อบ่งชี้ที่แนวทางเขียนไว้ แต่ตัวแนวทางบอกเองว่าแยกต่อมแบบ reactive กับต่อมมะเร็งได้ไม่สมบูรณ์

คำถามที่พบบ่อย

เด็กมีก้อนใต้หูเป็นต่อมน้ำเหลืองได้ไหม?

ได้เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อย แต่รูปอย่างเดียวตั้งชื่อก้อนไม่ได้ แนวทาง Cornwall ทบทวน 10 ตุลาคม 2025 บอกว่าก้อนที่คอในเด็กมีกลุ่มได้ทั้งแต่กำเนิด แบบ reactive จากการติดเชื้อหรือการอักเสบ และกลุ่มเนื้องอก แพทย์ต้องคลำตำแหน่งจริงก่อน

ต่อมน้ำเหลืองเด็กโตหลังเป็นหวัดได้นานแค่ไหน?

แนวทาง Royal Children’s Hospital ที่อัปเดตเมษายน 2021 บอกว่าต่อมแบบ reactive หลังไวรัสทางเดินหายใจส่วนบนอาจคลำได้อีกหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน แนวทาง Cornwall บอกว่าต่อมเล็กที่ลักษณะปกติอาจคลำได้อีกหลายเดือน เพราะไขมันใต้ผิวมีน้อยและคอมีขนาดสัมพันธ์กับต่อม

ก้อนสองข้างน่ากังวลกว่าก้อนข้างเดียวไหม?

สองข้างไม่ได้เป็นใบรับรองว่าปลอดภัย และไม่ได้เป็นเกณฑ์มะเร็ง แนวทาง RCH บอกว่าต่อมจากไวรัสกดเจ็บได้และเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ ส่วนต่อมอักเสบจากแบคทีเรียมักเป็นข้างเดียว

ข้างหนึ่งใหญ่กว่าอีกข้างใช้บอกมะเร็งได้ไหม?

ไม่ได้ แนวทางให้บันทึกว่าเป็นข้างเดียวหรือสองข้าง แต่ไม่ได้ใช้ความไม่เท่ากันเป็นเกณฑ์มะเร็งเดี่ยว ๆ ต้องดูขนาด การโต ความแข็ง การยึดติด ตำแหน่ง และอาการทั้งตัวร่วมกัน

ก้อนเจ็บแปลว่าติดเชื้อและตัดมะเร็งได้หรือไม่?

ความเจ็บชี้ให้คิดถึงต่อมอักเสบได้ โดยเฉพาะถ้าแดง ร้อน โตเร็ว และมักเป็นข้างเดียว แต่ความเจ็บอย่างเดียวไม่ได้ตัดมะเร็ง และก้อนที่ไม่เจ็บก็ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง แนวทางห้องฉุกเฉินบอกว่าต่อมจากวัณโรคอาจไม่กดเจ็บ

ก้อนแข็งแบบไหนควรพบแพทย์เร็ว?

แนวทาง Cornwall ใส่ก้อนที่แข็งหรือ rubbery การยึดติดผิวหนังหรือมีแผล และตำแหน่งเหนือไหปลาร้าไว้ใน red flag แนวทางห้องฉุกเฉินใส่ก้อนที่ตรึงกับเนื้อเยื่อไว้ในเหตุให้ประเมินฉับพลัน ความแข็งอย่างเดียวยังไม่ใช่ชื่อโรค

ขนาดเท่าใดใช้คนละเกณฑ์กัน?

แนวทาง Cornwall ใช้คนละตัวเลขสองงาน ก้อนที่ยังใหญ่กว่า 2 ซม. หลัง 6 สัปดาห์ในเด็กที่ไม่มี red flag เป็นเหตุทำอัลตราซาวด์ ส่วนขนาดตั้งแต่ 3 ซม. ขึ้นไปอยู่ในรายการ red flag แนวทาง RCH ใช้คำว่าต่อมโตเมื่อโดยมากใหญ่กว่า 1 ซม. ซึ่งเป็นคำจำกัดความ ไม่ใช่เกณฑ์ส่งตรวจของ Cornwall

ต้องทำอัลตราซาวด์ทุกคนไหม?

ไม่ แนวทาง Cornwall สงวนอัลตราซาวด์ไว้สำหรับก้อนที่ยังใหญ่กว่า 2 ซม. หลัง 6 สัปดาห์ ก้อนแนวกลาง ก้อนในทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน ก้อนที่สงสัยแต่กำเนิดหลังส่งต่อ และต่อมอักเสบเฉียบพลันที่ไม่ดีขึ้นเพื่อดูฝี เด็กที่สบายและไม่มี red flag ไม่ได้เริ่มจากภาพทุกคน

อัลตราซาวด์ปกติแปลว่าไม่เป็นมะเร็งไหม?

ไม่ได้แปลอย่างนั้น แนวทาง Cornwall เขียนว่าอัลตราซาวด์แยกต่อมแบบ reactive กับต่อมมะเร็งได้ไม่น่าเชื่อถือทุกกรณี และไม่ควรใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองเพื่อตัดมะเร็ง ผลที่น่ากังวลยังต้องคุยต่อกับกุมารแพทย์

ต้องตรวจเลือดทุกคนไหม?

ไม่ แนวทาง RCH บอกว่าเด็กที่สบายดีทั้งก้อนเฉียบพลันและก้อนที่อยู่ 2 ถึง 6 สัปดาห์ มักไม่ต้องส่งตรวจเป็นกิจวัตร แนวทาง Cornwall ให้คิดถึงเลือดเมื่อมี red flag โดยรายการในหน้านั้นคือความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดพร้อมฟิล์ม แอลดีเอช ซีอาร์พี และซีโรโลจีของอีบีวี ซีเอ็มวี และทอกโซพลาสมา

ต้องพบกุมารแพทย์หรือแพทย์หูคอจมูกเมื่อใด?

เด็กที่สบาย ก้อนเล็ก ขยับได้ และไม่มี red flag มักติดตามได้ แนวทาง Cornwall ให้คุยกุมารแพทย์เมื่อมี red flag หรือสงสัยฝี แนวทางห้องฉุกเฉินให้ประเมินหูคอจมูกฉับพลันเมื่อเด็กดูป่วยมาก กลืนลำบาก มีเสียงฮืดหรือทางเดินหายใจถูกกระทบ เสียงเปลี่ยน ก้อนโตชัดภายในไม่ถึง 4 วัน หรือก้อนตรึงแน่น รวมถึงก้อนเหนือไหปลาร้า

หู ฟัน คอ และหนังศีรษะเกี่ยวกับก้อนนี้ได้อย่างไร?

แนวทาง RCH ให้ตรวจหนังศีรษะ ใบหน้า หู จมูก คอ และฟัน เพราะการติดเชื้อใกล้เคียงเป็นข้อมูลประกอบ แนวทางห้องฉุกเฉินให้ดูฟันผุและโรคผิวบริเวณใกล้ก้อน รวมถึงผื่นเรื้อรังที่ศีรษะและคอ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยแพทย์ ไม่ได้ตั้งชื่อก้อนจากรูป

ก้อนอยู่หลายเดือนยังเป็น reactive ได้ไหม?

ได้ในต่อมเล็กที่ลักษณะปกติ ตามประโยคของ Cornwall ว่าอาจคลำได้อีกหลายเดือน แต่ก้อนที่ยังใหญ่กว่า 2 ซม. หลัง 6 สัปดาห์เป็นเหตุทบทวนและพิจารณาอัลตราซาวด์ แนวทาง RCH บอกว่าก้อนเรื้อรังเกิน 6 สัปดาห์มีได้หลายสาเหตุ และบางรายอธิบายไม่ได้ จึงไม่ใช้เวลาอย่างเดียวตั้งชื่อมะเร็ง

เมื่อใดควรกลับก่อนนัด?

กลับก่อนนัดเมื่อก้อนโตเร็ว แข็งขึ้น ยึดติด แดง ร้อน หรือยุบตัวเหมือนมีของเหลว มีไข้ต่อ น้ำหนักลด เหงื่อกลางคืน ซีด หรือช้ำง่าย และเมื่อแพทย์ให้ยามาแล้วไม่ดีขึ้นใน 2 ถึง 3 วัน หน้านี้อย่าบีบ คลึง หรือเจาะก้อนเอง

อาการแบบใดต้องไปโรงพยาบาลด่วน?

ถ้าเด็กดูป่วยมาก มีเสียงฮืด หรือหายใจลำบาก และยังไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาล ให้โทร 1669 กลืนลำบาก เสียงเปลี่ยน ก้อนโตชัดภายในไม่ถึง 4 วัน หรือสงสัยฝี ให้พบแพทย์ในวันเดียวกัน น้ำลายไหลและคอแข็งก็เป็นสิ่งที่แนวทางห้องฉุกเฉินให้ตรวจ

แหล่งที่เปิดประกอบบทความ

บทความ British Journal of General Practice ปี 2026 เปิดจากทั้งหน้าวารสารและคลังบทความไม่ได้ในรอบนี้ จึงไม่ใช้ประโยคจากบทความนั้น

ข้อจำกัดทางการแพทย์

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปจากแนวทางที่เปิดไว้ ไม่ได้ดูเด็กจากรูป และไม่ได้ให้เริ่มยาปฏิชีวนะ บีบ หรือเจาะก้อน ถ้าเด็กดูป่วยมาก มีเสียงฮืด หรือหายใจลำบาก และยังไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาล ให้โทร 1669