หมวด: มะเร็งนรีเวช · มะเร็งปากมดลูก · โภชนาการผู้ป่วยมะเร็ง · การเตรียมผ่าตัด

มะเร็งปากมดลูกระยะ 3 น้ำหนักลดเร็ว: ทำไมผอมลงเร็ว ทำไมบางคนยังให้คีโมไม่ได้ การผ่าตัดใหญ่ในอุ้งเชิงกรานใช้เมื่อไร และ 4 แนวทางโภชนาการเตรียมร่างกาย

AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)

น้ำหนักที่ลดเร็วในมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลามมักเกิดจากภาวะ cachexia ที่สารอักเสบจากมะเร็งกดความอยากอาหารและสลายกล้ามเนื้อ การรักษามาตรฐานของระยะ 3 คือฉายแสงร่วมกับยาเคมีบำบัด ส่วนการผ่าตัดใหญ่ในอุ้งเชิงกรานใช้ในผู้ป่วยที่คัดเลือก การเสริมพลังงานและโปรตีนตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยให้ร่างกายพร้อมรับการรักษามากขึ้น

บทความนี้ครอบคลุม:
มะเร็งปากมดลูก (MedlinePlus, NIH) ·
ระยะ 3 คืออะไร · ทำไมน้ำหนักลดเร็ว · ทำไมยังให้คีโมไม่ได้ · การผ่าตัดใหญ่ในอุ้งเชิงกราน · เป้าหมายพลังงานโปรตีน · ยาเพิ่มความอยากอาหาร
·
อาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล ·
ระยะ 3 คืออะไร ·
ทำไมน้ำหนักลด ·
คีโมและการผ่าตัดใหญ่ ·
4 แนวทางโภชนาการ ·
คำถามที่พบบ่อย

หมายเหตุ: คำว่า “ผ่าตัดเปลี่ยนเครื่องใน” เป็นคำเรียกทั่วไป อาจหมายถึงการผ่าตัดได้หลายแบบ ควรถามแพทย์เจ้าของไข้ว่าจะผ่าตัดอวัยวะใด และเป้าหมายของการผ่าตัดคืออะไร

เรื่องจากสมาชิก: ระยะ 3 น้ำหนักจาก 47 เหลือ 39 กิโลกรัม และแพทย์ยังไม่ให้คีโม

สมาชิกท่านหนึ่งเล่าว่าตอนแรกรู้สึกสดใสดี จนตรวจพบมะเร็งปากมดลูกระยะ 3 แพทย์ยังไม่ให้ยาเคมีบำบัดเพราะกังวลว่าร่างกายจะรับไม่ไหว
และแนะนำการผ่าตัดใหญ่ที่เธอเรียกว่า “ผ่าตัดเปลี่ยนเครื่องใน” เธอเบื่ออาหารมาก น้ำหนักลดจาก 47 เหลือ 39 กิโลกรัม แต่ยังบอกทุกคนว่ากำลังสู้อยู่

บทความนี้ไม่ได้วินิจฉัยท่านใด แต่ตอบคำถามที่ผู้ป่วยและครอบครัวมักสงสัย: ทำไมน้ำหนักลดเร็วขนาดนี้
ทำไมแพทย์อาจเลื่อนยาเคมีบำบัด การผ่าตัดใหญ่ในอุ้งเชิงกรานเหมาะกับใคร และ จะเตรียมร่างกายด้วยอาหารอย่างไร โดยอ้างอิงงานวิจัยในฐานข้อมูล PubMed

อาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล (Red Flags)

  • เลือดออกทางช่องคลอดมาก จนชุ่มผ้าอนามัยทุกชั่วโมง หรือหน้ามืด ใจสั่น เป็นลม
  • ไข้ 38 องศาขึ้นไป หรือหนาวสั่น โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งได้ยาเคมีบำบัดหรือใส่สายระบายปัสสาวะ
  • ปัสสาวะออกน้อยมากหรือไม่ออก หรือปวดเอวร่วมกับไข้ อาจเป็นสัญญาณก้อนกดท่อไตหรือไตติดเชื้อ
  • มีปัสสาวะหรืออุจจาระออกทางช่องคลอด อาจเป็นรูรั่วระหว่างอวัยวะ
  • อาเจียนจนกินดื่มไม่ได้เกิน 24 ชั่วโมง ปากแห้ง ปัสสาวะสีเข้ม
  • ท้องอืดมาก ไม่ผายลม ไม่ถ่าย ร่วมกับอาเจียน อาจเป็นลำไส้อุดตัน
  • ขาบวมแดงข้างเดียว หรือเจ็บหน้าอกหอบเหนื่อยทันที อาจเป็นลิ่มเลือด ซึ่งพบบ่อยขึ้นในมะเร็งอุ้งเชิงกราน — โทร 1669
  • ซึม สับสน หรือปลุกไม่ค่อยตื่น
  • ความคิดอยากตาย หรืออยากทำร้ายตัวเอง — โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือ 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

หากน้ำหนักยังลดต่อเนื่องเกิน 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ หรือกินได้น้อยกว่าครึ่งของปกตินานเกิน 1 สัปดาห์ ให้แจ้งทีมรักษาเพื่อนัดพบนักกำหนดอาหารโดยเร็ว

1. มะเร็งปากมดลูกระยะ 3 คืออะไร และรักษามาตรฐานอย่างไร

ระยะ 3 แบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อย

ตามระบบระยะโรคของสหพันธ์สูตินรีเวชนานาชาติ (Bhatla 2021) ระยะ 3 คือมะเร็งที่ลามออกนอกปากมดลูกแต่ยังอยู่ในอุ้งเชิงกราน
ระยะ 3A ลามถึงช่องคลอดส่วนล่าง ระยะ 3B ลามถึงผนังเชิงกราน หรือทำให้ไตบวมน้ำจากก้อนกดท่อไต และระยะ 3C ลามถึงต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกรานหรือข้างเส้นเลือดใหญ่ในช่องท้อง
ระยะ 3 จึงเป็น “ระยะลุกลามเฉพาะที่” ซึ่งยังรักษาโดยมีเป้าหมายควบคุมโรคระยะยาวได้ในผู้ป่วยจำนวนมาก

การรักษามาตรฐานคือฉายแสงร่วมกับยาเคมีบำบัด ไม่ใช่การผ่าตัด

การรักษามาตรฐานของระยะ 3 คือฉายแสงร่วมกับยาเคมีบำบัด (มักเป็น cisplatin สัปดาห์ละครั้ง) ตามด้วยการฝังแร่ งานวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยรายบุคคลจาก 18 การศึกษาแบบสุ่ม (CCCMAC 2008)
พบว่าใน 13 การศึกษาที่เทียบกับการฉายแสงอย่างเดียว การเพิ่มยาเคมีบำบัดเพิ่มอัตรารอดชีวิตที่ 5 ปีได้ 6% (HR 0.81)
ส่วนการให้ยาเคมีบำบัดก่อนแล้วผ่าตัด การศึกษาแบบสุ่ม 633 คน (Gupta 2018) พบอัตราปลอดโรคที่ 5 ปี 69.3% เทียบกับ 76.7% ในกลุ่มฉายแสงร่วมยาเคมีบำบัด
แนวทางยุโรปปี 2023 (Cibula 2023) จึงยังให้การฉายแสงร่วมยาเคมีบำบัดและฝังแร่เป็นการรักษาหลักของระยะลุกลามเฉพาะที่

ไตบวมน้ำพบบ่อยในระยะ 3B และเปลี่ยนแผนการรักษาได้

การศึกษาในผู้ป่วยระยะ 3B จำนวน 539 คน (Rose 2010) พบไตบวมน้ำ 44.2% กลุ่มนี้มีสภาพร่างกายแย่กว่า
และการระบายท่อไตที่อุดตัน ซึ่งทำได้ 88% สัมพันธ์กับผลการรักษาที่ดีขึ้น ไตที่ทำงานลดลงเป็นเหตุผลสำคัญที่แพทย์อาจยังไม่ให้ cisplatin จนกว่าจะแก้การอุดตันก่อน

6%อัตรารอดชีวิต 5 ปีที่เพิ่มขึ้นเมื่อเพิ่มยาเคมีบำบัดกับการฉายแสง
44.2%ของผู้ป่วยระยะ 3B มีไตบวมน้ำ (539 คน)
69%ขาดสารอาหารเมื่อจบการฉายแสงร่วมยาเคมีบำบัด (55 คน)
5.1%อัตราเสียชีวิตภายใน 30 วันหลังผ่าตัดเลาะอวัยวะในอุ้งเชิงกราน

ลักษณะของมะเร็งปากมดลูกแต่ละระยะ ผลต่อร่างกาย และการรักษาหลัก
ระยะขอบเขตของโรคผลต่อร่างกายและน้ำหนักการรักษาหลัก
ระยะ 1อยู่ที่ปากมดลูกมักไม่มีอาการ น้ำหนักไม่เปลี่ยนผ่าตัด หรือฉายแสงร่วมยาเคมีบำบัดเมื่อก้อนใหญ่
ระยะ 2ลามเลยปากมดลูก แต่ยังไม่ถึงผนังเชิงกรานเลือดออก ตกขาว บางคนเริ่มซีดฉายแสงร่วมยาเคมีบำบัด และฝังแร่
ระยะ 3ช่องคลอดส่วนล่าง ผนังเชิงกราน ไตบวมน้ำ หรือต่อมน้ำเหลืองปวด ซีด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ไตทำงานลดลงฉายแสงร่วมยาเคมีบำบัด และฝังแร่ ระบายท่อไตเมื่ออุดตัน
ระยะ 4Aลามถึงกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ตรงอาจมีรูรั่ว ติดเชื้อซ้ำ น้ำหนักลดมากฉายแสงร่วมยาเคมีบำบัด บางรายพิจารณาผ่าตัดเลาะอวัยวะในอุ้งเชิงกราน
ระยะ 4Bกระจายไปอวัยวะไกลอ่อนเพลีย cachexia ชัดเจนยาเคมีบำบัดหรือยามุ่งเป้า ร่วมกับการดูแลแบบประคับประคอง

สรุปจาก Bhatla 2021, Cibula 2023 และ Sánchez 2019 แผนจริงขึ้นกับผลตรวจภาพ ชิ้นเนื้อ และสภาพร่างกายของแต่ละคน

2. ทำไมมะเร็งทำให้เบื่ออาหารและน้ำหนักลดเร็ว (Cancer Cachexia)

เกณฑ์สากล: น้ำหนักลดเกิน 5%

ฉันทามติระหว่างประเทศ (Fearon 2011) นิยาม cancer cachexia ว่าเป็นการสูญเสียกล้ามเนื้อต่อเนื่อง ร่วมหรือไม่ร่วมกับการสูญเสียไขมัน
เกณฑ์คือน้ำหนักลดเกิน 5% หรือเกิน 2% ในผู้ที่ดัชนีมวลกายต่ำกว่า 20 อยู่แล้ว น้ำหนักที่ลดจาก 47 เหลือ 39 กิโลกรัม คือลด 8 กิโลกรัม หรือราว 17% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาก
ฉันทามติเดียวกันระบุว่าภาวะนี้ แก้ด้วยการกินเพิ่มอย่างเดียวไม่ได้ทั้งหมด เพราะต้นเหตุคือการอักเสบและการเผาผลาญที่ผิดปกติ ไม่ใช่แค่กินน้อย

สารอักเสบกดความอยากอาหารและสลายกล้ามเนื้อ

ก้อนมะเร็งและเม็ดเลือดขาวรอบก้อนหลั่งสารอักเสบ เช่น IL-6 และ TNF-alpha สารเหล่านี้ไปกดศูนย์ความอยากอาหารในสมอง ทำให้อิ่มเร็วและไม่อยากกิน
พร้อมกันนั้นยังกระตุ้นการสลายโปรตีนในกล้ามเนื้อและไขมัน ในมะเร็งปากมดลูกยังมีปัจจัยเสริม เช่น เลือดออกเรื้อรังจนซีด ปวดอุ้งเชิงกราน และไตบวมน้ำที่ทำให้ของเสียคั่งจนคลื่นไส้

กล้ามเนื้อที่หายไปมีผลต่อการรักษา

การศึกษาในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลามเฉพาะที่ 55 คน (Sánchez 2019) พบว่าไม่มีใครขาดสารอาหารชัดเจนตอนวินิจฉัย
แต่เมื่อจบการฉายแสงร่วมยาเคมีบำบัด 69% ขาดสารอาหาร น้ำหนักลดเฉลี่ย 7.4 กิโลกรัม 34.5% มีอัลบูมินต่ำ และผู้ที่เสียกล้ามเนื้อตั้งแต่ 10% ขึ้นไปมีโอกาสโรคกลับเป็นซ้ำสูงขึ้น (HR 2.96)
อีกการศึกษา (Abe 2022) พบภาวะกล้ามเนื้อน้อย 30.1% ก่อนรักษา เพิ่มเป็น 37.3% หลังรักษา และผู้ที่ดัชนีมวลกายต่ำกว่า 18.5 ก่อนรักษามีผลการรักษาแย่กว่า
ข้อมูลนี้อธิบายว่าทำไมทีมรักษาให้ความสำคัญกับการรักษาน้ำหนักและกล้ามเนื้อก่อนเริ่มการรักษาหลัก

3. ทำไมแพทย์อาจยังไม่ให้ยาเคมีบำบัด และการผ่าตัดใหญ่ในอุ้งเชิงกรานใช้เมื่อไร

ความพร้อมก่อนให้ cisplatin

cisplatin ขับออกทางไต และมีผลข้างเคียงต่อไต เม็ดเลือด และทำให้คลื่นไส้มาก แพทย์จึงมักประเมินก่อนให้ยา ได้แก่ ค่าไต ความเข้มข้นของเลือด การติดเชื้อ
และความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน หากผอมมาก ซีด ติดเชื้อ หรือไตบวมน้ำ แพทย์อาจเลือกแก้ปัญหาเหล่านี้ก่อน เช่น ใส่สายระบายท่อไต ให้เลือด ให้ยาฆ่าเชื้อ และเติมสารอาหาร
หรือเลือกฉายแสงโดยไม่ใช้ยาเคมีบำบัดในช่วงแรก การยังไม่ให้ยาเคมีบำบัดไม่ได้แปลว่าหมดทางรักษา แต่เป็นการเลือกลำดับที่ปลอดภัยกว่าสำหรับร่างกายในขณะนั้น

การผ่าตัดเลาะอวัยวะในอุ้งเชิงกรานคืออะไร

การผ่าตัดที่ผู้ป่วยมักเรียกว่า “ผ่าตัดเปลี่ยนเครื่องใน” มักหมายถึง pelvic exenteration คือการเอามดลูก ช่องคลอด และอาจรวมกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ตรงออก
แล้วทำทางออกใหม่ของปัสสาวะหรืออุจจาระทางหน้าท้อง แนวทางยุโรปปี 2023 (Cibula 2023) ใช้การผ่าตัดนี้ในผู้ป่วยที่คัดเลือก เช่น มะเร็งลามถึงกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ตรงโดยยังไม่ลามผนังเชิงกราน
หรือมะเร็งกลับเป็นซ้ำตรงกลางอุ้งเชิงกรานหลังฉายแสง เป้าหมายคือเอาก้อนออกทั้งหมดโดยขอบชิ้นเนื้อไม่มีมะเร็ง ไม่ใช่การตัดก้อนออกให้ได้มากที่สุด

ผลลัพธ์และความเสี่ยงของการผ่าตัดใหญ่

งานวิเคราะห์รวม 46 การศึกษา 4,417 คน ส่วนใหญ่เป็นมะเร็งปากมดลูก 3,183 คน (Di Donato 2025) พบอัตราเสียชีวิตภายใน 30 วัน 5.1%
สาเหตุหลักคือการติดเชื้อในกระแสเลือด 27.2% และการที่มะเร็งลามผนังเชิงกรานทำให้อัตรารอดชีวิตลดลงชัดเจน
การทบทวนอีกงาน (Sardain 2015) พบว่าการตรวจภาพก่อนผ่าตัดยังประเมินการลามระดับเล็กได้ไม่แม่นยำ และมีเพียงราวครึ่งหนึ่งที่ได้ขอบชิ้นเนื้อปลอดมะเร็ง
ร่างกายที่ขาดสารอาหารจึงเพิ่มความเสี่ยงแผลแยกและติดเชื้อหลังผ่าตัด นี่คือเหตุผลที่การเตรียมโภชนาการก่อนผ่าตัดสำคัญมาก

บางครั้ง “ผ่าตัดใหญ่” อาจเป็นการผ่าตัดเบี่ยงทาง

ในผู้ที่มีรูรั่วระหว่างช่องคลอดกับกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ หรือมีท่อไตอุดตัน แพทย์อาจผ่าตัดทำทวารเทียมหรือใส่สายระบายปัสสาวะผ่านผิวหนังเพื่อเบี่ยงทางก่อน
เพื่อลดการติดเชื้อ ให้ไตกลับมาทำงาน และทำให้ร่างกายพร้อมรับการฉายแสงหรือยาเคมีบำบัดต่อ การผ่าตัดแบบนี้ต่างจากการผ่าตัดเลาะอวัยวะออกทั้งหมด

คำถามที่ควรถามแพทย์เจ้าของไข้: ผ่าตัดอวัยวะใดบ้าง · เป้าหมายคือควบคุมโรคระยะยาวหรือบรรเทาอาการ · จะมีทางออกปัสสาวะหรืออุจจาระทางหน้าท้องไหม ·
หลังผ่าตัดจะฉายแสงหรือให้ยาเคมีบำบัดต่อไหม · ควรเพิ่มน้ำหนักหรือค่าเลือดถึงระดับไหนก่อนผ่าตัด
ประเมินระยะโรค ค่าไต ความเข้มข้นเลือด น้ำหนักและกล้ามเนื้อ
แก้ปัญหาเร่งด่วนระบายท่อไต ให้เลือด รักษาการติดเชื้อ
เติมสารอาหารพลังงาน โปรตีน อาหารทางการแพทย์ ภายใน 1–2 สัปดาห์
รักษาหลักฉายแสงร่วมยาเคมีบำบัด หรือผ่าตัดในผู้ที่คัดเลือก
ระหว่างและหลังรักษาชั่งน้ำหนักทุกสัปดาห์ ดูแลอาการ ฟื้นฟู

ระหว่างรอผ่าตัดหรือรอเริ่มรักษา อาการตอนนี้อยู่ในระดับไหน?

แบบประเมินนี้ช่วยดูว่าอาการระหว่างการรักษามะเร็ง เช่น น้ำหนักลด กินไม่ได้ ไข้ เลือดออก หรือปัสสาวะผิดปกติ เข้ากับรูปแบบที่ควรติดต่อทีมรักษาหรือไม่ อยู่ในระดับไหน และสัญญาณใดที่ไม่ควรรอ

วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา

คลิกทำแบบประเมินสัญญาณระหว่างการรักษามะเร็ง (ฟรี)

แบบประเมินช่วยจัดระดับความเร่งด่วนเท่านั้น ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยโรค

4. 4 แนวทางโภชนาการและเตรียมร่างกายก่อนผ่าตัดหรือก่อนรักษา

แนวทางที่ 1: ตั้งเป้าพลังงานและโปรตีนเป็นตัวเลข

แนวทาง ESPEN (Muscaritoli 2021) แนะนำพลังงานราว 25–30 กิโลแคลอรีต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน และโปรตีน 1.0–1.5 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน
สำหรับผู้ที่หนัก 39 กิโลกรัม เท่ากับพลังงานราว 975–1,170 กิโลแคลอรี และโปรตีนราว 39–58 กรัมต่อวัน
ถ้ากินได้ไม่ถึงเป้า ให้เสริมด้วยอาหารทางการแพทย์ชนิดดื่ม ซึ่งงานวิเคราะห์รวม 13 การศึกษาในมะเร็งนรีเวช (Li 2025) พบว่าช่วยให้ค่าทางโภชนาการดีขึ้น
แม้ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดโดยรวมยังลดลงไม่ชัดเจน (OR 0.85)

แนวทาง ESPEN ด้านการผ่าตัด (Weimann 2021) แนะนำว่าผู้ที่มีความเสี่ยงทางโภชนาการรุนแรงควรได้รับโภชนบำบัดก่อนผ่าตัดใหญ่ราว 7–14 วัน แม้ต้องเลื่อนผ่าตัดออกไป
หากกินทางปากไม่ได้จริง การให้อาหารทางสายยางเป็นทางเลือกถัดไป ส่วนการให้อาหารทางหลอดเลือดใช้เมื่อทางเดินอาหารใช้งานไม่ได้

แนวทางที่ 2: กินมื้อเล็ก 5–6 มื้อ เน้นอาหารพลังงานสูงที่ย่อยง่าย

เมื่ออิ่มเร็ว การกินมื้อเล็กบ่อยๆ ได้พลังงานรวมมากกว่ามื้อใหญ่ 3 มื้อ เลือกอาหารที่ให้ทั้งโปรตีนและพลังงานในปริมาณน้อย เช่น ไข่ทั้งฟอง ปลา เต้าหู้ นม ข้าวต้มใส่เนื้อสัตว์ และเติมน้ำมันพืชเล็กน้อย
ไม่จำเป็นต้องกินแต่ไข่ขาว เพราะไข่ทั้งฟองให้พลังงานมากกว่า เว้นแต่แพทย์จำกัดไขมัน การงดน้ำตาลหรือข้าวเพื่อ “ไม่ให้มะเร็งโต” ไม่มีหลักฐานว่าช่วย และอาจทำให้น้ำหนักลดต่อ
แนวทาง ASCO (Roeland 2020) แนะนำให้ได้รับคำปรึกษาด้านอาหารจากนักกำหนดอาหาร เพื่อวางแผนร่วมกับผู้ป่วยและผู้ดูแล

แนวทางที่ 3: คุยกับแพทย์เรื่องยาเพิ่มความอยากอาหาร

แนวทาง ASCO ปี 2020 ระบุว่ายังไม่มียาตัวใดเป็นมาตรฐานสำหรับ cachexia แต่ถ้าแพทย์ตัดสินใจลองใช้ยา ทางเลือกคือยากลุ่มโปรเจสเตอโรนสังเคราะห์และสเตียรอยด์ระยะสั้นไม่กี่สัปดาห์
ฉบับปรับปรุงปี 2023 (Roeland 2023) เพิ่ม olanzapine ขนาดต่ำ ตามการศึกษาแบบสุ่ม 124 คน (Sandhya 2023)
ที่พบน้ำหนักเพิ่มเกิน 5% ใน 60% ของกลุ่มที่ได้ยา เทียบกับ 9% ในกลุ่มยาหลอก และความอยากอาหารดีขึ้น 43% เทียบกับ 13%

ยากลุ่มโปรเจสเตอโรน (megestrol acetate) จากการทบทวนของ Cochrane 35 การศึกษา 3,963 คน (Ruiz Garcia 2013) ช่วยเพิ่มความอยากอาหารและน้ำหนักได้เล็กน้อย
แต่พบบวมน้ำ ลิ่มเลือด และการเสียชีวิตมากขึ้น จึงต้องระวังในมะเร็งอุ้งเชิงกรานที่เสี่ยงลิ่มเลือดอยู่แล้ว
ส่วนโอเมก้า-3 งานวิเคราะห์รวม 12 การศึกษา 1,184 คน (Jin 2022) พบว่าโอเมก้า-3 ไม่ได้ช่วยเพิ่มน้ำหนัก แต่คุณภาพชีวิตดีขึ้น

olanzapine: น้ำหนักเพิ่มเกิน 5%

60%
ยาหลอก: น้ำหนักเพิ่มเกิน 5%

9%
olanzapine: ความอยากอาหารดีขึ้น

43%
ยาหลอก: ความอยากอาหารดีขึ้น

13%

ข้อมูลจาก Sandhya 2023 ในผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร ตับอ่อนทางเดินน้ำดี และปอดที่ได้ยาเคมีบำบัด ยังไม่มีการศึกษาเฉพาะมะเร็งปากมดลูก การใช้ยาต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์

แนวทางที่ 4: เตรียมร่างกายแบบ ERAS ตรวจเลือด และดูแลใจ

แนวทาง ERAS สำหรับการผ่าตัดมะเร็งนรีเวช (Nelson 2019) แนะนำการประเมินและแก้ภาวะขาดสารอาหารและภาวะซีดก่อนผ่าตัด
ไม่งดอาหารนานเกินจำเป็นก่อนผ่าตัด และเริ่มกินทางปากเร็วหลังผ่าตัด การเดินวันละหลายรอบตามแรงที่มีช่วยรักษากล้ามเนื้อ

เรื่องผลเลือด อัลบูมินสะท้อนการอักเสบมากกว่าการกินโปรตีน เพราะเป็นโปรตีนที่ตับสร้างลดลงเมื่อร่างกายอักเสบ (Kim 2017)
ค่าที่ต่ำบอกความเสี่ยงก่อนผ่าตัด แต่การให้อัลบูมินทางหลอดเลือดเพื่อแก้ตัวเลขไม่ได้ช่วยให้ผลผ่าตัดดีขึ้นชัดเจน ทีมรักษาจึงมักดูน้ำหนัก กล้ามเนื้อ ความเข้มข้นเลือด และค่าไตประกอบกัน
ส่วนจิตใจ ความกังวลและซึมเศร้าทำให้กินได้น้อยลงและนอนไม่หลับ การได้คุยกับนักจิตวิทยาหรือทีมดูแลแบบประคับประคองช่วยให้รับมือได้ดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา ไม่ใช่เรื่องรอง

แผนโภชนาการก่อนผ่าตัดหรือก่อนรักษา สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่น้ำหนักลด
หมวดตัวอย่างที่แนะนำประโยชน์วิธีกิน
โปรตีนไข่ทั้งฟอง ปลา ไก่ เต้าหู้ นม โยเกิร์ตรักษากล้ามเนื้อ ช่วยสมานแผลมีโปรตีนทุกมื้อ รวมราว 1.0–1.5 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน
พลังงานข้าวต้ม โจ๊ก ขนมปัง น้ำมันพืช ถั่วบด อะโวคาโดลดการดึงกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานเติมน้ำมันหรือถั่วบดในอาหารเพื่อเพิ่มพลังงานโดยไม่เพิ่มปริมาณ
อาหารทางการแพทย์ชนิดดื่มสูตรครบถ้วน พลังงานและโปรตีนสูงเติมพลังงานเมื่อกินอาหารปกติได้ไม่ถึงเป้าจิบระหว่างมื้อ วันละ 1–2 แก้ว หรือตามนักกำหนดอาหาร
ธาตุเหล็กและภาวะซีดเนื้อสัตว์ ตับ ผักใบเขียวช่วยร่วมกับการรักษาภาวะซีดของแพทย์ภาวะซีดจากเลือดออกมักต้องให้เลือดหรือยาเสริมตามแพทย์
น้ำน้ำเปล่า น้ำซุป นมช่วยการทำงานของไต โดยเฉพาะก่อนได้ cisplatinดื่มสม่ำเสมอ เว้นแต่แพทย์จำกัดน้ำ
อาหารที่ควรระวังของดิบ อาหารค้างคืน สมุนไพรเข้มข้นลดการติดเชื้อและการทำปฏิกิริยากับยาแจ้งแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้อาหารเสริมหรือสมุนไพร

สรุปจาก Muscaritoli 2021, Weimann 2021, Roeland 2020 และ Nelson 2019 ปริมาณจริงต้องปรับตามค่าไต น้ำตาลในเลือด และคำแนะนำของนักกำหนดอาหาร

เปรียบเทียบทางเลือกการรักษาและการดูแลโภชนาการ

ทางเลือกเป้าหมายหลักฐานข้อควรรู้
ฉายแสงร่วมยาเคมีบำบัด (cisplatin) และฝังแร่ควบคุมโรคระยะยาวรอดชีวิต 5 ปีเพิ่ม 6% HR 0.81 (CCCMAC 2008)ต้องการไตและเม็ดเลือดที่พร้อม
ฉายแสงอย่างเดียวควบคุมโรคเมื่อให้ cisplatin ไม่ได้เป็นทางเลือกในผู้ที่ไม่พร้อมรับยา (Cibula 2023)ได้ผลน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการให้ยาร่วม
ยาเคมีบำบัดก่อน แล้วผ่าตัดลดก้อนก่อนผ่าตัดปลอดโรค 5 ปี 69.3% เทียบ 76.7% (Gupta 2018)ไม่ใช่มาตรฐานของระยะลุกลามเฉพาะที่
ผ่าตัดเลาะอวัยวะในอุ้งเชิงกรานเอาก้อนออกทั้งหมดในผู้ที่คัดเลือกเสียชีวิตใน 30 วัน 5.1% (Di Donato 2025)ต้องไม่ลามผนังเชิงกราน มีทางออกปัสสาวะหรืออุจจาระใหม่
ระบายท่อไต หรือผ่าตัดเบี่ยงทางแก้ไตบวมน้ำ รูรั่ว การติดเชื้อระบายได้ 88% สัมพันธ์กับผลดีขึ้น (Rose 2010)ช่วยให้พร้อมรับการรักษาหลัก
คำปรึกษาด้านอาหาร และอาหารทางการแพทย์ชนิดดื่มเพิ่มพลังงานโปรตีนค่าทางโภชนาการดีขึ้น (Li 2025; Roeland 2020)ผลต่อภาวะแทรกซ้อนยังไม่ชัด
โภชนบำบัดก่อนผ่าตัด 7–14 วันลดความเสี่ยงผ่าตัดในผู้ขาดสารอาหารรุนแรงแนวทาง ESPEN (Weimann 2021)อาจต้องเลื่อนผ่าตัดเล็กน้อย
olanzapine ขนาดต่ำเพิ่มความอยากอาหารน้ำหนักเพิ่มเกิน 5%: 60% เทียบ 9% (Sandhya 2023)ง่วง ต้องใช้ตามแพทย์สั่ง
megestrol acetate (กลุ่มโปรเจสเตอโรน)เพิ่มความอยากอาหาร35 การศึกษา 3,963 คน (Ruiz Garcia 2013)เพิ่มลิ่มเลือดและบวมน้ำ
สเตียรอยด์ระยะสั้นเพิ่มความอยากอาหารชั่วคราวใช้ได้ไม่กี่สัปดาห์ (Roeland 2020)น้ำตาลสูง กล้ามเนื้ออ่อนแรงถ้าใช้นาน
โอเมก้า-3ลดการอักเสบไม่เพิ่มน้ำหนัก คุณภาพชีวิตดีขึ้น (Jin 2022)แจ้งแพทย์ก่อน เพราะอาจเพิ่มเลือดออก
เตรียมร่างกายแบบ ERASฟื้นตัวเร็วหลังผ่าตัดแนวทางสากล (Nelson 2019)แก้ซีด ไม่งดอาหารนาน เดินเร็วหลังผ่าตัด

ใช้ชื่อสามัญทางยาหรือกลุ่มยาเท่านั้น ไม่ใช้ชื่อการค้า การเลือกการรักษาต้องผ่านการประเมินของทีมรักษา

ความเชื่อที่พบบ่อย เทียบกับหลักฐาน

“ผอมเพราะกินน้อย ถ้ากินเยอะขึ้นน้ำหนักจะกลับมาเอง”

cachexia เกิดจากการอักเสบและการเผาผลาญที่ผิดปกติ การกินเพิ่มช่วยชะลอการลดลงได้ แต่ต้องรักษาตัวมะเร็งและการอักเสบร่วมด้วย

“น้ำตาลเลี้ยงมะเร็ง ต้องงดหวานและงดข้าว”

การงดคาร์โบไฮเดรตไม่ได้ทำให้ก้อนเล็กลง แต่ทำให้พลังงานไม่พอและน้ำหนักลดต่อ ผู้ที่เป็นเบาหวานควรคุมน้ำตาลร่วมกับนักกำหนดอาหาร

“แพทย์ไม่ให้คีโม แปลว่าหมดทางแล้ว”

การเลื่อนยาเคมีบำบัดมักเป็นการแก้ไต ภาวะซีด การติดเชื้อ หรือภาวะโภชนาการก่อน หรือเลือกการรักษาอื่นที่ร่างกายรับได้ ควรถามแพทย์ว่าแผนถัดไปคืออะไร

“ผ่าตัดใหญ่คือการตัดมะเร็งออกให้ได้มากที่สุด”

การผ่าตัดเลาะอวัยวะในอุ้งเชิงกรานมุ่งเอาก้อนออกทั้งหมดโดยขอบชิ้นเนื้อปลอดมะเร็งในผู้ที่คัดเลือก ไม่ใช่การลดขนาดก้อน และมีความเสี่ยงสูงที่ต้องคุยให้ชัด

“อัลบูมินต่ำ ต้องให้อัลบูมินทางเส้นเลือด”

อัลบูมินต่ำสะท้อนการอักเสบเป็นหลัก การให้อัลบูมินทางหลอดเลือดเพื่อแก้ตัวเลขไม่ได้ช่วยให้ผลผ่าตัดดีขึ้นชัดเจน การเติมพลังงานโปรตีนและรักษาต้นเหตุสำคัญกว่า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มะเร็งปากมดลูกระยะ 3 ทำไมทำให้น้ำหนักลดเร็วและเบื่ออาหาร?

สาเหตุหลักคือภาวะ cancer cachexia ซึ่งสารอักเสบจากก้อนมะเร็งกดศูนย์ความอยากอาหารในสมองและเร่งการสลายกล้ามเนื้อ ร่วมกับปัจจัยเฉพาะของมะเร็งปากมดลูก เช่น เลือดออกจนซีด ปวด และไตบวมน้ำจากก้อนกดท่อไต เกณฑ์สากลถือว่าน้ำหนักลดเกิน 5 เปอร์เซ็นต์เข้าข่ายภาวะนี้ น้ำหนักที่ลดจาก 47 เหลือ 39 กิโลกรัมเท่ากับลดราว 17 เปอร์เซ็นต์

การผ่าตัดใหญ่ที่เรียกกันว่าผ่าตัดเปลี่ยนเครื่องในคืออะไร?

มักหมายถึงการผ่าตัดเลาะอวัยวะในอุ้งเชิงกราน คือเอามดลูก ช่องคลอด และอาจรวมกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ตรงออก แล้วทำทางออกใหม่ของปัสสาวะหรืออุจจาระทางหน้าท้อง แนวทางยุโรปปี 2023 ใช้การผ่าตัดนี้ในผู้ป่วยที่คัดเลือก เช่น มะเร็งลามถึงกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ตรงโดยยังไม่ลามผนังเชิงกราน หรือมะเร็งกลับเป็นซ้ำหลังฉายแสง บางครั้งคำนี้อาจหมายถึงการผ่าตัดเบี่ยงทางปัสสาวะหรืออุจจาระ จึงควรถามแพทย์ให้ชัด

ทำไมแพทย์ถึงยังไม่ให้ยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยที่ผอมมาก?

ยาเคมีบำบัดที่ใช้คู่กับการฉายแสงในมะเร็งปากมดลูกคือ cisplatin ซึ่งต้องอาศัยไตที่ทำงานดี เม็ดเลือดเพียงพอ และร่างกายที่แข็งแรงพอ หากผอมมาก ซีด ติดเชื้อ หรือไตบวมน้ำจากก้อนกดท่อไต แพทย์อาจเลื่อนยา แก้ปัญหาเหล่านี้ก่อน หรือเลือกการรักษาแบบอื่น การยังไม่ให้ยาเคมีบำบัดไม่ได้แปลว่าหมดทางรักษา

ควรกินพลังงานและโปรตีนวันละเท่าไรเพื่อเตรียมร่างกาย?

แนวทาง ESPEN แนะนำพลังงานราว 25 ถึง 30 กิโลแคลอรีต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน และโปรตีน 1.0 ถึง 1.5 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน สำหรับผู้ที่หนัก 39 กิโลกรัมเท่ากับพลังงานราว 975 ถึง 1,170 กิโลแคลอรี และโปรตีนราว 39 ถึง 58 กรัมต่อวัน หากกินได้ไม่ถึงเป้า อาหารทางการแพทย์ชนิดดื่มช่วยเติมได้ และควรให้นักกำหนดอาหารปรับตามผลเลือดและการทำงานของไต

มียาช่วยเพิ่มความอยากอาหารไหม?

แนวทาง ASCO ระบุว่ายังไม่มียาตัวใดเป็นมาตรฐาน แต่แพทย์อาจลองใช้ olanzapine ขนาดต่ำ ซึ่งในการศึกษาแบบสุ่ม 124 คนทำให้น้ำหนักเพิ่มเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ใน 60 เปอร์เซ็นต์เทียบกับ 9 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่มยาหลอก หรือยากลุ่มโปรเจสเตอโรนสังเคราะห์และสเตียรอยด์ระยะสั้น ยาทุกตัวมีผลข้างเคียง โดยยากลุ่มโปรเจสเตอโรนเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือด จึงต้องใช้ตามแพทย์สั่งเท่านั้น

ควรกินไข่ขาวอย่างเดียว และต้องงดหวานเพราะน้ำตาลเลี้ยงมะเร็งไหม?

ไม่จำเป็น ไข่ทั้งฟองให้ทั้งโปรตีนและพลังงานมากกว่าไข่ขาวอย่างเดียว เว้นแต่แพทย์จำกัดไขมันหรือคอเลสเตอรอล ส่วนการงดน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตไม่ได้ทำให้ก้อนมะเร็งเล็กลง แต่อาจทำให้พลังงานไม่พอและน้ำหนักลดต่อ ผู้ที่เป็นเบาหวานควรคุมน้ำตาลร่วมกับนักกำหนดอาหาร

ค่าอัลบูมินต่ำแปลว่าขาดโปรตีนอย่างเดียวใช่ไหม?

ไม่ทั้งหมด อัลบูมินสะท้อนการอักเสบมากกว่าการกินโปรตีน เพราะเมื่อร่างกายอักเสบ ตับจะลดการสร้างอัลบูมินลง ค่าที่ต่ำจึงเป็นสัญญาณความเสี่ยงก่อนผ่าตัด แต่การให้อัลบูมินทางหลอดเลือดเพื่อแก้ตัวเลขไม่ได้ช่วยให้ผลผ่าตัดดีขึ้นชัดเจน การเพิ่มพลังงานโปรตีน การคุมการอักเสบ และการรักษามะเร็งเองสำคัญกว่า

อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล?

เลือดออกทางช่องคลอดมากจนชุ่มผ้าอนามัยทุกชั่วโมง ไข้ 38 องศาขึ้นไปหรือหนาวสั่น ปัสสาวะออกน้อยมากหรือไม่ออก ปวดเอวร่วมกับไข้ มีปัสสาวะหรืออุจจาระออกทางช่องคลอด อาเจียนจนกินดื่มไม่ได้เกิน 24 ชั่วโมง ท้องอืดไม่ผายลม ขาบวมข้างเดียวหรือเจ็บหน้าอกหอบ ซึมหรือสับสน และความคิดอยากทำร้ายตัวเอง

กลไกทางวิทยาศาสตร์: จากก้อนมะเร็งในอุ้งเชิงกรานสู่กล้ามเนื้อที่หายไป

สรุปโดย :
ก้อนมะเร็งปากมดลูกที่ลุกลามและเม็ดเลือดขาวรอบก้อนหลั่งสารอักเสบ เช่น IL-6 และ TNF-alpha ซึ่งไปออกฤทธิ์ที่สมองส่วนไฮโปทาลามัส ลดสัญญาณหิวและเพิ่มสัญญาณอิ่ม
ในกล้ามเนื้อ สารเหล่านี้กระตุ้นระบบย่อยสลายโปรตีนและลดการสร้างโปรตีนใหม่ ส่วนในเนื้อเยื่อไขมันจะเร่งการสลายไขมัน ร่างกายจึงเสียทั้งกล้ามเนื้อและไขมันแม้กินได้บางส่วน

มะเร็งปากมดลูกระยะลุกลามยังมีกลไกเสริมเฉพาะตำแหน่ง เลือดออกเรื้อรังทำให้ซีดและเหนื่อยง่าย ก้อนที่กดท่อไตทำให้ของเสียคั่งจนคลื่นไส้และเบื่ออาหาร
และความปวดในอุ้งเชิงกรานลดการเคลื่อนไหว ทำให้กล้ามเนื้อลีบเร็วขึ้น การดูแลจึงต้องทำพร้อมกันหลายด้าน ทั้งรักษาตัวมะเร็ง แก้ไตและภาวะซีด คุมปวด เติมพลังงานโปรตีน และขยับร่างกายตามแรงที่มี

E-E-A-T และแหล่งอ้างอิงทางวิชาการ

เรียบเรียงและทบทวนโดย (Asst. Prof. Dr. Norawit Raatpiboon)
จากงานวิจัยและแนวทางเวชปฏิบัติที่ตีพิมพ์ในฐานข้อมูล PubMed

  1. Fearon K, et al. Definition and classification of cancer cachexia: an international consensus. Lancet Oncol. 2011. PubMed 21296615
  2. Muscaritoli M, et al. ESPEN practical guideline: Clinical Nutrition in cancer. Clin Nutr. 2021. PubMed 33946039
  3. Roeland EJ, et al. Management of Cancer Cachexia: ASCO Guideline. J Clin Oncol. 2020. PubMed 32432946
  4. Roeland EJ, et al. Cancer Cachexia: ASCO Guideline Rapid Recommendation Update. J Clin Oncol. 2023. PubMed 37467399
  5. Sandhya L, et al. Randomized double-blind placebo-controlled study of olanzapine for chemotherapy-related anorexia. J Clin Oncol. 2023. PubMed 36977285
  6. Ruiz Garcia V, et al. Megestrol acetate for treatment of anorexia-cachexia syndrome. Cochrane Database Syst Rev. 2013. PubMed 23543530
  7. Jin X, et al. Omega-3 polyunsaturated fatty acids improve quality of life and survival, but not body weight in cancer cachexia. Nutr Res. 2022. PubMed 36283229
  8. Chemoradiotherapy for Cervical Cancer Meta-Analysis Collaboration (CCCMAC). Reducing uncertainties about the effects of chemoradiotherapy for cervical cancer. J Clin Oncol. 2008. PubMed 19001332
  9. Gupta S, et al. Neoadjuvant chemotherapy followed by radical surgery versus concomitant chemotherapy and radiotherapy in locally advanced cervical cancer. J Clin Oncol. 2018. PubMed 29432076
  10. Cibula D, et al. ESGO/ESTRO/ESP Guidelines for the management of patients with cervical cancer – Update 2023. Int J Gynecol Cancer. 2023. PubMed 37127326
  11. Di Donato V, et al. Evaluation of survival and mortality in pelvic exenteration for gynecologic malignancies: a systematic review and meta-analysis. Int J Gynecol Cancer. 2025. PubMed 40373347
  12. Sardain H, et al. Curative pelvic exenteration for recurrent cervical carcinoma in the era of concurrent chemotherapy and radiation therapy. Eur J Surg Oncol. 2015. PubMed 25922209
  13. Rose PG, et al. Impact of hydronephrosis on outcome of stage IIIB cervical cancer patients treated with radiation and concurrent chemotherapy. Gynecol Oncol. 2010. PubMed 20181381
  14. Sánchez M, et al. Deterioration of nutritional status of patients with locally advanced cervical cancer during treatment with concomitant chemoradiotherapy. J Hum Nutr Diet. 2019. PubMed 30938007
  15. Abe A, et al. Extreme leanness, lower skeletal muscle quality, and loss of muscle mass during treatment are predictors of poor prognosis in cervical cancer. Int J Clin Oncol. 2022. PubMed 35212828
  16. Nelson G, et al. Guidelines for perioperative care in gynecologic/oncology: ERAS Society recommendations – 2019 update. Int J Gynecol Cancer. 2019. PubMed 30877144
  17. Weimann A, et al. ESPEN practical guideline: Clinical nutrition in surgery. Clin Nutr. 2021. PubMed 34242915
  18. Kim S, et al. Hypoalbuminemia and clinical outcomes: what is the mechanism behind the relationship? Am Surg. 2017. PubMed 29183523
  19. Li W, et al. The impact of nutritional intervention on postoperative prognosis in gynecological cancer patients: a systematic review and meta-analysis. Support Care Cancer. 2025. PubMed 41144033
  20. Bhatla N, et al. Cancer of the cervix uteri: 2021 update. Int J Gynaecol Obstet. 2021. PubMed 34669203

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่การวินิจฉัย ใบสั่งยา หรือคำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล
การเลือกฉายแสง ยาเคมีบำบัด หรือการผ่าตัด รวมถึงการใช้ยาเพิ่มความอยากอาหาร อาหารเสริม หรือสมุนไพร ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เจ้าของไข้และนักกำหนดอาหาร
หากมีอาการในหัวข้ออาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล ให้ไปโรงพยาบาลโดยเร็ว หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง โทร 1323 หรือ 1669