หมวดหมู่: โภชนาการผู้ป่วยมะเร็ง · เคมีบำบัด · เม็ดเลือดขาวต่ำ

ไข่ขาวปั่นวันละ 8–10 ฟองช่วงให้คีโม: ช่วยให้ค่าเม็ดเลือดขาวผ่านได้แค่ไหน ทำไมต้องต้มสุก และกินอย่างไรไม่ให้กล้ามเนื้อลีบ

AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)

ไข่ขาวต้มสุกช่วยให้ได้โปรตีนพอระหว่างให้คีโม แต่ไม่ได้เร่งให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดขาว ค่า ANC ฟื้นตามเวลาที่ไขกระดูกฟื้นตัว บางรายต้องใช้ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว ไข่ต้องสุกเพราะไข่ดิบเสี่ยงเชื้อ Salmonella และดูดซึมโปรตีนได้ราว 51% เทียบกับ 91% ส่วนการป้องกันกล้ามเนื้อลีบต้องได้ทั้งพลังงานและโปรตีน

บทความนี้ครอบคลุม:
แนวทางโภชนาการผู้ป่วยมะเร็งของ ESPEN,
แนวทางยากระตุ้นเม็ดเลือดขาวของ ASCO,
การดูดซึมโปรตีนจากไข่ดิบเทียบไข่สุก
และหลักฐานเรื่องอาหารสำหรับผู้ที่เม็ดเลือดขาวต่ำ
สัญญาณอันตราย ·
ค่าเลือดไม่ผ่านหมายถึงอะไร ·
ไข่ขาวช่วยอะไรได้จริง ·
ทำไมต้องต้มสุก ·
ปั่นอย่างไรให้กินได้ทุกวัน ·
กล้ามเนื้อลีบ ·
ตารางเปรียบเทียบ ·
คำถามที่พบบ่อย

จากกลุ่มผู้อ่าน: ฝืนกินไข่ขาวทุกเช้าเพื่อให้ค่าเลือดผ่าน

สมาชิกท่านหนึ่งในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเล่าว่าทุกเช้าต้องกินไข่ขาวปั่นหลายฟอง กินยากและเบื่อมาก แต่ต้องฝืนเพราะถ้าค่าเลือดไม่ผ่าน ก็ให้คีโมรอบต่อไปไม่ได้
หลายคนในกลุ่มเจอสถานการณ์เดียวกัน และสงสัยว่าต้องกินมากขนาดนี้จริงไหม กินแบบไหนปลอดภัย

คำตอบสั้นๆ: โปรตีนจากไข่ขาวต้มสุกมีประโยชน์และควรกินต่อถ้าทีมรักษาแนะนำ แต่ค่าเม็ดเลือดขาวที่ไม่ผ่านส่วนใหญ่เป็นเรื่องเวลาที่ไขกระดูกต้องใช้ฟื้นจากยาเคมีบำบัด ไม่ใช่เพราะกินไข่ไม่พอ
การกินให้ได้ทั้งพลังงานและโปรตีนช่วยให้ร่างกายทนการรักษาได้ ผู้ที่สงสัยเรื่องไข่ลวกหรือไข่ยางมะตูมอ่านเพิ่มได้ที่
ผู้ป่วยมะเร็งกินไข่ลวกได้ไหม: เชื้อ Salmonella และวิธีปรุงไข่ให้ปลอดภัย

1. ค่าเลือดไม่ผ่าน หมายถึงอะไร และทำไมต้องเลื่อนคีโม

คำตอบตรง: ค่าที่ทีมรักษาดูคือ ANC หรือจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลซึ่งเป็นด่านแรกในการกำจัดแบคทีเรีย หลายสูตรยาใช้เกณฑ์ราว 1,500 เซลล์ต่อไมโครลิตรก่อนให้ยารอบถัดไป แต่แต่ละสูตรและแต่ละโรงพยาบาลกำหนดต่างกัน
ยาเคมีบำบัดทำลายเซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว รวมถึงเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในไขกระดูก การกดไขกระดูกจึงเป็นผลข้างเคียงหลักที่จำกัดขนาดยา
(Lyman 2009)

1,500เกณฑ์ ANC ต่อไมโครลิตรที่หลายสูตรยาใช้ก่อนให้รอบถัดไป
9.5%อัตราเสียชีวิตในโรงพยาบาลจากไข้ช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำ (41,779 คน)
1.2–1.5กรัมโปรตีนต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ต่อวันตามแนวทาง ESPEN
51% / 91%โปรตีนไข่ดิบเทียบไข่สุกที่ร่างกายดูดซึมได้

ทำไมเม็ดเลือดขาวต่ำแล้วต้องรอ

ถ้าให้ยารอบใหม่ขณะที่นิวโทรฟิลยังต่ำ ค่าจะดิ่งลงซ้ำและเสี่ยงติดเชื้อรุนแรง การเลื่อนยาไม่กี่วันจึงเป็นการป้องกัน ไม่ใช่การรักษาที่ล้มเหลว
อย่างไรก็ตาม การเลื่อนหรือลดขนาดยาบ่อยในโรคที่รักษาเพื่อให้โรคสงบระยะยาวอาจลดผลการควบคุมโรค ทีมรักษาจึงพยายามรักษาความเข้มของยาไว้ตามแผน
(Lyman 2009)

ค่าเม็ดเลือดขาวลงต่ำและฟื้นเมื่อไร

สูตรยาส่วนใหญ่ทำให้นิวโทรฟิลต่ำสุดราววันที่ 7–14 หลังให้ยา แล้วค่อยฟื้นก่อนรอบถัดไป เซลล์ตั้งต้นในไขกระดูกใช้เวลาราว 1–2 สัปดาห์กว่าจะเติบโตเป็นนิวโทรฟิลที่ออกมาในเลือด
อาหารมื้อเช้าวันเจาะเลือดจึงไม่เปลี่ยนผลเลือดของวันนั้น สิ่งที่มีผลคือภาวะโภชนาการตลอดทั้งรอบ และการที่ไขกระดูกได้เวลาพอ

ลำดับเหตุการณ์ในหนึ่งรอบยา

วันให้ยายาเคมีบำบัดหยุดการแบ่งตัวของเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด
วันที่ 7–14นิวโทรฟิลต่ำสุด ช่วงนี้ต้องเฝ้าไข้ใกล้ชิด
วันที่ 14–21ไขกระดูกฟื้น นิวโทรฟิลกลับขึ้นมา
ก่อนรอบใหม่เจาะเลือด ถ้า ANC ยังต่ำ ทีมรักษาเลื่อนยา ปรับขนาด หรือพิจารณายากระตุ้นเม็ดเลือดขาว

ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว (G-CSF) ใช้เมื่อไร

สิ่งที่ทำให้ไขกระดูกผลิตนิวโทรฟิลเร็วขึ้นได้จริงคือยากลุ่ม G-CSF เช่น filgrastim และ pegfilgrastim แนวทาง ASCO แนะนำให้ใช้ป้องกันเมื่อสูตรยามีความเสี่ยงไข้จากเม็ดเลือดขาวต่ำราว 20% ขึ้นไป
หรือในผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจากอายุ โรคร่วม และชนิดของยา
(Smith 2015)
การตัดสินใจใช้ยานี้เป็นของแพทย์ผู้รักษา ผู้ป่วยที่ค่าเลือดไม่ผ่านซ้ำหลายรอบควรถามทีมรักษาว่าตนเหมาะกับยานี้หรือไม่

ข้อแก้ไขจากข้อมูลที่แชร์กันในโซเชียล: ไข่ขาวไม่ได้เร่งให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดขาว ยังไม่มีการทดลองในคนที่แสดงว่าการกินไข่ขาวเพิ่มทำให้ ANC ฟื้นเร็วขึ้น
ภาวะขาดโปรตีนและพลังงานรุนแรงกดการสร้างเม็ดเลือดได้ การกินให้พอจึงสำคัญ แต่เมื่อกินพอแล้ว การกินเพิ่มไม่ได้ทำให้ค่าเลือดผ่านเร็วขึ้น
ตัวเลขอัตราเสียชีวิต 20–30% จากไข้ช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำที่แชร์กันก็สูงกว่าข้อมูลภาพรวม ซึ่งอยู่ราว 9.5% และสูงขึ้นเป็นราว 21% ในผู้ที่มีโรคร่วมหลายโรค

2. ไข่ขาวช่วยอะไรได้จริง และต้องกินโปรตีนวันละเท่าไร

คำตอบตรง: แนวทาง ESPEN แนะนำให้ผู้ป่วยมะเร็งได้โปรตีนมากกว่า 1 กรัม และถ้าทำได้ถึง 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ต่อวัน ร่วมกับพลังงานราว 25–30 กิโลแคลอรีต่อกก. ต่อวัน
(Arends 2017)
ไข่ขาวเป็นโปรตีนคุณภาพสูงที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบ ไขมันต่ำ และปั่นได้ง่าย จึงช่วยเติมโปรตีนในวันที่กินอาหารปกติได้น้อย

คำนวณง่ายๆ สำหรับผู้ป่วยน้ำหนัก 50 กก.

ต้องการโปรตีนราว 60–75 กรัมต่อวัน และพลังงานราว 1,250–1,500 กิโลแคลอรีต่อวัน ไข่ขาวต้มสุก 1 ฟองใหญ่มีโปรตีนราว 3.6 กรัม และพลังงานเพียงราว 17 กิโลแคลอรี
ไข่ขาว 10 ฟองจึงได้โปรตีนราว 36 กรัม หรือราวครึ่งหนึ่งของเป้า แต่ได้พลังงานเพียงราว 170 กิโลแคลอรี

โปรตีนจากไข่ขาว 10 ฟอง

ราว 50% ของเป้า
พลังงานจากไข่ขาว 10 ฟอง

ราว 12%

คำนวณจากเป้าโปรตีน 1.2–1.5 กรัมต่อกก. และพลังงาน 25–30 กิโลแคลอรีต่อกก. ของผู้ป่วยน้ำหนัก 50 กก. ค่าจริงของแต่ละคนให้นักกำหนดอาหารคำนวณ

ค่าอัลบูมินในเลือดบอกภาวะโภชนาการได้ไหม

สมาคมโภชนบำบัดของสหรัฐอเมริกาสรุปว่าอัลบูมินและพรีอัลบูมินในเลือดสะท้อนการอักเสบ ไม่ใช่ภาวะโภชนาการ เพราะเมื่อร่างกายอักเสบ ตับจะลดการสร้างอัลบูมินลงเอง
จึงไม่ควรใช้เป็นตัวแทนของกล้ามเนื้อหรือโปรตีนในร่างกาย
(Evans 2021)
การประเมินภาวะโภชนาการที่ใช้ได้คือน้ำหนักที่เปลี่ยน ปริมาณที่กินได้ และแรงหรือมวลกล้ามเนื้อ

ไข่ขาวอย่างเดียว หรือกินทั้งฟอง

ไข่แดงให้พลังงาน ไขมัน วิตามินเอ ดี บี 12 และโคลีน ผู้ที่น้ำหนักลดและไม่มีข้อจำกัดเรื่องไขมันในเลือด การกินไข่ทั้งฟองที่สุกดีบางส่วนช่วยเพิ่มพลังงานได้มากกว่าไข่ขาวอย่างเดียว
ผู้ที่ไขมันในเลือดสูงหรือมีโรคหัวใจ ให้ถามทีมรักษาว่ากินไข่แดงได้วันละเท่าไร

ตาราง: แหล่งโปรตีนที่ใช้สลับกับไข่ขาวได้

ค่าโดยประมาณ แตกต่างตามขนาดและสูตร ผู้ป่วยโรคไตหรือเบาหวานให้นักกำหนดอาหารปรับให้

โปรตีน พลังงาน และข้อสังเกตของแต่ละแหล่ง
แหล่งโปรตีนโปรตีนโดยประมาณพลังงานโดยประมาณข้อสังเกต
ไข่ขาวต้มสุก 1 ฟองใหญ่3.6 กรัม17 กิโลแคลอรีไขมันต่ำ แต่พลังงานน้อย กินมากแล้วอาจท้องอืด
ไข่ไก่ทั้งฟองต้มสุก 1 ฟอง6 กรัม70 กิโลแคลอรีได้พลังงานและวิตามินจากไข่แดง
นมถั่วเหลืองหรือนมวัวพาสเจอร์ไรส์ 250 มล.7–8 กรัม100–150 กิโลแคลอรีใช้เป็นน้ำปั่นได้ เลือกชนิดผ่านความร้อนจากโรงงาน
เนื้อปลาหรืออกไก่สุก 100 กรัม20–25 กรัม120–170 กิโลแคลอรีทำเป็นโจ๊กหรือต้มเปื่อยเมื่อมีแผลในปาก
อาหารทางการแพทย์ชนิดดื่มสูตรโปรตีนสูง 1 กล่อง10–20 กรัม ตามสูตร200–400 กิโลแคลอรี ตามสูตรใช้เมื่อกินอาหารปกติไม่พอ ให้นักกำหนดอาหารเลือกสูตร
ข้อแก้ไข: คำกล่าวว่าไข่ขาวเพิ่มอัลบูมินแล้วทำให้เม็ดเลือดขาวขึ้น ไม่ตรงกับข้อมูล อัลบูมินในเลือดไม่ใช่ตัวชี้วัดภาวะโภชนาการ และไม่ได้เป็นตัวสร้างเม็ดเลือดขาว
ไข่เป็นโปรตีนคุณภาพสูงก็จริง แต่การจัดอันดับว่าโปรตีนชนิดไหนดีกว่ากันไม่สำคัญเท่ากับการกินให้ได้ปริมาณรวมทั้งวันทั้งโปรตีนและพลังงาน

อาการระหว่างให้คีโมของคุณตอนนี้อยู่ระดับไหน?

วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา แบบประเมินนี้ช่วยดูว่าอาการระหว่างรักษามะเร็ง เช่น ไข้ กินไม่ได้ น้ำหนักลด หรืออ่อนเพลีย เข้ากับระดับความเร่งด่วนแบบไหน
ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ถ้ามีไข้หรืออาการในหัวข้อสัญญาณอันตรายด้านบน ให้ไปโรงพยาบาลโดยไม่ต้องรอคะแนน

คลิกทำแบบประเมินสัญญาณระหว่างการรักษามะเร็ง (ฟรี)

3. ทำไมไข่ต้องต้มสุก: เชื้อโรค การดูดซึมโปรตีน และไบโอติน

คำตอบตรง: ไข่ดิบมีความเสี่ยงสองด้าน คือเชื้อ Salmonella ที่อันตรายกว่าปกติในผู้ที่เม็ดเลือดขาวต่ำ และโปรตีนที่ร่างกายดูดซึมได้น้อยลง ความร้อนแก้ได้ทั้งสองอย่าง

เชื้อ Salmonella จากไข่

เชื้อ Salmonella Enteritidis ปนเปื้อนอยู่ภายในไข่ได้ตั้งแต่ก่อนเปลือกจะสร้างเสร็จ ล้างเปลือกจึงไม่ช่วย ไข่ดิบหรือปรุงไม่สุกเป็นแหล่งสำคัญของการติดเชื้อชนิดนี้
(Braden 2006)
ในผู้ที่นิวโทรฟิลต่ำ เชื้อจากลำไส้ผ่านเยื่อบุที่บาดเจ็บจากยาเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายขึ้น จึงควรต้มให้ทั้งไข่ขาวและไข่แดงแข็งตัว

ไข่ดิบดูดซึมโปรตีนได้น้อยกว่า

การศึกษาด้วยไอโซโทปเสถียรในผู้ที่มีลำไส้เล็กเปิดทางหน้าท้อง 5 คน ให้กินโปรตีนไข่ 25 กรัม พบว่าลำไส้เล็กดูดซึมโปรตีนไข่สุกได้ 90.9% แต่ไข่ดิบได้เพียง 51.3%
(Evenepoel 1998)
ความร้อนคลายโครงสร้างโปรตีนให้เอนไซม์ย่อยเข้าถึงได้ และทำลายสารยับยั้งเอนไซม์ย่อยโปรตีนในไข่ขาว

ไข่สุก

90.9%
ไข่ดิบ

51.3%

อะวิดิน (avidin) ในไข่ขาวดิบจับไบโอติน

ไข่ขาวดิบมีโปรตีน avidin ที่จับวิตามินไบโอตินไว้จนร่างกายดูดซึมไม่ได้ มีรายงานเด็กที่กินอาหารซึ่งมีไข่ดิบเป็นประจำจนขาดไบโอติน เกิดผมร่วงทั้งศีรษะและผื่นผิวหนังลอก
และดีขึ้นเมื่อหยุดไข่ดิบร่วมกับให้ไบโอติน
(Sweetman 1981)
ความร้อนทำให้ avidin เสียสภาพ ไข่ขาวสุกจึงไม่มีปัญหานี้

ต้องงดผักผลไม้สดทุกชนิดไหม

การทบทวนอย่างเป็นระบบ 6 การศึกษา 1,116 คนพบว่าอาหารแบบเข้มงวดสำหรับผู้ที่เม็ดเลือดขาวต่ำไม่ได้ลดการติดเชื้อรุนแรงเทียบกับอาหารปกติ (RR 1.16) และไม่ลดการเสียชีวิต
ผู้วิจัยแนะนำให้ใช้หลักความปลอดภัยของอาหารแทน
(Sonbol 2019)
การทบทวนล่าสุด 15 การศึกษา 4,320 คนก็ไม่พบความต่างของการติดเชื้อ (RR 1.02) แต่ในการทดลองแบบสุ่มของผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดหรือปลูกถ่ายไขกระดูก
อาหารแบบเข้มงวดสัมพันธ์กับการติดเชื้อในกระแสเลือดที่น้อยลง (RR 0.67) ผู้วิจัยจึงเห็นว่ากลุ่มที่เม็ดเลือดขาวต่ำนานยังควรระวังเป็นพิเศษ
(Jamal 2026)
การทดลองในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน 153 คนพบการติดเชื้อรุนแรง 29% ในกลุ่มอาหารปรุงสุกทั้งหมด และ 35% ในกลุ่มที่กินผักผลไม้สดได้ ซึ่งไม่ต่างกันทางสถิติ
(Gardner 2008)
การทบทวนของ Cochrane ก็ยังไม่พบหลักฐานว่าอาหารแบบเข้มงวดป้องกันการติดเชื้อได้
(van Dalen 2016)

ตาราง: ไข่แต่ละแบบระหว่างให้คีโม

ใช้เป็นแนวทางทั่วไป ผู้ที่ปลูกถ่ายไขกระดูกหรือเม็ดเลือดขาวต่ำนานให้ทำตามข้อกำหนดของโรงพยาบาล

ความเสี่ยงเชื้อ การดูดซึมโปรตีน และคำแนะนำ
ชนิดไข่ความเสี่ยงเชื้อการดูดซึมโปรตีนระหว่างเม็ดเลือดขาวต่ำ
ไข่ต้มสุก ไข่ขาวและไข่แดงแข็งตัวต่ำราว 91%กินได้ ปั่นได้
ไข่ขาวพาสเจอร์ไรส์ชนิดบรรจุกล่องต่ำ เมื่อเก็บในตู้เย็นและใช้ก่อนวันหมดอายุดีขึ้นเมื่อปรุงให้สุกใช้ได้ ควรนำไปทำให้สุกก่อนกิน
ไข่ลวก ไข่ยางมะตูม ไข่ดาวไข่แดงเยิ้มมีความเสี่ยงลดลงบางส่วนไม่แนะนำ ทอดหรือต้มต่อจนแข็งตัว
ไข่ดิบปั่น ไข่ดิบในเครื่องดื่มสูงราว 51% และจับไบโอตินงด
ข้อแก้ไข: ไข่ดิบไม่ได้ย่อยยากกว่า 50% อย่างที่แชร์กัน ข้อมูลจริงคือลำไส้ดูดซึมโปรตีนไข่ดิบได้ราว 51% เทียบกับ 91% ของไข่สุก
และอาหารแบบเข้มงวดที่งดผักผลไม้สดทุกชนิดไม่ได้ลดการติดเชื้อในผู้ป่วยส่วนใหญ่ สิ่งที่ได้ผลคือหลักความปลอดภัยของอาหาร
ส่วนข้ออ้างว่าไข่ดิบทำให้ตับทำงานหนัก ยังไม่มีหลักฐานรองรับ ความเสี่ยงหลักของไข่ดิบคือเชื้อโรค

4. ปั่นไข่ขาวต้มสุกอย่างไรให้กินได้ทุกวัน

คำตอบตรง: ต้มไข่ให้สุกก่อนแยกไข่ขาวไปปั่น ใช้ของเหลวที่ผ่านความร้อนแล้ว ทำทีละมื้อ และสลับรสเพื่อลดความเบื่อ

ส่วนผสมที่ช่วยให้กินง่ายขึ้น

  • ไข่ขาวต้มสุก 3–5 ฟองต่อแก้ว แทนการกินรวดเดียว 8–10 ฟอง แบ่งเป็น 2–3 ช่วงของวัน
  • นมถั่วเหลืองอุ่นหรือนมพาสเจอร์ไรส์ ช่วยกลบกลิ่นไข่และเพิ่มโปรตีน
  • กล้วยสุกปอกเปลือก หรือฟักทองนึ่งสุก ช่วยเพิ่มพลังงานและความข้น
  • ข้าวโอ๊ตต้มสุกหรือขนมปังเล็กน้อย ถ้าต้องการพลังงานเพิ่ม
  • ความหวานเล็กน้อยจากน้ำผึ้งพาสเจอร์ไรส์หรือน้ำตาลมะพร้าว ผู้ที่เป็นเบาหวานให้ถามทีมรักษาก่อน

ความสะอาดของเครื่องปั่น

  • ล้างมือด้วยสบู่ก่อนเตรียมอาหาร
  • ถอดใบมีดและยางรองฐานโถปั่นออกล้างทุกครั้ง แล้วผึ่งให้แห้ง เพราะเชื้อสะสมในซอกได้
  • ดื่มภายใน 2 ชั่วโมงหลังปั่น ถ้าไม่หมดให้แช่ตู้เย็นและดื่มภายในวันเดียวกัน
  • ล้างผลไม้ก่อนปอก และใช้น้ำหรือนมที่ผ่านความร้อนแล้ว งดน้ำผลไม้คั้นสดที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์ระหว่างเม็ดเลือดขาวต่ำ

เมื่อเบื่อจนกินไม่ลง

การฝืนกินอาหารชนิดเดียวทุกวันทำให้เบื่อจนกินรวมได้น้อยลง ควรสลับแหล่งโปรตีนตามตารางด้านบน และบอกทีมรักษาเมื่อคลื่นไส้หรือแผลในปากทำให้กินไม่ได้
เพราะการคุมอาการเหล่านี้ช่วยให้กินได้มากขึ้นกว่าการเพิ่มจำนวนไข่ ผู้ที่ดื่มนมไม่ได้อ่านทางเลือกได้ที่
ดื่มนมระหว่างให้คีโม: ชนิดนม โปรตีน และความปลอดภัย

ข้อแก้ไข: สูตรปั่นที่แชร์กันใช้ได้ถ้าทุกส่วนผสมผ่านความร้อนหรือปอกเปลือกแล้ว แต่ไม่มีส่วนผสมใดเพิ่มเม็ดเลือดขาวได้โดยตรง
และน้ำตาลมะพร้าวก็ยังเป็นน้ำตาล ผู้ที่เป็นเบาหวานหรือน้ำตาลในเลือดสูงจากยาสเตียรอยด์ระหว่างให้คีโมต้องจำกัดปริมาณ

5. ป้องกันภาวะกล้ามเนื้อลีบจากมะเร็ง

คำตอบตรง: ภาวะกล้ามเนื้อลีบจากมะเร็ง (cancer cachexia) คือการสูญเสียกล้ามเนื้อต่อเนื่องที่การให้อาหารตามปกติแก้ได้ไม่หมด เกณฑ์วินิจฉัยคือน้ำหนักลดเกิน 5% หรือเกิน 2% ในผู้ที่ผอมหรือกล้ามเนื้อน้อยอยู่แล้ว
(Fearon 2011)
ภาวะนี้เกิดจากทั้งการกินน้อยลงและเมแทบอลิซึมที่ผิดไปจากการอักเสบของมะเร็ง จึงต้องดูแลหลายด้านพร้อมกัน

ทำไมโปรตีนอย่างเดียวไม่พอ

ถ้าพลังงานรวมไม่พอ ร่างกายจะเผาโปรตีนที่กินเข้าไปและกล้ามเนื้อเป็นพลังงาน โปรตีนจึงถูกใช้สร้างกล้ามเนื้อได้น้อยลง
ไข่ขาวมีพลังงานต่ำมาก ผู้ที่น้ำหนักลดจึงต้องได้คาร์โบไฮเดรตและไขมันจากอาหารอื่นด้วย ภาวะกล้ามเนื้อลีบระยะลุกลามอ่านเพิ่มได้ที่
คลื่นไส้ อาเจียน และน้ำหนักลดในมะเร็งระยะลุกลาม

ลำดับการเพิ่มโภชนาการตามแนวทาง ESPEN

แนวทาง ESPEN ให้คัดกรองภาวะทุพโภชนาการเป็นระยะในผู้ป่วยมะเร็งทุกคน และเพิ่มการดูแลทีละขั้น เริ่มจากคำแนะนำของนักกำหนดอาหาร
อาหารทางการแพทย์ชนิดดื่ม การให้อาหารทางสาย จนถึงการให้สารอาหารทางหลอดเลือดเมื่อจำเป็น
(Arends 2017,
Muscaritoli 2021)

ขยับร่างกายช่วยให้โปรตีนไปที่กล้ามเนื้อ

แนวทาง ESPEN ระบุว่าการดูแลโภชนาการควรมาพร้อมการออกกำลังกายเสมอ การเดินและการออกแรงต้านเบาๆ เช่น ลุกนั่งจากเก้าอี้หรือยางยืด ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ
ช่วงที่มีไข้ เกล็ดเลือดต่ำ หรืออ่อนเพลียมาก ให้พักและถามทีมรักษาก่อนเริ่มใหม่
(Arends 2017)

ผู้ที่ต้องระวังเรื่องโปรตีนสูง

ผู้ที่มีโรคไตเรื้อรัง ได้ยาเคมีบำบัดที่มีผลต่อไต หรือค่าไตผิดปกติ ต้องให้ทีมรักษากำหนดปริมาณโปรตีน และดื่มน้ำให้พอตามคำแนะนำ
ผู้ที่แพ้ไข่ให้ใช้แหล่งโปรตีนอื่นตามตาราง

ข้อแก้ไข: การกินไข่ขาวมากๆ อย่างเดียวไม่ได้ป้องกันภาวะกล้ามเนื้อลีบ เพราะภาวะนี้แก้ได้ไม่หมดด้วยการให้อาหารตามปกติ
ต้องได้พลังงานรวมพอ โปรตีนตามเป้า การขยับร่างกาย และการคุมอาการที่ทำให้กินไม่ได้ ร่วมกับนักกำหนดอาหารของโรงพยาบาล

6. เปรียบเทียบทางเลือกเมื่อค่าเลือดไม่ผ่านหรือน้ำหนักลด

ตารางเปรียบเทียบ: โภชนาการ ยา และการปรับแผนการรักษา

ทุกทางเลือกที่เป็นยาหรือการปรับแผนเคมีบำบัดต้องตัดสินใจโดยแพทย์ผู้รักษา ตารางนี้ใช้เพื่อเตรียมคำถามไปคุยกับทีมรักษา

ทางเลือกช่วยเรื่องอะไรหลักฐานข้อควรระวัง
ไข่ขาวต้มสุกปั่นเติมโปรตีนให้ถึงเป้าในวันที่กินได้น้อยแนวทาง ESPEN เรื่องเป้าโปรตีน ไม่มีการทดลองว่าเร่ง ANCพลังงานต่ำ เบื่อ ท้องอืด ระวังในโรคไต
อาหารหลากหลายและไข่ทั้งฟองที่สุกได้ทั้งพลังงานและโปรตีนแนวทาง ESPEN เป้าพลังงาน 25–30 กิโลแคลอรีต่อกก.ปรับตามไขมันในเลือดและโรคร่วม
อาหารทางการแพทย์ชนิดดื่มเพิ่มพลังงานและโปรตีนเมื่อกินอาหารปกติไม่พอเป็นขั้นที่สองในลำดับการดูแลของ ESPENเลือกสูตรตามโรคไตหรือเบาหวาน
ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว (filgrastim, pegfilgrastim)เร่งการสร้างนิวโทรฟิล ลดไข้จากเม็ดเลือดขาวต่ำASCO แนะนำเมื่อความเสี่ยงไข้ราว 20% ขึ้นไปปวดกระดูก ต้องให้แพทย์สั่งเท่านั้น
เลื่อนรอบหรือปรับขนาดยาเคมีบำบัดให้ไขกระดูกมีเวลาฟื้นป้องกันการติดเชื้อรุนแรงเลื่อนบ่อยอาจลดความเข้มของการรักษา
อาหารแบบเข้มงวดสำหรับเม็ดเลือดขาวต่ำตั้งใจลดเชื้อจากอาหารภาพรวมไม่ลดการติดเชื้อ อาจมีประโยชน์ในกลุ่มปลูกถ่ายไขกระดูกทำให้เบื่ออาหารและกินได้น้อยลง
หลักความปลอดภัยของอาหารลดเชื้อจากไข่ดิบ เนื้อดิบ และอาหารค้างข้อแนะนำจากการทบทวนอย่างเป็นระบบต้องทำทุกมื้อ รวมถึงการล้างเครื่องปั่น
การเดินและออกแรงต้านเบาๆรักษามวลกล้ามเนื้อESPEN แนะนำร่วมกับการดูแลโภชนาการพักเมื่อมีไข้ เกล็ดเลือดต่ำ หรืออ่อนเพลียมาก

ความเชื่อที่ควรแก้

กินไข่ขาวมากๆ แล้วค่าเม็ดเลือดขาวจะผ่าน

ค่า ANC ฟื้นตามเวลาที่ไขกระดูกฟื้นจากยา โปรตีนช่วยให้ร่างกายพร้อม แต่ไม่ได้เร่งการสร้างนิวโทรฟิล ยาที่เร่งได้คือยากลุ่ม G-CSF ซึ่งแพทย์เป็นผู้พิจารณา

ไข่ดิบได้โปรตีนมากกว่าไข่สุก

ตรงกันข้าม ลำไส้ดูดซึมโปรตีนไข่ดิบได้ราว 51% เทียบกับ 91% ของไข่สุก และไข่ดิบยังเสี่ยงเชื้อ Salmonella

อัลบูมินต่ำแปลว่ากินโปรตีนไม่พอ

อัลบูมินในเลือดลดลงเมื่อร่างกายอักเสบ แม้กินพอ จึงไม่ใช่ตัวชี้วัดภาวะโภชนาการ น้ำหนักที่เปลี่ยนและปริมาณที่กินได้บอกได้ดีกว่า

ยิ่งกินไข่มากยิ่งดี

เมื่อได้โปรตีนถึงเป้าแล้ว การกินเพิ่มไม่ได้ช่วยเพิ่ม และอาจทำให้อิ่มจนกินอาหารที่ให้พลังงานได้น้อยลง ผู้ที่มีโรคไตยังต้องจำกัดโปรตีนตามคำแนะนำ

ระหว่างเม็ดเลือดขาวต่ำต้องงดผักผลไม้สดทุกชนิด

หลักฐานภาพรวมไม่พบว่าการงดช่วยลดการติดเชื้อ ผลไม้ที่ล้างและปอกเปลือกกินได้ ยกเว้นผู้ที่ปลูกถ่ายไขกระดูกหรือเม็ดเลือดขาวต่ำนาน ซึ่งต้องทำตามข้อกำหนดของโรงพยาบาล

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ไข่ขาวปั่นวันละ 8–10 ฟองช่วยให้ค่าเม็ดเลือดขาวผ่านเกณฑ์ให้คีโมได้ไหม?

ช่วยทางอ้อม ไข่ขาว 10 ฟองให้โปรตีนราว 36 กรัม ช่วยป้องกันภาวะขาดโปรตีนซึ่งกดการสร้างเม็ดเลือดได้ แต่ไม่ได้เร่งให้ไขกระดูกสร้างนิวโทรฟิล ค่า ANC ฟื้นตามเวลาที่ไขกระดูกฟื้นจากยา ถ้าค่าไม่ผ่านซ้ำ ทีมรักษาอาจเลื่อนยา ปรับขนาด หรือพิจารณายากระตุ้นเม็ดเลือดขาว

ทำไมค่าเม็ดเลือดขาวไม่ผ่านแล้วต้องเลื่อนคีโม?

ถ้าให้ยารอบใหม่ขณะที่นิวโทรฟิลยังต่ำ ค่าจะดิ่งลงซ้ำและเสี่ยงติดเชื้อรุนแรง หลายสูตรยาใช้เกณฑ์ ANC ราว 1,500 ต่อไมโครลิตร แต่แต่ละสูตรต่างกัน การเลื่อนไม่กี่วันเป็นการป้องกัน ทีมรักษาจะพยายามรักษาความเข้มของยาไว้ตามแผน

ทำไมไข่ต้องต้มสุก ไข่ดิบหรือไข่ลวกเสี่ยงอย่างไร?

เชื้อ Salmonella อยู่ภายในไข่ได้ ล้างเปลือกจึงไม่ช่วย ในผู้ที่นิวโทรฟิลต่ำ เชื้อผ่านเยื่อบุลำไส้ที่บาดเจ็บจากยาเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายขึ้น ควรต้มจนไข่ขาวและไข่แดงแข็งตัว และถ้ามีไข้ตั้งแต่ 38.0 °C ขึ้นไปให้ไปโรงพยาบาลทันที

กินไข่ขาวดิบมีผลต่อการดูดซึมโปรตีนและไบโอตินอย่างไร?

การศึกษาด้วยไอโซโทปพบว่าลำไส้ดูดซึมโปรตีนไข่สุกได้ 90.9% แต่ไข่ดิบได้ 51.3% และไข่ขาวดิบมีโปรตีน avidin ที่จับไบโอตินไว้ การกินไข่ดิบเป็นประจำเคยทำให้ขาดไบโอตินจนผมร่วงและผื่นลอก ความร้อนทำให้ทั้งสองปัญหาหมดไป

ควรกินโปรตีนวันละเท่าไรระหว่างให้คีโม?

แนวทาง ESPEN แนะนำโปรตีนมากกว่า 1 กรัม และถ้าทำได้ถึง 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ต่อวัน ร่วมกับพลังงาน 25–30 กิโลแคลอรีต่อกก. ผู้ป่วยน้ำหนัก 50 กก. จึงต้องการโปรตีนราว 60–75 กรัม ผู้ที่มีโรคไตต้องให้ทีมรักษากำหนดปริมาณ

ปั่นไข่ขาวกับอะไรให้กินง่ายและปลอดภัย?

ใช้ไข่ขาวต้มสุก 3–5 ฟองต่อแก้ว ปั่นกับนมถั่วเหลืองอุ่นหรือนมพาสเจอร์ไรส์ กล้วยสุกปอกเปลือก หรือฟักทองนึ่ง ล้างใบมีดและยางรองโถปั่นทุกครั้ง ดื่มภายใน 2 ชั่วโมง และสลับแหล่งโปรตีนอื่นเพื่อลดความเบื่อ

ระหว่างเม็ดเลือดขาวต่ำต้องงดผักผลไม้สดทุกชนิดไหม?

ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่จำเป็น การทบทวน 15 การศึกษา 4,320 คนไม่พบว่าอาหารแบบเข้มงวดลดการติดเชื้อ แต่ผู้ที่ปลูกถ่ายไขกระดูกหรือเม็ดเลือดขาวต่ำนานอาจต้องระวังเป็นพิเศษ ให้ทำตามข้อกำหนดของโรงพยาบาล และใช้หลักความปลอดภัยของอาหารทุกมื้อ

ภาวะกล้ามเนื้อลีบจากมะเร็งคืออะไร และป้องกันอย่างไร?

คือการสูญเสียกล้ามเนื้อต่อเนื่องที่การให้อาหารตามปกติแก้ได้ไม่หมด เกณฑ์คือน้ำหนักลดเกิน 5% การป้องกันต้องได้พลังงานรวมพอ โปรตีนตามเป้า การเดินหรือออกแรงต้านเบาๆ และการคุมคลื่นไส้หรือแผลในปาก ร่วมกับนักกำหนดอาหาร ไข่ขาวอย่างเดียวให้พลังงานไม่พอ

กลไกทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Mechanism)

การสร้างนิวโทรฟิล: เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในไขกระดูกแบ่งตัวและเจริญเป็นนิวโทรฟิลภายใต้การควบคุมของฮอร์โมน G-CSF ที่ร่างกายสร้างเอง
ยาเคมีบำบัดหยุดการแบ่งตัวของเซลล์กลุ่มนี้ชั่วคราว นิวโทรฟิลในเลือดซึ่งมีอายุสั้นเพียงไม่กี่วันจึงลดลงจนถึงจุดต่ำสุด แล้วฟื้นเมื่อเซลล์ต้นกำเนิดกลับมาแบ่งตัว
ยา G-CSF สังเคราะห์เร่งขั้นตอนนี้โดยตรง
(Smith 2015)

โปรตีนกับเม็ดเลือด: การแบ่งเซลล์ต้องใช้กรดอะมิโน ภาวะขาดโปรตีนและพลังงานรุนแรงจึงกดการสร้างเม็ดเลือด แต่เมื่อได้รับพอแล้ว ปัจจัยที่จำกัดความเร็วคือการฟื้นของไขกระดูก
ไม่ใช่ปริมาณกรดอะมิโน การเติมโปรตีนจึงเป็นการป้องกันไม่ให้ภาวะโภชนาการซ้ำเติม มากกว่าการเร่งค่าเลือด
(Arends 2017)

ความร้อนกับโปรตีนไข่: ความร้อนคลายเกลียวโปรตีนไข่ขาวให้เอนไซม์ย่อยเข้าถึงได้ ทำลายสารยับยั้งเอนไซม์ทริปซิน และทำให้ avidin เสียสภาพจนจับไบโอตินไม่ได้
การดูดซึมโปรตีนจึงเพิ่มจากราว 51% เป็น 91% และฆ่าเชื้อ Salmonella ไปพร้อมกัน
(Evenepoel 1998)

กล้ามเนื้อลีบจากมะเร็ง: สารอักเสบจากเนื้องอกและจากร่างกายเพิ่มการสลายโปรตีนกล้ามเนื้อ ลดความอยากอาหาร และทำให้ตับลดการสร้างอัลบูมิน
ภาวะนี้จึงเป็นสมดุลโปรตีนและพลังงานที่ติดลบ ซึ่งต้องแก้ด้วยพลังงาน โปรตีน การใช้กล้ามเนื้อ และการคุมอาการไปพร้อมกัน
(Fearon 2011,
Evans 2021)

เรียบเรียงและทบทวนโดย

เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ (E-E-A-T)

อ่านประวัติผู้เขียน

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาเรื่องโภชนาการระหว่างเคมีบำบัด ไม่ใช่การวินิจฉัย การสั่งยา หรือแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
ชื่อยาเป็นชื่อสามัญเพื่อการศึกษาเท่านั้น การปรับอาหาร การใช้ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว และการเลื่อนหรือปรับยาเคมีบำบัดต้องปรึกษาแพทย์ผู้รักษาและนักกำหนดอาหาร
ถ้ามีไข้หรืออาการในหัวข้อสัญญาณอันตราย ให้ไปโรงพยาบาลทันที