หมวดหมู่: สูตินรีเวชวิทยา · เนื้องอกมดลูกและการผ่าตัดนรีเวช
เนื้องอกมดลูก 18 ซม. ต้องผ่าตัดคนเดียวไม่มีคนเฝ้า: เตรียมตัว ของที่ต้องพก ยาหลังผ่า เรื่องฉีดยา และเดินทางกลับต่างจังหวัด
AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)
การผ่าตัดคนเดียวปลอดภัยได้เมื่อ 4 อย่างทำงานร่วมกัน: วางแผนก่อนผ่า แจ้งหอผู้ป่วยว่าไม่มีญาติ พยาบาลช่วยลุกเดินและดูแลพื้นฐาน และแก้ภาวะโลหิตจางก่อนผ่าเพื่อลดโอกาสต้องให้เลือด หลังกลับบ้านต้องรู้สัญญาณแดง เช่น ไข้ ≥38°C เลือดออกชุ่มผ้าอนามัยชั่วโมงละแผ่น หรือเหนื่อยหอบ
การเตรียมตัวผ่าตัดเลาะเนื้องอกมดลูก (uterine fibroid)
ก้อนใหญ่มากเมื่อต้องไปโรงพยาบาลคนเดียว — แผนผู้ป่วยไม่มีญาติ ของที่ต้องพก ยาหลังผ่า เรื่อง “ยาฉีด” และการเดินทางกลับต่างจังหวัด
ถ้าก้อนกดลำไส้หรือกลัวการผ่าตัด อ่าน
เนื้องอกมดลูกกดทับลำไส้: กลัวผ่าตัดทำอย่างไร
และถ้ามีช็อกโกแลตซีสต์ร่วมหรือถูกเสนอให้ตัดมดลูก อ่าน
ช็อกโกแลตซีสต์ + เนื้องอกมดลูก: ทางเลือกเก็บมดลูก ·
สัญญาณแดง ·
ของที่ต้องพก ·
เรื่องฉีดยา
คำถามจริงจากผู้อ่าน: อายุ 25 เนื้องอก 18 ซม. ผ่าตัดเดือนหน้าที่กรุงเทพฯ แต่ไม่มีใครเฝ้าเลย
คำตอบตรง: ผ่าตัดคนเดียวทำได้ ถ้าวางแผนล่วงหน้า — พยาบาลช่วยเรื่องพื้นฐานในหอผู้ป่วย แต่งานที่คุณต้องเตรียมเองคือ
แจ้งโรงพยาบาลว่ามาคนเดียว แก้ภาวะโลหิตจางก่อนผ่า วางแผนการกลับบ้านหรือพักใกล้โรงพยาบาล และรู้สัญญาณแดงหลังผ่าตัด
ผู้อ่านในกลุ่มผู้ป่วยเนื้องอกมดลูกและถุงน้ำรังไข่ อายุ 25 ปี เล่าว่ามีเนื้องอกมดลูกขนาด 18 ซม. นัดผ่าตัดเดือนหน้าที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ
แต่บ้านอยู่ต่างจังหวัดและไม่มีใครมาเฝ้าหรือดูแลหลังผ่าได้เลย จึงถามว่าจะไหวไหม ต้องเตรียมอะไร พกอะไรไป ดูแลตัวเองหลังผ่าอย่างไร
ต้องกินยาอะไร และได้ยินว่าต้อง “ฉีดยาคุม” — ต้องฉีดทุกคนไหม
(3) ของที่ต้องพก (4) ยาและการพักฟื้นหลังผ่า (5) เรื่องยาฉีดที่มักสับสน (6) การเดินทางกลับต่างจังหวัด
สัญญาณแดง — ก่อนและหลังผ่าตัด อาการแบบไหนห้ามรอ
คำตอบตรง: หลังผ่าตัด ถ้าหายใจเหนื่อยหอบเฉียบพลัน เจ็บหน้าอก หน้ามืดเป็นลม หรือเลือดออกทางช่องคลอดชุ่มผ้าอนามัยตั้งแต่ 1 แผ่นต่อชั่วโมงติดกัน 2 ชั่วโมง ให้โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที ส่วนไข้ ≥38°C แผลแดงร้อนมีหนอง หรือน่องบวมปวด ให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือไปตรวจภายในวันเดียวกัน
โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที
- หายใจเหนื่อยหอบเฉียบพลัน หรือเจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้า — อาจเป็นลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดปอด (pulmonary embolism)
- เจ็บแน่นหน้าอก ไอเป็นเลือด หรือใจสั่นเร็วผิดปกติร่วมกับเหนื่อย
- หน้ามืด เป็นลม ตัวซีดเย็น — อาจมีเลือดออกภายใน
- เลือดออกทางช่องคลอดชุ่มผ้าอนามัยตั้งแต่ 1 แผ่นต่อชั่วโมง ติดกัน 2 ชั่วโมง หรือมีลิ่มเลือดก้อนใหญ่
- ปวดท้องรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนยาแก้ปวดที่ได้รับไม่ช่วย หรือท้องแข็งตึงทั้งท้อง
ติดต่อโรงพยาบาลหรือไปตรวจภายในวันเดียวกัน
- ไข้ ตั้งแต่ 38°C หรือหนาวสั่น
- แผลผ่าตัดแดง ร้อน บวมมากขึ้น มีหนองหรือน้ำซึมกลิ่นเหม็น หรือแผลแยก
- น่องหรือขาข้างเดียวบวม ปวด ร้อน — อาจเป็นลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำส่วนลึก (deep vein thrombosis)
- อาเจียนต่อเนื่อง กินหรือดื่มไม่ได้
- ท้องอืดโตขึ้น ไม่ผายลมและไม่ถ่ายเลยหลายวัน
- ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะแสบมาก หรือปัสสาวะน้อยผิดปกติ
- ตกขาวกลิ่นเหม็นร่วมกับปวดท้องน้อยหรือมีไข้
ช่วงรอผ่าตัด: อาการที่ควรรีบบอกแพทย์ก่อนวันนัด
- ประจำเดือนออกมากจนหน้ามืด ใจสั่น เหนื่อยง่าย — อาจมีภาวะโลหิตจางรุนแรง
- ปวดท้องน้อยรุนแรงเฉียบพลันร่วมไข้หรืออาเจียน
- ปัสสาวะไม่ออก ท้องผูกมากจนไม่ถ่ายหลายวัน หรือขาบวมข้างเดียว — ก้อนใหญ่อาจกดกระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ หรือหลอดเลือด
1. ผ่าตัดคนเดียวไหวไหม — ไหว ถ้าวางแผน แต่ไม่ใช่ “ง่าย 100%”
คำตอบตรง: ผู้ป่วยจำนวนมากผ่าตัดโดยไม่มีญาติเฝ้า — พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลช่วยเรื่องกริ่งเรียก การลุกจากเตียง การเดินครั้งแรก และความสะอาด
แต่ไม่ได้อยู่ข้างเตียงแบบตัวต่อตัวตลอดเวลา ช่วงที่ยากที่สุดมักไม่ใช่ในโรงพยาบาล แต่เป็นวันแรก ๆ หลังกลับบ้านและการเดินทางไกล
ในหอผู้ป่วย ใครช่วยอะไรได้บ้าง
- พยาบาล: ให้ยาแก้ปวด ดูแผล วัดสัญญาณชีพ ดูแลสายน้ำเกลือและสายสวนปัสสาวะ
- ผู้ช่วยพยาบาล: ช่วยพยุงลุกเดิน เข้าห้องน้ำ เช็ดตัว เปลี่ยนผ้าอนามัย
- กดกริ่งเรียกได้เสมอ — วางโทรศัพท์ น้ำ และแว่นไว้ใกล้มือก่อนนอนทุกครั้ง
- สิ่งที่ต้องทำเอง: เฝ้าของมีค่า จัดการเอกสาร ซื้อของใช้เพิ่ม และติดต่อคนภายนอก
บอกโรงพยาบาลตั้งแต่วันนัดว่า “มาคนเดียว”
- แจ้งแผนกรับผู้ป่วยในและหอผู้ป่วยตั้งแต่วันนัดผ่าตัด เพื่อให้วางแผนการดูแลและการจำหน่ายกลับบ้านล่วงหน้า
- ถามนโยบายโรงพยาบาลเรื่องผู้รับกลับบ้านหลังดมยาสลบ — บางแห่งต้องการให้มีคนมารับ บางแห่งยอมให้กลับด้วยแท็กซี่เมื่อพ้นฤทธิ์ยา
- โดยทั่วไปผู้ป่วยผู้ใหญ่ลงนามยินยอมผ่าตัดด้วยตนเองได้ ถามว่าต้องมีพยานหรือไม่ และให้ชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉินที่อยู่ไกลได้ เช่น ญาติหรือเพื่อนที่รับโทรศัพท์แน่นอน
วางแผนวันออกจากโรงพยาบาล
- นัดแท็กซี่หรือรถรับส่งไว้ก่อน ไม่ควรเดินไปขึ้นรถสาธารณะเองวันออกจากโรงพยาบาล
- ทางเลือกหนึ่งคือพักที่พักราคาประหยัดใกล้โรงพยาบาลสักระยะ แทนการเดินทางไกลทันที และอยู่จนถึงนัดดูแผลครั้งแรก (มักราว 1–2 สัปดาห์)
- เตรียมอาหารพร้อมทาน น้ำดื่ม และแอปสั่งอาหาร/ของใช้ไว้ในโทรศัพท์ เพื่อไม่ต้องออกไปข้างนอกบ่อยช่วงแรก
- รู้ชื่อและเบอร์โรงพยาบาลใกล้บ้านต่างจังหวัด เผื่อมีอาการหลังกลับไป
แผนผู้ป่วยไม่มีคนเฝ้า (เช็กลิสต์ก่อนวันผ่าตัด)
- แจ้งหอผู้ป่วยว่ามาคนเดียว + ถามนโยบายผู้รับกลับบ้าน
- ตั้งผู้ติดต่อฉุกเฉิน 1–2 คน และบันทึกเบอร์ไว้ในโทรศัพท์กับกระดาษ
- ตรวจเลือดดูภาวะโลหิตจาง และเริ่มธาตุเหล็กตามแพทย์สั่ง
- ถามแพทย์ว่าจำเป็นต้องฉีดยา GnRH agonist ก่อนผ่าหรือไม่
- จองรถวันออกจากโรงพยาบาล + ที่พักใกล้โรงพยาบาลถ้าจะรอนัดดูแผล
- จัดกระเป๋าตามตารางของที่ต้องพกด้านล่าง
- ถ่ายรูปใบนัด ใบสรุปการรักษา และรายการยาเก็บไว้ในโทรศัพท์
- จดสัญญาณแดงและเบอร์หอผู้ป่วย เบอร์ 1669 ไว้ติดตัว
2. เตรียมร่างกายก่อนผ่าก้อน 18 ซม. — เลือด ธาตุเหล็ก และเรื่องยาฉีดก่อนผ่า
คำตอบตรง: ก้อนขนาด 18 ซม. จัดว่าใหญ่มาก เรื่องที่สำคัญที่สุดก่อนผ่าคือความเข้มข้นเลือด — ถ้ามีภาวะโลหิตจางควรแก้ด้วยธาตุเหล็กก่อน
และแพทย์บางท่านอาจเสนอยาฉีดกลุ่ม GnRH agonist ราว 3 เดือนเพื่อลดขนาดก้อนและเพิ่มฮีโมโกลบิน ซึ่งไม่ใช่ยาคุมกำเนิด และไม่ใช่ทุกคนต้องฉีด
ปริมาตรมดลูกที่ลดลงเฉลี่ยหลังฉีด GnRH agonist ก่อนผ่า (Cochrane 2017)
ฮีโมโกลบินก่อนผ่าที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเมื่อเทียบกับไม่ฉีด
โอกาสพบมะเร็งกล้ามเนื้อมดลูกแฝงในการผ่าตัดที่คิดว่าเป็นเนื้องอกธรรมดา
ที่มา: Lethaby 2017;
Pritts 2015 — ค่าเฉลี่ยจากงานวิจัย ไม่ใช่ตัวเลขเฉพาะบุคคล
ภาวะโลหิตจางและธาตุเหล็ก — เรื่องแรกที่ควรถาม
- เนื้องอกมดลูกมักทำให้ประจำเดือนออกมากจนขาดธาตุเหล็ก (iron-deficiency anemia) และการผ่าก้อนใหญ่มีโอกาสเสียเลือดมาก
- ขอตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) และระดับธาตุเหล็กสะสม (ferritin) ตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่รอวันก่อนผ่า
- ธาตุเหล็กชนิดกิน เช่น ferrous sulfate ใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าเลือดจะขึ้น — ถ้าเวลาน้อยหรือกินแล้วทนไม่ได้ แพทย์อาจให้ธาตุเหล็กทางหลอดเลือดดำ (IV iron)
- แนวทางฉันทามติระหว่างประเทศแนะนำให้ตรวจและแก้ภาวะโลหิตจางและขาดธาตุเหล็กก่อนผ่าตัดใหญ่ที่คาดว่าเสียเลือดมาก (Muñoz 2017)
ยาฉีด GnRH agonist ก่อนผ่า — คือ “เข็ม” ที่คนมักพูดถึง
- GnRH agonist (เช่น leuprorelin, goserelin, triptorelin) ฉีดทุก 1 หรือ 3 เดือน กดการสร้างเอสโตรเจนจากรังไข่ชั่วคราวจนประจำเดือนหยุด — เป็นยากดฮอร์โมน ไม่ใช่ยาคุมกำเนิด
- งานทบทวน Cochrane (38 การศึกษา 3,623 ราย) พบว่าเมื่อเทียบกับไม่ให้ยา ปริมาตรมดลูกลดลงเฉลี่ยราว 175 มล. ฮีโมโกลบินก่อนผ่าเพิ่มเฉลี่ยราว 0.88 g/dL ในการตัดมดลูกลดการให้เลือด (OR 0.54) และในการเลาะเนื้องอกเสียเลือดน้อยลงราว 22–157 มล. แต่ยังไม่เห็นความต่างชัดเรื่องการให้เลือด (Lethaby 2017)
- ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคืออาการคล้ายวัยทอง โดยเฉพาะร้อนวูบวาบ (OR 7.68) ใช้เพียงระยะสั้นเพราะใช้นานทำให้กระดูกบาง
- ใช้เฉพาะบางราย เช่น ก้อนใหญ่มากที่อยากลดขนาดก่อนผ่า หรือโลหิตจางที่ต้องหยุดประจำเดือนเพื่อให้เลือดขึ้น — ข้อเสียคือก้อนเล็กบางก้อนอาจหดจนหายาก และอาจเพิ่มโอกาสกลับเป็นซ้ำ (Fauconnier 2000)
คำถามที่ควรคุยกับแพทย์ก่อนเซ็นยินยอมผ่าตัด
- วิธีผ่า: ขนาดนี้มักผ่าเปิดหน้าท้อง (abdominal myomectomy) บางศูนย์ทำผ่านกล้องหรือหุ่นยนต์ได้ในรายที่เลือกแล้ว — ถามว่าแผลจะยาวแนวไหน
- การเสียเลือดและการให้เลือด: ขอให้ตรวจหมู่เลือดและเตรียมเลือดไว้ ถามวิธีลดเลือดออกที่ใช้ เช่น ยา tranexamic acid (ลดเลือดออกระหว่างผ่าเฉลี่ยราว 224 มล. Baradwan 2022), การฉีด vasopressin เข้าเนื้อมดลูก (ลดการให้เลือด OR 0.15) หรือการรัดรอบปากมดลูกชั่วคราว (Kongnyuy 2014)
- โอกาสต้องตัดมดลูกฉุกเฉิน: พบน้อย แต่ควรคุยล่วงหน้าและบอกแพทย์ชัดเจนว่าต้องการเก็บมดลูกไว้ ให้แพทย์ทำทุกทางก่อนตัดสินใจตัดมดลูก
- มะเร็งกล้ามเนื้อมดลูกแฝง (leiomyosarcoma): พบน้อยมาก ราว 1 ใน 2,000 ในการวิเคราะห์รวม และราว 1 ใน 8,300 ในการศึกษาแบบไปข้างหน้า (Pritts 2015) — จึงหลีกเลี่ยงการปั่นหั่นก้อนแบบเปิด (morcellation) หรือทำในถุงปิด และส่งชิ้นเนื้อตรวจทุกครั้ง (NCI — uterine sarcoma)
- ถามหลังผ่า: แผลลึกแค่ไหน เปิดเข้าโพรงมดลูกหรือไม่ — มีผลต่อระยะเวลารอตั้งครรภ์และวิธีคลอดในอนาคต
ไทม์ไลน์: จากเตรียมตัว 3 เดือนก่อนผ่า จนถึง 6 เดือนหลังผ่า
คำตอบตรง: การผ่าตัดก้อนใหญ่คือกระบวนการราว 9 เดือน — เตรียมเลือดก่อนผ่า นอนโรงพยาบาลไม่กี่วัน พักฟื้น 4–6 สัปดาห์ และรอแผลมดลูกหายก่อนตั้งครรภ์
3. ทางเลือกการรักษาเนื้องอก 18 ซม. ในผู้หญิงอายุ 25 ที่อยากเก็บมดลูก
คำตอบตรง: สำหรับก้อนขนาดนี้ในผู้ที่ยังอยากมีลูก ทางเลือกหลักคือผ่าตัดเลาะเนื้องอก (myomectomy) แบบเปิดหน้าท้อง
บางศูนย์ทำผ่านกล้องได้ในรายที่เลือกแล้ว ส่วนการตัดมดลูกไม่ใช่ทางเลือกแรกในวัย 25 และการอุดหลอดเลือดแดงมดลูกมีข้อจำกัดสำหรับก้อนใหญ่และผู้ที่อยากตั้งครรภ์
(ACOG 2021)
ตาราง: ทางเลือกการรักษาเนื้องอกมดลูก 18 ซม.
เพื่อการศึกษา — ใช้ชื่อสามัญ/กลุ่มยาเท่านั้น การเลือกจริงต้องตัดสินใจร่วมกับสูตินรีแพทย์ผู้ผ่าตัด
| ทางเลือก | ข้อดี | ข้อจำกัด / ข้อควรระวัง | เหมาะกับกรณีนี้ไหม |
|---|---|---|---|
| ผ่าตัดเลาะเนื้องอกแบบเปิดหน้าท้อง (abdominal myomectomy) | เก็บมดลูกไว้ เอาก้อนใหญ่และก้อนเล็กที่คลำได้ออกได้ครบ เย็บซ่อมผนังมดลูกได้หลายชั้น | แผลยาวกว่า ปวดมากกว่า นอนโรงพยาบาลราว 2–4 วัน พักฟื้น 4–6 สัปดาห์ อาจต้องให้เลือด | มักเป็นทางเลือกหลักสำหรับก้อน 18 ซม. ที่อยากมีลูก |
| ผ่าตัดเลาะเนื้องอกผ่านกล้องหรือหุ่นยนต์ | ปวดน้อยกว่า ไข้หลังผ่าน้อยกว่า (OR 0.44) นอนโรงพยาบาลสั้นกว่า; อัตรากลับเป็นซ้ำไม่ต่างจากผ่าเปิด (Cochrane 2014) | ก้อนใหญ่มากทำยาก ต้องเอาก้อนออกในถุงปิด อาจต้องเปลี่ยนเป็นผ่าเปิดระหว่างผ่า | เฉพาะศูนย์ที่มีประสบการณ์และในรายที่แพทย์ประเมินแล้ว |
| ฉีด GnRH agonist ~3 เดือน แล้วผ่าตัด | ก้อนเล็กลง ฮีโมโกลบินขึ้น (+0.88 g/dL) อาจทำให้ผ่าง่ายขึ้นหรือแผลสั้นลง | ร้อนวูบวาบ ต้องรอผ่านานขึ้น ก้อนเล็กอาจหาเจอยาก ก้อนกลับโตเมื่อหยุดยา | เลือกใช้บางราย เช่น โลหิตจางหรือก้อนใหญ่มาก — ไม่ใช่ทุกคน |
| ผ่าตัดมดลูก (hysterectomy) | ไม่กลับเป็นซ้ำ ประจำเดือนมากหายขาด | ตั้งครรภ์ไม่ได้อีก เป็นการผ่าตัดใหญ่เช่นกัน | ไม่ใช่ทางเลือกแรกในวัย 25 ที่อยากมีลูก — ใช้เมื่อจำเป็นฉุกเฉินหรือเมื่อผู้ป่วยเลือกเอง |
| อุดหลอดเลือดแดงมดลูก (UAE) หรือการรักษาอื่นที่ไม่ผ่าตัด | ไม่มีแผลผ่าตัด นอนโรงพยาบาลสั้น ต้องให้เลือดน้อยกว่า | ต้องทำหัตถการซ้ำภายใน 2 ปีราว 15–32% เทียบกับราว 7% หลังผ่าตัด; ผลต่อการตั้งครรภ์อาจด้อยกว่าเลาะเนื้องอก (หลักฐานคุณภาพต่ำมาก) (Cochrane 2014) | มีข้อจำกัดสำหรับก้อน 18 ซม. และผู้ที่อยากตั้งครรภ์ |
จัดระดับอาการเชิงกรานระหว่างรอผ่าตัด
ประจำเดือนออกมาก ปวดท้องน้อย ท้องโต ปัสสาวะบ่อยหรือลำบากจากก้อนกด — เร่งด่วนแค่ไหน?
วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา
แบบประเมินนี้จัดระดับอาการเชิงกราน ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค และไม่ได้แทนการนัดตรวจก่อนหรือหลังผ่าตัด — อาการฉุกเฉินให้ดูหัวข้อสัญญาณแดงด้านบน
4. ของที่ต้องพกไปโรงพยาบาลเมื่อไปคนเดียว
คำตอบตรง: เน้น 3 กลุ่ม — เอกสารและเงิน (บัตรประชาชน สิทธิการรักษา รายการยา) ของที่ช่วยให้ไม่ต้องพึ่งคนอื่น
(สายชาร์จยาว 2–3 เมตร พาวเวอร์แบงก์ ขวดน้ำมีหลอด) และเสื้อผ้าที่ไม่กดแผล (เสื้อกระดุมหน้า กางเกงในเอวสูง ผ้าอนามัย) — ไม่ต้องขนของเยอะ
ตาราง: เช็กลิสต์ของที่ต้องพก สำหรับผู้ป่วยไม่มีคนเฝ้า
ไม่ระบุยี่ห้อสินค้า — เลือกแบบใดก็ได้ที่ใช้สะดวก
| ของที่ต้องพก | ทำไมสำคัญเมื่อไม่มีคนเฝ้า | เคล็ดลับ |
|---|---|---|
| บัตรประชาชน + เอกสารสิทธิการรักษา / ใบส่งตัว + ประกัน | ไม่มีใครวิ่งกลับไปเอาเอกสารให้ | ใส่ซองกันน้ำใบเดียว ถ่ายรูปเก็บในโทรศัพท์ |
| รายการยาที่ใช้อยู่ ประวัติแพ้ยา ผลเลือดและผลอัลตราซาวด์เดิม | ตอบคำถามแพทย์และพยาบาลได้เองแม้ยังง่วงจากยา | เขียนลงกระดาษแผ่นเดียว ติดไว้ในกระเป๋า |
| เงินสดและบัตร | จ่ายค่ารถ ค่าอาหาร ของใช้เพิ่ม | พกพอประมาณ ฝากของมีค่าตามระบบของโรงพยาบาล |
| โทรศัพท์ + สายชาร์จยาว 2–3 เมตร + พาวเวอร์แบงก์ | ปลั๊กมักอยู่ไกลเตียง และลุกเองได้ยากช่วงแรก | ชาร์จพาวเวอร์แบงก์เต็มก่อนเข้าผ่าตัด |
| เสื้อผ้าหลวมแบบกระดุมหน้า | ไม่ต้องยกแขนสวมหัว ลดการเกร็งหน้าท้อง | ใช้ใส่วันกลับบ้านและระหว่างเดินทาง |
| กางเกงในหลวมแบบเอวสูง | ขอบยางอยู่เหนือแผล ไม่เสียดสีแผลผ่าตัด | เผื่อ 4–5 ตัว ผ้าฝ้ายระบายอากาศ |
| ผ้าอนามัย | เลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อยหลังผ่าพบบ่อย | แบบกลางวันและกลางคืน ใช้ดูปริมาณเลือดได้ด้วย |
| ทิชชู่และทิชชู่เปียก | เช็ดทำความสะอาดเองได้ระหว่างที่ยังอาบน้ำไม่สะดวก | แบบห่อเล็ก วางไว้ข้างเตียง |
| ขวดน้ำมีหลอด + ลิปบาล์ม | ดื่มน้ำได้โดยไม่ต้องลุกนั่งตรง ปากแห้งจากงดน้ำและยาดมสลบ | ดื่มเมื่อพยาบาลอนุญาตให้เริ่มจิบน้ำ |
| รองเท้าแตะพื้นแบนกันลื่น สวมง่าย | ลุกเดินเองโดยไม่ต้องก้มผูกเชือก ลดการล้ม | พื้นยางกันลื่น ไม่มีส้น |
| ผ้าปิดตาและที่อุดหู | หอผู้ป่วยมีเสียงและแสงตลอดคืน การนอนหลับช่วยฟื้นตัว | ของชิ้นเล็กแต่ช่วยได้มาก |
| หมอนใบเล็ก | กอดกดแผลเวลาไอ จาม ลุกนั่ง และกันแรงกระแทกกับเข็มขัดนิรภัยตอนเดินทาง | ใช้ต่อได้ทั้งในรถและที่พัก |
| ผ้ารัดหน้าท้อง | บางคนรู้สึกพยุงแผลสบายขึ้นเวลาเดิน | ใช้เฉพาะเมื่อแพทย์ผู้ผ่าตัดอนุญาต |
| ที่คีบของด้ามยาว (ไม่บังคับ) | หยิบของที่ตกพื้นโดยไม่ต้องก้ม | มีประโยชน์ช่วงพักที่ที่พักหรือบ้านคนเดียว |
ผ้าอ้อมผู้ใหญ่โดยทั่วไปไม่จำเป็น — ช่วงแรกมักมีสายสวนปัสสาวะ และหลังถอดสายผ้าอนามัยก็เพียงพอ ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ราคาแพงเกินจำเป็น
5. หลังผ่าตัด: ยาที่มักได้รับ การดูแลแผล และไทม์ไลน์พักฟื้น
คำตอบตรง: หลังผ่าเปิดหน้าท้องมักนอนโรงพยาบาลราว 2–4 วัน ลุกเดินตั้งแต่วัน 0–1 เลี่ยงยกของเกินราว 5 กก. และออกกำลังหนักราว 4–6 สัปดาห์
ยาหลักคือยาแก้ปวด ยาแก้คลื่นไส้ ยาระบาย และธาตุเหล็กถ้าโลหิตจาง — ยาปฏิชีวนะมักให้ครั้งเดียวรอบการผ่าตัด ยาฆ่าเชื้อต่อที่บ้านไม่ใช่ทุกราย
ตาราง: ไทม์ไลน์พักฟื้นและยาหลังผ่าตัดเลาะเนื้องอกแบบเปิด
ระยะเวลาโดยประมาณ — แต่ละคนต่างกัน ให้ทำตามคำสั่งของแพทย์ผู้ผ่าตัด
| ช่วงเวลา | สิ่งที่คาดได้ | ยาและการดูแล | สิ่งที่ควรเลี่ยง |
|---|---|---|---|
| วันผ่าตัด (วัน 0) | ปวดแผล ง่วงจากยาสลบ มีสายน้ำเกลือและสายสวนปัสสาวะ | ยาแก้ปวดตามเวลา ยาแก้คลื่นไส้ ยาปฏิชีวนะครั้งเดียวรอบผ่าตัด; ลุกนั่งหรือยืนข้างเตียงเมื่อพยาบาลให้ทำ | ลุกเดินคนเดียวครั้งแรกโดยไม่กดกริ่งเรียก |
| วัน 1–3 (ในโรงพยาบาล) | ถอดสายสวนปัสสาวะมักภายในราว 24 ชม. เริ่มกินอาหาร เดินในหอผู้ป่วย เลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อยได้ | paracetamol ± ยากลุ่ม NSAID เช่น ibuprofen ถ้าเหมาะ ± โอปิออยด์ระยะสั้น; ยาระบาย; ถุงน่อง; บางรายได้ยาฉีด LMWH เช่น enoxaparin | นอนนิ่งทั้งวัน กลั้นไอจนเสมหะค้าง (ให้กอดหมอนกดแผลแล้วไอ) |
| สัปดาห์ 1–2 (ที่พักหรือบ้าน) | ปวดลดลงเรื่อย ๆ เหนื่อยง่าย นัดดูแผลครั้งแรกมักราว 1–2 สัปดาห์ | ยาแก้ปวดตามต้องการ ธาตุเหล็กถ้าโลหิตจาง ยาระบายขณะใช้โอปิออยด์; เดินสั้น ๆ หลายครั้งต่อวัน | ขับรถเอง (ราว 2 สัปดาห์หรือขณะใช้โอปิออยด์) ยกของหนัก แช่อ่างหรือว่ายน้ำจนแผลหาย |
| สัปดาห์ 3–6 | กลับงานนั่งโต๊ะได้ราว 3–4 สัปดาห์ งานใช้แรงราว 6 สัปดาห์ | เพิ่มกิจกรรมทีละน้อย ตรวจเลือดซ้ำถ้าโลหิตจาง | ยกของเกินราว 5 กก. และออกกำลังหนักจนครบราว 4–6 สัปดาห์; เพศสัมพันธ์จนแพทย์อนุญาต |
| 3–6 เดือน | แผลมดลูกกำลังหายและปรับโครงสร้าง ประจำเดือนมักน้อยลงถ้าเนื้องอกเป็นสาเหตุ | คุมกำเนิดด้วยวิธีที่ได้ผลตามระยะที่แพทย์แนะนำ ติดตามผลชิ้นเนื้อและอัลตราซาวด์ | ตั้งครรภ์ก่อนแพทย์ผู้ผ่าตัดอนุญาต |
ยาหลังผ่าตัดที่มักได้รับ (ชื่อสามัญ)
- ยาแก้ปวด: paracetamol เป็นพื้นฐาน ร่วมกับยากลุ่ม NSAID เช่น ibuprofen ถ้าไม่มีข้อห้าม (โรคไต แผลในกระเพาะ) และยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ระยะสั้นเมื่อปวดมาก
- ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน: ใช้ช่วงแรกหลังดมยาสลบหรือขณะใช้โอปิออยด์
- ยาระบายหรือยาทำให้อุจจาระนุ่ม: ป้องกันท้องผูกจากยาแก้ปวดและการเบ่งที่ทำให้เจ็บแผล
- ธาตุเหล็ก: ต่อเนื่องถ้ามีภาวะโลหิตจาง (anemia) ตามผลเลือด
- ยาปฏิชีวนะ: โดยทั่วไปให้เพียงครั้งเดียวก่อนหรือรอบการผ่าตัดเพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ — การกินยาฆ่าเชื้อต่อที่บ้านไม่ใช่มาตรฐานทุกราย ยกเว้นแพทย์ผู้ผ่าตัดสั่งด้วยเหตุผลเฉพาะ (ACOG 2018)
- ยาฉีดป้องกันลิ่มเลือด: นอกจากการลุกเดินเร็วและถุงน่อง บางรายหลังผ่าตัดใหญ่ในอุ้งเชิงกรานอาจได้ยาฉีดใต้ผิวหนังกลุ่ม LMWH เช่น enoxaparin ตามการประเมินของแพทย์ — แนวทาง ACCP แนะนำ LMWH ในผู้ที่เสี่ยงลิ่มเลือดสูง (ราว 6% ถ้าไม่ป้องกัน) และไม่เสี่ยงเลือดออกสูง (Gould 2012) นี่คือ “เข็ม” อีกแบบที่ผู้ป่วยอาจได้รับ
ดูแลแผลผ่าตัดเองอย่างไร
- ทำตามคำสั่งของแพทย์ผู้ผ่าตัด — ส่วนใหญ่อาบน้ำฝักบัวได้หลัง 24–48 ชม. เมื่อปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ แล้วซับให้แห้ง
- ดูแผลทุกวันด้วยกระจกหรือถ่ายรูปเทียบ: แดง ร้อน บวมมากขึ้น มีหนอง หรือแผลแยก = ติดต่อโรงพยาบาล
- เลือดหรือมูกปนเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อยพบได้หลายวันถึงหลายสัปดาห์ ใช้ผ้าอนามัย ไม่ใช้ผ้าอนามัยแบบสอด
หลักฟื้นตัวเร็วหลังผ่าตัด (ERAS)
แนวทาง ERAS Society สำหรับการผ่าตัดนรีเวช (Nelson 2019)
เน้นการกินอาหารเร็วหลังผ่า การลุกเดินเร็ว การถอดสายสวนปัสสาวะเร็ว และการคุมปวดหลายกลไกเพื่อลดการใช้โอปิออยด์ — สำหรับผู้ป่วยคนเดียว หลักนี้ช่วยให้กลับมาดูแลตัวเองได้เร็วขึ้น
6. ต้อง “ฉีดยาคุม” หรือฉีดฮอร์โมนทุกคนไหม — ไม่ใช่ และมี 4 เรื่องที่มักสับสน
คำตอบตรง: ไม่ใช่ทุกคน คำว่า “ยาฉีด” ในกลุ่มผู้ป่วยเนื้องอกมดลูกมักหมายถึงคนละเรื่องกัน —
ยาฉีด GnRH agonist ก่อนผ่า (เลือกใช้บางราย) การกดฮอร์โมนหลังผ่า (ไม่ใช่มาตรฐาน) การคุมกำเนิดช่วงแผลมดลูกหาย (วิธีใดก็ได้ที่ได้ผล) และยาฉีดป้องกันลิ่มเลือด (บางราย)
- ยาฉีดก่อนผ่า (GnRH agonist): กดเอสโตรเจนชั่วคราวเพื่อลดขนาดก้อนและเพิ่มเลือด — เลือกใช้บางราย ไม่ใช่ยาคุม
- ฮอร์โมนหลังผ่า: หลังเลาะเนื้องอกออกหมด การกดฮอร์โมนต่อไม่ใช่มาตรฐาน อาจพิจารณาเมื่อมีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis) หรือ adenomyosis ร่วม
- การคุมกำเนิดหลังผ่า: แพทย์หลายท่านแนะนำให้เลี่ยงตั้งครรภ์ราว3–6 เดือน (ขึ้นกับความลึกของแผลและการเปิดเข้าโพรงมดลูก) เพื่อให้แผลมดลูกหาย — ใช้วิธีคุมกำเนิดที่ได้ผลแบบใดก็ได้ เช่น ยาเม็ด ห่วง ยาฝัง ถุงยาง หรือยาฉีด ไม่จำเป็นต้องเป็นยาฉีด
- ยาฉีดป้องกันลิ่มเลือด (LMWH): บางรายได้หลังผ่าตัดใหญ่ในอุ้งเชิงกราน — เป็นยากันเลือดแข็งตัว ไม่เกี่ยวกับฮอร์โมน
ต้องรอนานแค่ไหนจึงตั้งครรภ์ได้
งานทบทวนอย่างเป็นระบบพบว่ายังไม่มีข้อมูลพอจะกำหนดระยะรอขั้นต่ำที่ชัดเจน ในผู้ป่วย 1,016 รายที่มีข้อมูล ราวหนึ่งในสามได้รับคำแนะนำให้รอ 3–6 เดือน
และอีกราวหนึ่งในสามให้รอ 6–12 เดือน (Margueritte 2021) — ถามแพทย์ผู้ผ่าตัดซึ่งรู้ว่าแผลของคุณลึกแค่ไหน
ตั้งครรภ์หลังเลาะเนื้องอก: มดลูกแตกและวิธีคลอด
- มดลูกแตกพบน้อยกว่า 1%: ราว 0.6% ของการตั้งครรภ์หลังเลาะเนื้องอก (11 จาก 1,825) และ 0.47% ในผู้ที่ลองคลอดทางช่องคลอด โดยส่วนใหญ่เกิดก่อนเจ็บครรภ์คลอด (Gambacorti-Passerini 2016)
- ถ้าแผลลึกหรือเปิดเข้าโพรงมดลูก แพทย์อาจแนะนำผ่าคลอด — เก็บใบสรุปการผ่าตัดไว้ให้สูติแพทย์ที่ฝากครรภ์ในอนาคต
- เนื้องอกกลับมาใหม่ได้ในหลายปี: ราว 10% มีอาการกลับมาภายใน 5 ปีหลังผ่าแบบเปิด (Fauconnier 2000) และในผู้ที่มดลูกใหญ่ 12% ต้องผ่าตัดซ้ำ เฉลี่ย 7.9 ปีหลังครั้งแรก (Kramer 2021)
7. เดินทางกลับต่างจังหวัดหลังผ่าตัดอย่างปลอดภัย
คำตอบตรง: นั่งรถทัวร์หรือรถตู้กลับบ้านได้เมื่อแพทย์อนุญาต แต่การผ่าตัดใหญ่ภายใน 1 เดือนจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดต่อลิ่มเลือดจากการเดินทางไกล
จึงควรลุกเดินทุก 1–2 ชั่วโมง ขยับน่องบ่อย ๆ และถามแพทย์เรื่องถุงน่องทางการแพทย์ใต้เข่าเมื่อเดินทางเกิน 3 ชั่วโมง (Watson 2011)
- ไม่ขับรถเองราว 2 สัปดาห์ หรือตลอดช่วงที่ยังใช้ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์
- ทางเลือกที่หลายคนใช้: พักใกล้โรงพยาบาลจนถึงนัดดูแผลครั้งแรก แล้วค่อยเดินทางไกล — ลดการต้องย้อนกลับมากรุงเทพฯ
- รถทัวร์/รถตู้: เลือกที่นั่งริมทางเดินใกล้ห้องน้ำ ลุกเดินทุกจุดพักหรือทุก 1–2 ชั่วโมง กระดกข้อเท้าและเกร็งน่องขณะนั่ง
- ดื่มน้ำพอสมควร — ไม่เป็นอันตรายและช่วยเรื่องท้องผูก แม้หลักฐานว่าป้องกันลิ่มเลือดโดยตรงยังไม่ชัด
- วางหมอนใบเล็กระหว่างแผลกับเข็มขัดนิรภัย และกอดไว้เวลารถกระแทก
- พกใบสรุปการรักษา ยาทั้งหมด ใบนัด และเบอร์หอผู้ป่วยไว้ในกระเป๋าติดตัว ไม่ใส่ใต้ท้องรถ
- ลิ่มเลือดที่เกี่ยวกับการเดินทางเกิดได้นานถึงราว 8 สัปดาห์หลังเดินทาง — ถ้าน่องบวมปวดหรือเหนื่อยหอบหลังถึงบ้าน ไปโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ผ่าตัดเนื้องอกมดลูกคนเดียว ไม่มีญาติเฝ้า ทำได้ไหม?
ทำได้ถ้าวางแผนล่วงหน้า พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลช่วยเรื่องกริ่งเรียก การลุกเดิน และความสะอาด แต่ไม่ได้อยู่ข้างเตียงตลอดเวลา ควรแจ้งหอผู้ป่วยตั้งแต่วันนัดว่ามาคนเดียว ถามนโยบายเรื่องผู้รับกลับบ้านหลังดมยาและผู้ติดต่อฉุกเฉิน ขอพบนักสังคมสงเคราะห์ถ้าต้องการ และจองรถหรือที่พักใกล้โรงพยาบาลไว้ก่อน
เนื้องอก 18 ซม. ต้องเตรียมตัวก่อนผ่าตัดอย่างไร?
สิ่งสำคัญคือตรวจเลือดดูภาวะโลหิตจางและแก้ด้วยธาตุเหล็กชนิดกินหรือให้ทางหลอดเลือด เพราะก้อนใหญ่ขนาดนี้เสียเลือดได้มาก ถามแพทย์เรื่องการเตรียมเลือดไว้ ยาลดเลือดออกระหว่างผ่า เช่น tranexamic acid หรือ vasopressin และถามว่าจำเป็นต้องฉีดยา GnRH agonist ราว 3 เดือนก่อนผ่าเพื่อลดขนาดก้อนหรือไม่
ยาฉีดก่อนผ่าตัดที่คนพูดถึงคือยาคุมกำเนิดใช่ไหม?
ไม่ใช่ ส่วนใหญ่หมายถึงยาฉีดกลุ่ม GnRH agonist เช่น leuprorelin goserelin หรือ triptorelin ซึ่งกดฮอร์โมนเอสโตรเจนชั่วคราว งานทบทวน Cochrane พบว่าลดปริมาตรมดลูกเฉลี่ยราว 175 มล. และเพิ่มฮีโมโกลบินก่อนผ่าราว 0.88 g/dL แต่ทำให้ร้อนวูบวาบบ่อยขึ้น ยานี้ใช้เฉพาะบางราย ไม่ใช่ทุกคนต้องฉีด
หลังผ่าตัดต้องกินยาอะไรบ้าง ต้องกินยาฆ่าเชื้อต่อที่บ้านไหม?
ยาที่พบบ่อยคือยาแก้ปวด เช่น paracetamol ยากลุ่ม NSAID อย่าง ibuprofen ถ้าเหมาะกับคุณ และยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ระยะสั้น ยาแก้คลื่นไส้ ยาระบายหรือยาทำให้อุจจาระนุ่ม และธาตุเหล็กถ้ามีภาวะโลหิตจาง ยาปฏิชีวนะมักให้เพียงครั้งเดียวก่อนผ่าตัด การกินยาฆ่าเชื้อต่อที่บ้านไม่ได้ทำทุกราย ยกเว้นแพทย์ผู้ผ่าตัดสั่ง
ทุกคนต้องฉีดยาคุมหรือฉีดฮอร์โมนหลังผ่าตัดไหม?
ไม่ต้องทุกคน การกดฮอร์โมนหลังเลาะเนื้องอกออกหมดไม่ใช่มาตรฐาน อาจพิจารณาเมื่อมีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือ adenomyosis ร่วม ส่วนการคุมกำเนิดคือการเลี่ยงตั้งครรภ์ช่วงแผลมดลูกหาย ซึ่งหลายแพทย์แนะนำราว 3 ถึง 6 เดือน ใช้วิธีที่ได้ผลแบบใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นยาฉีด บางรายอาจได้ยาฉีดป้องกันลิ่มเลือดกลุ่ม LMWH ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
ต้องนอนโรงพยาบาลกี่วัน และกลับไปทำงานได้เมื่อไร?
การผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องมักนอนโรงพยาบาลราว 2 ถึง 4 วัน เริ่มลุกเดินได้ตั้งแต่วันผ่าตัดหรือวันถัดไป สายสวนปัสสาวะมักถอดภายในราว 24 ชั่วโมง ทำกิจกรรมเบาได้ใน 2 สัปดาห์ เลี่ยงยกของหนักเกินราว 5 กิโลกรัมและออกกำลังหนักราว 4 ถึง 6 สัปดาห์ งานนั่งโต๊ะกลับได้ราว 3 ถึง 4 สัปดาห์ งานใช้แรงราว 6 สัปดาห์
นั่งรถทัวร์หรือรถตู้กลับต่างจังหวัดหลังผ่าตัดได้ไหม?
ได้เมื่อแพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน หลายคนเลือกพักใกล้โรงพยาบาลก่อนจนถึงนัดดูแผลราว 1 ถึง 2 สัปดาห์ ระหว่างเดินทางให้ลุกเดินทุก 1 ถึง 2 ชั่วโมง ขยับข้อเท้าและน่องบ่อย ดื่มน้ำ วางหมอนใบเล็กกันแรงกระแทกและกันเข็มขัดนิรภัยกดแผล พกใบสรุปการรักษา ยา และเบอร์โรงพยาบาล ไม่ควรขับรถเองราว 2 สัปดาห์หรือขณะยังใช้ยาโอปิออยด์
หลังเลาะเนื้องอกแล้วยังตั้งครรภ์ได้ไหม มดลูกจะแตกไหม?
ส่วนใหญ่ยังตั้งครรภ์ได้ งานทบทวนอย่างเป็นระบบพบมดลูกแตกราว 0.6% ของการตั้งครรภ์หลังเลาะเนื้องอก และ 0.47% ในผู้ที่ลองคลอดทางช่องคลอด ถ้าแผลลึกหรือเปิดเข้าโพรงมดลูก แพทย์อาจแนะนำผ่าคลอด เนื้องอกกลับมาใหม่ได้ในหลายปี ราว 10% มีอาการกลับมาภายใน 5 ปีหลังผ่าแบบเปิด
กลไกทางวิทยาศาสตร์ (Scientific mechanism)
เนื้องอกโตด้วยฮอร์โมน: เนื้องอกมดลูกเป็นก้อนกล้ามเนื้อเรียบที่ไม่ใช่มะเร็ง เซลล์มีตัวรับเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนมาก
เอสโตรเจนเพิ่มตัวรับโปรเจสเตอโรน ส่วนโปรเจสเตอโรนกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์และการสร้างเนื้อเยื่อพังผืด (extracellular matrix) จำนวนมาก ก้อนจึงโตได้ตลอดวัยเจริญพันธุ์
และมักหยุดโตหลังหมดประจำเดือน (Bulun 2013;
Stewart 2015)
ทำไม GnRH agonist ทำให้ก้อนหด: ยาออกฤทธิ์กระตุ้นตัวรับ GnRH ที่ต่อมใต้สมองอย่างต่อเนื่อง หลังช่วงกระตุ้นสั้น ๆ ตัวรับจะลดจำนวนลง
ฮอร์โมน LH และ FSH ต่ำลง รังไข่หยุดสร้างเอสโตรเจน เกิดภาวะเอสโตรเจนต่ำชั่วคราว (hypoestrogenic) ก้อนจึงหดและประจำเดือนหยุด ทำให้เลือดขึ้น —
แต่เมื่อหยุดยา ฮอร์โมนกลับมาและก้อนโตกลับได้ จึงใช้เป็นการเตรียมก่อนผ่า ไม่ใช่การรักษาหายขาด (Lethaby 2017)
การหายของแผลกล้ามเนื้อมดลูก: หลังเลาะก้อนออก ผนังมดลูกถูกเย็บซ่อมหลายชั้น แผลผ่านระยะอักเสบ ระยะสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และระยะปรับโครงสร้างที่กินเวลาหลายเดือน
แผลที่ลึกหรือเปิดเข้าโพรงมดลูกต้องรับแรงยืดมากเมื่อตั้งครรภ์ นี่คือเหตุผลที่แพทย์แนะนำให้เว้นช่วงก่อนตั้งครรภ์ และบางรายแนะนำผ่าคลอด
ทำไมลิ่มเลือดเสี่ยงหลังผ่าตัดอุ้งเชิงกราน: ครบ 3 ปัจจัยของ Virchow — เลือดไหลช้าในหลอดเลือดดำอุ้งเชิงกรานและขาจากการนอนนิ่ง
(และก้อนใหญ่ที่กดหลอดเลือดก่อนผ่า) ผนังหลอดเลือดบาดเจ็บจากการผ่าตัด และร่างกายอยู่ในภาวะเลือดแข็งตัวง่ายหลังผ่าตัด การนั่งรถนานเพิ่มการคั่งของเลือดที่ขา
การเดินและเกร็งน่องใช้ “ปั๊มกล้ามเนื้อน่อง” ดันเลือดกลับหัวใจ จึงเป็นการป้องกันพื้นฐาน ส่วนยาฉีด LMWH ใช้ในผู้ที่เสี่ยงสูง (Gould 2012)
เรียบเรียงและทบทวนโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์
แหล่งอ้างอิงวิชาการ (E-E-A-T)
- Lethaby A, Puscasiu L, Vollenhoven B. Preoperative medical therapy before surgery for uterine fibroids. Cochrane Database Syst Rev 2017 (PMID 29139105)
- Nelson G et al. Guidelines for perioperative care in gynecologic/oncology: ERAS Society recommendations — 2019 update. Int J Gynecol Cancer 2019 (PMID 30877144)
- Bulun SE. Uterine fibroids. N Engl J Med 2013 (PMID 24088094)
- Stewart EA. Clinical practice. Uterine fibroids. N Engl J Med 2015 (PMID 25901428)
- ACOG. Management of Symptomatic Uterine Leiomyomas: Practice Bulletin No. 228. Obstet Gynecol 2021 (PMID 34011888)
- Bhave Chittawar P et al. Minimally invasive surgical techniques versus open myomectomy for uterine fibroids. Cochrane Database Syst Rev 2014 (PMID 25331441)
- Gupta JK et al. Uterine artery embolization for symptomatic uterine fibroids. Cochrane Database Syst Rev 2014 (PMID 25541260)
- Kongnyuy EJ, Wiysonge CS. Interventions to reduce haemorrhage during myomectomy for fibroids. Cochrane Database Syst Rev 2014 (PMID 25125317)
- Baradwan S et al. Prophylactic tranexamic acid during myomectomy: a systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials. Eur J Obstet Gynecol Reprod Biol 2022 (PMID 35839714)
- Pritts EA et al. The prevalence of occult leiomyosarcoma at surgery for presumed uterine fibroids: a meta-analysis. Gynecol Surg 2015 (PMID 26283890)
- Gambacorti-Passerini Z et al. Trial of labor after myomectomy and uterine rupture: a systematic review. Acta Obstet Gynecol Scand 2016 (PMID 27154306)
- Margueritte F et al. Time to conceive after myomectomy: should we advise a minimum time interval? A systematic review. Reprod Biomed Online 2021 (PMID 34353724)
- Fauconnier A et al. Recurrence of leiomyomata after myomectomy. Hum Reprod Update 2000 (PMID 11129693)
- Kramer KJ et al. Reoperation rates for recurrence of fibroids after abdominal myomectomy in women with large uterus. PLoS One 2021 (PMID 34882735)
- Gould MK et al. Prevention of VTE in nonorthopedic surgical patients: ACCP Evidence-Based Clinical Practice Guidelines, 9th ed. Chest 2012 (PMID 22315263)
- Watson HG, Baglin TP. Guidelines on travel-related venous thrombosis. Br J Haematol 2011 (PMID 21083651)
- Muñoz M et al. International consensus statement on the peri-operative management of anaemia and iron deficiency. Anaesthesia 2017 (PMID 27996086)
- ACOG Practice Bulletin No. 195: Prevention of Infection After Gynecologic Procedures. Obstet Gynecol 2018 (PMID 29794678)
- MedlinePlus (NIH) — Uterine fibroids · Uterine artery embolization · Deep vein thrombosis · NCI — Uterine sarcoma
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเตรียมตัวผ่าตัดเนื้องอกมดลูก การดูแลหลังผ่าตัด และการเดินทางกลับบ้าน
ไม่ใช่การวินิจฉัย ใบสั่งยา หรือคำแนะนำการผ่าตัดเฉพาะบุคคล — ยา ขนาดยา ระยะพักฟื้น และระยะรอตั้งครรภ์ต้องเป็นไปตามแพทย์ผู้ผ่าตัดที่ดูแลคุณโดยตรง
ตัวเลขมาจากงานวิจัยกลุ่มประชากร หากมีอาการฉุกเฉิน ให้โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที