หมวดหมู่: โรคผิวหนัง · ผื่นมืออักเสบ · โรคผิวหนังจากการทำงาน
ตุ่มน้ำใสปนหนองที่มือ คันเรื้อรังเกิน 1 ปีในคนทำอาหาร: ผื่นมือจากงานเปียก ตรวจเลือดบอกอะไรได้ ทำไมต้องทำ Patch Test และใส่ถุงมืออย่างไร
AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)
ตุ่มน้ำใสคันที่มือของคนทำอาหารส่วนใหญ่เป็นผื่นมืออักเสบจากงานเปียกและสารระคายเคือง บางรายมีผื่นแพ้สัมผัสร่วม ตุ่มหนองอาจเกิดจากเชื้อ Staphylococcus aureus หรือเป็นตุ่มหนองปลอดเชื้อ ไม่มีการตรวจเลือดที่วินิจฉัยผื่นมือหรือบอกสารที่แพ้สัมผัสได้ ANA เป็นบวกในคนทั่วไปราว 14% การหาสารที่แพ้ใช้ Patch Test
แนวทางวินิจฉัยและรักษาผื่นมือของสมาคมผื่นแพ้สัมผัสยุโรป (ESCD),
ความชุกของ ANA ในคนทั่วไป,
แนวทางการทำ Patch Test
และหลักฐานการรักษาผื่นมือจาก Cochrane
สัญญาณอันตราย ·
ทำไมคนทำอาหารเป็นบ่อย ·
ตุ่มหนองติดเชื้อหรือไม่ ·
ตรวจเลือดบอกอะไรได้ ·
Patch Test ·
ถุงมือและการดูแลมือ ·
ตารางเปรียบเทียบการรักษา ·
คำถามที่พบบ่อย
จากกลุ่มผู้อ่าน: ตุ่มน้ำใสที่มือเป็นมาเกินปี และกำลังจะตรวจเลือด
สมาชิกท่านหนึ่งซึ่งทำงานด้านอาหารเล่าว่ามีตุ่มน้ำใสบางตุ่มกลายเป็นหนองที่มือ คันมากโดยเฉพาะช่วงตื่นนอน เกาจนอักเสบ เป็นๆ หายๆ มานานกว่า 1 ปี
และได้นัดตรวจเลือดในสัปดาห์หน้า จึงสงสัยว่าผลเลือดจะบอกได้ไหมว่าเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองหรือโรคอะไร อีกท่านหนึ่งเล่าว่าผิวบริเวณที่คันเรื้อรังเริ่มหนาแข็งและอักเสบ
คำตอบสั้นๆ: ผลเลือดช่วยแยกบางโรคและใช้ประกอบการรักษาได้ แต่ไม่ได้วินิจฉัยผื่นมือ และไม่ได้บอกว่ามือแพ้สารอะไรในครัว
การวินิจฉัยผื่นมืออาศัยลักษณะผื่น ประวัติการทำงาน การตรวจหาเชื้อเมื่อมีหนอง และ Patch Test เมื่อผื่นเป็นเรื้อรัง
ผู้ที่สงสัยผื่นแพ้ทั้งตัวร่วมกับอาการแพ้รุนแรง อ่านเพิ่มได้ที่
ผื่นคันทั้งตัว ผมร่วงเป็นกระจุก: ผื่นแพ้และสัญญาณแพ้รุนแรง
สัญญาณอันตราย — ผื่นที่มือแบบไหนไม่ควรรอนัด
คำตอบตรง: ผิวที่แตกและมีตุ่มหนองเป็นทางให้เชื้อแบคทีเรียลงลึกถึงชั้นใต้ผิวหนังได้ ซึ่งเรียกว่าเนื้อเยื่ออักเสบติดเชื้อ (cellulitis) ภาวะนี้ต้องได้ยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่ง และบางรายต้องรักษาในโรงพยาบาล
ไปโรงพยาบาลภายในวันนี้
- มือบวมแดง ร้อน และปวด ลามกว้างขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมง หรือมีเส้นสีแดงลามขึ้นตามแขน หรือต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้โตและเจ็บ
- มีไข้ หนาวสั่น หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ร่วมกับมือที่อักเสบหรือมีหนอง
- ปวดมากผิดสัดส่วนกับรอยแผล ผิวเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ หรือมีตุ่มน้ำปนเลือด
- ปากหรือตาบวม หายใจลำบาก หรือมีลมพิษทั่วตัว หลังสัมผัสอาหาร ถุงมือ หรือสารเคมี
นัดพบแพทย์ภายในไม่กี่วันถึง 1–2 สัปดาห์
- หนองมากขึ้น สะเก็ดสีเหลืองคล้ายน้ำผึ้ง หรือแผลเปิดที่ไม่ปิดภายใน 1–2 สัปดาห์
- ตุ่มน้ำเล็กเป็นกลุ่มที่เจ็บแสบมากกว่าคัน เพราะอาจเป็นเชื้อไวรัสเริม ซึ่งรักษาต่างจากผื่นมือ
- ปลายนิ้วซีดขาวหรือม่วงเมื่อโดนความเย็น มีแผลที่ปลายนิ้ว หรือผิวนิ้วตึงจนจับย่นไม่ขึ้น
- ปวดบวมข้อหลายข้อ ผื่นแดงที่หน้าหลังโดนแดด แผลในปาก ผมร่วง หรือไข้ต่ำๆ เรื้อรัง ร่วมกับผื่นที่มือ
1. ทำไมคนทำอาหารถึงเป็นผื่นมือบ่อย
คำตอบตรง: ผื่นมือพบได้ในคนทั่วไปราว 9.1% ต่อปี แต่ในผู้ทำงานครัวเป็นอาชีพ 1,592 คนในญี่ปุ่นพบถึง 32.3%
(Quaade 2021,
Minami 2018)
งานครัวรวมปัจจัยเสี่ยงไว้ครบ ทั้งมือเปียกนาน ล้างมือบ่อย น้ำยาล้างจาน น้ำยาฆ่าเชื้อ ถุงมือที่อับชื้น และการสัมผัสอาหารดิบ
งานเปียกคืออะไร
แนวทางของสมาคมผื่นแพ้สัมผัสยุโรปนิยามงานเปียกว่าเป็นการที่มือเปียกหรือสวมถุงมือกันน้ำรวมเกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน หรือล้างมือเกิน 20 ครั้งต่อวัน
ผื่นมือที่เป็นนานเกิน 3 เดือน หรือกลับมาเป็นซ้ำอย่างน้อย 2 ครั้งต่อปี ถือว่าเป็นผื่นมือเรื้อรัง
(Thyssen 2022)
สารระคายเคืองในครัว
น้ำและสารลดแรงตึงผิวในน้ำยาล้างจานละลายไขมันที่เชื่อมเซลล์ผิวชั้นนอกไว้ ผิวจึงเสียน้ำ แห้ง แตก และให้สารระคายเคืองซึมเข้าได้ง่ายขึ้น
น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว พริก หัวหอม เกลือ และน้ำยาฆ่าเชื้อซ้ำเติมผิวที่แตกอยู่แล้ว ผื่นแบบนี้เรียกว่าผื่นระคายสัมผัส ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของผื่นมือจากการทำงาน
สารก่อภูมิแพ้ในครัว
ผื่นแพ้สัมผัสเกิดจากเม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์จำสารบางชนิดไว้ และก่อผื่นทุกครั้งที่สัมผัสซ้ำ สารที่พบในงานครัว ได้แก่ สารเร่งปฏิกิริยายางในถุงมือ
สาร diallyl disulfide ในกระเทียมและหัวหอม และสารกันเสียในน้ำยาทำความสะอาด
(Kersh 2018,
Moyle 2004)
อีกกลุ่มคือผื่นแพ้โปรตีนอาหาร เช่น อาหารทะเล แป้งสาลี และเนื้อสัตว์ดิบ ซึ่งมักคันหรือบวมแดงภายในไม่กี่นาทีหลังสัมผัส
(Barbaud 2015)
ในทางกลับกัน ผิวที่แตกเป็นทางให้โปรตีนอาหารเข้าสู่ร่างกาย การศึกษาในผู้ทำงานครัวเป็นอาชีพพบว่าผู้ที่มีผื่นมือมีโอกาสได้รับการวินิจฉัยว่าแพ้อาหารมากขึ้นราว 2.4 เท่า
(Minami 2018)
ผื่นตุ่มน้ำใสที่มือ (dyshidrotic eczema)
ผื่นชนิดนี้เป็นตุ่มน้ำเล็กใสฝังอยู่ใต้ผิวบริเวณข้างนิ้วและฝ่ามือ คันมาก และกำเริบเป็นรอบ คำว่า dyshidrosis แปลตามรากศัพท์ว่าเหงื่อผิดปกติ
แต่ปัจจุบันพบว่าตุ่มน้ำเกิดจากของเหลวสะสมระหว่างเซลล์ผิวชั้นนอกจากการอักเสบ ไม่ได้มาจากต่อมเหงื่ออุดตัน
ตัวกระตุ้นที่พบบ่อยคือภูมิแพ้ผิวหนังเดิม ผื่นแพ้สัมผัส ความเครียด อากาศร้อนชื้น และในบางรายคือโลหะนิกเกิลหรือโคบอลต์
(Lofgren 2006)
ทำไมคันมากตอนกลางคืนและตอนตื่นนอน
ช่วงกลางคืน ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ช่วยลดการอักเสบอยู่ในระดับต่ำ ผิวเสียน้ำผ่านชั้นนอกมากขึ้น และไม่มีสิ่งอื่นดึงความสนใจจากอาการคัน
การเการะหว่างหลับทำให้ผิวถลอก เป็นวงจรคันแล้วเกาที่ทำให้ผื่นหนาขึ้นและติดเชื้อได้ง่าย
และผื่นมือของคนทำอาหารส่วนใหญ่เป็นผื่นระคายสัมผัสหรือผื่นแพ้สัมผัส การหยุดสัมผัสสาเหตุจึงสำคัญเท่ากับการทายา
2. ตุ่มน้ำใสกลายเป็นหนอง: ติดเชื้อทุกครั้งไหม
คำตอบตรง: ไม่เสมอไป ตุ่มหนองที่มือมีทั้งแบบติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ และแบบปลอดเชื้อซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโรคผิวหนังอักเสบ
การแยกสองแบบนี้ต้องดูลักษณะผื่นร่วมกับการป้ายหนองไปเพาะเชื้อ
เชื้อ Staphylococcus aureus บนผิวที่เป็นผื่น
การศึกษาในเดนมาร์กพบเชื้อ S. aureus บนมือของผู้ป่วยผื่นมือ 24 จาก 50 คน เทียบกับ 4 จาก 50 คนในกลุ่มที่ไม่มีผื่น
และผู้ที่มีเชื้อมักมีผื่นรุนแรงกว่า
(Haslund 2009)
การพบเชื้อบนผิวยังไม่ได้แปลว่าติดเชื้อที่ต้องกินยาปฏิชีวนะ แพทย์จะพิจารณาจากหนองที่เพิ่มขึ้น สะเก็ดสีเหลือง ความปวด และผลเพาะเชื้อ
จาก Haslund 2009: ผู้ป่วยผื่นมือ 24 จาก 50 คน และผู้ที่ไม่มีผื่น 4 จาก 50 คน
ตุ่มหนองปลอดเชื้อที่ฝ่ามือ
โรคตุ่มหนองที่ฝ่ามือฝ่าเท้า (palmoplantar pustulosis) ทำให้เกิดตุ่มหนองสีเหลืองบนฝ่ามือหรือฝ่าเท้าเป็นรอบ ตุ่มหนองนี้ไม่มีเชื้อ
และพบสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ การให้ยาปฏิชีวนะจึงไม่ช่วย
(Freitas 2020)
โรคอื่นที่หน้าตาคล้ายผื่นมือ
เชื้อราที่มือมักเป็นข้างเดียวและมีขอบชัด หิดทำให้คันมากตอนกลางคืนที่ง่ามนิ้วและคนในบ้านคันด้วย สะเก็ดเงินที่มือมีขอบชัดและขุยหนา
แพทย์อาจขูดขุยไปส่องหาเชื้อรา (KOH) หรือตรวจชิ้นเนื้อเมื่อผื่นไม่ตอบสนองต่อการรักษา
(Thyssen 2022)
ตาราง: ผื่นที่มือแต่ละแบบและวิธีตรวจยืนยัน
ใช้ประกอบการคุยกับแพทย์ผิวหนัง ผื่นจริงมักมีหลายสาเหตุซ้อนกัน
| ชนิดผื่น | ลักษณะเด่น | ตรวจยืนยันด้วย | จุดสังเกต |
|---|---|---|---|
| ผื่นระคายสัมผัส | แห้ง แดง แตก แสบ หลังมือและง่ามนิ้ว | ประวัติงานเปียก และ Patch Test ให้ผลลบ | ดีขึ้นในวันหยุดหรือช่วงลางาน |
| ผื่นแพ้สัมผัส | คันมาก ตุ่มน้ำ ขอบตรงกับบริเวณที่สัมผัสสาร | Patch Test | ผื่นขึ้นภายใน 1–3 วันหลังสัมผัส |
| ผื่นตุ่มน้ำใสที่มือ | ตุ่มน้ำเล็กฝังใต้ผิวข้างนิ้วและฝ่ามือ คันมาก | ลักษณะผื่น และ Patch Test หาตัวกระตุ้น | กำเริบเป็นรอบ สัมพันธ์กับความเครียดและอากาศร้อน |
| ผื่นแพ้โปรตีนอาหาร | คันหรือบวมแดงภายในไม่กี่นาทีหลังจับอาหาร | Prick test กับอาหารสด หรือตรวจ IgE จำเพาะในเลือด | อาหารทะเล แป้งสาลี เนื้อสัตว์ดิบ |
| ผื่นติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ | หนองเพิ่ม สะเก็ดสีเหลือง ปวด | ป้ายหนองเพาะเชื้อ | บวมแดงลามหรือมีไข้ต้องพบแพทย์วันนี้ |
| ตุ่มหนองที่ฝ่ามือฝ่าเท้า | ตุ่มหนองสีเหลืองบนฝ่ามือหรือฝ่าเท้า | ลักษณะผื่น ผลเพาะเชื้อไม่พบเชื้อ | สัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ |
| เชื้อราที่มือ | มักเป็นข้างเดียว ขุยละเอียด ขอบชัด | ขูดขุยส่องหาเชื้อรา (KOH) | ทาสเตียรอยด์อย่างเดียวอาจทำให้ลามกว้างขึ้น |
| โรคแพ้ภูมิตัวเอง เช่น SLE หรือโรคหนังแข็ง | ผื่นแดงรอบเล็บ นิ้วซีดเมื่อเย็น ผิวนิ้วตึง ร่วมกับอาการทั่วร่างกาย | อาการทางคลินิก ร่วมกับ ANA และแอนติบอดีจำเพาะ | ไม่ค่อยทำให้เกิดตุ่มน้ำใสคันจากงานเปียก |
ยาปฏิชีวนะชนิดทาบางตัว เช่น neomycin เป็นสารที่ก่อผื่นแพ้สัมผัสได้เอง แพทย์จะเลือกยาปฏิชีวนะตามผลเพาะเชื้อเมื่อมีการติดเชื้อจริง
อาการแบบนี้เมื่อไรควรพบแพทย์
อ่านสัญญาณในบทความนี้ก่อน หากเข้าข้อเร่งด่วนให้ติดต่อหน่วยแพทย์ทันที ไม่ต้องทำแบบประเมินก่อน
3. ตรวจเลือดสัปดาห์หน้า บอกอะไรได้ และบอกอะไรไม่ได้
คำตอบตรง: ไม่มีการตรวจเลือดที่วินิจฉัยผื่นมืออักเสบ หรือบอกได้ว่ามือแพ้สารใดจากการสัมผัส
แนวทาง ESCD ใช้ประวัติ ลักษณะผื่น Patch Test และการตรวจหาเชื้อเป็นหลัก ส่วนผลเลือดใช้แยกโรคอื่นเมื่อมีอาการชวนสงสัย และใช้ก่อนเริ่มยาชนิดกินบางกลุ่ม
(Thyssen 2022)
CBC อีโอซิโนฟิล และ IgE รวม
อีโอซิโนฟิลหรือ IgE รวมที่สูงบอกว่าร่างกายมีแนวโน้มภูมิแพ้ เช่น ภูมิแพ้ผิวหนัง หอบหืด หรือแพ้อากาศ แต่ไม่ได้บอกว่าแพ้อะไร
ผื่นแพ้สัมผัสเกิดจากทีเซลล์ ไม่ได้เกิดจาก IgE ค่า IgE ที่ปกติจึงไม่ได้ตัดผื่นแพ้สัมผัสออก
ส่วนการตรวจ IgE จำเพาะต่ออาหารบางชนิดมีประโยชน์เมื่อสงสัยผื่นแพ้โปรตีนอาหาร
(Barbaud 2015)
ESR และ CRP
ค่าการอักเสบทั้งสองตัวมักปกติในผื่นมือที่จำกัดอยู่ที่ผิว ค่าที่สูงขึ้นชวนให้มองหาการติดเชื้อที่ลงลึก หรือโรคอักเสบทั่วร่างกาย
แต่ค่าทั้งสองไม่จำเพาะต่อโรคใด ผู้ที่อยากเข้าใจการอ่านค่า ESR และ CRP ในโรคแพ้ภูมิตัวเอง อ่านเพิ่มได้ที่
SLE ค่าอักเสบสูง ปวดข้อ: อ่านค่า ESR, CRP, C3/C4
ANA เป็นบวก แปลว่าเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองหรือไม่
การสำรวจประชากรสหรัฐอเมริกาพบ ANA เป็นบวกราว 13.8% และในผู้หญิงราว 17.8% ส่วนใหญ่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง
(Satoh 2012)
ANA เป็นบวกจึงไม่ได้แปลว่าเป็น SLE การวินิจฉัย SLE ต้องมีอาการหรือความผิดปกติของอวัยวะร่วมด้วย เช่น ข้ออักเสบ ผื่นที่หน้า แผลในปาก หรือความผิดปกติของไตและเม็ดเลือด
ในทางกลับกัน ผู้ที่มีอาการเข้าได้กับโรคแพ้ภูมิตัวเองและ ANA เป็นบวก แพทย์จะตรวจแอนติบอดีจำเพาะต่อ
ผลเลือดที่ใช้ก่อนเริ่มยาชนิดกิน
ผื่นมือรุนแรงที่ไม่ดีขึ้นด้วยยาทาอาจต้องใช้ยาชนิดกิน แพทย์จึงตรวจการทำงานของตับ ไต และไขมันในเลือดก่อนเริ่มยา
ผู้หญิงที่จะใช้ยา alitretinoin ต้องตรวจการตั้งครรภ์ เพราะยานี้ทำให้ทารกพิการ และต้องคุมกำเนิดตลอดช่วงใช้ยา
ผิวมือหนาแข็งหลังคันเรื้อรัง ต่างจากโรคหนังแข็งอย่างไร
การเกาซ้ำนานหลายเดือนทำให้ผิวหนาขึ้น ลายผิวลึกชัด และสีคล้ำขึ้น เรียกว่า lichenification ซึ่งเป็นผลของการเกา และมักนุ่มลงเมื่อคุมอาการคันได้
โรคหนังแข็งต่างออกไป ผิวนิ้วจะตึงมันจนจับย่นไม่ขึ้น มักมีนิ้วซีดขาวเมื่อโดนความเย็นนำมาก่อน และอาจมีแผลที่ปลายนิ้ว กรณีนี้ควรพบแพทย์โรคข้อและรูมาติซั่ม
ตาราง: การตรวจแต่ละอย่างบอกอะไรได้
ผลตรวจต้องแปลร่วมกับอาการโดยแพทย์ผู้รักษา ตารางนี้ใช้เพื่อเตรียมคำถามก่อนวันนัด
| การตรวจ | บอกอะไรได้ | บอกอะไรไม่ได้ | มีประโยชน์เมื่อไร |
|---|---|---|---|
| CBC และอีโอซิโนฟิล | ภาวะติดเชื้อ ภาวะซีด และแนวโน้มภูมิแพ้ | สารที่แพ้ และชนิดของผื่น | มีไข้ ผื่นทั่วตัว หรือก่อนเริ่มยาชนิดกิน |
| IgE รวม | แนวโน้มโรคภูมิแพ้ของร่างกาย | ผื่นแพ้สัมผัส เพราะเกิดจากทีเซลล์ | สงสัยภูมิแพ้ผิวหนังร่วม |
| IgE จำเพาะต่ออาหาร หรือ prick test | การแพ้โปรตีนอาหารชนิดเฉียบพลัน | การแพ้สารเคมีหรือยางในถุงมือแบบสัมผัส | คันหรือบวมแดงภายในไม่กี่นาทีหลังจับอาหาร |
| ESR และ CRP | การอักเสบหรือติดเชื้อในร่างกาย | ชนิดของโรค และผื่นที่จำกัดอยู่ที่ผิว | มีไข้ บวมแดงลาม หรือปวดข้อหลายข้อ |
| ANA | ช่วยคัดกรองเมื่อมีอาการชวนสงสัยโรคแพ้ภูมิตัวเอง | ผลบวกในคนทั่วไปราว 13.8% จึงวินิจฉัยโรคด้วยตัวเองไม่ได้ | ปวดข้อ ผื่นที่หน้า นิ้วซีดเมื่อเย็น แผลในปาก |
| ขูดขุยส่องหาเชื้อรา (KOH) | การติดเชื้อราที่ผิว | ผื่นแพ้หรือผื่นระคายเคือง | ผื่นข้างเดียว ขอบชัด ขุยละเอียด |
| ป้ายหนองเพาะเชื้อ | ชนิดเชื้อและยาที่เชื้อตอบสนอง | สาเหตุของผื่นพื้นฐาน | หนองเพิ่ม สะเก็ดเหลือง ใช้ยาแล้วไม่ดีขึ้น |
| Patch Test (ไม่ใช่การตรวจเลือด) | สารที่ผิวแพ้แบบสัมผัส เช่น สารเร่งยาง สารกันเสีย โลหะ | การแพ้อาหารแบบเฉียบพลัน | ผื่นมือที่เป็นนานเกิน 3 เดือน หรือไม่ดีขึ้นด้วยการรักษา |
การตรวจ ANA ในผู้ที่มีเพียงผื่นที่มือโดยไม่มีอาการอื่น จึงอาจได้ผลบวกที่ทำให้กังวลโดยไม่จำเป็น ควรถามแพทย์ว่าตรวจเพื่อหาอะไร และผลจะเปลี่ยนการรักษาอย่างไร
4. Patch Test: วิธีหาสารที่ผิวแพ้ในงานครัว
คำตอบตรง: แนวทาง ESCD แนะนำให้ผู้ที่มีผื่นมือเรื้อรังทุกคนทำ Patch Test เพราะดูจากลักษณะผื่นอย่างเดียวแยกผื่นแพ้สัมผัสออกจากผื่นระคายเคืองไม่ได้
(Thyssen 2022,
Johansen 2015)
เมื่อรู้สารที่แพ้ การหลีกเลี่ยงสารนั้นทำให้ผื่นดีขึ้นได้มากกว่าการทายาเพียงอย่างเดียว
ขั้นตอนการทำ Patch Test
เตรียมตัวก่อนทำ
- งดทายาสเตียรอยด์บริเวณหลังอย่างน้อย 1 สัปดาห์ และหลีกเลี่ยงการตากแดดที่หลัง
- แจ้งแพทย์ถ้ากินยาสเตียรอยด์ ยากดภูมิคุ้มกัน หรือเพิ่งได้รับยาฉีดกลุ่มนี้ เพราะอาจกดผลทดสอบ
- นำตัวอย่างถุงมือ น้ำยาล้างจาน น้ำยาฆ่าเชื้อ และครีมที่ใช้ประจำไปด้วย เพื่อให้แพทย์เลือกสารทดสอบเพิ่ม
- ยาแก้แพ้ชนิดกินไม่ได้กดผล Patch Test ส่วนใหญ่กินต่อได้ แต่ควรถามแพทย์ก่อน
ถ้าคันทันทีหลังจับอาหาร ใช้การตรวจอีกแบบ
ผื่นแพ้โปรตีนอาหารเกิดผ่าน IgE จึงตรวจด้วย prick test กับอาหารสดหรือ IgE จำเพาะในเลือด Patch Test มักให้ผลลบในกลุ่มนี้
(Barbaud 2015)
ผู้ที่สังเกตว่ามือคันหรือบวมแดงภายในไม่กี่นาทีหลังแกะกุ้ง หั่นปลา หรือนวดแป้ง ควรเล่าให้แพทย์ฟัง
5. ถุงมือและการดูแลมือระหว่างทำงานครัว
คำตอบตรง: ถุงมือช่วยลดการสัมผัสน้ำและสารเคมี แต่ถุงมือเองก็ทำให้ผิวอับชื้นและก่อผื่นแพ้ได้ การใส่ถุงมือผ้าฝ้ายด้านใน ใส่เท่าที่จำเป็น และเปลี่ยนเมื่ออับชื้นจึงสำคัญพอกับการเลือกวัสดุ
ถุงมือผ้าฝ้ายด้านในช่วยอย่างไร
การทดลองในอาสาสมัคร 24 คนที่ทำให้ผิวแขนระคายเคือง พบว่าการปิดด้วยวัสดุกันน้ำทำให้ผิวฟื้นช้าลง ส่วนการใส่ผ้าฝ้ายไว้ใต้วัสดุกันน้ำให้ผลดีกว่าวัสดุกันน้ำอย่างเดียว
(Heichel 2023)
ถุงมือผ้าด้านในควรเปลี่ยนทันทีเมื่อชื้นเหงื่อหรือเปียกน้ำ ถ้าน้ำเข้าไปในถุงมือ ให้ถอดออก ซับมือให้แห้ง แล้วเปลี่ยนคู่ใหม่
ถุงมือไนไตรล์ก็แพ้ได้
สาเหตุหลักของผื่นแพ้จากถุงมือคือสารเร่งปฏิกิริยายาง เช่น กลุ่ม thiuram และ carbamate ซึ่งพบได้ทั้งในถุงมือยางธรรมชาติและถุงมือไนไตรล์
(Kersh 2018)
การตรวจถุงมือที่ระบุว่าปลอดสารเร่งก็ยังพบสารเร่งในบางยี่ห้อ
(Brans 2023)
ถุงมือยางธรรมชาติชนิดมีแป้งยังเสี่ยงการแพ้โปรตีนน้ำยางแบบเฉียบพลัน ส่วนถุงมือไวนิลรั่วซึมสารเคมีได้ง่ายกว่า ผู้ที่แพ้ถุงมือควรทำ Patch Test แล้วเลือกถุงมือตามผล
กระเทียมและหัวหอมซึมผ่านถุงมือได้
สาร diallyl disulfide ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้หลักในกระเทียมและหัวหอม ซึมผ่านถุงมือที่วางขายทั่วไปได้เกือบทุกชนิด
(Moyle 2004)
ผื่นแพ้กระเทียมมักเป็นที่ปลายนิ้วที่ใช้จับกระเทียม วิธีที่ช่วยได้คือใช้เครื่องสับหรือที่กดกระเทียม และเปลี่ยนถุงมือหลังหั่นกระเทียมหรือหัวหอม
ล้างมืออย่างไรให้ผิวเสียน้อยลง
การศึกษาเปรียบเทียบพบว่าเจลแอลกอฮอล์ระคายผิวน้อยกว่าการล้างด้วยสบู่และน้ำ
(Loffler 2007)
แต่งานครัวต้องล้างมือเมื่อมือเปื้อนอาหารหรือหลังจับของดิบตามหลักความปลอดภัยของอาหาร จึงควรใช้น้ำอุ่นไม่ร้อน สบู่อ่อนโยนปริมาณน้อย
ล้างให้สะอาด ซับให้แห้งรวมถึงง่ามนิ้ว และทาครีมบำรุงหลังล้างทุกครั้งที่ทำได้
ครีมบำรุงช่วยป้องกันได้แค่ไหน
การทบทวนของ Cochrane ในผู้ทำงานที่เสี่ยง พบว่ากลุ่มที่ทาครีมบำรุงเกิดผื่นมือ 13% เทียบกับ 19% ในกลุ่มที่ไม่ได้ทา คุณภาพหลักฐานยังต่ำ
ส่วนครีมกันสารที่ทาก่อนทำงานอย่างเดียวช่วยได้น้อยมาก
(Bauer 2018)
ควรเลือกครีมบำรุงชนิดเนื้อข้นที่ไม่มีน้ำหอม เช่น ปิโตรลาทัม หรือครีมที่มีเซราไมด์ และทาซ้ำก่อนนอน
กิจวัตรมือ 1 วันสำหรับคนทำอาหาร
- ก่อนเริ่มงาน: ทาครีมบำรุงบางๆ ให้ซึม ถอดแหวนออก เพราะแหวนกักน้ำและสบู่ไว้ใต้แหวน
- ระหว่างล้างจานหรือจับของเปียก: ใส่ถุงมือผ้าฝ้ายด้านในและถุงมือกันน้ำด้านนอก แยกคู่ล้างจานออกจากคู่ที่ใช้จับอาหาร
- ระหว่างเตรียมอาหาร: ใช้ถุงมือสำหรับอาหารตามข้อกำหนดของร้าน เปลี่ยนคู่ใหม่หลังจับกระเทียม หัวหอม อาหารทะเล หรือเมื่อถุงมือฉีก
- ทุกครั้งที่ถอดถุงมือ: ถ้ามืออับชื้น ให้ล้างด้วยน้ำอุ่น ซับแห้ง และทาครีมบำรุง
- ก่อนนอน: ทายาตามแพทย์สั่ง ตามด้วยครีมบำรุงชนิดเนื้อข้น ใส่ถุงมือผ้าฝ้ายนอนเพื่อลดการเการะหว่างหลับ
ไนไตรล์ก็มีสารเร่งยางที่ก่อผื่นแพ้ได้ และกระเทียมซึมผ่านถุงมือส่วนใหญ่ได้ ผู้ที่ผื่นไม่ดีขึ้นแม้ใส่ถุงมือแล้วควรทำ Patch Test
6. ทางเลือกการรักษาผื่นมือเรื้อรัง
คำตอบตรง: การรักษาเริ่มจากการหยุดสัมผัสสาเหตุ ครีมบำรุง และยาสเตียรอยด์ชนิดทา ถ้าไม่ดีขึ้นจึงขยับไปยาทากลุ่มใหม่ การฉายแสง หรือยาชนิดกิน
การทบทวนของ Cochrane รวม 60 การทดลอง ผู้ป่วย 5,469 คน พบว่ายาทาสเตียรอยด์และการฉายแสงเป็นการรักษามาตรฐาน แต่ยังมีการทดลองเปรียบเทียบตรงระหว่างวิธีน้อย
(Christoffers 2019)
ผลการทดลองยาทา delgocitinib
delgocitinib เป็นยาทากลุ่มยับยั้งเอนไซม์ JAK ในการทดลอง DELTA 1 ผู้ที่ผื่นมือหายหรือเกือบหายหลัง 16 สัปดาห์มีราว 20% ในกลุ่มยา เทียบกับราว 10% ในกลุ่มยาหลอก
และใน DELTA 2 ราว 29% เทียบกับราว 7%
(Bissonnette 2024)
ตาราง: เปรียบเทียบทางเลือกการรักษา
ใช้ชื่อสามัญทางยาเท่านั้น การเลือกยาและระยะเวลาใช้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง
| ทางเลือก | ช่วยอะไร | หลักฐาน | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| ปรับการทำงานตามผล Patch Test | ตัดสาเหตุที่ทำให้ผื่นกลับมาซ้ำ | แนวทาง ESCD แนะนำเป็นพื้นฐานของการรักษา | ต้องรู้ว่าสารนั้นซ่อนอยู่ในผลิตภัณฑ์ใดบ้าง |
| ครีมบำรุงไม่มีน้ำหอม | เติมไขมันและกักน้ำในผิวชั้นนอก | กลุ่มที่ทาเกิดผื่น 13% เทียบกับ 19% (หลักฐานคุณภาพต่ำ) | น้ำหอมและสารกันเสียบางชนิดก่อผื่นแพ้ได้เอง |
| ยาสเตียรอยด์ชนิดทา เช่น clobetasol, mometasone | ลดการอักเสบและอาการคันเร็ว | clobetasol ชนิดโฟมเพิ่มโอกาสคุมอาการได้ราว 2.32 เท่าเทียบกับยาหลอก | ใช้ต่อเนื่องนานทำให้ผิวบาง ควรลดความถี่เป็นสัปดาห์ละ 2–3 วันตามแพทย์สั่ง |
| ยาทากลุ่มยับยั้งแคลซินิวริน เช่น tacrolimus | ลดการอักเสบโดยไม่ทำให้ผิวบาง | การทดลองขนาดเล็ก ผลยังไม่แน่ชัด | แสบร้อนช่วงแรกที่ทา |
| ยาทากลุ่มยับยั้ง JAK เช่น delgocitinib | ผื่นมือปานกลางถึงรุนแรงที่ใช้ยาสเตียรอยด์ไม่ได้ผล | ผื่นหายหรือเกือบหาย 20% เทียบกับ 10% และ 29% เทียบกับ 7% | ยาใหม่ ยังมีในบางประเทศ และราคาสูง |
| การฉายแสงอัลตราไวโอเลต | ผื่นมือเรื้อรังที่ยาทาไม่พอ | เป็นการรักษามาตรฐานตาม Cochrane แต่การทดลองมีขนาดเล็ก | ต้องไปฉายหลายครั้งต่อสัปดาห์ อาจทำให้ผิวแดง |
| alitretinoin ชนิดกิน | ผื่นมือเรื้อรังรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อยาสเตียรอยด์ชนิดทา | ขนาด 30 มก. เพิ่มโอกาสคุมอาการ 2.75 เท่า หลักฐานคุณภาพสูง | ทำให้ทารกพิการ ต้องตรวจการตั้งครรภ์และคุมกำเนิด ปวดศีรษะบ่อย |
| ciclosporin ชนิดกิน | ผื่นรุนแรงที่ต้องคุมอาการเร็ว | การทดลองขนาดเล็ก เทียบกับยาสเตียรอยด์ชนิดทา | ต้องเจาะเลือดดูไตและวัดความดันเป็นระยะ |
| ยาปฏิชีวนะ | รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ | ใช้เมื่อมีอาการติดเชื้อ ร่วมกับผลเพาะเชื้อ | ไม่ช่วยตุ่มหนองปลอดเชื้อ และยาทาบางตัวก่อผื่นแพ้ได้ |
ต้องหยุดงานไหม
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ทำงานต่อได้เมื่อปรับวิธีทำงาน เช่น แยกหน้าที่ล้างจานออกจากหน้าที่เตรียมอาหาร ใส่ถุงมือผ้าด้านใน และพักมือเป็นช่วง
ช่วงที่ผื่นอักเสบหนักหรือมีแผลเปิด การขอหยุดงานเปียกชั่วคราวช่วยให้ผิวฟื้นเร็วขึ้น และลดความเสี่ยงการปนเปื้อนอาหาร ควรขอใบรับรองแพทย์เพื่อคุยกับนายจ้าง
ความเชื่อที่พบบ่อย เทียบกับหลักฐาน
ตรวจ ANA แล้วจะรู้ว่าเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองหรือไม่
ANA เป็นบวกในคนทั่วไปราว 13.8% ผลบวกโดยไม่มีอาการอื่นไม่ได้แปลว่าป่วย และผื่นตุ่มน้ำใสคันที่มือจากงานเปียกไม่ใช่อาการเด่นของ SLE
IgE ปกติแปลว่าไม่ได้แพ้อะไร
ผื่นแพ้สัมผัสเกิดจากทีเซลล์ ไม่เกี่ยวกับ IgE การหาสารที่แพ้แบบสัมผัสต้องใช้ Patch Test
มีหนองต้องกินยาปฏิชีวนะทุกครั้ง
ตุ่มหนองบางชนิดไม่มีเชื้อ ยาปฏิชีวนะจึงไม่ช่วย แพทย์จะตัดสินจากอาการติดเชื้อและผลเพาะเชื้อ
เปลี่ยนเป็นถุงมือไนไตรล์แล้วจะไม่แพ้
ไนไตรล์ไม่มีโปรตีนน้ำยาง แต่ยังมีสารเร่งยางที่ก่อผื่นแพ้สัมผัสได้ ถุงมือที่ระบุว่าปลอดสารเร่งบางยี่ห้อก็ยังตรวจพบ
ยาสเตียรอยด์ทาแล้วผิวบางทุกคน ไม่ควรใช้
ผิวมือหนากว่าผิวส่วนอื่น การใช้ยาตามความแรงและระยะเวลาที่แพทย์กำหนดลดความเสี่ยงได้ การหยุดยาเองเร็วเกินไปทำให้ผื่นกลับมาและเกาจนติดเชื้อซ้ำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทำไมคนทำอาหารถึงเป็นตุ่มน้ำใสที่มือ และคันมากตอนตื่นนอน?
งานครัวทำให้มือเปียกนาน ล้างมือบ่อย และสัมผัสน้ำยาล้างจาน กรดจากอาหาร และถุงมือที่อับชื้น ไขมันที่เชื่อมผิวชั้นนอกถูกละลาย ผิวจึงแตกและอักเสบ บางรายแพ้สารในถุงมือหรือกระเทียมร่วมด้วย กลางคืนฮอร์โมนคอร์ติซอลต่ำและผิวเสียน้ำมากขึ้น จึงคันมากและเการะหว่างหลับ
ตุ่มน้ำใสกลายเป็นตุ่มหนองเกิดจากอะไร ต้องกินยาปฏิชีวนะไหม?
เกิดได้สองแบบ แบบแรกคือเชื้อ Staphylococcus aureus ซ้ำเติมผิวที่แตก ซึ่งพบบนมือผู้ป่วยผื่นมือราวครึ่งหนึ่ง แบบที่สองคือตุ่มหนองปลอดเชื้อจากโรคผิวหนังอักเสบ ยาปฏิชีวนะใช้เมื่อมีอาการติดเชื้อและควรป้ายหนองไปเพาะเชื้อ ถ้าบวมแดงลามหรือมีไข้ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้
ตรวจเลือดบอกได้ไหมว่าแพ้อะไรหรือเป็นโรคแพ้ภูมิ?
ไม่มีการตรวจเลือดที่วินิจฉัยผื่นมือหรือบอกสารที่แพ้แบบสัมผัสได้ IgE รวมบอกแนวโน้มภูมิแพ้ ESR และ CRP บอกการอักเสบทั่วร่างกาย ANA ใช้คัดกรองเมื่อมีอาการชวนสงสัยโรคแพ้ภูมิตัวเอง ผลเลือดยังใช้ก่อนเริ่มยาชนิดกิน การหาสารที่แพ้ต้องใช้ Patch Test
ถ้าผล ANA เป็นบวก แปลว่าเป็น SLE หรือไม่?
ไม่ได้แปลว่าเป็น SLE ANA เป็นบวกในคนทั่วไปราว 13.8% และในผู้หญิงราว 17.8% การวินิจฉัย SLE ต้องมีอาการหรือความผิดปกติของอวัยวะร่วม เช่น ข้ออักเสบ ผื่นที่หน้า แผลในปาก หรือความผิดปกติของไตและเม็ดเลือด แพทย์อาจตรวจแอนติบอดีจำเพาะเพิ่มเมื่อมีอาการเข้าได้
Patch Test คืออะไร ต่างจากการตรวจเลือดอย่างไร?
Patch Test คือการแปะสารทดสอบบนหลัง 2 วัน แล้วอ่านผลหลายครั้งจนถึงราววันที่ 7 เพื่อหาสารที่ทีเซลล์ในผิวจำไว้ เช่น สารเร่งยาง สารกันเสีย และโลหะ การตรวจเลือดวัดแอนติบอดีซึ่งเป็นกลไกต่างกัน แนวทางยุโรปแนะนำ Patch Test ในผู้ที่มีผื่นมือเรื้อรังทุกคน
คนทำอาหารควรใส่ถุงมือแบบไหน?
ใส่ถุงมือผ้าฝ้ายด้านในและถุงมือกันน้ำด้านนอกเมื่อล้างจานหรือจับของเปียก เปลี่ยนผ้าด้านในเมื่อชื้น ใส่ถุงมือสำหรับอาหารตามข้อกำหนดของร้าน และเปลี่ยนหลังจับกระเทียมหรือหัวหอม ไนไตรล์ยังมีสารเร่งยางที่ก่อผื่นแพ้ได้ ผู้ที่ผื่นไม่ดีขึ้นควรเลือกถุงมือตามผล Patch Test
ผิวมือหนาแข็งขึ้นหลังคันเรื้อรัง เป็นโรคหนังแข็งหรือไม่?
ส่วนใหญ่ไม่ใช่ ผิวที่ถูกเกาซ้ำนานจะหนาขึ้น ลายผิวลึก และคล้ำขึ้น ซึ่งนุ่มลงเมื่อคุมอาการคันได้ โรคหนังแข็งทำให้ผิวนิ้วตึงมันจนจับย่นไม่ขึ้น มักมีนิ้วซีดขาวเมื่อโดนความเย็นนำมาก่อน และอาจมีแผลที่ปลายนิ้ว ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์โรคข้อและรูมาติซั่ม
ผื่นมือเรื้อรังรักษาด้วยอะไร และต้องหยุดงานไหม?
เริ่มจากหยุดสัมผัสสาเหตุ ครีมบำรุงไม่มีน้ำหอม และยาสเตียรอยด์ชนิดทา ถ้าไม่ดีขึ้น แพทย์อาจใช้ยาทากลุ่มยับยั้ง JAK การฉายแสง หรือยาชนิดกินอย่าง alitretinoin ซึ่งห้ามใช้ในผู้ที่ตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่ทำงานต่อได้เมื่อปรับวิธีทำงาน ช่วงที่มีแผลเปิดควรหยุดงานเปียกชั่วคราว
กลไกทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Mechanism)
ชั้นปกป้องผิว: ผิวชั้นนอกสุดเรียงตัวคล้ายกำแพงอิฐ เซลล์ผิวที่ตายแล้วเป็นก้อนอิฐ และไขมันเซราไมด์ คอเลสเตอรอล และกรดไขมันเป็นปูนเชื่อม
น้ำและสารลดแรงตึงผิวละลายปูนเชื่อมนี้ออก ผิวจึงเสียน้ำและให้สารระคายเคืองซึมผ่านได้ เซลล์ผิวที่บาดเจ็บหลั่งสารอักเสบ ทำให้ผิวแดง แตก และคัน
(Thyssen 2022)
ผื่นแพ้สัมผัส: สารโมเลกุลเล็ก เช่น สารเร่งยาง หรือ diallyl disulfide จับกับโปรตีนในผิว เซลล์นำเสนอแอนติเจนพาไปให้ทีเซลล์ในต่อมน้ำเหลืองจดจำ
เมื่อสัมผัสซ้ำ ทีเซลล์ความจำจะกลับมาที่ผิวและก่อการอักเสบภายใน 1–3 วัน กลไกนี้ไม่ผ่าน IgE จึงต้องตรวจด้วย Patch Test
(Johansen 2015)
ตุ่มน้ำใส: การอักเสบทำให้ของเหลวแทรกระหว่างเซลล์ผิวชั้นนอกจนเซลล์แยกจากกันเป็นโพรง ผิวฝ่ามือหนา ตุ่มน้ำจึงฝังอยู่ใต้ผิวและไม่แตกง่าย
เมื่อผิวแตกจากการเกา เชื้อ S. aureus ซึ่งมักเป็นสายพันธุ์เดียวกับที่อยู่ในโพรงจมูกของผู้ป่วยเอง จะเพิ่มจำนวนบนผิวที่อักเสบ และพบสัมพันธ์กับผื่นที่รุนแรงและเป็นนาน
(Lofgren 2006,
Haslund 2009)
ถุงมือกับความอับชื้น: ถุงมือกันน้ำกักเหงื่อไว้ ผิวชั้นนอกบวมน้ำและฟื้นตัวช้าลงคล้ายแช่น้ำนาน ผ้าฝ้ายด้านในดูดซับเหงื่อและลดผลนี้
(Heichel 2023)
เรียบเรียงและทบทวนโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์
เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ (E-E-A-T)
- Thyssen JP et al. Guidelines for diagnosis, prevention, and treatment of hand eczema. Contact Dermatitis 2022 (PMID 34971008)
- Quaade AS et al. Prevalence, incidence, and severity of hand eczema in the general population: A systematic review and meta-analysis. Contact Dermatitis 2021 (PMID 33548072)
- Minami T et al. Hand eczema as a risk factor for food allergy among occupational kitchen workers. Allergol Int 2018 (PMID 28874315)
- Lofgren SM, Warshaw EM. Dyshidrosis: epidemiology, clinical characteristics, and therapy. Dermatitis 2006 (PMID 17150166)
- Haslund P et al. Staphylococcus aureus and hand eczema severity. Br J Dermatol 2009 (PMID 19575755)
- Freitas E et al. Diagnosis, Screening and Treatment of Patients with Palmoplantar Pustulosis (PPP): A Review of Current Practices and Recommendations. Clin Cosmet Investig Dermatol 2020 (PMID 32884319)
- Satoh M et al. Prevalence and sociodemographic correlates of antinuclear antibodies in the United States. Arthritis Rheum 2012 (PMID 22237992)
- Johansen JD et al. European Society of Contact Dermatitis guideline for diagnostic patch testing: recommendations on best practice. Contact Dermatitis 2015 (PMID 26179009)
- Barbaud A et al. Occupational protein contact dermatitis. Eur J Dermatol 2015 (PMID 26242922)
- Moyle M et al. Use of gloves in protection from diallyl disulphide allergy. Australas J Dermatol 2004 (PMID 15527433)
- Kersh AE et al. Glove-Related Allergic Contact Dermatitis. Dermatitis 2018 (PMID 29901500)
- Brans R et al. Allergic contact dermatitis to accelerators in rubber gloves marketed as accelerator-free. Contact Dermatitis 2023 (PMID 37041740)
- Heichel T et al. Effects of impermeable and semipermeable glove materials on resolution of inflammation and epidermal barrier impairment after experimental skin irritation. Contact Dermatitis 2023 (PMID 37015218)
- Loffler H et al. How irritant is alcohol? Br J Dermatol 2007 (PMID 17578437)
- Bauer A et al. Interventions for preventing occupational irritant hand dermatitis. Cochrane Database Syst Rev 2018 (PMID 29708265)
- Christoffers WA et al. Interventions for hand eczema. Cochrane Database Syst Rev 2019 (PMID 31025714)
- Bissonnette R et al. Efficacy and safety of delgocitinib cream in adults with moderate to severe chronic hand eczema (DELTA 1 and DELTA 2). Lancet 2024 (PMID 39033766)
- Boehm D et al. Anxiety, depression and impaired health-related quality of life in patients with occupational hand eczema. Contact Dermatitis 2012 (PMID 22564098)
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาเรื่องผื่นมืออักเสบจากการทำงาน ไม่ใช่การวินิจฉัย การสั่งยา หรือแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
ชื่อยาเป็นชื่อสามัญเพื่อการศึกษาเท่านั้น การใช้ยาสเตียรอยด์ ยาปฏิชีวนะ ยาชนิดกิน และการแปลผลเลือดหรือ Patch Test ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้รักษา
ถ้ามีอาการในหัวข้อสัญญาณอันตราย ให้พบแพทย์ทันที