หมวดหมู่: โรคหัวใจและการดูแลจังหวะหัวใจ

ช็อกไฟฟ้าแล้วหัวใจห้องบนเต้นพลิ้วกลับ หอบ และหลอดเลือดไม่ตีบ

คำตอบตรง

การช็อกไฟฟ้าทำให้จังหวะของครั้งนั้นกลับมาได้ แต่ไม่ได้ทำให้จังหวะครั้งถัดไปอยู่ต่อ ในคน 50 คนที่ช็อกสำเร็จ ไม่มีใครกลับมาเป็นใน 24 ชั่วโมงแรก และ 21 คนกลับมาเป็นภายใน 4 สัปดาห์ หอบหลังช็อกหรือหลังจังหวะกลับมาเป็น ต้องพบทีมในวันนั้น ภาพหลอดเลือดที่ไม่ตีบไม่ได้ตอบว่าเอนไซม์หัวใจขึ้นจากอะไร

สัญญาณที่ต้องพบทีมในวันนั้น

หอบหลังช็อกไฟฟ้า หรือหลังจังหวะพลิ้วกลับมา เป็นเหตุไปโรงพยาบาลในวันนั้น ไม่ใช่การรอนัดจี้ไฟฟ้า

  • หอบ หรือนอนราบไม่ได้
  • ไอเป็นฟองสีชมพู
  • เจ็บแน่นหน้าอก
  • วูบหรือหน้ามืด
  • ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือแขนขาอ่อนแรงฉับพลัน

คำถามจากสมาชิกท่านหนึ่ง

สมาชิกท่านหนึ่งเล่าว่าคนในครอบครัวได้รับการช็อกไฟฟ้าให้จังหวะกลับ แล้วภายในวันถัดไปหอบ เข้ารักษาในโรงพยาบาล ได้ยาขับน้ำ ผลเอนไซม์หัวใจขึ้น และต่อมาฉีดสีหลอดเลือดหัวใจแล้วไม่พบทางตีบ หน้านี้ตอบคำถามนั้น ไม่ได้เปิดแฟ้มของใคร

1. การช็อกทำให้จังหวะของครั้งนั้นกลับมา

การช็อกไฟฟ้าเป็นวิธีให้จังหวะของครั้งนั้นกลับมา มันไม่ได้ทำให้จังหวะครั้งถัดไปอยู่ต่อ

ใน 50 คน ไม่มีใครกลับมาเป็นใน 24 ชั่วโมงแรก

การศึกษาในคน 50 คนที่ช็อกสำเร็จจากหัวใจห้องบนเต้นพลิ้วแบบคงอยู่ (PMID 29569353) อายุเฉลี่ย 68 ปี ค่ามัธยฐานของช่วงที่เป็นครั้งนั้น 102 วัน ไม่มีการกลับมาเป็นใน 24 ชั่วโมงแรก และ 21 คนกลับมาเป็นหัวใจห้องบนเต้นพลิ้วแบบคงอยู่ภายใน 4 สัปดาห์ที่ติดตาม การกลับมาเป็นไม่ต่างกันในลักษณะทางคลินิกที่เขาเทียบ ตัวเลขนี้มาจากกลุ่มที่เป็นนาน ไม่ใช่คำอธิบายของทุกคนที่กลับมาเป็นภายในวันแรก

2. หอบเป็นคนละลำดับได้สองแบบ

น้ำในปอดเกิดได้ทั้งหลังการช็อกที่กู้จังหวะ และเมื่อจังหวะพลิ้วกลับมา หน้านี้ไม่เลือกกลไกให้คนคนหนึ่ง

รายงานหนึ่งราย น้ำท่วมปอดเกิดหลังช็อก

รายงานหญิง 75 ปี (PMID 40027003) เป็นหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันและหัวใจห้องบนเต้นพลิ้วอยู่แล้ว หลังช็อกไฟฟ้าเพื่อกู้จังหวะ เกิดน้ำท่วมปอดฉับพลัน ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แล้วค่อยหย่าเครื่องได้ บทคัดย่อไม่ได้ให้สัดส่วนแรงบีบของหัวใจห้องบน และไม่ได้วัดแรงดันในหลอดเลือดปอด ลำดับในรายงานนี้คือน้ำท่วมปอดหลังช็อก ไม่ใช่น้ำท่วมปอดเมื่อจังหวะพลิ้วกลับมาในวันถัดไป

การหอบเมื่อจังหวะกลับมาเป็น อีกคำถามหนึ่ง

ถ้าจังหวะพลิ้วกลับแล้วหอบ นอนราบไม่ได้ หรือไอเป็นฟอง ให้ไปโรงพยาบาลในวันนั้น ยาขับน้ำที่ใช้ในโรงพยาบาลเป็นของทีมเวลานั้น หน้านี้ไม่มียาขับน้ำให้ทำต่อที่บ้าน

สัญญาณหัวใจตอนนี้อยู่ระดับใด

วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา แบบประเมินนี้ไม่ได้อ่านคลื่นไฟฟ้า และไม่ได้อนุมัติให้จี้ไฟฟ้าหรือหยุดยา หากหอบ เจ็บหน้าอก วูบ หรือมีอาการอัมพาต ให้ไปห้องฉุกเฉินก่อนทำแบบประเมิน

คลิกทำแบบประเมินสัญญาณหัวใจ (ฟรี)

3. หลอดเลือดไม่ตีบไม่ได้ตั้งชื่อให้เอนไซม์

ภาพฉีดสีที่ไม่มีทางตีบตอบคำถามเรื่องทางตีบของการตรวจนั้น มันไม่ได้บอกว่าเอนไซม์หัวใจขึ้นจากหัวใจทำงานหนัก

ภาพตอบเรื่องทางตีบ

การฉีดสีสวนหัวใจดูว่ามีหลอดเลือดตีบที่อธิบายอาการหรือไม่ ถ้าไม่เห็นทางตีบ ผลนั้นจบที่คำถามเรื่องทางตีบ เอนไซม์ที่ขึ้นยังเป็นตัวเลขของทีมที่สั่งตรวจ หน้านี้ไม่มีเกณฑ์แบ่งชนิดของเอนไซม์ เพราะบทคัดย่อของคำนิยามปี 2018 ที่ดึงมาไม่มีเนื้อความให้ยกตัวเลข

4. การคุมจังหวะเร็วไม่ใช่คำสั่งให้จี้ในคนถัดไป

งานสองชิ้นวัดการคุมจังหวะในกลุ่มที่กำหนดไว้ ไม่ได้สั่งขั้นตอนให้คนที่เพิ่งหอบ

EAST-AFNET 4 ลดเหตุรวม และเพิ่มเหตุไม่พึงประสงค์ของการรักษา

EAST-AFNET 4 (PMID 32865375) สุ่มคน 2,789 คนที่เป็นหัวใจห้องบนเต้นพลิ้วมาไม่เกิน 1 ปี ค่ามัธยฐาน 36 วัน การคุมจังหวะเร็วหมายถึงยาหรือการจี้หลังสุ่ม เทียบกับการดูแลปกติ เหตุรวมของการตายจากหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง หรือการนอนโรงพยาบาลเพราะหัวใจล้มเหลวแย่ลงหรือหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลัน เกิด 3.9 ต่อ 100 คน-ปี เทียบกับ 5.0 อัตราส่วนอันตราย 0.79 ช่วงความเชื่อมั่น 96 เปอร์เซ็นต์ 0.66 ถึง 0.94 จำนวนคืนในโรงพยาบาลไม่ต่างกัน เหตุไม่พึงประสงค์ร้ายที่เกี่ยวกับการคุมจังหวะเกิด 4.9 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 1.4 เปอร์เซ็นต์ ติดตามค่ามัธยฐาน 5.1 ปี

CABANA จุดจบหลักไม่ต่าง การจี้ไม่ใช่การลบโรค

CABANA (PMID 30874766) สุ่มคน 2,204 คน อายุมัธยฐาน 68 ปี การจี้ที่หลอดเลือดดำปอดเทียบกับยา จุดจบหลักคือตาย โรคหลอดเลือดสมองที่พิการ เลือดออกรุนแรง หรือหัวใจหยุด เกิด 8.0 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 9.2 เปอร์เซ็นต์ อัตราส่วนอันตราย 0.86 ช่วงความเชื่อมั่น 0.65 ถึง 1.15 จึงยังไม่แสดงความต่างที่จุดจบหลัก ตายหรือนอนโรงพยาบาลจากหัวใจและหลอดเลือดเกิด 51.7 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 58.1 เปอร์เซ็นต์ อัตราส่วนอันตราย 0.83 ช่วงความเชื่อมั่น 0.74 ถึง 0.93 ในกลุ่มยา 27.5 เปอร์เซ็นต์ได้รับการจี้ในภายหลัง ติดตามค่ามัธยฐาน 48.5 เดือน

ยาต้านการแข็งตัวของเลือดเป็นคนละการตัดสิน

การช็อก การหอบ และภาพหลอดเลือด ไม่ได้บอกว่าจะเริ่มหรือหยุดยาต้านการแข็งตัวของเลือด การตัดสินนั้นอยู่ที่แพทย์เจ้าของไข้ และอยู่ในหน้า ป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว

5. สามคำถามที่มักถูกยุบเป็นเรื่องเดียว

การช็อก การหอบ และภาพหลอดเลือดตอบคนละคำถาม

ตารางแยกคำถาม ไม่ได้ตัดสินแผนของคนคนหนึ่ง

เรื่องการช็อกไฟฟ้าหอบหลังนั้นภาพหลอดเลือดไม่ตีบ
มันตอบอะไรจังหวะของครั้งนั้นกลับมาหรือไม่ต้องพบทีมในวันนั้นการตรวจนั้นไม่เห็นทางตีบ
สิ่งที่หน้านี้ไม่สรุปไม่ได้ทำให้จังหวะครั้งถัดไปอยู่ต่อไม่ได้กำหนดว่าเกิดจากแรงบีบห้องบนหายไปไม่ได้ตั้งชื่อให้เอนไซม์ที่ขึ้น
ใครตัดสินทีมหัวใจที่ทำหัตถการห้องฉุกเฉินในวันนั้นทีมที่ถือภาพและตัวเลขเอนไซม์

ตัวเลขจากบทคัดย่อ กับขอบเขตที่ห้ามยกไปใช้กับคนคนหนึ่ง

แหล่งตัวเลขในบทคัดย่อขอบเขต
ช็อกในคน 50 คน ปี 2018ไม่มีใครกลับมาเป็นใน 24 ชั่วโมงแรก 21 จาก 50 กลับมาเป็นใน 4 สัปดาห์ ช่วงที่เป็นครั้งนั้นค่ามัธยฐาน 102 วันกลุ่มที่เป็นนาน ไม่ได้บอกว่าการกลับในวันแรกเกิดขึ้นไม่ได้
น้ำท่วมปอดหลังช็อก หนึ่งรายหญิง 75 ปี หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันอยู่แล้ว น้ำท่วมปอดเกิดหลังช็อก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจหนึ่งราย ลำดับคนละแบบกับการหอบเมื่อจังหวะพลิ้วกลับมา
EAST-AFNET 42,789 คน เหตุรวม 3.9 เทียบ 5.0 ต่อ 100 คน-ปี อัตราส่วนอันตราย 0.79 เหตุไม่พึงประสงค์ร้ายของการคุมจังหวะ 4.9 เทียบ 1.4 เปอร์เซ็นต์เป็นได้ทั้งยาหรือการจี้ ในคนที่เพิ่งเป็นภายใน 1 ปี คืนในโรงพยาบาลไม่ต่างกัน
CABANA2,204 คน จุดจบหลัก 8.0 เทียบ 9.2 เปอร์เซ็นต์ อัตราส่วนอันตราย 0.86 ช่วง 0.65 ถึง 1.15 ตายหรือนอนโรงพยาบาลจากหัวใจ 51.7 เทียบ 58.1 เปอร์เซ็นต์จุดจบหลักไม่ต่าง ในกลุ่มยา 27.5 เปอร์เซ็นต์ได้รับการจี้ภายหลัง

กลไกที่หน้านี้ยึดจากบทคัดย่อ

เรียบเรียงโดย การช็อกไฟฟ้าเปลี่ยนจังหวะของครั้งที่ทำ ในคน 50 คนที่เป็นนาน ไม่มีการกลับมาเป็นในวันแรก และ 21 คนกลับมาเป็นภายใน 4 สัปดาห์ รายงานหนึ่งรายแสดงว่าน้ำท่วมปอดเกิดได้ทันทีหลังช็อกในคนที่หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันอยู่แล้ว การคุมจังหวะเร็วใน EAST-AFNET 4 ลดเหตุรวมในคนที่เพิ่งเป็นภายใน 1 ปี และเพิ่มเหตุไม่พึงประสงค์ร้ายของการรักษานั้น ส่วน CABANA ไม่พบความต่างที่จุดจบหลักระหว่างการจี้กับยา

คำถามที่พบบ่อย

หกคำถามด้านล่างตอบจากบทคัดย่อสี่ฉบับ ไม่ได้ตอบคลื่นไฟฟ้าของคนคนหนึ่ง

ช็อกไฟฟ้าแล้วทำไมหัวใจห้องบนเต้นพลิ้วถึงกลับมาได้อีก?

การช็อกทำให้จังหวะของครั้งนั้นกลับมาได้ ในคน 50 คนที่เป็นแบบคงอยู่นาน ค่ามัธยฐานของช่วงที่เป็นครั้งนั้น 102 วัน ไม่มีใครกลับมาเป็นใน 24 ชั่วโมงแรก และ 21 คนกลับมาเป็นภายใน 4 สัปดาห์ ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกว่าการกลับภายในวันแรกเกิดขึ้นไม่ได้

หอบหลังช็อกหรือหลังจังหวะกลับมาเป็น เกิดจากแรงบีบของหัวใจห้องบนหายไปหรือไม่?

หน้านี้ไม่มีตัวเลขแรงบีบนั้น รายงานหนึ่งรายเป็นหญิง 75 ปีที่น้ำท่วมปอดเกิดหลังการช็อก ทั้งที่กำลังกู้จังหวะกลับ และคนนั้นเป็นหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันอยู่แล้ว ลำดับนี้คนละแบบกับการหอบเมื่อจังหวะพลิ้วกลับมา หน้านี้ไม่กำหนดกลไกให้คนคนหนึ่ง

เอนไซม์หัวใจขึ้นทั้งที่ฉีดสีแล้วหลอดเลือดไม่ตีบ แปลว่าอะไร?

ภาพที่ไม่มีหลอดเลือดตีบตอบว่าการตรวจนั้นไม่เห็นทางตีบ มันไม่ได้ตั้งชื่อให้เอนไซม์ที่ขึ้น ทีมที่ถือตัวเลขเป็นผู้แปล

ควรรีบจี้ไฟฟ้าหัวใจเพราะช็อกแล้วกลับมาเป็นหรือไม่?

หน้านี้ไม่สั่งให้จี้ ใน EAST-AFNET 4 คน 2,789 คนที่เพิ่งเป็นภายใน 1 ปี การคุมจังหวะเร็วซึ่งเป็นได้ทั้งยาหรือการจี้ ลดเหตุรวมจาก 5.0 เหลือ 3.9 ต่อ 100 คน-ปี แต่เหตุไม่พึงประสงค์ร้ายที่เกี่ยวกับการคุมจังหวะอยู่ที่ 4.9 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 1.4 เปอร์เซ็นต์ ใน CABANA จุดจบหลักไม่ต่างกัน

อาการใดต้องไปห้องฉุกเฉินในวันนั้น?

หอบ นอนราบไม่ได้ ไอเป็นฟองสีชมพู เจ็บแน่นหน้าอก วูบหรือหน้ามืด ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือแขนขาอ่อนแรงฉับพลัน

แบบประเมินในหน้านี้ใช้อนุมัติให้จี้ไฟฟ้าหรือหยุดยาได้หรือไม่?

ไม่ได้ แบบประเมินไม่ได้อ่านคลื่นไฟฟ้าและไม่ได้อนุมัติการจี้หรือการหยุดยา หากหอบ เจ็บหน้าอก หรือมีอาการอัมพาต ให้ไปห้องฉุกเฉินก่อนทำแบบประเมิน

แหล่งที่อ้าง

สี่รายการด้านล่างคือบทคัดย่อที่หน้านี้ใช้ตัวเลข

  • Cardioversion of persistent atrial fibrillation and a 24-hour relapse gap. 2018. PMID 29569353
  • Cardioversion-induced flash pulmonary edema. One case. PMID 40027003
  • Early rhythm-control therapy in atrial fibrillation. EAST-AFNET 4. 2020. PMID 32865375
  • Catheter ablation versus drug therapy. CABANA. 2019. PMID 30874766

ข้อจำกัดทางการแพทย์

หน้านี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การอ่านคลื่นไฟฟ้าหรือภาพฉีดสีของใคร และไม่ใช่คำสั่งให้ช็อก จี้ เริ่มยา หรือหยุดยา แผนจังหวะหัวใจ ยาขับน้ำ และยาต้านการแข็งตัวของเลือดเป็นของแพทย์เจ้าของไข้ หากมีสัญญาณในหัวข้อสัญญาณแดง ให้ไปห้องฉุกเฉินในวันนั้น