หมวดหมู่: มะเร็งเต้านม · เคมีบำบัด · ผลข้างเคียงจากคีโม
คีโมมะเร็งเต้านมระยะ 3 สัปดาห์แรก: ท้องผูก ท้องอืด กรดไหลย้อน ผมร่วงจนต้องโกนศีรษะ และการเตรียมตัวฟังผล CT ก่อนคีโมรอบ 2
AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)
ท้องผูก ท้องอืด และแสบร้อนกลางอกในสัปดาห์แรกหลังคีโม มักมาจากยากันอาเจียนกลุ่ม 5-HT3 สเตียรอยด์ และการกินกับขยับตัวน้อยลง ผมเริ่มร่วงราว 1–3 สัปดาห์หลังเข็มแรกและงอกใหม่ได้หลังจบยา ก่อนรอบ 2 ทีมรักษาจะตรวจเลือด CBC ส่วนไข้ตั้งแต่ 38.0 องศาเซลเซียส ต้องไปโรงพยาบาลทันที
แนวทาง MASCC/ESMO 2023 เรื่องยากันอาเจียน,
แนวทาง ESMO เรื่องท้องผูกในผู้ป่วยมะเร็ง,
เกณฑ์ประเมินการตอบสนอง RECIST 1.1
และข้อมูลพื้นฐานเรื่องผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็งจาก National Cancer Institute (NIH)
สัญญาณอันตราย ·
ท้องผูกและกรดไหลย้อน ·
ผมร่วงและการโกนศีรษะ ·
อาหารกับเม็ดเลือดขาว ·
ก่อนคีโมรอบ 2 ·
ตารางเปรียบเทียบ ·
คำถามที่พบบ่อย
จากกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเต้านม: สองสัปดาห์หลังคีโมเข็มแรก ควรรู้อะไรก่อนรอบ 2
สมาชิกท่านหนึ่งที่กำลังรักษามะเร็งเต้านมระยะ 3 เล่าว่า หลังคีโมเข็มแรกราวสองสัปดาห์ มีอาการอ่อนเพลีย ท้องผูก ท้องอืด แสบร้อนกลางอก
และผมร่วงเร็วจนตัดสินใจโกนศีรษะ ตอนนี้กำลังรอฟังผล CT และเตรียมเข้าคีโมรอบ 2 หลายคนในกลุ่มถามต่อว่า อาการท้องผูกจะดีขึ้นไหม
ควรกินอะไรให้เม็ดเลือดขาวไม่ตก และผล CT จะบอกอะไรได้บ้าง
คำตอบสั้นๆ: อาการทางเดินอาหารช่วงนี้ส่วนใหญ่มาจากยาที่ให้ร่วมกับคีโม และจัดการได้เป็นขั้นตอน
ผมร่วงเป็นผลที่คาดไว้ได้และส่วนใหญ่งอกใหม่ ส่วนเม็ดเลือดขาวฟื้นจากไขกระดูกตามเวลา อาหารช่วยให้ร่างกายมีวัตถุดิบ แต่ไม่ได้เร่งตัวเลขโดยตรง
ถ้าปวดแสบลิ้นปี่เด่นกว่าท้องผูก อ่านต่อได้ที่
ให้คีโมมะเร็งเต้านมแล้วปวดท้องแสบร้อน
สัญญาณอันตราย — ต้องรีบพบแพทย์หรือไปโรงพยาบาล
คำตอบตรง: ช่วง 7–14 วันหลังคีโม เม็ดเลือดขาวมักต่ำสุดของรอบ ไข้ในช่วงนี้จึงเป็นภาวะเร่งด่วน และท้องผูกที่มีอาเจียนหรือท้องอืดแข็งต้องแยกภาวะลำไส้อุดตัน
(Freifeld 2011,
Larkin 2018)
ไปโรงพยาบาลทันที หรือโทร 1669
- ไข้ตั้งแต่ 38.0 องศาเซลเซียส หรือหนาวสั่น แม้วัดไข้ไม่ขึ้น — อาจเป็นไข้ร่วมกับเม็ดเลือดขาวต่ำ ห้ามกินยาลดไข้แล้วรอดูอาการ
- ไม่ถ่ายเกิน 3 วัน ร่วมกับปวดท้องบิดรุนแรง ท้องอืดแข็ง อาเจียน หรือไม่ผายลม — อาจเป็นลำไส้อุดตัน
- อาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้นานเกิน 24 ชั่วโมง ปัสสาวะน้อยและสีเข้ม หรือหน้ามืดจะเป็นลม
- เจ็บหน้าอก หอบเหนื่อย หรือขาบวมปวดข้างเดียว — อาจเป็นลิ่มเลือด ซึ่งพบได้มากขึ้นระหว่างรักษามะเร็ง
- เลือดออกผิดปกติ จุดเลือดออกตามตัว ถ่ายดำ หรืออาเจียนเป็นเลือด
โทรแจ้งพยาบาลหรือทีมรักษาภายในวันเดียวกัน
- ไม่ถ่ายครบ 3 วัน แม้กินยาระบายตามที่ได้รับแล้ว แต่ยังไม่มีอาการข้างบน
- แสบร้อนกลางอกจนกินไม่ได้ กลืนเจ็บ หรือมีแผลในปากหลายจุด
- ท้องเสียตั้งแต่ 4 ครั้งต่อวันขึ้นไป หลังจากเพิ่งใช้ยาระบาย
- หนังศีรษะแดง บวม ร้อน หรือมีหนองหลังโกน
1. ทำไมคีโมเข็มแรกทำให้ท้องผูก ท้องอืด และแสบร้อนกลางอก
คำตอบตรง: ตัวการหลักมักเป็นยาที่ให้ร่วมกับคีโม มากกว่าตัวยาคีโมเอง
สูตรคีโมมะเร็งเต้านมที่มี doxorubicin ร่วมกับ cyclophosphamide (สูตร AC) จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงคลื่นไส้สูง
แนวทาง MASCC/ESMO 2023 จึงแนะนำยาป้องกัน 4 กลุ่มร่วมกัน คือ NK1 antagonist, 5-HT3 antagonist, dexamethasone และ olanzapine
(Herrstedt 2023)
ยากันอาเจียนทำให้ลำไส้เคลื่อนช้า
ยากลุ่ม 5-HT3 antagonist เช่น ondansetron, granisetron และ palonosetron ยับยั้งสัญญาณเซโรโทนินที่กระตุ้นการอาเจียน
แต่เซโรโทนินชนิดเดียวกันช่วยให้ลำไส้บีบตัวด้วย งานทบทวน Cochrane ที่รวม 16 งานวิจัย ผู้ป่วย 7,808 คน
รายงานอาการปวดหัว ท้องผูก และท้องเสียเป็นผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้
(Billio 2010)
olanzapine ทำให้ง่วงและลำไส้ช้าลงได้เช่นกัน เมื่อรวมกับการกินน้อย ดื่มน้ำน้อย และนอนพักมากในสัปดาห์แรก ท้องผูกจึงพบได้บ่อย
สเตียรอยด์และท้องผูกทำให้แสบร้อนกลางอก
dexamethasone ระคายกระเพาะและทำให้แสบร้อนได้ ส่วนลำไส้ใหญ่ที่มีอุจจาระและแก๊สค้าง เพิ่มแรงดันในช่องท้อง ดันกรดย้อนขึ้นหลอดอาหาร
การแก้ท้องผูกจึงช่วยลดท้องอืดและแสบร้อนไปพร้อมกัน ถ้ามีอาการปวดแสบลิ้นปี่เด่น ควรแจ้งทีมรักษา
เพราะอาจต้องใช้ยาลดกรด เช่น omeprazole หรือ famotidine ตามแผนของแพทย์
ขั้นบันไดแก้ท้องผูกหลังคีโม
แนวทาง ESMO เรื่องท้องผูกในผู้ป่วยมะเร็งแนะนำให้ประเมินสาเหตุ แล้วใช้ยาระบายกลุ่มออสโมติกหรือกลุ่มกระตุ้นลำไส้เป็นหลัก
ร่วมกับดื่มน้ำ ขยับตัว และเข้าห้องน้ำเป็นเวลา
(Larkin 2018)
- น้ำ: ราว 2–2.5 ลิตรต่อวัน ถ้าไม่มีข้อจำกัดเรื่องหัวใจหรือไต จิบน้ำอุ่นทีละน้อยตลอดวัน
- ลูกพรุน: งานทดลองแบบสุ่มไขว้ใน 40 คนที่ท้องผูกเรื้อรัง พบว่าลูกพรุน 50 กรัม (ราว 5–6 ลูก) วันละ 2 ครั้ง เพิ่มจำนวนครั้งที่ถ่ายได้เองดีกว่าไซเลียม (Attaluri 2011) งานนี้ไม่ได้ทำในผู้ป่วยคีโม จึงใช้เป็นตัวเสริม ไม่ใช่ตัวแทนยาระบาย
- อาหารนิ่มมีกากพอควร: กล้วยน้ำว้าสุก มะละกอสุก ผักต้มนิ่ม ข้าวกล้องหุงนุ่ม เพิ่มทีละน้อยเพื่อไม่ให้ท้องอืดเพิ่ม
- ขยับตัว: เดินในบ้านวันละหลายรอบ รอบละ 5–10 นาที ตามแรงที่มี
- ยาระบาย: กลุ่มออสโมติก เช่น polyethylene glycol หรือ lactulose และกลุ่มกระตุ้นลำไส้ เช่น senna หรือ bisacodyl ขอจากทีมรักษาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มยากันอาเจียน แทนการรอจนไม่ถ่ายหลายวัน
เพราะเยื่อบุทวารหนักอาจถลอกและเป็นทางให้เชื้อเข้ากระแสเลือด ส่วนลูกสำรองยังไม่มีงานวิจัยในผู้ป่วยคีโม
และพองตัวเมื่อโดนน้ำ ถ้าดื่มน้ำไม่พออาจทำให้ท้องอืดเพิ่ม
ลดท้องอืดและแสบร้อนกลางอก
- แบ่งกินวันละ 5–6 มื้อเล็ก แทน 3 มื้อใหญ่
- หลังกินไม่นอนราบ 2–3 ชั่วโมง และนอนยกหัวเตียงสูงขึ้นราว 15–20 เซนติเมตร
- ลดอาหารทอด มัน เผ็ด กาแฟ น้ำอัดลม และอาหารที่ทำให้มีแก๊ส เช่น ถั่วเมล็ดแห้ง ในช่วงที่ท้องอืด
- ใส่เสื้อผ้าหลวมรอบเอว
ตาราง: อาการทางเดินอาหารหลังคีโม สาเหตุ และวิธีจัดการ
ชื่อยาเป็นชื่อสามัญ ใช้ตามแผนของทีมรักษาเท่านั้น
| อาการ | สาเหตุที่พบบ่อย | สิ่งที่ทำเองได้ | แจ้งทีมรักษาเมื่อ |
|---|---|---|---|
| ท้องผูก | ยากลุ่ม 5-HT3 antagonist, olanzapine, กินและดื่มน้อย, ขยับตัวน้อย | น้ำ 2–2.5 ลิตร ถ้าไม่มีข้อจำกัด ลูกพรุน เดินเบาๆ ยาระบายที่ทีมสั่ง | ไม่ถ่ายครบ 3 วัน หรือมีปวดท้องบิด อาเจียน ท้องอืดแข็ง |
| ท้องอืด แน่นท้อง | อุจจาระและแก๊สค้าง, ลำไส้เคลื่อนช้า | มื้อเล็ก กินช้า ลดน้ำอัดลมและถั่วเมล็ดแห้ง เดินหลังมื้อ | ท้องโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่ผายลม หรือปวดมากขึ้น |
| แสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว | dexamethasone, แรงดันในท้องจากท้องผูก | ไม่นอนราบหลังกิน 2–3 ชั่วโมง ยกหัวเตียง ลดของทอดและกาแฟ | กินไม่ได้ กลืนเจ็บ หรืออาเจียนเป็นเลือด |
| คลื่นไส้ช่วงหลัง (2–5 วัน) | ฤทธิ์คีโมระยะหลัง | กินยากันอาเจียนตามเวลาที่สั่ง ไม่รอให้คลื่นไส้ก่อน อาหารรสอ่อน | ดื่มน้ำไม่ได้นานเกิน 24 ชั่วโมง |
2. ผมร่วงจากคีโม: เกิดเมื่อไร โกนอย่างไรให้ปลอดภัย และงอกใหม่เมื่อไร
คำตอบตรง: ยาคีโมทำลายเซลล์ที่แบ่งตัวเร็วในรากผมระยะเจริญ ผมจึงร่วงเป็นกระจุกราว 1–3 สัปดาห์หลังเข็มแรก
ส่วนใหญ่ผมเริ่มงอกใหม่ภายในไม่กี่เดือนหลังจบคีโม ผมใหม่อาจมีสีหรือลักษณะต่างจากเดิมช่วงแรก
(Paus 2013,
Freites-Martinez 2019)
ทำไมผมร่วงเร็วและร่วงเป็นกระจุก
ผมบนศีรษะราวร้อยละ 85–90 อยู่ในระยะเจริญ (anagen) ซึ่งเซลล์รากผมแบ่งตัวเร็ว ยาคีโมทำให้เซลล์เหล่านี้ตาย เส้นผมจึงเปราะและหลุดจากโคน
เรียกว่า anagen effluvium ผมจึงร่วงพร้อมกันจำนวนมาก ต่างจากผมร่วงทั่วไปที่ค่อยเป็นค่อยไป ขนคิ้ว ขนตา และขนตามตัวอาจร่วงตามมาทีหลัง
(Paus 2013)
โกนศีรษะอย่างไรให้ปลอดภัยช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำ
- ใช้ปัตตาเลี่ยนไฟฟ้า ไม่ใช้ใบมีดโกน เหลือผมสั้นราว 2–3 มิลลิเมตร เพื่อลดแผลถลอกที่เชื้อเข้าได้
- ล้างปัตตาเลี่ยนให้สะอาด ไม่ใช้ร่วมกับคนอื่นในช่วงนี้
- สระด้วยแชมพูอ่อนโยน น้ำอุ่น ซับเบาๆ ไม่ขัดแรง
- ทาครีมกันแดดหรือใส่หมวก ผ้าคลุม เมื่อออกแดด หนังศีรษะที่ไม่มีผมไหม้แดดง่าย
- สังเกตหนังศีรษะทุกวัน ถ้าแดง บวม ร้อน หรือมีหนอง ให้แจ้งทีมรักษา
เครื่องเย็นหนังศีรษะ ทางเลือกที่ควรถาม
งานทดลองแบบสุ่ม SCALP ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะ 1–2 ที่ได้คีโมกลุ่ม taxane หรือ anthracycline พบว่าเมื่อจบคีโม 4 รอบ
กลุ่มที่ใช้เครื่องเย็นหนังศีรษะรักษาผมไว้ได้ (ร่วงไม่ถึงครึ่ง) 48 จาก 95 คน หรือร้อยละ 50.5 เทียบกับ 0 จาก 47 คนในกลุ่มที่ไม่ใช้
ผลข้างเคียงจากเครื่องเป็นระดับ 1–2 ทั้งหมด
(Nangia 2017)
เครื่องนี้ต้องใช้ระหว่างให้ยาทุกรอบ และมีในโรงพยาบาลไม่กี่แห่งในไทย ถ้าแผนการรักษามีคีโมกลุ่ม taxane ในช่วงถัดไป ลองถามทีมรักษาว่าใช้ได้หรือไม่
ผมจะกลับมาไหม
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ผมกลับมา งานศึกษาในสเปนพบว่าผู้ที่ได้ docetaxel ขนาดสะสมตั้งแต่ 400 มก./ตร.ม. มีผมบางถาวรระดับ 2 (ต้องใส่วิกผม)
ราวร้อยละ 10 และไม่พบภาวะนี้เลยใน 116 คนที่ใช้เครื่องเย็นหนังศีรษะ
(Martín 2018)
ผู้ที่กังวลเรื่องนี้ควรถามทีมรักษาถึงสูตรยาและขนาดยาสะสมของตัวเอง
และช่วยให้ดูแลหนังศีรษะง่ายขึ้น ส่วนการโกนให้ปลอดภัยคือใช้ปัตตาเลี่ยนไฟฟ้า ไม่ใช้ใบมีดโกน
ไข้ ท้องผูก อาเจียน หรืออาการระหว่างคีโม อยู่ในระดับไหน?
วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา แบบประเมินนี้ช่วยจัดระดับสัญญาณเตือนระหว่างการรักษามะเร็ง
ว่าเฝ้าดูที่บ้านได้ ควรโทรแจ้งทีมรักษา หรือควรไปโรงพยาบาลทันที ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ใช้ร่วมกับรายการสัญญาณอันตรายด้านบน
3. อาหารกับเม็ดเลือดขาว: โปรตีนช่วยอะไรได้ และช่วยอะไรไม่ได้
คำตอบตรง: อาหารไม่ได้สร้างเม็ดเลือดขาวโดยตรง เม็ดเลือดขาวกลุ่มนิวโทรฟิลฟื้นจากไขกระดูกตามเวลาหลังคีโม
หรือเร็วขึ้นด้วยยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว เช่น filgrastim หรือ pegfilgrastim ที่แพทย์สั่ง สิ่งที่โปรตีนและพลังงานช่วยได้คือรักษากล้ามเนื้อ น้ำหนัก
และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ให้ร่างกายพร้อมรับยารอบถัดไป
(Muscaritoli 2021)
ควรได้โปรตีนและพลังงานเท่าไร
แนวทางโภชนาการ ESPEN สำหรับผู้ป่วยมะเร็งแนะนำโปรตีนมากกว่า 1.0 กรัม และถ้าทำได้ถึง 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
ร่วมกับพลังงานราว 25–30 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัมต่อวัน คนน้ำหนัก 55 กิโลกรัมจึงควรได้โปรตีนราว 55–83 กรัมต่อวัน
ไข่ 1 ฟองให้โปรตีนราว 6 กรัม ปลานึ่ง 100 กรัมราว 20 กรัม ผู้ที่มีโรคไตร่วมด้วยต้องให้นักกำหนดอาหารปรับตัวเลข
(Muscaritoli 2021)
ความยาวแถบเทียบกับ 100 กรัม ตัวเลขจริงอยู่ในแถบ ตัวอย่างนี้ใช้น้ำหนัก 55 กิโลกรัม
โปรตีนพอช่วยให้ร่างกายไม่ทรุด แต่ระดับนิวโทรฟิลขึ้นกับสูตรยา ขนาดยา และการใช้ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว
ถ้าผลเลือดยังต่ำในวันนัด ไม่ได้แปลว่ากินผิด
ต้องงดผักสดผลไม้สดไหม
งานทบทวนอย่างเป็นระบบที่รวมผู้ป่วยมะเร็งที่มีเม็ดเลือดขาวต่ำ พบว่าอาหารแบบจำกัดสำหรับผู้มีเม็ดเลือดขาวต่ำ (neutropenic diet)
ไม่ได้ช่วยลดการติดเชื้อ เมื่อเทียบกับอาหารปกติ (RR 1.16; 95% CI 0.94–1.42) ผู้วิจัยจึงแนะนำให้ใช้หลักความปลอดภัยของอาหารแทน
(Sonbol 2019)
- ล้างผักผลไม้ใต้น้ำไหล ผลไม้เปลือกหนาปอกเอง
- เลี่ยงเนื้อดิบหรือสุกไม่ทั่ว ไข่ลวก ซูชิ ปลาร้าดิบ และนมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ
- กินอาหารปรุงเสร็จใหม่ ไม่ทิ้งอาหารที่อุณหภูมิห้องนานเกิน 2 ชั่วโมง
- ล้างมือก่อนเตรียมและก่อนกินอาหาร
มื้ออาหารช่วงท้องผูกและแสบร้อนกลางอก
แบ่งเป็น 5–6 มื้อเล็ก แต่ละมื้อมีโปรตีน เช่น ไข่ต้มสุก ปลานึ่ง เต้าหู้ อกไก่ต้ม ร่วมกับข้าวหรือโจ๊กและผักต้มนิ่ม
ถ้ากินได้น้อย ถามนักกำหนดอาหารเรื่องอาหารเสริมทางการแพทย์ที่ให้พลังงานและโปรตีนสูง
4. ก่อนคีโมรอบ 2: ผลเลือด CBC และผล CT บอกอะไร
คำตอบตรง: ก่อนให้ยาทุกรอบ ทีมรักษาจะตรวจเลือด CBC ดูว่าไขกระดูกฟื้นพอให้ยารอบถัดไปหรือยัง
ส่วน CT ช่วงต้นการรักษามักใช้ดูว่ามะเร็งกระจายไปอวัยวะอื่นหรือไม่ (staging) การดูว่าก้อนยุบลงมักประเมินหลังให้ยาไปหลายรอบ
และในมะเร็งเต้านมมักใช้การคลำ อัลตราซาวนด์ หรือ MRI ร่วมด้วย ผล CT ต้องฟังจากแพทย์เจ้าของไข้
ผลเลือดที่ทีมรักษาดูก่อนให้ยา
หลายสถาบันใช้เกณฑ์นิวโทรฟิล (ANC) ตั้งแต่ 1,500 ต่อไมโครลิตร และเกล็ดเลือดตั้งแต่ 100,000 ต่อไมโครลิตรก่อนให้ยารอบถัดไป
ตัวเลขจริงขึ้นกับสูตรยาและโรงพยาบาล ถ้าต่ำกว่าเกณฑ์ แพทย์อาจเลื่อนยาไม่กี่วัน ลดขนาดยา หรือเพิ่มยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว
การเลื่อนแบบนี้เป็นเรื่องที่พบได้และไม่ได้แปลว่าการรักษาล้มเหลว
ศัพท์ในผล CT ที่อาจได้ยิน
เกณฑ์ RECIST 1.1 ใช้วัดผลรวมเส้นผ่านศูนย์กลางของก้อนเป้าหมาย ต่อมน้ำเหลืองที่แกนสั้นเล็กกว่า 10 มิลลิเมตรถือว่าปกติ
(Eisenhauer 2009)
เกณฑ์นี้ใช้ในงานวิจัยเป็นหลัก แพทย์อาจอธิบายด้วยคำที่ต่างออกไป
คำถามที่ควรเตรียมไปวันฟังผล
- CT ครั้งนี้ตรวจเพื่อดูการกระจาย หรือดูการตอบสนองต่อยา
- ผลเลือดวันนี้ให้ยารอบ 2 ได้ตามนัดไหม ถ้าไม่ได้ จะเลื่อนกี่วัน
- ยาระบายและยากันอาเจียนรอบนี้ควรปรับอย่างไร จากอาการท้องผูกรอบแรก
- รอบนี้ต้องใช้ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาวไหม
- สูตรยาช่วงถัดไปเป็นอะไร และใช้เครื่องเย็นหนังศีรษะได้ไหม
ตาราง: เช็กลิสต์ก่อนคีโมรอบ 2
เกณฑ์ตัวเลขเป็นค่าที่ใช้บ่อย ทีมรักษาของแต่ละคนอาจใช้ต่างกัน
| รายการ | ดูเพื่ออะไร | ตัวเลขที่พบบ่อย | สิ่งที่เตรียมได้ |
|---|---|---|---|
| นิวโทรฟิล (ANC) | ไขกระดูกฟื้นพอรับยาหรือยัง | ตั้งแต่ 1,500 ต่อไมโครลิตร | นอนพักพอ กินโปรตีนและพลังงานตามเป้า ไม่ได้เร่งตัวเลขโดยตรง |
| เกล็ดเลือด | ความเสี่ยงเลือดออก | ตั้งแต่ 100,000 ต่อไมโครลิตร | แจ้งทีมถ้ามีจุดเลือดออกหรือเลือดกำเดา |
| ฮีโมโกลบิน | ภาวะซีด ซึ่งทำให้อ่อนเพลีย | ทีมรักษาพิจารณาร่วมกับอาการ | จดอาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น เวียนหัว |
| CT scan | การกระจายของโรค หรือการตอบสนองต่อยา | RECIST 1.1: ลดตั้งแต่ 30% = PR, เพิ่มตั้งแต่ 20% = PD | เตรียมคำถาม พาคนในครอบครัวไปฟังผลด้วย |
| บันทึกอาการรอบแรก | ปรับยากันอาเจียน ยาระบาย และยาลดกรดรอบถัดไป | วันที่ถ่าย อุณหภูมิ น้ำหนักตัว | นำสมุดบันทึกหรือภาพถ่ายบันทึกไปด้วย |
ผล CT ต้องฟังจากแพทย์เจ้าของไข้ ซึ่งดูร่วมกับผลตรวจอื่นทั้งหมด
5. เปรียบเทียบวิธีจัดการผลข้างเคียงช่วงคีโมรอบแรก
คำตอบตรง: การป้องกันท้องผูกตั้งแต่วันแรก ได้ผลกว่าการรอแก้เมื่อไม่ถ่ายหลายวัน
ส่วนผมร่วงมีทางเลือกเรื่องการป้องกันเฉพาะบางสูตรยา และการจำกัดอาหารแบบเข้มไม่ได้ลดการติดเชื้อ
(Larkin 2018,
Nangia 2017,
Sonbol 2019)
ตาราง: เปรียบเทียบยา อาหาร และพฤติกรรม ในการจัดการผลข้างเคียง
ชื่อยาเป็นชื่อสามัญ ใช้ตามแผนของแพทย์เจ้าของไข้เท่านั้น
| แนวทาง | ช่วยอย่างไร | หลักฐาน | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| น้ำ ลูกพรุน อาหารมีกาก และการเดิน | ทำให้อุจจาระนุ่ม ลำไส้ขยับตัว | Attaluri 2011 (ท้องผูกเรื้อรัง), Larkin 2018 | ใช้เป็นตัวเสริม ผู้ที่จำกัดน้ำต้องถามแพทย์ก่อน |
| ยาระบายกลุ่มออสโมติก (polyethylene glycol, lactulose) | ดึงน้ำเข้าลำไส้ อุจจาระนุ่มขึ้น | แนวทาง ESMO (Larkin 2018) | lactulose อาจทำให้ท้องอืดมีแก๊ส |
| ยาระบายกลุ่มกระตุ้นลำไส้ (senna, bisacodyl) | กระตุ้นลำไส้ใหญ่ให้บีบตัว | แนวทาง ESMO (Larkin 2018) | อาจปวดบิด ไม่ใช้เมื่อสงสัยลำไส้อุดตัน |
| สวนอุจจาระหรือยาเหน็บทางทวารหนัก | ช่วยเมื่ออุจจาระแข็งค้างที่ปลายลำไส้ | แนวทาง ESMO (Larkin 2018) | ไม่ทำเองช่วงเม็ดเลือดขาวหรือเกล็ดเลือดต่ำ ทำเมื่อทีมรักษาสั่งเท่านั้น |
| มื้อเล็ก ไม่นอนราบหลังกิน และยาลดกรด (omeprazole, famotidine) | ลดแสบร้อนกลางอกและกรดย้อน | ใช้ตามดุลยพินิจแพทย์ร่วมกับการปรับพฤติกรรม | แจ้งทีมถ้ากลืนเจ็บหรืออาเจียนเป็นเลือด |
| โกนศีรษะด้วยปัตตาเลี่ยนไฟฟ้า | ลดคันและการระคายจากผมร่วงค้าง | คำแนะนำดูแลหนังศีรษะ (Freites-Martinez 2019) | ไม่ใช้ใบมีดโกน ช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำ |
| เครื่องเย็นหนังศีรษะ | ลดเลือดไปเลี้ยงรากผมระหว่างให้ยา | Nangia 2017 (50.5% vs 0%), Martín 2018 | มีไม่กี่แห่ง ได้ผลน้อยกว่ากับสูตร anthracycline ต้องใช้ทุกรอบ |
| ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว (filgrastim, pegfilgrastim) | เร่งไขกระดูกสร้างนิวโทรฟิล ลดความเสี่ยงไข้ร่วมกับเม็ดเลือดขาวต่ำ | ใช้ตามสูตรยาและความเสี่ยงของแต่ละคน | ปวดกระดูกได้ ใช้ตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น |
| อาหารจำกัดแบบเข้มสำหรับผู้มีเม็ดเลือดขาวต่ำ | ตั้งใจลดเชื้อจากอาหาร | Sonbol 2019: ไม่ลดการติดเชื้อ (RR 1.16) | อาจทำให้กินได้น้อยลง ใช้หลักความปลอดภัยของอาหารแทน |
ความเชื่อที่ควรแก้
กินไข่วันละหลายฟองแล้วเม็ดเลือดขาวจะไม่ตก
ไข่เป็นโปรตีนที่ดี แต่ระดับนิวโทรฟิลขึ้นกับสูตรยาและเวลาฟื้นของไขกระดูก ไม่มีอาหารชนิดใดที่พิสูจน์ว่ากันเม็ดเลือดขาวตกได้
โกนศีรษะแล้วผมจะงอกใหม่หนากว่าเดิม
การโกนไม่เปลี่ยนรากผม ผมงอกใหม่หลังจบคีโมเพราะรากผมฟื้นตัว ไม่ใช่เพราะการโกน
ท้องผูกเป็นเรื่องปกติของคีโม ไม่ต้องบอกใคร
ท้องผูกพบบ่อยแต่ป้องกันได้ ควรบอกทีมรักษาตั้งแต่วันแรก เพื่อขอยาระบายและปรับยากันอาเจียนในรอบถัดไป
CT หลังคีโมรอบแรกบอกได้ว่ายาได้ผลหรือไม่
CT ช่วงต้นมักใช้ดูการกระจายของโรค การประเมินการตอบสนองมักทำหลังให้ยาหลายรอบ และแพทย์ดูร่วมกับผลตรวจอื่น
ต้องงดผักสดผลไม้สดตลอดคีโม
งานทบทวนพบว่าอาหารแบบจำกัดไม่ได้ลดการติดเชื้อ ล้างผักผลไม้ให้สะอาด และเลี่ยงเนื้อดิบหรือสุกไม่ทั่วก็พอ เว้นแต่ทีมรักษาสั่งเป็นอย่างอื่น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทำไมคีโมเข็มแรกทำให้ท้องผูก ท้องอืด และแสบร้อนกลางอก?
สาเหตุหลักมักเป็นยาที่ให้ร่วมกับคีโม ยากันอาเจียนกลุ่ม 5-HT3 antagonist เช่น ondansetron และ granisetron ทำให้ลำไส้บีบตัวช้าลง olanzapine ทำให้ลำไส้ช้าได้เช่นกัน ส่วน dexamethasone ระคายกระเพาะ เมื่อรวมกับการกินน้อย ดื่มน้ำน้อย และนอนพักมาก อุจจาระจึงแข็งและค้าง แก๊สที่ค้างเพิ่มแรงดันในท้องจนกรดย้อนขึ้นหลอดอาหาร การแก้ท้องผูกจึงช่วยลดท้องอืดและแสบร้อนไปพร้อมกัน
ท้องผูกหลังคีโม ควรทำอย่างไร และเมื่อไรต้องรีบไปโรงพยาบาล?
ดื่มน้ำราว 2–2.5 ลิตรต่อวันถ้าไม่มีข้อจำกัดเรื่องหัวใจหรือไต กินลูกพรุนและอาหารนิ่มมีกาก เดินเบาๆ และขอยาระบายกลุ่มออสโมติกหรือกลุ่มกระตุ้นลำไส้จากทีมรักษาตั้งแต่วันแรก ไม่ควรสวนอุจจาระหรือเหน็บยาเองช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำ ไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อไม่ถ่ายเกิน 3 วันร่วมกับปวดท้องบิดรุนแรง ท้องอืดแข็ง อาเจียน หรือไม่ผายลม เพราะอาจเป็นลำไส้อุดตัน
ผมจะร่วงเมื่อไร และจะงอกใหม่เมื่อไร?
ผมมักเริ่มร่วงเป็นกระจุกราว 1–3 สัปดาห์หลังคีโมเข็มแรก เพราะยาทำลายเซลล์รากผมในระยะเจริญ เรียกว่า anagen effluvium ส่วนใหญ่ผมเริ่มงอกให้เห็นราว 3–6 เดือนหลังจบคีโม และอาจมีสีหรือลักษณะต่างจากเดิมช่วงแรก ผมบางถาวรพบน้อย งานศึกษาพบราวร้อยละ 10 ในผู้ที่ได้ docetaxel ขนาดสะสมสูง
โกนศีรษะช่วงคีโมควรทำอย่างไรให้ปลอดภัย?
ใช้ปัตตาเลี่ยนไฟฟ้า ไม่ใช้ใบมีดโกน เหลือผมสั้นราว 2–3 มิลลิเมตร เพื่อลดแผลถลอกที่เชื้อเข้าได้ในช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำ สระด้วยแชมพูอ่อนโยน ทาครีมกันแดดหรือใส่หมวกเมื่อออกแดด และแจ้งทีมรักษาถ้าหนังศีรษะแดง บวม ร้อน หรือมีหนอง การโกนไม่ได้ทำให้ผมงอกเร็วขึ้น แต่ช่วยลดคันและการระคาย
กินโปรตีนมากๆ ช่วยให้เม็ดเลือดขาวไม่ตกจริงไหม?
ไม่จริงโดยตรง อาหารไม่ได้สร้างเม็ดเลือดขาว นิวโทรฟิลฟื้นจากไขกระดูกตามเวลา หรือเร็วขึ้นด้วยยากระตุ้นเม็ดเลือดขาวที่แพทย์สั่ง แต่โปรตีนและพลังงานที่พอช่วยรักษากล้ามเนื้อและน้ำหนัก แนวทาง ESPEN แนะนำโปรตีนมากกว่า 1.0 และถ้าทำได้ถึง 1.5 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน คนน้ำหนัก 55 กิโลกรัมจึงควรได้ราว 55–83 กรัมต่อวัน
ระหว่างคีโมต้องงดผักสดผลไม้สดไหม?
ส่วนใหญ่ไม่จำเป็น งานทบทวนอย่างเป็นระบบพบว่าอาหารแบบจำกัดสำหรับผู้มีเม็ดเลือดขาวต่ำไม่ได้ลดการติดเชื้อเมื่อเทียบกับอาหารปกติ (RR 1.16) สิ่งที่ควรทำคือล้างผักผลไม้ใต้น้ำไหล ปอกเปลือกเอง เลี่ยงเนื้อดิบหรือสุกไม่ทั่ว ไข่ลวก และนมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ และล้างมือก่อนกิน เว้นแต่ทีมรักษาสั่งเป็นอย่างอื่น
ก่อนคีโมรอบ 2 ต้องตรวจอะไร และผล CT บอกอะไรได้บ้าง?
ทีมรักษาจะตรวจเลือด CBC ก่อนให้ยาทุกรอบ หลายสถาบันใช้เกณฑ์นิวโทรฟิลตั้งแต่ 1,500 และเกล็ดเลือดตั้งแต่ 100,000 ต่อไมโครลิตร ถ้าต่ำกว่าเกณฑ์อาจเลื่อนยาไม่กี่วัน CT ช่วงต้นมักใช้ดูการกระจายของโรค ส่วนการตอบสนองต่อยามักประเมินหลังหลายรอบ ตามเกณฑ์ RECIST 1.1 ผลรวมขนาดก้อนลดตั้งแต่ร้อยละ 30 คือตอบสนองบางส่วน ผล CT ต้องฟังจากแพทย์เจ้าของไข้
ไข้เท่าไรต้องไปโรงพยาบาลทันที?
ระหว่างคีโม ไข้ตั้งแต่ 38.0 องศาเซลเซียส หรือหนาวสั่นแม้วัดไข้ไม่ขึ้น ให้ไปโรงพยาบาลทันที โดยเฉพาะช่วง 7–14 วันหลังให้ยาซึ่งเม็ดเลือดขาวมักต่ำ แนวทาง IDSA นิยามไข้ในผู้มีเม็ดเลือดขาวต่ำว่าวัดได้ตั้งแต่ 38.3 องศาครั้งเดียว หรือ 38.0 องศาต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง แต่ทีมรักษาหลายแห่งให้มาเมื่อถึง 38.0 องศา ไม่ควรกินยาลดไข้แล้วรอดูอาการ
กลไกทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Mechanism)
เซโรโทนินกับลำไส้: เซลล์ในเยื่อบุลำไส้ปล่อยเซโรโทนินไปกระตุ้นตัวรับ 5-HT3 บนเส้นประสาทที่สั่งให้ลำไส้บีบตัว
และส่งสัญญาณไปศูนย์อาเจียนในก้านสมอง ยากลุ่ม 5-HT3 antagonist ปิดตัวรับนี้ จึงลดคลื่นไส้ แต่ทำให้ลำไส้ใหญ่เคลื่อนช้าลงด้วย
(Billio 2010,
Herrstedt 2023)
รากผมระยะเจริญ: เซลล์เมทริกซ์ของรากผมแบ่งตัวเร็วใกล้เคียงเซลล์มะเร็ง ยาคีโมกระตุ้นการตายของเซลล์ผ่านโปรตีน p53
รากผมจึงฝ่อและเส้นผมหลุด ความรุนแรงขึ้นกับว่าเซลล์ต้นกำเนิดของรากผมเสียหายมากเพียงใด ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าผมกลับมาได้หรือไม่
(Paus 2013)
ทำไมเครื่องเย็นหนังศีรษะช่วยได้: ความเย็นทำให้หลอดเลือดที่หนังศีรษะหดตัว ยาไปถึงรากผมน้อยลง และเซลล์รากผมทำงานช้าลงระหว่างที่ยาในเลือดสูง
(Nangia 2017)
ช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำ: นิวโทรฟิลมีอายุในเลือดสั้น ไขกระดูกต้องสร้างใหม่ตลอด เมื่อคีโมกดการสร้าง ระดับนิวโทรฟิลจึงต่ำสุดราว 7–14 วันหลังให้ยา
แล้วฟื้นก่อนรอบถัดไป ช่วงนี้ร่างกายสร้างไข้ได้แต่สู้เชื้อได้น้อย การติดเชื้อจึงลุกลามเร็ว
(Freifeld 2011)
เรียบเรียงและทบทวนโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์
เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ (E-E-A-T)
- Herrstedt J et al. 2023 updated MASCC/ESMO consensus recommendations: prevention of nausea and vomiting following high-emetic-risk antineoplastic agents. Support Care Cancer 2023 (PMID 38127246)
- Billio A et al. Serotonin receptor antagonists for highly emetogenic chemotherapy in adults. Cochrane Database Syst Rev 2010 (PMID 20091591)
- Larkin PJ et al. Diagnosis, assessment and management of constipation in advanced cancer: ESMO Clinical Practice Guidelines. Ann Oncol 2018 (PMID 30016389)
- Attaluri A et al. Randomised clinical trial: dried plums (prunes) vs. psyllium for constipation. Aliment Pharmacol Ther 2011 (PMID 21323688)
- Paus R et al. Pathobiology of chemotherapy-induced hair loss. Lancet Oncol 2013 (PMID 23369683)
- Freites-Martinez A et al. Hair disorders in patients with cancer. J Am Acad Dermatol 2019 (PMID 29660422)
- Nangia J et al. Effect of a Scalp Cooling Device on Alopecia in Women Undergoing Chemotherapy for Breast Cancer: The SCALP Randomized Clinical Trial. JAMA 2017 (PMID 28196254)
- Martín M et al. Persistent major alopecia following adjuvant docetaxel for breast cancer: incidence, characteristics, and prevention with scalp cooling. Breast Cancer Res Treat 2018 (PMID 29923063)
- Muscaritoli M et al. ESPEN practical guideline: Clinical Nutrition in cancer. Clin Nutr 2021 (PMID 33946039)
- Sonbol MB et al. Neutropenic diets to prevent cancer infections: updated systematic review and meta-analysis. BMJ Support Palliat Care 2019 (PMID 30948447)
- Eisenhauer EA et al. New response evaluation criteria in solid tumours: revised RECIST guideline (version 1.1). Eur J Cancer 2009 (PMID 19097774)
- Freifeld AG et al. Clinical practice guideline for the use of antimicrobial agents in neutropenic patients with cancer: 2010 update by the Infectious Diseases Society of America. Clin Infect Dis 2011 (PMID 21258094)
- National Cancer Institute (NIH) — Side Effects of Cancer Treatment
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาเรื่องผลข้างเคียงช่วงคีโมรอบแรกในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ไม่ใช่การวินิจฉัย การสั่งยา หรือแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
เกณฑ์ตัวเลขผลเลือดและอุณหภูมิเป็นค่าที่ใช้บ่อย ทีมรักษาของแต่ละคนอาจใช้ต่างกัน ชื่อยาเป็นชื่อสามัญเพื่อการศึกษาเท่านั้น
ห้ามเริ่ม ปรับ หรือหยุดยากันอาเจียน ยาระบาย ยาลดกรด หรือยาอื่นเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ ผล CT และผลเลือดต้องฟังจากแพทย์เจ้าของไข้ ในภาวะฉุกเฉินโทร 1669