หมวด: มะเร็งเต้านม · การผ่าตัด · การฟื้นฟูหลังผ่าตัด

หลังผ่าตัดมะเร็งเต้านมและต่อมน้ำเหลือง: ดูแลสายระบาย ป้องกันแขนบวม บริหารไหล่ทีละสัปดาห์ และกำลังใจจากครอบครัวช่วยได้แค่ไหน

AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)

หลังผ่าตัดเต้านมและต่อมน้ำเหลือง ให้ดูแลสายระบายตามที่สอน ขยับนิ้ว ข้อมือ ข้อศอกตั้งแต่วันแรก แล้วค่อยเพิ่มการยกไหล่ตามที่แพทย์อนุญาต ความเสี่ยงแขนบวมขึ้นกับชนิดการผ่าตัด ตัดต่อมเฝ้าระวังราว 6% เลาะรักแร้ราว 20% สิ่งที่ช่วยป้องกันได้จริงคือคุมน้ำหนัก ป้องกันการติดเชื้อ และออกกำลังแขนแบบค่อยเป็นค่อยไป

เหมาะกับใคร:
ผู้ที่เพิ่งผ่าตัดมะเร็งเต้านม (NCI)ร่วมกับตัดต่อมน้ำเหลืองรักแร้ และครอบครัวที่ดูแล ·
อาการที่ต้องรีบพบแพทย์ ·
ดูแลสายระบาย ·
ป้องกันแขนบวม ·
ตารางบริหารไหล่ ·
กำลังใจจากครอบครัว ·
คำถามที่พบบ่อย

เสียงจากผู้ป่วย: เมื่อวานผ่าตัดเต้านมและต่อมน้ำเหลือง ทุกอย่างราบรื่น และได้กำลังใจจากลูก สามี และเพื่อน

คำตอบสั้น: ผ่าตัดผ่านไปด้วยดีคือก้าวแรกที่สำคัญมาก ช่วง 2–6 สัปดาห์ต่อจากนี้คือช่วงที่การดูแลสายระบาย การขยับแขน และการสังเกตอาการ มีผลต่อการฟื้นตัวมากที่สุด

คุณแม่ท่านหนึ่งเล่าว่าเพิ่งผ่าตัดมะเร็งเต้านมและต่อมน้ำเหลือง ทุกอย่างราบรื่น และมีครอบครัวกับเพื่อนอยู่ข้างๆ บทความนี้สรุปสิ่งที่ผู้ป่วยและครอบครัวทำได้ที่บ้านจากหลักฐานงานวิจัย โดยไม่ได้ประเมินประวัติของผู้ป่วยรายใด และไม่แทนคำแนะนำของทีมผ่าตัดเจ้าของไข้

1. ผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองแบบไหน: ตัดต่อมเฝ้าระวัง หรือเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้

คำตอบสั้น: ชนิดการผ่าตัดรักแร้เป็นตัวกำหนดความเสี่ยงแขนบวมมากที่สุด ควรถามทีมผ่าตัดว่าตัดแบบไหนและตัดไปกี่ต่อม

5.6%แขนบวมหลังตัดต่อมน้ำเหลืองเฝ้าระวัง (18 การศึกษา)
19.9%แขนบวมหลังเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้ (18 การศึกษา)
5% vs 13%แขนบวมที่ 12 เดือน ตัดต่อมเฝ้าระวังเทียบกับการผ่าตัดรักแร้มาตรฐาน (1,031 คน)
86.3% vs 83.6%อัตรารอดชีวิตที่ 10 ปี เมื่อไม่เลาะรักแร้เทียบกับเลาะ ในกลุ่มที่เข้าเกณฑ์

ต่างกันอย่างไร

การตัดต่อมน้ำเหลืองเฝ้าระวัง (sentinel lymph node biopsy) คือการหาต่อมน้ำเหลืองด่านแรกที่น้ำเหลืองจากก้อนไหลไปถึง แล้วตัดออกเพียงไม่กี่ต่อมเพื่อตรวจ ส่วนการเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้ (axillary lymph node dissection) คือการเอาต่อมน้ำเหลืองในรักแร้ออกจำนวนมาก
งานรวบรวม 72 การศึกษา (DiSipio 2013) พบแขนบวมโดยรวม 16.6% หลังเลาะรักแร้พบราว 19.9% ซึ่งสูงกว่าการตัดต่อมเฝ้าระวังที่ราว 5.6% ประมาณ 4 เท่า
การทดลอง ALMANAC (Mansel 2006) ในผู้ป่วย 1,031 คนพบว่าการตัดต่อมเฝ้าระวังลดแขนบวมจาก 13% เหลือ 5% และลดอาการชาจาก 31% เหลือ 11% ที่ 12 เดือน ใช้สายระบายน้อยกว่า และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วกว่า

ทำไมบางคนพบมะเร็งในต่อมเฝ้าระวังแต่ไม่ต้องเลาะรักแร้

การทดลอง Z0011 (Giuliano 2017) ในผู้หญิง 891 คนที่ก้อนไม่ใหญ่ ผ่าตัดสงวนเต้า ได้ฉายแสงทั้งเต้า และพบมะเร็งในต่อมเฝ้าระวัง 1–2 ต่อม พบว่าอัตรารอดชีวิตที่ 10 ปีของกลุ่มที่ไม่เลาะรักแร้ (86.3%) ไม่ด้อยกว่ากลุ่มที่เลาะ (83.6%) จึงมีผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นที่เลี่ยงการเลาะรักแร้ได้ เกณฑ์นี้ใช้กับผู้ป่วยบางกลุ่มเท่านั้น และแพทย์จะพิจารณาร่วมกับผลชิ้นเนื้อ

สรุปภาพรวม ตัวเลขจริงขึ้นกับรายละเอียดการผ่าตัดและการรักษาเสริม (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)

เปรียบเทียบการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองรักแร้ 2 แบบ
การผ่าตัดตัดต่อมไปเท่าไรความเสี่ยงแขนบวมช่วงฟื้นตัว
ตัดต่อมน้ำเหลืองเฝ้าระวังมักไม่กี่ต่อมราว 5–6%บางรายไม่ต้องใส่สายระบายที่รักแร้ กลับไปใช้ชีวิตได้เร็วกว่า
เลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้มักหลายต่อมขึ้นไปราว 13–20% และสูงขึ้นถ้าฉายแสงบริเวณต่อมน้ำเหลืองร่วมมักมีสายระบาย ไหล่ตึงและชาใต้แขนได้บ่อยกว่า ต้องบริหารไหล่สม่ำเสมอ

2. ดูแลแผลและสายระบายที่บ้าน

คำตอบสั้น: ล้างมือ เทน้ำ จดปริมาณ และไม่ให้สายดึงหรือพับ คือหัวใจของการดูแลสายระบาย

กิจวัตรดูแลสายระบายแต่ละวัน

น้ำในสายช่วงแรกมักเป็นสีแดงจางแล้วค่อยๆ เป็นสีชมพูหรือเหลืองใส ปริมาณมักลดลงทีละวัน สายมักถอดเมื่อปริมาณต่อวันลดลงถึงเกณฑ์ที่ทีมผ่าตัดกำหนด ซึ่งอาจใช้เวลาไม่กี่วันถึงราว 2 สัปดาห์ การอาบน้ำหรือให้แผลโดนน้ำขึ้นกับชนิดผ้าปิดแผล ให้ทำตามที่ทีมผ่าตัดบอก และไม่ควรแกะเทปหรือผ้าปิดแผลเอง

หลังถอดสาย: น้ำเหลืองคั่งใต้แผล

หลังถอดสาย บางคนมีบวมนุ่มๆ ใต้แผลหรือรักแร้จากน้ำเหลืองคั่ง (seroma) ถ้าไม่ปวด ไม่แดง ร่างกายมักดูดซึมเองได้ ถ้าบวมตึงจนปวด แผลมีน้ำซึม แดงร้อน หรือมีไข้ ให้กลับไปพบทีมผ่าตัด ซึ่งอาจเจาะดูดออกอย่างปลอดเชื้อ ไม่ควรกดหรือเจาะเอง

กินอย่างไรให้แผลหายดี

ไม่ต้องงดเนื้อสัตว์ ให้มีโปรตีนทุกมื้อ เช่น ไข่ ปลา ไก่ เต้าหู้ นม และกินผัก ผลไม้ ดื่มน้ำให้พอ ไม่จำเป็นต้องซื้ออาหารเสริมราคาแพง แจ้งแพทย์ก่อนใช้สมุนไพรหรือวิตามินขนาดสูง เพราะบางชนิดมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดหรือยาที่จะใช้ต่อ อ่านความเชื่อเรื่องงดเนื้อสัตว์เพิ่มได้ที่ บทความเลาะต่อมน้ำเหลืองแล้วแขนตึง

อาการหลังผ่าตัดแบบนี้รอได้ หรือควรรีบติดต่อทีมผ่าตัด

ไม่แน่ใจว่าไข้ แผลบวม หรือแขนบวมที่เป็นอยู่ ควรรอวันนัดหรือไปโรงพยาบาลเลย?

วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา แบบประเมินช่วยจัดระดับความเร่งด่วนของอาการระหว่างการรักษามะเร็ง ไม่ได้วินิจฉัยโรค และไม่แทนการพบแพทย์ ถ้ามีอาการอันตรายให้ติดต่อโรงพยาบาลทันที

คลิกทำแบบประเมินสัญญาณระหว่างการรักษามะเร็ง (ฟรี)

3. ป้องกันแขนบวม: อะไรมีหลักฐาน อะไรเป็นความเชื่อเดิม

คำตอบสั้น: สิ่งที่สัมพันธ์กับแขนบวมชัดเจนคือการผ่าตัดกว้าง การฉายแสงบริเวณต่อมน้ำเหลือง น้ำหนักเกิน และการติดเชื้อ ส่วนกฎห้ามเจาะเลือดหรือห้ามยกของตลอดชีวิตไม่ได้มีหลักฐานสนับสนุนมากอย่างที่เคยเชื่อ

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงจริง

การติดตามผู้ป่วยมะเร็งเต้านมด้วยการวัดปริมาตรแขน 3,041 ครั้ง (Ferguson 2016) พบว่าปัจจัยที่สัมพันธ์กับแขนบวมขึ้นคือ ดัชนีมวลกายตั้งแต่ 25 ขึ้นไป การเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้ การฉายแสงบริเวณต่อมน้ำเหลือง และการติดเชื้อที่ผิวหนังของแขน ส่วน DiSipio พบว่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้นได้จนถึงราว 2 ปีหลังผ่าตัด

เจาะเลือด ฉีดยา วัดความดัน ขึ้นเครื่องบิน

งานเดียวกันไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการเจาะเลือด การฉีดยา หรือการขึ้นเครื่องบิน (ทั้งเที่ยวสั้นและเที่ยวยาว) กับแขนที่บวมขึ้น ข้อแนะนำที่สมเหตุสมผลคือ ถ้าสะดวกก็ใช้แขนอีกข้าง โดยเฉพาะหลังเลาะรักแร้ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้แขนข้างผ่าตัด ก็ไม่ควรกังวลจนปฏิเสธการรักษา

ยกของได้แค่ไหน

การทดลอง PAL ในผู้รอดชีวิต 154 คนที่ตัดต่อมน้ำเหลืองไปแล้วแต่ยังไม่มีแขนบวม (Schmitz 2010) พบแขนบวมใหม่ 11% ในกลุ่มยกน้ำหนักแบบค่อยๆ เพิ่ม เทียบกับ 17% ในกลุ่มที่ไม่ออกกำลัง และในผู้ที่ตัดต่อมไป 5 ต่อมขึ้นไป พบ 7% เทียบกับ 22%
ส่วนผู้ที่มีแขนบวมอยู่แล้ว (Schmitz 2009, 141 คน) การยกน้ำหนักแบบค่อยๆ เพิ่มร่วมกับใส่ปลอกแขนรัดไม่ได้ทำให้บวมมากขึ้น และลดการกำเริบจาก 29% เหลือ 14%
ข้อสรุปคือ ช่วงแรกหลังผ่าตัดให้เลี่ยงของหนักจนแผลหายและแพทย์อนุญาต จากนั้นค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักทีละน้อยภายใต้คำแนะนำ ไม่ใช่ห้ามยกเกิน 2–3 กิโลกรัมไปตลอดชีวิต

สัญญาณแรกของแขนบวมที่ควรรีบบอกแพทย์

  • แขน มือ หรือนิ้วข้างผ่าตัดรู้สึกหนัก ตึง หรือแน่น
  • แหวน นาฬิกา หรือแขนเสื้อคับขึ้นเฉพาะข้างนั้น
  • กดผิวแล้วเป็นรอยบุ๋มค้าง หรือรอยพับผิวหายไป

การรักษาตั้งแต่ระยะแรกมักได้ผลดีกว่า ให้ขอพบนักกายภาพบำบัดหรือคลินิกแขนบวมเมื่อเริ่มสังเกตเห็น อ่านข้อมูลเพิ่มที่ Lymphedema (NCI)

สรุปจากหลักฐานที่อ้างอิงในบทความ (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)

วิธีป้องกันและดูแลแขนบวม: หลักฐานและข้อควรรู้
วิธีหลักฐานใครควรทำข้อควรรู้
ออกกำลังแขนแบบค่อยๆ เพิ่มการทดลองแบบสุ่มไม่พบว่าเพิ่มแขนบวม และช่วยเพิ่มแรงทุกคนหลังแผลหายและแพทย์อนุญาตเริ่มเบา เพิ่มทีละน้อย หยุดถ้าแขนหนักหรือบวมขึ้น
คุมน้ำหนักดัชนีมวลกายตั้งแต่ 25 สัมพันธ์กับแขนบวมผู้ที่น้ำหนักเกินลดอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่อดอาหารช่วงพักฟื้น
ดูแลผิว ป้องกันการติดเชื้อการติดเชื้อที่แขนสัมพันธ์กับแขนบวมชัดเจนทุกคน โดยเฉพาะหลังเลาะรักแร้ทาโลชั่น ใส่ถุงมือทำสวน ล้างแผลถลอก แขนแดงร้อนให้พบแพทย์
เลี่ยงเจาะเลือดหรือวัดความดันแขนข้างผ่าตัดการศึกษาใหญ่ไม่พบความสัมพันธ์ทำได้ถ้าสะดวกไม่ควรกังวลจนปฏิเสธการรักษาที่จำเป็น
ปลอกแขนรัดใช้ร่วมกับการรักษาผู้ที่มีแขนบวมแล้วผู้ที่มีอาการ ตามคำแนะนำนักกายภาพต้องวัดขนาดให้พอดี ปลอกที่คับเกินอาจทำให้แย่ลง
นวดระบายน้ำเหลืองโดยผู้ฝึกมาเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาแขนบวม หลักฐานด้านป้องกันยังไม่ชัดผู้ที่มีแขนบวมแล้วไม่ควรนวดแรงหรือนวดบริเวณแผลที่ยังไม่หาย
สมุนไพรหรืออาหารเสริมลดบวมไม่มีหลักฐานว่าป้องกันหรือรักษาแขนบวมไม่แนะนำยาขับปัสสาวะไม่ใช่การรักษาแขนบวมน้ำเหลือง อย่าซื้อใช้เอง

4. บริหารไหล่ทีละสัปดาห์

คำตอบสั้น: ขยับมือและศอกได้ตั้งแต่วันแรก ยกไหล่สูงเมื่อแพทย์อนุญาต และฝึกต่อเนื่องจนยกแขนได้ใกล้เคียงข้างปกติ

เริ่มเร็วหรือเริ่มช้า: หลักฐานว่าอย่างไร

งานทบทวน Cochrane 24 การศึกษา ผู้ป่วย 2,132 คน (McNeely 2010) พบว่าการเริ่มบริหารไหล่เร็วช่วยให้ยกแขนได้มากขึ้นราว 10.6 องศาในระยะสั้น แต่ทำให้น้ำเหลืองในสายมากขึ้นและต้องคาสายนานขึ้นราว 1.15 วัน การบริหารอย่างมีโปรแกรมและกายภาพบำบัดช่วยให้ไหล่ใช้งานได้ดีขึ้น และไม่พบว่าการออกกำลังเพิ่มความเสี่ยงแขนบวม หลายโรงพยาบาลจึงให้ยกแขนไม่เกินระดับไหล่จนกว่าจะถอดสาย

ตารางทั่วไป ผู้ที่ผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมหรือใช้กล้ามเนื้อย้ายมาเสริมอาจมีข้อจำกัดต่างไป ให้ทำตามทีมผ่าตัด (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)

ตารางบริหารไหล่และแขนหลังผ่าตัดเต้านมและต่อมน้ำเหลือง
ช่วงเวลาท่าที่แนะนำเป้าหมายข้อควรระวัง
วันที่ 1 ถึงถอดสายกำแบมือ หมุนข้อมือ งอเหยียดศอก ยักไหล่ หายใจลึก ใช้มือกินข้าวและหวีผมลดตึง ช่วยการไหลเวียนยกแขนไม่เกินระดับไหล่ถ้าแพทย์สั่ง ไม่ยกของหนัก
หลังถอดสาย ถึงสัปดาห์ที่ 3ไต่ผนังด้านหน้าและด้านข้าง ประสานมือหลังศีรษะแล้วกางศอก วันละ 2–3 รอบยกแขนได้สูงขึ้นทุกสัปดาห์ยืดจนรู้สึกตึง ไม่ถึงขั้นเจ็บ หยุดถ้าแผลปริหรือมีน้ำซึม
สัปดาห์ที่ 4–6ยืดไหล่ทุกทิศ เริ่มแรงต้านเบา เช่น ยางยืดหรือขวดน้ำเล็กยกแขนได้ใกล้เคียงข้างปกติเพิ่มแรงต้านเมื่อแผลหายดีและแพทย์อนุญาต
หลัง 6 สัปดาห์ หรือก่อนฉายแสงฝึกยกแขนเหนือศีรษะค้างไว้ และเพิ่มน้ำหนักทีละน้อยยกแขนค้างในท่าฉายแสงได้ กลับไปทำงานบ้านได้ถ้ายังยกไม่สุดหรือปวดมาก ขอพบนักกายภาพบำบัด

เส้นตึงจากรักแร้ลงแขน (พังผืดรักแร้)

บางคนรู้สึกเหมือนมีเส้นเอ็นตึงจากรักแร้ลงไปที่แขน คล้ายสายกีตาร์ ทำให้ปวดและกางแขนได้ไม่สุด ภาวะนี้เรียกว่า axillary web syndrome งานทบทวน 37 การศึกษา (Yeung 2015) พบว่ามักเกิดภายใน 8 สัปดาห์หลังผ่าตัด และส่วนใหญ่ดีขึ้นภายใน 3 เดือน ให้ยืดแขนเบาๆ ต่อเนื่องและขอให้นักกายภาพช่วยถ้าตึงมาก ไม่ต้องหยุดบริหาร

5. กำลังใจจากครอบครัว: งานวิจัยบอกอะไร และไม่ได้บอกอะไร

คำตอบสั้น: กำลังใจช่วยได้จริง แต่ไม่ใช่แบบอัศจรรย์ ครอบครัวช่วยได้มากที่สุดเมื่อช่วยเรื่องจริงในชีวิตประจำวัน

หลักฐานเรื่องความเครียด แผล และการมีคนอยู่ข้างๆ

งานทบทวนการทดลอง (Gouin 2011) สรุปว่าความเครียดทางจิตใจทำให้แผลหายช้าลงได้ ทั้งผ่านฮอร์โมนความเครียดโดยตรงและผ่านพฤติกรรม เช่น นอนน้อย กินน้อย
งานติดตามผู้ป่วยมะเร็งเต้านม 2,835 คน (Kroenke 2006) พบว่าผู้ที่โดดเดี่ยวทางสังคมก่อนวินิจฉัยมีความเสี่ยงเสียชีวิตจากทุกสาเหตุสูงขึ้นราว 1.66 เท่า และจากมะเร็งเต้านมราว 2.14 เท่า ผู้วิจัยอธิบายว่าน่าจะเกิดจากการขาดคนช่วยพาไปรักษาและดูแล ไม่ใช่เพราะความรู้สึกอย่างเดียว

ครอบครัวช่วยอะไรได้บ้างในช่วงนี้

  • ช่วยเทสายระบายและจดปริมาณ เตือนกินยาและบริหารแขน
  • รับงานบ้านที่ต้องยกแขนสูงหรือยกของหนักในช่วง 2–4 สัปดาห์แรก
  • พาไปตามนัด และไปฟังผลชิ้นเนื้อด้วยกัน จดคำถามไปถามแพทย์ อ่านเพิ่มที่ ถอดรหัสผลชิ้นเนื้อหลังผ่าตัด
  • ให้ผู้ป่วยได้พักและนอนเต็มที่ จำกัดผู้มาเยี่ยมถ้าเหนื่อย
  • สังเกตอารมณ์ ถ้านอนไม่หลับหลายคืนหรือร้องไห้ทั้งวัน ให้ชวนปรึกษาแพทย์หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถามที่ผู้ป่วยและครอบครัวถามบ่อยในช่วงฟื้นตัวหลังผ่าตัด

หลังผ่าตัดมะเร็งเต้านมและต่อมน้ำเหลือง ควรดูแลแผลและสายระบายอย่างไร?

ล้างมือก่อนจับสายทุกครั้ง บีบลูกยางให้แฟบเพื่อให้ดูดได้ เทน้ำออกและจดปริมาณกับสีวันละ 2 ครั้งหรือตามที่สอน ยึดสายกับเสื้อไม่ให้ดึงหรือพับ และอาบน้ำหรือโดนน้ำตามชนิดผ้าปิดแผลที่ทีมผ่าตัดบอก สายมักถอดเมื่อปริมาณต่อวันลดลงถึงเกณฑ์ที่ทีมผ่าตัดกำหนด ถ้ามีไข้ แผลแดงร้อนมีหนอง น้ำในสายเป็นเลือดสดมากขึ้นเร็ว หรือเต้านมบวมตึงขึ้นเร็ว ให้ติดต่อทีมผ่าตัดทันที

แขนบวมน้ำเหลืองเกิดจากอะไร และเสี่ยงแค่ไหน?

เกิดเมื่อทางเดินน้ำเหลืองใต้รักแร้ถูกตัดหรือถูกฉายแสง น้ำเหลืองจากแขนจึงระบายได้น้อยลง งานรวบรวม 72 การศึกษาพบแขนบวมโดยรวม 16.6% โดยหลังเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้พบราว 19.9% และหลังตัดต่อมน้ำเหลืองเฝ้าระวังพบราว 5.6% ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงชัดเจนคือการผ่าตัดกว้าง จำนวนต่อมที่ตัดมาก ฉายแสงบริเวณต่อมน้ำเหลือง น้ำหนักเกิน และการติดเชื้อที่แขน ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นได้จนถึงราว 2 ปีหลังผ่าตัด

ห้ามวัดความดัน เจาะเลือด หรือยกของเกิน 2–3 กิโลกรัมที่แขนข้างผ่าตัดตลอดชีวิตจริงไหม?

ไม่ถึงขั้นนั้นตามหลักฐานปัจจุบัน การติดตามผู้ป่วยด้วยการวัดปริมาตรแขน 3,041 ครั้งไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการเจาะเลือด การฉีดยา หรือการขึ้นเครื่องบินกับแขนที่บวมขึ้น ส่วนการยกน้ำหนักแบบค่อยๆ เพิ่มในผู้ที่ตัดต่อมน้ำเหลืองไปแล้ว พบแขนบวมใหม่ 11% เทียบกับ 17% ในกลุ่มที่ไม่ได้ออกกำลัง ช่วงแรกหลังผ่าตัดยังควรเลี่ยงของหนักจนแผลหายและแพทย์อนุญาต ถ้าสะดวกก็ใช้แขนอีกข้างวัดความดันหรือเจาะเลือดได้ แต่ไม่ต้องกังวลจนปฏิเสธการรักษาที่จำเป็น

เริ่มบริหารไหล่หลังผ่าตัดเต้านมได้เมื่อไหร่ และทำอย่างไร?

ขยับนิ้ว กำแบมือ หมุนข้อมือ และงอเหยียดศอกได้ตั้งแต่วันแรก ส่วนการยกแขนสูงเกินระดับไหล่ หลายโรงพยาบาลให้รอจนถอดสายระบายหรือราว 1 สัปดาห์ เพราะงานทบทวน Cochrane พบว่าการเริ่มเร็วช่วยให้ยกไหล่ได้มากขึ้นราว 10.6 องศาในระยะสั้น แต่ทำให้น้ำเหลืองออกมากขึ้นและต้องคาสายนานขึ้นราว 1.15 วัน หลังถอดสายให้ไต่ผนังและยืดไหล่วันละ 2–3 รอบ เป้าหมายคือยกแขนได้ใกล้เคียงข้างปกติภายใน 4–6 สัปดาห์ ถ้าทำแล้วไม่ดีขึ้น ให้ขอพบนักกายภาพบำบัด

รู้สึกเหมือนมีเส้นเอ็นตึงจากรักแร้ลงไปที่แขน คืออะไร?

มักเป็นพังผืดรักแร้ (axillary web syndrome หรือ cording) ซึ่งเกิดจากท่อน้ำเหลืองหรือหลอดเลือดดำเล็กใต้ผิวหนังแข็งตัวเป็นแนวเส้น งานทบทวน 37 การศึกษาพบว่ามักเกิดภายใน 8 สัปดาห์หลังผ่าตัด ทำให้ปวดและกางแขนได้ไม่สุด และส่วนใหญ่ดีขึ้นภายใน 3 เดือน ให้ยืดแขนเบาๆ ต่อเนื่อง ไม่ต้องหยุดบริหาร และขอให้นักกายภาพช่วยถ้าตึงมาก แต่ถ้าแขนบวมแดงร้อนหรือมีไข้ ให้พบแพทย์

หลังถอดสายระบายแล้วใต้แผลบวมนุ่มๆ อันตรายไหม?

มักเป็นน้ำเหลืองคั่ง (seroma) ซึ่งพบบ่อยหลังผ่าตัดเต้านมและรักแร้ ถ้าบวมไม่มาก ไม่ปวด ไม่แดง ร่างกายมักดูดซึมเองได้ ถ้าบวมตึงจนปวด แผลปริ มีน้ำซึม แดงร้อน หรือมีไข้ ให้กลับไปพบทีมผ่าตัด ซึ่งอาจเจาะดูดน้ำออกด้วยเข็มอย่างปลอดเชื้อ ไม่ควรกดหรือเจาะเอง

กำลังใจจากครอบครัวช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นจริงไหม?

ช่วยได้จริง แต่ไม่ใช่แบบอัศจรรย์ งานทบทวนการทดลองพบว่าความเครียดทางจิตใจทำให้แผลหายช้าลงได้ ทั้งผ่านฮอร์โมนความเครียดและผ่านพฤติกรรม เช่น นอนน้อย กินน้อย และงานติดตามผู้ป่วยมะเร็งเต้านม 2,835 คนพบว่าผู้ที่โดดเดี่ยวทางสังคมมีความเสี่ยงเสียชีวิตสูงกว่า ผู้วิจัยอธิบายว่าน่าจะเกิดจากการขาดคนช่วยพาไปรักษาและดูแล ครอบครัวจึงช่วยได้มากที่สุดเมื่อช่วยเรื่องจริง เช่น ดูแลสายระบาย พาไปตามนัด และให้ผู้ป่วยได้พักเต็มที่

หลังผ่าตัดมะเร็งเต้านมควรกินอะไร ต้องงดเนื้อสัตว์ไหม?

ไม่ต้องงดเนื้อสัตว์ ร่างกายต้องการโปรตีนและพลังงานเพื่อสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ให้มีโปรตีนทุกมื้อ เช่น ไข่ ปลา ไก่ เต้าหู้ นม และกินผักผลไม้กับดื่มน้ำให้พอ ไม่จำเป็นต้องซื้ออาหารเสริมราคาแพง และควรแจ้งแพทย์ก่อนใช้สมุนไพรหรือวิตามินขนาดสูง เพราะบางชนิดมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดหรือยาที่จะใช้ต่อ

กลไกทางวิทยาศาสตร์

สรุปโดย :
น้ำเหลืองจากแขนและเต้านมไหลผ่านท่อน้ำเหลืองเล็กๆ ไปรวมที่ต่อมน้ำเหลืองรักแร้ก่อนกลับเข้าสู่หลอดเลือดดำ การผ่าตัดรักแร้ตัดทั้งต่อมและท่อน้ำเหลืองบางส่วน ช่วงแรกน้ำเหลืองจึงรั่วออกมาที่ช่องว่างใต้แผล ทำให้ต้องใช้สายระบายและอาจเกิดน้ำเหลืองคั่งหลังถอดสาย
ร่างกายค่อยๆ สร้างทางเดินน้ำเหลืองใหม่รอบบริเวณผ่าตัด แต่ถ้าตัดต่อมไปมาก ได้ฉายแสงบริเวณต่อมน้ำเหลือง หรือมีการอักเสบติดเชื้อซ้ำ ความสามารถในการระบายจะต่ำกว่าปริมาณน้ำเหลืองที่สร้าง จึงเกิดแขนบวม ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานจะมีไขมันและพังผืดสะสมในชั้นใต้ผิว
การหดตัวของกล้ามเนื้อขณะออกกำลังช่วยบีบน้ำเหลืองให้ไหล จึงไม่ได้ทำให้แขนบวมมากขึ้นเมื่อเพิ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนพังผืดรักแร้เกิดจากท่อน้ำเหลืองหรือหลอดเลือดดำเล็กที่ถูกกระทบจากการผ่าตัดแล้วแข็งตัวเป็นแนว และมักคลายลงเมื่อยืดอย่างต่อเนื่อง

แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ (E-E-A-T)

  1. DiSipio T, et al. Incidence of unilateral arm lymphoedema after breast cancer: a systematic review and meta-analysis. Lancet Oncol 2013.
  2. Mansel RE, et al. Randomized multicenter trial of sentinel node biopsy versus standard axillary treatment in operable breast cancer: the ALMANAC Trial. J Natl Cancer Inst 2006.
  3. Giuliano AE, et al. Effect of axillary dissection vs no axillary dissection on 10-year overall survival among women with invasive breast cancer and sentinel node metastasis: the ACOSOG Z0011 (Alliance) randomized clinical trial. JAMA 2017.
  4. Ferguson CM, et al. Impact of ipsilateral blood draws, injections, blood pressure measurements, and air travel on the risk of lymphedema for patients treated for breast cancer. J Clin Oncol 2016.
  5. Schmitz KH, et al. Weight lifting for women at risk for breast cancer-related lymphedema: a randomized trial. JAMA 2010.
  6. Schmitz KH, et al. Weight lifting in women with breast-cancer-related lymphedema. N Engl J Med 2009.
  7. McNeely ML, et al. Exercise interventions for upper-limb dysfunction due to breast cancer treatment. Cochrane Database Syst Rev 2010.
  8. Yeung WM, et al. A systematic review of axillary web syndrome (AWS). J Cancer Surviv 2015.
  9. Kroenke CH, et al. Social networks, social support, and survival after breast cancer diagnosis. J Clin Oncol 2006.
  10. Gouin JP, Kiecolt-Glaser JK. The impact of psychological stress on wound healing: methods and mechanisms. Immunol Allergy Clin North Am 2011.

เรียบเรียงและตรวจทานโดย · ใช้ชื่อสามัญและชื่อกลุ่มยาเท่านั้น ไม่ระบุชื่อการค้าของยา อุปกรณ์ หรือผลิตภัณฑ์

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาจากงานวิจัยและแนวทางเวชปฏิบัติสากล ไม่ใช่การวินิจฉัย ไม่ใช่คำสั่งการรักษา และไม่แทนการพบแพทย์ วิธีดูแลสายระบาย ข้อจำกัดการขยับแขน และเวลาเริ่มออกกำลัง แตกต่างกันตามชนิดการผ่าตัดและการเสริมสร้างเต้านม ให้ทำตามคำแนะนำของทีมผ่าตัดเจ้าของไข้เป็นหลัก ถ้ามีอาการอันตรายให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที