หมวดหมู่: โรคไตและการฟอกไต · ผมร่วง

ฟอกไตแล้วผมร่วงหนักจนต้องใส่วิก ตอนนี้ผมเริ่มยาว ทำอย่างไรไม่ให้ร่วงซ้ำ: สาเหตุ โปรตีน วิตามินสำหรับผู้ป่วยไต และอาหารเสริมที่ไม่ควรซื้อกินเอง

AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)

ผมร่วงในผู้ป่วยฟอกไตส่วนใหญ่เป็นภาวะผมร่วงระยะพัก รากผมหยุดโตพร้อมกันหลังร่างกายเจอความเครียด เช่น ของเสียคั่ง เริ่มฟอกไต เลือดจาง หรือขาดโปรตีน รากผมไม่ถูกทำลายจึงงอกใหม่ได้ เมื่อฟอกให้เพียงพอ กินโปรตีนให้ถึงเป้า ใช้วิตามินสูตรผู้ป่วยไตที่แพทย์สั่ง และไม่ซื้อวิตามินบำรุงผมกินเอง

บทความนี้ครอบคลุมอะไร:
ผู้ป่วยฟอกเลือดหรือล้างไตทางหน้าท้องที่ผมร่วงหนักแบบกระจายทั่วศีรษะ — สาเหตุ การสูญเสียโปรตีน อาหาร วิตามินที่ปลอดภัยกับไต อาหารเสริมที่ควรเลี่ยง ความเพียงพอของการฟอก และระยะเวลาที่ผมงอกใหม่
ถ้าผมร่วงหลังปลูกถ่ายไต อ่าน
ผมร่วงหลังปลูกถ่ายไต ·
ถ้าเป็นโรคไทรอยด์ร่วม อ่าน
ผมร่วงจากไทรอยด์ ·
สัญญาณอันตราย ·
ตารางสาเหตุ ·
ตารางสารอาหาร ·
วัยรุ่นฟอกไต ·
ตารางเปรียบเทียบวิธีดูแล ·
คำถามที่พบบ่อย

จากกลุ่มผู้ป่วยโรคไต: เคยผมร่วงจนต้องใส่วิก ตอนนี้เริ่มยาวแล้ว ทำอย่างไรไม่ให้ร่วงอีก?

คำตอบตรง: การที่ผมเริ่มยาวขึ้นคือสัญญาณว่ารากผมยังทำงาน สิ่งที่ช่วยไม่ให้ร่วงซ้ำคือคุมตัวกระตุ้นเดิมไว้ ได้แก่ ฟอกให้เพียงพอ กินโปรตีนให้ถึงเป้า แก้ภาวะเลือดจางหรือขาดธาตุเหล็กตามที่ทีมดูแลไตตรวจ และดูแลเส้นผมอย่างอ่อนโยน

สมาชิกกลุ่มผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังท่านหนึ่งเล่าว่า “เมื่อก่อนผมร่วงหนักมากจนไม่กล้าออกจากบ้าน ต้องหาวิกมาใส่ แต่ตอนนี้ก็เริ่มยาวขึ้นมาหน่อยแล้ว มีวิธีไหนที่จะทำให้ผมไม่ร่วงอีกบ้างไหม”
ผมร่วงจนไม่กล้าออกจากบ้านกระทบทั้งความมั่นใจและชีวิตประจำวัน บทความนี้สรุปงานวิจัยว่าอะไรช่วยได้จริง และอะไรที่ผู้ป่วยไตไม่ควรลองเอง

อีกโพสต์หนึ่งจากกลุ่มวัยรุ่นฟอกไตเขียนติดตลกว่า “ผมคิดสั้นขึ้นทุกวัน แต่น่าจะเป็นแค่กับบางคน” ซึ่งสะท้อนความกังวลเดียวกัน
ผมร่วงช่วงเริ่มฟอกไตเกิดได้กับหลายคน ไม่ใช่แค่บางคน และมีหัวข้อเฉพาะสำหรับ วัยรุ่นและคนอายุน้อยที่ฟอกไต ด้านล่าง

1. ทำไมผู้ป่วยฟอกไตถึงผมร่วงหนัก

คำตอบตรง: ส่วนใหญ่เป็น ภาวะผมร่วงระยะพัก (Telogen Effluvium) จากความเครียดของร่างกายช่วงไตวายและเริ่มฟอก ร่วมกับปัจจัยที่พบบ่อยในผู้ป่วยฟอกไต คือ ขาดโปรตีน สังกะสีต่ำ เลือดจาง และยาบางกลุ่ม

38%ผู้ป่วยฟอกเลือดที่พบการเปลี่ยนแปลงของเส้นผม
6–8 กรัมกรดอะมิโนที่เสียไปในน้ำยาต่อการฟอกเลือด 1 ครั้ง
1.0–1.2กรัมโปรตีนต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ต่อวัน (KDOQI 2020)
3–6 เดือนช่วงที่มักเริ่มเห็นผมใหม่หลังแก้ตัวกระตุ้น

ผมร่วงระยะพัก: ร่วงช้ากว่าตัวกระตุ้นหลายเดือน

บทความทบทวนของ Malkud (2015)
อธิบายว่าเมื่อร่างกายเจอความเครียดใหญ่ เช่น ป่วยหนัก ผ่าตัด ติดเชื้อ ขาดสารอาหาร หรือน้ำหนักลดเร็ว รากผมจำนวนมากจะเข้าสู่ระยะพักพร้อมกัน แล้วร่วงแบบกระจายทั่วศีรษะในอีกราว 2–4 เดือนต่อมา
ผู้ป่วยไตวายมักเจอตัวกระตุ้นหลายอย่างซ้อนกันในช่วงเริ่มฟอก ผมจึงร่วงหนักในช่วงนั้น

หลักฐานในผู้ป่วยฟอกไต

การศึกษาอาการทางผิวหนังในผู้ป่วยฟอกเลือด (2023)
พบการเปลี่ยนแปลงของเส้นผม 38% และเล็บ 65.3%
การศึกษาของ Ikizler (1994)
วัดน้ำยาฟอกพบกรดอะมิโนหลุดออกไป 6.1–8.0 กรัมต่อครั้ง ขึ้นกับชนิดตัวกรอง
และการวิเคราะห์อภิมาน 128 การศึกษาของ Tonelli (2009)
พบว่าผู้ป่วยฟอกเลือดมีระดับสังกะสีและซีลีเนียมต่ำกว่าคนทั่วไป

สาเหตุผมร่วงที่พบในผู้ป่วยฟอกไต และสิ่งที่ควรตรวจ (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)

สาเหตุผมร่วงในผู้ป่วยฟอกไต: กลไก สิ่งที่ควรตรวจ และแนวทางแก้
สาเหตุกลไกสิ่งที่ควรตรวจแนวทางแก้
ความเครียดของร่างกายช่วงไตวายและเริ่มฟอกรากผมเข้าระยะพักพร้อมกัน ร่วงตามมา 2–4 เดือนไล่ดูว่าช่วงที่ร่วงตรงกับการเริ่มฟอก ผ่าตัด หรือนอนโรงพยาบาลหรือไม่ฟอกให้เพียงพอและสม่ำเสมอ ผมมักงอกใหม่เอง
ขาดโปรตีนและพลังงานเสียกรดอะมิโนระหว่างฟอก เบื่ออาหาร และเคยจำกัดโปรตีนก่อนฟอกอัลบูมิน น้ำหนักตัว การประเมินโดยนักกำหนดอาหารเพิ่มโปรตีนให้ถึง 1.0–1.2 กรัม/กก./วัน ตามแผนของหน่วยไต
เลือดจางและขาดธาตุเหล็กรากผมแบ่งเซลล์เร็ว ต้องใช้ออกซิเจนและธาตุเหล็กความเข้มข้นเลือด เฟอร์ริติน ความอิ่มตัวของทรานสเฟอร์รินธาตุเหล็กและยากระตุ้นเม็ดเลือดแดงตามที่แพทย์โรคไตสั่ง
สังกะสีต่ำพบบ่อยในผู้ป่วยฟอกเลือด เกี่ยวกับการสร้างเส้นผมระดับสังกะสีในเลือดเมื่อสงสัยเสริมเฉพาะเมื่อขาด ตามขนาดที่แพทย์กำหนด
ไทรอยด์ผิดปกติฮอร์โมนไทรอยด์ควบคุมวงจรรากผมโดยตรงTSH และฮอร์โมนไทรอยด์รักษาโรคไทรอยด์ที่พบ
ยาบางกลุ่มยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น heparin และยาอื่นบางตัว ทำให้ผมร่วงได้แต่พบไม่บ่อยทบทวนยาทุกตัวเทียบกับช่วงที่ผมเริ่มร่วงแพทย์พิจารณาปรับยา ห้ามหยุดยาเอง
โรคเส้นผมหรือโรคทั้งตัวอื่นผมบางแบบพันธุกรรม ผมร่วงเป็นหย่อม การมัดผมตึง หรือ SLE กำเริบรูปแบบผมร่วง ตรวจหนังศีรษะ ประวัติโรคแพ้ภูมิตัวเองพบแพทย์ผิวหนัง รักษาตามสาเหตุเฉพาะ

2. โปรตีนและอาหาร: กินให้พอโดยไม่เพิ่มฟอสฟอรัส

คำตอบตรง: หลังเริ่มฟอก ผู้ป่วยต้องการโปรตีนมากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง เป้าหมายตามแนวทาง KDOQI 2020 คือ 1.0–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน โดยเลือกโปรตีนที่มีฟอสฟอรัสต่ำ

เป้าหมายโปรตีน

แนวทางโภชนาการโรคไต KDOQI 2020
แนะนำผู้ป่วยฟอกเลือดและล้างไตทางหน้าท้องที่อาการคงที่ให้ได้โปรตีน 1.0–1.2 กรัม/กก./วัน เช่น น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ราว 50–60 กรัมต่อวัน
ผู้ป่วยที่เคยถูกสอนให้จำกัดโปรตีนช่วงก่อนฟอกมักกินต่อแบบเดิม ทำให้ได้โปรตีนไม่พอโดยไม่รู้ตัว

ไข่ขาวดี แต่ไม่ใช่แหล่งเดียว

Kalantar-Zadeh (2010)
เสนอให้ดูสัดส่วนฟอสฟอรัสต่อโปรตีน ไข่ขาวอยู่ในกลุ่มที่สัดส่วนต่ำ จึงเหมาะกับผู้ป่วยไต ส่วนฟอสเฟตที่เติมในอาหารแปรรูป ไส้กรอก แฮม อาหารสำเร็จรูป และน้ำอัดลมบางชนิด ถูกดูดซึมได้มากกว่าฟอสฟอรัสจากอาหารธรรมชาติ
จำนวนไข่ต่อวันจึงควรให้นักกำหนดอาหารคำนวณร่วมกับปลา เนื้อไก่ และผลเลือดของแต่ละคน

  • ไข่ขาว ปลา เนื้อไก่ไม่ติดหนัง เป็นแหล่งโปรตีนหลัก
  • กระจายโปรตีนทุกมื้อ และกินหลังฟอกเพื่อชดเชยที่เสียไป
  • กินยาจับฟอสเฟตพร้อมอาหารตามที่แพทย์สั่ง
  • อาหารแปรรูปและเครื่องดื่มที่เติมสารฟอสเฟต
  • มะเฟืองและน้ำมะเฟืองทุกรูปแบบ
  • ผลไม้หรือน้ำผักผลไม้โพแทสเซียมสูงเกินกว่าที่ทีมดูแลไตกำหนด

ระหว่างฟอกไต มีสัญญาณที่ห้ามเพิกเฉยหรือไม่

วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา

สำรวจสัญญาณสุขภาพไตเบื้องต้น

3. วิตามินสำหรับผู้ป่วยไต และอาหารเสริมที่ไม่ควรซื้อกินเอง

คำตอบตรง: การฟอกทำให้ วิตามินที่ละลายในน้ำหลุดออกไป จึงใช้วิตามินบีรวมและวิตามินซีขนาดต่ำสูตรผู้ป่วยไตที่แพทย์สั่ง ส่วนวิตามินบำรุงผมทั่วไปไม่ได้ออกแบบมาสำหรับคนที่ไตไม่ทำงาน

วิตามินที่เหมาะ: สูตรสำหรับผู้ป่วยไต

แนวทาง KDOQI 2020
แนะนำให้ทดแทนวิตามินที่ละลายในน้ำเมื่อกินได้ไม่พอ และ ไม่แนะนำให้เสริมวิตามินเอและวิตามินอีเป็นประจำ เพราะสะสมจนเป็นพิษได้ในผู้ป่วยไต
วิตามินบำรุงผมทั่วไปหลายสูตรมีวิตามินเอ บางสูตรมีวิตามินซีขนาดสูงซึ่งเพิ่มออกซาเลต หรือมีแร่ธาตุและสมุนไพรที่ไตขับออกไม่ได้

สังกะสี: ตรวจก่อน แล้วค่อยเสริม

การวิเคราะห์อภิมาน 15 การทดลองแบบสุ่ม
พบว่าการเสริมสังกะสีในผู้ป่วยฟอกเลือดเพิ่มระดับสังกะสีและปริมาณโปรตีนที่กินได้ แต่ไม่ได้วัดผลต่อเส้นผมโดยตรง
และ KDOQI 2020 ไม่แนะนำให้เสริมสังกะสีเป็นประจำทุกคน จึงควรตรวจระดับก่อนและเสริมเฉพาะเมื่อขาด

ไบโอติน: ทำให้ผลเลือดเพี้ยน

การศึกษาใน JAMA (Li 2017)
ให้ผู้ใหญ่สุขภาพดีกินไบโอติน 10 mg ต่อวันนาน 7 วัน พบผลตรวจที่ใช้ไบโอตินในน้ำยาเพี้ยน 39%
ผู้ป่วยฟอกไตเจาะเลือดติดตามเป็นประจำ และไตขับไบโอตินได้ช้ากว่าคนทั่วไป ถ้ากินอยู่ต้องแจ้งทีมดูแลไตก่อนเจาะเลือดทุกครั้ง

ธาตุเหล็ก: ให้ทีมไตเป็นผู้กำหนด

Trost (2006)
สรุปว่าภาวะขาดเหล็กเกี่ยวข้องกับผมร่วง และเตือนว่าค่าเฟอร์ริตินสูงขึ้นได้เมื่อมีการอักเสบ ผู้ป่วยฟอกไตจึงต้องดูทั้งเฟอร์ริตินและความอิ่มตัวของทรานสเฟอร์ริน
หลายคนได้ธาตุเหล็กทางเส้นเลือดที่หน่วยฟอกอยู่แล้ว การซื้อยาเม็ดเหล็กกินเพิ่มเองจึงไม่จำเป็นและอาจเกินขนาด

สารอาหารและอาหารเสริมสำหรับผู้ป่วยฟอกไตที่ผมร่วง (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)

สารอาหาร แหล่งที่ปลอดภัยกับไต และข้อควรระวังในผู้ป่วยฟอกไต
สารอาหารบทบาทต่อรากผมแหล่งที่ปลอดภัยกับไตข้อควรระวัง
โปรตีนวัตถุดิบสร้างเคราตินของเส้นผมไข่ขาว ปลา เนื้อไก่เลี่ยงเนื้อแปรรูปที่เติมฟอสเฟต ปริมาณตามนักกำหนดอาหาร
วิตามินบีรวมและโฟเลตช่วยการแบ่งเซลล์และสร้างเม็ดเลือดวิตามินสูตรผู้ป่วยไตที่แพทย์สั่งหลุดออกระหว่างฟอก ควรกินหลังฟอกตามคำแนะนำ
วิตามินซีช่วยสร้างคอลลาเจนและดูดซึมเหล็กขนาดต่ำในวิตามินสูตรผู้ป่วยไตขนาดสูงเพิ่มออกซาเลตสะสม
วิตามินเอและอีไม่ช่วยผมในคนที่ไม่ขาดได้พอจากอาหารปกติไม่ควรเสริมเอง วิตามินเอเกินทำให้ผมร่วงได้
สังกะสีเกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมรากผมเนื้อสัตว์ ไข่ หรือยาเสริมเมื่อตรวจพบว่าขาดไม่เสริมเป็นประจำทุกคน กินเกินนานทำให้ขาดทองแดง
ไบโอตินไม่มีหลักฐานว่าช่วยในคนที่ไม่ขาดปริมาณในวิตามินสูตรผู้ป่วยไตเพียงพอขนาดสูงทำให้ผลเลือดเพี้ยน แจ้งทีมไตก่อนเจาะเลือด
คอลลาเจน สมุนไพร และสูตรบำรุงผมหลักฐานในผู้ป่วยไตไม่เพียงพอใช้เฉพาะเมื่อทีมดูแลไตตรวจส่วนผสมแล้วอาจมีโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส หรือสารที่ไตขับไม่ได้

4. ฟอกให้เพียงพอ ดูแลหนังศีรษะ และระยะเวลาที่ผมงอกใหม่

คำตอบตรง: การฟอกที่เพียงพอวัดจาก ค่า Kt/V ไม่ใช่การดูว่าค่าของเสียต่ำ แนวทาง KDOQI 2015 ตั้งเป้า spKt/V 1.4 ต่อครั้งสำหรับการฟอก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และต้องไม่ต่ำกว่า 1.2

ความเพียงพอของการฟอก

แนวทางความเพียงพอของการฟอกเลือด KDOQI 2015
ใช้ค่า Kt/V บอกว่าการฟอกแต่ละครั้งกำจัดของเสียได้พอหรือไม่ การมาฟอกครบทุกนัดและอยู่จนครบเวลา คือสิ่งที่ผู้ป่วยทำได้เองเพื่อให้ถึงเป้า
ผู้ป่วยล้างไตทางหน้าท้องมีเกณฑ์ของตัวเอง ให้ถามทีมดูแลไตถึงผลล่าสุด

ยาที่ใช้ระหว่างฟอก

รายงานผู้ป่วยปี 2017
ระบุว่ายาต้านการแข็งตัวของเลือดเกือบทุกกลุ่ม รวมถึง heparin ทำให้ผมร่วงได้ และกลับเป็นปกติเมื่อปรับยา แต่พบไม่บ่อย
ยาเหล่านี้จำเป็นต่อการฟอก จึงต้องให้แพทย์เป็นผู้ตัดสินใจ ห้ามขอหยุดเอง

minoxidil ชนิดเม็ด: ห้ามกินเอง เพราะทำให้บวมน้ำและความดันลดลง ซึ่งผู้ป่วยฟอกไตขับน้ำส่วนเกินเองไม่ได้
ชนิดทาใช้กับผมบางแบบพันธุกรรมเป็นหลัก ถ้าจะใช้ให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังร่วมกับแพทย์โรคไต

ดูแลเส้นผมที่กำลังงอกใหม่

  • ใช้แชมพูอ่อนโยน หวีซี่ห่าง เป่าลมอุ่นแทนลมร้อน
  • ใส่วิกหรือผ้าคลุมผมต่อได้ เลือกแบบระบายอากาศและไม่รัดแน่น
  • ปลอกหมอนผ้าลื่นช่วยลดแรงเสียดสีตอนนอน
  • มัดผมตึง ถักเปีย หรือติดกิ๊บแน่นจุดเดิมทุกวัน เพราะทำให้ผมร่วงจากแรงดึงได้
  • ทำสี ดัด ยืด หรือใช้ความร้อนสูงในช่วงที่ผมเพิ่งงอก

ระยะเวลาที่ผมงอกใหม่

ถ้าผมกลับมาร่วงหนักอีกรอบ มักมีตัวกระตุ้นใหม่ เช่น ติดเชื้อ นอนโรงพยาบาล เลือดจางลง หรือกินได้น้อย ควรบอกทีมดูแลไตเพื่อหาสาเหตุ แทนการซื้ออาหารเสริมเพิ่ม

5. วัยรุ่นและคนอายุน้อยที่ฟอกไต: ผมร่วงกับความมั่นใจ

คำตอบตรง: ผมร่วงกระทบความมั่นใจของคนอายุน้อยได้มาก และเป็นเรื่องที่ควรบอกทีมดูแลไต สาเหตุและการดูแลเหมือนผู้ใหญ่ แต่ควรดูแลใจและภาพลักษณ์ควบคู่กันตั้งแต่ต้น

หลักฐานในคนอายุน้อยที่ฟอกไต

การสำรวจคนอายุน้อยที่รักษาด้วยการบำบัดทดแทนไตในสหราชอาณาจักร (Hamilton 2018)
ซึ่งมีผู้ฟอกไต 173 คนและผู้ปลูกถ่ายไต 417 คน พบว่าการมองภาพลักษณ์ตัวเองในแง่ลบและการถูกตีตรา สัมพันธ์กับสุขภาวะทางใจที่แย่ลง และการฟอกไตสัมพันธ์กับสุขภาวะที่ต่ำกว่า
ส่วนการสัมภาษณ์คนอายุ 12–24 ปีที่เป็นโรคไตระยะท้าย 27 คน (Tong 2013)
พบว่าความรู้สึกด้อยค่า รวมถึงภาพลักษณ์ร่างกายที่เปลี่ยนไป เป็นหนึ่งในประเด็นหลัก
ทั้งสองการศึกษาไม่ได้วัดเรื่องเส้นผมโดยตรง แต่ช่วยอธิบายว่าทำไมผมร่วงจึงหนักใจสำหรับคนวัยนี้

ทำอะไรได้บ้างระหว่างรอผมงอกใหม่

  • ตัดผมสั้นลงหรือเปลี่ยนทรง ช่วยให้ผมที่บางดูน้อยลงและลดน้ำหนักที่ดึงรากผม
  • ใส่วิก หมวก หรือผ้าคลุมผมได้ เลือกแบบระบายอากาศและไม่รัดแน่น
  • บอกพยาบาลหรือแพทย์ที่หน่วยฟอกว่าผมร่วงกระทบความมั่นใจ เพื่อช่วยหาสาเหตุและส่งต่อนักจิตวิทยาหรือแพทย์ผิวหนังเมื่อจำเป็น
  • คุยกับเพื่อนที่ฟอกไตด้วยกันในกลุ่มที่ไว้ใจได้ ช่วยลดความรู้สึกว่าเจออยู่คนเดียว
  • ฟอกสี ทำสี ดัด หรือยืดผม ช่วงที่ผมใหม่ยังเส้นเล็ก ควรรอจนผมแข็งแรงขึ้นและทดสอบที่ผิวก่อน
  • ซื้อวิตามินบำรุงผม คอลลาเจน หรือยาเม็ดปลูกผมตามรีวิวมากินเอง

ผมร่วงระยะพักไม่ได้ทำให้รากผมฝ่อหรือตาย ส่วนใหญ่ผมงอกใหม่ได้เมื่อแก้ตัวกระตุ้น แต่ความหนาที่กลับมาต่างกันในแต่ละคน ถ้าผมยังบางลงเรื่อย ๆ หลัง 6 เดือน ควรให้แพทย์หาสาเหตุอื่น

6. ตารางเปรียบเทียบวิธีรับมือผมร่วงในผู้ป่วยฟอกไต

คำตอบตรง: วิธีที่ได้ผลคือ แก้ตัวกระตุ้น ได้แก่ ฟอกให้พอ โปรตีนพอ และแก้เลือดจาง ส่วนอาหารเสริมบำรุงผมที่ซื้อเองและ minoxidil ชนิดเม็ดอาจเป็นอันตรายกับผู้ป่วยไต

เปรียบเทียบวิธีรับมือ ทั้งการรักษา อาหาร และการดูแลตัวเอง ใช้ชื่อสามัญทางยาเท่านั้น (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)

วิธีรับมือผมร่วงในผู้ป่วยฟอกไต: ช่วยอะไร หลักฐาน และข้อควรระวัง
วิธีช่วยอะไรหลักฐานข้อควรระวังในผู้ป่วยไต
ฟอกครบนัดและครบเวลาลดของเสียคั่งซึ่งเป็นตัวกระตุ้นหลักKDOQI 2015 เป้า spKt/V 1.4 ขั้นต่ำ 1.2ถามผล Kt/V ล่าสุดจากหน่วยฟอก
โปรตีนให้ถึงเป้าชดเชยกรดอะมิโนที่เสียระหว่างฟอกKDOQI 2020 แนะนำ 1.0–1.2 กรัม/กก./วันเลือกแหล่งฟอสฟอรัสต่ำ ปริมาณตามนักกำหนดอาหาร
วิตามินสูตรผู้ป่วยไตทดแทนวิตามินบีและซีที่หลุดระหว่างฟอกKDOQI 2020ใช้ตามแพทย์สั่ง ไม่กินซ้อนกับวิตามินรวมทั่วไป
ธาตุเหล็กและยากระตุ้นเม็ดเลือดแดงแก้เลือดจางซึ่งเป็นตัวกระตุ้นร่วมTrost 2006 เรื่องเหล็กกับผมร่วงแพทย์โรคไตปรับตามเฟอร์ริตินและความอิ่มตัวของทรานสเฟอร์ริน
สังกะสีเสริมแก้ภาวะสังกะสีต่ำที่ตรวจพบ15 การทดลองแบบสุ่ม เพิ่มระดับสังกะสีและการกินโปรตีนตรวจก่อน ไม่เสริมเป็นประจำทุกคน
minoxidil ชนิดทากระตุ้นรากผมในผมบางแบบพันธุกรรมไม่จำเป็นในผมร่วงระยะพักที่กำลังฟื้นตัวปรึกษาแพทย์ผิวหนังร่วมกับแพทย์โรคไต ห้ามใช้ชนิดเม็ดเอง
วิตามินบำรุงผมที่ซื้อเองไม่มีหลักฐานในผู้ป่วยไตไบโอตินทำให้ผลตรวจเพี้ยน 39% (Li 2017)อาจมีวิตามินเอ แร่ธาตุ หรือสมุนไพรที่สะสมได้
ดูแลเส้นผมอย่างอ่อนโยนและใส่วิกลดผมหัก ลดแรงดึง และช่วยความมั่นใจหลักการดูแลผมร่วงระยะพักเลือกวิกที่ระบายอากาศ ไม่รัดแน่น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถามที่ผู้ป่วยฟอกไตถามบ่อยเมื่อผมร่วง

ทำไมผู้ป่วยฟอกไตถึงผมร่วงหนักจนหัวบาง?

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือภาวะผมร่วงระยะพัก (Telogen Effluvium) เมื่อร่างกายเจอความเครียดใหญ่ เช่น ของเสียคั่งจากไตวาย เริ่มฟอกไต ผ่าตัดทำเส้นฟอกเลือด ติดเชื้อ หรือเลือดจาง รากผมจำนวนมากจะเข้าสู่ระยะพักพร้อมกัน แล้วร่วงตามมาราว 2–4 เดือนหลังจากนั้น ร่วมกับการขาดโปรตีน สังกะสีต่ำ หรือขาดธาตุเหล็ก การศึกษาในผู้ป่วยฟอกเลือดพบการเปลี่ยนแปลงของเส้นผมราว 38% จึงไม่ใช่เรื่องที่เจอคนเดียว

ผมที่ร่วงช่วงฟอกไตจะกลับมาหนาเหมือนเดิมได้ไหม?

ถ้าเป็นภาวะผมร่วงระยะพัก รากผมยังไม่ถูกทำลาย ผมมักงอกใหม่เมื่อแก้ตัวกระตุ้นได้ มักเห็นผมใหม่ใน 3–6 เดือน แต่ผมยาวเพียงราว 1 เซนติเมตรต่อเดือน ความหนาใกล้เคียงเดิมจึงมักใช้ 6–12 เดือนหรือนานกว่า ถ้าผมบางเป็นลักษณะเฉพาะ เช่น เป็นหย่อม แสกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ หรือหนังศีรษะมีแผลเป็น อาจเป็นโรคเส้นผมอื่นที่ควรให้แพทย์ผิวหนังตรวจ

การฟอกเลือดทำให้เสียโปรตีนจริงไหม?

จริง การศึกษาพบการสูญเสียกรดอะมิโนเข้าไปในน้ำยาฟอกราว 6–8 กรัมต่อการฟอกหนึ่งครั้ง การล้างไตทางหน้าท้องก็สูญเสียโปรตีนผ่านน้ำยาเช่นกัน นี่คือเหตุผลที่ผู้ป่วยฟอกไตต้องการโปรตีนมากกว่าผู้ป่วยไตที่ยังไม่ได้ฟอก และไม่ควรจำกัดโปรตีนเหมือนช่วงก่อนเริ่มฟอก

ผู้ป่วยฟอกไตควรกินโปรตีนวันละเท่าไร และไข่ขาวดีจริงไหม?

แนวทาง KDOQI 2020 แนะนำผู้ป่วยฟอกไตที่อาการคงที่ราว 1.0–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน เช่น น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ประมาณ 50–60 กรัมต่อวัน ไข่ขาวเป็นตัวเลือกที่ดีเพราะมีฟอสฟอรัสต่อโปรตีนต่ำ แต่ไม่ใช่แหล่งเดียว ปลาและเนื้อไก่ก็ใช้ได้ ควรเลี่ยงอาหารแปรรูปที่ใส่สารฟอสเฟต และให้นักกำหนดอาหารของหน่วยไตคำนวณจำนวนไข่และอาหารให้เหมาะกับผลเลือด

ผู้ป่วยฟอกไตซื้อวิตามินบำรุงผม ไบโอติน หรือสังกะสีกินเองได้ไหม?

ไม่ควรซื้อกินเองโดยไม่ปรึกษาทีมดูแลไต วิตามินบำรุงผมหลายสูตรมีวิตามินเอซึ่งสะสมในผู้ป่วยไตได้ บางสูตรมีแร่ธาตุ วิตามินซีขนาดสูง หรือสมุนไพรที่ไม่เหมาะ ไบโอตินขนาดสูงทำให้ผลเลือดบางชนิดผิดเพี้ยน ส่วนสังกะสีควรตรวจระดับก่อน เพราะแนวทาง KDOQI ไม่แนะนำให้เสริมเป็นประจำทุกคน วิตามินที่เหมาะคือวิตามินบีรวมและวิตามินซีขนาดต่ำสูตรผู้ป่วยไตที่แพทย์สั่ง

ยาเฮพารินที่ใช้ตอนฟอกเลือดทำให้ผมร่วงไหม?

ยาต้านการแข็งตัวของเลือดเกือบทุกกลุ่มรวมถึงเฮพาริน (heparin) มีรายงานว่าทำให้ผมร่วงได้ แต่พบไม่บ่อยและมักกลับเป็นปกติเมื่อปรับยา ห้ามขอหยุดหรือลดยาเอง เพราะยาช่วยไม่ให้เลือดแข็งตัวในเครื่องฟอก ให้แจ้งทีมดูแลไตว่าผมเริ่มร่วงเมื่อไรเทียบกับช่วงเปลี่ยนยา แพทย์จะพิจารณาร่วมกับสาเหตุอื่นที่พบบ่อยกว่า

ผู้ป่วยฟอกไตใช้ยา minoxidil รักษาผมร่วงได้ไหม?

ห้ามกินยา minoxidil ชนิดเม็ดเอง เพราะยาทำให้บวมน้ำและความดันลดลง ซึ่งผู้ป่วยฟอกไตขับน้ำส่วนเกินเองไม่ได้ ส่วนชนิดทาใช้กับผมบางแบบพันธุกรรมเป็นหลัก และไม่จำเป็นสำหรับภาวะผมร่วงระยะพักที่กำลังฟื้นตัวอยู่แล้ว ถ้าจะใช้ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังร่วมกับแพทย์โรคไตก่อน

ควรขอตรวจอะไรเพิ่มเมื่อผมร่วงระหว่างฟอกไต?

ถามทีมดูแลไตเรื่องความเพียงพอของการฟอก (Kt/V) ระดับอัลบูมิน ความเข้มข้นเลือด ค่าธาตุเหล็กคือเฟอร์ริตินและความอิ่มตัวของทรานสเฟอร์ริน ค่าไทรอยด์ (TSH) และระดับสังกะสีถ้าสงสัยขาด พร้อมทบทวนยาทุกตัวที่ใช้อยู่ ถ้าโรคไตเกิดจากโรคแพ้ภูมิตัวเอง เช่น SLE ควรแจ้งแพทย์ด้วย เพราะโรคกำเริบทำให้ผมร่วงได้

วัยรุ่นฟอกไตผมร่วงจนไม่มั่นใจ ควรทำอย่างไร และทำสีผมได้ไหม?

ผมร่วงช่วงเริ่มฟอกไตพบบ่อยและกระทบความมั่นใจของคนอายุน้อยได้มาก การสำรวจคนอายุน้อยที่ฟอกไตหรือปลูกถ่ายไตพบว่าการมองภาพลักษณ์ตัวเองในแง่ลบสัมพันธ์กับสุขภาวะทางใจที่แย่ลง จึงควรบอกทีมดูแลไตตั้งแต่ต้นเพื่อหาสาเหตุ ระหว่างรอผมงอกใหม่ ตัดผมสั้น ใส่วิก หมวก หรือผ้าคลุมผมได้ ควรเลี่ยงการฟอกสี ทำสี ดัด หรือยืดผมจนกว่าผมใหม่จะแข็งแรงขึ้น และถ้าเศร้าหรือไม่อยากออกจากบ้านนานเกิน 2 สัปดาห์ ให้บอกทีมดูแลไตหรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323

กลไกทางวิทยาศาสตร์แบบย่อ (Scientific mechanism)

สรุปโดย :
เซลล์เมทริกซ์ของรากผมแบ่งตัวเร็วที่สุดชนิดหนึ่งในร่างกาย จึงไวต่อการขาดกรดอะมิโน พลังงาน ออกซิเจน และธาตุที่ใช้ในเอนไซม์ เช่น เหล็กและสังกะสี
ในไตวายระยะสุดท้าย ของเสียยูรีมิก การอักเสบเรื้อรัง และภาวะขาดโปรตีนและพลังงาน ส่งสัญญาณให้รากผมจำนวนมากออกจากระยะเจริญเติบโต (anagen) เข้าสู่ระยะพัก (telogen) พร้อมกัน
ผมเหล่านี้ค้างอยู่ราว 3 เดือนก่อนหลุด จึงเห็นการร่วงช้ากว่าตัวกระตุ้น การฟอกเลือดแต่ละครั้งยังดึงกรดอะมิโนและวิตามินที่ละลายในน้ำออกไปด้วย ถ้ากินไม่พอ ร่างกายจะขาดวัตถุดิบสร้างเคราติน
เนื่องจากเซลล์ต้นกำเนิดบริเวณ bulge ของรากผมไม่ถูกทำลาย เมื่อของเสียลดลง โปรตีนพอ และเลือดจางดีขึ้น รากผมจะกลับเข้าระยะเจริญเติบโตและสร้างเส้นผมใหม่
ส่วนวิตามินเอสะสมในผู้ป่วยไตเพราะโปรตีนที่จับวิตามินเอถูกขับออกทางไตไม่ได้ และวิตามินเอเกินเองก็ทำให้ผมร่วงได้

แหล่งอ้างอิงเชิงวิชาการ (E-E-A-T)

  1. Malkud S. Telogen Effluvium: A Review. J Clin Diagn Res 2015.
  2. Cutaneous manifestations in patients with end-stage renal disease on hemodialysis. 2023.
  3. Ikizler TA, et al. Amino acid and albumin losses during hemodialysis. Kidney Int 1994.
  4. Ikizler TA, et al. KDOQI Clinical Practice Guideline for Nutrition in CKD: 2020 Update. Am J Kidney Dis 2020.
  5. Tonelli M, et al. Trace elements in hemodialysis patients: a systematic review and meta-analysis. BMC Med 2009.
  6. Effect of Zinc Supplementation on Maintenance Hemodialysis Patients: A Systematic Review and Meta-Analysis of 15 Randomized Controlled Trials. 2017.
  7. Kalantar-Zadeh K, et al. Understanding sources of dietary phosphorus in the treatment of patients with chronic kidney disease. Clin J Am Soc Nephrol 2010.
  8. National Kidney Foundation. KDOQI Clinical Practice Guideline for Hemodialysis Adequacy: 2015 update. Am J Kidney Dis 2015.
  9. Agent specific effects of anticoagulant induced alopecia. Res Pract Thromb Haemost 2017.
  10. Li D, et al. Association of biotin ingestion with performance of hormone and nonhormone assays in healthy adults. JAMA 2017.
  11. Trost LB, et al. The diagnosis and treatment of iron deficiency and its potential relationship to hair loss. J Am Acad Dermatol 2006.
  12. Hamilton AJ, et al. Associations with Wellbeing and Medication Adherence in Young Adults Receiving Kidney Replacement Therapy. Clin J Am Soc Nephrol 2018.
  13. Tong A, et al. Experiences and perspectives of adolescents and young adults with advanced CKD. Am J Kidney Dis 2013.

เรียบเรียงและตรวจทานโดย · ใช้ชื่อสามัญทางยาเท่านั้น ไม่อ้างชื่อทางการค้า

ข้อควรทราบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)

บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปจากงานวิจัย ไม่ใช่การวินิจฉัย ไม่ใช่ใบสั่งยา และไม่แทนคำแนะนำของแพทย์โรคไตและนักกำหนดอาหารของคุณ ปริมาณโปรตีน น้ำ โพแทสเซียม และฟอสฟอรัสของผู้ป่วยฟอกไตแต่ละคนต่างกันตามผลเลือด ห้ามหยุดหรือปรับยาเอง และแจ้งทีมดูแลไตทุกครั้งก่อนกินวิตามิน อาหารเสริม หรือสมุนไพร ถ้ามีอาการในหัวข้อสัญญาณอันตราย ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669