หมวดหมู่: มะเร็งวิทยา · มะเร็งปอด · การดูแลระหว่างรักษา

มะเร็งปอดระยะ 3–4 กลับมาเป็นซ้ำ ยาชุดที่ 2 ก้อนไม่ค่อยยุบ น้ำหนักลดจาก 87 เหลือ 40 กิโลกรัม: ตรวจยีนซ้ำ ทางเลือกยา ภาวะผอมแห้งจากมะเร็ง คอแข็งกลืนลำบาก และความเครียด

AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)

ก้อนไม่ยุบในยาชุดที่ 2 มักเกิดจากเซลล์มะเร็งดื้อยา ไม่ใช่ความผิดจากความเครียด ขั้นต่อไปคือถามแพทย์เรื่องตรวจยีนซ้ำจากชิ้นเนื้อหรือเลือดเพื่อหายามุ่งเป้า และประเมินแรงร่างกายก่อนเลือกยา น้ำหนักลดเกินครึ่งต้องพบนักกำหนดอาหารเร่งด่วน ส่วนคอเอียงกลืนลำบากต้องแยกมะเร็งกระจายไปกระดูกคอก่อนคิดว่าเป็นพังผืด

บทความนี้เหมาะกับ:
ผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (NSCLC) ระยะลุกลามที่กลับมาเป็นซ้ำหลังการรักษา และครอบครัว —
สาเหตุที่ก้อนไม่ยุบ การตรวจยีนซ้ำ ทางเลือกสายถัดไป ภาวะผอมแห้ง คอเอียงกลืนลำบาก ความเครียดและค่าใช้จ่าย ·
สัญญาณอันตราย ·
ตารางทางเลือกการรักษา ·
ตารางภาวะผอมแห้ง ·
ตารางแยกสาเหตุคอเอียงกลืนลำบาก ·
คำถามที่พบบ่อย

จากกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็ง: รักษารอบสองแล้วก้อนไม่ค่อยยุบ น้ำหนักเหลือ 40 กิโลกรัม คอเอียง กลืนลำบาก จะทำอย่างไรต่อ?

ตอบตรงๆ: ยังมีสิ่งที่ทำได้หลายทาง ทั้งการตรวจยีนซ้ำเพื่อหาทางเลือกยาใหม่ การฟื้นฟูโภชนาการอย่างจริงจัง การแยกสาเหตุของคอเอียงกลืนลำบาก
และการดูแลแบบประคับประคองควบคู่เพื่อให้ร่างกายและใจมีแรงสู้ต่อ

สมาชิกกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็งท่านหนึ่งเล่าว่าเป็นมะเร็งปอดระยะ 3–4 รักษาจนแพทย์นัดติดตามทุก 3 เดือน กลับไปทำงานได้ราว 6 เดือน แล้วโรคกลับมาลามที่อื่น
การรักษาครั้งที่ 2 ทำให้คอและหลังตึงเหมือนถูกดึงหลังฉายแสงซ้ำ คอเอียง ไม่มีแรง กลืนลำบาก น้ำหนักลดจาก 87 กิโลกรัมก่อนพบโรค เหลือ 60, 45 และ 40 กิโลกรัมในปัจจุบัน
ต้องทำงานไปรักษาไปพร้อมความเครียดเรื่องค่าใช้จ่าย และกังวลว่าความเครียดทำให้ยาไม่ได้ผล บทความนี้สรุปตามหลักฐานเพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีข้อมูลไปคุยกับแพทย์ผู้รักษา

1. ทำไมยาชุดที่ 2 ก้อนถึงไม่ค่อยยุบ และการตรวจยีนซ้ำเพื่อหาทางเลือกใหม่

ตอบตรงๆ: เซลล์มะเร็งที่รอดจากการรักษาครั้งแรกมักดื้อยา และตอบสนองต่อยาสายถัดไปได้น้อยกว่าครั้งแรก ทางเลือกต่อไปขึ้นกับ 3 อย่าง: ผลยีน ยาที่เคยได้ และแรงร่างกาย

54%น้ำหนักที่หายไป (87 → 40 กิโลกรัม)
>5%เกณฑ์น้ำหนักลดที่นับเป็นภาวะผอมแห้งจากมะเร็ง
11.6 vs 8.9เดือน มัธยฐานการรอดชีวิตเมื่อได้ดูแลแบบประคับประคองตั้งแต่เนิ่นๆ
16% vs 38%ภาวะซึมเศร้าเมื่อได้ดูแลแบบประคับประคองตั้งแต่เนิ่นๆ

ตรวจยีนซ้ำ: จากชิ้นเนื้อหรือจากเลือด

แนวทาง ESMO 2023 สำหรับ
มะเร็งปอดที่มียีนขับเคลื่อน
และ
มะเร็งปอดที่ไม่มียีนขับเคลื่อน
แนะนำตรวจยีนสำคัญ เช่น EGFR, ALK, ROS1, BRAF, KRAS G12C, MET, RET, NTRK และ HER2 ร่วมกับ PD-L1 ถ้ายังไม่เคยตรวจครบหรือโรคเปลี่ยนไปหลังรักษา ควรถามแพทย์เรื่องตรวจซ้ำ
ฉันทามติของ IASLC ปี 2021
ระบุว่าการตรวจจากเลือด (liquid biopsy) ใช้ได้เมื่อเจาะชิ้นเนื้อยากหรือเสี่ยง ถ้าพบยีนเป้าหมายก็ใช้ตัดสินใจได้ แต่ถ้าไม่พบควรพิจารณาตรวจชิ้นเนื้อยืนยัน

แรงร่างกายสำคัญพอๆ กับชนิดยา

แพทย์ใช้ค่า performance status (ECOG) ประเมินว่าผู้ป่วยทำกิจวัตรได้แค่ไหน คนที่นอนติดเตียงเกินครึ่งวันมักได้ผลข้างเคียงจากเคมีบำบัดมากกว่าประโยชน์
ขณะที่ยามุ่งเป้าบางชนิดยังใช้ได้แม้ร่างกายอ่อนแอ ถ้าพบยีนเป้าหมาย การฟื้นฟูโภชนาการและคุมอาการจึงเป็นส่วนหนึ่งของการ “เตรียมร่างกายให้พร้อมรับยา”

เปรียบเทียบทางเลือกหลังการรักษาสายที่ 2 ใช้ชื่อสามัญ/กลุ่มยาเท่านั้น (มือถือแสดงเป็นการ์ด)

ทางเลือกเมื่อมะเร็งปอดลุกลามกลับมาเป็นซ้ำ: กลไก การตรวจก่อนใช้ และข้อควรระวัง
ทางเลือกกลไกตรวจก่อนใช้ข้อควรระวัง
ตรวจยีนซ้ำ (ชิ้นเนื้อหรือเลือด)หายีนเป้าหมายใหม่หรือกลไกดื้อยาNGS จากชิ้นเนื้อ หรือ liquid biopsyผลเลือดไม่พบยีน ไม่ได้แปลว่าไม่มี ควรพิจารณาชิ้นเนื้อยืนยัน
ยามุ่งเป้า (เช่น osimertinib สำหรับ EGFR, alectinib หรือ lorlatinib สำหรับ ALK)ยับยั้งโปรตีนที่ยีนผิดปกติสร้างต้องพบยีนเป้าหมายเท่านั้นไม่ได้ผลถ้าไม่มียีนเป้าหมาย มีผลข้างเคียงเฉพาะยา เช่น ผื่น ท้องเสีย ปอดอักเสบ
ยาภูมิคุ้มกันบำบัด (ยายับยั้ง PD-1 หรือ PD-L1)ปลดเบรกให้เม็ดเลือดขาวโจมตีมะเร็งPD-L1 และประวัติว่าเคยได้ยากลุ่มนี้หรือยังหลายรายใช้ไปแล้วในสายแรก ผลข้างเคียงจากภูมิคุ้มกันอักเสบ เช่น ปอด ลำไส้ ไทรอยด์
เคมีบำบัดสายถัดไป (เช่น docetaxel)ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์แรงร่างกาย ความเข้มข้นเลือด การทำงานของตับไตประโยชน์ลดลงเมื่อร่างกายอ่อนแรงมากหรือน้ำหนักลดรุนแรง
ฉายแสงเฉพาะจุดเพื่อบรรเทาอาการลดขนาดก้อนที่ทำให้ปวด กดทับ หรือมีเลือดออกภาพถ่ายรังสีและปริมาณรังสีที่เคยได้บริเวณที่ฉายซ้ำเสี่ยงพังผืดและหลอดอาหารอักเสบ
ดูแลแบบประคับประคองตั้งแต่เนิ่นๆ และงานวิจัยทางคลินิกคุมอาการ ฟื้นฟูโภชนาการ ดูแลใจ และเข้าถึงยาใหม่ถามทีมรักษาเรื่องการส่งต่อหรือเกณฑ์เข้าร่วมงานวิจัยทำควบคู่ยารักษามะเร็งได้ ไม่ใช่การหยุดรักษา

ดูแลแบบประคับประคองควบคู่ ไม่ใช่การยอมแพ้

การศึกษาของ Temel ใน NEJM ปี 2010
สุ่มผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็กระยะแพร่กระจาย 151 คน พบว่ากลุ่มที่ได้ดูแลแบบประคับประคองตั้งแต่เนิ่นๆ ควบคู่การรักษามะเร็ง มีคุณภาพชีวิตดีกว่า
ภาวะซึมเศร้าน้อยกว่า (16% vs 38%) และมีชีวิตยืนยาวกว่าโดยมัธยฐาน (11.6 vs 8.9 เดือน) แม้ได้รับการรักษาแบบรุนแรงช่วงท้ายน้อยกว่า

ไม่แน่ใจว่าอาการตอนนี้รอนัดได้ หรือต้องรีบแจ้งทีมรักษา?

วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา — แบบประเมินช่วยจัดระดับว่าอาการระหว่างการรักษามะเร็งควรเฝ้าดู แจ้งทีมรักษาเร็วขึ้น หรือต้องไปโรงพยาบาลทันที ใช้ร่วมกับสัญญาณอันตรายด้านบน ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค

คลิกทำแบบประเมินสัญญาณระหว่างการรักษามะเร็ง (ฟรี)

2. ภาวะผอมแห้งจากมะเร็ง (Cancer Cachexia): ทำไมกินแล้วน้ำหนักยังลด และฟื้นฟูอย่างไร

ตอบตรงๆ: น้ำหนักลดจาก 87 เหลือ 40 กิโลกรัม (ราว 54%) คือภาวะผอมแห้งระดับรุนแรง ต้องมีนักกำหนดอาหารหรือทีมโภชนบำบัดดูแลเร่งด่วน ไม่ใช่แค่ซื้ออาหารเสริมมากินเอง

นิยามและกลไก

ฉันทามติระดับนานาชาติ (Fearon 2011)
นิยามภาวะผอมแห้งจากมะเร็งว่าเป็นการสูญเสียกล้ามเนื้อต่อเนื่องที่แก้ด้วยอาหารปกติได้ไม่หมด เกณฑ์คือน้ำหนักลดเกิน 5% หรือเกิน 2% ในคนที่ผอมหรือกล้ามเนื้อน้อยอยู่แล้ว
แบ่งเป็นระยะก่อนผอมแห้ง ระยะผอมแห้ง และระยะดื้อต่อการรักษา สาเหตุมาจากทั้งกินได้น้อยและสารอักเสบจากมะเร็งที่เร่งสลายกล้ามเนื้อ

เป้าหมายพลังงานและโปรตีน

  • พลังงานราว 25–30 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัมต่อวัน และโปรตีนมากกว่า 1 จนถึง 1.5 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ตาม แนวทาง ESPEN 2021
  • แบ่งกินมื้อเล็ก 6–8 มื้อต่อวัน เน้นไข่ ปลา เต้าหู้ นมหรือโยเกิร์ต เติมพลังงานด้วยน้ำมันพืชหรือถั่วบด
  • อาหารทางการแพทย์ชนิดดื่มเสริม (ONS) ระหว่างมื้อ ให้นักกำหนดอาหารเลือกสูตรตามโรคร่วม เช่น เบาหวานหรือโรคไต
  • ถ้ากลืนลำบากจนกินไม่ถึงเป้าแม้ปรับแล้ว ให้คุยเรื่องให้อาหารทางสายตามเป้าหมายการรักษา
  • คนที่ผอมมากต้องเพิ่มอาหารทีละน้อยและเจาะเลือดดูเกลือแร่ เพราะเสี่ยง refeeding syndrome (ฟอสเฟต โพแทสเซียม แมกนีเซียมต่ำ)
  • ขยับร่างกายเบาๆ ตามแรง เช่น เดินในบ้าน ยกแขนขา ช่วยรักษากล้ามเนื้อที่เหลือ

ยาช่วยเพิ่มความอยากอาหาร: ช่วยได้จำกัด

แนวทาง ASCO 2020
ระบุว่ายังไม่มียาใดเป็นมาตรฐานสำหรับภาวะผอมแห้ง แต่ถ้าแพทย์ตัดสินใจลอง ยาที่มีหลักฐานคือกลุ่มโปรเจสเตอโรน เช่น megestrol acetate (เพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือด)
และสเตียรอยด์ระยะสั้นไม่กี่สัปดาห์ ยา anamorelin ซึ่งออกฤทธิ์ที่ตัวรับเกรลิน ใน
การศึกษา ROMANA 1 และ 2
เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ 0.99 และ 0.65 กิโลกรัมใน 12 สัปดาห์ แต่ไม่เพิ่มแรงบีบมือ และยังไม่มีจำหน่ายทุกประเทศ

ระยะของภาวะผอมแห้งจากมะเร็งและแนวทางดูแล (มือถือแสดงเป็นการ์ด)

ระยะภาวะผอมแห้ง: น้ำหนักที่ลด สภาพกล้ามเนื้อ แนวทางโภชนาการ และยา
ระยะน้ำหนักและกล้ามเนื้อแนวทางโภชนาการยาที่แพทย์อาจพิจารณา
ก่อนผอมแห้งลดไม่เกิน 5% เริ่มเบื่ออาหารปรึกษานักกำหนดอาหาร เพิ่มโปรตีนทุกมื้อ ขยับร่างกายคุมอาการที่ขวางการกิน เช่น คลื่นไส้ ปวด ท้องผูก
ผอมแห้งลดเกิน 5% หรือเกิน 2% ร่วมกับผอมหรือกล้ามเนื้อน้อยONS ระหว่างมื้อ ตามเป้าพลังงานและโปรตีน ติดตามน้ำหนักทุกสัปดาห์กลุ่มโปรเจสเตอโรน หรือสเตียรอยด์ระยะสั้น
ผอมแห้งรุนแรง (เช่น ลดเกินครึ่ง)กล้ามเนื้อสลายมาก อ่อนแรง เสี่ยงล้มและติดเชื้อทีมโภชนบำบัดเร่งด่วน พิจารณาอาหารทางสายถ้ากลืนไม่ได้ ระวัง refeedingทบทวนยาทุกตัว แก้สาเหตุกลืนลำบากหรือปวดก่อน
ดื้อต่อการรักษาโรคลุกลามเร็ว ร่างกายไม่ตอบสนองต่ออาหารกินเพื่อความสุขสบาย ไม่ฝืน ลดความกังวลเรื่องตัวเลขเน้นคุมอาการและคุณภาพชีวิตร่วมกับทีมประคับประคอง

น้ำมันปลา (EPA/DHA) มีหลักฐานจำกัด และ ASCO ยังไม่แนะนำเป็นมาตรฐาน ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ร่วมกับยารักษามะเร็ง และหลีกเลี่ยงสมุนไพรที่ไม่ผ่านทีมรักษา

3. คอแข็ง คอเอียง กลืนลำบาก: แยกสาเหตุก่อน แล้วฟื้นฟู

ตอบตรงๆ: พังผืดหลังฉายแสงซ้ำทำให้คอตึงและเอียงได้จริง แต่ในมะเร็งที่กระจายต้องแยกมะเร็งกระจายไปกระดูกคอ หลอดอาหารตีบ และเส้นประสาทกล่องเสียงอัมพาตก่อน เพราะรักษาต่างกันมาก

บทความทบทวนของ Stubblefield (2011)
อธิบายว่าพังผืดหลังฉายแสงค่อยๆ ทำให้เนื้อเยื่อแข็ง กล้ามเนื้อและเส้นประสาทเสียหาย ทำให้คอเอียงเกร็ง (cervical dystonia) และอ่อนแรงได้ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูมีบทบาทสำคัญในการฟื้นการทำงาน

สาเหตุที่พบของคอเอียงและกลืนลำบากในมะเร็งปอดที่กลับมาเป็นซ้ำ (มือถือแสดงเป็นการ์ด)

สาเหตุ เบาะแส การตรวจ และการดูแล
สาเหตุเบาะแสการตรวจการดูแล
พังผืดหลังฉายแสงตึงค่อยเป็นค่อยไปหลังฉายแสงหลายเดือน ผิวบริเวณฉายแข็งตรวจร่างกายโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูกายภาพยืดคอเบาๆ ทุกวัน ความร้อนอุ่น คุมปวด บางรายใช้ยาลดเกร็ง
มะเร็งกระจายไปกระดูกคอปวดคอมากขึ้น ปวดกลางคืน แขนชาหรืออ่อนแรงMRI กระดูกสันหลังส่วนคอฉายแสงเฉพาะจุด สเตียรอยด์ หรือผ่าตัดตามความเร่งด่วน
หลอดอาหารอักเสบหรือตีบหลังฉายแสงเจ็บเวลากลืน อาหารติดกลางอกส่องกล้องหรือกลืนแป้งถ่ายภาพยาเคลือบ ยาแก้ปวด ขยายหลอดอาหาร
ก้อนหรือต่อมน้ำเหลืองกดหลอดอาหารกลืนลำบากแย่ลงเรื่อยๆ จากอาหารแข็งไปอาหารเหลวCT ช่องอกรักษามะเร็ง ฉายแสงบรรเทา หรือใส่ขดลวดถ่างหลอดอาหาร
เส้นประสาทกล่องเสียงอัมพาตเสียงแหบ ไอหรือสำลักเวลาดื่มน้ำส่องกล้องดูสายเสียง ประเมินการกลืนนักแก้ไขการกลืนสอนท่ากลืน ปรับความข้นอาหาร หัตถการเสริมสายเสียง

กลืนให้ปลอดภัยระหว่างรอประเมิน

  • นั่งตัวตรง ก้มคางเล็กน้อยเวลากลืน และนั่งต่ออย่างน้อย 30 นาทีหลังกิน
  • อาหารนุ่มชุ่มชื้นหรือปั่นละเอียด ของเหลวที่สำลักง่ายอาจต้องทำให้ข้นขึ้นตามคำแนะนำ
  • คำเล็ก กินช้า ไม่คุยระหว่างกลืน
  • ดูแลช่องปากให้สะอาด ลดเชื้อที่อาจสำลักลงปอด

4. ความเครียดกับการตอบสนองของยา และการขอรับการสนับสนุนสิทธิ์การรักษา

ตอบตรงๆ: ก้อนไม่ยุบไม่ใช่ความผิดของผู้ป่วย งานวิจัยพบเพียงความสัมพันธ์ ไม่ได้พิสูจน์ว่าความเครียดทำให้ยาไม่ได้ผล แต่การลดภาระและได้พักช่วยให้กิน นอน และทนการรักษาได้ดีขึ้น

การวิเคราะห์รวมของ Chida (2008)
พบว่าปัจจัยด้านความเครียดสัมพันธ์กับการรอดชีวิตที่แย่ลงในหลายมะเร็งรวมถึงมะเร็งปอด แต่ผู้วิจัยเตือนว่ามีอคติการตีพิมพ์และควรตีความอย่างระมัดระวัง
ความเครียดอาจทำให้กินน้อย นอนไม่หลับ และพลาดนัด ซึ่งส่งผลทางอ้อมมากกว่าทำให้เซลล์มะเร็งดื้อยาโดยตรง

  • ขอพบนักสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาล เรื่องสิทธิ์การรักษา (บัตรทอง ประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ) ยาที่สิทธิ์ครอบคลุม ค่าเดินทาง และมูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง
  • คุยกับนายจ้างเรื่องลาป่วยหรือปรับงาน และถามสิทธิ์ประโยชน์ทดแทนกรณีเจ็บป่วยหรือทุพพลภาพตามระบบที่มี
  • ขอพบนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ด้านมะเร็ง ถ้าเครียด ซึมเศร้า หรือนอนไม่หลับต่อเนื่อง
  • ขอส่งต่อทีมดูแลแบบประคับประคองควบคู่ เพื่อคุมปวด เหนื่อย เบื่ออาหาร และวางแผนการดูแลล่วงหน้า
  • ให้ครอบครัวช่วยแบ่งงาน เช่น จดคำถามไปพบแพทย์ เตรียมอาหาร และพาไปตามนัด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถามที่ผู้ป่วยมะเร็งปอดที่กลับมาเป็นซ้ำและครอบครัวถามบ่อย

มะเร็งปอดกลับมาเป็นซ้ำและยาชุดที่ 2 ก้อนไม่ค่อยยุบ เกิดจากอะไร?

สาเหตุหลักคือเซลล์มะเร็งดื้อยา เมื่อโรคกลับมาเป็นซ้ำ เซลล์ที่รอดจากการรักษาครั้งแรกมักมีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมและตอบสนองต่อยาเดิมหรือยากลุ่มใกล้เคียงได้น้อยลง ก้อนในแต่ละตำแหน่งอาจมีลักษณะต่างกันด้วย การที่ก้อนไม่ยุบจึงสะท้อนชีววิทยาของมะเร็ง ไม่ใช่ความผิดของผู้ป่วย ขั้นต่อไปคือปรึกษาแพทย์เรื่องตรวจยีนซ้ำ และประเมินว่าการรักษาสายถัดไปแบบใดเหมาะกับแรงร่างกายตอนนี้

ควรตรวจยีนซ้ำไหม และตรวจจากเลือดแทนชิ้นเนื้อได้หรือไม่?

ควรถามแพทย์ผู้รักษา โดยเฉพาะถ้ายังไม่เคยตรวจยีนแบบครอบคลุม หรือโรคเปลี่ยนไปหลังการรักษา แนวทาง ESMO 2023 แนะนำตรวจยีนสำคัญ เช่น EGFR, ALK, ROS1, BRAF, KRAS G12C, MET, RET, NTRK และ HER2 ร่วมกับ PD-L1 ฉันทามติของ IASLC ปี 2021 ระบุว่าการตรวจจากเลือด (liquid biopsy) ใช้ได้เมื่อเก็บชิ้นเนื้อยากหรือเสี่ยง และถ้าพบยีนเป้าหมายก็ใช้ตัดสินใจได้ แต่ถ้าผลเลือดไม่พบยีน ควรพิจารณาตรวจชิ้นเนื้อยืนยัน

ยามุ่งเป้าและยาภูมิคุ้มกันบำบัดเหมาะกับทุกคนไหม?

ไม่ใช่ทุกคน ยามุ่งเป้าได้ผลดีเฉพาะเมื่อพบยีนเป้าหมาย เช่น EGFR หรือ ALK ถ้าไม่พบยีนเหล่านี้ยามุ่งเป้าจะไม่ช่วย ส่วนยาภูมิคุ้มกันบำบัดหลายรายได้ใช้ไปแล้วตั้งแต่การรักษาแรก และอาจมีผลข้างเคียงจากภูมิคุ้มกันอักเสบที่ต่างจากเคมีบำบัด ไม่ได้เบากว่าเสมอ แพทย์จะเลือกโดยดูผลยีน ยาที่เคยได้ และแรงร่างกาย (performance status) เพราะคนที่อ่อนแรงมากอาจได้ผลข้างเคียงมากกว่าประโยชน์

น้ำหนักลดจาก 87 เหลือ 40 กิโลกรัม ต้องฟื้นฟูโภชนาการอย่างไร?

น้ำหนักที่ลดจาก 87 เหลือ 40 กิโลกรัมคือลดไปราว 54 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งรุนแรงมาก ควรขอพบนักกำหนดอาหารหรือทีมโภชนบำบัดโดยเร็ว แนวทาง ESPEN แนะนำพลังงานราว 25–30 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัมต่อวัน และโปรตีนมากกว่า 1 จนถึง 1.5 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน แบ่งกินมื้อเล็กบ่อยๆ และใช้อาหารทางการแพทย์ชนิดดื่มเสริม ถ้ากลืนลำบากจนกินไม่พอ อาจคุยเรื่องให้อาหารทางสาย การเพิ่มอาหารในคนที่ผอมมากต้องค่อยๆ เพิ่มภายใต้การดูแล เพราะเสี่ยงเกลือแร่แปรปรวนจาก refeeding syndrome

มียาช่วยเพิ่มความอยากอาหารหรือเพิ่มน้ำหนักไหม?

มี แต่ช่วยได้จำกัด แนวทาง ASCO 2020 ระบุว่ายังไม่มียาใดเป็นมาตรฐาน ถ้าแพทย์ตัดสินใจลองใช้ ยาที่มีหลักฐานเพิ่มความอยากอาหารหรือน้ำหนักคือกลุ่มโปรเจสเตอโรน เช่น megestrol acetate ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือด และสเตียรอยด์ระยะสั้นไม่กี่สัปดาห์ ยา anamorelin ในการศึกษา ROMANA เพิ่มมวลกล้ามเนื้อราว 0.65–0.99 กิโลกรัมใน 12 สัปดาห์ แต่ไม่เพิ่มแรงบีบมือ และยังไม่มีจำหน่ายทุกประเทศ ห้ามซื้อยาเพิ่มน้ำหนักหรือสเตียรอยด์มากินเอง

คอเอียง คอแข็ง กลืนลำบาก หลังฉายแสงซ้ำ บรรเทาได้อย่างไร?

อาการนี้อาจมาจากพังผืดหลังฉายแสง (radiation fibrosis) ที่ทำให้กล้ามเนื้อคอตึงและเอียง แต่ในมะเร็งที่กระจายต้องให้แพทย์แยกสาเหตุอื่นก่อน เช่น มะเร็งกระจายไปกระดูกคอ หลอดอาหารอักเสบหรือตีบหลังฉายแสง ต่อมน้ำเหลืองกดหลอดอาหาร หรือเส้นประสาทกล่องเสียงอัมพาตทำให้สำลัก เมื่อแยกแล้ว การรักษาคือแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือนักกายภาพบำบัดสอนยืดคออย่างนุ่มนวล คุมปวดให้พอ และนักแก้ไขการกลืนประเมินการกลืนพร้อมปรับความข้นของอาหารให้ปลอดภัย

ความเครียดทำให้ยารักษามะเร็งไม่ได้ผลจริงไหม?

งานวิจัยรวมของ Chida ปี 2008 พบความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดกับการรอดชีวิตที่แย่ลง แต่เป็นการศึกษาเชิงสังเกตที่มีอคติการตีพิมพ์ และไม่ได้พิสูจน์ว่าความเครียดทำให้ยาไม่ได้ผล การดื้อยามาจากชีววิทยาของเซลล์มะเร็งเป็นหลัก จึงไม่ควรโทษตัวเอง อย่างไรก็ตาม การลดความเครียดและได้พักช่วยให้กินได้ นอนได้ และทนการรักษาได้ดีขึ้น ควรขอพบนักจิตวิทยาหรือทีมดูแลแบบประคับประคอง และนักสังคมสงเคราะห์เรื่องสิทธิ์การรักษาและค่าใช้จ่าย

การดูแลแบบประคับประคองหมายถึงการหยุดรักษาหรือเปล่า?

ไม่ใช่ การดูแลแบบประคับประคองทำควบคู่กับยารักษามะเร็งได้ เพื่อคุมปวด เหนื่อย เบื่ออาหาร และความเครียด การศึกษาของ Temel ใน NEJM ปี 2010 ในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็กระยะแพร่กระจาย พบว่าการได้รับการดูแลแบบประคับประคองตั้งแต่เนิ่นๆ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ภาวะซึมเศร้าลดลงจาก 38 เป็น 16 เปอร์เซ็นต์ และมีชีวิตยืนยาวขึ้นโดยมัธยฐาน 11.6 เทียบกับ 8.9 เดือน

กลไกทางวิทยาศาสตร์ (สรุปย่อ)

สรุปโดย :
ก้อนมะเร็งประกอบด้วยเซลล์หลายกลุ่มที่มีพันธุกรรมต่างกัน ยาสายแรกฆ่ากลุ่มที่ไวต่อยา ส่วนกลุ่มที่ดื้อยาหรือเกิดการกลายพันธุ์ใหม่จะรอดและเติบโตแทน จึงต้องตรวจยีนซ้ำเพื่อดูว่าตัวขับเคลื่อนเปลี่ยนไปหรือไม่
ในภาวะผอมแห้ง มะเร็งและเม็ดเลือดขาวหลั่งสารอักเสบ เช่น IL-6 และ TNF-α ที่ลดความอยากอาหารผ่านสมองส่วนไฮโปทาลามัส และกระตุ้นระบบยูบิควิติน-โปรตีเอโซมในกล้ามเนื้อให้สลายโปรตีน ไขมันถูกเผาผลาญเร็วขึ้น อาหารอย่างเดียวจึงแก้ได้ไม่หมด
ส่วนรังสีทำลายหลอดเลือดเล็กและกระตุ้นสาร TGF-β ทำให้ไฟโบรบลาสต์สร้างคอลลาเจนสะสมเป็นพังผืดที่ค่อยๆ แข็งตัวต่อเนื่องหลายปี ทำให้กล้ามเนื้อคอตึง เอียง และการกลืนผิดปกติ

เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ (E-E-A-T)

  1. Hendriks LE, et al. Oncogene-addicted metastatic non-small-cell lung cancer: ESMO Clinical Practice Guideline for diagnosis, treatment and follow-up. Ann Oncol 2023.
  2. Hendriks LE, et al. Non-oncogene-addicted metastatic non-small-cell lung cancer: ESMO Clinical Practice Guideline for diagnosis, treatment and follow-up. Ann Oncol 2023.
  3. Rolfo C, et al. Liquid Biopsy for Advanced NSCLC: A Consensus Statement From the International Association for the Study of Lung Cancer. J Thorac Oncol 2021.
  4. Fearon K, et al. Definition and classification of cancer cachexia: an international consensus. Lancet Oncol 2011.
  5. Roeland EJ, et al. Management of Cancer Cachexia: ASCO Guideline. J Clin Oncol 2020.
  6. Muscaritoli M, et al. ESPEN practical guideline: Clinical Nutrition in cancer. Clin Nutr 2021.
  7. Temel JS, et al. Anamorelin in patients with non-small-cell lung cancer and cachexia (ROMANA 1 and ROMANA 2). Lancet Oncol 2016.
  8. Temel JS, et al. Early palliative care for patients with metastatic non-small-cell lung cancer. N Engl J Med 2010.
  9. Stubblefield MD. Radiation fibrosis syndrome: neuromuscular and musculoskeletal complications in cancer survivors. PM R 2011.
  10. Chida Y, et al. Do stress-related psychosocial factors contribute to cancer incidence and survival? Nat Clin Pract Oncol 2008.

เรียบเรียงและทบทวนโดย · ใช้ชื่อสามัญทางยาเท่านั้น ไม่อ้างชื่อการค้า

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปจากงานวิจัยและแนวทางสากล ไม่ใช่การวินิจฉัย ไม่ใช่ใบสั่งยา และไม่แทนคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษาและทีมดูแล ตัวเลขจากการศึกษาเป็นค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ไม่ใช่การพยากรณ์รายบุคคล การเลือกยาสายถัดไปขึ้นกับผลยีน ยาที่เคยได้ และสภาพร่างกาย ห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยา หรือซื้อยาเพิ่มน้ำหนัก สเตียรอยด์ และสมุนไพรมาใช้เอง หากมีสัญญาณอันตรายข้อใด ให้ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที