หมวดหมู่: สูตินรีเวชวิทยา และสุขภาพจิตมารดาและทารก (Maternal Mental Health & Obstetrics Care)
ท้อง 23 สัปดาห์ อารมณ์สวิง เหวี่ยงง่าย! ถอดรหัสฮอร์โมนแม่ท้อง + คู่มือคุณพ่อรับมืออย่างเข้าใจ
ไทย ·
English ·
Español
· ☕ Buy me a coffee
ภาวะอารมณ์สวิงและหงุดหงิดง่ายในแม่ท้องช่วง 23 สัปดาห์ เกิดจากการพุ่งสูงและแกว่งตัวของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งกระทบต่อสารสื่อประสาทเซโรโทนินในสมอง ประกอบกับความบวม อึดอัด ปวดหลัง และการนอนหลับไม่สนิท สามารถรับมือได้โดยการสื่อสารกับสามี ปรับสิ่งแวดล้อม และผ่อนคลายความเครียด แต่หากมีอาการเศร้าดิ่ง ไร้ความสุขติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองภาวะซึมเศร้าขณะตั้งครรภ์
1. พายุฮอร์โมนเอสโตรเจน–โปรเจสเตอโรน: ทำไมเซโรโทนินถึงแกว่งตามท้อง
โดย
ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์:
ในไตรมาส 2 รวมช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 23 ระดับ
เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน
สูงขึ้นมากเพื่อประคองการตั้งครรภ์ และยังมีช่วงแกว่งตัวรายวัน–รายสัปดาห์
ฮอร์โมนเหล่านี้มีผลต่อระบบ
เซโรโทนินและโดพามีน
ในสมองส่วนควบคุมอารมณ์ ความหงุดหงิด ร้องไห้ง่าย หรือรู้สึก “ไม่ใช่ตัวเอง” จึงเป็นกลไกทางชีววิทยา ไม่ใช่ความอ่อนแอหรือการ “คิดมาก”
ตามแนวทางคัดกรองสุขภาพจิตปริกำเนิดของ
ACOG
และข้อมูล
WHO — Maternal mental health
ภาวะอารมณ์แปรปรวนขณะตั้งครรภ์พบได้บ่อย แต่ส่วนหนึ่งอาจพัฒนาเป็น
ซึมเศร้าขณะตั้งครรภ์ (antenatal / prenatal depression)
ซึ่งต้องการการคัดกรองและการดูแลจากสูติแพทย์ร่วมกับจิตเวชปริกำเนิด
การขอความช่วยเหลือคือการดูแลทั้งแม่และทารก ไม่ใช่การตำหนิตัวเอง
ตาราง: การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน กับผลทางอารมณ์และร่างกาย
| การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน / สารสื่อประสาท | ผลทางอารมณ์ที่พบบ่อย | ผลทางสรีรวิทยาที่พบบ่อย | แนวรับมือเบื้องต้น (ไม่ใช่การวินิจฉัย) |
|---|---|---|---|
| เอสโตรเจนสูงและแกว่ง | หงุดหงิดง่าย ร้องไห้ฉับพลัน อารมณ์สวิง | ร้อนง่าย ความไวต่อกลิ่น/เสียงสูงขึ้น | พักสั้นๆ ลดสิ่งเร้า บอกคู่ครองว่าต้องการพื้นที่ |
| โปรเจสเตอโรนสูง | ง่วง ซึมชั่วคราว รู้สึก “ช้าลง” | ท้องผูก ท้องอืด ง่วงกลางวัน | จัดตารางพัก ดื่มน้ำเพียงพอ ปรึกษาสูติแพทย์เรื่องท้องผูก |
| เซโรโทนินถูกกระทบ | วิตกกังวล ความอดทนต่ำ รู้สึกผิดง่าย | นอนหลับไม่สนิท ตื่นกลางดึก | สุขอนามัยการนอน ลดคาเฟอีนตามคำแนะนำแพทย์ |
| โดพามีน / ความเครียด (คอร์ติซอล) | หมดไฟชั่วคราว ขาดแรงจูงใจในบางวัน | ปวดหลัง บวมเท้า ความอึดอัดท้องโต | พยุงหลัง นอนตะแคงซ้าย แบ่งเบาภาระบ้าน |
2. ไตรมาส 2: ความไม่สบายกายที่ลดความอดทนต่อความเครียด
ช่วงท้องประมาณ 23 สัปดาห์ มดลูกโตขึ้นชัด ความดันต่อหลังและเชิงกรานมากขึ้น
อาการบวมที่เท้า–ข้อเท้า การนอนตะแคงไม่สนิท และการตื่นเข้าห้องน้ำกลางคืน
ทำให้สมองส่วนควบคุมอารมณ์ทำงานภายใต้ภาระสะสม
เมื่อร่างกายเหนื่อย ความอดทนต่อเสียงดัง งานบ้าน หรือคำพูดซ้ำๆ จะลดลง — จึงดู “เหวี่ยงง่าย” ทั้งที่แม่พยายามควบคุมอารมณ์อยู่แล้ว
- ปวดหลัง / ปวดสะโพก: ใช้หมอนรองระหว่างเข่า นั่งพักบ่อย หลีกเลี่ยงการยืนนาน
- นอนไม่หลับ: ห้องมืดเย็นพอประมาณ ปิดหน้าจอก่อนนอน 30–60 นาที
- บวม: ยกเท้าสูงเป็นช่วงสั้นๆ สังเกตอาการบวมฉับพลัน ปวดศีรษะรุนแรง หรือตาพร่า — แจ้งสูติแพทย์ทันที
- อึดอัดท้องโต: กินมื้อเล็กๆ บ่อยครั้ง นั่งตัวตรงหลังมื้ออาหาร
อ่านเพิ่มเรื่องสัญญาณเตือนระหว่างตั้งครรภ์ได้ที่
แบบประเมินสัญญาณตั้งครรภ์/หลังคลอด
และหลังคลอดอาจเกี่ยวโยงกับ
คู่มือซึมเศร้าหลังคลอด (PPD)
อยากรู้ว่าอาการเข้าข่ายมากน้อยแค่ไหน?
วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา
คลิกทำแบบประเมินสัญญาณตั้งครรภ์/หลังคลอด (ฟรี)
ทางเลือกเสริม (สุขภาพจิตทั่วไป ไม่แทนแบบประเมินชั้นตั้งครรภ์):
แบบประเมินสัญญาณสุขภาพจิต
3. คู่ครองและครอบครัว: 4 วิธีสนับสนุนโดยไม่ตำหนิ
คู่ครองมีบทบาทสำคัญในการลดความเหงาและความผิดของแม่ท้อง
จุดประสงค์ไม่ใช่ “แก้ให้อารมณ์หายทันที” แต่คือทำให้แม่รู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียวและไม่ถูกตัดสิน
1ฟังก่อน แก้ทีหลัง
อย่าขัดว่า “คิดมาก” หรือ “คนอื่นท้องก็ผ่านได้” ให้ทวนความรู้สึกสั้นๆ แล้วถามว่าต้องการคำแนะนำหรือแค่คนฟัง
2แบ่งเบาภาระกายโดยไม่ต้องรอให้ขอ
ทำงานบ้าน ซื้อของ พาไปพบสูติแพทย์ และลดงานที่ยืนนานหรือยกของ — ความเหนื่อยกายเป็นเชื้อเพลิงของอารมณ์สวิง
3ปกป้องการนอนและการพัก
ช่วยจัดห้องเงียบ ลดแขกช่วงดึก และผลัดกันดูแลเรื่องบ้านเพื่อให้แม่ได้นอนต่อเนื่องอย่างน้อยช่วงสั้นๆ ที่คุณภาพดีขึ้น
4ช่วยสังเกตสัญญาณแดงและพาไปพบแพทย์
หากเศร้าดิ่งเกิน 2 สัปดาห์ ไร้ความสุข หรือพูดถึงการไม่อยากมีชีวิตอยู่ — พาไปพบสูติแพทย์/จิตเวชปริกำเนิดทันที อย่ารอให้ “ดีขึ้นเอง”
4. สัญญาณแดง: เมื่อใดที่ไม่ใช่แค่อารมณ์สวิง — สงสัยซึมเศร้าขณะตั้งครรภ์
- เศร้า หดหู่ หรือน้ำตาไหลเกือบทั้งวัน ติดต่อกัน ≥ 2 สัปดาห์
- สูญเสียความสุข / ความสนใจในสิ่งที่เคยชอบ (anhedonia)
- รู้สึกห่างจากทารกในครรภ์ กลัวว่าจะไม่รักลูก หรือรู้สึกผิดรุนแรงต่อเนื่อง
- นอนไม่หลับหรือนอนมากผิดปกติจนรบกวนการดูแลตัวเอง ร่วมกับอ่อนเพลียมาก
- คิดทำร้ายตนเอง คิดฆ่าตัวตาย หรือรู้สึกว่าครอบครัวจะดีกว่าถ้าไม่มีตน — ไปห้องฉุกเฉินทันที และโทร สายด่วนสุขภาพจิต 1323
ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล + สายด่วนสุขภาพจิต 1323 (24 ชม.) ·
แจ้งสูติแพทย์ / ทีมปริกำเนิดโดยเร็ว ·
หากอันตรายถึงชีวิตฉับพลัน โทร 1669
ตาม
NIH MedlinePlus — Pregnancy and mental health
และ
NIMH — Perinatal Depression
ซึมเศร้าสามารถเกิดได้ทั้งระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด
การคัดกรองและการรักษาที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงต่อแม่และทารก
ห้ามซื้อหรือปรับยาต้านเศร้าเองขณะท้อง —
หากจำเป็นต้องใช้ยา ต้องผ่านการประเมินของสูติแพทย์และจิตเวชปริกำเนิดเท่านั้น
ตารางเปรียบเทียบ: อารมณ์สวิงปกติ vs สัญญาณแดงซึมเศร้าขณะตั้งครรภ์
| มิติ | อารมณ์สวิงปกติขณะตั้งครรภ์ | สัญญาณแดง — สงสัย antenatal depression | การปฏิบัติที่แนะนำ |
|---|---|---|---|
| ระยะเวลา | เป็นช่วงสั้นๆ ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน สลับมีช่วงโล่ง | เศร้า/ไร้ความสุขเกือบทุกวัน ≥ 2 สัปดาห์ | นัดสูติแพทย์เพื่อคัดกรองสุขภาพจิต |
| ความสุขและความสนใจ | ยังสนุกกับบางกิจกรรมได้เมื่อพักแล้ว | anhedonia — ไม่มีความสุขแม้กับสิ่งที่เคยชอบ | แจ้งแพทย์ชัดเจน อย่ารอให้ “พยายามคิดบวก” |
| การผูกพันกับทารกในครรภ์ | อาจกังวลเป็นครั้งคราว แต่ยังรู้สึกเชื่อมโยง | รู้สึกห่าง ไม่สนใจ หรือกลัวว่าจะไม่รักลูกอย่างต่อเนื่อง | ส่งต่อจิตเวชปริกำเนิดตามแผนสูติแพทย์ |
| ความคิดทำร้ายตนเอง | ไม่มี | มี — แม้เป็นครั้งคราวก็ถือเป็นวิกฤต | ER ทันที + โทร 1323 ห้ามอยู่คนเดียว |
| การตอบสนองต่อการสนับสนุน | มักดีขึ้นเมื่อได้พัก นอน และคู่ครองช่วย | ไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงแม้ได้รับการสนับสนุน | อย่าสรุปว่า “แค่ฮอร์โมน” — พบแพทย์ |
เส้นทางการดูแลเมื่อสงสัยซึมเศร้าขณะตั้งครรภ์
- บอกสูติแพทย์ตรงๆ ถึงระยะเวลาอาการ ความสามารถในการใช้ชีวิต และการนอน
- แพทย์อาจใช้แบบคัดกรองมาตรฐาน (เช่น Edinburgh Postnatal Depression Scale ที่ปรับใช้ในปริกำเนิด) และส่งต่อจิตเวชปริกำเนิด
- การบำบัดทางจิตใจ (เช่น CBT / IPT) เป็นทางเลือกสำคัญที่แพทย์อาจแนะนำตามความเหมาะสม
- หากพิจารณาใช้ยาต้านเศร้า ต้องเป็นดุลยพินิจของทีมสูติ–จิตเวชปริกำเนิดเท่านั้น — ห้ามทดลองยาเอง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ท้อง 23 สัปดาห์ อารมณ์สวิงและหงุดหงิดง่ายเกิดจากอะไร?
ช่วงไตรมาส 2 ระดับเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนสูงและแกว่งตัว ส่งผลต่อเซโรโทนินและโดพามีน
ร่วมกับปวดหลัง นอนไม่หลับ ความบวม และความอึดอัด ทำให้ความอดทนต่อความเครียดลดลง
ไม่ใช่ความอ่อนแอของแม่
อารมณ์สวิงปกติกับซึมเศร้าขณะตั้งครรภ์ (antenatal depression) ต่างกันอย่างไร?
อารมณ์สวิงปกติมักเป็นช่วงสั้นๆ ยังมีความสุขกับบางกิจกรรมได้
หากเศร้าดิ่ง ไร้ความสุข รู้สึกห่างจากทารกในครรภ์ หรือคิดทำร้ายตนเองติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์
ควรรีบพบสูติแพทย์เพื่อคัดกรองและส่งต่อจิตเวชปริกำเนิด
สามีหรือคู่ครองช่วยแม่ท้องที่อารมณ์สวิงได้อย่างไร โดยไม่ทำให้รู้สึกถูกตำหนิ?
ฟังโดยไม่ขัดทันที อย่าพูดว่าคิดมาก ช่วยงานบ้าน ปกป้องการนอน
และใช้สคริปต์สั้นๆ เช่น “ฉันอยู่ข้างๆ แม่ไม่ได้อยู่คนเดียว”
หากสงสัยสัญญาณแดง พาไปพบแพทย์ด้วยกัน
ถ้าคิดฆ่าตัวตายหรืออยากทำร้ายตัวเองขณะท้อง ควรทำอะไรทันที?
ไปห้องฉุกเฉินทันที และโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323
แจ้งสูติแพทย์หรือทีมปริกำเนิดโดยเร็ว ห้ามทนคนเดียว และห้ามปรับยาเอง
แม่ท้องกินยาต้านเศร้าเองได้ไหมเมื่ออารมณ์ไม่ดี?
ไม่ได้ ห้ามซื้อหรือปรับยาต้านเศร้าเองขณะตั้งครรภ์
การตัดสินใจเรื่องยาต้องผ่านสูติแพทย์และจิตเวชปริกำเนิดที่ชั่งน้ำหนักความเสี่ยง–ประโยชน์รายบุคคล
ควรใช้แบบประเมินสัญญาณตั้งครรภ์/หลังคลอดเมื่อไหร่?
เมื่ออยากเช็กว่าอาการเข้าข่ายมากน้อยแค่ไหน และมีสัญญาณที่ห้ามเพิกเฉยหรือไม่
แบบประเมินช่วยจัดระดับความเร่งด่วนและเชื่อมคำแนะนำจาก Advisory team แต่ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค
หากมีอาการแดงรุนแรงหรือคิดทำร้ายตนเอง ให้ไป ER และโทร 1323 ก่อน
เริ่มได้ที่
pregnancy-red-flag-score
สนับสนุนงานเขียนนี้
หากหน้านี้ช่วยให้แม่ท้องหรือคู่ครองกล้าพูดถึงอารมณ์และขอความช่วยเหลือได้เร็วขึ้น การสนับสนุนเล็กน้อยช่วยให้เรายังเผยแพร่บทความอิงหลักฐานได้ต่อเนื่อง
อ่านต่อ
แหล่งอ้างอิง (E-E-A-T)
- ACOG — Screening for Perinatal Depression
- NIMH — Perinatal Depression
- NIH MedlinePlus — Pregnancy and mental health
- WHO — Maternal mental health
- กรมสุขภาพจิต — สายด่วน 1323
ผู้เขียน:
ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
บทความนี้เป็นความรู้สุขภาพจิตมารดาเพื่อการเรียนรู้เบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัย ไม่ใช่คำสั่งแพทย์
และไม่แทนการพบสูติแพทย์ จิตเวชปริกำเนิด หรือทีมฉุกเฉิน
ห้ามเริ่ม หยุด หรือปรับยาต้านเศร้าเองขณะตั้งครรภ์
หากมีความคิดทำร้ายตนเอง ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที และโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323