หมวดหมู่: นรีเวช · เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ · ฮอร์โมนและกระดูก
ฉีดยารักษาเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ทุก 3 เดือนจนประจำเดือนหยุด: หนาวสลับร้อนตอนกลางคืน นอนไม่หลับ น้ำหนักขึ้น ท้องอืด แมกนีเซียมช่วยได้แค่ไหน และการดูแลกระดูก
AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)
ยาฉีดทุก 3 เดือนสำหรับเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่มักเป็น medroxyprogesterone acetate หรือ GnRH agonist ทั้งคู่กดรังไข่จนประจำเดือนหยุด เอสโตรเจนที่ต่ำลงทำให้ร้อนวูบวาบ หนาวสั่นกลางคืน หลับยาก และกระดูกบางลง แมกนีเซียมไม่ลดร้อนวูบวาบ ส่วน add-back therapy ช่วยลดอาการและปกป้องกระดูกเมื่อใช้ GnRH agonist
ยาฉีดสองกลุ่มเทียบกัน,
add-back therapy,
แมกนีเซียมกับร้อนวูบวาบ
และผลต่อกระดูก
สัญญาณอันตราย ·
ยาฉีดชนิดไหน ·
หนาวสลับร้อนและการนอน ·
แมกนีเซียม ·
น้ำหนักและท้องอืด ·
กระดูกและ add-back ·
ตารางเปรียบเทียบ ·
คำถามที่พบบ่อย
จากกลุ่มผู้อ่าน: ฉีดยาทุก 3 เดือน ประจำเดือนหายไป แล้วอาการเหมือนวัยทอง
สมาชิกท่านหนึ่งในวัย 40 ต้นๆ รักษาโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ด้วยยาฉีดทุก 3 เดือน ประจำเดือนไม่มามานาน
ช่วงนี้กลางคืนหนาวสลับร้อน หลับยาก ตื่นกลางดึก อ่อนเพลีย น้ำหนักขึ้น และท้องอืด กำลังกินแมกนีเซียมและรับยาตามนัดสม่ำเสมอ
หลายคนในกลุ่มถามคำถามคล้ายกันว่าอาการเหล่านี้มาจากยาไหม และดูแลตัวเองอย่างไรได้บ้าง
คำตอบสั้นๆ: อาการชุดนี้เข้ากับภาวะเอสโตรเจนต่ำจากยาที่กดรังไข่ ซึ่งคาดการณ์ได้และมีวิธีจัดการ
สิ่งแรกที่ควรรู้คือชื่อยาที่ฉีด เพราะยาสองกลุ่มมีผลต่ออาการและกระดูกต่างกัน อ่านภาพรวมการรักษาด้วยฮอร์โมนเพิ่มเติมได้ที่
ปวดท้องประจำเดือนรุนแรง ช็อกโกแลตซีสต์ และมดลูกโต: ฮอร์โมน GnRH / dienogest และการดูแลหัวใจ
สัญญาณอันตราย — ต้องรีบไปโรงพยาบาลหรือพบแพทย์
คำตอบตรง: ร้อนวูบวาบ หลับยาก และน้ำหนักขึ้นเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ แต่อาการต่อไปนี้ไม่ใช่ผลของเอสโตรเจนต่ำทั่วไป ห้ามรอถึงวันนัดฉีดยาครั้งถัดไป
ผู้ที่ได้ฮอร์โมนเสริมแบบ add-back ที่มีเอสโตรเจนควรรู้จักอาการลิ่มเลือดด้วย
(ESHRE 2022)
ไปโรงพยาบาลทันที หรือโทร 1669
- เจ็บแน่นหน้าอก หายใจหอบ ไอเป็นเลือด หรือใจสั่นร่วมกับเป็นลม
- น่องบวม ปวด แดง ร้อนข้างเดียว ซึ่งอาจเป็นลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ
- ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงซีกเดียว พูดไม่ชัด ปวดศีรษะรุนแรงฉับพลัน หรือตามัวทันที
- ปวดท้องน้อยรุนแรงฉับพลันร่วมกับไข้ อาเจียน หรือหน้ามืด ซึ่งอาจเป็นซีสต์แตกหรือรังไข่บิด
- ซึมเศร้าหนัก สิ้นหวัง หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นัดพบแพทย์ภายในไม่กี่วัน
- เลือดออกทางช่องคลอดมากจนชุ่มผ้าอนามัยทุกชั่วโมง หรือเลือดออกนานร่วมกับเวียนศีรษะ
- ปวดกระดูกหลังล้มเบาๆ ลงน้ำหนักไม่ได้ หรือปวดหลังฉับพลันจนก้มตัวไม่ได้
- จุดฉีดยาบวมแดงร้อนลามกว้าง มีหนอง หรือมีไข้
- นอนไม่หลับติดต่อกันจนทำงานหรือขับรถไม่ปลอดภัย
1. ยาฉีดทุก 3 เดือนมีกี่แบบ และทำไมประจำเดือนหยุด
คำตอบตรง: ยาฉีดทุก 3 เดือนสำหรับโรคนี้มีสองกลุ่มหลัก คือโปรเจสตินชนิดฉีด medroxyprogesterone acetate และ GnRH agonist ชนิดออกฤทธิ์นาน 3 เดือน
ทั้งสองกลุ่มลดปวดได้ใกล้เคียงกัน แต่ GnRH agonist กดเอสโตรเจนลึกกว่า จึงร้อนวูบวาบมากกว่าและกระดูกบางเร็วกว่า
(Schlaff 2006,
Crosignani 2006)
กลุ่มที่ 1: medroxyprogesterone acetate (DMPA)
เป็นโปรเจสตินที่ยับยั้งการตกไข่และทำให้รอยโรคเยื่อบุโพรงมดลูกฝ่อ มีทั้งชนิดฉีดเข้ากล้าม 150 มก. และชนิดฉีดใต้ผิวหนัง 104 มก. ทุก 3 เดือน
ในงานวิจัยผู้ป่วย 274 คน ชนิดฉีดใต้ผิวหนังลดปวดได้เทียบเท่า leuprorelin มีอาการขาดเอสโตรเจนน้อยกว่า กระดูกบางลงน้อยกว่า แต่เลือดออกกะปริดกะปรอยมากกว่า
(Schlaff 2006)
กลุ่มที่ 2: GnRH agonist ชนิด 3 เดือน
ได้แก่ leuprorelin 11.25 มก. triptorelin 11.25 มก. หรือ goserelin 10.8 มก. ยากระตุ้นต่อมใต้สมองต่อเนื่องจนตัวรับ GnRH ไม่ตอบสนอง ฮอร์โมน LH และ FSH ลดลง รังไข่หยุดสร้างเอสโตรเจนจนระดับใกล้หญิงหมดประจำเดือน
อาการจึงคล้ายวัยทองมาก และกลับคืนได้หลังหยุดยา
(Hornstein 1998)
ช่วงอายุ 40 ต้นๆ ต้องคิดเรื่องวัยทองจริงด้วยไหม
ช่วงอายุนี้รังไข่บางคนเริ่มทำงานลดลงตามธรรมชาติ ระหว่างฉีดยาที่กดรังไข่ การตรวจฮอร์โมนในเลือดแปลผลยาก แพทย์จึงมักดูจากอาการ ระยะเวลาที่ใช้ยา และอาการหลังหยุดยาประกอบกัน
ยาไม่ได้ทำให้เข้าวัยทองถาวร แต่ถ้าอายุใกล้วัยหมดประจำเดือนตามธรรมชาติ ประจำเดือนอาจไม่กลับมาหลังหยุดยา
ยากลุ่ม medroxyprogesterone acetate มีอาการขาดเอสโตรเจนน้อยกว่า GnRH agonist ในการทดลองเปรียบเทียบโดยตรง ก่อนตัดสินใจเรื่องฮอร์โมนเสริมหรือการดูแลกระดูก ต้องรู้ชื่อยาที่ฉีดก่อน
2. หนาวสลับร้อนตอนกลางคืนและนอนไม่หลับ: เกิดจากอะไร
คำตอบตรง: เมื่อเอสโตรเจนต่ำ ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมองไวขึ้น ร่างกายขับความร้อนออกทางผิวหนังและเหงื่อทันทีที่อุณหภูมิแกนกลางสูงขึ้นเล็กน้อย
เหงื่อที่ระเหยทำให้หนาวสั่นตามมา จึงรู้สึกหนาวสลับร้อน และอาการตอนกลางคืนปลุกให้ตื่นซ้ำๆ
(NAMS 2023)
อาการแรงแค่ไหนขึ้นกับชนิดยา
ในการทดลองเปรียบเทียบ ผู้ที่ได้ GnRH agonist มีอาการขาดเอสโตรเจนมากกว่าผู้ที่ได้ medroxyprogesterone acetate ชนิดใต้ผิวหนัง
(Schlaff 2006)
ส่วนยารับประทานกลุ่มใหม่อย่าง relugolix ที่ใช้คู่เอสโตรเจนและโปรเจสตินขนาดต่ำในเม็ดเดียว ยังพบร้อนวูบวาบเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อย
(Giudice 2022)
ดูแลการนอนอย่างไร
- ถ้าตื่นเพราะเหงื่อออกและร้อน การลดอาการร้อนวูบวาบคือการแก้ที่ต้นเหตุ ผู้ที่ได้ GnRH agonist ควรถามแพทย์เรื่อง add-back therapy
- การบำบัดความคิดและพฤติกรรมสำหรับนอนไม่หลับ (CBT-I) เป็นการรักษาลำดับแรกของนอนไม่หลับเรื้อรังในผู้ใหญ่
(Qaseem 2016) - เข้านอนและตื่นเวลาเดิม ลุกจากเตียงถ้านอนไม่หลับเกิน 20 นาที งดกาแฟหลังเที่ยง และงดแอลกอฮอล์ซึ่งกระตุ้นร้อนวูบวาบได้
- ห้องนอนเย็น ผ้าห่มบางหลายชั้น เสื้อผ้าระบายเหงื่อ และเตรียมเสื้อสำรองข้างเตียง ช่วยให้กลับไปนอนต่อได้เร็วขึ้น
อ่อนเพลียและอารมณ์
อ่อนเพลียมักตามมาจากการนอนที่ขาดตอน งานทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมพบว่าอาการซึมเศร้าเพิ่มขึ้นในผู้หญิงที่ได้ GnRH agonist รักษาโรคนี้ และอาการตอบสนองต่อการรักษาได้
(Warnock 1998)
ถ้าอารมณ์ซึมนานกว่า 2 สัปดาห์ ควรบอกแพทย์ ไม่ใช่ทนจนครบคอร์สยา
3. แมกนีเซียมช่วยได้แค่ไหน: นอน ร้อนวูบวาบ และลำไส้
คำตอบตรง: หลักฐานเรื่องการนอนมีขนาดเล็กและคุณภาพต่ำ ส่วนร้อนวูบวาบ การทดลองขนาดใหญ่พบว่าแมกนีเซียมไม่ได้ผลดีกว่ายาหลอก
แมกนีเซียมช่วยระบายท้องได้จริงเพราะดึงน้ำเข้าลำไส้ ซึ่งเป็นประโยชน์ถ้าท้องผูก แต่ทำให้ท้องเสียได้
(Mah 2021,
Park 2015)
การนอน
การวิเคราะห์รวม 3 การทดลองในผู้สูงอายุ 151 คน พบว่าแมกนีเซียมทำให้หลับเร็วขึ้น 17.36 นาทีเทียบกับยาหลอก เวลานอนรวมเพิ่ม 16 นาทีแต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
ทุกการทดลองมีความเสี่ยงอคติปานกลางถึงสูง และยังไม่มีการทดลองในผู้หญิงที่ได้ยากดรังไข่
(Mah 2021)
ร้อนวูบวาบ
การทดลองแบบสุ่มปกปิดสองทางในผู้หญิง 289 คนที่มีร้อนวูบวาบรบกวน ให้ magnesium oxide 800 หรือ 1,200 มก. ต่อวันเทียบกับยาหลอก พบว่าคะแนนและความถี่ของร้อนวูบวาบไม่ต่างกัน
กลุ่มที่ได้แมกนีเซียมท้องเสียมากกว่าและท้องผูกน้อยกว่า
(Park 2015)
ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย
- ปริมาณสูงสุดที่ยอมรับได้จากอาหารเสริมในผู้ใหญ่คือ 350 มก. ต่อวัน ไม่รวมแมกนีเซียมจากอาหาร
(NIH ODS) - ผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรังระยะท้าย ขับแมกนีเซียมได้น้อยลงจนระดับในเลือดสูงเกินได้ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
(Cunningham 2012) - ถ้าท้องเสีย ให้ลดขนาดหรือหยุด แมกนีเซียมอาจลดการดูดซึมยาบางกลุ่ม เช่น ยาฆ่าเชื้อกลุ่มเตตราไซคลินและควิโนโลน ควรกินห่างกันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
การทดลอง 289 คนไม่พบว่าแมกนีเซียมลดร้อนวูบวาบ และหลักฐานเรื่องการนอนยังเป็นคุณภาพต่ำ การกินต่อในขนาดไม่เกินฉลากทำได้ แต่ไม่ควรใช้แทนการปรึกษาแพทย์เรื่อง add-back therapy
ปวดเชิงกราน เลือดออกผิดปกติ หรืออาการข้างเคียงจากยาฮอร์โมน อยู่ระดับไหน?
วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา แบบประเมินนี้ช่วยจัดระดับอาการเชิงกรานว่าดูแลตัวเองต่อได้ ควรนัดพบแพทย์ หรือควรรีบไปโรงพยาบาล
ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ถ้ามีอาการในหัวข้อสัญญาณอันตรายด้านบน ให้ไปโรงพยาบาลโดยไม่ต้องรอคะแนน
4. น้ำหนักขึ้นและท้องอืด: เกี่ยวกับยาฉีดแค่ไหน
คำตอบตรง: น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมีหลักฐานชัดกว่าในยา medroxyprogesterone acetate ส่วนท้องอืดพบบ่อยในโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่เองอยู่แล้ว
(Berenson 2009,
Simons 2024)
น้ำหนักเพิ่มเท่าไร
งานติดตามผู้หญิง 703 คนด้วยเครื่องวัดองค์ประกอบร่างกาย พบว่าผู้ใช้ DMPA น้ำหนักเพิ่ม 5.1 กก. ไขมันเพิ่ม 4.1 กก. และไขมันสะสมที่ลำตัวมากขึ้นใน 36 เดือน มากกว่ากลุ่มยาเม็ดและกลุ่มไม่ใช้ฮอร์โมน
(Berenson 2009)
การทบทวนแบบ Cochrane พบว่าการทดลองส่วนใหญ่มีน้ำหนักเพิ่มเฉลี่ยไม่เกิน 2 กก. ใน 6–12 เดือน และหลักฐานโดยรวมมีคุณภาพต่ำ
(Lopez 2016)
ในการทดลองเปรียบเทียบ DMPA ชนิดใต้ผิวหนังกับ leuprorelin น้ำหนักที่เปลี่ยนไม่ต่างกัน
(Schlaff 2006)
ท้องอืด ท้องผูก
ผู้ป่วยเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่มากถึง 90% มีอาการทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูก ท้องอืด คลื่นไส้ และเสี่ยงลำไส้แปรปรวนสูงกว่าผู้หญิงทั่วไป 3–5 เท่า
(Simons 2024)
ท้องอืดจึงอาจมาจากตัวโรค ลำไส้แปรปรวน หรือการกินและการขยับร่างกายที่เปลี่ยนไปเพราะนอนไม่พอ มากกว่ามาจากยาฉีดอย่างเดียว
สิ่งที่ทำได้
- ชั่งน้ำหนักสัปดาห์ละครั้งเวลาเดิม ถ้าเพิ่มเกิน 2–3 กก. ใน 3 เดือนให้บอกแพทย์ในวันนัดฉีดยา
- โปรตีนทุกมื้อ ผักและธัญพืชไม่ขัดสี ลดเครื่องดื่มหวาน ซึ่งช่วยเรื่องความอิ่มและการขับถ่าย
- ออกกำลังกายแบบมีแรงต้านสัปดาห์ละ 2–3 วัน ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อและเป็นแรงกระตุ้นต่อกระดูก
- ถ้าท้องอืดร่วมกับถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรืออาเจียนบ่อย ให้พบแพทย์ ไม่ใช่เพิ่มแมกนีเซียมเอง
หลักฐานที่มีคือ DMPA สัมพันธ์กับน้ำหนักและไขมันที่เพิ่มขึ้นในบางคน และน้ำหนักลดลงได้บางส่วนหลังหยุดยา
ตาราง: อาการระหว่างฉีดยา สาเหตุ และสิ่งที่ช่วยได้
สรุปจากงานวิจัยในบทความ อาการของแต่ละคนต่างกันตามชนิดยา ระยะเวลา และโรคร่วม
| อาการ | สาเหตุที่เป็นไปได้ | สิ่งที่ช่วยตามหลักฐาน | เมื่อไรต้องบอกแพทย์ |
|---|---|---|---|
| หนาวสลับร้อน เหงื่อออกกลางคืน | เอสโตรเจนต่ำ พบมากกับ GnRH agonist | add-back therapy เมื่อใช้ GnRH agonist ห้องนอนเย็น | ตื่นหลายครั้งทุกคืน หรือมีไข้ร่วม |
| นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก | ร้อนวูบวาบปลุก ความกังวล ปวด | CBT-I เป็นลำดับแรก แมกนีเซียมหลักฐานคุณภาพต่ำ | นานกว่า 3 สัปดาห์ หรือง่วงจนขับรถไม่ปลอดภัย |
| น้ำหนักขึ้น | DMPA เพิ่มความอยากอาหารและไขมันในบางคน | โปรตีน ลดน้ำหวาน ออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน | เพิ่มเร็วกว่า 2–3 กก. ใน 3 เดือน |
| ท้องอืด ท้องผูก | ตัวโรค ลำไส้แปรปรวนร่วม การกินเปลี่ยน | ใยอาหาร น้ำ การเดิน แมกนีเซียมช่วยระบาย | ถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลด อาเจียนบ่อย |
| อารมณ์ซึม หงุดหงิด | เอสโตรเจนต่ำ นอนไม่พอ ปวดเรื้อรัง | รักษาได้ด้วยยาหรือการบำบัด ไม่ต้องทน | ซึมเกิน 2 สัปดาห์ หรือคิดทำร้ายตัวเอง โทร 1323 |
| เลือดออกกะปริดกะปรอย | พบบ่อยกับ DMPA ช่วงแรก | จดวันและปริมาณ แพทย์อาจปรับยา | เลือดออกมากจนชุ่มผ้าทุกชั่วโมง หรือเวียนศีรษะ |
5. กระดูกบางลงแค่ไหน และ add-back therapy คืออะไร
คำตอบตรง: GnRH agonist ที่ใช้ 12 เดือนโดยไม่มีฮอร์โมนเสริม ทำให้กระดูกสันหลังบางลง 6.3% ขณะที่กลุ่มที่ได้ add-back therapy ความหนาแน่นกระดูกคงที่
ยา medroxyprogesterone acetate ทำให้กระดูกบางลงช้ากว่าและฟื้นกลับได้หลังหยุดยา
(Hornstein 1998,
Kaunitz 2006)
ตัวเลขมาจากคนละการศึกษาและคนละระยะเวลา ใช้ดูแนวโน้ม ไม่ใช่เปรียบเทียบตรง (Hornstein 1998, Kaunitz 2006, Desilets 2026, Giudice 2022)
GnRH agonist: บางเร็ว add-back ช่วยได้
ในการทดลองผู้ป่วย 201 คนที่ได้ leuprorelin ทุก 4 สัปดาห์นาน 1 ปี กลุ่มยาหลอกกระดูกบางลง 6.3% ส่วนกลุ่มที่ได้ norethisterone acetate 5 มก. ต่อวัน หรือร่วมกับเอสโตรเจนขนาดต่ำ ความหนาแน่นกระดูกคงที่ และปวดลดลงเท่ากัน
(Hornstein 1998)
เมื่อติดตามหลังหยุดยา กลุ่มที่ไม่ได้ add-back กระดูกฟื้นช้าและยังไม่กลับถึงค่าเดิมในวันติดตามครั้งสุดท้าย
(Surrey 2002)
แนวทาง ESHRE ปี 2022 จึงแนะนำให้พิจารณาฮอร์โมนเสริมแบบ add-back ร่วมกับ GnRH agonist เพื่อป้องกันกระดูกบางและลดอาการขาดเอสโตรเจน
(ESHRE 2022)
DMPA: บางช้ากว่า และฟื้นได้
ผู้หญิงอายุ 25–35 ปีที่ฉีด DMPA เข้ากล้ามต่อเนื่อง 240 สัปดาห์ กระดูกสะโพกบางลง 5.16% และกระดูกสันหลัง 5.38% หลังหยุดยา 96 สัปดาห์เหลือ −0.20% และ −1.19%
(Kaunitz 2006)
การทบทวน 10 งานพบว่าความหนาแน่นกระดูกกลับสู่ค่าเดิมหรือใกล้เคียงหลังหยุดยาในทุกช่วงอายุ
(Kaunitz 2008)
ฉลากยาในสหรัฐฯ ยังมีคำเตือนกรอบดำเรื่องกระดูกเมื่อใช้ต่อเนื่องเกิน 2 ปี
(Cromer 2006)
add-back therapy คืออะไร
คือการให้ฮอร์โมนขนาดต่ำกลับเข้าไประหว่างใช้ยากดรังไข่ เช่น norethisterone acetate อย่างเดียว หรือเอสโตรเจนขนาดต่ำร่วมกับโปรเจสติน
หลักคิดมาจากสมมติฐานระดับเอสโตรเจน: เนื้อเยื่อแต่ละชนิดไวต่อเอสโตรเจนต่างกัน ระดับที่พอปกป้องกระดูกได้บางส่วนอาจยังไม่กระตุ้นรอยโรคให้กลับมาปวด
(Barbieri 1992)
การวิเคราะห์รวมพบว่า GnRH agonist ที่ใช้ร่วมกับ add-back ยังทำให้กระดูกบางลงเล็กน้อย 0.89% ที่ 6 เดือน และ 1.50% ที่ 12 เดือน
(Desilets 2026)
ผู้ที่เคยมีลิ่มเลือด โรคหลอดเลือดสมอง หรือมะเร็งที่ไวต่อฮอร์โมน ต้องให้แพทย์ประเมินก่อนใช้เอสโตรเจน
แคลเซียม วิตามินดี และวิตามินเคสอง
- ผู้หญิงอายุ 19–50 ปีควรได้แคลเซียม 1,000 มก. ต่อวัน เริ่มจากอาหารก่อน เช่น นม เต้าหู้แข็ง ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียว แล้วเสริมเฉพาะส่วนที่ขาด
(NIH ODS Calcium) - แคลเซียมซิเตรตดูดซึมได้ทั้งตอนท้องว่างและพร้อมอาหาร ส่วนแคลเซียมคาร์บอเนตดูดซึมดีเมื่อกินพร้อมอาหาร ทั้งสองแบบใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นซิเตรตเสมอ
- วิตามินดีวันละ 600 IU สำหรับผู้ใหญ่ตามค่าแนะนำทั่วไป ผู้ที่ขาดอาจต้องใช้ขนาดสูงกว่าตามผลเลือด
- วิตามินเคสอง: การทดลองในญี่ปุ่นใช้ menatetrenone 45 มก. ต่อวันซึ่งเป็นยาสั่งโดยแพทย์ ลดการสูญเสียกระดูกจาก leuprorelin ได้บางส่วน จาก −5.25% เหลือ −3.59% ใน 6 เดือน แต่ไม่ได้ป้องกันได้ทั้งหมด
(Somekawa 1999)
อาหารเสริมเคสองขนาดต่ำที่ขายทั่วไปยังไม่มีการศึกษาในสถานการณ์นี้ และผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิด warfarin ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
ตาราง: แผนดูแลกระดูกตามชนิดยาและระยะเวลา
ตัวเลขจากการทดลองและงานติดตามในบทความ การตรวจความหนาแน่นกระดูก (DEXA) และการให้ add-back ขึ้นกับการประเมินของแพทย์
| ยาและระยะเวลา | กระดูกที่ลดลง | หลังหยุดยา | สิ่งที่ควรคุยกับแพทย์ |
|---|---|---|---|
| GnRH agonist ไม่มี add-back 12 เดือน | สันหลัง −6.3% (Hornstein 1998) | ฟื้นช้า ยังไม่ถึงค่าเดิมในวันติดตาม | ขอพิจารณา add-back ตั้งแต่เริ่มยา |
| GnRH agonist + add-back 12 เดือน | −1.50% (Desilets 2026) | คงที่หรือใกล้ค่าเดิม (Surrey 2002) | ข้อห้ามของเอสโตรเจน และ DEXA ถ้าใช้นาน |
| DMPA ใต้ผิวหนัง 104 มก. 6 เดือน | น้อยกว่า leuprorelin ชัดเจน | กลับค่าเดิมใน 12 เดือน (Crosignani 2006) | อาการเลือดออกกะปริดกะปรอย |
| DMPA เข้ากล้าม 150 มก. หลายปี | สะโพก −5.16% สันหลัง −5.38% ใน 240 สัปดาห์ | −0.20% และ −1.19% หลัง 96 สัปดาห์ | ทบทวนเมื่อใช้เกิน 2 ปี และปัจจัยเสี่ยงกระดูก |
| dienogest 2 มก. 12 เดือน | −1.91% (Desilets 2026) | ข้อมูลยังจำกัด | ทางเลือกยารับประทานระยะยาว |
| relugolix ชนิดรวม 24 สัปดาห์ | −0.70% ถึง −0.78% (Giudice 2022) | กำลังติดตามในงานต่อเนื่อง | ความพร้อมของยาในไทยและค่าใช้จ่าย |
DMPA ทำให้กระดูกบางลงราว 5% ในเวลาราว 4–5 ปีและฟื้นได้หลังหยุดยา ส่วนวิตามินเคสองช่วยได้บางส่วนในการทดลองที่ใช้ยาขนาดสูง ไม่ได้ป้องกันกระดูกบางได้ทั้งหมด
6. เปรียบเทียบทางเลือกการรักษาและการดูแลอาการ
ตารางเปรียบเทียบ: ยากดรังไข่ ฮอร์โมนเสริม และการดูแลอาการ
ยาเป็นชื่อสามัญและกลุ่มยาเพื่อการศึกษา การเลือกและเปลี่ยนยาต้องผ่านการประเมินของแพทย์
| ทางเลือก | วิธีใช้ | อาการขาดเอสโตรเจน | ผลต่อกระดูก | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|---|
| medroxyprogesterone acetate (DMPA) | ฉีดเข้ากล้าม 150 มก. หรือใต้ผิวหนัง 104 มก. ทุก 3 เดือน | น้อยกว่า GnRH agonist | บางช้า ฟื้นได้หลังหยุด | เลือดออกกะปริดกะปรอย น้ำหนักเพิ่มในบางคน |
| GnRH agonist ชนิด 3 เดือน | leuprorelin 11.25 มก. triptorelin 11.25 มก. goserelin 10.8 มก. | มาก คล้ายวัยทอง | −6.3% ใน 1 ปีถ้าไม่มี add-back | มักใช้เป็นช่วงเวลาจำกัด |
| GnRH agonist + add-back | norethisterone acetate อย่างเดียว หรือร่วมกับเอสโตรเจนขนาดต่ำ | ลดลง | คงที่หรือลดเล็กน้อย | ESHRE 2022 แนะนำให้พิจารณา ประเมินข้อห้ามเอสโตรเจน |
| relugolix ชนิดรวม (ยารับประทาน) | relugolix 40 มก. + estradiol 1 มก. + norethisterone acetate 0.5 มก. วันละครั้ง | ยังพบร้อนวูบวาบ | −0.70% ถึง −0.78% ใน 24 สัปดาห์ | ลดปวดประจำเดือนได้ 75% ของผู้ป่วยเทียบกับยาหลอก 27–30% |
| dienogest 2 มก. | ยารับประทานวันละครั้ง | น้อย | −1.91% ใน 12 เดือน | นอนไม่หลับและเลือดออกกะปริดกะปรอยได้ |
| แมกนีเซียม | อาหารเสริมไม่เกิน 350 มก. ต่อวัน | ไม่ลดร้อนวูบวาบ (Park 2015) | ไม่มีหลักฐานในสถานการณ์นี้ | ช่วยระบาย ระวังในโรคไต |
| CBT-I และการปรับการนอน | 4–8 ครั้งกับผู้บำบัด หรือโปรแกรมออนไลน์ | ลดผลต่อการนอน | ไม่เกี่ยว | ลำดับแรกของนอนไม่หลับเรื้อรัง ใช้ร่วมกับยาได้ |
ความเชื่อที่ควรแก้
ฉีดยาแล้วจะเข้าวัยทองถาวร
ยากดรังไข่เป็นแบบชั่วคราว รังไข่กลับมาทำงานหลังหยุดยา ยกเว้นผู้ที่อายุถึงวัยหมดประจำเดือนตามธรรมชาติพอดีในช่วงนั้น
แมกนีเซียมเป็นยากระตุ้น GABA ทำให้หลับสนิทโดยไม่ต้องใช้ยานอนหลับ
หลักฐานในคนมีแค่ 3 การทดลองขนาดเล็กที่คุณภาพต่ำ หลับเร็วขึ้นราว 17 นาที การนอนไม่หลับเรื้อรังควรเริ่มด้วย CBT-I และแก้ร้อนวูบวาบที่ปลุกให้ตื่น
แมกนีเซียมลดหนาวสลับร้อน
การทดลองแบบสุ่ม 289 คนไม่พบว่า magnesium oxide ลดร้อนวูบวาบมากกว่ายาหลอก ผู้ที่ได้ GnRH agonist ควรถามแพทย์เรื่อง add-back therapy แทน
แคลเซียม D3 K2 ป้องกันกระดูกบางจากยาฉีดได้ครบ
แคลเซียมและวิตามินดีเป็นพื้นฐานที่ควรได้พอ แต่ไม่ได้หยุดการสูญเสียกระดูกจากเอสโตรเจนต่ำ วิตามินเคสองขนาดยาช่วยได้บางส่วน สิ่งที่ปกป้องกระดูกได้ชัดเมื่อใช้ GnRH agonist คือ add-back therapy
อาการข้างเคียงเยอะ ควรเลื่อนหรือหยุดเข็มเอง
การหยุดยาเองอาจทำให้ปวดกลับมา ควรนำบันทึกอาการไปคุยกับแพทย์ ซึ่งมีทางเลือกหลายแบบ ตั้งแต่เพิ่ม add-back เปลี่ยนชนิดยาฉีด จนถึงเปลี่ยนเป็นยารับประทาน
น้ำหนักขึ้นจากยาแก้ไม่ได้
น้ำหนักที่เพิ่มจาก DMPA ต่างกันมากในแต่ละคน การทดลองส่วนใหญ่เพิ่มเฉลี่ยไม่เกิน 2 กก. ในปีแรก และลดลงได้บางส่วนหลังหยุดยา การกินโปรตีนและออกกำลังกายแบบมีแรงต้านยังช่วยได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ยาฉีดทุก 3 เดือนรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่มีชนิดไหน และทำไมประจำเดือนหยุด?
มีสองกลุ่มหลัก คือ medroxyprogesterone acetate ชนิดฉีดเข้ากล้ามหรือใต้ผิวหนัง และ GnRH agonist ชนิดออกฤทธิ์ 3 เดือน เช่น leuprorelin triptorelin goserelin ทั้งสองกลุ่มยับยั้งการตกไข่และทำให้รอยโรคฝ่อ ประจำเดือนจึงหยุด GnRH agonist กดเอสโตรเจนลึกกว่า จึงมีอาการคล้ายวัยทองมากกว่า
ทำไมกลางคืนหนาวสลับร้อนและเหงื่อออก?
เอสโตรเจนที่ต่ำทำให้ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมองไวขึ้น เมื่ออุณหภูมิแกนกลางสูงขึ้นเล็กน้อย ร่างกายขยายหลอดเลือดผิวหนังและขับเหงื่อทันที เหงื่อที่ระเหยทำให้หนาวสั่นตามมา อาการพบมากกับ GnRH agonist มากกว่า medroxyprogesterone acetate
นอนไม่หลับและตื่นกลางดึกระหว่างฉีดยา ควรทำอย่างไร?
ถ้าตื่นเพราะร้อนและเหงื่อออก ให้คุยกับแพทย์เรื่องการลดร้อนวูบวาบ เช่น add-back therapy เมื่อใช้ GnRH agonist สำหรับนอนไม่หลับเรื้อรัง การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT-I) เป็นการรักษาลำดับแรก ร่วมกับเข้านอนตื่นเวลาเดิม ห้องนอนเย็น งดกาแฟหลังเที่ยงและงดแอลกอฮอล์
แมกนีเซียมช่วยเรื่องนอนและร้อนวูบวาบได้จริงไหม?
เรื่องนอน การวิเคราะห์รวม 3 การทดลอง 151 คนพบว่าหลับเร็วขึ้นราว 17 นาที แต่หลักฐานคุณภาพต่ำ เรื่องร้อนวูบวาบ การทดลองแบบสุ่ม 289 คนไม่พบว่าแมกนีเซียมดีกว่ายาหลอก กินต่อได้ถ้าไม่เกิน 350 มก. ต่อวันจากอาหารเสริมและไม่มีโรคไตระยะท้าย แต่ไม่ควรใช้แทนการรักษาจากแพทย์
น้ำหนักขึ้นและท้องอืดเกี่ยวกับยาฉีดไหม?
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมีหลักฐานกับ medroxyprogesterone acetate งานติดตาม 3 ปีพบน้ำหนักเพิ่มเฉลี่ย 5.1 กก. แต่การทดลองส่วนใหญ่เพิ่มไม่เกิน 2 กก. ในปีแรก ท้องอืดพบได้ถึง 90% ของผู้ป่วยโรคนี้จากตัวโรคและลำไส้แปรปรวนร่วม ถ้าท้องอืดร่วมกับถ่ายเป็นเลือดหรือน้ำหนักลด ให้พบแพทย์
ยาฉีดทำให้กระดูกบางแค่ไหน และกลับคืนได้ไหม?
GnRH agonist ที่ใช้ 12 เดือนโดยไม่มี add-back ทำให้กระดูกสันหลังบางลง 6.3% และฟื้นช้าหลังหยุดยา medroxyprogesterone acetate ฉีดเข้ากล้ามต่อเนื่องราว 4.6 ปีทำให้บางลงราว 5% และฟื้นเกือบเท่าเดิมใน 96 สัปดาห์หลังหยุดยา
add-back therapy คืออะไร ใครควรได้?
คือฮอร์โมนขนาดต่ำที่ให้ร่วมกับยากดรังไข่ เช่น norethisterone acetate อย่างเดียว หรือร่วมกับเอสโตรเจนขนาดต่ำ ช่วยลดร้อนวูบวาบและป้องกันกระดูกบางโดยไม่ลดผลการรักษาปวด แนวทาง ESHRE 2022 แนะนำให้พิจารณาในผู้ที่ใช้ GnRH agonist ผู้ที่เคยมีลิ่มเลือดหรือมะเร็งที่ไวต่อฮอร์โมนต้องให้แพทย์ประเมินก่อน
ควรกินแคลเซียม วิตามินดี และวิตามินเคสองไหม?
ควรได้แคลเซียมรวม 1,000 มก. ต่อวัน โดยเริ่มจากอาหาร และวิตามินดีให้พอ แคลเซียมซิเตรตหรือคาร์บอเนตใช้ได้ทั้งคู่ วิตามินเคสองขนาดยาช่วยลดการสูญเสียกระดูกจาก leuprorelin ได้บางส่วนในการทดลองเดียว แต่ไม่ได้ป้องกันได้ทั้งหมด และอาหารเสริมขนาดต่ำยังไม่มีการศึกษาในสถานการณ์นี้
กลไกทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Mechanism)
GnRH agonist กดรังไข่อย่างไร: ปกติต่อมใต้สมองได้รับสัญญาณ GnRH เป็นจังหวะ ยา GnRH agonist ที่ปล่อยออกมาต่อเนื่องกระตุ้นตัวรับตลอดเวลา จนเซลล์ลดจำนวนตัวรับและหยุดตอบสนอง
ฮอร์โมน LH และ FSH ลดลง รังไข่จึงหยุดสร้างเอสโตรเจน รอยโรคที่อาศัยเอสโตรเจนฝ่อลง ขณะเดียวกันกระดูก สมอง และผิวหนังก็ขาดเอสโตรเจนไปด้วย
(Hornstein 1998)
DMPA ทำงานต่างกันอย่างไร: medroxyprogesterone acetate เป็นโปรเจสตินที่ยับยั้งการหลั่ง LH ช่วงกลางรอบเดือนจึงไม่ตกไข่ และทำให้เยื่อบุและรอยโรคฝ่อโดยตรง
เอสโตรเจนจึงลดลงแต่ไม่ลึกเท่า GnRH agonist ซึ่งอธิบายว่าทำไมร้อนวูบวาบและกระดูกบางน้อยกว่า
(Crosignani 2006)
กระดูกบางเพราะอะไร และ add-back ช่วยได้อย่างไร: เอสโตรเจนยับยั้งเซลล์สลายกระดูก เมื่อเอสโตรเจนต่ำ การสลายกระดูกเร็วกว่าการสร้าง
สมมติฐานระดับเอสโตรเจนอธิบายว่ากระดูกไวต่อเอสโตรเจนมากกว่ารอยโรคเยื่อบุโพรงมดลูก ฮอร์โมนขนาดต่ำจึงปกป้องกระดูกได้โดยปวดไม่กลับมา
(Barbieri 1992)
หนาวสลับร้อนเกิดอย่างไร: เมื่อเอสโตรเจนต่ำ เซลล์ประสาทกลุ่ม KNDy ในไฮโปทาลามัสส่งสัญญาณ neurokinin B มากขึ้น ช่วงอุณหภูมิที่ร่างกายทนได้แคบลง
อุณหภูมิที่สูงขึ้นเล็กน้อยจึงกระตุ้นการขับความร้อน ตามด้วยหนาวสั่นเมื่อเหงื่อระเหย
(NAMS 2023)
เรียบเรียงและทบทวนโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์
เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ (E-E-A-T)
- Schlaff WD et al. Subcutaneous injection of depot medroxyprogesterone acetate compared with leuprolide acetate in the treatment of endometriosis-associated pain. Fertil Steril 2006 (PMID 16595206)
- Crosignani PG et al. Subcutaneous depot medroxyprogesterone acetate versus leuprolide acetate in the treatment of endometriosis-associated pain. Hum Reprod 2006 (PMID 16176939)
- Hornstein MD et al. Leuprolide acetate depot and hormonal add-back in endometriosis: a 12-month study. Obstet Gynecol 1998 (PMID 9464714)
- Surrey ES, Hornstein MD. Prolonged GnRH agonist and add-back therapy for symptomatic endometriosis: long-term follow-up. Obstet Gynecol 2002 (PMID 11978277)
- Desilets J et al. Effect of Medical Therapies for Endometriosis on Bone Health: A Systematic Review and Meta-analysis. Obstet Gynecol 2026 (PMID 41855532)
- Kaunitz AM et al. Bone mineral density in women aged 25-35 years receiving depot medroxyprogesterone acetate: recovery following discontinuation. Contraception 2006 (PMID 16860045)
- Kaunitz AM, Arias R, McClung M. Bone density recovery after depot medroxyprogesterone acetate injectable contraception use. Contraception 2008 (PMID 18226668)
- Cromer BA et al. Depot medroxyprogesterone acetate and bone mineral density in adolescents: the Black Box Warning. J Adolesc Health 2006 (PMID 16857545)
- Berenson AB, Rahman M. Changes in weight, total fat, percent body fat, and central-to-peripheral fat ratio associated with injectable and oral contraceptive use. Am J Obstet Gynecol 2009 (PMID 19254592)
- Lopez LM et al. Progestin-only contraceptives: effects on weight. Cochrane Database Syst Rev 2016 (PMID 27567593)
- Mah J, Pitre T. Oral magnesium supplementation for insomnia in older adults: a Systematic Review and Meta-Analysis. BMC Complement Med Ther 2021 (PMID 33865376)
- Park H et al. North Central Cancer Treatment Group N10C2 (Alliance): a double-blind placebo-controlled study of magnesium supplements to reduce menopausal hot flashes. Menopause 2015 (PMID 25423327)
- Barbieri RL. Hormone treatment of endometriosis: the estrogen threshold hypothesis. Am J Obstet Gynecol 1992 (PMID 1536260)
- Giudice LC et al. Once daily oral relugolix combination therapy versus placebo in patients with endometriosis-associated pain (SPIRIT 1 and 2). Lancet 2022 (PMID 35717987)
- Becker CM et al. ESHRE guideline: endometriosis. Hum Reprod Open 2022 (PMID 35350465)
- Somekawa Y et al. Use of vitamin K2 (menatetrenone) and 1,25-dihydroxyvitamin D3 in the prevention of bone loss induced by leuprolide. J Clin Endocrinol Metab 1999 (PMID 10443663)
- Cunningham J, Rodríguez M, Messa P. Magnesium in chronic kidney disease Stages 3 and 4 and in dialysis patients. Clin Kidney J 2012 (PMID 26069820)
- Qaseem A et al. Management of Chronic Insomnia Disorder in Adults: A Clinical Practice Guideline From the American College of Physicians. Ann Intern Med 2016 (PMID 27136449)
- Warnock JK, Bundren JC, Morris DW. Depressive symptoms associated with gonadotropin-releasing hormone agonists. Depress Anxiety 1998 (PMID 9706454)
- Simons M et al. Endometriosis Is Associated With Higher Healthcare Utilization and Upper Gastrointestinal Symptoms. Clin Gastroenterol Hepatol 2024 (PMID 38513981)
- The North American Menopause Society. The 2023 nonhormone therapy position statement. Menopause 2023 (PMID 37252752)
- NIH Office of Dietary Supplements — Magnesium Fact Sheet for Health Professionals
- NIH Office of Dietary Supplements — Calcium Fact Sheet for Health Professionals
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาเรื่องผลข้างเคียงของยาฉีดรักษาโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ไม่ใช่การวินิจฉัย การสั่งยา หรือแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
ชื่อยาเป็นชื่อสามัญเพื่อการศึกษาเท่านั้น การเลื่อน หยุด หรือเปลี่ยนยาฉีด การใช้ add-back therapy และอาหารเสริมทุกชนิด ต้องปรึกษาแพทย์ผู้รักษา
ในภาวะฉุกเฉินโทร 1669 และสายด่วนสุขภาพจิตโทร 1323