หมวด: นรีเวชวิทยา · วัยทองจากการผ่าตัด · อาการชาและเวียนศีรษะ
ตัดมดลูกและรังไข่ 2 ปี ยังร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับ ตื่นเช้าชานิ้วมือ และบ้านหมุน: สาเหตุ วิธีแยกโรค ฮอร์โมนเอสโตรเจนเดี่ยว และการดูแลตัวเอง
AI Overview / คำตอบด่วน (BLUF)
ตัดรังไข่ทั้งสองข้างทำให้เอสโตรเจนลดลงทันที อาการร้อนวูบวาบจึงอยู่ได้นานหลายปี ส่วนชานิ้วกลางตอนตื่นนอนที่กำมือแล้วดีขึ้น เข้าได้กับพังผืดกดทับเส้นประสาทข้อมือซึ่งพบบ่อยขึ้นหลังตัดรังไข่ ควรให้แพทย์ตรวจยืนยัน และแยกบ้านหมุนจากตะกอนหินปูนในหูออกจากโรคหลอดเลือดสมอง
ผู้หญิงที่ผ่าตัดมดลูกและรังไข่ทั้งสองข้างแล้วยังมีอาการวัยทอง ชามือ หรือเวียนศีรษะ และครอบครัว · ข้อมูลโรคพังผืดข้อมือจาก NINDS (NIH) ·
อาการอันตราย ·
ทำไมร้อนวูบวาบไม่หาย ·
ชานิ้วมือตอนเช้า ·
ฮอร์โมนเอสโตรเจนเดี่ยว ·
กิจวัตรฟื้นฟู ·
คำถามที่พบบ่อย
เสียงจากผู้อ่าน: ตัดมดลูกและรังไข่มา 2 ปี ยังร้อนวูบวาบ ตื่นมาชานิ้วกลาง ต้องกำมือ 20–30 ครั้งถึงหาย
คำตอบสั้นๆ: อาการเหล่านี้อธิบายได้ และส่วนใหญ่รักษาให้ดีขึ้นได้ แต่แต่ละอาการมีสาเหตุและวิธีรักษาต่างกัน จึงควรให้แพทย์ตรวจแยกทีละอาการ
สมาชิกในกลุ่มวัยทองท่านหนึ่งเล่าว่า ผ่าตัดมดลูกและรังไข่มาแล้วกว่า 2 ปี ยังมีอาการร้อนวูบวาบเป็นระยะ นอนไม่ค่อยหลับ ตื่นมามีอาการชาที่นิ้วกลางข้างซ้าย ต้องกำมือสลับแบมือ 20–30 ครั้งก่อนลุกจากเตียงจึงหาย และมีเวียนหัวบ้านหมุนร่วมด้วย บทความนี้สรุปหลักฐานว่าแต่ละอาการเกิดจากอะไร ควรแยกโรคใด อาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที และทางเลือกการรักษาทั้งที่ใช้และไม่ใช้ฮอร์โมน โดยไม่ได้ประเมินกรณีของบุคคลใด และไม่แทนคำแนะนำของแพทย์เจ้าของไข้
อาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอนัด
คำตอบสั้นๆ: ถ้าชาหรือบ้านหมุนร่วมกับอาการต่อไปนี้ ให้โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นโรคหลอดเลือดสมองซึ่งต้องรักษาภายในไม่กี่ชั่วโมง
สัญญาณที่ไม่ควรรอ
- ชาหรืออ่อนแรงครึ่งซีกทันที หน้าเบี้ยว ปากตก พูดไม่ชัด หรือตามัวข้างเดียว แม้อาการจะหายไปเองในไม่กี่นาที
- บ้านหมุนทันทีและไม่หายแม้อยู่นิ่ง ยืนหรือเดินเองไม่ได้ เห็นภาพซ้อน หรือกลืนลำบาก
- ปวดศีรษะรุนแรงแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ร่วมกับเวียนศีรษะ อาเจียน หรือคอแข็ง
- หูดับหรือได้ยินลดลงทันทีข้างเดียว ร่วมกับบ้านหมุน ควรพบแพทย์ภายใน 1–3 วัน
- มือชาตลอดเวลาไม่หาย กล้ามเนื้อโคนนิ้วโป้งลีบ หรือหยิบจับของหล่นบ่อย แสดงว่าเส้นประสาทถูกกดนาน ควรพบแพทย์เร็ว
- ปวดคอร้าวลงแขน ร่วมกับแขนหรือมืออ่อนแรง อาจเป็นเส้นประสาทคอถูกกดทับ
- น่องบวมปวดข้างเดียว เจ็บหน้าอกหรือหอบเหนื่อยทันที ขณะใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน อาจเป็นลิ่มเลือดอุดตัน
- ซึมเศร้าหนัก หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ถ้าไม่มีอาการเหล่านี้ แต่ชานิ้วมือหรือบ้านหมุนเป็นซ้ำบ่อย หรือร้อนวูบวาบจนนอนไม่หลับ ควรนัดพบแพทย์นรีเวชวัยทอง แพทย์ระบบประสาท หรือแพทย์หูคอจมูก เพื่อตรวจหาสาเหตุ
1. ทำไมตัดรังไข่แล้ว ร้อนวูบวาบและนอนไม่หลับยังไม่หาย
คำตอบสั้นๆ: เอสโตรเจนลดลงทันทีหลังผ่าตัด และอาการวัยทองไม่ได้หายใน 1–2 ปี งานวิจัยพบว่าร้อนวูบวาบอยู่ได้นานเฉลี่ยราว 7 ปี
วัยทองจากการผ่าตัด ต่างจากวัยทองธรรมชาติอย่างไร
ในวัยทองธรรมชาติ รังไข่ค่อยๆ ลดการสร้างฮอร์โมนในช่วงหลายปี ร่างกายจึงปรับตัวได้ แต่การตัดรังไข่ทั้งสองข้างทำให้เอสโตรเจนและฮอร์โมนเพศชายจากรังไข่ลดลงทันทีภายในไม่กี่วัน อาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน ช่องคลอดแห้ง และนอนไม่หลับจึงมักเกิดเร็วและรุนแรงกว่า ยิ่งผ่าตัดตอนอายุน้อย ผลต่อกระดูก หัวใจ และสมองในระยะยาวยิ่งมาก อ่านเรื่องการดูแลช่วงแรกหลังผ่าตัดใน ผ่าตัดมดลูกและรังไข่ยกเซ็ต: รับมือวัยทองเฉียบพลันและดูแลกระดูก
ร้อนวูบวาบอยู่ได้นานแค่ไหน
งาน SWAN (Avis 2015) ติดตามผู้หญิง 3,302 คนนานกว่า 17 ปี วิเคราะห์ 1,449 คนที่ร้อนวูบวาบบ่อย พบว่าอาการอยู่ได้นานเฉลี่ย 7.4 ปี และยังคงอยู่เฉลี่ย 4.5 ปีหลังประจำเดือนครั้งสุดท้าย ผู้ที่เริ่มมีอาการตั้งแต่อายุน้อย มีความเครียด วิตกกังวล หรือซึมเศร้าร่วมด้วย มีอาการนานกว่า การยังร้อนวูบวาบที่ 2 ปีหลังผ่าตัดจึงพบได้บ่อย ไม่ได้แปลว่าร่างกายผิดปกติร้ายแรง แต่ควรได้รับการรักษาถ้ารบกวนชีวิต
ทำไมนอนไม่หลับ
ร้อนวูบวาบและเหงื่อออกตอนกลางคืนทำให้ตื่นบ่อย และหลับลึกได้น้อยลง เมื่อนอนไม่พอหลายสัปดาห์ สมองจะเริ่มกังวลกับการนอนเอง จนกลายเป็นโรคนอนไม่หลับที่คงอยู่แม้ร้อนวูบวาบดีขึ้น นอกจากนี้อาการชามือตอนกลางคืนจากพังผืดข้อมือก็ปลุกให้ตื่นได้เช่นกัน การรักษาจึงควรดูทั้งร้อนวูบวาบ พฤติกรรมการนอน และอาการชามือไปพร้อมกัน
สาเหตุอื่นที่ควรตรวจร่วม
- ไทรอยด์เป็นพิษหรือไทรอยด์ต่ำ ซึ่งทำให้ร้อนง่าย ใจสั่น ชามือ หรือนอนไม่หลับได้
- ภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล ซึ่งพบมากขึ้นหลังผ่าตัดและทำให้นอนไม่หลับ
- โรคหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งพบมากขึ้นหลังหมดประจำเดือน และทำให้ตื่นกลางดึกบ่อย
- ยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันบางกลุ่ม ยาต้านเศร้าบางตัว และคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ช่วงเย็น
2. ชานิ้วมือตอนเช้า ต้องกำมือถึงจะหาย: พังผืดกดทับเส้นประสาทข้อมือ และโรคที่ต้องแยก
คำตอบสั้นๆ: ชานิ้วโป้ง นิ้วชี้ หรือนิ้วกลางตอนกลางคืนหรือตอนตื่นนอน แล้วดีขึ้นเมื่อสะบัดหรือขยับมือ เป็นลักษณะเด่นของพังผืดกดทับเส้นประสาทข้อมือ ซึ่งพบบ่อยขึ้นหลังตัดรังไข่ แต่ต้องแยกจากเส้นประสาทคอและโรคอื่น
ตัดรังไข่แล้วเสี่ยงพังผืดข้อมือมากขึ้นจริงไหม
การศึกษาผู้หญิงอายุน้อยกว่า 44 ปีที่ตัดรังไข่ทั้งสองข้างมาแล้ว 1–4 ปี (Pascual 1991) พบพังผืดข้อมือ 32% เทียบกับ 10% ในผู้หญิงที่ยังมีประจำเดือน และส่วนใหญ่เริ่มมีอาการภายในปีแรกหลังผ่าตัด ส่วนการศึกษาระยะยาวของ Mayo Clinic ในผู้หญิง 1,653 คน (Starlinger 2021) พบความเสี่ยงพังผืดข้อมือชนิดรุนแรงสูงขึ้น 1.65 เท่า แต่ไม่พบว่าการใช้เอสโตรเจนหลังผ่าตัดช่วยป้องกัน ความเชื่อมโยงกับฮอร์โมนจึงยังไม่ชัดเจน และไม่ควรคาดหวังว่าฮอร์โมนทดแทนจะรักษาอาการชามือได้
ทำไมชาตอนตื่นนอน และกำมือแล้วดีขึ้น
เส้นประสาทมีเดียนวิ่งผ่านช่องแคบที่ข้อมือร่วมกับเส้นเอ็นงอนิ้ว 9 เส้น และเลี้ยงความรู้สึกที่นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และครึ่งหนึ่งของนิ้วนาง ขณะหลับคนส่วนใหญ่งอข้อมือ และมีของเหลวคั่งในเนื้อเยื่อ ความดันในช่องข้อมือจึงสูงขึ้นจนเส้นประสาทขาดเลือดชั่วคราวและเกิดอาการชา เมื่อตื่นแล้วขยับ กำ แบ หรือสะบัดมือ ความดันลดลงและเลือดไหลเวียนดีขึ้น อาการจึงหายไป บทความทบทวนใน Lancet Neurology (Padua 2016) ระบุว่านี่คือโรคเส้นประสาทถูกกดที่พบบ่อยที่สุดในโลก และอาการกลางคืนกับการสะบัดมือแล้วดีขึ้นเป็นลักษณะที่ช่วยวินิจฉัย
ชานิ้วกลางข้างเดียว ต้องแยกโรคอะไรบ้าง
สรุปลักษณะที่ช่วยแยกโรค ใช้ประกอบการพูดคุยกับแพทย์ ไม่ใช่การวินิจฉัย (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)
| สาเหตุ | ตำแหน่งที่ชา | ลักษณะที่ช่วยสังเกต | การตรวจและการรักษา |
|---|---|---|---|
| พังผืดกดทับเส้นประสาทข้อมือ | นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง ครึ่งนิ้วนาง ไม่ชานิ้วก้อย | ชาตอนกลางคืนหรือตื่นนอน ดีขึ้นเมื่อสะบัดหรือกำมือ เป็นมากเวลาขับรถหรือถือโทรศัพท์ | ตรวจร่างกายและตรวจการนำไฟฟ้าของเส้นประสาท ใส่เฝือกข้อมือตอนกลางคืน ฉีดยา หรือผ่าตัด |
| เส้นประสาทคอระดับที่ 7 ถูกกด | นิ้วกลางเป็นหลัก ร้าวจากคอ ไหล่ และแขน | ปวดคอ เป็นมากเวลาเงยหรือหันคอ อาจมีแขนอ่อนแรง | ตรวจระบบประสาท อาจทำ MRI คอ กายภาพบำบัด |
| นิ้วล็อก | ไม่ค่อยชา แต่ตึงหรือปวดที่โคนนิ้ว | นิ้วติดหรือสะดุดเวลางอเหยียด ฝืดตอนเช้า คลำได้ปุ่มที่ฝ่ามือ | ตรวจร่างกาย พักการใช้งาน ฉีดยาเฉพาะที่ หรือผ่าตัดเล็ก |
| เส้นประสาทอัลนาร์ถูกกด | นิ้วนางและนิ้วก้อย | เป็นมากเวลางอศอกนาน หรือนอนงอแขน | ตรวจการนำไฟฟ้าของเส้นประสาท เลี่ยงงอศอกนาน |
| เส้นประสาทเสื่อมจากโรคทั่วร่างกาย | ปลายมือปลายเท้าทั้งสองข้าง | ชาแบบถุงมือถุงเท้า เป็นตลอดวัน | ตรวจน้ำตาลในเลือด ไทรอยด์ และวิตามินบี 12 แล้วรักษาที่สาเหตุ |
| โรคหลอดเลือดสมอง | ครึ่งซีก แขน ขา และหน้า | เกิดทันที ร่วมกับอ่อนแรง หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือบ้านหมุนจนเดินไม่ได้ | ภาวะฉุกเฉิน โทร 1669 ทันที |
แพทย์ตรวจอะไรบ้าง
- ตรวจร่างกาย: เคาะที่ข้อมือ (Tinel) งอข้อมือค้างไว้ราว 1 นาที (Phalen) ตรวจความรู้สึกแต่ละนิ้ว และดูกล้ามเนื้อโคนนิ้วโป้ง
- ตรวจการนำไฟฟ้าของเส้นประสาท: ยืนยันว่าเส้นประสาทถูกกดที่ข้อมือหรือที่คอ และบอกความรุนแรง
- อัลตราซาวนด์ข้อมือ: ดูขนาดเส้นประสาทและเส้นเอ็นที่อักเสบ
- ผลเลือด: น้ำตาล ไทรอยด์ และวิตามินบี 12 เพื่อหาโรคที่ทำให้เส้นประสาทไวต่อการถูกกด
รักษาพังผืดข้อมืออย่างไร
อาการเล็กน้อยถึงปานกลางมักเริ่มด้วยเฝือกข้อมือที่จัดข้อมือให้อยู่ในท่าตรงขณะนอน การทบทวนแบบ Cochrane 29 งานวิจัย 1,937 คน (Karjalainen 2023) พบว่าหลักฐานยังไม่หนักแน่น แต่การใส่เฝือกตอนกลางคืนอาจเพิ่มโอกาสอาการดีขึ้นโดยรวมในระยะสั้น และเป็นวิธีราคาถูกที่ไม่มีอันตรายระยะยาว ถ้าไม่ดีขึ้น แพทย์อาจฉีดยาสเตียรอยด์เข้าช่องข้อมือ และถ้าชาตลอดเวลา กล้ามเนื้อโคนนิ้วโป้งลีบ หรือตรวจไฟฟ้าพบการกดรุนแรง การผ่าตัดคลายพังผืดเป็นการรักษาที่ได้ผลดี
อาการวัยทองตอนนี้อยู่ในระดับไหน ดูแลเองได้ หรือควรรีบพบแพทย์?
วิเคราะห์ระดับความรุนแรงและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจาก Advisory team ของเรา แบบประเมินช่วยให้คุณดูว่าอาการอย่างร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน หรืออาการร่วมอื่น เข้ากับรูปแบบวัยทองแค่ไหน รุนแรงระดับใด และเมื่อไรไม่ควรรอ ใช้ร่วมกับสัญญาณอันตรายด้านบน แบบประเมินนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค และไม่ได้บอกว่าอาการชาหรือบ้านหมุนเกิดจากโรคใด
3. ฮอร์โมนเอสโตรเจนเดี่ยวสำหรับผู้ที่ตัดมดลูกแล้ว: ช่วยอะไร เสี่ยงอะไร
คำตอบสั้นๆ: ผู้ที่ไม่มีมดลูกใช้เอสโตรเจนเดี่ยวได้โดยไม่ต้องใช้โปรเจสโตเจน เป็นการรักษาร้อนวูบวาบที่ได้ผลดีที่สุด แต่ไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง และต้องประเมินเป็นรายบุคคล
ทำไมผู้ที่ตัดมดลูกใช้เอสโตรเจนเดี่ยวได้
ในผู้ที่ยังมีมดลูก เอสโตรเจนกระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก จึงต้องใช้โปรเจสโตเจนร่วม แต่ผู้ที่ตัดมดลูกแล้วไม่มีความเสี่ยงนี้ จึงใช้เอสโตรเจนเดี่ยวได้ และหลีกเลี่ยงผลของโปรเจสโตเจนต่อเต้านม แนวทางของ สมาคมวัยทองอเมริกาเหนือ (NAMS 2022) ระบุว่าฮอร์โมนทดแทนยังเป็นการรักษาร้อนวูบวาบที่ได้ผลที่สุด และป้องกันกระดูกบางและกระดูกหักได้
หลักฐานจากงาน WHI ในผู้หญิงที่ตัดมดลูก
งาน WHI ในผู้หญิงที่ตัดมดลูก 10,739 คน อายุ 50–79 ปี (WHI 2004) พบว่าเอสโตรเจนเดี่ยวลดกระดูกสะโพกหักเหลือ 0.61 เท่า ไม่เพิ่มโรคหัวใจขาดเลือด แต่เพิ่มโรคหลอดเลือดสมอง 1.39 เท่า หรือราว 12 รายต่อผู้หญิง 10,000 คนต่อปี การติดตามระยะยาว (Anderson 2012) พบว่ามะเร็งเต้านมไม่เพิ่ม แต่ลดลงเหลือ 0.77 เท่า และเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมน้อยลง ส่วนการวิเคราะห์เฉพาะผู้ที่ตัดรังไข่ทั้งสองข้าง (Manson 2019) พบว่าผู้ที่เริ่มยาช่วงอายุ 50–59 ปีมีอัตราเสียชีวิตระยะยาวลดลงเหลือ 0.68 เท่า แต่ผู้ที่เริ่มเมื่ออายุ 70 ปีขึ้นไปมีผลเสียโดยรวมมากกว่า
เริ่มเมื่อไรจึงคุ้มค่าที่สุด
NAMS 2022 ระบุว่าผู้ที่อายุน้อยกว่า 60 ปี หรือหมดประจำเดือนไม่เกิน 10 ปี และไม่มีข้อห้าม ได้ประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงในการรักษาร้อนวูบวาบและป้องกันกระดูกบาง ส่วนผู้ที่เริ่มหลังอายุ 60 ปีหรือเกิน 10 ปีหลังหมดประจำเดือน มีความเสี่ยงโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง ลิ่มเลือด และสมองเสื่อมมากขึ้น ผู้ที่ตัดรังไข่ก่อนอายุ 45 ปี แพทย์มักแนะนำให้ใช้ฮอร์โมนทดแทนอย่างน้อยจนถึงอายุที่หมดประจำเดือนตามธรรมชาติ หากไม่มีข้อห้าม
รูปแบบยาและข้อห้าม
- รูปแบบ: เอสโตรเจนชนิดกิน แผ่นแปะ หรือเจลทาผิว เช่น estradiol ชนิดทาผิวผ่านตับน้อยกว่า และอาจเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดน้อยกว่าชนิดกิน ส่วนเอสโตรเจนทางช่องคลอดขนาดต่ำใช้รักษาช่องคลอดแห้ง
- ข้อห้ามหรือต้องระวังมาก: เคยเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งที่ไวต่อฮอร์โมน เคยมีลิ่มเลือดอุดตัน โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด โรคตับรุนแรง หรือเลือดออกผิดปกติที่ยังหาสาเหตุไม่ได้
- ติดตาม: ทบทวนประโยชน์และความเสี่ยงกับแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง และใช้ขนาดต่ำที่สุดที่คุมอาการได้
ถ้าใช้ฮอร์โมนไม่ได้หรือไม่อยากใช้
แนวทาง NAMS 2023 สำหรับการรักษาที่ไม่ใช้ฮอร์โมน แนะนำการบำบัดความคิดและพฤติกรรม การสะกดจิตบำบัด ยากลุ่ม SSRI หรือ SNRI ขนาดต่ำ เช่น paroxetine, escitalopram หรือ venlafaxine ยา gabapentin ซึ่งช่วยร้อนวูบวาบตอนกลางคืนและการนอน และยา fezolinetant ซึ่งออกฤทธิ์ที่ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมองโดยตรง ส่วนอาหารเสริม สมุนไพร ถั่วเหลือง และการหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นอย่างเดียว ไม่แนะนำเป็นการรักษาหลักเพราะหลักฐานไม่สม่ำเสมอ
สรุปผลของการขาดเอสโตรเจนหลังตัดรังไข่ต่อระบบต่างๆ และแนวทางดูแล (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)
| ระบบร่างกาย | ผลจากการขาดเอสโตรเจน | อาการที่พบ | แนวทางดูแล |
|---|---|---|---|
| ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมอง | ช่วงอุณหภูมิที่ร่างกายทนได้แคบลง | ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน ใจสั่น | ฮอร์โมนทดแทน หรือยาที่ไม่ใช่ฮอร์โมนที่มีหลักฐาน |
| การนอนหลับ | ตื่นจากร้อนวูบวาบ หลับลึกน้อยลง | หลับยาก ตื่นกลางดึก อ่อนเพลียตอนกลางวัน | การบำบัดความคิดและพฤติกรรมสำหรับโรคนอนไม่หลับ ร่วมกับรักษาร้อนวูบวาบ |
| เส้นประสาทและเส้นเอ็นที่ข้อมือ | พังผืดข้อมือพบบ่อยขึ้นหลังตัดรังไข่ กลไกยังไม่ชัด | ชานิ้วตอนกลางคืนหรือตื่นนอน ดีขึ้นเมื่อสะบัดมือ | ตรวจยืนยัน เฝือกข้อมือตอนกลางคืน ฉีดยา หรือผ่าตัด |
| กระดูก | กระดูกสลายเร็วขึ้นในช่วงปีแรก | มักไม่มีอาการจนกระดูกหัก | ตรวจมวลกระดูก แคลเซียม วิตามินดี ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก |
| หูชั้นในและการทรงตัว | ตะกอนหินปูนหลุดง่ายขึ้นเมื่อกระดูกบางหรือวิตามินดีต่ำ | บ้านหมุนสั้นๆ เวลาพลิกตัว ก้ม หรือเงยหน้า | ท่าจัดตะกอนโดยแพทย์ วิตามินดีและแคลเซียมเมื่อวิตามินดีต่ำ |
| ช่องคลอดและทางเดินปัสสาวะ | เยื่อบุบางและแห้ง | ช่องคลอดแห้ง เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะบ่อย | สารหล่อลื่น หรือเอสโตรเจนทางช่องคลอดขนาดต่ำ |
| หัวใจและหลอดเลือด | ไขมันและความดันเปลี่ยน ความเสี่ยงเพิ่มเมื่อตัดรังไข่ตอนอายุน้อย | มักไม่มีอาการ | ตรวจความดัน ไขมัน น้ำตาลประจำปี ไม่สูบบุหรี่ ออกกำลังกาย |
4. กิจวัตรประจำวัน: ฟื้นฟูการนอน ดูแลบ้านหมุน และลดอาการชามือ
คำตอบสั้นๆ: เลือกวิธีที่มีหลักฐานกับแต่ละอาการ การนอนใช้การบำบัดความคิดและพฤติกรรม บ้านหมุนจากตะกอนใช้ท่าจัดตะกอน และชามือใช้เฝือกข้อมือตอนกลางคืน
ฟื้นฟูการนอน: การบำบัดความคิดและพฤติกรรมสำหรับโรคนอนไม่หลับ
งาน MsFLASH (McCurry 2016) ในผู้หญิงวัยทอง 106 คนที่นอนไม่หลับและร้อนวูบวาบวันละ 2 ครั้งขึ้นไป พบว่าการบำบัดความคิดและพฤติกรรมทางโทรศัพท์ 6 ครั้งใน 8 สัปดาห์ ทำให้คะแนนนอนไม่หลับลดลง 9.9 คะแนน เทียบกับ 4.7 คะแนนในกลุ่มที่ได้ความรู้ทั่วไป และ 70% หลุดจากเกณฑ์นอนไม่หลับใน 8 สัปดาห์ เพิ่มเป็น 84% ที่ 24 สัปดาห์ แม้จำนวนครั้งที่ร้อนวูบวาบไม่ได้ลดลง แต่รบกวนชีวิตน้อยลง หลักสำคัญคือ เข้านอนเมื่อง่วงจริง ลุกจากเตียงถ้านอนไม่หลับเกินราว 20 นาที ตื่นเวลาเดิมทุกวัน และใช้เตียงเพื่อนอนเท่านั้น
บ้านหมุนแบบไหน น่าจะเกิดจากอะไร
- ตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด (BPPV): หมุนเป็นวินาทีถึงไม่เกินราว 1 นาที เวลาล้มตัวนอน พลิกตัว ก้ม หรือเงยหน้า พบบ่อยที่สุด
- หูชั้นในหรือเส้นประสาทการทรงตัวอักเสบ: หมุนต่อเนื่องหลายวัน มักตามหลังหวัด
- โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน: หมุนนานเป็นชั่วโมง ร่วมกับหูอื้อ เสียงในหู และได้ยินลดลง
- ไมเกรนชนิดเวียนศีรษะ: พบมากในผู้หญิงวัยกลางคน มักมีประวัติปวดศีรษะไมเกรน
- ความดันตกเวลาลุกยืน หรือผลข้างเคียงยา: มึนหรือหน้ามืดมากกว่าหมุน
ดูแลบ้านหมุนจากตะกอนหินปูน
การทบทวนแบบ Cochrane 11 งานวิจัย 745 คน (Hilton 2014) พบว่าท่าจัดตะกอนแบบ Epley ทำให้บ้านหมุนหายในราว 56% เทียบกับ 21% ในกลุ่มเปรียบเทียบ ปลอดภัย และไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรง แต่กลับเป็นซ้ำได้ราว 36% งานวิจัยในเกาหลี 1,050 คน (Jeong 2020) พบว่าผู้ที่วิตามินดีต่ำกว่า 20 ng/mL เมื่อได้วิตามินดี 400 IU ร่วมกับแคลเซียม 500 มก. วันละ 2 ครั้งนาน 1 ปี กลับเป็นซ้ำลดลงเหลือ 0.76 เท่า สัดส่วนผู้ที่กลับเป็นซ้ำลดจาก 46.7% เหลือ 37.8% ระหว่างมีอาการ ให้ลุกจากเตียงช้าๆ นั่งพักก่อนยืน และเปิดไฟตอนกลางคืนเพื่อลดการหกล้ม ยาแก้เวียนศีรษะใช้ระยะสั้นเท่านั้น เพราะใช้นานทำให้สมองปรับการทรงตัวช้าลง
ลดอาการชามือในชีวิตประจำวัน
- ใส่เฝือกข้อมือที่จัดข้อมือให้ตรงขณะนอน ตามที่แพทย์หรือนักกายภาพแนะนำ
- เลี่ยงนอนทับมือหรืองอข้อมือใต้หมอน และเลี่ยงงอข้อมือค้างนานระหว่างวัน
- พักมือทุก 30–60 นาทีเมื่อใช้โทรศัพท์ ทำงานบ้าน หรือพิมพ์งาน และยืดเหยียดนิ้วกับข้อมือเบาๆ
- แช่มือในน้ำอุ่นพออุ่นสบายราว 5–10 นาทีอาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ไม่ได้รักษาการกดทับ และระวังน้ำร้อนลวกเพราะมือที่ชารับรู้ร้อนได้ลดลง
- วิตามินบำรุงประสาทช่วยได้เฉพาะเมื่อขาดวิตามินบี 12 หรือวิตามินอื่นจริง ไม่ได้รักษาพังผืดข้อมือ
ดูแลกระดูกและหัวใจระยะยาว
การตัดรังไข่ทำให้กระดูกสลายเร็วขึ้น ควรตรวจมวลกระดูกตามที่แพทย์แนะนำ ได้แคลเซียมจากอาหารราว 1,000–1,200 มก. ต่อวัน และวิตามินดีให้เพียงพอ ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักและฝึกกล้ามเนื้อสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ฝึกการทรงตัวเพื่อลดการหกล้ม และตรวจความดัน ไขมัน และน้ำตาลประจำปี อ่านอาการวัยทองแบบอื่นเพิ่มใน 7 สัญญาณวัยใกล้หมดประจำเดือนวัย 40+
เปรียบเทียบทางเลือกการรักษาตามอาการ ใช้ชื่อสามัญและกลุ่มยาเท่านั้น แพทย์จะเลือกตามอาการ โรคประจำตัว และความต้องการของแต่ละคน (บนมือถือแสดงเป็นการ์ด)
| ทางเลือก | อาการเป้าหมาย | หลักฐาน | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| เอสโตรเจนเดี่ยว (กิน แผ่นแปะ เจล) | ร้อนวูบวาบ การนอน กระดูก | ได้ผลที่สุดสำหรับร้อนวูบวาบ ลดกระดูกสะโพกหักเหลือ 0.61 เท่า | เพิ่มโรคหลอดเลือดสมอง 1.39 เท่าในงาน WHI ต้องประเมินข้อห้ามก่อน |
| เอสโตรเจนทางช่องคลอดขนาดต่ำ | ช่องคลอดแห้ง ปัสสาวะบ่อย | แนะนำโดย NAMS 2022 เมื่อสารหล่อลื่นไม่พอ | ไม่ช่วยร้อนวูบวาบ |
| ยากลุ่ม SSRI หรือ SNRI ขนาดต่ำ | ร้อนวูบวาบ อารมณ์ | แนะนำระดับ I โดย NAMS 2023 | คลื่นไส้ ง่วง บางตัวทำปฏิกิริยากับยาอื่น |
| gabapentin | ร้อนวูบวาบกลางคืน การนอน | แนะนำระดับ I โดย NAMS 2023 | ง่วง มึน เวียนศีรษะ ระวังหกล้ม |
| fezolinetant | ร้อนวูบวาบ | แนะนำระดับ I โดย NAMS 2023 | ต้องตรวจค่าตับตามนัด |
| การบำบัดความคิดและพฤติกรรมสำหรับโรคนอนไม่หลับ | นอนไม่หลับ ความรำคาญจากร้อนวูบวาบ | 70% หลุดจากเกณฑ์นอนไม่หลับใน 8 สัปดาห์ | ต้องฝึกต่อเนื่องหลายสัปดาห์ |
| เฝือกข้อมือตอนกลางคืน | ชามือจากพังผืดข้อมือ | อาจเพิ่มโอกาสอาการดีขึ้นในระยะสั้น (Cochrane 2023) | ไม่สบายตัวช่วงแรก ไม่พอเมื่อกล้ามเนื้อลีบ |
| ฉีดสเตียรอยด์เข้าช่องข้อมือ หรือผ่าตัดคลายพังผืด | ชามือที่ไม่ดีขึ้น หรือรุนแรง | ผ่าตัดเป็นการรักษาที่ได้ผลดีเมื่อเส้นประสาทถูกกดรุนแรง | ผลของยาฉีดอาจอยู่ชั่วคราว ผ่าตัดต้องพักมือหลายสัปดาห์ |
| ท่าจัดตะกอน Epley | บ้านหมุนจากตะกอนหินปูน | หายราว 56% เทียบกับ 21% | กลับเป็นซ้ำราว 36% ผู้มีปัญหากระดูกคออาจทำไม่ได้ |
| วิตามินดีร่วมกับแคลเซียม | ลดบ้านหมุนกลับเป็นซ้ำ กระดูก | กลับเป็นซ้ำลดเหลือ 0.76 เท่าเมื่อวิตามินดีต่ำ | ควรตรวจระดับวิตามินดีก่อน ไม่ใช้ขนาดสูงเอง |
| อาหารเสริม สมุนไพร หรือถั่วเหลืองแทนการรักษา | ร้อนวูบวาบ | ไม่แนะนำโดย NAMS 2023 เพราะหลักฐานไม่สม่ำเสมอ | บางชนิดมีผลต่อตับหรือทำปฏิกิริยากับยา |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คำถามที่ผู้หญิงหลังผ่าตัดมดลูกและรังไข่มักถามเรื่องร้อนวูบวาบ ชามือ และบ้านหมุน
ตัดมดลูกและรังไข่ทั้งสองข้างมา 2 ปีแล้ว ทำไมยังร้อนวูบวาบและนอนไม่หลับ?
การตัดรังไข่ทั้งสองข้างทำให้เอสโตรเจนลดลงทันทีภายในไม่กี่วัน ต่างจากวัยทองธรรมชาติที่ลดลงช้าๆ หลายปี อาการจึงมักรุนแรงกว่า และไม่ได้หายใน 1–2 ปี งาน SWAN ที่ติดตามผู้หญิง 1,449 คน พบว่าอาการร้อนวูบวาบอยู่ได้นานเฉลี่ยราว 7.4 ปี และนานกว่านั้นในผู้ที่เริ่มมีอาการตั้งแต่อายุยังน้อย ร้อนวูบวาบตอนกลางคืนทำให้ตื่นบ่อย ร่วมกับความเครียดและความกังวล จึงนอนไม่หลับต่อเนื่องได้ การรักษาที่ได้ผลดีที่สุดคือฮอร์โมนทดแทนในผู้ที่ไม่มีข้อห้าม และมีทางเลือกที่ไม่ใช้ฮอร์โมนด้วย
ตื่นเช้ามาชานิ้วกลาง ต้องกำมือแบมือหลายสิบครั้งถึงหาย เกี่ยวกับวัยทองไหม?
อาการชานิ้วโป้ง นิ้วชี้ หรือนิ้วกลางตอนกลางคืนหรือตอนตื่นนอน แล้วดีขึ้นเมื่อสะบัดหรือขยับมือ เป็นลักษณะเด่นของพังผืดกดทับเส้นประสาทข้อมือ (carpal tunnel syndrome) ขณะหลับข้อมือมักงอและมีของเหลวคั่ง ทำให้ช่องข้อมือแคบลงและกดเส้นประสาทมีเดียน งานวิจัยพบว่าผู้หญิงที่ตัดรังไข่ทั้งสองข้างเป็นโรคนี้บ่อยกว่า เช่น 32% เทียบกับ 10% ในกลุ่มที่ยังมีประจำเดือน และเสี่ยงชนิดรุนแรงสูงขึ้นราว 1.65 เท่า แต่ต้องให้แพทย์ตรวจยืนยัน เพราะชานิ้วกลางเกิดจากสาเหตุอื่นได้ด้วย
ชานิ้วกลางข้างเดียว อาจเกิดจากอะไรได้อีกนอกจากพังผืดข้อมือ?
สาเหตุที่ต้องแยก ได้แก่ เส้นประสาทคอระดับที่ 7 ถูกกดทับ ซึ่งมักปวดคอร้าวลงแขนและชานิ้วกลาง นิ้วล็อกซึ่งมักติดหรือสะดุดเวลางอเหยียดมากกว่าชา เส้นประสาทอัลนาร์ถูกกดซึ่งชานิ้วนางและนิ้วก้อย และเส้นประสาทเสื่อมจากเบาหวาน ไทรอยด์ต่ำ หรือขาดวิตามินบี 12 ซึ่งมักชาทั้งสองข้าง ส่วนอาการชาครึ่งซีกที่เกิดขึ้นทันทีร่วมกับหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือบ้านหมุนจนเดินไม่ได้ อาจเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ต้องโทร 1669 ทันที
ตัดมดลูกแล้ว ใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนเดี่ยวได้ไหม ปลอดภัยแค่ไหน?
ผู้ที่ไม่มีมดลูกใช้เอสโตรเจนเดี่ยวได้โดยไม่ต้องใช้โปรเจสโตเจน เพราะไม่มีเยื่อบุโพรงมดลูกให้ต้องป้องกัน งาน WHI ในผู้หญิงที่ตัดมดลูก 10,739 คน พบว่าเอสโตรเจนเดี่ยวไม่เพิ่มมะเร็งเต้านม โดยลดลงเหลือราว 0.77 เท่า และลดกระดูกสะโพกหัก แต่เพิ่มโรคหลอดเลือดสมองราว 1.39 เท่า ความเสี่ยงต่ำที่สุดเมื่อเริ่มก่อนอายุ 60 ปีหรือภายใน 10 ปีหลังหมดประจำเดือน และในผู้ที่ตัดรังไข่ทั้งสองข้างแล้วเริ่มยาช่วงอายุ 50–59 ปี พบอัตราเสียชีวิตระยะยาวลดลง ต้องให้แพทย์ประเมินข้อห้ามก่อน เช่น มะเร็งเต้านม ลิ่มเลือดอุดตัน หรือโรคหลอดเลือดสมอง
ฮอร์โมนทดแทนช่วยให้หายชานิ้วมือจากพังผืดข้อมือได้ไหม?
ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน การศึกษาผู้หญิง 1,653 คนที่ตัดรังไข่ทั้งสองข้าง ไม่พบว่าการใช้เอสโตรเจนหลังผ่าตัดช่วยลดความเสี่ยงพังผืดกดทับเส้นประสาทข้อมือ ฮอร์โมนทดแทนจึงใช้เพื่อรักษาร้อนวูบวาบ ปัญหาการนอน และป้องกันกระดูกบางเป็นหลัก ส่วนอาการชานิ้วมือรักษาตามแนวทางของโรคนั้น ได้แก่ ใส่เฝือกข้อมือตอนกลางคืน ฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่ หรือผ่าตัดคลายพังผืดเมื่ออาการรุนแรงหรือกล้ามเนื้อนิ้วโป้งลีบ
เวียนหัวบ้านหมุนในวัยทอง เกิดจากอะไร?
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด (BPPV) ซึ่งหมุนเป็นวินาทีถึงไม่เกินราว 1 นาที เวลาล้มตัวนอน พลิกตัวบนเตียง ก้ม หรือเงยหน้า พบบ่อยในผู้หญิงวัยกลางคน และสัมพันธ์กับกระดูกบางและวิตามินดีต่ำ สาเหตุอื่น ได้แก่ หูชั้นในอักเสบ โรคน้ำในหูไม่เท่ากันซึ่งมักมีหูอื้อและเสียงในหู ไมเกรนชนิดเวียนศีรษะ ความดันตกเวลาลุกยืน และผลข้างเคียงของยา การรักษาขึ้นกับสาเหตุ วิตามินบำรุงประสาทอย่างเดียวไม่ได้รักษาบ้านหมุนทุกชนิด
บ้านหมุนแบบไหนอันตราย ต้องไปโรงพยาบาลทันที?
ควรไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 เมื่อบ้านหมุนเกิดขึ้นทันทีและไม่หายแม้อยู่นิ่ง ยืนหรือเดินเองไม่ได้ มองเห็นภาพซ้อน พูดไม่ชัด กลืนลำบาก หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก ปวดศีรษะรุนแรงแบบไม่เคยเป็น หรือหูดับทันทีข้างเดียว เพราะอาจเป็นโรคหลอดเลือดสมองบริเวณก้านสมองและสมองน้อย ซึ่งต้องรักษาภายในไม่กี่ชั่วโมง ส่วนบ้านหมุนสั้นๆ เวลาเปลี่ยนท่าศีรษะโดยไม่มีอาการทางสมองอื่น มักเป็นตะกอนหินปูนในหู ซึ่งแพทย์รักษาด้วยท่าจัดตะกอนได้
ไม่อยากใช้หรือใช้ฮอร์โมนไม่ได้ มีทางเลือกอะไรช่วยร้อนวูบวาบและนอนไม่หลับ?
แนวทางของสมาคมวัยทองอเมริกาเหนือปี 2023 แนะนำทางเลือกที่ไม่ใช้ฮอร์โมนซึ่งมีหลักฐานดี ได้แก่ การบำบัดความคิดและพฤติกรรม การสะกดจิตบำบัด ยากลุ่ม SSRI หรือ SNRI ขนาดต่ำ gabapentin และ fezolinetant ส่วนอาหารเสริม สมุนไพร และถั่วเหลืองไม่แนะนำ เพราะหลักฐานไม่สม่ำเสมอ สำหรับการนอนไม่หลับ การบำบัดความคิดและพฤติกรรมสำหรับโรคนอนไม่หลับทางโทรศัพท์ 6 ครั้ง ทำให้ 70% ของผู้หญิงวัยทองที่ร้อนวูบวาบหลุดจากเกณฑ์นอนไม่หลับใน 8 สัปดาห์ ยาทุกชนิดควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
กลไกทางวิทยาศาสตร์ (Scientific mechanism)
สรุปโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์:
ในสมองส่วนไฮโปทาลามัส เซลล์ประสาทกลุ่ม KNDy ควบคุมทั้งการหลั่งฮอร์โมนเพศและศูนย์ควบคุมอุณหภูมิ ปกติเอสโตรเจนช่วยยับยั้งเซลล์กลุ่มนี้ เมื่อเอสโตรเจนหายไปทันทีหลังตัดรังไข่ เซลล์จะหลั่งสาร neurokinin B มากเกิน ช่วงอุณหภูมิที่ร่างกายทนได้จึงแคบลง แม้อุณหภูมิแกนกลางเพิ่มเล็กน้อย สมองก็สั่งให้หลอดเลือดผิวหนังขยายและขับเหงื่อทันที เกิดเป็นร้อนวูบวาบ ยา fezolinetant ออกฤทธิ์ยับยั้งตัวรับ neurokinin 3 ที่จุดนี้โดยตรง
ในข้อมือ เส้นประสาทมีเดียนอยู่ในช่องที่ผนังแข็งและขยายไม่ได้ ความดันในช่องจะเพิ่มหลายเท่าเมื่องอหรือเหยียดข้อมือสุด และเมื่อเยื่อหุ้มเส้นเอ็นหนาตัวหรือมีของเหลวคั่ง ความดันที่สูงทำให้หลอดเลือดเล็กที่เลี้ยงเส้นประสาทถูกกด เส้นประสาทขาดเลือดชั่วคราวและส่งสัญญาณชา การขยับมือลดความดันและคืนการไหลเวียน อาการจึงหายเร็ว แต่ถ้าถูกกดนาน ปลอกหุ้มเส้นประสาทจะเสียและกล้ามเนื้อลีบ ฮอร์โมนเพศมีตัวรับในเยื่อหุ้มเส้นเอ็น แต่กลไกที่ทำให้พังผืดข้อมือพบบ่อยขึ้นหลังตัดรังไข่ยังไม่ชัด
ในหูชั้นใน ตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนตเกาะบนเยื่อในอวัยวะรับการทรงตัว เมื่อตะกอนหลุดเข้าไปในท่อครึ่งวงกลม การหันศีรษะทำให้ตะกอนเคลื่อนและกระตุ้นเซลล์รับการหมุนผิดจังหวะ จึงหมุนสั้นๆ ตามท่าทาง การเผาผลาญแคลเซียมที่เปลี่ยนไปเมื่อเอสโตรเจนและวิตามินดีต่ำอาจทำให้ตะกอนหลุดง่ายขึ้น ส่วนท่าจัดตะกอนใช้แรงโน้มถ่วงพาตะกอนกลับสู่ตำแหน่งเดิม
แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ (E-E-A-T)
- Avis NE, et al. Duration of menopausal vasomotor symptoms over the menopause transition. JAMA Intern Med 2015.
- Anderson GL, et al. Effects of conjugated equine estrogen in postmenopausal women with hysterectomy: the Women’s Health Initiative randomized controlled trial. JAMA 2004.
- Anderson GL, et al. Conjugated equine oestrogen and breast cancer incidence and mortality in postmenopausal women with hysterectomy: extended follow-up of the Women’s Health Initiative randomised placebo-controlled trial. Lancet Oncol 2012.
- Manson JE, et al. Menopausal Estrogen-Alone Therapy and Health Outcomes in Women With and Without Bilateral Oophorectomy: A Randomized Trial. Ann Intern Med 2019.
- The 2022 hormone therapy position statement of The North American Menopause Society. Menopause 2022.
- The 2023 nonhormone therapy position statement of The North American Menopause Society. Menopause 2023.
- McCurry SM, et al. Telephone-Based Cognitive Behavioral Therapy for Insomnia in Perimenopausal and Postmenopausal Women With Vasomotor Symptoms: A MsFLASH Randomized Clinical Trial. JAMA Intern Med 2016.
- Starlinger J, et al. Risk of de novo severe carpal tunnel syndrome after bilateral oophorectomy: a population-based cohort study. Menopause 2021.
- Pascual E, et al. Higher incidence of carpal tunnel syndrome in oophorectomized women. Br J Rheumatol 1991.
- Padua L, et al. Carpal tunnel syndrome: clinical features, diagnosis, and management. Lancet Neurol 2016.
- Karjalainen TV, et al. Splinting for carpal tunnel syndrome. Cochrane Database Syst Rev 2023.
- Hilton MP, Pinder DK. The Epley (canalith repositioning) manoeuvre for benign paroxysmal positional vertigo. Cochrane Database Syst Rev 2014.
- Jeong SH, et al. Prevention of benign paroxysmal positional vertigo with vitamin D supplementation: A randomized trial. Neurology 2020.
- National Institute of Neurological Disorders and Stroke (NINDS): Carpal Tunnel Syndrome.
เรียบเรียงและตรวจทานโดย ผศ.ดร.นรวิชญ์ ราษฎร์พิบูลย์ · การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านแพทย์เจ้าของไข้
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาจากงานวิจัยและแนวทางสากล ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ไม่ใช่การสั่งหรือปรับยาเฉพาะบุคคล และไม่แทนการพบแพทย์ อาการชามือและบ้านหมุนมีได้หลายสาเหตุ ต้องให้แพทย์ตรวจร่างกายและตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม อย่าเริ่ม หยุด หรือปรับฮอร์โมนทดแทนหรือยาอื่นเอง และแจ้งแพทย์ก่อนใช้อาหารเสริมหรือสมุนไพรทุกชนิด หากมีอาการอันตรายตามที่ระบุไว้ ให้ไปโรงพยาบาลทันที หรือโทร 1669