Well Wellness Thailand โดย ดร.โอม

แนวทางเลือกอาหารสำหรับคนที่จุก แน่น เรอ แสบร้อนง่าย พร้อมวิธีจัดจังหวะมื้ออาหารให้สบายท้องขึ้นในชีวิตประจำวัน

หลายคนที่มีปัญหากรดไหลย้อน มักพบว่า “การกิน” ไม่ได้ง่ายเหมือนเดิมครับ

บางวันกินเสร็จแล้วจุก แน่น เรอ แสบร้อน บางคนนั่งทำงานอยู่ดี ๆ ก็เริ่มอึดอัด บางคนถึงเวลานอน แต่กลับต้องคอยลุ้นว่าอาการจะรบกวนคืนนี้ไหม

ที่สำคัญ หลายท่านทักมาถามผมบ่อยมากว่า “ถ้าเป็นกรดไหลย้อน ควรเลือกกินอาหารแบบไหนดี?” “มื้อไหนควรเน้น มื้อไหนควรลด?” “ถ้าคิดอะไรไม่ออก ควรเลือกเมนูอะไรที่สบายท้องกว่า?”

ผมจึงรวบรวมแนวทางการเลือกอาหาร และตัวอย่างเมนูที่เหมาะกับคนที่มีอาการจุก แน่น เรอ แสบร้อนง่ายไว้ให้ครับ

แนวทางนี้ไม่ใช่การรักษาโรค แต่เป็นการช่วยจัดจังหวะมื้ออาหาร และลดโอกาสกระตุ้นความไม่สบายหลังอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม แต่มีผลกับชีวิตประจำวันมากทีเดียว

หลักสำคัญคือ ไม่ปล่อยให้หิวจัด ไม่กินมื้อใหญ่เกินไป และไม่กินมื้อหนักใกล้เวลานอน

แนวทางของ American College of Gastroenterology แนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารภายใน 2–3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน ส่วน NIDDK แนะนำว่าถ้ามีอาการช่วงกลางคืนหรือเวลานอน ควรกินอาหารให้ห่างจากเวลาเอนตัวหรือนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมงครับ

หมายเหตุ: อาหารกระตุ้นอาการของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน ควรสังเกตตัวเองร่วมด้วยเสมอครับ
Meal Strategy

มื้อไหนควรเน้น มื้อไหนควรลด และมื้อไหนต้องระวัง

สำหรับคนที่จุก แน่น เรอ แสบร้อนง่าย การจัดจังหวะมื้ออาหารสำคัญกว่าที่คิดครับ

มื้อที่ควรเน้น

มื้อเช้าและมื้อกลางวัน ควรกินพออิ่ม ได้โปรตีนที่ย่อยง่าย มีคาร์โบไฮเดรตในปริมาณพอดี และไม่มันจัด

มื้อที่ควรลด

มื้อเย็นไม่จำเป็นต้องงด แต่ควรลดปริมาณให้เบากว่ามื้อกลางวัน เลี่ยงของทอด อาหารมันจัด เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด และไม่กินดึกเกินไป

มื้อที่ควรระวัง

มื้อกลางวันของคนทำงาน เพราะมักกินรีบ กินพร้อมความเครียด หรือกินเสร็จแล้วต้องประชุมต่อทันที

Easy Guide

สรุปแบบจำง่าย

เช้า

ควรกิน ไม่ควรปล่อยท้องว่างนาน เลือกอาหารอุ่น นุ่ม ย่อยง่าย

กลางวัน

กินพอดี ไม่รีบ ไม่อิ่มแน่นเกินไป โดยเฉพาะวันที่มีประชุม

ว่างบ่าย

ถ้าหิว ให้เลือกแบบเบา ๆ เช่น กล้วยครึ่งลูก แครกเกอร์จืด หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำที่ไม่เปรี้ยวจัด

เย็น

ควรเล็กกว่ามื้อกลางวัน เน้นอาหารอุ่น ย่อยง่าย ไขมันไม่สูง

ดึก

ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะอาหารมัน ของหวาน คาเฟอีน น้ำอัดลม เผ็ด เปรี้ยว หรือมิ้นต์

Food Menu

45 เมนูอาหารสำหรับคนที่จุก แน่น เรอ แสบร้อนง่าย

เลือกเมนูที่อุ่น นุ่ม ไขมันไม่สูง ไม่เผ็ดจัด ไม่เปรี้ยวจัด และไม่กินแน่นเกินไป

15 เมนูมื้อเช้า

เริ่มวันแบบสบายท้อง

โจ๊กข้าวโอ๊ตไข่ขาว

ใช้ข้าวโอ๊ตต้มให้นิ่ม ใส่ไข่ขาวหรืออกไก่ฉีกเล็กน้อย ปรุงรสอ่อน ๆ ไม่ใส่พริกไทยมาก ไม่ใส่กระเทียมเจียว

ข้าวต้มปลา

เลือกปลานึ่งหรือต้ม น้ำซุปใส รสไม่จัด เลี่ยงน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวรสจัดหรือพริกน้ำส้ม

ข้าวต้มไก่ฉีก

ใช้ไก่ไม่ติดหนัง ต้มกับข้าวสวยนิ่ม ๆ ปรุงรสอ่อน เลี่ยงพริกไทย กระเทียมเจียว และน้ำมันมากเกินไป

ไข่ตุ๋นกับข้าวสวยนิ่ม

เมนูนุ่ม ย่อยง่าย และไม่ต้องใช้น้ำมันทอด เหมาะกับคนที่แน่นง่าย

ไข่ต้ม ขนมปังโฮลวีต กล้วยครึ่งลูก

เหมาะกับวันที่รีบไปทำงาน ควรเลือกขนมปังที่ไม่ทาเนยเยอะ และกินในปริมาณพอดี

โอ๊ตมีลกล้วย

ข้าวโอ๊ตต้มกับน้ำหรือนมไขมันต่ำ ใส่กล้วยหอมครึ่งลูก เป็นมื้อเช้าที่อ่อนโยน ไม่เปรี้ยว และมีใยอาหาร

โยเกิร์ตไขมันต่ำ กล้วย ข้าวโอ๊ต

เลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไม่หวานจัด ไม่เปรี้ยวจัด หากกินนมแล้วแน่น เปลี่ยนเป็นนมทางเลือกแบบไม่หวานได้

แซนด์วิชอกไก่ต้ม

ใช้ขนมปังโฮลวีต ใส่แตงกวาหรือผักกาดหอม เลี่ยงซอสมะเขือเทศ ซอสเผ็ด พริก และมายองเนสปริมาณมาก

ข้าวสวยนิ่มกับไก่นึ่งขิงอ่อน

ขิงใส่เล็กน้อยพอให้มีกลิ่นหอม ไม่เผ็ดร้อนเกินไป เหมาะกับคนที่อยากได้เมนูอุ่นท้อง

ซุปฟักทองไม่ใส่ครีม

ใช้ฟักทองต้มปั่นกับน้ำซุปอ่อน ๆ หรือใส่นมไขมันต่ำเล็กน้อย ไม่ใส่ครีมหรือเนยมาก

มันหวานนึ่งกับไข่ต้ม

เป็นเมนูพกง่าย อิ่มนาน ไม่มัน ไม่ทอด แต่ควรกินในปริมาณพอดี

ข้าวต้มหมูสับไขมันต่ำ

ใช้หมูสับไม่ติดมัน ปรุงรสอ่อน เลี่ยงพริกไทยมาก กระเทียมเจียว และน้ำมัน

แซลมอนย่างเล็กน้อยกับข้าวสวย

เหมาะกับบางคนที่รับไขมันจากปลาได้ดี แต่ไม่ควรกินชิ้นใหญ่หรือมันมากเกินไป

สมูทตี้กล้วยกับนมอัลมอนด์

เหมาะกับวันที่รีบมาก ไม่ควรใส่ส้ม สับปะรด มะนาว หรือโยเกิร์ตที่เปรี้ยวจัด

ขนมปังโฮลวีตกับคอตเทจชีส

เลือกคอตเทจชีสไขมันต่ำหรือริคอตต้าเล็กน้อย เลี่ยงเนย แยมส้ม ช็อกโกแลต หรือท็อปปิงหวานจัด

เมนูที่ควรระวังในมื้อเช้า

กาแฟตอนท้องว่าง ชาเข้ม น้ำส้ม น้ำมะนาว ปาท่องโก๋ ไข่ดาวมัน ๆ หมูปิ้งติดมัน ข้าวเหนียวปริมาณมาก ต้มยำ โจ๊กใส่พริกไทยหนัก ๆ และเมนูที่มีซอสมะเขือเทศหรือซอสเผ็ดจัด

15 เมนูมื้อกลางวัน

สำหรับคนทำงานที่ไม่อยากให้ท้องเสียจังหวะช่วงบ่าย

ข้าวต้มปลา

เลือกน้ำซุปใส ปรุงอ่อน ไม่ใส่พริกไทยมาก ไม่ใส่กระเทียมเจียว และเลี่ยงน้ำจิ้มรสจัด

ข้าวสวยกับปลานึ่งหรือไก่นึ่งขิงอ่อน

เน้นโปรตีนย่อยง่าย ขิงใส่พอหอม ไม่เผ็ดร้อนเกินไป เหมาะกับวันที่ต้องทำงานต่อช่วงบ่าย

ข้าวสวย ไข่ตุ๋น แกงจืดเต้าหู้

เมนูนุ่ม อุ่นท้อง ไม่ทอด ไม่มัน เหมาะกับคนที่แน่นง่ายหลังมื้อกลางวัน

ข้าวสวย อกไก่ต้ม ผักลวก

เลือกผักที่ทานแล้วไม่แน่น เช่น แครอท ฟักทอง แตงกวา หรือผักกาดขาวต้ม

ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสไก่ฉีก

ไม่ใส่พริก น้ำส้ม กระเทียมเจียว หรือเครื่องปรุงจัด ๆ เลือกเส้นปริมาณพอดี และไม่ซดน้ำจนท้องแน่น

โจ๊กหมูไม่ใส่เครื่องใน

ปรุงอ่อน ไม่ใส่พริกไทยมาก เหมาะกับวันที่ท้องไว หรือรู้สึกไม่สบายหลังอาหารง่าย

ข้าวสวยกับต้มจืดฟักหมูสับ

ฟักนิ่ม น้ำซุปอ่อน กินแล้วไม่หนักท้อง เหมาะกับมื้อกลางวันก่อนประชุม

ข้าวสวยกับปลาย่างหรือปลาอบ

เลี่ยงปลาทอดและน้ำจิ้มซีฟู้ด อาจเปลี่ยนเป็นซีอิ๊วเล็กน้อย หรือกินรสธรรมชาติ

ข้าวสวยกับไก่ผัดขิงน้ำมันน้อย

ขอร้านลดน้ำมัน ไม่ใส่พริก และไม่ใส่หอมใหญ่เยอะ เหมาะกับคนที่อยากได้รสชาติแต่ไม่จัดเกินไป

ข้าวสวยกับแกงจืดสาหร่ายเต้าหู้

เลือกแบบไม่ใส่พริกไทยมาก และไม่เค็มจัด เป็นเมนูที่เบาและอิ่มแบบไม่อึดอัด

ข้าวอบไก่แบบไม่มัน

เลือกไก่ไม่ติดหนัง ไม่ราดน้ำจิ้มรสจัด และกินปริมาณพอดี เพราะข้าวอบบางร้านใช้น้ำมันค่อนข้างมาก

สุกี้น้ำไก่หรือปลา

เลือกแบบน้ำใส และใช้น้ำจิ้มแต่น้อย เพราะน้ำจิ้มสุกี้มักเผ็ด เปรี้ยว และมีกระเทียมค่อนข้างมาก

ข้าวสวยกับเต้าหู้นึ่งซีอิ๊ว

เหมาะกับวันที่อยากกินเบา ๆ แต่ยังได้โปรตีน ไม่หนักเหมือนเมนูทอด

ข้าวต้มกุ้ง

เลือกกุ้งสด ปรุงอ่อน ไม่ใส่พริกไทยหรือกระเทียมเจียวมาก เหมาะกับคนที่อยากได้มื้อกลางวันที่ย่อยง่าย

ข้าวสวยกับฟักทองนึ่งและไข่ตุ๋น

ฟักทองให้คาร์โบไฮเดรตที่นุ่มท้อง ส่วนไข่ให้โปรตีน หากบางคนกินไข่แดงแล้วแน่น อาจลดไข่แดงลงได้

เมนูที่ควรระวังในมื้อกลางวัน

ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ของทอด แกงกะทิ ต้มยำ ส้มตำรสจัด กาแฟหลังอาหาร น้ำอัดลม ชานม ช็อกโกแลต และอาหารเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด โดยเฉพาะวันที่ต้องประชุมหรือพบลูกค้า

15 เมนูมื้อเย็น

ปิดวันให้สบายท้อง

ข้าวต้มปลา

เลือกปลาต้ม น้ำซุปใส ปรุงอ่อน ไม่ใส่พริกไทยมาก ไม่ใส่กระเทียมเจียว เหมาะกับมื้อเย็นเพราะเบาและไม่มัน

ข้าวต้มไก่ฉีก

ใช้ไก่ไม่ติดหนัง ข้าวนิ่ม น้ำซุปอ่อน กินแล้วอุ่นท้อง ไม่หนักเกินก่อนนอน

ไข่ตุ๋นกับข้าวสวยเล็กน้อย

เหมาะกับวันที่ท้องไว เพราะนุ่ม ไม่ทอด ไม่มัน และย่อยง่าย

แกงจืดเต้าหู้หมูสับกับข้าวสวย

เลือกหมูสับไม่ติดมัน ปรุงอ่อน ไม่ใส่พริกไทยมาก เหมาะกับมื้อเย็นแบบอิ่มพอดี

ต้มจืดฟักไก่สับ

ฟักนิ่ม น้ำซุปเบา โปรตีนไม่หนักท้อง เหมาะกับคนที่แน่นง่ายหลังอาหาร

ปลานึ่งซีอิ๊วอ่อนกับข้าวสวย

เลือกปลาเนื้อขาว เช่น ปลากะพงหรือปลานิล ปรุงอ่อน และเลี่ยงน้ำจิ้มซีฟู้ด

อกไก่นึ่งขิงอ่อนกับผักต้ม

ขิงใส่พอหอม ไม่เผ็ดร้อนเกินไป เลือกผักต้มที่ทานแล้วไม่แน่น เช่น แครอท ฟักทอง หรือผักกาดขาว

โจ๊กข้าวโอ๊ตไข่ขาว

ใช้ข้าวโอ๊ตต้มให้นิ่ม ใส่ไข่ขาวหรือไก่ฉีกเล็กน้อย เหมาะกับวันที่อยากกินเบาแต่ยังอยู่ท้อง

สุกี้น้ำปลาหรือไก่

เลือกน้ำใส ผักนิ่ม ๆ และโปรตีนไม่ติดมัน ใช้น้ำจิ้มแต่น้อย เพราะมักเผ็ด เปรี้ยว และมีกระเทียม

ข้าวสวยกับเต้าหู้นึ่งซีอิ๊ว

เหมาะกับวันที่อยากลดความหนักของเนื้อสัตว์ เต้าหู้นิ่ม กินแล้วไม่มัน ไม่ทอด

ซุปฟักทองไม่ใส่ครีม

ใช้ฟักทองต้มปั่นกับน้ำซุปอ่อน ไม่ใส่ครีม ไม่ใส่เนยมาก เหมาะกับมื้อเย็นที่ต้องการความเบาสบาย

มันหวานนึ่งกับไข่ต้ม

กินง่าย พกง่าย แต่ควรทานในปริมาณพอดี ไม่อิ่มแน่นเกินไป หากกินไข่แดงแล้วแน่น อาจลดไข่แดงลงได้

ข้าวสวยเล็กน้อยกับปลาย่าง

เลี่ยงปลาทอด เปลี่ยนเป็นย่างหรืออบแบบใช้น้ำมันน้อย และไม่ราดซอสรสจัด

ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสไก่ฉีก

ไม่ปรุงพริก น้ำส้ม กระเทียมเจียว หรือพริกไทยมาก เลือกปริมาณพอดี และไม่ซดน้ำจนท้องแน่น

ข้าวสวยเล็กน้อยกับแกงจืดวุ้นเส้นเต้าหู้

เลือกน้ำซุปใส ปรุงอ่อน ไม่ใส่พริกไทยจัด เป็นมื้อเย็นที่เบาและอิ่มแบบไม่หนักท้อง

หลักเลือกมื้อเย็น

มื้อเย็นที่ดีสำหรับคนที่จุก แน่น เรอ แสบร้อนง่าย ไม่ใช่มื้อที่ต้องอดจนทรมาน แต่คือมื้อที่เบาลง อุ่นขึ้น ย่อยง่ายขึ้น และไม่กินดึกเกินไป

GRD Plus ตัวช่วยดูแลความสบายหลังมื้ออาหาร สำหรับคนที่จุก แน่น เรอ แสบร้อนง่าย

เมื่อจัดมื้ออาหารแล้ว ยังอยากมีตัวช่วยดูแลหลังมื้ออาหาร

GRD Plus เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสูตรสารสกัดจากธรรมชาติ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลความสบายของระบบย่อยอาหารในชีวิตประจำวัน

เหมาะสำหรับผู้ที่มักมีความไม่สบายหลังมื้ออาหาร เช่น จุก แน่น เรอบ่อย แสบร้อน หรือรู้สึกว่าอาหารย่อยไม่ค่อยสบาย โดยเฉพาะคนทำงานที่ต้องประชุม คุมทีม หรือพบลูกค้าต่อหลังมื้ออาหาร

ดูแลความสบายหลังมื้ออาหาร
เช่น จุก แน่น เรอ หรือแสบร้อนหลังอาหาร
สนับสนุนการย่อยอาหาร
เหมาะกับคนที่รู้สึกแน่นหรือย่อยช้า
ดูแลระบบทางเดินอาหาร
ช่วยให้การดูแลตัวเองในแต่ละวันง่ายขึ้น
พกสะดวก
เหมาะกับชีวิตคนทำงานที่มื้ออาหารไม่เป็นเวลา
วิธีรับประทาน GRD plus+

แนวทางการรับประทาน GRD plus+ ตามระดับความไม่สบายหลังมื้ออาหาร

GRD plus+ แบ่งแนวทางการรับประทานตามลักษณะอาการเป็น 3 ระยะ เพื่อให้เลือกดูแลตัวเองได้เหมาะสมกับความไม่สบายที่พบในแต่ละคน

จุดเหมือนกันของทั้ง 3 ระยะ

ช่วงเริ่มต้น รับประทานครั้งละ 1 เม็ด เช้า–เย็น หลังอาหาร
ช่วงต่อเนื่อง หลังจากนั้นรับประทานวันละ 1 เม็ด หลังอาหารมื้อหลัก 15–30 นาที
ระยะดูแลต่อเนื่อง รับประทานต่อเนื่อง 3 เดือน ตามแนวทางที่แนะนำ
1

ระยะที่ 1

สำหรับอาการระดับเริ่มต้น

เหมาะกับผู้ที่มีอาการ เช่น

  • โรคกระเพาะอาหาร
  • ท้องอืด
  • ท้องเฟ้อ
  • มีลมในกระเพาะอาหาร

วิธีรับประทาน

  • ทานครั้งละ 1 เม็ด เช้า–เย็น หลังอาหารทันที
  • ทานต่อเนื่อง 10 วัน
  • หลังจากนั้นทานวันละ 1 เม็ด หลังอาหารมื้อหลัก 15–30 นาที
  • ทานต่อเนื่อง 3 เดือน
2

ระยะที่ 2

สำหรับอาการที่มากขึ้น

เหมาะกับผู้ที่มีอาการ เช่น

  • จุกคอ
  • แสบร้อนคอ–หน้าอก
  • อาหารไม่ย่อย
  • ท้องผูก
  • ปวดบ่า–ไหล่

วิธีรับประทาน

  • ทานครั้งละ 1 เม็ด เช้า–เย็น หลังอาหารทันที
  • ทานต่อเนื่อง 20 วัน
  • หลังจากนั้นทานวันละ 1 เม็ด หลังอาหารมื้อหลัก 15–30 นาที
  • ทานต่อเนื่อง 3 เดือน
3

ระยะที่ 3

สำหรับอาการค่อนข้างมาก

เหมาะกับผู้ที่มีอาการ เช่น

  • จุกแน่นท้อง
  • เรอเปรี้ยว
  • หายใจไม่สุด
  • นอนไม่หลับ
  • อ่อนเพลีย
  • อยากอาเจียน

วิธีรับประทาน

  • ทานครั้งละ 1 เม็ด เช้า–เย็น หลังอาหารทันที
  • ทานต่อเนื่อง 30–45 วัน
  • หลังจากนั้นทานวันละ 1 เม็ด หลังอาหารมื้อหลัก 15–30 นาที
  • ทานต่อเนื่อง 3 เดือน

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

หากมีความไม่สบายหลังมื้ออาหาร สามารถรับประทานเพิ่ม 1 เม็ดได้ตามคำแนะนำบนฉลาก หรือสอบถามทีม Well Wellness Thailand เพื่อช่วยดูแนวทางการรับประทานให้เหมาะกับแต่ละท่าน

คำเตือนสำคัญ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรอ่านฉลากก่อนบริโภค หากมีโรคประจำตัว ใช้ยาประจำ ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีอาการรุนแรงผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทาน

ไม่แน่ใจว่าควรเริ่มทานแบบไหน?

ทัก Well Wellness Thailand ให้ทีมช่วยดูระดับความไม่สบายหลังมื้ออาหาร และแนะนำแนวทางการรับประทาน GRD plus+ ให้เหมาะกับคุณได้ค่ะ

สอบถามวิธีทาน GRD plus+
LINE พูดคุยกับ ดร.โอม แอดไลน์ @wellwellness สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์และแนวทางการดูแลที่เหมาะกับคุณ

GRD plus+

การันตีคุณภาพ มาตรฐานระดับสากล

GHP Certified

มาตรฐานอาหารปลอดภัย

HACCP Certified

มาตรฐานโรงงานผลิต

ISO 22000

มาตรฐานกระบวนการผลิต

นวัตกรรมกรดไหลย้อน

Silver Award in the Geneva International Invention Exhibition 2021

Cell Synapse Technology

เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมสารสำคัญเข้าสู่ร่างกาย เพื่อผลลัพธ์การจัดการกรดไหลย้อนอย่างตรงจุด

สารสกัดสำคัญ

Bromelain

ช่วยสนับสนุนการย่อยอาหาร

Siberian Ginseng

ช่วยดูแลความเครียดในกระเพาะ

L-Methionine

ดูแลทางเดินอาหาร

Ginger Extract

ช่วยลดอาการแน่นท้อง

Sunflower Oil

ช่วยดูแลการอักเสบในทางเดินอาหาร

Spearmint & Peppermint

ช่วยลดอาการเกร็งลำไส้

ผ่านการรับรองจาก อย.

เลขสารบบอาหาร

11-1-10249-5-0413

ผ่านการรับรองมาตรฐานฮาลาล

Halal Certified

ผ่านการรับรองมาตรฐานอาหารฮาลาลอย่างถูกต้อง

GRD plus+ จากพี่หนุ่ม กรรชัย

คลิปที่พี่หนุ่มเปิดใจ เมื่ออาการกรดไหลย้อนเรื้อรัง เริ่มทำให้ใช้ชีวิตยุ่งยากและทรมาน

แชร์ประสบการณ์

GRD Product

นวัตกรรมสมุนไพรระดับโลก เพื่อการดูแลระบบย่อยอย่างสมดุล

มั่นใจ ของแท้ ส่งตรงจากบริษัท

สารสกัดธรรมชาติ ปลอดภัย

ส่งเร็ว เก็บเงินปลายทางได้